ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงาน ‘เทศกาลของดีจังหวัดพะเยา เกษตรปลอดภัย ผักสวยน้ำใส’ หนุนเศรษฐกิจฐานรากอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงาน ‘เทศกาลของดีจังหวัดพะเยา เกษตรปลอดภัย ผักสวยน้ำใส’ หนุนเศรษฐกิจฐานรากอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ซีพี แอ็กซ์ตร้า จัดงาน ‘เทศกาลของดีจังหวัดพะเยา เกษตรปลอดภัย ผักสวยน้ำใส’ หนุนเศรษฐกิจฐานรากอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.21 น.

โลตัส ผู้นำธุรกิจค้าปลีกภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิสาหกิจชุมชนผักสวยน้ำใสพะเยา สำนักงานเกษตรอำเภอเชียงคำ และสำนักงานพัฒนาชุมชน จัดงาน “เทศกาลของดีจังหวัดพะเยา เกษตรปลอดภัย ผักสวยน้ำใส” บริเวณลานกิจกรรม โลตัส สาขาเชียงคำ เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และต่อยอดโครงการ “ฮักน้ำยม พะเยาโมเดล” ที่มุ่งอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำแม่น้ำยมควบคู่ไปกับการสร้างงานสร้างอาชีพในท้องถิ่น โดยได้รับเกียรติจาก  นายไชยกฤต ปิงเมือง ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากนักเรียนโรงเรียนเชียงคำวิทยาคม สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและสร้างบรรยากาศคึกคัก

ทั้งนี้ โลตัส สาขาเชียงคำ ได้สนับสนุนพื้นที่จัดงานในทุกวันพฤหัสบดี ตลอดเดือนกันยายน เพื่อให้เป็นพื้นที่สร้างความสุขของชุมชน (Happy Community) รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการใช้ชีวิตที่เชื่อมโยงผู้คนและชุมชนเข้าด้วยกัน โดยภายในงานมีการจำหน่ายผักและผลไม้สด ผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ตลอดจนสินค้า OTOP อาหารและเครื่องดื่มที่ผลิตโดยกลุ่มเกษตรกร กลุ่มแม่บ้าน และผู้ประกอบการท้องถิ่น นับเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ผลิตในชุมชนกับผู้บริโภคโดยตรง สร้างรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกรรายย่อย ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ช่วยตอกย้ำแนวทางการทำธุรกิจที่เติบโตเคียงคู่กับสังคม สิ่งแวดล้อม และการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

LifeDee เปิดตัวฟังก์ชันใหม่ แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงไข้เลือดออกและดัชนีความร้อน

LifeDee เปิดตัวฟังก์ชันใหม่ แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงไข้เลือดออกและดัชนีความร้อน

LifeDee เปิดตัวฟังก์ชันใหม่ แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงไข้เลือดออกและดัชนีความร้อน

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.19 น.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดงานเปิดตัวแอปพลิเคชัน LifeDee V.2 เพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน โดยการนำเอาเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศประยุกต์ใช้ด้านสุขภาพ หรือ GeoHealth แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงโรคไข้เลือดออกและการติดตามดัชนีความร้อน” ณ ห้องมิราเคิล แกรนด์ C ชั้น 4 โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร       

ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า แอปพลิเคชัน Life Dee ถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าสำคัญของ GISTDA ในการนําเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับข้อมูลด้านสาธารณสุขเชิงพื้นที่ หรือ Geo-Health โดย Life Dee Version 2  ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากเวอร์ชันแรก เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเข้ากับข้อมูลเชิงพื้นที่ได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

GISTDA ได้เพิ่มขีดความสามารถของแอปพลิเคชัน คือ 1.การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงของโรคไข้เลือดออก ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมที่สกัดจากข้อมูลจากดาวเทียมและข้อมูลด้านสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ รวมถึงไข้เลือดออก 2.การติดตามดัชนีความร้อนเพื่อแจ้งเตือนประชาชน ที่เป็นการบูรณาการข้อมูลจากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศร่วมกับข้อมูลจากสถานีตรวจวัดอากาศภาคพื้นดิน พัฒนาระบบแจ้งเตือนดัชนีความร้อน (Heat Index) เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวเนื่องกับความร้อน

โดยในปี 2569 Life Dee จะต่อยอดการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในการเข้าถึงบริการสาธารณะให้แก่ผู้สูงอายุ และผู้พิการให้สามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมและปลอดภัยในที่สาธารณะ ตามมาตรฐานสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการขั้นพื้นฐาน ได้แก่ ที่จอดรถ ทางลาด ป้ายและสัญลักษณ์ การให้บริการข้อมูล และห้องน้ำ

การเปิดตัวแอปพลิเคชันครั้งนี้มีทั้งการบรรยายพิเศษ ตลอดจนการนำเสนอผลงานและตัวอย่างการประยุกต์ใช้จริงของ Life Dee Version 2 พร้อมการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสารสนเทศและด้านสาธารณสุข เพื่อร่วมกันผลักดันการใช้ประโยชน์จาก Geo-Health ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกภูมิภาคต่อไป  ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าว

ด้าน นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การพัฒนา Life Dee Version 2 เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการเฝ้าระวัง ป้องกัน และตอบสนองต่อภัยสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะดัชนีความร้อนและโรคไข้เลือดออกที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล มีความรู้ในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ถือเป็นการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับบุคคล และเพิ่มศักยภาพของระบบสาธารณสุขของประเทศไทยให้เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต”

นวัตกรรมภูมิสารสนเทศเพื่อสุขภาพ (Geo-Health) เป็นการบูรณาการเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อพัฒนางานด้านสาธารณสุขเชิงพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการสาธารณะของประชาชนไทย พร้อมการรับมือภัยสุขภาพจากสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผ่านแอปพลิเคชัน Life Dee ภายใต้แนวคิด “สุขภาพดี เริ่มต้นที่แอปไลฟ์ดี” ซึ่งเป็นการผลักดันการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ร่วมกับข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และรับมือกับโรคภัยต่าง ๆ โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพประชาชน “Life Dee” คือ ก้าวสำคัญของประเทศไทยในการก้าวสู่ยุค GeoHealth ซึ่งเป็นการผสานองค์ความรู้ด้านภูมิสารสนเทศเข้ากับข้อมูลทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนในเชิงลึก ข้อมูลดังกล่าวช่วยสะท้อนให้เห็นถึงการกระจายตัวของโรค ปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ซึ่งสามารถนำไปใช้วิเคราะห์และกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์พื้นที่ได้อย่างตรงจุด

