โอ๊ยเล่าเรื่อง : ระยะสร้างรัก (BrandNewLandscape)

ระยะสร้างรัก(BrandNewLandscape)

ระยะสร้างรัก(BrandNewLandscape)

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หนังขนาดยาวเรื่องแรกจาก  ยุอิกะ ดันซึกะ ผู้กำกับวัย 27 ปีซึ่งสร้างสถิติเป็น “ผู้กำกับชาวญี่ปุ่นที่อายุน้อยที่สุด” ที่มีผลงานฉายในสาย “Directors’ Fortnight” ที่ “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 78” (2025 Cannes Film Festival) และได้เข้าชิงรางวัลในสาขา “Camérad’Or”อันทรงเกียรติด้วย
ระยะ สร้าง รัก(Brand New Landscape) มาในบรรยากาศของหนังเหงาๆ หนังดราม่าครอบครัว ตัวละครไม่ยอม Move on ออกจาก ปมในใจ การพลัดพราก จากลาในอดีตแต่ ความเหงาของ ระยะ สร้าง รัก(Brand New Landscape) กลับต่างไปจากหนังเหงาๆ ที่เคยดูๆ กันมา ไปๆ มาๆ ไม่รู้สึกว่าหนังเศร้า หดหู่ หรือ เหงา ตามแค่เป็นหนังที่ ไม่ได้ขยี้! อะไรมากมาย แต่กลับดึงให้ค่อยๆตามดูตัวละครว่าจะจัดการกับปมในใจMoveOnออกมาได้อย่างไรหนังค่อยๆ เล่าเรื่องไปเรื่อยๆไม่รีบร้อนเน้นไปที่ตัว‘เร็น’กับ‘เอมิ’พี่สาวเป็นหลัก แม้หนังจะค่อยเป็นค่อยไปแต่หนังกลับออกมาดูเพลินไม่น่าเบื่อหนังเด่นมากในทุกส่วนผสมกันได้แบบลงตัว ทั้ง การแสดง โปรดักขั่นงามๆ สวยๆ ทั้ง ภาพ แสง สี ดนตรีประกอบ ที่ทำให้ หนัง ออกมา เป็นหนังดราม่าดีๆ ดูเพลินไม่รู้สึกว่าเป็นหนังอาร์ต/นอกกระแสแต่เป็นหนังที่ดูง่ายย่อยง่าย

งานด้านภาพที่ดูแปลกตาสวยดูมีเสน่ห์เหมือนมาดูภาพถ่ายสวยที่มาจัดแสดงในงาน นิทรรศการงานโชว์ภาพศิลป์สวยมีการจัดวางตำแหน่งของคนองค์ประกอบแบล็คกราวน์ในภาพ แสงเงาเหลี่ยมมุมต่างๆออกมาดีดูมีดีไซด์มีทั้งลองเทคและถ่ายธรรมดาภาพต่างๆในหนัง ช่วย ดึงให้เข้าไปสู่ตัวหนังทำให้ดูหนังได้แบบไม่น่าเบื่อดูเพลินดูสนุกได้ตลอดเรื่องเหมือนเป็นตัวละครตัวหนึ่งในหนังภาพสวยเข้ากับเรื่องราวของสถาปนิกในเรื่องจริงๆ


ดนตรีประกอบรื่นหูเป็นหนังอีกเรื่องที่ไม่ใช้ดนตรีประกอบฟุ่มเฟือยหลายช่วงเงียบ ไม่มีดนตรีเสียงเพลงมีเพียงเสียงประกอบรอบๆตัวละคร จนแทบลืมไปว่า หนังมีดนตรีประกอบ แต่เสียงดนตรีมาก็มาแบบเนียนและยังเป็น หนังอีกเรื่อง ที่เพลงประกอบ ไพเราะ ทั้งเพลงในยุคนี้ หรือ เพลงในอดีตหรือ การใส่ รายการวิทยุ เรื่องราวผีๆ เข้ามา ผ่านวิทยุในรถ ก็เบรคอารมณ์ของหนัง อาจจะดูขำหลอนเหมือนไม่มีอะไร ก่อนที่จะเป็นอีกหนึ่ง ที่มีส่วนกับปมในใจตัวละครนักแสดงทุกๆ คน เล่นได้ดี เข้ากับบท ดูเป็นธรรมชาติ ไม่รู้สึกว่า แสดง มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน สีหน้าท่าทาง การแสดง ถ่ายทอดอารมณ์ต่างๆ ออกมาดี รับส่งบทกันไปมาทั้งตัวละครหลักๆหรือสมทบ


เคนอิจิ เอ็นโดะเป็น ฮาจิเมะ  ดูเป็นสถาปนิกที่มีทั้งความอาวุโสเป็นนักธุรกิจแต่นอกเวลางาน ดูเป็น หนุ่มติสค์ ชุดหนังขี่มอเตอร์ไซด์ ทำให้รู้สึกถึง ความเฉยเฉื่อยชา กับ ลูกๆ ดูเห็นแก่งานมากกว่าครอบครัว


โคได คุโรซากิ เป็น เร็น ชัดเจนในการมีปมในใจ เก็บตัว ปิดกั้นตัวเอง ดูอารมณ์รุนแรง ใจร้อน แสดงความรู้สึกออกมา แบบตรงๆ ไม่มีเก็บ ชีวิตเหลือแค่พี่สาว เกลียดพ่อแบบรุนแรง ทำตัวเองเหมือนเป็นคนไร้บ้านก่อนที่จะมีเด็กใหม่ในที่ทำงานมาคอยช่วยเหลือ


