บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยเหมาเจ๋อตุง: การเดินทางสู่ความเปลี่ยนแปลง

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยเหมาเจ๋อตุง: การเดินทางสู่ความเปลี่ยนแปลง

บทความพิเศษ : ‘รู้จักเรารู้จักจีน’ จีนสมัยเหมาเจ๋อตุง: การเดินทางสู่ความเปลี่ยนแปลง

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ประวัติศาสตร์จีนในพุทธศตวรรษที่ 25 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการพลิกผันครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยของ เหมา เจ๋อตุง (毛泽东) (พ.ศ.2492-2519) ซึ่งเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก      ประธานเหมาได้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนก้าวขึ้นสู่อำนาจและสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปีพ.ศ. 2492 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อย่างพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ  ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม   เป็นช่วงเวลาที่ประเทศจีนเปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่รัฐสังคมนิยมภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ยึดหลักการคอมมิวนิสต์รัสเซียของ มากซ์-เลนิน แล้วพัฒนาเป็น”ลัทธิเหมา”   ซึ่งเน้นการปฏิวัติชนบทและการต่อสู้ของชนชั้น

การเดินทางไกล (Long March 长征)  ก่อนที่จะขึ้นสู่อำนาจ เหมาและพรรคคอมมิวนิสต์ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูสำคัญอย่างพรรค ก๊กมินตั๋ง ที่นำโดยเจียง ไคเช็ก การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดจนกระทั่งในปีพ.ศ. 2477  ทหารพรรคคอมมิวนิสต์ 86,000 คน ถูกกองทัพก๊กมินตั๋งล้อมไว้ จึงต้องตัดสินใจ เดินทางไกล (Long March) จากมณฑลเจียงซีไปยังส่านซี เพื่อหลบหนีการโจมตี การเดินทางครั้งนี้กินระยะทางกว่า 12,500 กิโลเมตร ผ่านภูมิประเทศที่ทุรกันดารและเต็มไปด้วยอันตราย เสียทหารไปกว่าร้อยละ 80  การเดินทางไกลไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางหลบหนี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการอุทิศตนและความอดทนของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งช่วยสร้างความชอบธรรมและความแข็งแกร่งให้กับเหมาในฐานะผู้นำ

กองพล 93 : ชะตากรรมของทหารก๊กมินตั๋ง   กองพล 93 เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพก๊กมินตั๋งที่ต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์ได้รับชัยชนะ กองพลส่วนหนึ่งได้ถอยร่นเข้ามาในเขตชายแดนไทย-พม่า และไม่สามารถเดินทางกลับเมืองจีนได้ ทหารเหล่านี้ต้องใช้ชีวิตในพื้นที่ดังกล่าวและมีส่วนร่วมในการต่อสู้ในพื้นที่ชายแดน การดำรงอยู่ของกองพล 93 สะท้อนให้เห็นถึงชะตากรรมของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามกลางเมืองและประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนของจีน

การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม  พ.ศ. 2492 เหมาเจ๋อตุงได้ประกาศก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากชัยชนะของพรรคคอมมิวนิสต์จีนเหนือพรรคก๊กมินตั๋ง (國民黨) ของเจียงไคเช็ก ในสงครามกลางเมืองจีนที่ยาวนานกว่า 20 ปี    เจียงไคเช็กนำทหารหนีไปเกาะไต้หวัน     การสถาปนารัฐบาลใหม่ของเหมาเจ๋อตุงนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจของจีน  มีการฟื้นฟูเมืองต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากสงครามกลางเมือง เมืองใหญ่อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว

นโยบายปฏิรูปที่ดิน (_Land Reform 土地改革)  : โดยยึดที่ดินจากเจ้าของที่ดินรายใหญ่และแจกจ่ายให้ชาวนาที่ไม่มีที่ทำกิน หรือมีที่ดินน้อย โดยเจ้าของที่ดินจะถูกนำตัวมาต่อหน้าสาธารณชนและถูกประณามในความผิดฐานกดขี่ขูดรีดชาวนา   ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชนบท  ชาวนาที่ได้รับผลประโยชน์จากนโยบายนี้กลายเป็นฐานกำลังที่สำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีน   ในระหว่างกระบวนการปฏิรูปที่ดิน มีเจ้าของที่ดินจำนวนมากถูกสังหารหรือลงโทษอย่างรุนแรงโดยกลุ่มชาวนาที่โกรธแค้น ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียชีวิตอย่างมากมาย   ในระยะต่อมา ที่ดินที่ถูกแจกจ่ายให้กับชาวนาได้ถูกรวมเข้าเป็น “สหกรณ์การเกษตร” (农业合作社)  ซึ่งเป็นก้าวแรกของการรวมกลุ่มการผลิต และในที่สุดก็นำไปสู่การจัดตั้ง “คอมมูนประชาชน” (人民公社 )  ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจของจีน

นโยบาย การก้าวกระโดดครั้งใหญ่ (Great Leap Forward): เริ่มในปี 1958 เพื่อเร่งอุตสาหกรรมและการผลิตเหล็ก เมืองจีนได้รับการผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการผลิตเหล็กและเหล็กกล้าขนาดเล็ก ประชาชนในเมืองถูกระดมให้ทำงานในเตาหลอมเหล็กในสวนหลังบ้านและโรงงานขนาดเล็ก แม้ว่านโยบายนี้จะล้มเหลวในที่สุด นำไปสู่ความอดอยากครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตหลายสิบล้านคน  แต่ก็สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำให้เมืองเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรม

นโยบาย การปฏิวัติวัฒนธรรม (Cultural Revolution文化大革命): พ.ศ.  2509-2519 เพื่อกำจัด “แนวคิดเก่า” และศัตรูทางอุดมการณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อกำจัด “ชนชั้นนำเก่า และค่านิยมดั้งเดิม” รวมทั้งผู้ที่มีแนวคิดทุนนิยมออกจากพรรคคอมมิวนิสต์ การปฏิวัติครั้งนี้ก่อให้เกิดความวุ่นวายอย่างรุนแรงในสังคม มีการล้างสมองเยาวชน  ทำลายวัฒนธรรมดั้งเดิม และสิ่งของเก่าแก่มากมาย นักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ และผู้มีความรู้จำนวนมากถูกสังหารหรือถูกส่งไปใช้แรงงานในชนบท   นักเรียนและเยาวชนในเมืองจำนวนมากถูกส่งไปทำงานในไร่นาและฟาร์มรัฐ อาคารและสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งถูกทำลาย ชื่อถนนและสถานที่ต่างๆ ถูกเปลี่ยนให้สอดคล้องกับอุดมการณ์สังคมนิยม  การปฏิวัติวัฒนธรรมสร้างความวุ่นวายในเมืองต่างๆ กองกำลังเยาวชนแดง เรดการ์ด Red Guards  ทำลายทรัพย์สินและข่มขู่ประชาชน ระบบการศึกษาและสถาบันวัฒนธรรมหลายแห่งถูกปิดหรือหยุดการดำเนินงาน

แก๊งค์สี่คนและบทบาททางประวัติศาสตร์ ในช่วงปลายยุคของเหมา แก๊งค์สี่คน (Gang of Four四人帮) ซึ่งนำโดยเจียง ชิง ภรรยาของเหมา ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินนโยบายต่างๆ พวกเขาใช้อำนาจที่มีในการควบคุมสื่อและการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสนับสนุนการปฏิวัติวัฒนธรรมและขับเคลื่อนแนวคิดแบบสุดโต่ง หลังจากที่เหมาเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2519 แก๊งค์สี่คนก็ถูกจับกุมจำคุกและถูกตั้งข้อหาเป็นอาชญากรทางการเมือง การสิ้นสุดของแก๊งค์สี่คนถือเป็นการสิ้นสุดของยุคสมัยที่วุ่นวายและเปิดโอกาสให้จีนเข้าสู่ช่วงการปฏิรูปประเทศ

สี่ทันสมัย : การเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่  หลังจากการปฏิวัติวัฒนธรรมและแก๊งค์สี่คนสิ้นสุดลง   เติ้ง เสี่ยวผิง ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำและผลักดันนโยบาย สี่ทันสมัย (Four Modernizations) เพื่อพัฒนาประเทศจีนในสี่ด้านหลัก ได้แก่ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และการป้องกันประเทศ นโยบายนี้มุ่งเน้นการเปิดรับเศรษฐกิจแบบตลาดและต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกในปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์จีนสมัยเหมา เจ๋อตุงเต็มไปด้วยเรื่องราวความขัดแย้ง ความสูญเสีย และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากการเดินทางไกลเพื่อสร้างรากฐานของพรรคคอมมิวนิสต์ การปฏิวัติวัฒนธรรมที่ทิ้งบาดแผลไว้ในสังคม ไปจนถึงการก้าวเข้าสู่ยุคสี่ทันสมัยที่นำพาจีนไปสู่ความรุ่งเรืองในปัจจุบัน เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองและพลังของการเปลี่ยนแปลงในสังคมจีน