-(016)

ททท. ดึง อ.คฑา นำเที่ยวเส้นทางศรัทธา ‘50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สุขใจเสริมมงคล’

ททท. ดึง อ.คฑา นำเที่ยวเส้นทางศรัทธา ‘50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สุขใจเสริมมงคล’

ททท. ดึง อ.คฑา นำเที่ยวเส้นทางศรัทธา ‘50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สุขใจเสริมมงคล’

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 16.16 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดึง อ. คฑา ชินบัญชร นำเที่ยว ” 50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สุขใจเสริมมงคล” สานสัมพันธ์ ไทย-จีน 

วัจนันท์ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการภูมิภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมพันธมิตร PT Max card ,C.P.Land ,Sixt ,X Peng จัดกิจกรร ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อเผยแผ่ประเพณีวัฒนธรรม การดำเนินชีวิต ที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน และศาลเจ้าจีน ในแต่ละพื้นที่ อันมีความงดงามของสถานที่ วิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปในแต่ละชุมชน โดยมี อ. คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์เที่ยวไทยรับพลังบวก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นผู้นำเสนอเส้นทางสายศรัทธา โดยมี พร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์, เยี่ยม เศรษฐบุตร, ภูมน สมดี, อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์, ดร.สุเทพ อารมณ์รักษ์,  ศศินันท์ ออลแมนด์ ร่วมงาน

พร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด บริษัทในเครือพีทีจี ร่วมจัดกิจกรรม กล่าวเชิญชวนสมาชิก Max Card แชะ&แชร์ ส่งรูปถ่ายพร้อมบอกเล่าประสบการณ์ การท่องเที่ยวศาลเจ้าจีน คอนเทนต์โดนใจกรรมการมากที่สุด สำหรับรางวัลทริปท่องเที่ยวสุด exclusive กับ อ.คฑา ชินบัญชร จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง)

เยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการ กลุ่มงานธุรกิจโรงแรม บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงแรมในเครือฟอร์จูน กล่าวว่า โรงแรมในเครือฟอร์จูนยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวตามโครงการ เที่ยว 50 ชุมชนศาลเจ้าจีน สานสัมพันธ์ 50 ปี ไทย–จีน ด้วยสิทธิพิเศษ สำหรับสมาชิกผู้ถือบัตร MAX CARD เมื่อจองห้องพักทุกประเภทกับโรงแรมในเครือฟอร์จูน กรุ๊ป               

ศศินันท์ ออลแมนด์ ผู้อำนวยการบริหาร กลุ่มงานการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า โครงการนี้ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนท้องถิ่น พร้อมกันนี้ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของ ซี.พี.แลนด์ในการเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างไทยและจีน ตลอดจนการยกระดับประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยว ภายใต้พันธกิจ  “คุณภาพเพื่อทุกชีวิตไ ภายใต้กลุ่มธุรกิจฟอร์จูนกรุ๊ป เป็นกลุ่มโรงแรมภายใต้การบริหารของ CP LAND (ซี.พี. แลนด์) ที่มุ่งมั่นพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ทั้งความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความประทับใจในทุกมิติ”

ภูมน สมดี ผู้จัดการทั่วไป ซิกท์ เร้น อะ คาร์ ให้บริการรถเช่าทั้งแบบชื้อเพลิงและรถไฟฟ้าที่มีให้เลือกหลายรุ่น หลายขนาด ทั้งรถ Xpeng G6 / Zeeker X / AION Y / BYD ATTO3  กล่าวว่า พร้อมเปิดใหบริการเช่ารถราคาพิเศษสำหรับร่วมกิจกรรมดังกล่าว

‘วินเทอร์’พร้อมเหล่าคนดังฮอลลีวู้ด ตบเท้าร่วมชมแฟชั่นโชว์ Ralph Lauren คอลเลกชัน Spring 2026

'วินเทอร์'พร้อมเหล่าคนดังฮอลลีวู้ด ตบเท้าร่วมชมแฟชั่นโชว์ Ralph Lauren คอลเลกชัน Spring 2026

‘วินเทอร์’พร้อมเหล่าคนดังฮอลลีวู้ด ตบเท้าร่วมชมแฟชั่นโชว์ Ralph Lauren คอลเลกชัน Spring 2026

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.59 น.

Ralph Lauren เปิดรันเวย์ ณ มหานครนิวยอร์ก อัปเดตคอลเลกชัน Spring 2026 โดยนี้มีเหล่าแฟชั่นไอคอนระดับโลกเดินทางมาร่วมชมแฟชั่นโชว์อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น วินเทอร์ ป๊อปสตาร์สาวสุดฮอตจากวง Aespa, อัชเชอร์, นิค โจนาส, แมกกี้ โรเจอร์ รวมถึงเหล่าคนดังจากฮอลลีวู้ด อย่าง นาโอมิ วัตต์, เจสสิกา แชสเทน, โอปราห์ วินฟรีย์ และอีกมากมาย ที่ต่างโดดเด่นด้วยเครื่องแต่งกายจาก Ralph Lauren เพื่อร่วมชมโชว์ในครั้งนี้

โดย Ralph Lauren คอลเลกชัน Spring 2026 ถ่ายทอดแรงบันดาลใจของสาวนักฝันที่ชอบลงมือทำ ด้วยการเลือกสรรเสื้อผ้าที่สะท้อนให้เห็นถึงสองบุคลิกในตัว ผ่านสไตล์อันโดดเด่นที่เผยความคิดแบบโมเดิร์นซึ่งเกิดจากความเรียบง่ายสไตล์มินิมอลแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน ผ่านการตัดเย็บอันแม่นยำในโทนสีดำ ขาว และแดงสร้างลุคที่สะดุดตา ในขณะที่ความละเอียดอ่อนด้านการตัดเย็บอย่างการเลือกใช้วัสดุทำให้เสื้อผ้าเหล่านี้สะท้อนตัวตนได้อย่างดีเยี่ยม กรอบแนวความคิดนี้เผยให้เห็นถึงความแตกต่างที่น่าหลงใหล รูปทรงอันเย้ายวนผสานเส้นสายที่เข้ากับโวลูมขนาดใหญ่ สัญลักษณ์คลาสสิกถูกปรับเปลี่ยนด้วยลูกเล่นที่คาดไม่ถึง เครื่องประดับเงินเงางามแกว่งไกวอย่างเรียบหรู หมวกปีกกว้างเพิ่มสัมผัสของความลึกลับโรแมนติก

