บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ รู้จักมิตรและศัตรูของ ‘ฮุน เซน’

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ รู้จักมิตรและศัตรูของ ‘ฮุน เซน’

บทความพิเศษ : ‘รู้เขารู้เขมร’ รู้จักมิตรและศัตรูของ ‘ฮุน เซน’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในโลกการเมืองกัมพูชา ที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์ซับซ้อนและการต่อรองอันแยบยล สมเด็จฮุน เซน ผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้สร้างเครือข่ายพันธมิตรและจัดการศัตรูรอบตัวอย่างแยบคายตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

การรู้จักมิตรและศัตรูของผู้ที่เราจะต้องเกี่ยวข้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะศัตรูของมิตร คือศัตรู มิตรของศัตรูคือศัตรู ศัตรูของศัตรูคือมิตร มิตรของมิตร คือ มิตร

มิตรแท้หรือแค่ผลประโยชน์?

จีน : พี่ใหญ่ผู้ไม่ตั้งคำถาม….จีนคือพันธมิตรที่ฮุน เซนพึ่งพาอย่างแน่นแฟ้น  เพราะจีนมองกัมพูชาเป็นประตูสู่อาเซียน และเส้นทางสำคัญตามนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง   Belt and Road Initiative  โดยเฉพาะหลังปี 2017 เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชากับสหรัฐอเมริกา สั่นคลอน จีนให้ทั้งเงินลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนทางการทหาร     การลงทุนจากจีนหลั่งไหลเข้ากัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้า ท่าเรือ คาสิโน   ไปจนถึงโครงการพัฒนาเมือง ในขณะเดียวกัน จีนก็ให้การสนับสนุนทางการเมืองแก่รัฐบาลฮุน เซนในเวทีระหว่างประเทศ

เวียดนาม : ผู้ปลดปล่อยและผู้ปกครองเงา….เวียดนามคือผู้พาฮุน เซนขึ้นสู่อำนาจหลังโค่นล้มเขมรแดงในปี 1979 ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นนี้ยังคงอยู่ แม้จะมีแรงต้านจากชาวเขมรบางส่วนที่มองว่าเวียดนามคือ “ผู้ครอบงำ”  และมีประเด็นขัดแย้งบางเรื่อง เช่น เขตแดนและประมงในอ่าวไทย  แต่โดยรวมแล้วยังคงเป็นพันธมิตรสำคัญ

รัสเซีย : มิตรเชิงยุทธศาสตร์…..แม้จะไม่โดดเด่นเท่าจีนหรือเวียดนาม รัสเซียยังคงเป็นพันธมิตรในด้านการทหารและการทูต โดยเฉพาะในเวทีระหว่างประเทศที่กัมพูชาต้องการเสียงสนับสนุน  รัสเซียมองกัมพูชาเป็นพันธมิตรใหม่ในการต่อต้านอิทธิพลตะวันตกในภูมิภาค

สหรัฐอเมริกา : มิตรที่ไม่น่าไว้ใจ ….ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ขึ้นลงตามอารมณ์ของประธานาธิบดีสหรัฐ      และการเมืองภายในกัมพูชา ฮุนเซนเคยพยายาม อวยทรัมป์ เพื่อฟื้นสัมพันธ์หลังสงครามชายแดนกับไทย ปัจจุบัน สหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชาหลายคน และวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์สิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฮุน เซนหันไปพึ่งพาจีนและรัสเซียมากขึ้น

ไทย : เพื่อนบ้านที่มีทั้งความร่วมมือและต่อสู้

ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชามีประเด็นทั้งความร่วมมือและความขัดแย้ง การค้าชายแดน การลงทุน และการท่องเที่ยวเป็นด้านบวก แต่ก็มีประเด็นพิพาทเขตแดน การอพยพแรงงาน และอิทธิพลทางการเมืองที่ทำให้ความสัมพันธ์ซับซ้อน  ข้อพิพาทเรื่องชายแดนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 จนมีการปะทะกันด้วยปืนใหญ่และเครื่องบินทิ้งระเบิด ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาลดต่ำลงมาก

ศัตรูทางการเมือง

เจ้านโรดม รณฤทธิ์ (Prince Norodom Ranariddh) และ กลุ่มฟุนซินเปค (Funcinpec) เจ้านโรดมรณรณฤทธิ์ โอรสของเจ้านโรดมสีหนุ   เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับฮุนเซนในพ.ศ.2546 ต่อมาถูกฮุนเซนปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาล เมื่อ พ.ศ. 2550 ทำให้เจ้ารณฤทธิ์กลายเป็นผู้นำที่ไร้อำนาจ การล่มสลายของพรรคฟุนซินเปคที่นิยมเจ้าสีหนุ คือจุดเริ่มต้นของการรวมศูนย์อำนาจของฮุน เซน

สม รังสี Sam Rainsy  คือผู้นำฝ่ายค้านของพรรคCNRP (Cambodia National Rescue Party) ที่ถูกถอนสัญชาติและลี้ภัยในฝรั่งเศส เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของฮุน เซน เขาเคยวิจารณ์กองทัพกัมพูชาว่ายิงมั่วใส่พลเรือนไทย ขณะที่ยกย่องทหารไทยยิงแม่นยำ ทำให้ฮุน เซนโกรธจัดและตอบโต้ผ่านเฟซบุ๊กอย่างรุนแรง

มู โซซัว  Mu Sochua และ เกอ โซคา Kem Sokka สองนักการเมืองหญิงจากพรรค CNRP ที่ถูกจับกุมฐานกบฏ และสมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติ ถูกจำกัดสิทธิการเมือง พวกเธอเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในกัมพูชา

พวกเขมรแดงเก่า แม้ฮุน เซนจะเคยเป็นสมาชิกเขมรแดง แต่เขาก็ใช้การต่อต้านเขมรแดงเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมในการขึ้นสู่อำนาจ และกำจัดอดีตผู้นำเขมรแดงที่ยังคงมีอิทธิพลในบางพื้นที่ ทั้งวิธีเจรจาและใช้กำลัง