ความดี 7 ข้อ และข้อผิดพลาด 3 ข้อของเหมา เจ๋อตุง  

เติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำจีนรุ่นต่อมาได้ประเมินว่าเหมาเจ๋อตุงได้ทำความดี 7 ประการคือ

1.รวมชาติและฟื้นฟูอำนาจของจีน : เหมา เจ๋อตุงเป็นผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนสู่ชัยชนะในสงครามกลางเมือง และการล่าอาณานิคม สามารถรวมจีนให้เป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง หลังจากที่ตกอยู่ในสภาวะแตกแยกสงครามกลางเมืองมานานหลายทศวรรษ สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปีพ.ศ. 2492 ยุติช่วงเวลาแห่งสงครามและความวุ่นวาย

2. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน : รัฐบาลของเหมาได้ริเริ่มโครงการขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เช่น การสร้างถนน ทางรถไฟ และเขื่อน ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาในอนาคต

3. สร้างความเท่าเทียมทางสังคม : ยุติระบบศักดินา ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม  เพิ่มความเท่าเทียมในชนบท  โดยเฉพาะการปฏิรูปที่ดินกระจายทรัพย์สิน ทำให้ชาวนาได้เป็นเจ้าของที่ดิน เลิกธรรมเนียมการคลุมถุงชนและการกดขี่ผู้หญิง  ส่งเสริมให้หญิงจีนมีสิทธิและบทบาทมากขึ้น  ลดความแตกแยกทางภูมิภาคและชนชั้น

4. ส่งเสริมการศึกษาและการรู้หนังสือ : รัฐบาลของเหมาได้เปิดโรงเรียนทั่วประเทศและดำเนินโครงการส่งเสริมการศึกษาขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้คนจีนจำนวนมากสามารถอ่านออกเขียนได้ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

5. พัฒนาสาธารณสุขพื้นฐาน : เหมาให้ความสำคัญกับการสาธารณสุข โดยส่งหมอเท้าเปล่า และเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ไปยังพื้นที่ชนบทเพื่อให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างมาก

6. สร้างความมั่นคงของชาติ : ภายใต้การนำของเขา จีนสามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงในเวทีระหว่างประเทศ และสามารถต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ    ชนะในสงครามต่อต้านญี่ปุ่นและสงครามกลางเมือง ด้วยยุทธศาสตร์ “ชนบทล้อมเมือง” และสงครามประชาชน

7. เป็นแรงบันดาลใจให้แก่การต่อสู้เพื่อปลดปล่อย : อุดมการณ์ของเหมา หรือที่เรียกว่า ลัทธิเหมา (Maoism) ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ขบวนการคอมมิวนิสต์และขบวนการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยในประเทศโลกที่สามหลายแห่ง

ความผิดพลาด 3 อย่างของเหมา เจ๋อตุง

1. การก้าวกระโดดครั้งใหญ่ (The Great Leap Forward): เป็นโครงการเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนจีนจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วในช่วงปลายทศวรรษ 1950 อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงและนำไปสู่ภาวะอดอยากครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตคนจีนไปหลายสิบล้านคน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

2. การปฏิวัติวัฒนธรรม (The Cultural Revolution): เป็นขบวนการที่เหมาเริ่มต้นขึ้นเมื่อพ.ศ. 2509 เพื่อกำจัด “ชนชั้นกระฎุมพี” และผู้ที่มีความคิดต่อต้านการปฏิวัติ (ลัทธิแก้) ที่เขาอ้างว่าแทรกซึมเข้ามาในพรรคคอมมิวนิสต์และสังคมโดยรวม การปฏิวัตินี้ส่งผลให้เกิดความรุนแรงและความวุ่นวายอย่างกว้างขวาง โรงเรียนและมหาวิทยาลัยต้องปิดตัวลง ผู้คนจำนวนมากถูกสังหารหรือส่งไปใช้แรงงานในชนบท และทำลายวัฒนธรรมอันล้ำค่าของจีนไปเป็นจำนวนมาก

3. การรวบอำนาจเบ็ดเสร็จและการปราบปรามทางการเมือง: เพื่อรักษาอำนาจ เหมาได้ใช้วิธีการที่รุนแรงในการปราบปรามผู้เห็นต่างและผู้ที่ถูกมองว่าเป็นศัตรูของพรรคคอมมิวนิสต์ ควบคุมสื่อไม่ให้เสรีภาพในการแสดงออกซึ่งนำไปสู่การสังหารหมู่และลงโทษผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก   

โดย อาทร  จันทวิมล

‘Starry Night Concert with a Taste : A Story of Hope’ กิจกรรมการกุศล หนุนวิจัยขั้นสูง เพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วย

‘Starry Night Concert with a Taste : A Story of Hope’ กิจกรรมการกุศล หนุนวิจัยขั้นสูง เพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วย

‘Starry Night Concert with a Taste : A Story of Hope’ กิจกรรมการกุศล หนุนวิจัยขั้นสูง เพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วย

วันจันทร์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กองทุน Hope for Sarcoma ภายใต้ศิริราชมูลนิธิ ประสบความสำเร็จจากการจัดกิจกรรมการกุศล “Starry Night Concert with a Taste: A Story of Hope” เพื่อระดมทุนสนับสนุนการวิจัยขั้นสูงด้านมะเร็งซาร์โคมา โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก พญ.นันทิชา ไชยกุล ในฐานะประธานการจัดงาน พร้อมด้วย สมนึก ไชยกุล และครอบครัวที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และร่วมบริจาคสมทบทุนเพิ่มเติมเพื่อเสริมงบประมาณด้านการวิจัยมะเร็งซาร์โคมาให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นโดยรายได้จากการจัดงานครั้งนี้ รวมถึงเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา จำนวนทั้งสิ้นกว่า 4.5 ล้านบาท ใช้เป็นทุนสนับสนุน

การวิจัยขั้นสูงด้านมะเร็งซาร์โคมา เพื่อใช้ในการพัฒนาวิธีการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมาในประเทศไทย โดยมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้เกียรติเป็นผู้รับมอบทุนสนับสนุนดังกล่าว

พญ.นันทิชา ไชยกุล ประธานการจัดงาน กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อระดมทุนให้เพียงพอต่อการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนาแนวทางการรักษาใหม่ ๆ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมา โดยให้ความสำคัญทั้งในด้านการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การรักษาที่จำเพาะต่อเนื้อเยื่อ และการลดผลข้างเคียงจากการรักษาแบบดั้งเดิม เพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“มะเร็งซาร์โคมาเป็นมะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ที่พบได้น้อยเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น ทำให้ข้อมูลและแนวทางการรักษายังมีจำกัด อีกทั้งยังตรวจพบได้ยากจากการตรวจสุขภาพทั่วไป ดังนั้นเงินที่ได้รับจากการสนับสนุนในงานครั้งนี้จะถูกนำไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าเชิงลึก และพัฒ นาองค์ความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับมะเร็งซาร์โคมา ทั้งในด้านชีววิทยาโมเลกุล การตอบสนองต่อการรักษา และการพัฒนาวิธีรักษาแบบผสมผสานที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

งานวิจัยเหล่านี้ไม่เพียงเป็น “แสงแห่งความหวัง” สำหรับผู้ป่วยและครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานให้บุคลากรทางการแพทย์และนักวิจัยไทยสามารถพัฒนาวิธีการรักษาที่เทียบเท่าระดับนานาชาติ และต่อยอดไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมาในระยะยาว ซึ่งถือเป็นโรคที่ต้องการการสนับสนุนงานวิจัยเฉพาะทางอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง” พญ.นันทิชา กล่าว

ด้าน ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การสนับสนุนทุนวิจัยจากกองทุน Hope for Sarcoma ในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการต่อยอดองค์ความรู้ด้านมะเร็งซาร์โคมา ซึ่งเป็นโรคที่พบได้น้อยและมีความซับซ้อนทั้งในเชิงการวินิจฉัยและการรักษา ทุนจำนวนกว่า 4.5 ล้านบาท จะช่วยเสริมศักยภาพของทีมแพทย์และนักวิจัยของศิริราชในการพัฒนางานวิจัยเชิงลึก ตั้งแต่ระดับห้องปฏิบัติการ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้จริงกับผู้ป่วย

