“ทรัมป์” เผยอิหร่านหยุดสังหารผู้ประท้วงแล้ว เตหะรานปฏิเสธแผนแขวนคอ

"ทรัมป์" เผยอิหร่านหยุดสังหารผู้ประท้วงแล้ว เตหะรานปฏิเสธแผนแขวนคอ

15 ม.ค. 2569 14:23 น.

“ทรัมป์” เผยอิหร่านหยุดสังหารผู้ประท้วงแล้ว เตหะรานปฏิเสธแผนแขวนคอ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุได้รับข้อมูลว่าอิหร่านหยุดการสังหารและยกเลิกการประหารชีวิตแล้ว แต่สหรัฐฯ ยังรอตรวจสอบ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธแผนการแขวนคอ ท่ามกลางแรงกดดันนานาชาติและความตึงเครียดด้านความมั่นคงในภูมิภาค

สถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่านเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายลงชั่วคราว เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงจากทำเนียบขาวว่า การปราบปรามผู้ประท้วงในอิหร่านที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 3,400 ราย ได้หยุดลงแล้วตามคำกล่าวอ้างของทางการอิหร่าน

ทรัมป์ระบุว่าเขาได้รับแจ้งว่าการประหารชีวิตจำนวนมากที่เดิมจะมีขึ้นในวันพุธถูกระงับไว้ “พวกเขาบอกว่าการฆ่าหยุดลงแล้ว และการประหารชีวิตจะไม่เกิดขึ้น เราคงต้องมารอดูกันว่าจะเป็นจริงไหม” อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังไม่ยืนยันว่าจะถอนทางเลือกด้านการทหารออกไปหรือไม่ โดยกล่าวเพียงว่า “เราจะรอดูว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไรต่อไป”

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรลดจำนวนบุคลากรที่ฐานทัพอากาศอัล-อูเดดในกาตาร์ลง เจ้าหน้าที่กล่าวว่าการถอนกำลังทหารอเมริกันบางส่วนเป็น “มาตรการป้องกันไว้ก่อน”

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกพุ่งดิ่งลงทันทีในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (15 ม.ค.) เนื่องจากตลาดคลายความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานจากอิหร่าน ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตน้ำมันราว 3% ของโลก

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ ยืนยันว่า “จะไม่มีการแขวนคอในวันนี้หรือพรุ่งนี้” พร้อมอ้างว่าการประท้วงเรื่องปากท้องในช่วงแรกถูกแทรกซึมโดยกลุ่มที่อิสราเอลหนุนหลัง เพื่อสร้างสถานการณ์นองเลือดหวังยั่วให้ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดฉากสงครามกับอิหร่าน ด้านรัฐมนตรียุติธรรมอิหร่านสนับสนุนคำกล่าวดังกล่าว ระบุว่าหลังวันที่ 7 มกราคม เหตุการณ์ไม่ใช่การประท้วงอีกต่อไป และผู้ที่ถูกจับกุมถือเป็นอาชญากร

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า เออร์ฟาน สลตานี ชายวัย 26 ปีที่ถูกจับกุมระหว่างการประท้วงและมีกำหนดถูกประหารในวันพุธ ได้รับการระงับการประหารชีวิตชั่วคราวตามการยืนยันของญาติ

แม้จะมีสัญญาณบวก แต่ความกังวลเรื่องการปะทะทางทหารยังคงสูงอยู่ โดยอังกฤษประกาศปิดสถานทูตในเตหะรานชั่วคราว ขณะที่สหรัฐฯ เตือนเจ้าหน้าที่ในซาอุดีอาระเบียให้เลี่ยงใกล้ฐานทัพ และอินเดียประกาศให้พลเมืองออกจากอิหร่านทันที ด้านสายการบินลุฟต์ฮันซาของเยอรมนี สั่งระงับเส้นทางบินผ่านน่านฟ้าอิหร่านและอิรักอย่างไม่มีกำหนด

สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงโดฮาของกาตาร์ ได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังและจำกัดการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังฐานทัพอากาศอัล-อูเดด ขณะที่รัฐบาลกาตาร์กล่าวว่าจะยังคง “ดำเนินมาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องความมั่นคงและความปลอดภัยของพลเมืองและผู้พำนักอาศัย” ต่อไป

ทั้งนี้ อัล-อูเดดเป็นฐานทัพทหารสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีกำลังพลประจำการประมาณ 10,000 นาย รวมถึงเจ้าหน้าที่จากสหราชอาณาจักรประมาณ 100 คน ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีเจ้าหน้าที่เดินทางออกจากฐานทัพกี่คน

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ชาวอิหร่าน “ประท้วงต่อไป” ผ่านทางโพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลทรูธโซเชียล โดยสัญญาว่า “ความช่วยเหลือจะมาถึง”

องค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน รายงานว่ามีผู้ประท้วงถูกสังหารแล้วอย่างน้อย 3,428 ราย และถูกจับกุมกว่า 10,000 คน ขณะที่ทางการอิหร่านจัดพิธีศพให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงกว่า 100 นายที่เสียชีวิต โดยตราหน้าว่าเป็นเหยื่อของ “การก่อการร้าย”

ล่าสุด คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เตรียมเปิดประชุมด่วนในวันพฤหัสบดีตามคำร้องขอของสหรัฐฯ เพื่อสรุปสถานการณ์ในอิหร่าน ท่ามกลางรายงานว่าทางการอิหร่านยังคงปิดกั้นอินเทอร์เน็ตต่อเนื่องเป็นเวลาเกิน 144 ชั่วโมง เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของภาพความรุนแรงในประเทศ.

ที่มา BBC 

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ยิงชายเวเนซุเอลาบาดเจ็บในมินนิอาโพลิส

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ยิงชายเวเนซุเอลาบาดเจ็บในมินนิอาโพลิส

15 ม.ค. 2569 13:16 น.

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ยิงชายเวเนซุเอลาบาดเจ็บในมินนิอาโพลิส

เกิดเหตุรุนแรงซ้ำซ้อนในเมืองมินนิอาโพลิส เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ ICE ยิงชายชาวเวเนซุเอลาได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุตะลุมบอนขณะเข้าจับกุม นับเป็นเหตุยิงโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ ด้านผู้ว่าการรัฐและนายกเทศมนตรีประสานเสียงประณาม สร้างความโกรธแค้นให้มวลชนจนเกิดการปะทะด้วยพลุไฟ

สถานการณ์ในเมืองมินนิอาโพลิส รัฐมินนิโซตา ทวีความตึงเครียดหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ ICE ยิงประชาชนอีกครั้ง เมื่อช่วงเย็นวันพุธที่ผ่านมา (14 ม.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ทางการต้องรีบออกประกาศขอให้ประชาชน “อยู่ในความสงบ”

ไบรอัน โอฮารา ผู้บัญชาการตำรวจเมืองมินนิอาโพลิส แถลงว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณทางเหนือของเมือง ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางพยายามเข้าควบคุมตัวชายคนหนึ่งจนเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงหน้าบ้านพัก เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจลั่นไก กระสุนถูกบริเวณขาของชายคนดังกล่าว ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายชาวเวเนซุเอลา อาการไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ทางด้านกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ชี้แจงผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ได้มีบุคคลอีก 2 คนวิ่งออกมาจากอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียงและรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วย “พลั่วตักหิมะและด้ามไม้กวาด” ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงเพื่อป้องกันตัว

เหตุยิงครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเพิ่งยิง เรเน นิโคล กู๊ด หญิงชาวอเมริกันวัย 37 ปี จนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์นั้นได้จุดชนวนการประท้วงใหญ่ไปก่อนหน้าแล้ว เมื่อเกิดเหตุซ้ำรอยจึงทำให้กลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวกันทันทีในจุดเกิดเหตุ และมีการโยนพลุไฟเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายกเทศมนตรี เจคอบ เฟรย์ และนายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา  ได้ออกมาประณามการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางอย่างรุนแรง