การผสมผสานหลากหลายไอเทมมาเป็นไลน์อัประดับไฮเอนด์นี้ สานต่อดีเอ็นเอของ Ralph Lauren ในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากชุดผู้ชายมาออกแบบเป็นเครื่องแต่งกายสำหรับสาวๆ อย่าง เสื้อโค้ทโปโลสีขาวขัดเงาสวมทับไอเทมชิ้นเล็กๆ ของคอลเลกชันอย่างบราท็อปและกางเกง ชุดสูทสีขาวที่โดดเด่นเป็นพิเศษในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น แจ็กเก็ตคลาสสิกผูกเข็มขัดที่เอวใส่คู่กับกางเกงทรงหลวม เสื้อแจ็กเก็ตเชิ้ตที่มาพร้อมกระเป๋าเสื้อใช้งานได้หลากหลายสวมทับกางเกงทรงบานรัดที่ข้อเท้า ปิดท้ายด้วย เทรนช์แจ็กเก็ตสวมทับกางเกงสามส่วน มอบลุคที่มีสไตล์มากขึ้น การนำเสื้อเชิ้ตคลาสสิกมาปรับโฉมใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวโอเวอร์ไซส์ที่มีดีเทลตรงหน้าอก พร้อมเนกไทลายขวางผูกที่เอวใส่คู่กับกางเกงสีดำ เสื้อทูนิคแบบนักกวีพร้อมโบว์ที่คอขนาดใหญ่ และเชิ้ตเดรสสีแดงยาวครึ่งน่อง

นอกจากนี้ ยังมีเดรสอื่นๆ ที่มาเพิ่มความหลากหลายให้กับสไตล์สบายๆ ไม่ว่าจะเป็นซันเดรสผ้าฝ้ายสีแดงที่มีคอร์เซ็ต มอบลุคที่ดูเย้ายวนมีเสน่ห์ มินิเดรสทรงเอสีดำสวมทับกระโปรงจีบยาวให้ลุคที่ดูมั่นใจ และเดรสลายดอกโอเวอร์ไซส์แบบพลิ้ว ให้กลิ่นอายวินเทจยุค 40s ชุดราตรียาวให้ความเซ็กซี่แบบเรียบง่าย ไม่ว่าจะเป็นชุดราตรีสีแดง – ดำที่มีทั้งทรงบานและโค้งเข้ารูป เสื้อยืดดำตัวเล็กใส่กับกระโปรงปักเลื่อมสร้างคอนทราสต์ด้วยลุคหรูหราแบบสปอร์ต

การเพิ่มลายทางแนวนอน ลายพิมพ์ขนาดเล็กและใหญ่ รวมถึงผ้าถักนวัตกรรมใหม่ ช่วยเสริมความโดดเด่นให้คอลเลกชัน ในทางกลับกัน วัสดุบางชิ้นที่เลือกใช้ให้ความรู้สึกละเอียดอ่อน ตัวอย่างของงานแพทช์เวิร์กที่เป็นซิกเนเจอร์ คือ สลิปเดรสและชุดเอี้ยมที่ทำจากเศษผ้าสีขาวหลากหลายชนิด นอกจากนี้ ยังใช้เทคนิคการทำหนังล้ำสมัยที่ต้องดูด้วยตาและสัมผัสใกล้ๆ จึงจะสามารถชื่นชมได้เต็มที่ ทั้งบัสเตียร์ขอบระบายที่ทำจากหนังยืด ชุดสูทสุดคมทำจากหนังเบาพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากกระดาษโบราณ และผลงานสั่งทำพิเศษ ชุดสูทกระโปรงทรงเรียวสร้างสรรค์จากแถบหนังที่บางเหมือนขนตาปักลงบนผ้าลินิน

เครื่องประดับในคอลเลกชันช่วยเสริมแนวคิดความต่างอย่างมีชั้นเชิง ทั้งกระเป๋าถือทรงสวยประดับด้วยโลหะเงิน กระเป๋าบางใบสะท้อนแรงบันดาลใจจากเครื่องประดับโลหะเงินแกะสลัก ขณะที่บางใบนำกระเป๋าทอแบบคลาสสิกมาแปลงโฉมใหม่ให้มีโครงสร้างที่โดดเด่นมากขึ้น สำหรับรองเท้ามีให้เลือกทั้งแบบลวดลายฉลุ เอสปาดริล และรองเท้าแตะแบบทอทั้งส้นสูงและส้นแบน โดย กระเป๋า Ralph ในซีซันนี้มาพร้อมหนังทอและพื้นผิวหลากหลาย สะท้อนรายละเอียดงานฝีมือสุดประณีตเช่นเดียวกับที่เคยปรากฎในคอลเล็กชันอื่น ๆ

งานแฟชั่นโชว์ที่จัดขึ้นในพื้นที่ของสำนักงานใหญ่ เลขที่ 650 ถนน Madison ถือเป็น “การกลับบ้าน” ของโชว์ในคอลเลกชันนี้ ภายในงานได้รับการออกแบบให้มีความเรียบง่ายแบบใกล้ชิดด้วยผนังสีขาว บันไดโค้ง และที่นั่งสี่เหลี่ยม ตัดกับพื้นสีดำและโคมไฟหวาย เพื่อให้ผู้ชมได้โฟกัสไปที่เสื้อผ้าได้อย่างเต็มที่

#RalphLaurenTH

พิธีปัจฉิมนิเทศหลักสูตรผู้นำ พอช.รุ่นที่ 2 ร่วมสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนประเทศ

พิธีปัจฉิมนิเทศหลักสูตรผู้นำ พอช.รุ่นที่ 2 ร่วมสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนประเทศ

พิธีปัจฉิมนิเทศหลักสูตรผู้นำ พอช.รุ่นที่ 2 ร่วมสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนประเทศ

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.15 น.

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ณ โรงแรม Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit 57(แบงคอก มาริออท โฮเทล สุขุมวิท57) ได้จัดพิธีปัจฉิมนิเทศหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.) รุ่นที่2โดยมี ศ.พล.ต.ต.ดร.ชัชนันท์ ลีระเติมพงษ์ #ประธานหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.)กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย ดร.บุษรา วงศ์รักศักดิ์ #ผู้อำนวยการหลักสูตร และ ดร.บุษรา ทองอินทร์ #รองผู้อำนวยการหลักสูตร , คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ , พล.อ.อาชวินทร์ เศวตเศรนี , Dr.Alan Lim (ดร.อลัน ลิม) ประธานรุ่นที่ 2 และ ผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม ตลอดจนนักการเมือง ซึ่งเป็นผู้เข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าวร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความสำเร็จของหลักสูตรในการสร้างเครือข่ายผู้นำที่หลากหลายและทรงพลัง