พร้อมกันนี้ ศ.นพ.อภิชาติ ได้แสดงความขอบคุณต่อผู้จัดงาน ผู้สนับสนุนและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ร่วมกันมอบ “โอกาสและความหวัง” ให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งซาร์โคมา โดยย้ำว่าทุกการสนับสนุนไม่เพียงช่วยให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ทางการแพทย์ แต่ยังสะท้อนพลังของสังคมไทยในการร่วมกันขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวหน้าในด้านการวิจัยและการรักษามะเร็งเฉพาะทาง

ทั้งนี้ยังมี คุณแม่ปิยะภรณ์ เหล่าสุทธิ คุณแม่ของน้องวิน ภาสวิน ตันตินิติ นักวางแผนการเงินรุ่นใหม่วัย 15 ปี มาเป็นผู้บรรยายในงาน คุณแม่เล่าว่า “น้องวิน ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นซาร์โคมา ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จนกระทั่งต่อสู้กับโรคนี้และหายขาดจากซาร์โคมาในที่สุด แต่ก็ต้องได้รับผลข้างเคียงจากการรักษาทำให้มีปัญหาสุขภาพมาจนจนถึงปัจจุบัน อย่าง ไรก็ดี ยังมีสิ่งที่น้องวิน อยากฝากถึงทุกคน ให้ใช้ใจที่เข้มแข็งและเปี่ยมไปด้วยกำลังใจในการต่อสู้กับโรค อีกทั้ง น้องวินยังมีเจตจำนงที่อยากช่วยทางกองทุน Hope for Sarcoma เป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียง ให้สังคมไทยได้รู้จักโรค มะเร็งซาร์โคมา และสานต่อความหวังของผู้ป่วยและครอบครัวคนอื่นๆ ต่อไป“

กิจกรรม “Starry Night Concert with a Taste: A Story of Hope” ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งซาร์โคมาให้กับสาธารณชน เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการสังเกตความผิดปกติของร่างกาย การเข้ารับการตรวจเฉพาะทางเมื่อมีข้อสงสัยและการสนับสนุนงานวิจัยทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกองทุน Hope for Sarcoma ในการส่งมอบ “ความหวังและโอกาส” ให้ผู้ป่วยได้ลุกขึ้นสู้กับโรคร้ายอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ติดตามกิจกรรมอัพเดทอื่นๆ ได้ทาง FB: Hope for Sarcoma by Poonpun Chaikul / Line: @hopeforsarcoma / Website: http://www.hopeforsarcoma.org

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.14 น.

๐๐พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้เฉลิมพระนามและสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ พระอัฐิ “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” เป็น “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี” ..๐๐

๐๐พระราชสมัญญา ‘อัคราภิรักษศิลปิน’ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีความหมายว่า “ศิลปินยิ่งใหญ่ผู้ปกปักรักษางานศิลปะ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12  สิงหาคม 2555 และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู รักษา สร้างสรรค์ ส่งเสริม สืบทอด และพัฒนามรดกทางศิลปะของแผ่นดินให้เจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทยและชาติบ้านเมือง..๐๐

๐๐ พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะกก.อาทิ ดารณี วัธนเวคิน,เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล,ประจวบ ตะยาคีพิสุทธิ์,พรชัย กิตติปัญญางาม,ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ร่วมกับ ชมรมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สุราษฎร์ธานี โดย สิทธิชัย ไทยเจริญ ประธานชมรมฯ พร้อมด้วย กำธร วังอุดม อุปนายกสมาคมฯและนายกสมาคมชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ร่วมสัมมนาวิชาการสัญจร เรื่อง กำแพงภาษีของสหรัฐ: ความเป็นไปได้ในการเจรจาและลดผลกระทบ โดย พิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง, ศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ อ.ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. โดยมี ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ 29 พ.ย.13.00 น. ณ เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามฟังได้ที่  Facebook Live เพจ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์..๐๐

๐๐มูลนิธิกำลังใจ จัดพิธีมอบทุนการศึกษา “วันส่งต่อกำลังใจ” ประจำปี 2568 ณ รร.อนุบาลสมุทรสาคร โดยมี ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ ประธานมูลนิธิ, อลิสา พฤกษ์วัฒนากุล, สินชัย ลือสุขประเสริฐ และคณะกรรมการ พร้อมด้วยบริษัทรักชัยกรุ๊ป..””

๐๐บุญทวี ดวงนิราช พร้อมเพื่อนๆชาว DJS#3 ไปดูศึกษางานดิจิทัลเทคโนโลยีของ เทนเซ็นต์ (Tencent) ณ สำนักงานใหญ่ กรุงปักกิ่ง โดยมี  Mr. Joko Yang ให้การต้อนรับ..๐๐

๐๐ข่าวดีของ FC ที่ กาแฟพันธุ์ไทย จะเปิดให้บริการร้านกาแฟ 24 ชั่วโมง นำร่อง 6 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า หลากไลฟ์สไตล์หลากหลายช่วงเวลา ทั้งนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการหาสถานที่อ่านหนังสือ กลุ่มฟรีแลนซ์..๐๐

๐๐ นิรัชรา ศิริอำพันธ์กุล และพนิดา ตู้จินดา ชวนกันไปทัวร์ตามความเชื่อที่ว่าการได้ไปสัมผัส ประตู Holy Door ที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในอิตาลี ซึ่งเปิดแค่ 1 ครั้งใน 25 ปี เท่านั้น ด้วยการเดินผ่านประตูศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดในช่วงเวลาพิเศษ ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ทางศาสนาและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งทริปไปชื่นชมความงามของโบสถ์ทั้ง 8 โบสถ์..อิ่มบุญอิ่มใจ แต่เพื่อนรักที่ไปด้วยทั้งคณะอาจจะศรัทธาน้อยกว่า หมดแรงตั้งแต่เริ่มต้น..๐๐

คุณแหน

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.14 น.

๐๐พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้เฉลิมพระนามและสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ พระอัฐิ “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” เป็น “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี” ..๐๐

๐๐พระราชสมัญญา ‘อัคราภิรักษศิลปิน’ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีความหมายว่า “ศิลปินยิ่งใหญ่ผู้ปกปักรักษางานศิลปะ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12  สิงหาคม 2555 และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู รักษา สร้างสรรค์ ส่งเสริม สืบทอด และพัฒนามรดกทางศิลปะของแผ่นดินให้เจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทยและชาติบ้านเมือง..๐๐

๐๐ พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะกก.อาทิ ดารณี วัธนเวคิน,เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล,ประจวบ ตะยาคีพิสุทธิ์,พรชัย กิตติปัญญางาม,ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ร่วมกับ ชมรมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สุราษฎร์ธานี โดย สิทธิชัย ไทยเจริญ ประธานชมรมฯ พร้อมด้วย กำธร วังอุดม อุปนายกสมาคมฯและนายกสมาคมชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ร่วมสัมมนาวิชาการสัญจร เรื่อง กำแพงภาษีของสหรัฐ: ความเป็นไปได้ในการเจรจาและลดผลกระทบ โดย พิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง, ศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ อ.ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. โดยมี ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ 29 พ.ย.13.00 น. ณ เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามฟังได้ที่  Facebook Live เพจ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์..๐๐

๐๐มูลนิธิกำลังใจ จัดพิธีมอบทุนการศึกษา “วันส่งต่อกำลังใจ” ประจำปี 2568 ณ รร.อนุบาลสมุทรสาคร โดยมี ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ ประธานมูลนิธิ, อลิสา พฤกษ์วัฒนากุล, สินชัย ลือสุขประเสริฐ และคณะกรรมการ พร้อมด้วยบริษัทรักชัยกรุ๊ป..””