ไม คิริว เป็น เอมิ พี่สาวของ เร็น สวยใสน่ารัก ในแบบ เหงาๆ ดูกลัวๆกล้าๆการแต่งงาน อันเกิดมาจากครอบครัวที่แตกแยกเล่นนิ่งๆสบายๆแต่โดนใจ
ฮารุกะ อิกาวะ เป็น ยูมิโกะ แม่ผู้จากไป ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร ดูเรียบๆ ไม่พูด แม้ไม่ชอบที่ สามีเลือกงานมากกว่าครอบครัว สุดท้ายที่จะเลือก ปลดปล่อย ตัวเอง เลือกที่จะจากลา
“แม่ชอบนอนตะแคง”“ง่ายแต่ชัดเจนบอกอะไรหลายๆอย่าง


อากิโกะ ติกูจิ สวยมีเสน่ห์แบบเท่ห์ๆในบท มากิ สาวสวยผมสั้น เพื่อนใหม่ในตลาสพิลาทิส ที่กลายเป็นคนที่เอมิยอมเปิดใจระบายความรู้สึก


แม้  ระยะ สร้าง รัก(Brand New Landscape) จะมีเส้นเรื่อง ดราม่าครอบครัว แต่ก็ยัง แทรกสิ่งที่ หนังต้องการสะท้อน ภาพ สังคม ในปัจจุบันคนไร้บ้าน คนชนล่างในสังคม  ระยะ สร้าง รัก(Brand New Landscape) คือ หนังญี่ปุ่นที่โดนใจ ชอบ/รัก มากๆดูแล้ว อยากไป ญี่ปุ่น9/10

เปิดอีกมุมของ ‘อนันดา เอเวอริงแฮม’ กับสไตล์ที่แตกต่างผ่าน รถจักรยานยนต์สุดคลาสสิก

เปิดอีกมุมของ ‘อนันดา เอเวอริงแฮม’ กับสไตล์ที่แตกต่างผ่าน  รถจักรยานยนต์สุดคลาสสิก

เปิดอีกมุมของ ‘อนันดา เอเวอริงแฮม’ กับสไตล์ที่แตกต่างผ่าน รถจักรยานยนต์สุดคลาสสิก

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.00 น.

หนึ่งในนักแสดงระดับไอคอนิกของประเทศไทย อนันดา เอเวอริงแฮม”  อาจเป็นที่รู้จักของใครหลายคนผ่านบทบาทที่หลากหลายและการทำงานที่เต็มไปด้วยความทุ่มเทเสมอมา แต่เบื้องหลังภาพลักษณ์บนจอภาพยนตร์และละครที่หลายคนคุ้นเคย หลายคนอาจยังไม่ทราบ เขาคือผู้ชายที่หลงใหลรถจักรยานยนต์มาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้มองว่ารถจักรยานยนต์เป็นเพียงยานพาหนะสำหรับการเดินทางเท่านั้น แต่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เติบโตมาพร้อมกัน จากภาพความทรงจำและความรู้สึกที่มีต่อรถจักรยานยนต์คันโปรดของคุณพ่อในปี 1982 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่เขาเกิด และเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันที่ผูกเขาเข้ากับโลกสองล้ออย่างลึกซึ้ง

จากจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้ว่า รถจักรยานยนต์ไม่ใช่ของเล่น สู่การมองหารถจักรยานยนต์ที่อยู่กับตัวเองได้จริง

ครั้งหนึ่งในช่วงวัยรุ่น คุณอนันดาได้เรียนรู้ความเจ็บปวดจากการขี่รถจักรยานยนต์ในครั้งแรกด้วยการเอารถจักรยานยนต์คันโปรดของคุณพ่อไปลองขี่แล้วประสบอุบัติเหตุ ซึ่งเกิดจากวัยคึกคะนองและการที่ไม่มีพื้นฐานการขับขี่เลย ซึ่งนั่นเป็นวันที่ทำให้เขาตระหนักว่าการขี่รถจักรยานยนต์ แค่ใจรักอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบและทักษะการขับขี่ที่ถูกต้องด้วย จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เขาเริ่มต้นการเรียนรู้และฝึกขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างจริงจังและถูกต้องเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญมากขึ้น ก่อนจะตัดสินใจซื้อรถจักรยานยนต์คันแรกของตัวเองด้วยน้ำพักน้ำแรง ซึ่งกลายเป็นหนึ่งดีลใหญ่ในชีวิต ที่สะท้อนความรักที่มีต่อรถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง นับจากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน เขาได้ผ่านเรื่องราวในชีวิตกับรถจักรยานยนต์หลากหลายสไตล์มามากกว่า 20 คัน ไม่ว่าจะเป็น รถวินเทจ รถเพื่อเดินทางไกล หรือรถที่ซื้อเพราะความหลงใหลเฉพาะช่วงเวลา แต่สุดท้ายกลับค้นพบว่า

สิ่งที่ผมต้องการแท้จริง ไม่ใช่รถจักรยานยนต์ที่มาถูกจังหวะเพียงชั่วคราว แต่ต้องเป็นรถจักรยานยนต์ที่อยู่กับผมได้จริงและอยู่ด้วยกันได้ยาวนาน เหมือนคันของพ่อ อนันดา กล่าว