สนธิ ลิ้มทองกุล และจตุพร พรหมพันธุ์ นักเคลื่อนไหวการเมืองไทยที่เคยวิจารณ์ฮุน เซนอย่างเสียหาย โดยเฉพาะในช่วงความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา

ทักษิณ และแพทองธาร ชินวัตร ทักษิณเคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดี และมีธุรกิจในกัมพูชาหลายอย่าง ฮุน เซนเคยให้การสนับสนุนทักษิณในช่วงที่ถูกโค่นล้ม โดยให้รับตำแหน่งที่ปรึกษาเศรษฐกิจ แต่ต่อมามีการประกาศตัดญาติขาดมิตรกัน เพราะเรื่องอะไรไม่แน่ชัด

โดย  สุริยพงศ์

แพทย์เตือน ‘ต่อมน้ำลายอักเสบ’ อันตรายกว่าที่คิด

แพทย์เตือน ‘ต่อมน้ำลายอักเสบ’ อันตรายกว่าที่คิด

แพทย์เตือน ‘ต่อมน้ำลายอักเสบ’ อันตรายกว่าที่คิด

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แม้อาการปวด บวม แดง หรือบวมยุบซ้ำๆ ในช่องปากอาจดูเหมือนไม่รุนแรง แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นสัญญาณเตือนของ “ต่อมน้ำลายอักเสบ” ภัยเงียบที่หลายคนมักมองข้าม และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจลุกลามจนกลายเป็นนิ่ว ฝีหนอง หรืออาจพบมีเนื้องอกซ่อนอยู่ภายในต่อมน้ำลาย

พญ. วรรนธนี อภิวัฒนเสวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา และภูมิแพ้ ด้านโพรงจมูกและไซนัส โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า “ต่อมน้ำลาย” แม้จะมีขนาดเล็ก แต่มีหน้าที่สำคัญต่อสุขภาพร่างกาย โดยผลิตน้ำลายที่ช่วยย่อยอาหาร หล่อลื่นการพูด การเคี้ยวและการกลืน เคลือบฟันป้องกันฟันผุ ฆ่าเชื้อโรค และปรับสมดุลกรด–ด่างในช่องปาก การทำงานของต่อมน้ำลายจึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันตามธรรมชาติ แต่เมื่อเกิดการอักเสบ อาการเล็ก ๆ ที่ดูไม่น่ากังวลอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรงได้        โดยปกติร่างกายคนเรามีต่อมน้ำลาย 3 คู่หลัก ได้แก่ ต่อมพาโรติด (หน้าหู), ต่อมซับแมนดิบูลาร์       (ใต้ขากรรไกร), และต่อมซับลิงกัวล์ (ใต้ลิ้น) รวมถึงต่อมน้ำลายขนาดเล็กอีกจำนวนมาก ซึ่งจะลำเลียงน้ำลายมาตามท่อส่งและเข้ามาเปิดตามรูเปิดภายในช่องปากที่บริเวณกระพุ้งแก้มและใต้ลิ้นทางด้านหน้า เมื่อเกิดภาวะที่น้ำลายน้อยลงจากสาเหตุต่างๆ เช่น การขาดน้ำ การได้รับยาบางชนิด หรือการได้รับรังสีรักษาบริเวณใบหน้าและลำคอ เชื้อแบคทีเรียในช่องปากที่ไม่สมดุลนั้นสามารถก่อให้เกิดการอักเสบติดเชื้อย้อนกลับเข้าไปสู่ท่อน้ำลายส่งผลให้ต่อมสร้างน้ำลายทำงานผิดปกติ จนอาจมีหนองสีเหลืองปนมากับน้ำลาย หรือหากติดเชื้อบ่อยๆ เป็นเวลานาน อาจเกิดการสะสมของตะกอนแคลเซียมกลายเป็นก้อนนิ่วอุดตันภายในท่อของต่อมน้ำลายได้เช่นเดียวกัน

พญ. วรรนธนี อภิวัฒนเสวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิกวิทยา และภูมิแพ้ ด้านโพรงจมูกและไซนัส โรงพยาบาลพระรามเก้า 

โรคต่อมน้ำลายอักเสบเป็นภัยเงียบที่ผู้ป่วยจำนวนมากมักไม่ทันสังเกต แต่สามารถส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพช่องปาก การรับประทานอาหาร การพูดคุย รวมถึงความสวยงามของใบหน้า หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก

สาเหตุหลักของโรค มักเกิดจากการติดเชื้อ โดยเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุที่พบบ่อย รองลงมาคือเชื้อไวรัส ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยเสี่ยง เช่น การดื่มน้ำน้อย สุขภาพเหงือกและฟันที่มีปัญหา ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด (เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดน้ำมูก ยาต้านซึมเศร้า) รวมถึงโรคประจำตัวอย่างเบาหวานและไตวาย ที่ทำให้เกิดภาวะปากแห้งและเสี่ยงติดเชื้อมากยิ่งขึ้น

โรคนี้แบ่งระยะของโรคได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดเฉียบพลัน ผู้ป่วยมักมีอาการปวด บวม แดง ร้อน โดยเฉพาะที่ต่อมหน้าหูและใต้ขากรรไกร ทำให้รับประทานอาหารลำบาก อ้าปากได้น้อยลง และบางรายมีไข้ร่วมด้วย ชนิดเรื้อรัง เกิดจากการอักเสบติดเชื้อซ้ำ ๆ หรือมีนิ่วอุดตันในท่อน้ำลาย ส่งผลให้มีอาการปวด บวมเป็นๆหายๆ และอาการมักเป็นมากขึ้นหลังรับประทานอาหาร ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มน้ำน้อย ภาวะเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ ในบางรายอาจพบมีเนื้องอกซ่อนอยู่ภายในต่อมน้ำลาย ที่อาจโตขึ้นเรื่อยๆ จนมีการกดเบียดส่วนของท่อน้ำลายหรือกดเบียดเส้นประสาทของใบหน้า

กลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่ วัยทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับรังสีบริเวณใบหน้า/ลำคอ และส่วนน้อยในทารกแรกเกิดที่ยังได้รับน้ำและสารอาหารไม่เพียงพอ

สัญญาณเตือนที่ควรระวังคือ อาการปวด บวม ซ้ำ ๆ หรือการมีก้อนเนื้อที่โตมากขึ้น ซึ่งควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย อาทิเช่น การตรวจร่างกาย อัลตราซาวด์ (Ultrasound) หรือ CT Scan เพื่อค้นหาสาเหตุตำแหน่งและขนาดของก้อนนิ่วหรือฝีหนองอักเสบที่อยู่ภายใน

พญ. วรรนธนี กล่าวปิดท้ายว่า “หากปล่อย ‘ต่อมน้ำลายอักเสบ’ ไว้โดยไม่รักษา อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อลุกลาม นิ่วอุดตันเรื้อรัง หรือเนื้องอกที่อาจกลายเป็นมะเร็งและแพร่กระจายได้ การรักษาจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค สำหรับการอักเสบติดเชื้อเบื้องต้น การให้ยาฆ่าเชื้อ การดูแลสุขภาพช่องปากทั้งเหงือกและฟัน การนอนพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำลายด้วยอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว น้ำส้ม ลูกอมรสเปรี้ยว รวมถึงการประคบอุ่นเพื่อลดอาการปวดบวม ส่วนกรณีที่พบมีก้อนนิ่วอุดตัน การส่องกล้องเพื่อนำนิ่วออกถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษานอกเหนือจากการผ่าตัด”

“ต่อมน้ำลายอักเสบ” ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ความจริงแล้วอาจส่งผลเสียอย่างมากต่อการดำเนินชีวิต การใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปาก ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงได้ในระยะยาว

สำหรับผู้ที่มีอาการ บวม แดง ร้อน บริเวณต่อมน้ำลาย โดยเฉพาะต่อมหน้าหูและต่อมใต้ขากรรไกร สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1270 หรือ Website: www.praram9.com / Line: lin.ee/vR9xrQs หรือ @praram9hospital และ Facebook: Praram9 Hospital

เมคอัพอาร์ติสต์ไทย ‘จิ้บบี้ เอวาริณณ์ พันธุ์วิเชียร’ สร้างชื่อบนพรมแดง Creative Arts Emmy Awards ครั้งที่ 77

เมคอัพอาร์ติสต์ไทย ‘จิ้บบี้ เอวาริณณ์ พันธุ์วิเชียร’ สร้างชื่อบนพรมแดง Creative Arts Emmy Awards ครั้งที่ 77

เมคอัพอาร์ติสต์ไทย ‘จิ้บบี้ เอวาริณณ์ พันธุ์วิเชียร’ สร้างชื่อบนพรมแดง Creative Arts Emmy Awards ครั้งที่ 77

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แม้จะพลาดรางวัลบนเวที Creative Arts Emmy Awards ครั้งที่ 77 จากการประกาศผลรางวัลไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  แต่ จิ้บบี้ เอวาริณณ์ พันธุ์วิเชียร (Jibbie Rubie) ได้สร้างอีกหนึ่งประวัติศาสตร์สำคัญให้กับวงการเมกอัพไทย ในฐานะเมกอัพอาร์ติสต์ชาวไทยที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงบนเวที Creative Arts Emmy Awards ครั้งที่ 77 ประจำปี 2025 ในสาขา Outstanding Contemporary Makeup (Non-Prosthetic) จากผลงานในซีรีส์ดัง The White Lotus: Full-Moon Party (HBO Max, HBO ร่วมกับ Rip Cord และ MC Pictures) โดยเธอทำหน้าที่ Personal Makeup Artist ให้กับ “มุก” ที่รับบทโดย ลิซ่า ลลิษา มโนบาล (Lisa BLACKPINK) ร่วมกับทีมเมกอัพระดับสากล

การเข้าชิงรางวัลครั้งนี้  จิ้บบี้ เอวาริณณ์ และทีมเมกอัพจาก The White Lotus ต้องแข่งขันกับทีมจากซีรีส์ระดับโลก อย่าง The Last of Us (HBO), Only Murders in the Building (Hulu), The Penguin (HBO) และ Grotesquerie (FX)  ซี่งทีมเมคอัพอาร์ติสต์จาก The Penguin (HBO) คว้ารางวัลชนะเลิศไปครอง

ก่อนก้าวสู่เวทีโลก จิ้บบี้ เอวาริณณ์ ได้สั่งสมประสบการณ์จากการทำงานร่วมกับนักแสดงและศิลปินชั้นนำของประเทศไทย อาทิ คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส, ใหม่ ดาวิกา, มาร์กี้ ราศรี, หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง, เบกกี้ รีเบกก้า, แอลลี่ อชิรญา, ณิชา ณัฏฐณิชา รวมถึงศิลปินแถวหน้าอีกมากมาย ผลงานที่หลากหลายเหล่านี้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ผลักดันให้เธอก้าวขึ้นสู่ระดับนานาชาติ นอกจากนี้  จิ้บบี้ เอวาริณณ์ ยังเคยคว้ารางวัล The Winner จากการประกวด NYX Face Awards Thailand และได้รับโอกาสเข้าร่วมงาน NYX Face Awards ที่กรุงลอสแอนเจลิส พร้อมนำเสนอวิดีโอผลงาน SFX Makeup ของเธอบนเวทีประกาศรางวัลระดับโลกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ชื่อของ จิ้บบี้ เอวาริณณ์ บนเวที Emmy Awards ครั้งนี้ ไม่ได้สะท้อนแค่ความสำเร็จของเธอ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เมกอัพอาร์ติสต์ไทยถูกจับตามองบนเวทีโลก ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ครบรอบ 55 ปี ลงพื้นที่สงเคราะห์ 4 โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ครบรอบ 55 ปี ลงพื้นที่สงเคราะห์ 4 โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ครบรอบ 55 ปี ลงพื้นที่สงเคราะห์ 4 โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สศก.) นำโดย มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ,รศ.นพ.ปกิตติ ทยานิธิ ที่ปรึกษาสมาคมฯ,พล.อ.สมโภชน์ นนทชัย อุปนายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารในจังหวัดสระแก้วและจังหวัดปราจีนบุรี รวม 4 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองชะอม และโรงเรียนบ้านหนองเต่า, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาสารภี, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนประชารัฐบำรุง 1

มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย รศ.นพ.ปกิตติ ทยานิธิ ที่ปรึกษาฯ, พล.อ.สมโภชน์ นนทชัย ที่ปรึกษา,สมาชิกฯ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีส่งมอบอาคาร “ห้องสมุดที่ระลึก 55 ปี สศก.” 

คณะกลุ่มรักไม่รู้โรย ร่วมกิจกรรมให้การสงเคราะห์กับสมาคมฯ 

กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 55 ปีของการก่อตั้งสมาคมฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ ในการสร้างถาวรวัตถุให้กับโรงเรียนจึงได้มอบทุนทรัพย์เพื่อสร้างห้องสมุดและได้ทำพิธีเปิดอาคาร “ห้องสมุดที่ระลึก 55 ปี สศก.” ให้แก่โรงเรียนบ้านหนองชะอม อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าในด้านวิชาการ เป็นการเปิดโลกกว้างโดยส่งเสริมทักษะด้านการอ่านและพัฒนาสติปัญญาให้กับนักเรียนในพื้นที่อย่างยั่งยืน ภายในห้องสมุดจัดให้มีมุมหนังสือเฉลิมพระเกียรติ, สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน, หนังสือพระราชนิพนธ์, รวมถึงมีมุมคอมพิวเตอร์เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เข้าถึงแหล่งความรู้ในยุคดิจิทัล อีกทั้งยังปลูกฝังความรักในการเรียนรู้ พร้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทย ผู้ทรงทุ่มเทให้แก่การพัฒนาการศึกษา นอกจากนั้น สมาคมฯ ยังได้มอบทุนทรัพย์สนับสนุนค่าจ้างครูผู้สอนเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การเรียน เลี้ยงอาหารกลางวันและไอศกรีมให้กับนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม ขณะที่โรงเรียนบ้านหนองเต่า อำเภอเมืองปราจีนบุรี  จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับทุนทรัพย์สนับสนุนการซ่อมแซมระบบกรองน้ำดื่มในโครงการ “ธารน้ำใน ใสสะอาด” พร้อมอุปกรณ์การเรียนการสอนและหนังสือเพื่อเข้าห้องสมุด 

สมาคมฯ สนับสนุนทุนทรัพย์ เพื่อการซ่อมแซมระบบกรองน้ำดื่ม ในโครงการ “ธารน้ำใน ใสสะอาด” ณ โรงเรียนบ้านหนองเต่า

สำหรับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาสารภี อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว สมาคมฯ มอบชุดพละ เครื่องตัดหญ้า อุปกรณ์การเรียนการสอน ของเล่นเสริมทักษะและหนังสือเข้าห้องสมุด ส่วนโรงเรียน ตชด.ประชารัฐบำรุง 1 อำเภออรัญประเทศได้รับมอบตู้กดน้ำเย็น ข้าวสารและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเล็งเห็นถึงบทบาทของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในพื้นที่ชายแดนซึ่งเสียสละปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภคของใช้จำเป็นและทุนทรัพย์จำนวนหนึ่งให้แก่ ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 13 เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง

สมาคมฯ ร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ปฎิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ เผยว่า “ความสำเร็จของภารกิจในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือจากผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่เชื่อมั่นในสมาคมฯ และเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา ร่วมบริจาคทุนทรัพย์และสิ่งของเพื่อมอบให้กับโรงเรียนและนักเรียนในถิ่นกันดาร สมาคมฯ ขอบคุณทุกท่านรวมทั้งสมาชิกสมาคมฯ จากใจจริง โดยเฉพาะหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทยที่ให้การสนับสนุนยานพาหนะสำหรับภารกิจในพื้นที่ห่างไกล”

ทั้งนี้ สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ยังคงมุ่งมั่นสานต่อเจตนารมณ์ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศ พร้อมทำหน้าที่เป็น “สื่อกลางแห่งน้ำใจ” ระหว่างผู้มีจิตเมตตา กับเยาวชนไทยที่ยังคงรอคอยโอกาสและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ E-mail: helpthaistudent@gmail.com Facebook: สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ  เว็บไซต์: www.promothaieducation.org

เปิดฉาก ‘มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025’ 23 สาวงามทั่วโลกสัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา

เปิดฉาก ‘มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025’  23 สาวงามทั่วโลกสัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา

เปิดฉาก ‘มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025’ 23 สาวงามทั่วโลกสัมผัสมนต์เสน่ห์ล้านนา

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 (Miss International Queen 2025) เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และยกระดับ Soft Power ไทยสู่สายตาชาวโลก โดย 23 สาวงามผู้เข้าประกวดจาก 23 ประเทศทั่วโลก ภายใต้การต้อนรับสู่ดินแดนล้านนาอย่างอบอุ่นจากจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกิจกรรมเก็บตัวและสัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมไทยอันเป็นเอกลักษณ์