๐๐บุญทวี ดวงนิราช พร้อมเพื่อนๆชาว DJS#3 ไปดูศึกษางานดิจิทัลเทคโนโลยีของ เทนเซ็นต์ (Tencent) ณ สำนักงานใหญ่ กรุงปักกิ่ง โดยมี  Mr. Joko Yang ให้การต้อนรับ..๐๐

๐๐ข่าวดีของ FC ที่ กาแฟพันธุ์ไทย จะเปิดให้บริการร้านกาแฟ 24 ชั่วโมง นำร่อง 6 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า หลากไลฟ์สไตล์หลากหลายช่วงเวลา ทั้งนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการหาสถานที่อ่านหนังสือ กลุ่มฟรีแลนซ์..๐๐

๐๐ นิรัชรา ศิริอำพันธ์กุล และพนิดา ตู้จินดา ชวนกันไปทัวร์ตามความเชื่อที่ว่าการได้ไปสัมผัส ประตู Holy Door ที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในอิตาลี ซึ่งเปิดแค่ 1 ครั้งใน 25 ปี เท่านั้น ด้วยการเดินผ่านประตูศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดในช่วงเวลาพิเศษ ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ทางศาสนาและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งทริปไปชื่นชมความงามของโบสถ์ทั้ง 8 โบสถ์..อิ่มบุญอิ่มใจ แต่เพื่อนรักที่ไปด้วยทั้งคณะอาจจะศรัทธาน้อยกว่า หมดแรงตั้งแต่เริ่มต้น..๐๐

คุณแหน

ไอคอนสยาม ประกาศจัด ‘Amazing Thailand Countdown 2026’ ตอกย้ำประเทศไทยเป็นหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก

ไอคอนสยาม ประกาศจัด 'Amazing Thailand Countdown 2026' ตอกย้ำประเทศไทยเป็นหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก

ไอคอนสยาม ประกาศจัด ‘Amazing Thailand Countdown 2026’ ตอกย้ำประเทศไทยเป็นหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.11 น.

ไอคอนสยาม เชิญคนไทยฉลอง 7 ปี พร้อมรางวัลระดับโลก แจก E-GIFT CARD 700 บาท 10,000 สิทธิ์ มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ประกาศจัด “Amazing Thailand Countdown 2026” ตอกย้ำประเทศไทยเป็นหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชิญคนไทยร่วมฉลองรางวัลโครงการทรงอิทธิพลระดับโลกจาก MAPIC AWARDS 2025 พร้อมฉลองครบรอบ 7 ปี แจก SIAM E-GIFT CARD มูลค่า 700 บาท จำนวน 10,000 สิทธิ์ และเสื้อยืด Limited-Edition 3,000 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท

ผนึกกำลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและพันธมิตรจัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2026 ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก” ยกระดับงานเคานต์ดาวน์ประเทศไทยเป็น Global Festival Landmark มั่นใจกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช่วงสิ้นปี 

ความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ การแสดงโดรน เพื่อน้อมถวายความอาลัยและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จาก Crostars (โครสตาร์ส) ผู้นำด้านโชว์โดรนระดับโลกจากจีน และการแสดงพลุรักษ์โลก ความยาว 1,400 เมตร ยาวที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยผู้กำกับพลุมือรางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น

ขนทัพศิลปินไอคอนิกระดับโลก นำโดย Mark Tuan (มาร์ค ต้วน) ปะทะสุดยอดไอคอนิกไทย รวมกว่า 200 ศิลปินดัง สร้างปรากฏการณ์บันเทิงสุดอลังการริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้กับผู้ชมทุกคน

ตอกย้ำศักยภาพให้ประเทศไทยยืนหนึ่งเป็น Global Countdown Destination ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

งาน  “Amazing Thailand Countdown 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 31 ธันวาคม 2568 ที่ ไอคอนสยาม

คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวถึงการจัดงานฉลอง 7 ปีว่า ไอคอนสยาม เชิญชวนคนไทยร่วมฉลองความเป็นเลิศของไทยบนเวทีโลก หลังคว้ารางวัลโครงการทรงอิทธิพลระดับโลก MAPIC AWARDS 2025 พร้อมฉลองครบรอบ 7 ปีอย่างยิ่งใหญ่ แจก SIAM E-GIFT CARD มูลค่า 700 บาท จำนวน 10,000 สิทธิ์ และเสื้อยืด ICONSIAM Limited Edition กว่า 3,000 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ไอคอนสยามประกาศจับมือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), กรุงเทพมหานคร, หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และพันธมิตรทุกภาคส่วน จัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2026 มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก”  เพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในงานเคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก และเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไฮซีซัน ทั้งภาคธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

“งาน Amazing Thailand Countdown 2026 เป็นมหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่เกิดขึ้นจากพลังความร่วมมือสุดยิ่งใหญ่จากพันธมิตรผู้ร่วมสนับสนุน อาทิ เครือเจริญโภคภัณฑ์, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท โอนเดส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท โกลเด้น ทอร์เก้น จำกัด, บริษัท ปุริ จำกัด, โรงพยาบาลสมิติเวช, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน), บริษัท ที.แมน ฟาร์มาซูติตอล จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็น.เอ.พี.เซอร์วิส แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด และสายการบิน สตาร์ลักซ์ แอร์ไลน์ โดยนำความเป็นที่สุดของโลกมาบรรจบกับความเป็นที่สุดของไทย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ให้ทุกคนได้สัมผัสกับเฟสติวัลระดับโลก เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในการเป็น Global Destination และเสริมแกร่งให้ประเทศก้าวสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ พร้อมสะท้อนพลัง Soft Power ของไทยในการสร้างเทศกาลระดับนานาชาติที่ขยายผลทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นกระแสการเดินทางในช่วงไฮซีซัน เพิ่มการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวของทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศให้มากขึ้น มหาปรากฏการณ์ Amazing Thailand Countdown 2026 จึงไม่เพียงเป็นงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เวทีโลก ทั้งด้านภาพลักษณ์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ” คุณสุพจน์ กล่าวเพิ่มเติม 

ด้าน ดร.พัฒพงศ์  พงษ์สกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือบทพิสูจน์ว่างาน Amazing Thailand Countdown ไม่ใช่เพียงงานเทศกาลส่งท้ายปี แต่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่ Global Destination อย่างเต็มตัว สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติในด้านการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism) ที่มุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรม วิถีไทย และความงดงามของกรุงเทพฯ ผ่านโค้งน้ำเจ้าพระยาของไอคอนสยาม โดยครั้งนี้ Amazing Thailand Countdown 2026 ได้ต่อยอดความสำเร็จจากปีก่อน ๆ ด้วยการผนึกพลังแห่งความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ประจักษ์ต่อสายตาโลก ว่าเราไม่เพียงมีวัฒนธรรมดั้งเดิมที่งดงาม แต่ยังมีความร่วมสมัย มีพลังดึงดูดในหลากหลายมิติให้คนทั่วโลกปักหมุดมาเยือน ซึ่งเป็นการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับประเทศไทยให้เปล่งประกายบนเวทีการท่องเที่ยวโลก”

ด้าน คุณณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า “Amazing Thailand Countdown ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักภายใต้แคมเปญ ‘Thailand: The Great Celebration Destination’ ที่ช่วยกระตุ้นกระแสการเดินทางในช่วงปลายปี และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงไฮซีซันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากความสำเร็จจากครั้งล่าสุดที่ผ่านมา Amazing Thailand Countdown 2025  ที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 55 ล้านบาท กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่พิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายเคานต์ดาวน์ระดับโลก และในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเชื่อมั่นว่างาน Amazing Thailand Countdown 2026 จะยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่จะช่วยปลุกการท่องเที่ยวปลายปีให้คึกคัก และส่งผลเชิงเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติภาพรวมทั้งประเทศช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ในช่วงวันที่ 28 -31  ธันวาคม 2568 ไม่น้อยกว่า 500,000 คน โดยอ้างอิงจากปีที่ผ่านมา”

ดร.กฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวถึงบทบาทของงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยว่า “ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนับเป็นช่วงเวลาสำคัญของการจับจ่ายและการเดินทาง จะเห็นได้ว่าตลาดท่องเที่ยวปลายปีมีอัตราการเติบโตดีต่อเนื่องทุกปี และเป็นแรงส่งสำคัญต่อรายได้รวมของประเทศ การจัดงาน Amazing Thailand Countdown ที่ไอคอนสยาม ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ระดับนานาชาติให้กับนักท่องเที่ยว ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ สร้างรายได้ให้กับธุรกิจท้องถิ่นและผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และบริการริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงธุรกิจโดยรอบอย่างกว้างขวาง ถือเป็นกลไกสำคัญในการกระจายเม็ดเงินท่องเที่ยวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่และธุรกิจชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับปีนี้ จากแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดด และความนิยมของกิจกรรมเฉลิมฉลองระดับนานาชาติริมแม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าการจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ที่ไอคอนสยาม จะยิ่งส่งผลทางเศรษฐกิจมากขึ้น สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้ธุรกิจโดยรอบ ทั้งในพื้นที่ริมแม่น้ำและธุรกิจบริการในกรุงเทพฯ พร้อมทั้งเสริมความแข็งแรงให้ตลาดท่องเที่ยวเทศกาลปลายปีของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2569 ด้วย”

มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก

สำหรับงาน “Amazing Thailand Countdown 2026” กำหนดจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “A GLOBAL PHENOMENAL CELEBRATION AT THE ICON UNRIVALED – มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก” โดยความร่วมมือจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตลอดจนรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่จากพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมสร้างปรากฏการณ์เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระดับโลกริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในงานพบกับประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ทั้ง

4D Sky “In Eternity Reverence” to Honor Her Majesty The Queen Mother เพื่อน้อมถวายความอาลัย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งแรกของโลกกับการรวมพลังครั้งสำคัญ สร้างสรรค์โชว์สุดยิ่งใหญ่ 4 มิติเหนือท้องฟ้า ด้วยการแสดงพลุรักษ์โลก ผสานโดรน และไพโรเทคนิคสุดอลังการ เหนือแม่น้ำเจ้าพระยา จาก Crostars (โครสตาร์ส) ผู้นำด้านโชว์โดรนระดับโลกจากจีน, และ Okuchi Yoshimasa (โอคุจิ โยชิมาสะ) ผู้กำกับการแสดงพลุรักษ์โลกมือรางวัลระดับโลกจากญี่ปุ่น เต็มอิ่มกว่า 20 นาที ในค่ำคืนส่งท้ายปี วันที่ 31 ธันวาคม 2568

The Unrivaled Global Performance: Where The Best of Thailand Meets The Best of The World ค่ำคืนแห่งความยิ่งใหญ่ เมื่อสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและโลกมาบรรจบกัน กับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษจากศิลปินระดับโลกมาสร้างสรรค์โชว์ร่วมกับศิลปินไอคอนิกของไทย เพื่อถ่ายทอดโมเมนต์แห่งตำนานและมอบประสบการณ์ความบันเทิงเหนือความคาดหมาย ที่ผู้ชมทั่วโลกจะไม่มีวันลืม ในค่ำคืนส่งท้ายปี วันที่ 31 ธันวาคม 2568

The Unrivaled Global Celebration – Endless Riverfront Entertainment Arena ที่สุดของมหาปรากฏการณ์ความบันเทิงระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด ที่เกิดขึ้นที่ไอคอนสยามเท่านั้น กับ The Largest Riverfront Dance Arena เนรมิตริเวอร์ พาร์ค เป็นฟลอร์เต้นรำที่ใหญ่ที่สุด พร้อมบรรยากาศสุดมันส์จากดีเจชื่อดัง ให้ทุกคนปลดปล่อยจังหวะแห่งความสุขได้เต็มที่ และศิลปินแถวหน้าของไทยกว่า 200 ชีวิต อาทิ เก่ง–น้ำปิง, หลิงหลิง–ออม, ซี–นุนิว, เติ้ล–เฟิร์สวัน, BUS because of you i shine, Proxie, เจฟ ซาเตอร์, Bodyslam, Slot Machine, Three Man Down, Y2Z, 4EVE, PiXXiE, ATLAS, DEXX, URBOYTJ, CIR*CRL, The 52 Area, CD x Nara และ DJ Paul Sirisant, DMD BOYS, XEBIS ENTERTAINMENT, Laz1, ศิลปินจากค่าย I AM และ WAYDAY พร้อมด้วยศิลปินจาก PROJEXT52 ลีซอ ธีรเทพ, ANGEL ANGIE, ฟลุ๊คจ์ พงศภัทร์ และ DRiPA

ร่วมโมเมนต์ระดับโลกในงาน Amazing Thailand Countdown 2026

ไอคอนสยามขอมอบความสุขส่งท้ายปี ให้แก่สมาชิก ONESIAM เพื่อรับบัตรเข้าร่วมงาน Amazing Thailand Countdown 2026 ระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 หลากหลายวิธีตั้งแต่วิธีที่ง่ายที่สุดอย่างการ Walk In การช็อป การสะสมยอดใช้จ่าย การร่วมสนุกผ่านร่วมกิจกรรมออนไลน์ ไปจนถึงสิทธิพิเศษจากการเป็นสมาชิก โดยสามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เข้าร่วมงานเพิ่มเติมได้ทาง www.iconsiam.com หรือ Facebook: ICONSIAM

เตรียมพบกับมหาปรากฏการณ์เฉลิมฉลองส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย Amazing Thailand Countdown 2026 ภายใต้แนวคิด “A GLOBAL PHENOMENAL CELEBRATION AT THE ICON UNRIVALED – มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ผนึกกำลังสุดยิ่งใหญ่ ฉลองไทยสะกดโลก” เฟสติวัลระดับโลกที่ผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน และพันธมิตรระดับนานาชาติ นำเสนอสุดยอดประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 นี้ ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม หรือเลือกรับชมผ่านการถ่ายทอดสด (Live) ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐ ทีวี ช่อง 32HD, ช่อง one31 และช่อง GMM25 หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊ก ไทยรัฐออนไลน์, ช่อง one31, The Standard, ข่าวสด, มติชน และ Feed โดยจะถ่ายทอดสดให้รับชมพร้อมกันตั้งแต่เวลา 23.00 น.เป็นต้นไป และช่องทางออนไลน์ของไอคอนสยาม Facebook และ YouTube ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1338   

#AmazingThailandCountdown2026 #ICONSIAM #ICONSIAMCountdown2026 #CountdownatICONSIAM #เคานต์ดาวน์ปีนี้ที่ไอคอนสยาม

-(016)

‘EndoliftX®’ ฉลองครบรอบ 1 ปี จัดงาน ‘The EndoliftX Expert Night’ พร้อมมอบรางวัลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ

‘EndoliftX®’ ฉลองครบรอบ 1 ปี จัดงาน ‘The EndoliftX Expert Night’ พร้อมมอบรางวัลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ

‘EndoliftX®’ ฉลองครบรอบ 1 ปี จัดงาน ‘The EndoliftX Expert Night’ พร้อมมอบรางวัลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฯ

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.00 น.

หลังจากสร้างปรากฎการณ์ใหม่ พลิกโฉมความงามกับนวัตกรรมสุดล้ำของโลก ให้ฮือฮาตลอดปีที่ผ่านมานายแพทย์ โกสินทร์ แจ่มเพ็ชรรัตน์ ผู้ถือลิขสิทธิ์และก่อตั้ง Endolift Thailand (Founder Endolift Thailand) ได้รับความไว้วางใจเป็นตัวแทนนำเข้า  EndoliftX® ( เอ็นโดลิฟท์ เอ็กซ์)นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์สุดล้ำระดับโลก จากประเทศอิตาลี ประเทศไทยเป็นเจ้าแรกๆ ในภูมิภาคเอเชีย  ส่งผลให้ผู้บริโภคสนใจและมีความมั่นใจในการเลือกใช้  Endolift X®  จนเป็นกระแสร้อนแรงในวงการสุขภาพและความงามของประเทศไทยได้รับการยอมรับในคุณภาพอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภค ฉลองครบรอบ 1 ปีในประเทศไทย จัดงาน “ The EndoliftX Expert Night ” เพื่อขอบคุณลูกค้าคนสำคัญที่เลือกใช้Endolift X® จนทำให้ประเทศไทยติดอันดับ 1 ในเอเชีย 

ภายในงาน  ได๋  ไดอาน่า จงจินตนาการ  พิธีกรกล่าวต้อนรับ นายแพทย์ โกสินทร์  แจ่มเพ็ชรรัตน์    ผู้ถือลิขสิทธิ์และก่อตั้ง   Endolift Thailand (Founder Endolift Thailand)   ประธานกล่าวเปิดงาน ร่วมด้วย ดร.พาวโล คอสซิส (Dr.PaoloCossich) แพทย์ฝ่ายบริหารจากบริษัท ยูโฟตอน ประเทศอิตาลี,ดร.ริคคาร์โด ฟอร์ท (Dr.Riccardo Forte ) แพทย์ผู้พัฒนาคิดค้นเทคนิค Endolift X® ได้รับความยกย่องให้เป็น The Father of EndoliftX® สอนเทคนิคนี้กับแพทย์ทั่วโลก ให้เกียรติร่วมพูดคุยบนเวที เปิดไฮไลท์โชว์กับนักร้องเสียงคุณภาพ “มาเรียม B5” พบกับอินฟลูตัวแม่ “ เม พรีมายา ”  มาร่วมพูดคุย  โดยมีลูกแฝด “น้องโมเน่ พชรมน – น้องโซล พชร” พ่อแซก สิทธานต์ ที่กำลังมาแรงในโลกโซเชียล ร่วมเสิร์ฟความสุข  แจกรอยยิ้ม  ความสดใสน่ารัก ให้ผู้ร่วมงานได้อมยิ้ม ฟิน!! ความสุขกันทู๊กกกคน   จากนั้นฟังบทเพลงไพเราะจากดิว่าสาว “ลิเดีย ศรัณย์รัชต์  ดีน” ร่วมมอบความสุขในค่ำคืนสุดพิเศษ  ปิดท้ายด้วยการมอบรางวัลให้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา เป็นกำลังใจในการนำนวัตกรรม EndoliftX® ให้เป็นที่รู้จักและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า จนติดอันดับ 1 ของเอเซีย 