อนันดา เล่าต่อว่า แม้เขาจะเคยขับขี่และเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์มาแทบทุกสไตล์ แต่พอได้มาสัมผัสและขับขี่รถไทรอัมพ์ ทำให้เขาเข้าใจว่าทำไมไทรอัมพ์จึงเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์พรีเมียมที่ครองใจนักขับขี่ทั่วโลกมายาวนานหลายทศวรรษ เพราะทั้งหมดคือคุณภาพที่เรารู้สึกได้ตั้งแต่สัมผัสรถครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ ดีไซน์ คุณภาพของรถ เมื่อผสานกับเทคโนโลยีและสมรรถนะของตัวรถ ทั้งการตอบสนองของเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไทรอัมพ์ ที่ส่งมอบความความรู้สึกผ่านการขับขี่ การควบคุมที่มั่นคง ทั้งหมดนี้สะท้อนนิยามพรีเมียมในแบบไทรอัมพ์อย่างชัดเจน เมื่อนำมารวมกับสิ่งสำคัญอีกอย่างที่เขามองหาคือความต้องการรถจักรยานยนต์ที่เป็นมากกว่าความชอบชั่วครั้งคราว แต่คือรถจักรยานยนต์ที่สามารถมาเป็นรถคันโปรด เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวของเขาเหมือนคันของคุณพ่อ

จากความหลงใหลสู่การค้นหารถจักรยานยนต์คันโปรดที่จะอยู่ด้วยกันได้ยาวนานที่สุด

ในขั้นตอนที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์คันพิเศษ เขาได้มีโอกาสทดลองรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์หลากหลายรุ่น เพื่อค้นหาคันที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์ ความต้องการจริง และความรู้สึกในฐานะนักขี่ที่ผ่านรถจักรยานยนต์มาหลากหลายสไตล์ พบว่ารถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์กลุ่มโมเดิร์น คลาสสิกตระกูล Bonneville คือโมเดลไอคอนิกที่ตอบโจทย์ความต้องการของเขาได้ตรงจุดมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ความรู้สึก ความทรงจำ และประสบการณ์ ที่ค่อย ๆ นำทางเขากลับไปสู่รถจักรยานยนต์สไตล์คลาสสิก และยิ่งมี DNA ของเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนในแบบฉบับ Triumph เมื่อผสานเข้าด้วยกันก็เต็มไปด้วยความสมบูรณ์แบบ

อนันดา บอกว่า ผมไม่อยากซื้อเพราะเพียงความต้องการเพียงอย่างเดียว ผมอยากได้คันที่ผมจะอยู่ด้วยได้เป็นระยะเวลายาวนานเหมือนคันของคุณพ่อ และ Triumph ทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นไปได้

คำแนะนำจากผู้ชายที่เข้าใจรถจักรยานยนต์ด้วยหัวใจ

เมื่อถามถึงคนที่อยากมีรถจักรยานยนต์คันโปรดสักคัน คุณอนันดาได้ย้ำถึงความสำคัญของการเริ่มต้นอย่างถูกวิธีก่อนทั้งการเริ่มศึกษาจากรุ่นรถที่เหมาะกับตัวเอง ไม่จำเป็นต้องคันใหญ่ที่สุด ราคาแพงที่สุด แต่ต้องให้เวลาตัวเองเพื่อสัมผัสการเป็นหนึ่งเดียวกับรถ เพื่อหาความรู้สึกที่ใช่กับรถมากที่สุด ไปพร้อมกับการเรียนพื้นฐานการขับขี่ เพื่อให้ขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกการเดินทาง

 การขี่รถจักรยานยนต์จะให้ความสุขที่สุด เมื่อเราสามารถเป็นหนึ่งเดียวไปด้วยกัน และ Triumph เป็นแบรนด์ที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ขี่  อนันดา กล่าวทิ้งท้าย

‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ เลือกลุคซิลก์พลิ้วจาก VVON SUGUNNASIL ฉลอง After Party งานวิวาห์สุดอบอุ่น

‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ เลือกลุคซิลก์พลิ้วจาก VVON SUGUNNASIL ฉลอง After Party งานวิวาห์สุดอบอุ่น

‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ เลือกลุคซิลก์พลิ้วจาก VVON SUGUNNASIL ฉลอง After Party งานวิวาห์สุดอบอุ่น

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.42 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งลุคที่ถูกพูดถึงอย่างมาก สำหรับช่วง After Party ในงานวิวาห์ของ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” ที่จัดขึ้นอย่างอบอุ่น ณ บ้านเกิดจังหวัดขอนแก่น ในค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง ณเดชน์เลือกสวมใส่ชุดจาก VVON SUGUNNASIL ลุคสุดพิเศษนี้ ที่ถูกพัฒนาขึ้นจากการคิดค้นร่วมกันระหว่างณเดชน์และ

VVON SUGUNNASIL ที่ต้องการสร้างชุดที่สะท้อน “ความเป็นณเดชน์” ควบคู่ไปกับเอกลักษณ์ของแบรนด์ จนเกิดเป็นซิลูเอตที่ดูสบาย แต่แฝงไปด้วยดีเทลเฉพาะตัว พร้อมการเลือกใช้ผ้าไหมหลากหลายเเบบ ที่ให้มูฟเมนต์พลิ้วไหวอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อให้สอดรับกับบรรยากาศสบายๆ แต่ยังคงความแฟชั่นในแบบร่วมสมัย