ทั้ง 23 สาวงามได้รับการต้อยรับอย่างอบอุ่นจาก นายอิทธิรัฐ สินารักษ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ นายเก่ง ชัยวารินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงาน ททท.สำนักงานเชียงใหม่ นายกิตติคุณ คุ้มเกตุ ผู้แทนผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ และ นายจักรพงษ์ สิทธิหล่อ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ สำหรับทำกิจกรรมระหว่างวันที่ 8 – 11 กันยายน 2568 ก่อนก้าวสู่เวทีการประกวดในรอบถัดไป

ตลอดระยะเวลา 3 วันของการเก็บตัว ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ ผู้เข้าประกวดจะได้สัมผัสความงดงามทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของล้านนาอย่างแท้จริงผ่านกิจกรรมต่าง ๆ  อาทิ กิจกรรม “To The Nature’s Embrace” ที่เน้นประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และกิจกรรม “To The Art Of Lanna Legacy” เพื่อเรียนรู้งานหัตถศิลป์และวิถีชีวิตพื้นบ้านล้านนาหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ โดยได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่

ไฮไลต์สำคัญคือ การจัดงาน “Miss International Queen 2025 Gala Night: Culture & Couture in Chiang Mai” ในช่วงค่ำของวันที่ 10 กันยายน 2568 ณ โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท ซึ่งผู้เข้าประกวดจะปรากฏตัวใน The Lanna Queen’s Garden Fashion Show โดยสวมใส่ชุด “ล้านนาร่วมสมัย” ที่ออกแบบโดยอาจารย์หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล ดีไซเนอร์ไทยชื่อดังผู้คว้ารางวัลระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นการผสมผสานความงดงามของศิลปะล้านนาเข้ากับแฟชั่นระดับโลกได้อย่างลงตัว โดยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง YouTube: Miss International Queen

ผู้เข้าประกวดทั้ง 23 คนมาจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ ไทย, บราซิล, ชิลี, จีน, โคลอมเบีย, คิวบา, เช็ครีพับบลิค, เอกวาดอร์, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, ลาว, มาเลเซีย, เม็กซิโก, เมียนมา, เปรู, นิการากัว, เปอร์โตริโก, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ตุรกี, สหรัฐอเมริกา, เวียดนาม, และเวเนซูเอลา

ติดตามความเคลื่อนไหวและการประกาศผลของการประกวด Miss International Queen 2025 ได้ที่ทุกช่องทางของ Miss International Queen:  Website: https://missinternationalqueen.com/home  Facebook: https://www.facebook.com/MissInternationalQueen YouTube: https://www.youtube.com/@MissInternationalQueen  Instagram: https://www.instagram.com/missinternationalqueen/

ป๊อปอัพสุดล้ำ! สัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติ DANDADAN POP-UP STORE THAILAND

ป๊อปอัพสุดล้ำ! สัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติ DANDADAN POP-UP STORE THAILAND

ป๊อปอัพสุดล้ำ! สัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติ DANDADAN POP-UP STORE THAILAND

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ป๊อปอัพสุดล้ำที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ อยากให้ทุกคนมาสัมผัสประสบการณ์เหนือธรรมชาติในงาน “DANDADAN POP UP STORE THAILAND” จัดโดย Japan Anime Movie Thailand ภายใต้การดูแลของบริษัท ไฟว์สตาร์ เอเจนซี่ จำกัด ร่วมกับ Muse Communication เปิดให้ชมฟรี!! จนถึงวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2568 บริเวณชั้น 4 โซน A พร้อมระเบิดพลังจิตสุดป่วน ทะลุจักรวาล รวบรวมทุกความปั่น ความฮา และความลี้ลับจากอนิเมะชื่อดัง “DANDADAN” มาไว้ให้แฟนๆ ชาวไทยได้สัมผัสกันแบบเต็มอารมณ์ ขนทัพสินค้าลิขสิทธิ์แท้และสินค้าลิมิเต็ด เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น  และโซนคาเฟ่ให้ได้อิ่มอร่อย พร้อมสะสมของที่ระลึกไปพร้อมกัน ครบจบในงานเดียว

วันแรกของงาน สหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ร่วมเปิดตัวและเยี่ยมชมนิทรรศการ โดยมี พิชชาภา ณรงค์พันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฟว์สตาร์ เอเจนซี่ จำกัด ต้อนรับ ซึ่ง เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ นับเป็นศูนย์กลางการจัดนิทรรศการอนิเมะมากที่สุดและต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวบรวมสุดยอดแอนิเมชั่นญี่ปุ่นชื่อดังที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของคนรักอนิเมะ

DANDADAN อนิเมะสุดแหวกแนวแนวไซไฟ-คอมเมดี้-เหนือธรรมชาติจากปลายปากกาของอาจารย์ยูกิโนบุ ทัตสึ ที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกด้วยพล็อตไม่ซ้ำใคร ตัวละครสุดจี๊ดและภาพลายเส้นที่น่าหลงใหลร่วมลุ้นไปกับ “โอคารุน” หนุ่มเนิร์ดผู้ศรัทธาในยูเอฟโอ และ “โมโมะ” สาวแกร่งผู้เชื่อในวิญญาณกับการต่อสู้เหนือธรรมชาติสุดวายป่วง กระแสแรงทั่ววงการอนิเมะ

