กรุงเทพประกันภัย จับมือกรมสุขภาพจิต ชวนตระหนักถึงภัยปัญหาสุขภาพจิต

กรุงเทพประกันภัย จับมือกรมสุขภาพจิต  ชวนตระหนักถึงภัยปัญหาสุขภาพจิต

กรุงเทพประกันภัย จับมือกรมสุขภาพจิต ชวนตระหนักถึงภัยปัญหาสุขภาพจิต

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.23 น.

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าโครงการเชิงรุกเพื่อสังคม จัดกิจกรรม กรุงเทพประกันภัย ส่งเสริมสุขภาพใจ ใส่ใจสุขภาพจิต ภายใต้แนวคิด ยินดีที่ได้รู้ใจ เพื่อรณรงค์ให้ความรู้ สร้างความตระหนัก และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สุภาภรณ์ ศิวกีรัตตนะ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต และ ทัศพงศ์ บุศยพลากร ผู้อำนวยการ ธุรกิจลูกค้ารายย่อย บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องประชุมใหญ่ RBAC Hall มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต เมื่อเร็วๆ นี้

โดยวัตถุประสงค์ของจัดงาน มุ่งเน้นไปยังการสร้างความเข้าใจเชิงลึกเพื่อนำไปสู่การตระหนักถึงภัยเงียบของปัญหาสุขภาพจิตที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะทางใจ การมีสุขภาพจิตที่ดี การทำความเข้าใจต่อภาระทางจิตใจ ซึ่งอาจเกิดจากการถูกคาดหวังหรือความต้องการการยอมรับในโลกโซเชียล การจัดการกับสภาวะอารมณ์ของตัวเอง และการดูแลคนรอบข้างอย่างเหมาะสม ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ นิทรรศการให้ความรู้แบบ Interactive และสื่อวิดีโอกราฟิกที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน 4 คาแรกเตอร์ ได้แก่ น้องรู้ใจ น้องใส่ใจ น้องเปิดใจ และน้องเบาใจ ภายในงานยังมีเวทีเสวนาที่เจาะลึกทั้งการดูแลสุขภาพกายและใจ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์ตรง ได้แก่ พญ.ญานิกา วลีอิทธิกุล รองผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต เขื่อน – ภัทรดนัย เสตสุวรรณ นักจิตบำบัดและเจ้าของแคมเปญจุดพักใจ และ หมอฟรัง – นรีกุล เกตุประภากร นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมอง แชร์ประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักศึกษา

พญ.ญานิกา วลีอิทธิกุล กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างอารมณ์เศร้าปกติกับโรคซึมเศร้า รวมถึงข้อควรระวังในการวินิจฉัยโรคเองจากโซเชียลมีเดียว่า “อารมณ์เศร้าเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องเคยเจอเวลามีเรื่องกระทบจิตใจ แต่โรคซึมเศร้าคือสภาวะที่เศร้าต่อเนื่องยาวนานจนกระทบต่อร่างกาย ความคิด และอารมณ์ ยิ่งตอนนี้วัยรุ่นใช้เวลาอยู่ในโลกโซเชียลค่อนข้างเยอะ ปัญหาคือคนเรามักจะมองหาจุดเชื่อมโยงว่า อาการที่เกิดขึ้นเหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้าตามที่ได้ทราบมา ทั้งที่จริงอาจเป็นเพียงความเศร้าชั่วขณะ หากสงสัยว่าตัวเองเข้าข่ายหรือไม่ เราแนะนำให้ปรึกษาจิตแพทย์หรือโทรสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอคำแนะนำแทนการรีบตีตราตัวเองว่ามีความผิดปกติ”

ส่วนศัพท์ใหม่อย่างเทรนด์ Bed Rotting หรือการนอนเปื่อยอยู่บนเตียงทั้งวัน ซึ่งวัยรุ่นต่างบอกว่ามันคือการชาร์จแบต แต่ผู้ใหญ่กลับมองว่าขี้เกียจ พญ.ญานิกา แสดงความคิดเห็นว่า “ถ้าทำในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อผ่อนคลายร่างกายและสมองก็ถือว่ามีประโยชน์และช่วยชาร์จพลังได้ แต่ไม่ควรทำติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียให้สมองสับสน โดยสมองจะแยกไม่ออกว่าเตียงคือที่นอนหลับหรือที่พักผ่อน หรือหากทำติดต่อกันนานๆ อาจกลายเป็นการนอนเพื่อหนีปัญหา การนอนนานๆ ยังทำให้ความตื่นตัวลดลง ร่างกายเฉื่อยชา อาจกลายเป็นคนหมดไฟได้ในท้ายที่สุด ดังนั้นเราจึงต้องมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดว่าทำเพื่อผ่อนคลายและต้องทำอย่างพอเหมาะ ข้อสำคัญคือต้องไม่กระทบความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน หากทำแล้วหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง ก็ถือว่าอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้ อีกทั้งยังจะช่วยเปลี่ยนมุมมองของผู้ใหญ่ที่มีต่อการกระทำนี้จากความขี้เกียจให้เข้าใจว่าเป็นการพักผ่อนที่มีคุณภาพด้วย”

เขื่อน – ภัทรดนัย เสตสุวรรณ กล่าวถึงสาเหตุที่โซเชียลมีเดียส่งผลให้เกิดนิสัย People Pleasing การยอมตามใจคนอื่นเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ ซึ่งมีที่มามาจากกลไกทางจิตใจและความกดดันทางสังคมว่า “โซเชียลมีเดียสร้างบรรยากาศที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า ฉันต้องเก่ง ต้องดัง และต้องเพอร์เฟกต์ เมื่อไม่สามารถทำได้ตามภาพที่เห็นจึงเกิดเป็นความกดดันต่อตัวเองอย่างหนัก คนที่มีแนวโน้มเป็น People Pleaser มักจะผูกคุณค่าและความรู้สึกดีของตัวเองไว้กับการถูกยอมรับ แต่ก็แฝงไปด้วยความกลัวว่าจะไม่ถูกรัก โซเชียลมีเดียจึงกลายเป็นพื้นที่ที่คนกลุ่มนี้พยายามทำทุกอย่างให้คนอื่นชอบและมองว่าตนเองเก่ง ทั้งหมดเพื่อใช้เสียงตอบรับจากคนอื่นเป็นเหมือนกระจกสะท้อนยืนยันคุณค่าในตัวเอง”