ดีไซน์ของชุดมาในโทนสีขาวงาช้างทั้งลุค โดดเด่นด้วยเสื้อเชิ้ตผ้าไหมเนื้อเงาที่ให้สัมผัสบางเบาและเคลื่อนไหวไปตามจังหวะร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ เลเยอร์ทับด้วยเวสต์ที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทยทรงคลาสสิกที่ช่วยเพิ่มโครงสร้างให้ลุคดูเนี้ยบขึ้น ขณะที่กางเกงทรงขากว้าง ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายและความร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือดีเทลผ้าพันคอที่ทำจากผ้าไหมซาติน โดดเด่นด้วยงานหัตถศิลป์อันประณีต ที่ปล่อยชายผ้าให้ทิ้งตัวอย่างอิสระ เสริมมิติและเพิ่มความพลิ้วไหวให้กับทั้งลุค สะท้อนความตั้งใจของณเดชน์ที่ต้องการให้ชุดมีความสบาย เหมาะกับการเฉลิมฉลองในช่วง After Party โดยไม่ทิ้งความเนี้ยบในแบบเจ้าบ่าว

เมื่อคอมพลีตด้วยรองเท้าหนังกลับโทนเข้ม ยิ่งช่วยบาลานซ์ความนุ่มนวลของผ้าไหมให้ดูเท่ขึ้นอย่างลงตัวตอกย้ำภาพลักษณ์เจ้าบ่าวยุคใหม่ที่เลือกความเรียบง่าย แต่ใส่ใจในรายละเอียดทุกองค์ประกอบ

ลุค After Party ในครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนรสนิยมของณเดชน์ แต่ยังตอกย้ำดีเอ็นเอของแบรนด์ VVON SUGUNNASIL ที่โดดเด่นด้านงานเทเลอริ่งและการเลือกใช้วัสดุคุณภาพ ถ่ายทอดความ Elegant แบบ Understated ได้อย่างร่วมสมัย และสร้างภาพจำของค่ำคืนแห่งความสุขได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อั้ม พัชราภา ยอมจ่าย เปิดแอร์ฉ่ำสู้ค่าไฟพุ่ง ตัวเองยอมร้อนได้แต่น้องหมาต้องสบาย

อั้ม พัชราภา ยอมจ่าย เปิดแอร์ฉ่ำสู้ค่าไฟพุ่ง ตัวเองยอมร้อนได้แต่น้องหมาต้องสบาย

อั้ม พัชราภา ยอมจ่าย เปิดแอร์ฉ่ำสู้ค่าไฟพุ่ง ตัวเองยอมร้อนได้แต่น้องหมาต้องสบาย

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.41 น.

เรียกได้ว่าเห็นอกเห็นใจคนไทยทั้งประเทศจริงๆ สำหรับสถานการณ์ค่าไฟแพงในช่วงฤดูร้อนนี้ ไม่เว้นแม้แต่ซุปเปอร์สตาร์ตัวแม่ระดับประเทศอย่าง “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ที่ล่าสุดออกมาเปิดใจเรื่องบิลค่าไฟที่ทำเอาหลายคนสะดุ้ง แต่สำหรับเธอนั้น “น้องหมา” ต้องมาก่อนเสมอ!เมื่อถูกถามถึงประเด็นค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้นในเดือนที่ผ่านมา อั้มได้ให้สัมภาษณ์ด้วยรอยยิ้มว่า”ค่าไฟเหรอคะ โดนทุกบ้านแหละค่ะ ไม่เปิดก็ไม่ได้ เดี๋ยวเกิดน้องหมาไม่สบายขึ้นมา เปิดดีกว่า กลัวจะเสียเงินเยอะกว่าเดิม ตัวอั้มทนได้ แต่น้องหมาขนเยอะ ถ้าถามเรื่องนอน อั้มชอบความเย็น แต่ถ้าไม่นอนก็อยู่ได้เฉยๆ”

เป็นที่ทราบกันดีว่า “อั้ม พัชราภา” คือหนึ่งในดาราที่รักสัตว์มากที่สุดคนหนึ่งของวงการ โดยเฉพาะน้องหมาที่บ้านที่เธอทะนุถนอมประดุจลูกในไส้ อั้ม เผยต่อว่าหากประหยัดค่าไฟแล้วน้องหมาเกิดเจ็บป่วยจากอากาศที่ร้อนจัด ค่ารักษาพยาบาลและความเป็นห่วงอาจจะสูงกว่าค่าไฟหลายเท่าถึงแม้ตัวเองจะยอมทนร้อนได้ในยามปกติ แต่เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของน้องหมาที่มีขนหนา เธอเลือกที่จะเปิดแอร์ทิ้งไว้ให้เย็นฉ่ำตลอดทั้งวัน หลังจากบทสัมภาษณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตและคนรักสัตว์ต่างพากันเข้ามาชื่นชมในความใจดีและทัศนคติที่ยอดเยี่ยมของเธอ หลายคนยกให้เป็น “นางฟ้าของน้องหมา” ที่ไม่ได้สวยแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ใจยังหล่อมากอีกด้วยถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์น่ารักๆ ที่ช่วยสร้างรอยยิ้มท่ามกลางอากาศร้อนระอุ และตอกย้ำภาพลักษณ์คนรักสัตว์เบอร์ต้นๆ ของเมืองไทย

หนุ่ม แท่ง ชวนเช็กอินวัดสาขลา ขอพรหลวงพ่อโต อิ่มฟินซีฟู้ดนาเกลือ

หนุ่ม แท่ง ชวนเช็กอินวัดสาขลา ขอพรหลวงพ่อโต  อิ่มฟินซีฟู้ดนาเกลือ

หนุ่ม แท่ง ชวนเช็กอินวัดสาขลา ขอพรหลวงพ่อโต อิ่มฟินซีฟู้ดนาเกลือ

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.04 น.