ภายในแบ่งเป็น 3 โซนหลักสุดล้ำที่จะได้ “อิน” แบบทะลุมิติ โซนที่ 1 “DANDADAN WORLDS”  ออกแบบและตกแต่งแบบพิเศษ  เป็นโซนถ่ายภาพที่จะพาแฟนๆ หลุดเข้าไปในฉากดังของ DANDADAN  โซนที่ 2 DANDADAN OFFICIAL GOODS รวมของเด็ด ของดี ของลิมิเต็ดจากญี่ปุ่น โซนนี้ คือ สวรรค์ของเหล่าแฟนคลับ DANDADAN และนักสะสมสายอนิเมะ พบกับทัพสินค้าลิขสิทธิ์แท้ส่งตรงจากญี่ปุ่นมาให้เลือกสรรอย่างจุใจ  โซนที่ 3 คาเฟ่ DANDADAN DIMENSION CAFE  คาเฟ่สุดล้ำที่มีทั้งความอร่อยและของสะสมสุดปัง คาเฟ่ธีมพิเศษจากจักรวาล DANDADAN ที่ออกแบบเมนูสุดจี๊ดตามคาแรกเตอร์ในเรื่อง ทั้งเครื่องดื่ม ขนม และไอศกรีมสุดคิ้วท์ นอกจากนี้ยังมีพร็อพถ่ายรูปสุดน่ารักให้แฟนๆ ได้ฟิน อิ่ม คุ้มกันไปเลย

เชิญชวนผู้ที่สนใจและหลงรักในอนิเมะ DANDADAN สัมผัสบรรยากาศการตามล่าสิ่งลี้ลับ พร้อมเพลิดเพลินไปกับสินค้าชั้นยอดมากมาย ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดีๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

Maison JE Bangkok จับมือ L Gallery ชวน 6 ศิลปินร่วมสมัยจากเกาหลี ถ่ายทอดพลังแห่งสีสันและอารมณ์ในนิทรรศการ ‘COLOR PULSE’

Maison JE Bangkok จับมือ L Gallery ชวน 6 ศิลปินร่วมสมัยจากเกาหลี   ถ่ายทอดพลังแห่งสีสันและอารมณ์ในนิทรรศการ ‘COLOR PULSE’

Maison JE Bangkok จับมือ L Gallery ชวน 6 ศิลปินร่วมสมัยจากเกาหลี ถ่ายทอดพลังแห่งสีสันและอารมณ์ในนิทรรศการ ‘COLOR PULSE’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Maison JE Bangkok ร่วมกับ L Gallery จัดแสดงนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย “COLOR PULSE” นำเสนอผลงานของ 6 ศิลปินจากเกาหลี ได้แก่ ทูมยอง (2Myoung), อิมโซลจี (Im Solji), คิมอ๊ก-จิน (Kim Ok-Jin), ลีแจยุล (Lee Jaeyual), ซูซี่ คิว (Suzy Q) และ ควายา (Qwaya) ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ณ Maison JE Bangkok

นิทรรศการ COLOR PULSE ถ่ายทอด “สี” ในฐานะภาษาของอารมณ์และจังหวะความรู้สึก ผ่านผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปินตั้งแต่ประติมากรรมที่ผสานจินตนาการกับของเล่นและสัญลักษณ์ของ 2Myoung, โลกแฟนตาซีสีสันสดใสราวกับนิทานของ Im Solji, ความเงียบงันสะท้อนความโดดเดี่ยวในสังคมเมืองของ Kim Ok-Jin, ภูมิทัศน์ลึกลับที่เชื่อมศิลปะดั้งเดิมกับความร่วมสมัยของ Lee Jaeyual, การค้นหาตัวตนในความทรงจำผ่านตัวละคร Moo ของ Suzy Q, ไปจนถึงภาพสีน้ำมันโทนเขียวฟ้าที่ถ่ายทอดอารมณ์สงบลึกซึ้งของ Qwaya

“COLOR PULSE ไม่ใช่แค่เพียงการรับรู้ผ่านสายตา หากแต่ยังมองว่า “สี” คือจังหวะความรู้สึกในชีวิต ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน แม้รูปแบบการสร้างสรรค์ของศิลปินแต่ละคนจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่สีทั้งหกกลับสอดประสานกันอย่างกลมกลืน ราวกับหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ถ่ายทอดแรงสั่นสะเทือนที่ซึมลึกไปสู่ผู้ชม พร้อมเชื้อเชิญให้ทุกคนได้สัมผัสและจดจำ “สี” ในมิติที่แตกต่างออกไป

ท่ามกลางสีสันเหล่านี้ อาจมีสีใดสีหนึ่งที่จะดึงดูดคุณให้เข้าสู่โลกแห่งจินตนาการของศิลปินแต่ละคนโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่ปล่อยให้ “สี” เป็นผู้นำทาง เพื่อค้นพบสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในใจ และปลุกความรู้สึกบางอย่างให้กลับมาเต้นอีกครั้ง

ภายในนิทรรศการ COLOR PULSE ผู้ชมสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรม “Choose Your Own Color” ที่เชื่อมโยงตัวตนเข้ากับศิลปะ ผ่านการสุ่มเลือก Color Tarot Card การ์ดที่เผย “สีประจำตัว” หรือ “Lucky Color” ของคุณ พร้อมคำบรรยายซึ่งสะท้อน อารมณ์ ปลุกกำลังใจและจุดประกายจินตนาการ จากนั้น ออกเดินทางตามหาผลงานศิลปะที่สะท้อนพลังของสีนั้น ซึ่งเชื่อมโยงกับหนึ่งในหกศิลปิน เพื่อค้นพบความหมายและแรงบันดาลใจในแบบเฉพาะตัว พร้อมซึมซับประสบการณ์ที่ลึกซึ้ง อิ่มเอม ทั้งต่อประสาทสัมผัสและหัวใจ

นิทรรศการจัดแสดงที่ Maison JE Bangkok เวลา 11.00-19.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)  ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่เว็บไซต์: www.maisonje.com เฟซบุ๊ก: Maison JE Bangkok อินสตาแกรม: @maisonje_bkk โทรศัพท์: 096 221 1646