นายแพทย์ โกสินทร์ กล่าวว่า  ที่ผ่านมาการทำศัลยกรรมและการแปลงโฉมที่มีชื่อเสียง หลายท่านจะนึกถึงแดนกิมจิเป็นศูนย์กลางแห่งความงามระดับเอเชีย แต่ปัจจุบันโลกกำลังจับตามองประเทศไทย ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำระดับโลกจากประเทศอิตาลี กับนวัตกรรมเปลื่ยนชีวิต  EndoliftX®  สร้างบุคลิกใหม่ในแบบที่เป็นธรรมชาติ กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง กับการแปลงโฉมด้วยไฟเบอร์เลเซอร์ขนาดจิ๋ว ที่ช่วยเปลี่ยนชีวิตผู้คนมากมายและช่วยแก้ปัญหาได้หลากหลายจุด 

ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ประเทศไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยี Endolift X®   ก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในเอเชีย เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมแพทย์ไทยได้รับการยอมรับในระดับโลก เกิดจากความมุ่งมั่นพัฒนาเทคนิคอย่างต่อเนื่อง จนได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพึงพอใจ สู่การดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้บินตรงมายังประเทศไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์ความงามรูปแบบใหม่ นับเป็นการสร้างมิติใหม่แห่งวงการดูแลสุขภาพเกิดเป็น Medical Tourism ที่ไม่เพียงยกระดับวงการแพทย์ไทย และยังกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลกในเรื่องทัวร์สุขภาพอีกด้วย ทำให้ทีมแพทย์ไทยเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และได้รับมอบหมายจากประเทศอิตาลีให้เป็นแพทย์ผู้สอนและถ่ายทอดองค์ความรู้ รวมถึงเทคนิคใหม่ๆของ EndoliftX® ให้กับประเทศเพื่อนบ้านในแถบภูมิภาคเอเชียทั้ง ไทย พม่า ลาว และกัมพูชา ”

ศึกษารายละเอียดเทคโนโลยี EndoliftX  ได้ทางเพจ : Endolift Thailand และค้นหารายชื่อแพทย์และสถานพยาบาลที่ได้รับมาตรฐานในการบริการทั่วประทศไทยได้ผ่าน   Line Official : @endoliftthailand

-(016) 

สำเร็จไปอีก้าว! ‘LYO’ เจาะตลาดจีน ปิดดีล 2 บิ๊ก ‘Suwan – Nexora’ แดนมังกร

สำเร็จไปอีก้าว! ‘LYO’ เจาะตลาดจีน ปิดดีล 2 บิ๊ก ‘Suwan - Nexora’ แดนมังกร

สำเร็จไปอีก้าว! ‘LYO’ เจาะตลาดจีน ปิดดีล 2 บิ๊ก ‘Suwan – Nexora’ แดนมังกร

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.48 น.

บมจ. 88(ไทยแลนด์) “88TH” เดินเกมรุกต่อจิ๊กซอว์ เจาะตลาดแดนมังกร ล่าสุด “นพรัตน์ มาลัยวงค์” ผู้ก่อตั้งและกรรมการ 88TH บินลัดฟ้า ปิดดีลลงนามเซ็นสัญญา 2 พันธมิตรบิ๊กเนมชื่อดังในจีน อย่าง “Suwan” เป็นตัวแทนจัดจำหน่ายแบรนด์ “LYO” ซึ่งมี “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” พิธีกร-ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง จาก รายการ โหนกระแส และ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ เป็นพาร์ทเนอร์ใหญ่ พร้อมลงนามแต่งตั้ง “Nexora” เป็นตัวแทนจำหน่าย แบบ Cross-Border E-Commerce บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้ง Tmall Global, JD Worldwide, Douyin Global, และXiaohongshu Global ชี้ตลาดจีนศักยภาพสูง 

นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ “88TH” ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม ซึ่งปัจจุบันมี 3 แบรนด์หลัก ประกอบด้วย  1.กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะแบรนด์ LYO (ไลโอ) 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบรนด์ Hone (โฮน) 3.กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์ ver.88 (เวอร์.88) เปิดเผยว่า ล่าสุด บริษัทฯ ได้ลงนามเซ็นสัญญา    ความร่วมมือกับพันธมิตร 2 ราย ในประเทศจีน ได้แก่ Shenzhen Suwan New Materials Co., Ltd. (Suwan) โดยแต่งตั้งให้เป็น “ตัวแทนจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว (Exclusive Distributor)” ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ “LYO” ในประเทศจีน โดย Suwan จะรับผิดชอบในการขาย และทำตลาดผ่านช่องทางขายในประเทศจีน ทั้งรูปแบบการขาย Offline อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก เป็นต้น และ รูปแบบ Online

นอกจากนี้ “88TH” ได้มีการลงนามเซ็นสัญญา กับ Hong Kong Nexora International Limited (Nexora) เพื่อแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบ Cross-Border E-Commerce ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จีน ได้แก่ Tmall Global, JD Worldwide, Douyin Global และ Xiaohongshu Global รวมทั้ง Platform อื่นๆ

“88TH” ร่วมเซ็นสัญญากับ 2 พันธมิตรทั้ง Suwan โดยเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในจีน และ Nexora เป็นตัวแทนจำหน่ายแบบ Cross-Border ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จีน เพราะเล็งเห็นว่าทั้ง 2 บริษัท มีความเชี่ยวชาญในการจัดจำหน่ายสินค้าในตลาดจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องทางการจำหน่าย “JD แพลตฟอร์ม” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ของประเทศจีน โดยเน้นการขายสินค้าคุณภาพสูงและมีระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง และการจัดส่งอย่างรวดเร็ว”

ด้าน “หนุ่ม กรรชัย” เผยว่า “วันนี้ ไลโอ สามารถบุกตลาดจีนได้ ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่ง  และเป็นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่เราจะทำตลาดต่างประเทศ เป็นความภาคภูมิใจของผลิตภัณฑ์ไทย ที่ออกสู่ตลาดโลก และแน่นอนว่าเราไม่หยุดนิ่งเพียงเท่านี้ ในปีหน้าก็จะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาให้ตื่นเต้นกันตลอดทั้งปี ยังไงก็ขอฝาก ไลโอ ไว้ด้วยนะครับ”

การที่ “88TH” ขยายฐานไปสู่ตลาดในประเทศจีน เนื่องจากจีนเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ที่สำคัญ  คนจีนให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพของเส้นผม และชื่นชอบในแบรนด์และสมุนไพรของประเทศไทย ดังนั้น “LYO” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (ออร์แกนิค) จึงตอบโจทย์ความต้องการของตลาดจีน พร้อมทั้งยังตอกย้ำทิ้งท้ายว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ สู่การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว 

-(016)

NT ชู AI ยกระดับโครงการ CSR ต่อยอดโครงการเพาะพันธุ์ดี NT Youth Club สร้างเยาวชน/ชุมชนเข้มแข็ง

NT ชู AI ยกระดับโครงการ CSR ต่อยอดโครงการเพาะพันธุ์ดี NT Youth Club สร้างเยาวชน/ชุมชนเข้มแข็ง

NT ชู AI ยกระดับโครงการ CSR ต่อยอดโครงการเพาะพันธุ์ดี NT Youth Club สร้างเยาวชน/ชุมชนเข้มแข็ง

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.37 น.