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานวิชาการจากผู้เข้าอบรม และพิธีมอบโล่เกียรติคุณ แสดงถึงการยกระดับองค์ความรู้และการพัฒนาภาวะผู้นำ #เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างทุกภาคส่วนเพื่อประเทศชาติ

ในช่วงค่ำ นายกร ทัพพะรังสี #อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นกล่าวโอวาทและแสดงความยินดี ร่วมด้วย พลเอกอาชวินทร์ เศวตเศรณี #ประธานรุ่นกิตติมศักดิ์ พอช.รุ่น 2 ที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น บรรยากาศปิดท้ายด้วยการแสดงจากผู้เข้าอบรมรุ่นที่ 2 คอนเสิร์ต BEN SILLY FOOLS (เบน ซิลลี่ฟูล)และ Live Band & Karaoke(ไลฟ์แบนด์ แอนด์ คาราโอเกะ) ที่สร้างสีสันและความทรงจำประทับใจ

ทั้งนี้ ในบรรดาผู้สำเร็จการศึกษา มี คุณรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ผู้บริหาร #บริษัทชไนเดอร์ลิฟท์(ประเทศไทย)จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรรุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 ตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของภาคธุรกิจเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาภาวะผู้นำ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการขับเคลื่อนประเทศ โดยคุณรัฐศักดิ์ สุขยิ่ง ได้เปิดเผยถึงองค์ความรู้และประสบการณ์จากการเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรผู้นำพลังอำนาจแห่งชาติ (พอช.) โดยกล่าวว่า

“ความเป็นผู้นำมิได้เกิดจากการครอบครอง หากแต่อยู่ที่การแบ่งปัน ผู้นำไม่จำเป็นต้องมีผู้ใต้บังคับบัญชามากมาย แต่คือผู้ที่สามารถสร้างรอยยิ้มและความสุขแก่ผู้อื่นได้ การเป็นผู้นำที่ดี คือการส่งเสริมให้สังคมมีการแบ่งปัน และการพัฒนาที่ยั่งยืน #เพื่อส่วนรวมประเทศชาติและพระศาสนา”

โดยหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้พัฒนาภาวะผู้นำและสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม โดยมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการศักยภาพเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ

พิธีปัจฉิมนิเทศในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ พร้อมขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ไอคอนสยาม และเมืองสุขสยาม ผนึกกำลังพันธมิตรขับเคลื่อนความยั่งยืน เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นผ้าห่มรักษ์โลก 3,500 ผืน ในงาน “SOOKSIAM สุขรักษ์โลก ปี 4” ตอกย้ำการใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ไอคอนสยาม และเมืองสุขสยาม ผนึกกำลังพันธมิตรขับเคลื่อนความยั่งยืน    เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นผ้าห่มรักษ์โลก 3,500 ผืน  ในงาน “SOOKSIAM สุขรักษ์โลก ปี 4” ตอกย้ำการใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ไอคอนสยาม และเมืองสุขสยาม ผนึกกำลังพันธมิตรขับเคลื่อนความยั่งยืน เปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นผ้าห่มรักษ์โลก 3,500 ผืน ในงาน “SOOKSIAM สุขรักษ์โลก ปี 4” ตอกย้ำการใส่ใจสิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 14.09 น.

ไอคอนสยาม และเมืองสุขสยาม  ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม, กรุงเทพมหานคร, ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ใน Fest by SCGP และ Wake Up Waste จัดงาน “SOOKSIAM สุขรักษ์โลก” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สุขเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” เผยผลสำเร็จของโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมต่อยอดโครงการเปลี่ยนขยะเศษอาหารกว่า 220 ตันเป็นสารบำรุงดิน ปลูกผักบุ้งจีนมอบโครงการอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน และเปลี่ยนขวดพลาสติกเป็นผ้าห่มรักษ์โลกเตรียมมอบ 30 โรงเรียนในจังหวัดภาคเหนือ พร้อมเชิญชวนคนไทยและนักท่องเที่ยว ชม ชิม ช้อป แบบรักษ์โลกใน ECO–Market  และร้านค้าในเมืองสุขสยาม ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 ณ เมืองสุขสยาม ไอคอนสยาม ชั้น G

พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ได้รับเกียรติจาก นางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตคลองสาน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณบัญชา ฉันทดิลก กรรมการผู้จัดการโครงการสุขสยาม และคุณอนนต์ อัตถวิบูลย์ ผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด  ร่วมเปิดงาน โดยมีผู้บริหารจากองค์กรพันธมิตร ผู้สนับสนุนการจัดงาน สื่อมวลชน และประชาชน ให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

คุณบัญชา ฉันทดิลก กรรมการผู้จัดการโครงการสุขสยาม กล่าวว่า “เมืองสุขสยาม มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ SOOKSIAM สุขรักษ์โลก ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 ซึ่งได้ดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ของไอคอนสยามในการดำเนินธุรกิจที่เอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับคนจำนวนมาก และต้องการเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย จึงได้นำกลยุทธ์ “ร่วมกันรังสรรค์ (Co-creation) และการสร้างคุณค่าสมประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Values)” มาบรรจุเข้าไปในกระบวนการดำเนินธุรกิจทุกประเภท โดยให้ความสำคัญในการร่วมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม

ดังนั้นโครงการ SOOKSIAM สุขรักษ์โลก จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการแสดงพลังของชุมชนเมืองสุขสยามที่ร่วมกันดูแลโลกใบนี้  เราเชื่อว่าการรวมพลังจากจุดเล็ก ๆ ผ่านผู้คน ร้านค้า และพันธมิตรของเมืองสุขสยาม จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เพื่อโลกของเราได้  ภายใต้กิจกรรม “SOOKSIAM สุขรักษ์โลก” เราภูมิใจที่ได้เปลี่ยนขยะเศษอาหารกว่า 220 ตันต่อปีให้เป็นสารบำรุงดิน เปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นผ้าห่มสำหรับเด็ก ๆ โดยหวังว่าจากการรวมพลังรักษ์โลกของเราจะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาดูแลสิ่งแวดล้อม และร่วมกันส่งต่อโลกที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นต่อไป”

ทั้งนี้เมืองสุขสยามดำเนินโครงการ “SOOKSIAM สุขรักษ์โลก” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 เพื่อประสานความร่วมมือกับพันธมิตรและผู้ประกอบการร้านค้าในเมืองสุขสยาม สร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมในสังคมและชุมชนผู้คน ผ่านการรณรงค์การลดขยะอย่างเป็นรูปธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จัดตั้ง “สถานีคัดแยกขยะ” ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเยือนเมืองสุขสยาม ได้มีส่วนรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และยังเปลี่ยนขยะเศษอาหารภายในเมืองสุขสยามที่มีมากกว่า 220 ตันต่อปี   ให้เป็นสารบำรุงดิน ส่งมอบให้สำนักงานสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว รวมถึง