หมอฟรัง – นรีกุล เกตุประภากร บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลใจและมุมมองต่อความสำเร็จของคนในยุคนี้ที่มักมาพร้อมความกดดันว่า “เราควรหันมาโฟกัสตัวเองมากกว่าเสียงรอบข้าง เพราะสุขภาพใจเป็นสิ่งสำคัญมาก เดิมทีเราก็เคยเป็นคนที่กดดันตัวเองและพยายามทำให้ทุกคนพอใจ จนตัวเองเป็นทุกข์ แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้ว่าในวันที่ทุกข์ที่สุด คนที่อยู่กับเราก็คือตัวเราเอง เพราะฉะนั้นเราจึงต้องพร้อมปล่อยวางผลลัพธ์ภายนอกที่ไม่เป็นดั่งใจอยู่เสมอ และเมื่อเจอปัญหา อย่ามัวแต่ Zoom In จนเห็นเพียงมุมมองแคบๆ แต่อยากให้ลอง Zoom Out ถอยออกมามองภาพกว้างเพื่อจะได้เห็นว่าชีวิตยังมีด้านดีอื่นๆ อีก เช่น ครอบครัว เพื่อน การมีสุขภาพดี หรือการมีอากาศหายใจ นอกจากนี้ เรายังควรดูแลร่างกาย กินอาหารดีๆ และนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ เพราะบางครั้งการตื่นมาด้วยความสดชื่นก็ช่วยเปลี่ยนมุมมองได้”

กรุงเทพประกันภัย มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเกราะป้องกันทางใจที่แข็งแกร่งให้แก่นักศึกษาและผู้ร่วมกิจกรรม รวมถึงได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมให้เป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างและมีความเข้าใจในเรื่องสุขภาพจิตมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาด้านสุขภาพจิตสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต โทร. 1323

MBK Care สานต่อ ปฏิทินเก่ามีค่า…เราขอ ปีที่ 8 ส่งต่อโอกาสการศึกษาให้ผู้พิการทางสายตา

MBK Care สานต่อ ปฏิทินเก่ามีค่า...เราขอ ปีที่ 8  ส่งต่อโอกาสการศึกษาให้ผู้พิการทางสายตา

MBK Care สานต่อ ปฏิทินเก่ามีค่า…เราขอ ปีที่ 8 ส่งต่อโอกาสการศึกษาให้ผู้พิการทางสายตา

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.19 น.

เอ็ม บี เค ตอกย้ำวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนสังคมและชุมชนอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ MBK Care อาสาทำดี ปันน้ำใจสู่สังคม ปฏิทินเก่ามีค่า…เราขอ ประจำปี 2569 มอบปฏิทินเก่าสร้างสื่ออักษรเบรลล์ เพื่อเสริมทักษะและพัฒนาศักยภาพให้แก่ผู้พิการทางสายตา จากการรวบรวมปฏิทินจากพนักงานบริษัทในเครือ เอ็ม บี เค รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าภายในศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค จำนวนกว่า 13,447 เล่ม พร้อมด้วยข้าวมาบุญครอง ผลิตภัณฑ์ของกิน ของใช้จำเป็นสำหรับเด็กและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดส่งมอบให้ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์  เมื่อเร็วๆ นี้

ในการนี้ผู้บริหารในเครือ เอ็ม บี เค และตัวแทนพนักงานได้ร่วมกิจกรรมสำคัญเพื่อทำความเข้าใจวิถีชีวิตและการเรียนรู้ของผู้พิการทางสายตา อาทิ การเยี่ยมชมรับฟังเรื่องราวการก่อตั้งมูลนิธิฯ ที่เป็นที่พึ่งพิงและสร้างโอกาสให้ผู้พิการทางสายตามาอย่างยาวนาน รวมถึงนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ ในห้องเครื่องแปลภาษาอักษรเบรลล์ไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลิตสื่อการสอนที่ช่วยเปลี่ยนตัวอักษรปกติให้เป็นโลกแห่งการเรียนรู้ผ่านการสัมผัส และได้เยี่ยมชมห้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพ ซึ่งเป็นผลงานแฮนด์เมดอันประณีตจากฝีมือน้อง ๆ ในมูลนิธิฯ อีกด้วย

มงคล เพียรพิทักษ์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที ลิซซิ่ง จำกัด ในฐานะตัวแทนผู้บริหารเครือเอ็ม บี เค ได้ถ่ายทอดความรู้สึกจากการมาเยือนมูลนิธิฯ ในครั้งนี้ว่า “ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง และรู้สึกทึ่งในศักยภาพของน้อง ๆ มากครับ แม้ร่างกายจะมีความจำกัด แต่หัวใจของพวกเขาไม่ได้บอดเลย น้อง ๆ ใช้ชีวิตได้อย่างเข้มแข็งราวกับคนปกติ เพียงแค่มีเครื่องมือช่วยนำทางผมประทับใจที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้เพียงแค่สอนหนังสือ แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้น้องๆ เติบโตไปเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และเป็นผู้ให้ กลับคืนสู่ผู้อื่นด้วย เป็นภาพที่น่าประทับใจและสร้างพลังบวกให้พวกเราทุกคนอย่างมากครับ”

ด้าน ธนากร บุญกลาง ตัวแทนจิตอาสา MBK Care จากศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ถ่ายทอดความประทับใจจากการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “นี่เป็นครั้งแรกของผมที่ได้มาร่วมกิจกรรม MBK Care หลังจากที่ทราบมาตลอดว่าบริษัทเรามีโครงการดี ๆ แบบนี้มาอย่างต่อเนื่อง ผมรู้สึกประทับใจมากที่ได้เห็นว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงโรงเรียนหรือมูลนิธิ แต่เป็นพื้นที่แห่งการ เติมเต็ม และ สร้างโอกาส ผมสัมผัสได้ถึงความพยายามในการพัฒนาศักยภาพทั้งร่างกายและจิตใจให้กับน้อง ๆ เยาวชน เพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตไปทำหน้าที่รับใช้สังคมได้อย่างภาคภูมิใจในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมที่เท่าเทียมกันครับ”