“หนุ่ม-แท่ง” พาทัวร์ “วัดสาขลา” วัดเก่าแก่ จ.สมุทรปราการ ขอพรหลวงพ่อโต  พร้อมเสิร์ฟร้านอาหารซีฟู้ดทั้งสด ทั้งแซ่บ  เที่ยวแบบเริ่ด ๆ ไปพร้อมกัน เสาร์ 25 เมษายนนี้

พาแฟนรายการออกเดินทางสายบุญ-สายกินกันอีกครั้ง สำหรับ 2 พิธีกรอารมณ์ดี หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และ แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง จากรายการ “หนุ่มแท่ง อารามทัวร์” ที่สัปดาห์นี้จะพาไปเช็กอินกันที่ วัดสาขลา จังหวัดสมุทรปราการ วัดเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยตำนานและความศักดิ์สิทธิ์ พร้อมแวะชิมร้านซีฟู้ดรสเด็ดขึ้นชื่อย่านนาเกลือ

ทริปนี้ “หนุ่ม-แท่ง” พาไปกราบสักการะ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด ที่ผู้คนนิยมเดินทางมาขอพรเรื่องการปกปักรักษา แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงขอพรในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ ชีวิตครอบครัว หรือแม้แต่การขอบุตร โดยทั้งคู่ยังพาแฟนรายการไปเรียนรู้วิธีการขอพรหลวงพ่อโตอย่างถูกต้องอีกด้วยจากนั้นพาเดินชมจุดสำคัญภายในวัดที่ไม่ควรพลาด ทั้ง พระประธานในอุโบสถ, ลอดพระราหู, ลอดโบสถ์-วิหาร, พระปรางค์เอน, ศาลามหาราช และ ศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ ที่เคยประดิษฐานอยู่บนพระปรางค์ ให้ได้สัมผัสมนตร์เสน่ห์ของวัดโบราณแห่งนี้อย่างเต็มอิ่มปิดท้ายทริปด้วยความอร่อยแบบจัดเต็มที่ ร้านเกศฤดี ซีฟู้ด ร้านดังย่านนาเกลือที่ขึ้นชื่อเรื่องความสดของวัตถุดิบและรสชาติอาหารซีฟู้ดสุดจัดจ้าน จนกลายเป็นร้านโปรดของใครหลายคน

โดย “หนุ่ม-แท่ง” เผยความประทับใจถึงทริปครั้งนี้ว่า“อีกหนึ่งวัดสวย วัดดังของสมุทรปราการ ที่พวกเราอยากแนะนำให้ทุกคนมาเที่ยวกันให้ได้เลย ห้ามพลาดนะครับกับวัดสาขลา”ห้ามพลาด! สายบุญและสายกิน เตรียมออกเดินทางไปสัมผัสความสุขพร้อมกันในรายการ “หนุ่มแท่งอารามทัวร์” วันเสาร์ที่ 25 เมษายนนี้ เวลา 13.30 น. ทาง ช่อง  7HD กด  35   และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com 

‘เอ ศุภชัย’ สุดกลั้น เปิดใจตื้นตัน ‘ณเดชน์’ ให้เกียรติเป็นญาติผู้ใหญ่ในวันแต่งงาน

‘เอ ศุภชัย’ สุดกลั้น เปิดใจตื้นตัน ‘ณเดชน์’ ให้เกียรติเป็นญาติผู้ใหญ่ในวันแต่งงาน

‘เอ ศุภชัย’ สุดกลั้น เปิดใจตื้นตัน ‘ณเดชน์’ ให้เกียรติเป็นญาติผู้ใหญ่ในวันแต่งงาน

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.41 น.

เจอผู้จัดการคนเก่ง เอ ศุภชัย” ในงาน Aum Aum ที่เซนทรัลลาดพร้าว งานนี้เลยขอออกมาเปิดใจหลังจาก ณเดชน์” ให้เกียรติเป็นญาติผู้ใหญ่ในการสู่ขอ ทำเอา เอ ศุภชัย”  ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

โดย เอ ศุภชัย”  เผยว่า “เป็นสิ่งที่ตื้นตันใจ หลังจากแห่ขันหมากเสร็จก็เขาจะเชิญ เขาเรียกว่าญาติผู้ใหญ่ ซึ่งเราก็ไม่ได้คิดว่าน้องณเดชน์จะให้เกียรติเราให้ขึ้นไปเป็นญาติผู้ใหญ่ ก็คือมีแม่ น้องณเดชน์เค้าจะมีแม่แก้วที่เลี้ยงมา แม่และแม่ๆ มีเราเป็นหนึ่งในแม่ๆ นั้นด้วย”

ทำปลื้มหนักมากด้วย?

“เราก็รู้สึกปลื้มจิตที่ว่าเค้าให้เกียรติมากๆ จากผู้จัดการดาราตัวเล็กๆ คนนึงค่ะ เขาให้เกียรติแม้กระทั้งเป็นวันสำคัญที่สุดของเค้า คือทุกอย่างน้องณเดชน์เป็นคนเลือกเองแล้วก็คัดเองหมดเลย แล้วก็เป็นแขกผู้ใหญ่ของน้องญาญ่าค่ะ แล้วขึ้นไปอยู่ในบรรยากาศงานแล้วก็แม่แก้วขึ้นไปสู่ขอ เป็นตัวแทน แล้วน้ำตาแม่ๆ ทุกคนก็เริ่มไหล พี่เอก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เราก็หนึ่งในแม่คนนึงเหมือนกัน”