รีไซเคิลขยะขวดน้ำพลาสติกที่มีมากถึง 912,500 ขวดต่อปี เป็นผ้าห่มรักษ์โลกที่ผลิตจากขวดน้ำพลาสติก 100% ภายใต้”โครงการห่มรักษ์ให้น้องอุ่น”

โดยในปี 2568 นี้ เมืองสุขสยามได้ต่อยอด “สารบำรุงดิน” ด้วยโครงการ “จากจานสู่ดิน ส่งต่อมื้อกลางวันให้เด็ก” ร่วมกับเกษตรกรเจ้าของสวนลูกหลานตาเต่า อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำสารบำรุงดินที่ได้จากขยะเศษอาหารในเมืองสุขสยาม ไปใช้ในกระบวนการเพาะปลูกผักบุ้งจีน เพื่อนำส่งต่อครัวโรงเรียนในโครงการอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนในเขตคลองสานและโรงเรียนใกล้เคียง เชื่อมโยงเป็นวงจรอาหาร ตั้งแต่ครัวเรือน โรงเรียน จนถึงการบริโภคของเด็ก ๆ ส่งต่อความสุขสู่ชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืนมากขึ้น และยังเพิ่มจำนวนการผลิตผ้าห่มรักษ์โลกเป็น 3,500 ผืน เพื่อส่งมอบให้กับเด็กเล็กในโรงเรียนจังหวัดทางภาคเหนือจำนวน 30 โรงเรียน นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านค้าในเมืองสุขสยาม มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ภาชนะรักษ์โลก “Fest Bio Brown” นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย และบริษัท ผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด ใน Fest by SCGP พัฒนาขึ้นจากเยื่อยูคาลิปตัส 100% สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายใน 60 วัน อีกทั้งยังส่งต่อขวดพลาสติก กระป๋องน้ำพลาสติก และลังกระดาษให้ Wake Up Waste แพลตฟอร์มซื้อขายขยะรีไซเคิล นำไปเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่สร้างมูลค่าได้

นอกจากนี้ภายในงานมีประชาชนและนักท่องท่องเที่ยวสนใจเข้าชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์ Upcycle นิทรรศการบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษ์โลก สินค้าธรรมชาติ และงานแฮนด์เมดใน ECO–Market เพลิดเพลินกับการเลือกช็อปผลิตภัณฑ์รักษ์โลกอย่างผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากเชียงใหม่, ภาชนะไม้หวายธรรมชาติจากอยุธยา, กระเป๋า Tote Bag จากขวดพลาสติก PET และเสื้อผ้าเส้นใยรีไซเคิลไร้สารเคมี  รวมถึงกิจกรรมสร้างสรรค์ อาทิ เวิร์กช็อปปั้นของจิ๋วจากดินไทย ในวันที่ 18-19 กันยายน 2568 และ ในวันที่ 25-26 กันยายน 2568 ขณะเดียวกันเมืองสุขสยาม ยังได้ร่วมกับ “โครงการเหลือ – ขอ”  ให้ ‘สิ่งของ’ เหลือใช้ เปลี่ยนเป็นทุนการศึกษาให้น้องๆที่ขาดโอกาสในสังคม โดยสามารถร่วมบริจาคสิ่งของ อาทิ เสื้อผ้า, หนังสือ, กระเป๋า, ของเล่น, อุปกรณ์การเรียน ได้ที่จุดรับบริจาคบริเวณประตูสุขสุวรรณศาลา (ประตู 5) ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งทางโครงการเหลือ – ขอ จะส่งต่อไปยังมูลนิธิบ้านนกขมิ้น  

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกของเราให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ได้ในงาน “SOOKSIAM สุขรักษ์โลก” ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2568 ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่ Facebook: SOOKSIAM

8 จุดไฮไลท์ ‘สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค’ สวนลอยฟ้าใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

8 จุดไฮไลท์ ‘สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค’ สวนลอยฟ้าใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

8 จุดไฮไลท์ ‘สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค’ สวนลอยฟ้าใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท วิมานสุริยา จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่าง กลุ่มดุสิตธานี และกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา (70:30) ผู้พัฒนา Dusit Central Park โครงการมิกซ์ยูสระดับโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Here for Bangkok และผู้พัฒนา The Residences at Dusit Central Park โครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่ที่ดีที่สุดใน Super Core CBD ชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวทั่วโลก ร่วมสัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ครั้งใหม่ กับ สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) สวนลอยฟ้าใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขนาด 7 ไร่ (11,200 ตารางเมตร) ที่ออกแบบโดยไล่ระดับความสูงจากชั้น 4 ต่อเนื่องถึงชั้น 7 มอบทิวทัศน์แบบ Extended Park View เชื่อมต่อทิวทัศน์ของสวนดุสิตอรุณเข้ากับสวนลุมพินีอย่างไร้รอยต่อ และยังเป็นพื้นที่สีเขียวที่มีคุณภาพแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันโดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตของคนทุกเพศ ทุกวัย และทุกไลฟ์สไตล์เป็นสำคัญ เกิดเป็นแลนด์มาร์คแห่งความสุขทั้งกายและใจที่รอต้อนรับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ที่จะพาทุกคนหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองสู่พื้นที่ผ่อนคลายที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากกว่าที่เคย ท่ามกลางความร่มรื่นของพรรณไม้ไทย 100%

ชื่อของสวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) ได้รับแรงบันดาลใจจากความหมายอันงดงามระหว่างคำว่า “ดุสิต” ที่ไม่ได้เป็นเพียงชื่อโรงแรมดุสิตธานีที่อยู่คู่กรุงเทพฯ และประเทศไทยมากว่า 60 ปีเท่านั้น แต่ยังหมายถึงดินแดนแห่งสันติสุขเปรียบดังสรวงสวรรค์ที่สงบ ร่มเย็น และงดงาม และคำว่า “อรุณ” ซึ่งหมายถึงแสงแรกของวันที่สะท้อนแสงสีเงินและแสงสีทองยามพระอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า ที่ไม่ได้เป็นเพียงการมาของแสงอาทิตย์เท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของทั้งธรรมชาติและผู้คน พร้อมทั้งยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามของวัดอรุณ สัญลักษณ์แห่งแสงรุ่งอรุณของกรุงเทพฯ และประเทศไทย ซึ่งปรากฏผ่านการออกแบบอาคารภายในโครงการฯ ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจมาจากยอดของพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม จนกลายเป็นอัตลักษณ์สำคัญที่ใครเห็นก็ล้วนทราบว่าสถานที่แห่งนี้คือเมืองดุสิตธานี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้อัตลักษณ์สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่ยังคงมีความสวยงาม คลาสสิก และเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ดึงดูดสายตาของคนไทยและคนทั่วโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 8 ไฮไลท์เด่นของสวนดุสิตอรุณฯ ที่รอต้อนรับทุกคนเข้ามาเติมพลังกายและพลังใจในทุกช่วงเวลาของแต่ละวัน ได้แก่