เฟรย์ กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ ICE และสายตรวจชายแดนกำลังสร้างความโกลาหลไปทั่วเมืองและรัฐของเรา เราขอเรียกร้องให้ ICE ออกไปจากเมืองและรัฐนี้ทันที” ด้านนายวอลซ์กล่าวประณามการกระทำของรัฐบาลกลางว่าเป็นเหมือน “ฝนที่ตกลงมาสร้างความบอบช้ำให้ชุมชน” พร้อมระบุว่าเจ้าหน้าที่ ICE ที่สวมหน้ากาก มีอาวุธครบมือ แต่ “ขาดการฝึกฝนที่เพียงพอ” กำลังเดินเคาะประตูไล่สอบสวนประชาชนจนสร้างความตื่นตระหนกไปทั่ว

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงรอยร้าวที่ลึกซึ้งระหว่างการบังคับใช้กฎหมายโดยรัฐบาลกลางและการบริหารงานของท้องถิ่นในสหรัฐฯ ท่ามกลางนโยบายคนเข้าเมืองที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรง.


ที่มา CNN

อิหร่านเปิดน่านฟ้าอีกครั้ง หลังปิดชั่วคราวเกือบ 5 ชั่วโมง สายการบินทั่วโลกวุ่นเร่งปรับเส้นทาง

อิหร่านเปิดน่านฟ้าอีกครั้ง หลังปิดชั่วคราวเกือบ 5 ชั่วโมง สายการบินทั่วโลกวุ่นเร่งปรับเส้นทาง

15 ม.ค. 2569 12:29 น.

อิหร่านเปิดน่านฟ้าอีกครั้ง หลังปิดชั่วคราวเกือบ 5 ชั่วโมง สายการบินทั่วโลกวุ่นเร่งปรับเส้นทาง

อิหร่านกลับมาเปิดน่านฟ้าอีกครั้ง หลังจากสั่งปิดชั่วคราวเกือบ 5 ชั่วโมง ท่ามกลางความกังวลต่อความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้สายการบินนานาชาติพากันยกเลิกและเปลี่ยนเส้นทางบินเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงถูกลูกหลง

ตามประกาศจากเว็บไซต์ขององค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) ระบุว่า อิหร่านได้สั่งปิดน่านฟ้าไม่อนุญาตให้เที่ยวบินใดๆ บินผ่าน ยกเว้นเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ ตั้งแต่เวลา 17.15 น. ตามเวลามาตรฐานตะวันออกของวันพุธ (14 ม.ค.) ก่อนที่ข้อมูลจากเว็บไซต์ Flightradar24 จะระบุว่าประกาศดังกล่าวถูกยกเลิกในเวลาประมาณ 22.00 น. โดยพบว่าสายการบินของอิหร่าน เช่น Mahan Air และ Yazd Airways เป็นกลุ่มแรกๆ ที่กลับมาทำการบินเหนือน่านฟ้าตนเองอีกครั้ง

การสั่งปิดน่านฟ้าครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ต่อสถานการณ์ในอิหร่าน ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ขณะเดียวกันมีรายงานว่าสหรัฐฯ เริ่มถอนบุคลากรบางส่วนออกจากฐานทัพในตะวันออกกลาง หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีฐานทัพอเมริกันหากวอชิงตันเปิดฉากโจมตีก่อน

ความไม่แน่นอนครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่ออุตสาหกรรมการบิน โดยสายการบิน IndiGo และ Air India สายการบินยักษ์ใหญ่ของอินเดียได้รับผลกระทบโดยตรง ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน ซึ่งส่งผลให้เที่ยวบินล่าช้าหรือต้องยกเลิก