ปิดท้ายความประทับใจด้วยรอยยิ้มจาก น้องธีรพิชญ์ ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ที่ได้กล่าวถึงความรู้สึกในวันนี้ว่า “ผมรู้สึกดีใจและมีความสุขมากครับที่พี่ ๆ มาเยี่ยมพวกเราในวันนี้ นอกจากของกินอร่อย ๆ อย่างพิซซ่าที่นำมาเลี้ยงแล้ว ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนที่นึกถึงและนำสิ่งดี ๆ มามอบให้พวกเรา ขอบคุณมากครับ”

‘จากรุ่นสู่รุ่น’ ฉลองสายสัมพันธ์ 99 ปี สปิริตศิษย์มาแตร์เดอี ระดมทุนติดอาวุธทางปัญญา

‘จากรุ่นสู่รุ่น’ ฉลองสายสัมพันธ์ 99 ปี สปิริตศิษย์มาแตร์เดอี ระดมทุนติดอาวุธทางปัญญา

‘จากรุ่นสู่รุ่น’ ฉลองสายสัมพันธ์ 99 ปี สปิริตศิษย์มาแตร์เดอี ระดมทุนติดอาวุธทางปัญญา

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.18 น.

อบอุ่นหัวใจกันถ้วนหน้ากับงาน “The Spirit of Mater Dei” เพื่อฉลองก้าวสู่ปีที่ 99 สานสัมพันธ์เซอร์เวียมจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งนับเป็นภาพความประทับใจที่หาดูได้ยาก เมื่อรั้วฟ้า-ขาว เปิดต้อนรับเหล่าศิษย์เก่าหลากหลายเจเนอเรชันกลับมาเยือนบ้านหลังที่สองอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ในงาน “The Spirit of Mater Dei” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระพิเศษในโอกาสที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยก้าวเข้าสู่ปีที่ 99 อย่างสง่างาม ในบรรยากาศเปี่ยมรักกลางสวนสวยอันร่มรื่นใจกลางโรงเรียน ซึ่งถูกเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขและความอันอบอุ่นของครอบครัวมาแตร์เดอีฯ ที่ต่างตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง

นนทกานต์ ทัพพะรังสี นายกสมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์เดอีวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หัวเรือใหญ่ในการจัดงาน เผยถึงความตั้งใจสำคัญว่า “งานจัดขึ้นเพื่อระดมทุนสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษา เพื่อติดอาวุธทางปัญญาให้น้องๆ มาแตร์ฯ รุ่นต่อไปได้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว”

ไฮไลต์สำคัญของงานคือพิธีส่งต่อจิตวิญญาณ “รุ่นสู่รุ่น” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สะกดสายตาทุกคน โดยเริ่มจากพิธีเปิดงานสุดชื่นมื่น ซึ่งได้รับเกียรติจากอดีตนายกสมาคมฯ และผู้บริหารโรงเรียนผู้เป็นที่เคารพรัก อาทิ ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร, ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน, ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน, อาจารย์สุมิตรา พงศธร และ อาจารย์ทีนามารี ผลาดิกานนท์

ภาพความประทับใจเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนนักเรียนปัจจุบัน ทั้งหัวหน้าโรงเรียนและหัวหน้าสีบ้านทั้ง 4 สี (สีฟ้า, สีแดง, สีเหลือง และสีเขียว) ร่วมกันมอบธงประจำโรงเรียนและธงสี ส่งต่อให้กับอดีตนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการสมาคมฯ อาทิ คุณนพพร ชีวานันท์, พรพรรณ พรประภา, สุดถนอม กรรณสูต, อรนุช ว่องปรีชา, ศรีชนก วัฒนศิริ, เพชรรินทร์ มีเดช และ พิมพร ชีวานันท์ ภายใต้คอนเซปต์ “รุ่นสู่รุ่น” สะท้อนถึงสายใยความผูกพันที่ไม่มีวันสิ้นสุด

นอกจากพิธีการที่เปี่ยมความหมายแล้ว ภายในงานยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานจากการออกร้าน “ช้อป-ชิม” ของเหล่าศิษย์เก่าที่นำสินค้าคุณภาพและอาหารเลิศรสมาจำหน่ายกันอย่างคึกคัก พร้อมการแสดงศักยภาพทางศิลปะและดนตรีจากพี่น้องมาแตร์ฯ หลากรุ่นที่สลับสับเปลี่ยนกันมาสร้างรอยยิ้มตลอดทั้งวันด้วยความอิ่มเอมใจ สมกับชื่องานที่แสดงถึง “Spirit” ของชาวมาแตร์เดอีฯ ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย จิตวิญญาณแห่งการรับใช้ (Serviam) และความรักใคร่กลมเกลียวยังคงเบ่งบานอยู่เสมอตลอดไป

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัยในจังหวัดสงขลา ​

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์  ช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัยในจังหวัดสงขลา     ​

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัยในจังหวัดสงขลา ​

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.15 น.

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ส่งมอบสิ่งของบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อช่วงปลายปี 2568 โดยมี นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

สำหรับการสนับสนุนในครั้งนี้ มูลนิธิฯ ได้จัดเตรียมสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคและบริโภคที่สำคัญ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 845,884 บาท เพื่อนำไปกระจายความช่วยเหลือให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาที่ยังคงได้รับความเดือดร้อน และเป็นการช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตหลังผ่านพ้นวิกฤตการณ์น้ำท่วม

ทั้งนี้ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจรและยั่งยืน ในการเฝ้าระวัง การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ ตามพระปณิธานของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ

กลับมาอีกครั้ง!! งาน Princess Honour Cup 2026 งานประกวดพันธุ์สุนัขชิงถ้วยพระราชทาน ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

กลับมาอีกครั้ง!! งาน Princess Honour Cup 2026 งานประกวดพันธุ์สุนัขชิงถ้วยพระราชทาน ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

กลับมาอีกครั้ง!! งาน Princess Honour Cup 2026 งานประกวดพันธุ์สุนัขชิงถ้วยพระราชทาน ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.05 น.

ชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตร จัดงาน Princess Honour Cup 2026  ครั้งที่ 5  ตามพระประสงค์ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียประเทศไทย เป็นงานประกวดสุนัขทุกสายพันธุ์ระดับสากล เพื่อชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5เมษายน  2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน 10.00-19.00 น.

ธันย์ชนก ฟักอุดม ประธานชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ที่ทรงมีต่อสุนัขทรงเลี้ยงสายพันธุ์ยอร์คเชียร์เทอร์เรียและพระอัจฉริยภาพในด้านการพัฒนาสายพันธุ์สุนัข จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้มีการรวมกลุ่มของสมาชิกที่รักในสุนัขสายพันธุ์ยอร์คเชียร์เทอร์เรีย และขยายไปถึงสายพันธุ์อื่นๆ จนมีพระราชประสงค์ให้ชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียประเทศไทย จัดงานประกวดสุนัขทุกสายพันธุ์ขึ้นในประเทศไทย โดยไฮไลต์ของงาน มี “คุณโคโม่” และ “คุณนาโกย่า” สุนัขทรงเลี้ยงของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ มาร่วมสร้างสีสันและความน่ารักภายในงาน

สุนัขทรงเลี้ยง คุณนาโกย่า และคุณโคโม่


การจัดงาน Princess Honour Cup ต่อเนื่องมาถึงครั้งที่ 5 ในปี 2026 นี้  เพื่อเป็นการสร้างเสริมพัฒนาการที่ดีของสุนัข รักษาคุณภาพและมาตรฐานของสุนัขทุกสายพันธุ์ รวมถึงการแข่งขันและการประกวดประเภทต่างๆ ที่แสดงความสามารถและความสวยงามของสุนัข ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากเวทีประกวดนานาชาติ โดยมี บริษัท การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน),  บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, Smartheart, สยามพิวรรธน์, บริษัท สเตคอน กรุ๊ป และ มูลนิธิเอสซีจี เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ

สุนัขทรงเลี้ยง คุณ MI6 กับอุ้งเท้าของตัวเอง

คณกรรมการระดับนานาชาติร่วมตัดสินการประกวด

ชมรมยอร์คเชียร์เทอร์เรียประเทศไทย เชิญชวนคนรักสุนัขเข้าชมงาน รวมทั้งเจ้าของสุนัขร่วมส่งสุนัขเข้าประกวดในงานได้ที่ สุรัคร นกแก้ว 097-990-5551 หรือ พลกฤษณ์ ยะพรม 098-822-9799 หรือ Email:yorkshireclubth@gmail.com หรือ Line: @yorkieclubth

ผู้หญิงต้นแบบปลุกพลังแห่งการ ‘ให้’ ฉลองวันสตรีสากล 2026 ผ่านแคมเปญ ‘ShePossible’

ผู้หญิงต้นแบบปลุกพลังแห่งการ ‘ให้’ ฉลองวันสตรีสากล 2026 ผ่านแคมเปญ ‘ShePossible’

ผู้หญิงต้นแบบปลุกพลังแห่งการ ‘ให้’ ฉลองวันสตรีสากล 2026 ผ่านแคมเปญ ‘ShePossible’

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.03 น.

เดินหน้าสานต่อแคมเปญเพื่อผู้หญิงแห่งปี “ShePossible” ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึกกำลัง มาสเตอร์การ์ด และบัตรเครดิตกสิกรไทย ร่วมขับเคลื่อนค่านิยมแห่งการให้เกียรติและขอบคุณผู้หญิง พร้อมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในทุกมิติ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Give to Gain สร้างพลังผู้หญิงที่ยั่งยืน” ผ่านหลากหลายกิจกรรมสร้างพลังบวกและแรงบันดาลใจ พร้อมโปรโมชันและสิทธิพิเศษเพื่อแทนคำขอบคุณผู้หญิงทั่วประเทศ ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2569

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวถึงการจัดแคมเปญ “ShePossible” ในปีนี้ว่า กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล มุ่งยกระดับบทบาทของผู้หญิง ผ่านการสนับสนุน การพัฒนาศักยภาพ และส่งเสริมให้ผู้หญิงเติบโตสู่ความสำเร็จในแบบของตนเอง พร้อมส่งต่อพลังบวกสู่ครอบครัวและสังคมอย่างยั่งยืน และในโอกาสวันสตรีสากล ปี 2026 นี้ เราได้สานต่อแคมเปญ ‘ShePossible’ เป็นปีที่ 4  โดยในปีนี้ได้ร่วมกับมาสเตอร์การ์ด และ บัตรเครดิตกสิกรไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Give to Gain – สร้างพลังผู้หญิงที่ยั่งยืน’ ผ่านกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจจากผู้หญิงหลากหลายสาขาอาชีพ การประมูลเพื่อสนับสนุนผู้หญิงที่ขาดโอกาสผ่านสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ รวมถึง Women Market และโปรโมชันแทนคำขอบคุณผู้หญิงทั่วประเทศ ซึ่งจัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน  เราเชื่อว่า ‘ShePossible’ จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสะท้อนคุณค่าและศักยภาพของผู้หญิง พร้อมร่วมสร้างค่านิยมแห่งการให้เกียรติและขอบคุณผู้หญิงในทุกบทบาท เพราะพลังผู้หญิงที่ยั่งยืน คือพลังที่ทำให้ทุกสิ่งเป็นไปได้”