อัฒจันทร์ดุสิตพินี (Dusitpini Amphitheatre) พื้นที่สันทนาการสำหรับคนเมืองที่รองรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งพักผ่อน เป็นจุดนัดพบ หรือเป็นพื้นที่สำหรับการจัดฟังก์ชั่นเช่นการจัดเวิร์คช็อป การแสดงศิลปะ ดนตรี และการจัดมินิอีเว้นต์ในวาระต่างๆ ณ พื้นที่นี้ ทุกคนจะได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมโปรดท่ามกลางวิวสีเขียวที่สวยงามของสวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) สวนลุมพินี และภาพของเมืองกรุงเทพฯ ที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา แน่นอนว่า ณ พื้นที่แห่งนี้ จะต้องเป็นที่ที่ใครๆ ต่างต้องหลงรัก เพราะจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่เข้ามาแต่งแต้มให้พื้นที่นี้เต็มไปด้วยสีสัน เสียงเพลง และเสียงหัวเราะ ตลอดเวลา

จุดชมวิวระเบียงรังนก (Bird Nest Viewpoint) จุดชมวิวที่มอบทิวทัศน์ที่เชื่อมต่อกันแบบไร้รอยต่อระหว่างสวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) และสวนลุมพินี เกิดเป็นภาพของพื้นที่สีเขียวผืนใหญ่ใจกลางเมืองที่หาได้ยาก รวมกับความสวยงามของเส้นขอบฟ้าของเมืองกรุงเทพฯ แบบพาโนรามา ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นจุดสำคัญที่สามารถมานั่งชมวิวพร้อมเพลิดเพลินไปกับความสวยงามของธรรมชาติ หรือหากมาถ่ายภาพก็ได้มุมสวยไม่เหมือนใคร ทั้งในยามเช้าและค่ำคืน

จุดชมวิวสวัสดีบางกอก (Sawasdee Bangkok Viewpoint) จุดชมวิวที่ผู้มาเยือนจะได้เห็นภาพมุมสูงที่มอบทิวทัศน์เขียวขจีที่ทอดยาวออกไปของสวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) ที่เชื่อมกับต้นไม้สีเขียวของสวนลุมพินีได้อย่างสมบูรณ์แบบ เกิดเป็นภาพของเมืองกรุงเทพฯ ในมุมมองใหม่ที่ร่มรื่นราวกับอยู่ในหุบเขาใจกลางเมือง ส่วนใครที่ชื่นชอบการจิบกาแฟยามเช้าพร้อมชมวิวแสงเรกของวัน ลองหากาแฟแก้วโปรด แล้วแวะเวียนขึ้นมาสัมผัสความสวยงามได้เลย

เดอะ เทอเรส (The Terrace) ลานกิจกรรมของสวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้บริเวณ Food Passage ที่เชื่อมต่อระหว่างสวนดุสิตอรุณฯ และพื้นที่ของอาคารสำนักงาน Central Park Offices ลานแห่งนี้โดดเด่นด้วยการออกแบบให้พื้นมีลูกเล่นของกระเบื้องสีเทาตัดสลับกับกระจกสีฟ้าและน้ำพุ ทำให้พื้นที่นี้เป็นทั้งจุดนัดพบและเป็นอีกหนึ่ง Photo Spot ที่มอบบรรยากาศเท่ๆ ราวกับอยู่ต่างประเทศ

ม่านน้ำ 2513 (Cascade 2513) น้ำตกของสวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) ที่รายล้อมไปด้วยไม้น้ำนานาพรรณ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “น้ำตกสวรรค์ชั้นดุสิต” น้ำตก 9 ชั้น หนึ่งในอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ซึ่งก่อตั้งในปี พ.ศ. 2513 พื้นที่ตรงนี้นอกจากจะได้ชมความสวยงามของสายน้ำแล้ว ยังได้รับลมธรรมชาติที่สร้างความความสงบร่มรื่น ร่มเย็น และความหรูหราเหนือกาลเวลา ทำให้พื้นที่สีเขียวแห่งนี้เย็นสดชื่นราวกับอยู่ในสรวงสวรรค์แม้อยู่ใจกลางเมือง

เดอะ พลาซ่า (The Plaza)   สนามหญ้าสีเขียวซึ่งเป็นพื้นที่สันทนาการที่ให้คุณได้เดินเล่นพักผ่อนหรือทำกิจกรรมพร้อมแนบชิดธรรมชาติที่ร่มรื่น และยังรู้สึกเย็นสบายจากสัมผัสของละอองน้ำตกจากม่านน้ำ 2513 (Cascade 2513) ที่ทำให้คุณอยากใช้เวลาที่ สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) ทั้งวัน

ดี การ์เด้น (D Garden) พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่สำหรับลูกบ้านของโครงการ The Residences at Dusit Central Park และแขกของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่เหมาะกับการเดินเล่นเพื่อความผ่อนคลายท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้สวยงามนานาพรรณที่รอคุณมาสัมผัสกับสีสันสดใสและกลิ่นหอมสดชื่น โดยเป็นพื้นที่ชั้นสูงสุดของสวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) ซึ่งนอกจากจะสามารถเดินเล่นได้อย่างเพลิดเพลินแล้ว ยังสามารถรับชมวิวที่ต่างจากจุดอื่นๆ ของสวนดุสิตอรุณฯ ได้เช่นกัน

เดอะ คอร์ดยาร์ด (The Courtyard) อีกหนึ่งพื้นที่กิจกรรมสำหรับแขกของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณ D Garden ของ สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) ที่สามารถรองรับกิจกรรมขนาดย่อมหลากหลายรูปแบบในบรรยากาศสบายๆ