เรียกว่าพี่เออยู่มาทุกช่วงของชีวิต ณเดชน์

“อยู่ในวงการมาเกือบ 20 ปี แล้วจนถึงวันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิต ก็เหมือนเราได้ดูละครเรื่องนึงที่เป็นละครชีวิตที่เราไปรับเป็นนักแสดงแล้วก็จนถึงวันที่เค้าได้แต่งงาน”

เปิดวาร์ปชีวิตสุดลักชู โกกิเบอร์รี่ อดีตน้องรักบอสบิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ท่ามกลางดราม่าตัดขาด 50 ล้าน

เปิดวาร์ปชีวิตสุดลักชู โกกิเบอร์รี่ อดีตน้องรักบอสบิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ท่ามกลางดราม่าตัดขาด 50 ล้าน

เปิดวาร์ปชีวิตสุดลักชู โกกิเบอร์รี่ อดีตน้องรักบอสบิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ท่ามกลางดราม่าตัดขาด 50 ล้าน

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.57 น.

เรียกได้ว่าเป็นดราม่าสะเทือนวงการเพลง เมื่อ “บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์” บอสใหญ่แห่งค่ายโตเกียวมิวสิค ออกมาประกาศหักดิบตัดความสัมพันธ์กับน้องสาวคนสนิท “โกกิเบอร์รี่” ปมเงินสูญหายกว่า 50 ล้านบาท ท่ามกลางภาพลักษณ์ชีวิตสุดลักชูรี่ของฝ่ายหญิงที่เพิ่งถอยบ้านหรูไปหมาดๆงานนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวเน็ตจับตามองอย่างหนัก หลังจากที่ บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ โพสต์ข้อความสุดเดือดผ่านโซเชียลมีเดีย จากเดิมที่มีกระแสข่าวลือเรื่องเงินหายหลัก 10 ล้านบาท แต่ล่าสุดวงในและชาวเน็ตต่างเชื่อมโยงว่าตัวเลขอาจพุ่งสูงถึง 50 ล้านบาท ซึ่งบิ๊กเลือกที่จะ “อโหสิ” ไม่ฟ้องร้อง แต่ขอจบความสัมพันธ์ทางใจและทางธุรกิจทันที

ในขณะที่กระแสดราม่ากำลังระอุ หลายคนต่างพุ่งเป้าไปที่ “โกกิเบอร์รี่” น้องสาวคนสวยที่อยู่เคียงข้างบอสบิ๊กมานาน ซึ่งหากย้อนกลับไปดูไลฟ์สไตล์ของเธอในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า “ชีวิตดี๊ดีที่แท้ทรู” จนกลายเป็นที่อิจฉาของใครหลายคนกับบ้านหรูมูลค่า 8 ล้าน โกกิเบอร์รี่เพิ่งโชว์ความสำเร็จด้วยการซื้อบ้านหลังงาม ดีไซน์หรูหราสมฐานะ ตอกย้ำภาพลักษณ์สาวเก่งและขยันและใช้ชีวิตระดับพรีเมียมไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผม หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ล้วนสะท้อนถึงความมั่งคั่งและออร่าที่พุ่งปรี๊ดโดยที่ผ่านมาเธอคือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของค่ายโตเกียวมิวสิคที่แฟนคลับต่างชื่นชมในความสามารถมาโดยตลอดซึ่งการออกมาโพสต์ของ “บิ๊ก” ในครั้งนี้ ทำให้สังคมอดตั้งข้อสงสัยไม่ได้ว่า ความหรูหราที่เห็น อาจมีความเชื่อมโยงกับปมเงิน 50 ล้านที่หายไปหรือไม่? แม้ทางด้านบอสบิ๊กจะยืนยันว่าจะไม่ฟ้องร้องและขอใช้การทำมาหากินแลกกับเงินที่เสียไป แต่การประกาศตัดขาด “ตลอดกาล” ก็สะท้อนให้เห็นว่ารอยร้าวนี้ลึกเกินกว่าจะประสานขณะนี้แฟนคลับแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ทั้งที่ให้กำลังใจบอสบิ๊กให้ก้าวต่อไปเพื่อความปังในปีหน้า และกลุ่มที่ยังรอฟังความจริงจากฝั่งโกกิเบอร์รี่ว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “เงินล้าน” และ “บ้านหรู” มีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่!

สะกดทุกสายตา เจนนี่ BLACKPINK อวดลุคสุดปังหรือพังทำโซเชียลแตก

สะกดทุกสายตา เจนนี่ BLACKPINK อวดลุคสุดปังหรือพังทำโซเชียลแตก

สะกดทุกสายตา เจนนี่ BLACKPINK อวดลุคสุดปังหรือพังทำโซเชียลแตก

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.20 น.

กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ทันที เมื่อไอดอลสาวซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เจนนี่ (JENNIE) แห่งวง BLACKPINK ปรากฏตัวในงาน TIME100 Gala งานเลี้ยงฉลองบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกของนิตยสาร TIME ประจำปี ซึ่งภาพลักษณ์ของเธอในครั้งนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนคลับและกูรูแฟชั่นอย่างมาก