งานเปิดตัวแคมเปญคับคั่งไปด้วยผู้หญิงหลากอาชีพหลากวงการมาร่วมจุดประกายแรงบันดาลใจใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมสร้างพลังบวกสุดสร้างสรรค์มากมาย  อาทิ   ShePossible: Give to Gain Talk Session เปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงต้นแบบจากหลากหลายวงการ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ แนวคิด และบทเรียนชีวิต ที่สะท้อนว่า “การให้” ไม่ได้หมายถึงเพียงการมอบเงินหรือสิ่งของให้ผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นพลังสำคัญที่ย้อนกลับมาสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับตนเอง ครอบครัว และสังคมโดยรวม กับ 3 หัวข้อทอล์ก ได้แก่ Money Confidence for Her  โดย วินนี่ วอง Country Manager, Thailand & Myanmar จากมาสเตอร์การ์ด และ บุ้งกี๋ – ณริดา มานะสมจิตร ที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมถ่ายทอดแนวคิดด้านการบริหารจัดการเงินที่สอดคล้องกับบริบทของผู้หญิงยุคใหม่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจทางการเงินและวางรากฐานสู่อนาคตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน ซึ่ง วินนี่ วอง ได้สะท้อนมุมมองถึงพลังของการแบ่งปันว่า “เมื่อคุณเติบโตแล้ว อย่าเก็บความสำเร็จไว้เพียงคนเดียว จงพาผู้อื่นให้เติบโตไปด้วย เพราะนี่คือผลตอบแทนของการลงทุนที่จะทวีคูณไปตลอดชีวิต” ขณะที่ บุ้งกี๋ – ณริดา มานะสมจิตร ได้เน้นย้ำว่า “ความมั่งคั่งที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงตัวเลขในบัญชี แต่สะท้อนผ่านวิธีที่เราปฏิบัติต่อผู้คนรอบตัว” ซึ่งสะท้อนแนวคิดของการสร้างความมั่นคงทางการเงินควบคู่ไปกับการเติบโตอย่างมีคุณค่าในสังคม

Own Your Health โดย โอปอล – สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 และ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า นักแสดงและศิลปินหญิงสายรักสุขภาพ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การดูแลสุขภาพกายและใจอย่างสมดุล พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงตระหนักถึงคุณค่าของการรักและดูแลตนเอง โดย โอปอล – สุชาตา ได้ถ่ายทอดมุมมองว่า “การดูแลสุขภาพ คือการรักตัวเอง เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถทำแทนเราได้ ชีวิตเกิดมาแค่เรา และสุดท้ายก็มีเพียงเราที่ต้องดูแลตัวเองให้ดีที่สุด” ขณะที่ เกรซ – กาญจน์เกล้า ได้สะท้อนแนวคิดว่า “ต่อให้ประสบความสำเร็จในการทำงานเพียงใด หากร่างกายไม่พร้อมไปต่อ ความสำเร็จนั้นก็ไม่อาจเรียกได้ว่าแท้จริง งานเปรียบเสมือนมือซ้าย ส่วนร่างกายคือมือขวา ที่ต้องจับมือกันเดินไปพร้อมกัน เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”


Positive & Empowering Mindset โดยสาวเก่ง 2 เจเนอเรชัน อาม่าแต๋ว – อุษา เสมคำ นักแสดงรุ่นใหญ่ และฟรีน – สโรชา จันทร์กิมฮะ นักแสดงสาวมากความสามารถ ร่วมถ่ายทอดมุมมองการสร้างทัศนคติเชิงบวก ความมั่นใจในตัวเอง และพลังใจที่พร้อมเติบโตในทุกช่วงวัย โดย อาม่าแต๋ว ได้แบ่งปันข้อคิดถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขว่า “ความสุขที่แท้จริง เริ่มต้นจากการกล้าที่จะเป็นตัวเอง” ขณะที่ ฟรีน – สโรชา ได้สะท้อนมุมมองของคนรุ่นใหม่ในการรับมือกับความคาดหวังและแรงกดดันว่า “เมื่อเราต้องรับหลายบทบาทในชีวิต ให้เตือนตัวเองเสมอว่า ‘บทบาท’ คือสิ่งที่เราทำ แต่ ‘ตัวตน’ คือสิ่งที่เราเป็น” ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าร่วมงานเห็นคุณค่าของการยอมรับตัวเองและเติบโตอย่างมั่นคงจากภายใน

Auction – Give to Gain  ชวนร่วมเป็น “ผู้ให้” ผ่านการประมูลไอเทมชิ้นพิเศษกับ ฟรีน – สโรชา จันทร์กิมฮะ รายได้ทั้งหมดมอบให้กับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพผู้หญิงที่ขาดโอกาส สามารถระดมยอดบริจาครวมได้ทั้งสิ้น 81,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษเพื่อผู้หญิงอีกมากมาย จัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ เพื่อร่วมฉลองวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2569  ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Central Department Store คลิก http://www.facebook.com/CentralDepartmentStore และ Facebook: Robinson Department Store คลิก http://www.facebook.com/RobinsonDepartmentStore

ครั้งแรกของโลก! มูลนิธิรามาธิบดีฯ พา ‘เจ้าชายน้อย’ เช็คอิน ‘วัดโพธิ์’ บนของที่ระลึกการกุศลซีซั่น 2

ครั้งแรกของโลก! มูลนิธิรามาธิบดีฯ พา ‘เจ้าชายน้อย’ เช็คอิน ‘วัดโพธิ์’ บนของที่ระลึกการกุศลซีซั่น 2

ครั้งแรกของโลก! มูลนิธิรามาธิบดีฯ พา ‘เจ้าชายน้อย’ เช็คอิน ‘วัดโพธิ์’ บนของที่ระลึกการกุศลซีซั่น 2

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

มูลนิธิรามาธิบดีฯ เปิดตัวของที่ระลึกการกุศลคอลเลกชันสุดพิเศษ “The Little Prince x Wat Pho” (เจ้าชายน้อย x วัดโพธิ์) เป็นการโคจรมาพบกันครั้งแรกระหว่างวรรณกรรมคลาสสิกระดับโลกจากฝรั่งเศส และมรดกความทรงจำแห่งโลกของไทยอย่าง “วัดโพธิ์” ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางครั้งใหม่ของเจ้าชายน้อยในดินแดนสยาม ผ่านลวดลายกราฟิกที่ผสมผสานอารยธรรมตะวันออกและตะวันตกได้อย่างลงตัว พร้อมเอาใจคนรุ่นใหม่ด้วยไอเทมฮิต “กล่องสุ่ม” เพื่อหารายได้สมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ 