นอกจากนี้ สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) ยังได้จัดพื้นที่สำหรับรองรับครอบครัวทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของคนรักสัตว์ที่ทางสวนดุสิตอรุณฯ ได้จัด Pets’ Area ที่สามารถพาน้องสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาวิ่งเล่นได้ และตัวสวนเองก็ยังเป็นสวน Pet-Friendly ที่สามารถพาน้องสุนัขและน้องแมวมาชมความสวยงามของธรรมชาติและสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกัน เพียงเตรียมรถเข็น สายจูง และอุปกรณ์รักษาความสะอาดมาด้วยก็สามารถเข้าสวนดุสิตอรุณฯ ได้เลย หรือ Joyful Playground สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ที่เด็กๆ จะได้สนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ มากมาย และทางเดิน Natural Trail ที่ออกแบบด้วยหลักการของ Universal Design ที่เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ใช้รถเข็น ทำให้พื้นที่สีเขียวแห่งนี้เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่โอบรับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย อย่างแท้จริง

สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา         06.00 – 22.00 น. สามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรม รวมไปถึงสิทธิพิเศษในการใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่กิจกรรมต่างๆ และโปรโมชั่นจากร้านค้าผู้ให้บริการภายในโครงการผ่าน LINE Official Account @dusitcentralpark

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ลางเนื้อชอบลางยา

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ลางเนื้อชอบลางยา

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ลางเนื้อชอบลางยา

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โลกยุคใหม่ที่วิทยาศาสตร์การแพทย์ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง จึงมีหนึ่งในศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการรักษาไปจากเดิมอย่างมากคือ เภสัชพันธุศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมของแต่ละบุคคลกับการตอบสนองต่อยา โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การให้ยากับผู้ป่วยต้องมีความแม่นยำ ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูงสุด

แม้คำว่า “เภสัชพันธุศาสตร์” เป็นเรื่องใหม่และซับซ้อนมาก แต่แนวคิดนี้กลับสอดคล้องกับภูมิปัญญาไทยที่เราคุ้นเคยกันดีมานาน โดยเรามีสำนวนไทยคือ “ลางเนื้อชอบลางยา” หมายถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคลในการตอบสนองต่อสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะยา ตัวยาเดียวกันอาจให้ผลการรักษาที่ดีกับคน ๆ หนึ่ง แต่กลับใช้รักษาไม่ได้ผลกับอีกคนหนึ่ง หรือใช้แล้วอาจเกิดอาการแพ้ยา

สาเหตุหนึ่งเพราะว่าพันธุกรรม หรือยีนของแต่ละคน อาจมีผลต่อการดูดซึม การเปลี่ยนแปลง ขับออก และการออกฤทธิ์ของยา และด้วยความแตกต่างเพียงเล็กน้อยในลำดับดีเอ็นเอ อาจส่งผลมหาศาลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา ตัวอย่าง เช่น คนสองคนได้รับยาชนิดเดียวกันในขนาดเท่ากัน แต่อาจมีผลลัพธ์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งมีความสำคัญมากกับการใช้ยาบางชนิด ดังกรณีศึกษานี้ ยาอัลโลพูรินอล (allopurinol) เป็นยาลดกรดยูริกในเลือด ใช้รักษาโรคเกาต์ แม้จะเป็นยาที่มีประสิทธิภาพดี แต่ในบางคนกลับทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต อย่างเช่น ผู้มียีน HLA-B58:01 มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดผื่นแพ้ยารุนแรงที่เรียกว่า กลุ่มอาการสตีเวนส์จอห์นสัน (Stevens-Johnson Syndrome) หรือ ท็อกซิก อีพิเดอร์มัลเนโครไลซิส (Toxic Epidermal Necrolysis) คือภาวะผิวหนังลอก อักเสบ และอาจรุนแรงจนเสียชีวิต 

ทั้งนี้ คนไทยประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์มียีนเสี่ยงต่อการแพ้ยาตัวนี้ จึงจำเป็นต้องผ่านการตรวจยีนก่อนใช้ยาอัลโลพูรินอล การตรวจจึงสามารถช่วยป้องกันอาการแพ้รุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากผลตรวจบ่งว่าผู้ป่วยมียีนมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดผื่นแพ้ยารุนแรง ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ยาอัลโลพูรินอล แล้วเลือกใช้ยาอื่นแทน

การตรวจยีนชนิดนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในผู้ป่วยโรคเกาต์รายใหม่ และเริ่มนำไปใช้ในโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศ

นอกจากกรณีของยาอัลโลพูรินอล  ที่การแพ้ยามีความสัมพันธ์กับยีนบางชนิดแล้ว  ยารักษาโรคลมชัก ชื่อคาร์บามาเซปีน (carbamazepine) ก็อยู่ในข่ายการเฝ้าระวัง เพราะประชากรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงคนไทยบางคนมียีนที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดผื่นแพ้ยารุนแรง เพราะฉะนั้น การตรวจยีนก่อนใช้ยาคาร์บามาเซปีน จึงจำเป็นมาก เพราะช่วยหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ ยาโคลพิโดเกรล (clopidogrel) ที่ใช้ป้องกันการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคหัวใจ ซึ่งคนไทยจำนวนหนึ่ง มียีนที่ทำให้ยาชนิดนี้ออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดซ้ำ การตรวจยีน จึงช่วยให้แพทย์สามารถเลือกใช้ยาได้เหมาะสม

จากที่กล่าวมานั้นสะท้อนให้เห็นว่า “ลางเนื้อชอบลางยา” ไม่ใช่แค่สำนวนโบราณที่ไม่มีความหมาย แต่ทว่ามีหลักการที่สามารถอธิบายได้ด้วยเภสัชพันธุศาสตร์ โดยในปัจจุบันการตรวจยีนก่อนการใช้ยาบางชนิด จึงช่วยป้องกันอาการแพ้รุนแรงที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ และทำให้ช่วยการเลือกใช้ยาและขนาดยาที่เหมาะสมกับพันธุกรรมของผู้ป่วย อันจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลรักษาสุขภาพ และลดภาระค่าใช้จ่ายจากการรักษาที่เกิดจากการแพ้ยารุนแรง

รศ. ภญ. ดร. ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ. ภก. ดร. บดินทร์ ติวสุวรรณ
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รู้ไหม ‘มะเร็งตับ’ เริ่มมจากแค่อาการคัน

รู้ไหม ‘มะเร็งตับ’ เริ่มมจากแค่อาการคัน

รู้ไหม ‘มะเร็งตับ’ เริ่มมจากแค่อาการคัน

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มะเร็งตับ (Liver Cancer) เป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง เช่น ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ซึ่งมะเร็งตับมักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์เมื่อโรคเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว

นายแพทย์อิศราพงษ์ ศิริชวโรจน์ อายุรแพทย์ชำนาญการด้านมะเร็งวิทยา  โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า หลายคนอาจไม่รู้ว่า “อาการคันตามตัว” โดยไม่มีผื่น อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเริ่มต้นของมะเร็งตับโดยเฉพาะหากเกิดร่วมกับอาการอื่น เช่น ตัวเหลือง เหนื่อยง่าย หรือเบื่ออาหาร

นายแพทย์อิศราพงษ์ ศิริชวโรจน์ อายุรแพทย์ชำนาญการด้านมะเร็งวิทยา  โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล

5 อาการเตือนโรคมะเร็งตับ ที่ควรรีบพบแพทย์  มีดังนี้ 1. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

เมื่อเซลล์ตับเริ่มถูกทำลาย ร่างกายจะเผาผลาญและดูดซึมสารอาหารได้ลดลง ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายและน้ำหนักลดอย่างไม่ตั้งใจ 2. แน่นท้อง ปวดบริเวณชายโครงขวา อาจมีอาการแน่นหรือปวดท้องด้านขวาบน ซึ่งเกิดจากก้อนมะเร็งในตับที่ขยายตัวและกดทับอวัยวะข้างเคียง 3. ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตับทำงานผิดปกติ ไม่สามารถขจัดสารบิลิรูบินออกจากร่างกายได้ ทำให้สารนี้สะสมในเลือด 4. คันตามตัว โดยไม่มีผื่น เกิดจากสารพิษ เช่น บิลิรูบิน ที่สะสมในร่างกาย ซึ่งพบได้ในผู้ป่วยโรคตับและมะเร็งตับ ควรพบแพทย์หากมีอาการคันต่อเนื่องโดยหาสาเหตุไม่ได้ 5.  เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องโต อาจรู้สึกอึดอัดหรือแน่นท้องตลอดเวลา โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำในช่องท้อง หรือก้อนเนื้อในตับโตขึ้นจนกดทับระบบย่อยอาหาร

ตรวจคัดกรองมะเร็งตับ ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งมีโอกาสรักษาได้

การตรวจคัดกรองมะเร็งตับตั้งแต่ระยะเริ่มต้นสามารถเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้มีไวรัสตับอักเสบบี/ซี ผู้ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง หรือมีประวัติมะเร็งตับในครอบครัว

การตรวจที่แนะนำ ได้แก่:  อัลตราซาวนด์ช่องท้อง (Ultrasound Whole Abdomen)  ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ (AFP) ตรวจค่าการทำงานของตับ (LFTs) หรือหากมีประวัติมะเร็งในครอบครัว แนะนำให้ตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็ง (Cancer screening)

แม้ว่าอาการ “คันตามตัว” จะดูเหมือนไม่รุนแรง แต่หากเป็นต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ และมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เหนื่อยง่าย ตัวเหลือง แน่นท้อง หรือเบื่ออาหาร ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองโรคตับอย่างละเอียด เพราะยิ่งรู้เร็ว โอกาสในการรักษาก็ยิ่งสูงขึ้น

คุณแหน : 15 กันยายน 2568

คุณแหน : 15 กันยายน 2568

คุณแหน : 15 กันยายน 2568

วันจันทร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

II มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายธงทอง จันทรางศุ เป็นนายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พร้อมกก.สภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิอีก 9 ท่านได้แก่  นางปราณี สังขะตะวรรธน์,นายยืน ภู่วรวรรณ,นายนิรันดร์ จงวุฒิเวศย์,นางสาวทัศนา บุญทอง,นายมานิตย์ จุมปา,นายศิริ การเจริญดี,นายประสาท สืบค้า,นายนนทพล นิ่มสมบุญ และนายเขมทัตต์ พลเดช ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.2568..

II คณะกรรมการสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ แสดงความยินดีกับ อโนมา วิจิตรวิกรม และ ศิริรัตน์ ธำรงธีระกุล ในโอกาสได้รับรางวัล “นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น” ประจำปี 2567 ประเภทอาสาสมัครดีเด่น จากมูลนิธิศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์..

ll มัทนา บุนนาค เสียชีวิตแล้วหลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง จะมีพิธีสวดที่วัดมกุฎฯ ขณะนี้รอลูกกลับจากอเมริกา..

ll ครบรอบวันเกิด ภรณี ลีนุตตพงษ์ 12 ก.ย.ที่ผ่าน ดร.โอกาส เตพละกุล จัดเลี้ยงให้ที่ห้องอาหารเชฟแมนท่ามกลางเพื่อนรัก…ส่วน วงศ์ทิพย์ ชุ่มภาณี ครบ 7 รอบ 16 ก.ย. อบอุ่นพร้อมหน้าครอบครัวที่บ้านHome Sweet Home..

ll ธนิต ภูมิถาวร รอง ผวจ.พิจิตร เป็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุแบบมีส่วนร่วมและการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้มหกรรมสุขภาพผู้สูงอายุ เชิดชูเกียรติ โครงการพัฒนาคนทุกช่วงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีรองรับการพัฒนาในทุกมิติ สืบสานวัฒนธรรมประเพณี อัตลักษณ์ท้องถิ่น และน้อมนำศาสตร์พระราชามาสู่การปฏิบัติ จัดโดย สสจ.พิจิตร..

ll ชาว Digital CEO#6 ร่วมยินดีกับ บุปผา กวินวศิน ที่ได้รับรางวัล Mahidol University Alumni Recognition จาก คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล โดยจะเข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 24 กย. 7.00-7.45 น. ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล..

ll นพ.นพปฎล พรรณราย ผอ.รพ.สมเด็จพระยุพราชเชียงของ จ.เชียงราย รับมอบถุงบริการทางการแพทย์ จาก มาโนช สุขเพิ่ม บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด..

ll ทิพย์รัตน์ อรรถวิภัชน์ หนึ่งในสมาชิกวงทับทิมสยาม ดีใจกับ 2 เหรียญทอง Winner Category จาก Senior Choir และ Equal Voice Adult Choir ในการแข่งขันงาน Thailand lnternational Choral Festival 2025 ครั้งที่ 2 นี้มาก ผลงานทั้งหมดมาจากความทุ่มเททั้งกายและใจ ของ อ.ธนาวุฒิ ศรีวัฒนะ ครูเดว์แห่งวงประสานเสียงหญิงทับทิมสยาม ที่นำวงเข้าแข่งขัน..

ll รศ.พญ.ศิวาพร จันทร์กระจ่าง เชิญญาติมิตรร่วมงานทำบุญอุทิศกุศล ครบรอบ 9 ปี ระลึกถึง พลเอก สุทิน จันทร์กระจ่าง 7 ต.ค. 14.00 ณ  วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ ..

คุณแหน