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT จัดพิธีเปิดกิจกรรม Showcase “เสม็ดงามด้วยใจ เพาะพันธุ์ดีด้วยมือเรา” ภายใต้โครงการ CSR เพาะพันธุ์ดี NT Youth Club ประจำปี 2568 ณ ชุมชนสองฝั่งคลองหนองบัว – เสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี  จัดขึ้นเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการพัฒนาชุมชนในโครงการเพาะพันธุ์ดี NT Youth Club ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี โดย นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อม นายปิยะ รัชตวรคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มขายและปฏิบัติการลูกค้าภาคตะวันออก ร่วมเป็นประธานในพิธี โดยมี นายวรชาติ อาลัยลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายขายและปฏิบัติการลูกค้า ภาคตะวันออกตอนบน ของ NT หน่วยงานภาครัฐและเอกชนในจังหวัดจันทบุรี คณะผู้บริหาร นักเรียนจากตัวแทนชุมชนภาคตะวันออก 11 แห่ง เข้าร่วมงาน และนำสินค้าของชุมชนร่วมออกร้าน พร้อมอบรมประกวดคลิปสั้นในกิจกรรม Showcase กิจกรรม CSR ปล่อยปูปลา ณ ป่าชายเลนเสม็ดงาม เพื่อปลูกจิตสำนึกเยาวชนในการอนุรักษ์ธรรมชาติ 

นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวถึงความยินดีและภาคภูมิใจที่เยาวชนและชุมชนในจังหวัดจันทบุรี ได้ร่วมกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาทักษะ และประชาสัมพันธ์ชุมชน พร้อมร่วมสนับสนุนและยินดี ที่ NT มุ่งมั่น ทุ่มเท และตั้งใจเสียสละเวลา บริการสื่อสารและอบรมดิจิทัล ทำภารกิจและโครงการดีๆ ที่สร้างความเข้มแข็งทำให้เยาวชนและชุมชนในสังคมทุกพื้นที่มีทักษะความสามารถ บูรณาการเทคโนโลยีเหล่านี้นำไปใช้เป็นประโยชน์ได้แท้จริง

นายปิยะ รัชตวรคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มขายและปฏิบัติการลูกค้าภาคตะวันออก NT เปิดเผยภาพรวมโครงการพร้อมเน้นย้ำว่า NT มียุทธศาสตร์หลักด้าน CSR ขององค์กร คือ การเป็นผู้ให้บริการที่ดำเนินการเพื่อสังคม โดยนำความสามารถด้านดิจิทัล AI  IoT และสื่อสารโทรคมนาคม มาทำกิจกรรมส่งเสริมให้เกิดประโยชน์ต่อเยาวชน/ชุมชน รวมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างสร้างสรรค์รู้เท่าทัน สร้างเครือข่ายเยาวชน ตัวแทนชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนมีทิศทาง และเป็นตัวช่วยในการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น กิจกรรมในโครงการ CSR ของ NT โครงการเพาะพันธุ์ดี NT Youth Club ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน มีชุมชนเข้าร่วมโครงการแล้ว 85 ชุมชน ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการร่วมพัฒนาศักยภาพเยาวชน พร้อมสร้างรากฐานด้านเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนและสังคม ในทุกพื้นที่ของประเทศ ให้มีความเข้มแข็งและเติบโตได้อย่างมีศักยภาพต่อไปในอนาคต

ในปี 2568 NT ได้มีการจัดกิจกรรม Showcase รวม 2 ครั้ง โดยจัดครั้งแรกเมื่อ 15 สิงหาคม 2568 เปิดกิจกรรม “เดินดิน ถิ่นอีสาน เรียนผ่านแลนด์มาร์ก” ณ ชุมชนเลยรักษ์ ฮักเลย อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกภาคส่วน  และแห่งที่ 2 ชุมชนสองฝั่งคลองหนองบัว – เสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี ได้รับคัดเลือกให้จัดกิจกรรม Showcase “เสม็ดงามด้วยใจ เพาะพันธุ์ดีด้วยมือเรา” เพื่อสร้างความต่อเนื่องของโครงการ เพาะพันธุ์ดี NT Youth Club บูรณาการความรู้ด้านดิจิทัล ร่วมกับนำเสนอเรื่องราวของชุมชนในมุมมองที่สร้างสรรค์ ด้วยการส่งเสริมให้เยาวชนใช้ดิจิทัลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและชุมชน ปลูกฝังการมีจิตสาธารณะ พร้อมช่วยเหลือสังคมและทราบถึงประโยชน์ที่ได้รับ การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในชุมชนผ่านสื่อสร้างสรรค์ด้วยคลิปสำหรับเผยแพร่ทางสังคมออนไลน์อีกด้วย

กิจกรรม Showcase “เสม็ดงามด้วยใจ เพาะพันธุ์ดีด้วยมือเรา”  ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ จาก NT ร่วมกับตัวแทนชุมชนมากมาย ได้แก่ 

– การออกบูธร้านสินค้า OTOP และอาหารท้องถิ่นต่างๆ จาก 11 ชุมชนภาคตะวันออก อาทิ เครื่องประดับ ชุมชนตลาดบ้านใหม่ จังหวัดฉะเชิงเทรา  กางเกงพัทยา ชุมชนบ้านช่องแสมสาร จังหวัดชลบุรี  ก้างปลาโคก ชุมชนเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี  ครกหิน ชุมชนอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี  สินค้าสุขภาพ ชุมชนมาบตาพุด จังหวัดระยอง  ตะแกรง ชุมชนบ้านดงกระทงยาม จังหวัดปราจีนบุรี  ผ้าทอมือ ชุมชนบ้านสุขสำราญ จังหวัดสระแก้ว  กล้วยฉาบ ชุมชนหินตั้ง จังหวัดนครนายก ตะกร้าสาน ชุมชนบ้านเกาะหวาย จังหวัดนครนายก ตังเมกรอบ ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว  จังหวัดตราด และ เสื่อจันทบูร ขนมจาก ชุมชนสองฝั่งคลองหนองบัว-เสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี

– มอบกล้อง CCTV สร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการมีส่วนร่วมกับการสร้างความปลอดภัยของชุมชนให้แก่ผู้นำชุมชน เพื่อติดตั้งบริเวณจุดเสี่ยงในชุมชนเสม็ดงาม 

– กิจกรรมปล่อยปูและปลาร่วมกัน  ณ ป่าชายเลนเสม็ดงาม ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี

– อบรม “การใช้เทคโนโลยี AI เพื่อพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน” พร้อมจัดประกวดการทำคลิปสั้น และมอบรางวัล แก่ตัวแทนเยาวชนจาก 11 ชุมชน ภาคตะวันออก  

NT ร่วมแบ่งปันเทคโนโลยี สร้างสังคมดีไปด้วยกัน ได้ที่  Facebook: NT CSR                          

-(016)

คุยกัน 7 วันหน: ญี่ปุ่นเจ็บตัวหนัก จากข้อพิพาทปมไต้หวันกับจีน

คุยกัน 7 วันหน: ญี่ปุ่นเจ็บตัวหนัก  จากข้อพิพาทปมไต้หวันกับจีน

คุยกัน 7 วันหน: ญี่ปุ่นเจ็บตัวหนัก จากข้อพิพาทปมไต้หวันกับจีน

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.32 น.

ข้อพิพาททางการทูตระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่ลุกลามจากคำพูดของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ เรื่องการตอบโต้ทางทหารหากจีนบุกไต้หวัน กำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น เพราะจีนเอาจริงด้วยการตอบโต้ทางเศรษฐกิจและด้านอื่นๆ จนญี่ปุ่นตั้งตัวแทบไม่ทัน

ความตึงเครียดล่าสุดระหว่างจีนและญี่ปุ่นเกิดขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำหญิงของญี่ปุ่น กล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า หากจีนเปิดฉากโจมตีทางทหารต่อไต้หวัน อาจสร้างสถานการณ์เสี่ยงที่คุกคามต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น และอาจทำให้ญี่ปุ่นตัดสินใจใช้กำลังทหารได้

คำพูดนี้ส่งผลให้ทางการจีนไม่พอใจอย่างหนัก เริ่มจากกระทรวงต่างปรเทศจีนเรียกเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงปักกิ่งเข้าพบ เพื่อประท้วงคำกล่าวดังกล่าวและเรียกร้องให้ผู้นำญี่ปุ่นถอนคำพูด พร้อมทั้งเตือนให้ญี่ปุ่นหยุดเล่นกับไฟ และเสริมว่า หากญี่ปุ่นกล้าแทรกแซงสถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน จะถือเป็นการรุกรานและต้องประสบกับความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ หนังสือพิมพ์พีแอลเอ เดลี (PLA Daily) กระบอกเสียงของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนเตือนว่า ญี่ปุ่นเสี่ยงทำให้ทั้งประเทศกลายเป็นสมรภูมิ หากเข้าแทรกแซงทางทหารในช่องแคบไต้หวัน