คอลเลกชันนี้เกิดจากการผสานจินตนาการอันไร้ขอบเขตของห้วงเวลาและอารยธรรม โดยนำสัญลักษณ์คลาสสิกของ “เจ้าชายน้อย” เช่น ดอกกุหลาบ สุนัขจิ้งจอก ดวงดาว และพระจันทร์เสี้ยว มาโลดแล่นอยู่ท่ามกลางมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทย อย่าง “วัดโพธิ์” ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก” โดยดึงเอกลักษณ์ของวัดโพธิ์มาถ่ายทอดลงบนชิ้นงานอย่างประณีต โดยเฉพาะคู่สีจากกระเบื้องเคลือบของ พระมหาเจดีย์ 4 รัชกาล อันประกอบด้วย สีน้ำเงิน สีเขียว และสีส้ม ซึ่งเป็นโทนสีเอกลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกจดจำ พร้อมหยิบยกประติมากรรมเลื่องชื่ออย่าง ตุ๊กตาหินจีน (อับเฉา) และ รูปปั้นฤาษีดัดตน มาดีไซน์ร่วมกับตัวละครเจ้าชายน้อย นอกจากนี้ยังเพิ่มความสนุกด้วยสัญลักษณ์ความเป็นไทย (Soft Power) ที่ชาวต่างชาติต้องมาเช็คอิน เช่น การนั่ง รถตุ๊กตุ๊ก ชมเมือง และการเล่น   ว่าวจุฬา จนเป็นลวดลายสุดเอ็กซ์คลูซีฟหนึ่งเดียวในโลก

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวถึงความพิเศษของคอลเลกชันนี้ว่า “จากกระแส    ตอบรับที่อบอุ่นในซีซันแรก ทำให้เราตั้งใจพัฒนาซีซัน 2 ให้พิเศษยิ่งขึ้น โดยดึงจุดเด่นของความเป็นไทย หรือ Soft Power ที่เป็นที่รักของคนทั่วโลกมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้ของที่ระลึกการกุศลเพื่อดึงดูดทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยคอลเลกชันนี้ยังถือเป็นการร่วมเฉลิมฉลองวาระพิเศษ กว่า 8 ทศวรรษแห่งการเดินทางของ The Little Prince วรรณกรรมที่ยังคงครองใจและสร้างแรงบันดาลใจแก่คนทั่วโลกจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน

“อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้ คือ ครั้งแรกกับไอเทม ‘กล่องสุ่ม’ กิจกรรมยอดนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่กับของที่ระลึกการกุศล เพื่อสร้างความหลากหลายและเชิญชวนให้คนทุกช่วงวัยเข้ามามีส่วนร่วมในการทำบุญมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าทุกการลุ้นคือความสุข และทุกการให้สามารถสร้างโอกาสทางการรักษาให้กับผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง” 

คอลเลกชันสุดพิเศษ “The Little Prince x Wat Pho” (เจ้าชายน้อย x วัดโพธิ์)  วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ณ จุดจำหน่ายของที่ระลึกมูลนิธิรามาธิบดีฯ (โรงพยาบาลรามาธิบดี และ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-2201-2222 (ในวันและเวลาราชการ) ติดตามข่าวสารได้ที่ FB • IG • LINE @RAMAFOUNDATION ช่องทางออนไลน์ เว็ปไซต์ http://www.ramafoundation.or.th

พิเศษ! ของที่ระลึกการกุศลจากคอลเลกชันนี้ จะวางจำหน่ายในงานเปิดตัวหนังสือ “เจ้าชายน้อย ฉบับภาษาบาลี” หนังสือที่ระลึกเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม์พรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดย โครงการเจ้าชายน้อยภาษาถิ่นไทย ซึ่งจะจัดขึ้น ณ อาคารสุขุมาลย์ธัมมุทิส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) ในวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 อีกด้วย

ทรูปลูกปัญญา และภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์เรียนรู้ อัปสกิลดิจิทัล เพื่อบุคคลออทิสติก แห่งแรกที่ราชบุรี

ทรูปลูกปัญญา และภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์เรียนรู้  อัปสกิลดิจิทัล เพื่อบุคคลออทิสติก แห่งแรกที่ราชบุรี

ทรูปลูกปัญญา และภาคีเครือข่าย เปิดศูนย์เรียนรู้ อัปสกิลดิจิทัล เพื่อบุคคลออทิสติก แห่งแรกที่ราชบุรี

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.27 น.

เพื่อยกระดับโอกาสการเรียนรู้ที่เท่าเทียม และเพิ่มทักษะจำเป็นในโลกยุคดิจิทัลให้กับบุคคลออทิสติกและครอบครัว มูลนิธิออทิสติกไทย และสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย) ร่วมกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ทรูปลูกปัญญา และโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เปิด “ศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลเพื่อบุคคลออทิสติกและครอบครัว จังหวัดราชบุรี (Autism Digital Learning Center)” ณ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดราชบุรี ภายในโรงเรียนวัดห้วยหมู (อมรธรรมรัตราษฎร์บำรุง) อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

ในการนีได้รับเกียรติจาก ธีรพงษ์  ธัญญะรักษ์  ปลัดอาวุโส อำเภอเมืองราชบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย และนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม (ไทย)  ประพาฬพงษ์ มากนวล หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น และ ภาคภูมิ ชินเมธีพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ร่วมในพิธี

ศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลฯ จังหวัดราชบุรีนับเป็นศูนย์ลำดับที่ 4 ของประเทศ และเป็นศูนย์แรกในภาคตะวันตกที่วางบทบาทเป็นหนึ่งใน “โมเดลต้นแบบ” เพื่อขยายผลในระยะต่อไป ภายใต้เป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาเครือข่ายให้ครบ 40 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่เท่าเทียม ลดช่องว่างทักษะดิจิทัล และเสริมความพร้อมในการใช้ชีวิตของบุคคลออทิสติกและครอบครัวอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ฯ ด้วยศักยภาพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่ทีม ICT Talent ที่ดูแลอุปกรณ์และระบบให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยศูนย์เรียนรู้ดิจิทัลฯ ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนวัดห้วยหมู สังกัด สพฐ. ซึ่งจัดการเรียนร่วมสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษมากกว่า 80 คน และได้รับการออกแบบเป็น “พื้นที่กลางแห่งการเรียนรู้” เปิดโอกาสให้เด็กพิเศษ ผู้ปกครอง และนักเรียนทั่วไปเรียนรู้ร่วมกันผ่านเทคโนโลยี สื่อดิจิทัล และโปรแกรมฝึกทักษะที่เหมาะสม เพื่อเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้ การเข้าสังคม และทักษะชีวิต พร้อมต่อยอดทักษะดิจิทัลที่จำเป็นในยุค AI ด้วยกิจกรรมที่เน้นการ “ใช้ได้จริง” อาทิ Autistic Application, Coding, การเรียนรู้ผ่าน แว่น VR และหลักสูตรภาษาอังกฤษจาก True Click Life เพื่อเพิ่มโอกาสต่อยอดสู่ศักยภาพด้านอาชีพและรายได้ นำไปสู่การพึ่งพาตนเองและการใช้ชีวิตในสังคมอย่างมั่นใจ

ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน : ฟันที่เล่าให้เข้าใจง่าย และมีคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ

ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน : ฟันที่เล่าให้เข้าใจง่าย และมีคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ

ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน : ฟันที่เล่าให้เข้าใจง่าย และมีคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญ

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

คุยกับประธานราชวิทยาลัยทันตแพทย์ เมื่อความรู้เรื่องฟัน เริ่มจากมาตรฐานที่เชื่อถือได้

หลังจากตอนที่แล้ว เราได้รู้จักบทบาทของราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทยกันไปแล้ว ตอนนี้ขอพาผู้อ่านมาพูดคุยกับ ศ.คลินิก ดร.นพ.ทพ. ศิริชัย เกียรติถาวรเจริญประธานราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย ถึงบทบาทของผู้เชี่ยวชาญ และเหตุผลว่าทำไม “ความรู้เรื่องฟัน” จึงสำคัญกับประชาชนทุกคน

 ถาม: ราชวิทยาลัยทันตแพทย์ฯ เกี่ยวข้องกับประชาชนอย่างไร

ตอบ:แม้ประชาชนอาจไม่ได้ติดต่อกับราชวิทยาลัยโดยตรงแต่ราชวิทยาลัยฯ มีบทบาทในการกำกับมาตรฐานการฝึกอบรมและการประเมินทันตแพทย์เฉพาะทางในสาขาต่าง ๆเพื่อให้การรักษาที่ประชาชนได้รับมีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมตามหลักวิชาการกล่าวได้ว่า ราชวิทยาลัยฯ เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยดูแล “คุณภาพของผู้เชี่ยวชาญ” ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการรักษาของประชาชน

ถาม: นอกจากดูแลมาตรฐานผู้เชี่ยวชาญ ราชวิทยาลัยฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องใดอีก

ตอบ:อีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญมากคือ การสื่อสารความรู้ด้านสุขภาพช่องปากสู่ประชาชนเพราะหลายปัญหาในช่องปากสามารถป้องกันได้หากประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความรุนแรงของโรค และลดความจำเป็นในการรักษาที่ซับซ้อนในอนาคต

ถาม: ความเข้าใจผิดเรื่องฟันที่พบบ่อยในสังคมไทยคืออะไร

ตอบ:สิ่งที่พบได้บ่อยคือการคิดว่า “ไม่เจ็บก็ไม่จำเป็นต้องตรวจฟัน”ทั้งที่จริงแล้ว โรคในช่องปากหลายชนิดไม่แสดงอาการในระยะแรกเมื่อเริ่มมีอาการ ปัญหาอาจลุกลามไปมากแล้วอีกเรื่องคือความเชื่อที่ถ่ายทอดต่อกันมา ซึ่งบางอย่างไม่สอดคล้องกับความรู้ทางวิชาการในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องมีการปรับความเข้าใจให้ถูกต้อง

ถาม: ราชวิทยาลัยฯ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้อย่างไร

ตอบ:ราชวิทยาลัยฯ สนับสนุนให้ผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่าง ๆมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านสื่อและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และสามารถนำไปใช้ในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองและครอบครัว

ถาม: มองอย่างไรกับคอลัมน์ “ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน”

ตอบ:คอลัมน์ลักษณะนี้เป็นสะพานเชื่อมที่ดีระหว่างองค์ความรู้ทางวิชาการกับชีวิตประจำวันของประชาชน การสื่อสารด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย จะช่วยให้เรื่องฟันไม่เป็นเรื่องไกลตัวและทำให้ประชาชนกล้าตั้งคำถามเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากมากขึ้น

ถาม: อยากฝากอะไรถึงผู้อ่านเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปาก

ตอบ: สุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพโดยรวม การดูแลอย่างสม่ำเสมอ ตรวจฟันตามคำแนะนำ และเลือกข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ จะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

คอลัมน์ “ปากดี มีความรู้ กับหมอณัน” จะยังคงพาผู้อ่านไปพบกับเรื่องฟันในแง่มุมต่าง ๆ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือประเด็นด้านทันตกรรมในสังคม โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากราชวิทยาลัยทันตแพทย์ฯ ในแต่ละสาขาเวียนมาร่วมให้คำตอบ เพื่อให้ทุกเรื่องฟัน เป็นเรื่องที่เข้าใจได้และมีคำตอบที่เหมาะสมที่สุด

เรียบเรียงและสัมภาษณ์โดย
ผศ.ทพญ.วรณัน ประพันธ์ศิลป์
หมอฟันราชวิทยาลัยทันตแพทย์แห่งประเทศไทย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ รักเมืองไทย ใช้ของไทย ซื้อกระเป๋าจักสานไทย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ รักเมืองไทย ใช้ของไทย ซื้อกระเป๋าจักสานไทย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ รักเมืองไทย ใช้ของไทย ซื้อกระเป๋าจักสานไทย

วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                     ในยุคที่กระแสแฟชั่นต่างประเทศครองเมือง กระเป๋าแบรนด์เนมหรูแต่ละใบอาจมีราคาสูงลิ่วกว่าแสนบาท สถานการณ์นี้ทำให้เราตั้งคำถามว่า “ทำอย่างไรจึงจะชักชวนให้คนไทยหันมานิยมใช้กระเป๋าจักสานไทย?”