คุณแหน : 11 กันยายน 2568

คุณแหน : 11 กันยายน 2568

คุณแหน : 11 กันยายน 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์โดยตลอด ในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล ศ.เกียรติยศ นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ อดีตแพทย์ประจำพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร 10-16 ก.ย.18.30 น. ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตร เจ้าภาพของดพวงหรีดและขอเชิญร่วมทำบุญกับโรงพยาบาลศิริราชและคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา ..
  • ครบรอบ 83 ปี ภัทรา ศิลาอ่อน เชิญญาติมิตรร่วมงาน Patara’s Party 14 ก.ย.14.00 น. ที่บ้านสุริยน Grand Seaside  แหลมฟาน ศรีราชา เจ้าภาพของดของขวัญ เชิญร่วมทำบุญวันมหิดล (ศิริราชมูลนิธิ) เหมือนเช่นทุกปี..
  • ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(สำนักงาน คปภ.) เป็นประธานพิธีถวายผ้าป่าสามัคคี เพื่อบูรณะอุโบสถและสาธารณูปการ วัดธรรมนิมิต อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม 19 ก.ย.13.30 น. ร่วมทำบุญบัญชี วัดธรรมนิมิต (ทอดผ้าป่า คปภ.2568) ธ.กรุงไทย สาขาแม่กลอง เลขที่ 748-0-62598-7.. สอบถาม 02-5153995
  • ในโอกาสกรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ครบรอบ 22 ปี พล.อ.ท.ณรัฐ บุญประเสริฐ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ จัดพิธีสงฆ์ทำบุญเลี้ยงพระอุทิศแด่อดีตกำลังพลของกรมฯ ที่ล่วงลับไปแล้วและเพื่อความเป็นสิริมงคล 16 ก.ย.09.40 น. ที่กรมฯ ของดกระเช้าดอกไม้ หากร่วมบริจาคเพื่อกองทุนสวัสดิการ ได้ที่ ธนาคารไทยธนชาต ชื่อบัญชี กิจกรรมสวัสดิการและการกุศล กร.ทอ.เลขที่ 057-2-30801-3..
  • ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย บิ๊กบอสแห่ง DMT ภูมิใจที่บริษัทได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนระดับดีเด่น ประจําปี 2568 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม   เตรียมขึ้นรับโล่รางวัลปลายเดือนนี้..
  • สนง.การท่องเที่ยวไต้หวันประจำกรุงเทพฯ จัดงาน Taiwan Travel Fair 2025 งานมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวันครั้งใหญ่ (ครั้งที่3) 12-14 ก.ย. แวะไปที่ชั้นM ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ภายใต้ธีม “ไต้หวันมะ Taiwan(na) Go With Me?” เชิญชวนคนไทยไปสำรวจมุมมองใหม่และสถานที่ Unseen สวยๆ ของไต้หวัน Facebook: Taiwan Tourism TH..
  • สุนันต์ อรุณนพรัตน์  นายกสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่า  คณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย (CGA),กรรมการและที่ปรึกษายินดีกับ อนุทิน ชาญวีรกูล  ศิษย์เก่าโรงเรียนอัสสัมชัญรุ่นที่  98 ได้เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 32 ..
  • งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ครั้งที่ 72 “The 72th  Bangkok Gems and Jewelry Fair” รวบรวมสินค้าอัญมณีทั้งในและต่างประเทศรวม 1,106 บริษัท ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 9-13 ก.ย.หนึ่งในนั้นมีแบรด์ AVALON Jewelry โดย ธันยพล คงวิทยากิจจ์  บ.มณีมงคล เจมส์ แฟคตอรี่ แวะชมได้ที่บูธ S64 และ T63 รวมทั้งการแสดงผลงาน “Mystery Forest” สร้อยสังวาลย์ที่ถ่ายทอดศิลปะร่วมสมัยและปรัชญา ชมได้ที่โซน Gilded Soul หน้าฮอลล์ 2 ชั้น G ..

น้อง

‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ จับมือพันธมิตร ส่งมอบมื้ออาหารดีๆ ให้กลุ่มเปราะบาง ตั้งเป้า 10 ล้านมื้อ

‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ จับมือพันธมิตร  ส่งมอบมื้ออาหารดีๆ ให้กลุ่มเปราะบาง ตั้งเป้า 10 ล้านมื้อ

‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ จับมือพันธมิตร ส่งมอบมื้ออาหารดีๆ ให้กลุ่มเปราะบาง ตั้งเป้า 10 ล้านมื้อ

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.57 น.

บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก แม็คโคร-โลตัส เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (BKK Food Bank), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และมูลนิธิ สโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) เปิดตัวโครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” เพื่อส่งต่อสินค้าอาหารและวัตถุดิบที่ยังคงคุณภาพดีและไม่หมดอายุ ให้แก่ประชาชนในชุมชนและกลุ่มเปราะบางใน 50 เขตกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าหมายบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน และสร้างโอกาสให้ผู้ที่ขาดแคลนสามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม

นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการ ‘กินได้ไม่ทิ้งกัน’ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ซีพี แอ็กซ์ตร้า และ BKK Food Bank ของกรุงเทพมหานคร ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการกระจายอาหารไปยังชุมชนต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของเราที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลประกอบการ แต่ยังให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของสังคมและชุมชนรอบข้าง โครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอาหาร และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้กับครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และครอบครัวรายได้น้อย ทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี”

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “BKK Food Bank เป็นโครงการที่กรุงเทพมหานครจัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยรับบริจาคอาหารและสิ่งของจำเป็นไปกระจายในรูปแบบมินิมาร์ทที่ผู้รับสามารถเลือกเองได้ ปัจจุบันครอบคลุมทั้ง 50 เขต และมีระบบ BKK Food Bank Digital เพื่อความโปร่งใส สำหรับโครงการ ‘กินได้ไม่ทิ้งกัน’ ถือเป็นอีกภารกิจสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนและบริหารจัดการอาหารส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เชื่อมโยงสิ่งที่เหลือไปสู่สิ่งที่ขาด สร้าง ‘วงจรแห่งการแบ่งปัน’ ที่ยั่งยืน ผมภาคภูมิใจที่กรุงเทพมหานครได้มีส่วนร่วมในการบรรเทาความเดือดร้อนและลดปัญหาอาหารส่วนเกิน พร้อมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจ เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดี สู่เมืองแห่งความยั่งยืนที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

โครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” ของซีพี แอ็กซ์ตร้า โดย แม็คโคร-โลตัส จะเป็นเหมือน “เพื่อนบ้านใจดี” ที่ช่วยแบ่งเบาภาระครัวเรือน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ครอบครัวรายได้น้อย และผู้สูงอายุ ที่นอกจากจะได้อาหารสดใหม่ที่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ครอบครัวยังได้ความสุขจากการมีอาหารรับประทานในทุกมื้อ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม โครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” นอกจากจะเป็นความร่วมมือกับ BKK Food Bank ของกรุงเทพมหานคร แล้ว ยังสะท้อนการบูรณาการพลังจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS Thailand) โดยมีเป้าหมายสำคัญร่วมกันคือ การส่งต่ออาหารคุณภาพ สร้างรากฐานชุมชนที่แข็งแรงและยั่งยืน พร้อมตอกย้ำว่า ธุรกิจที่ยั่งยืน คือธุรกิจที่ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนไปพร้อมกับการเติบโตของเศรษฐกิจ

สำหรับชุมชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “กินได้ไม่ทิ้งกัน” สามารถติดต่อได้ที่ BKK FOOD BANK ผ่าน “ฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม” ของสำนักงานเขตในพื้นที่ที่ชุมชนของท่านตั้งอยู่

สุดปลื้ม! เยาวชนไทยคว้ารางวัลเวทีโลก ‘ISEF 2025’

สุดปลื้ม! เยาวชนไทยคว้ารางวัลเวทีโลก ‘ISEF 2025’

สุดปลื้ม! เยาวชนไทยคว้ารางวัลเวทีโลก ‘ISEF 2025’

วันพุธ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2568, 17.00 น.

รองนายกฯ ชื่นชมเยาวชนไทยคว้ารางวัลเวทีโครงงานวิทย์ฯ ระดับโลก ISEF 2025 สร้างความภูมิใจให้กับประเทศ ด้านรองปลัด อว. พร้อมต่อยอดโครงงานสู่ชีวิตจริง มุ่งใช้แก้ไขปัญหา ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ

10 กันยายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แสดงความยินดีกับความสำเร็จของตัวแทนทีมเยาวชนไทย หลังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยด้วยการคว้ารางวัลจากเวทีการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์สำหรับเยาวชน ระดับโลก REGENERON ISEF 2025 พร้อมมอบโอวาทให้กับเหล่าเยาวชนที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ โดยมี นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.กรรณิการ์ เฉิน รองผู้อำนวยการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ดร.วรวรงค์ รักเรืองเดช รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รศ.ดร.ธณัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นางสาวกริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) นายธนาภรณ์ พงศ์ปริตร ผู้จัดการโครงการกิจกรรมเพื่อสังคมธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และตัวแทนทีมเยาวชน เข้าร่วม ที่ห้องฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

โดยทีมเยาวชนไทยที่เดินทางมาเข้าพบรอง นรม. ในครั้งนี้ ได้แก่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มอดินแดง) จ.ขอนแก่น, โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม จำนวน 2 ทีม, โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ จำนวน 2 ทีม, โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จ.ระยอง จำนวน 2 ทีม, โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ จำนวน 2 ทีม และโรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงราย จำนวน 2 ทีม

นายประเสริฐ ได้กล่าวชื่นชมทีมเยาวชนไทยที่นำความรู้ความสามารถไปแสดงบนเวทีระดับโลก ซึ่งผลงานของเยาวชนไทยในครั้งนี้นับว่ายอดเยี่ยมและน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง โดยสามารถคว้ารางวัลรวมทั้งสิ้น 11 รางวัล สะท้อนถึงความสามารถ ความมุ่งมั่น และความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทยที่สามารถแข่งขันและได้รับการยอมรับในระดับโลก ความสำเร็จนี้ไม่เพียงเป็นเกียรติยศของเยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของระบบการศึกษาไทย และความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐ สถานศึกษา และองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ ที่ร่วมกันผลักดันให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสแสดงความสามารถบนเวทีโลกโดยตนขอให้เยาวชนนำความสำเร็จครั้งนี้ไว้เป็นแรงผลักดันเพื่อต่อยอดในการพัฒนาและสร้างประโยชน์ในวงกว้างให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต

ด้านนางสาวสุณีย์ กล่าวว่า ปีนี้ กระทรวง อว. โดย อพวช. สวทช. และ วช. ร่วมกับ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งทีมเยาวชนไทย จำนวน 14 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์สำหรับเยาวชนระดับโลก REGENERON ISEF 2024 โดยผลงานของทีมเยาวชนไทยในครั้งนี้ ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของเยาวชนและทุกหน่วยงานที่สนับสนุน เนื่องจากเยาวชนไทยสามารถพัฒนาผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ออกมาได้โดดเด่นจนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย คว้ารางวัลประกอบด้วยรางวัล Grand Award จำนวน 8 รางวัล และ Special Award จำนวน 3 รางวัล รวมทั้งหมด 11 รางวัล ในหลากหลายสาขา อาทิ สาขาสัตวศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ปริวรรต สาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ สาขาเคมี สาขาชีวเคมี และสาขาเทคโนโลยีส่งเสริมศิลปะ

“กระทรวง อว. มีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการพัฒนาต่อยอดโครงงานของเยาวชนเหล่านี้ให้สามารถนำไปใช้จริง เพื่อแก้ไขปัญหา ยกระดับคุณภาพชีวิต และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ อันจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืนต่อไป” รองปลัดกระทรวง อว. กล่าว

-(016)