จากโพสต์ของผู้ใช้โซเชียลมีเดียและเพจแฟชั่นต่างๆ ได้มีการแชร์ภาพของเจนนี่ในลุคที่ผสมผสานความเซ็กซี่และความหรูหราได้อย่างลงตัวโดยเธอ มาในชุดซีทรูสีดำดีไซน์ล้ำสมัย เน้นโครงสร้างช่วงอกที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมสายคาดเอวขนาดเล็กที่ช่วยขับเน้นรูปร่างให้ดูโดดเด่นประดับต่างหูระย้าดีไซน์หรูหราที่ช่วยส่งให้ใบหน้าดูสว่างและสง่างามมากขึ้นกับทรงผมเกล้าผมที่เรียบกริบ พร้อมการจัดแต่งหน้าม้าแบบคลาสสิก ช่วยเพิ่มกลิ่นอายความย้อนยุคแต่ยังดูร่วมสมัยกระแสตอบรับจากแฟนๆในโลกโซเชียล แฟนๆ ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมอย่างล้นหลาม  แต่บ้างกระแสก็ไม่ค่อยปลื้มกับลุคนี้ของเธอเท่าไร เพราะดูโดยรวมถือว่ายังไม่ปังเท่าที่ควร และควรสวยได้มากกว่านี้

ขวัญผวา บัว สโรชา เจอชายแปลกหน้าหลอนน้ำกระท่อมพกมีดบุกเข้าบ้านกลางดึก

ขวัญผวา บัว สโรชา เจอชายแปลกหน้าหลอนน้ำกระท่อมพกมีดบุกเข้าบ้านกลางดึก

ขวัญผวา บัว สโรชา เจอชายแปลกหน้าหลอนน้ำกระท่อมพกมีดบุกเข้าบ้านกลางดึก

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.11 น.

ทำเอา บัวสโรชา น้องสาว บีมกวี ยังคงสะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเปิด-ปิดประตู หลังมีชายคนแปลกหน้าพกมีดพร้อมน้ำกระท่อม บุกเข้าบ้านกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา (23 เม.ย. 69) โดยมีคุณพ่อและสามี  ตั้มพิพัทธ์ เผชิญหน้าด้วยความกล้า ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงและเข้าจับกุมทันที โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บในฐานะแม่ บัว เผยว่า ไม่เห็นด้วยกับการขายหรือครอบครองสารเสพติดทุกชนิดอย่างเสรี เพราะเด็กที่กำลังเติบโตในประเทศอาจเข้าถึงถึงสิ่งเหล่านี้ได้ง่าย จึงขอเป็นอีกเสียงคัดค้านเรื่องการครอบครอง-ขาย-เสพสิ่งเสพติดทุกชนิดอย่างสุดใจ

โดยวันนี้ (24 เม.ย. 69) บัว โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “เมื่อคืนนี้เป็นคืนที่ยาวนานมาก คนทั้งบ้านกลัวกันหมดเพราะมีคนแปลกหน้าใส่ชุดดำทั้งตัว ปีนเข้ามาในบ้านจนต้องเรียกตำรวจมา พอค้นกระเป๋าเจอขวดน้ำอัดลมขวดใหญ่ที่มีน้ำกระท่อมอยู่เต็มเลยพร้อมมีดพก พี่ ๆ เจ้าหน้าที่ สน.โคกคราม เดินทางมาเร็วมาก ๆ และทำการจับกุมผู้บุกรุกทันที ขอบคุณพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ทุกคนนะคะ จากเหตุการณ์นี้ส่วนตัวด้วยความเป็นแม่ของลูกสองคน บัวไม่เคยเห็นด้วยกับเรื่องการขายหรือครอบครอง (สารเสพติดใด ๆ ก็ตามเสรี) โดยเฉพาะใบกระท่อมที่มีขายอยู่ทุกซอกทุกมุมของประเทศแบบนี้เลย มันควรแล้วหรือคะที่ยังต้องให้เด็กที่กำลังเติบโตขึ้นมาต้องเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ นี่ยังโชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ แต่ตอนนี้บัวก็สะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเปิดปิดประตูค่ะ ขอให้ไม่ต้องมีใครต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีกค่ะ และขอเป็นอีกเสียงที่คัดค้านเรื่องการครอบครองหรือขายเสพสิ่งเสพติดทุกชนิดอย่างสุดใจค่ะ”และ “ขอบคุณพี่ ๆ ตำรวจ สน.โคกครามค่ะ และขอบคุณปะป๊ากับตาตาที่ปกป้องพวกเรา” ท่ามกลางแฟน ๆ ที่เข้ามาคอมเมนต์แสดงความห่วงใยกันอย่างต่อเนื่อง

ย้อนที่มาฉลองพระองค์สี่วาระ พระพันปีหลวง ที่จำลองในการพระราชกุศลกงเต๊ก

ย้อนที่มาฉลองพระองค์สี่วาระ พระพันปีหลวง ที่จำลองในการพระราชกุศลกงเต๊ก

ย้อนที่มาฉลองพระองค์สี่วาระ พระพันปีหลวง ที่จำลองในการพระราชกุศลกงเต๊ก

วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

ย้อนที่มาฉลองพระองค์สี่วาระ พระพันปีหลวง ที่จำลองในการพระราชกุศลกงเต๊ก

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2569 เพจเฟซบุ๊ก ”เจริญกรุง” ซึ่งเป็นเพจที่เผยแพร่เรื่องราวศิลปะ วัฒนะธรรม ได้โพสต์บทความเรื่อง “ฉลองพระองค์สี่วาระพระพันปีหลวง ที่จำลองในการพระราชกุศลกงเต๊ก” เขียนโดย “นพรัศมี” โดยมีเนื้อหา ระบุว่า “ในพระราชพิธีกงเต๊กหลวง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะสงฆ์จีนนิกายประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