                      กระเป๋าจักสานไทยมีราคาเพียงหลักพันบาท แต่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ด้วยฝีมือแท้ และ ใช้งานจริงไม่ต่างจากกระเป๋าแบรนด์เนม หากได้รับการออกแบบให้ทันสมัยและเข้าถึง ให้ซื้อหา ในราคาที่จับต้องได้ พร้อมการรณรงค์ให้เห็นถึงคุณค่าในทุกเส้นสาน ที่ช่างฝีมือทำขึ้นด้วยความอดทนและความประณีต ตั้งแต่การลุยน้ำเก็บผักตบชวามาตากแดด ไปจนถึงการเหลาลำไม้ไผ่ให้บางดุจเส้นผมเพื่อสานเป็นลวดลายงดงาม

                      เครื่องจักสานนั้น  ถือเป็นหนึ่งในประดิษฐ์กรรมแรกเริ่มของมนุษยชาติ และเป็นมรดกทางปัญญาที่สืบทอดมาหลายพันปี โดยมีหลักฐาน แสดงให้เห็นรอยลวดลายจักสาน ซึ่งใช้เป็นโครงทำเครื่องปั้นดินเผาอายุกว่า 3,000 ปีที่แหล่งโบราณคดี บ้านเชียง จ.อุดรธานี

                      วัสดุที่ใช้จักสานส่วนใหญ่ได้จากธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่ หวาย ย่านลิเภา กระจูด ผักตบชวา ใบลาน หรือแม้แต่เส้นเงินและทองคำ ถึงแม้จะมีการใช้เส้นพลาสติกเพื่อผลิตสินค้าราคาถูกในปัจจุบัน แต่คุณค่าของงานจักสานแท้จากวัสดุธรรมชาติยังคงเป็นที่ยอมรับและชื่นชมทั่วโลก

                      ผลิตภัณ์จักสานไทยที่มีชื่อเสียง กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค เช่น

ภาคกลาง: บางเจ้าฉ่า จ.อ่างทอง, ท่างาม/ชีน้ำร้าย จ.สิงห์บุรี, พนัสนิคม จ.ชลบุรี, นครชัยศรี จ.นครปฐม, บางปะหัน จ.อยุธยา
ภาคใต้: นาเคียน จ.นครศรีธรรมราช, ควนขนุน จ.พัทลุง
ภาคเหนือ: บ้านบัว จ.พะเยา, งาว จ.ลำปาง, สารภี จ.เชียงใหม่
ภาคอีสาน: บ้านแพง จ.มหาสารคาม, ธาตุพนม จ.นครพนม

                     ผลิตภัณฑ์จักสานไม่ได้มีเพียงตะกร้าหรือกระจาด แต่ยังรวมถึงหมวก รองเท้า เสื่อ กระติ๊บข้าว และเครื่องมือดักปลา เช่น ลอบและไซ

                     สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงให้การสนับสนุนและทรงใช้เครื่องจักสานไทยในพระราชกรณียกิจเสมอมา ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและรายได้แก่ช่างฝีมือไทยทั่วประเทศ นับเป็นพลังแห่งการส่งต่อความดี

                     เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2568 มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทยและชมรมเสมาพัฒนาชีวิต ได้ทำการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ด้วยวิธีการแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร โดยไม่ได้แจกถุงยังชีพที่มีข้าวสารอาหารแห้งอย่างที่นิยมทำกันเป็นประจำ แต่ได้ใช้เงินของมูลนิธิ ไปซื้อกระเป๋าจักสานไม้ไผ่ หวาย และผักตบชวาจากชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม จำนวน 126 ใบ รวมมูลค่ากว่าหนึ่งแสนบาท แล้วนำไปมอบเป็นของสมณาคุณฟรีแก่ผู้บริจาคหัวใจให้สภากาชาดไทยในกิจกรรม “ดอกไม้แห่งความดี ถวายพระพันปีหลวง” ที่ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์  ทำให้เงินก้อนเดียวทำบุญได้สามทอด  คือเพิ่มรายได้ให้คนน้ำท่วม ช่วยชีวิตคนโรคหัวใจ และได้ทำบุญ ถวายพระพันปีหลวง

                    นอกจากนี้ ชมรมเสมาพัฒนาชีวิตยังได้จัดทำวิดีโอประชาสัมพันธ์ชื่อ “ช่วยชาวบ้านจากน้ำท่วม ช่วยกันซื้อกระเป๋าจักสาน” (Help the Villagers affected by the floods by buying woven bags) เผยแพร่ผ่าน YouTube เพื่อสื่อสารคุณค่าของงานศิลปะไทยสู่ระดับสากล โดยคาดหวังว่าอาจจะมีคำสั่งซื้อกระเป๋าจักสานไทยจากลูกค้าต่างประเทศ 
                    รับชมวิดีโอได้ที่นี่  : https://www.youtube.com/watch?v=hcLQHC_-E8g

                    การเลือกซื้อและใช้ผลิตภัณฑ์จักสานไทย ไม่เพียงเป็นการได้ครอบครองของใช้สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติไทย ส่งเสริมอาชีพผู้ประสบภัยน้ำท่วม และเป็นการทำความดีตามหลัก “เวยยาวัจจมัย” ของบุญกิริยาวัตถุ คือการขวนขวายช่วยเหลือในกิจการงานที่ควรทำ

                     ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกัน “รักเมืองไทย ใช้ของไทย ซื้อกระเป๋าจักสานไทย” เพื่อรักษาเอกลักษณ์ที่ดีงามของชาติให้คงอยู่สืบไป