จีนเตือนพลเมืองเลี่ยงเดินทางไปญี่ปุ่น

ต่อมาเมื่อวันศุกร์ที่ 14 พ.ย. กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์เตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงนี้ จากกรณีผู้นำญี่ปุ่นได้แสดงความเห็นยั่วยุเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน ส่งผลให้บรรยากาศการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนเสื่อมถอยลงอย่างมาก และสร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของชาวจีนในญี่ปุ่นอย่างยิ่ง จึงขอแนะนำอย่างยิ่งให้ประชาชนชาวจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงอนาคตอันใกล้ ส่วนผู้ที่อยู่ในญี่ปุ่นอยู่แล้วขอให้ติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและเพิ่มการดูแลตนเอง หากเกิดเหตุฉุกเฉินให้รีบแจ้งตำรวจและขอความช่วยเหลือจากสถานทูตและสถานกงสุลจีน

ส่วนสายการบินใหญ่ 6 แห่งของจีน ประกอบด้วยแอร์ไชนา, ไชนาเซาเทิร์นแอร์ไลน์, ไชนาอีสเทิร์นแอร์ไลน์, ไห่หนานแอร์ไลน์, เสฉวนแอร์ไลน์ และเซี่ยเหมินแอร์ ออกประกาศให้ผู้โดยสารสามารถขอเงินคืนหรือเปลี่ยนตั๋วโดยสารที่เดินทางไปญี่ปุ่นก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่งผลให้สายการบินจีนมียอดยกเลิกตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นแล้วเกือบ 5 แสนที่นั่ง ขณะที่จำนวนการยกเลิกตั๋วในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีมากกว่าการจองใหม่ถึง 27 เท่า

แน่นอนว่ามาตรการนี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธุรกิจท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงปลายปีอันเป็นช่วงไฮซีซั่น ข้อมูลจากทางการญี่ปุ่นระบุว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 มีชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวญี่ปุ่นมากถึงเกือบ 7.5 ล้านคน สูงที่สุดในบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 31.65 ล้านคนที่ไปญี่ปุ่นในช่วงเวลาดังกล่าว ชาวจีนมักนิยมเดินทางไปญี่ปุ่นเนื่องจากเที่ยวบินสั้น แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และราคาที่ดึงดูดใจจากการอ่อนค่าของเงินเยน เฉพาะเดือนกรกฎาคม-กันยายนปีนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนใช้จ่ายในญี่ปุ่นรวม 590,000 ล้านเยน (ราว 123,390 ล้านบาท) สูงที่สุดเมื่อเทียบเป็นรายประเทศหรือรายภูมิภาค

ผู้บริหารบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในกรุงโตเกียวเปิดเผยว่า มีกรุ๊ปทัวร์จากจีนขอยกเลิกการเดินทางเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายของบริษัททัวร์ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 10 ของยอดขายทั้งหมดจนถึงสิ้นปีนี้ จนถึงขณะนี้มีกรุ๊ปทัวร์ขอยกเลิกไปแล้วถึง 20 กลุ่ม คิดเป็นร้อยละ 80 ของยอดขายตลอดทั้งปี การถูกยกเลิกทัวร์ทำให้บริษัทเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะการยกเลิกแบบกะทันหัน เพราะทางบริษัทได้ดำเนินการติดต่อโรงแรม ร้านอาหาร ไกด์นำเที่ยว และการจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเอาไว้แล้ว ผู้บริหารบริษัททัวร์แห่งนี้ ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนบอกว่า หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้สัก 1-2 เดือนก็พอจะรับมือไหว แต่ถ้าหากลากยาวไปกว่านี้คงได้รับความเสียหายหนัก

สั่งระงับนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่น

จีนยังสั่งห้ามการนำเข้าอาหารทะเลของญี่ปุ่นทั้งหมด อ้างเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจของญี่ปุ่นที่ปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ประสบความเสียหายลงสู่ทะเลในปี 2566 ทั้งที่เมื่อช่วงต้นปีนี้ จีนเพิ่งผ่อนคลายมาตรการจำกัดการนำเข้าอาหารทะเลญี่ปุ่นบางส่วน หลังจากเคยแบนอาหารทะเลบางส่วนจากญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน เปิดเผยว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน แม้ว่าอาหารทะเลจากญี่ปุ่นจะส่งออกมายังจีน แต่จีนไม่มีตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านี้

การระงับคำสั่งซื้อนี้กระทบญี่ปุ่นอย่างหนัก เพราะจีนเป็นตลาดหลักของอาหารทะเลญี่ปุ่น รองรับการส่งออกอาหารทะเลทั้งหมดของญี่ปุ่นมากกว่า 1 ใน 5 หากจีนระงับคำสั่งซื้อทั้งหมด ชาวประมง อุตสาหกรรมแปรรูป และผู้ส่งออกอาหารทะเลในญี่ปุ่นจะเดือดร้อน โดยรวมส่งออกอาหารทะเลญี่ปุ่นปี 2566 มูลค่า 3.9 ล้านล้านเยน (ราว 858,000 ล้านบาท) ญี่ปุ่นอาจต้องหาตลาดใหม่ แต่การแข่งขันสูงและต้นทุนเพิ่มจะฉุดกำไรลง

ขัดแย้งลามถึงการฉายภาพยนตร์

ข้อพิพาทล่าสุดระหว่างญี่ปุ่นกับจีนยังส่งผลกระทบลามไปถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ หลังจากบริษัทผู้นำเข้าและบริษัทผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ในจีนแจ้งว่า ภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2 เรื่องคือ “เครยอนชินจังเดอะมูฟวี่ ตอน ร้อนแรงแซ่บเวอร์! แดนเซอร์แห่งคาซึคาเบะ” (Crayon Shin-chan the Movie: Super Hot! Scorching Kasukabe Dancers) และ “เซลล์ขยันพันธุ์เดือด” (Cells at Work!”) จะยังไม่ฉายในจีนตามกำหนด จากเดิมที่มีกำหนดฉายในอีกไม่กี่สัปดาห์  โดยให้เหตุผลว่าเป็นเพราะกระแสสังคมในหมู่ผู้ชมชาวจีนกำลังต่อต้านญี่ปุ่นอย่างหนัก เช่นเดียวกับภาพยนตร์อนิเมชันเรื่อง “ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต” (Demon Slayer: Infinity Castle) ที่มีกระแสตอบรับดีในช่วงแรก กลับมียอดจำหน่ายตั๋วลดลง เนื่องจากผู้ชมชาวจีนมีความไม่พอใจอย่างมากจากคำพูดของผู้นำญี่ปุ่น

ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ญี่ปุ่นพยายามจะรอมชอมกับจีนในอีกมุมหนึ่ง ขณะที่ในมุมของประชาชนทั่วไป ชาวจีนในกรุงปักกิ่งมองว่าความตึงเครียดที่เกิดขึ้นไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนมากขนาดนั้น เพราะมองว่าการเมืองก็คือการเมือง บางคนระบุว่าไม่ได้สนใจความขัดแย้งทางการทูตมากเป็นพิเศษ เพราะการเมืองเป็นเรื่องของกลุ่มที่มีอำนาจสูงกว่า จึงมองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตัวบุคคลในระดับประชาชนมากเท่าใดนัก

แต่สำหรับผู้ประกอบการในบางธุรกิจและอุตสาหกรรม แน่นอนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ โดยเฉพาะกับบริษัทญี่ปุ่นบางแห่งคงอยู่ไม่ได้หากไม่มีแรงซื้อจากชาวจีน จึงอยากจะให้ทางการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้อย่างเร่งด่วนและไม่ให้กระทบสัมพันธ์

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนในความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น ที่อาจกระทบเศรษฐกิจทั้งสองฝ่าย หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

โดย ดาโน โทนาลี

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชาวอิหร่านขอฝนแก้ภัยแล้ง

ประมวลภาพชาวอิหร่านจำนวมากรวมตัวในกรุงเตหะราน และอีกหลายเมืองของประเทศในสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อทำพิธีขอฝนให้ช่วยตกลงมาแบบหนักๆ หลังจากที่ประเทศเผชิญปัญหาภัยแล้ง ปริมาณฝนตกในอิหร่านลดต่ำลงถึงเกือบร้อยละ 90 เมื่อเทียบกับปริมาณฝนตกโดยเฉลี่ยที่ผ่านมา อีกทั้งกำลังเผชิญฤดูใบไม้ร่วงที่แห้งแล้งที่สุดในรอบ 50 ปี จนเขื่อนและอ่างเก็บน้ำหลายแห่งของประเทศแทบไม่มีน้ำหลงเหลือ จนรัฐบาลเตรียมแก้ปัญหาด้วยการปันส่วนระบบน้ำประปาของกรุงเตหะราน และอาจต้องอพยพประชาชนบางส่วนออกจากเมืองหลวง