เครื่องกระดาษที่จัดสร้างขึ้นถวายในพิธีครั้งนี้สะท้อนความประณีตละเอียดอ่อนทั้งในเชิงช่างฝีมือและในเชิงความหมายเชิงสัญลักษณ์ โดยเฉพาะเครื่องกระดาษฉลองพระองค์ ซึ่งถูกเลือกจำลองจากฉลองพระองค์จริงในวาระสำคัญต่าง ๆ แห่งพระชนมชีพ อันเป็นที่จดจำของพสกนิกร และสัมพันธ์กับบทบาทพระราชฐานะในบริบทที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ฉลองพระองค์เครื่องกระดาษวาระแรกเป็นฉลองพระองค์แบบสากล ตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทยสีเบอร์กันดี อันจำลองจากฉลองพระองค์ที่ทรงในคราวเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรแฟชั่นโชว์ของ Dior เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งเป็นการเสด็จส่วนพระองค์ สีสัน และรูปแบบของฉลองพระองค์สะท้อนพระรสนิยมอันสง่างาม เรียบ สุขุม และเชื่อมโยงโลกแฟชั่นสากลเข้ากับวัสดุพื้นถิ่นไทยอย่างแนบแน่น

ฉลองพระองค์วาระที่สองเป็นฉลองพระองค์ชุดไทยสีน้ำตาลทอง ประยุกต์จากชุดไทยเรือนต้น ฉลองพระองค์ซิ่นจีบหน้านางประดับลูกปัด และสายสะพายเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ (ม.จ.ก.) (ฝ่ายใน) พร้อมดาราประดับเพชร ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ ๑ ปฐมจุลจอมเกล้า (ฝ่ายใน) และเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๙ ชั้นที่ ๑ (ภ.ป.ร.๑) อันจำลองจากฉลองพระองค์ที่ทรงเมื่อเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ฉลองพระองค์ชุดนี้สะท้อนบทบาทพระบรมราชินีนาถในฐานะศูนย์รวมแห่งวัฒนธรรมราชสำนัก ความงดงามของเครื่องแต่งกายไทยซึ่งถูกนำเสนอในบริบทพิธีการสูงสุดของแผ่นดิน ถูกถ่ายทอดลงสู่เครื่องกระดาษอย่างประณีต สมจริง และเปี่ยมความเคารพ

ฉลองพระองค์วาระที่สามเป็นฉลองพระองค์สีแดงสไตล์จีนประยุกต์ จำลองจากฉลองพระองค์ที่ทรงในคราวเสด็จไปทรงเป็นประธานเปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช เมื่อวันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ ย่านเยาวราช สีแดงซึ่งเป็นสีมงคลตามคติจีน ประกอบกับลวดลายและรูปทรงแบบจีนร่วมสมัย สะท้อนพระราชบทบาทในการเชื่อมโยงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมไทย และพระเมตตาที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกเชื้อสาย ซึ่งถูกนำมาถ่ายทอดในเครื่องกระดาษกงเต๊กอย่างมีนัยสำคัญ

ฉลองพระองค์วาระสุดท้ายเป็นฉลองพระองค์ชุดราตรียาวสีน้ำตาลทอง ประดับลูกปัด อันจำลองจากฉลองพระองค์ที่ทรงในคราวพระราชทานเลี้ยงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙ ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยพระราชวงศ์ ทรงต้อนรับประธานาธิบดีฌัก ชีรัก และภริยาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ กรุงเทพมหานคร ฉลองพระองค์ชุดนี้สะท้อนพระราชฐานะในเวทีการทูตระหว่างประเทศ ความสง่างามของราชสำนักไทยซึ่งปรากฏต่อสายตานานาชาติ ถูกถ่ายทอดผ่านเครื่องกระดาษด้วยความวิจิตรและสมพระเกียรติ

เครื่องกระดาษฉลองพระองค์ทั้งสี่วาระที่จัดสร้างขึ้นในการพระราชกุศลกงเต๊กหลวงครั้งนี้ จึงทำหน้าที่เป็นภาพแทนแห่งพระชนมชีพในมิติต่าง ๆ ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่พระราชจริยวัตรส่วนพระองค์ พระราชพิธีแห่งแผ่นดิน บทบาททางวัฒนธรรม ไปจนถึงพระราชภารกิจด้านการทูต อันถูกร้อยเรียงไว้ในพิธีกรรมจีนอย่างกลมกลืน สงบ งดงาม และเปี่ยมด้วยความอาลัยรักของพสกนิกรไทยทั้งประเทศ

การที่ฉลองพระองค์สีฟ้าแบบชุดไทยเรือนต้นองค์นี้กลับมาปรากฏอีกครั้งในพระราชพิธีกงเต๊กถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ชวนให้หวนระลึกถึงช่วงเวลาที่พระองค์ทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์อันเป็นสิริมงคลยิ่ง จากวันแห่งความปลื้มปีติของพระราชภารกิจสำคัญต่าง ๆ ในรัชสมัยที่ล่วงแล้ว สู่วันแห่งการน้อมรำลึกและการอุทิศพระราชกุศลด้วยความกตัญญูกตเวทีอย่างสงบงาม

ฉลองพระองค์ซึ่งเคยอยู่ท่ามกลางเสียงสรรเสริญและความเบิกบาน จึงแปรสภาพมาเป็นสื่อแห่งความทรงจำในพิธีกรรมแห่งการอาลัย แสดงให้เห็นว่าเครื่องแต่งกายหนึ่งชุดสามารถบรรจุเรื่องราว ความรู้สึก และความหมายทางจิตใจได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าบทบาทเชิงรูปธรรมของการแต่งกาย หากเป็นหลักฐานทางความทรงจำที่จะดำรงอยู่ในกาลเวลาไปอีกตราบนานเท่านาน”