ด้านสายการบินลุฟต์ฮันซาของเยอรมนี ประกาศเลี่ยงน่านฟ้าอิหร่านและอิรักจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง พร้อมปรับเที่ยวบินไปยังนครเทลอาวีฟของอิสราเอล และกรุงอัมมานของจอร์แดน ให้บินเฉพาะช่วงกลางวัน เพื่อไม่ให้ลูกเรือต้องค้างคืนในพื้นที่เสี่ยง ส่วนสายการบิน Aeroflot ของรัสเซียที่มุ่งหน้าสู่กรุงเตหะรานต้องตัดสินใจบินกลับกรุงมอสโกทันทีหลังทราบข่าวการปิดน่านฟ้า

กลุ่มเครือข่ายความปลอดภัยทางอากาศ ระบุว่า การปิดน่านฟ้ากะทันหันเช่นนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงกิจกรรมทางทหารที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงจากการยิงขีปนาวุธ หรือระบบป้องกันภัยทางอากาศที่อาจเกิดความผิดพลาดในการระบุเอกลักษณ์เครื่องบินพลเรือน 

ความกังวลนี้มีพื้นฐานมาจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญในปี 2020 เมื่อกองทัพอิหร่านเผลอยิงเครื่องบินโดยสารของสายการบิน Ukraine International Airlines ตก ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตยกลำ 176 ราย ท่ามกลางภาวะตึงเครียดกับสหรัฐฯ ในเวลานั้น

ปัจจุบัน สหรัฐฯ ยังคงคำสั่งห้ามเครื่องบินพาณิชย์ของสหรัฐฯ บินผ่านน่านฟ้าอิหร่านโดยเด็ดขาด และยังคงไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศในขณะนี้.

ที่มา Reuters

X ยอมถอย สั่งห้าม “Grok” ตัดต่อภาพ “เปลื้องผ้า” หลังเจอกระแสต่อต้านทั่วโลก

X ยอมถอย สั่งห้าม "Grok" ตัดต่อภาพ "เปลื้องผ้า" หลังเจอกระแสต่อต้านทั่วโลก

15 ม.ค. 2569 11:39 น.

X ยอมถอย สั่งห้าม “Grok” ตัดต่อภาพ “เปลื้องผ้า” หลังเจอกระแสต่อต้านทั่วโลก

แพลตฟอร์ม X ของอีลอน มัสก์ ประกาศเพิ่มมาตรการความปลอดภัย สั่งระงับฟีเจอร์ของแชตบอต AI “Grok” ที่ใช้ตัดต่อภาพบุคคลจริงให้ดูเปลือยหรือสวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น หลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลหลายประเทศและองค์กรสิทธิมนุษยชนที่ตรวจพบการสร้างภาพอนาจารของผู้หญิงและเด็ก

ทีมด้านความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม X ประกาศใช้มาตรการทางเทคโนโลยีเพื่อป้องกันไม่ให้แชตบอต AI ชื่อดังอย่าง “Grok” สามารถแก้ไขหรือสร้างภาพบุคคลจริงในชุดล่อแหลม เช่น บิกินี ชุดชั้นใน หรือชุดที่คล้ายคลึงกัน โดยมาตรการนี้จะมีผลกับผู้ใช้งานทุกคน รวมถึงสมาชิกแบบชำระเงิน 

การปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นหลังจากฟีเจอร์ที่เรียกว่า “Spicy Mode” ของ Grok ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ายอมให้ผู้ใช้ใส่คำสั่งง่ายๆ เช่น “ให้เธอใส่บิกินี” หรือ “ถอดเสื้อผ้าเธอออก” เพื่อสร้างภาพ Deepfake เชิงอนาจารของบุคคลจริง รวมถึงเด็กและเยาวชน

ผลการวิเคราะห์ภาพจาก Grok มากกว่า 20,000 ภาพโดยองค์กรไม่แสวงหากำไร AI Forensics ในกรุงปารีส พบว่ากว่าครึ่งเป็นภาพบุคคลที่สวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง และร้อยละ 2 ของภาพเหล่านั้นดูเหมือนเป็นผู้เยาว์

ปัจจุบัน xAI บริษัทผู้พัฒนา Grok กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนักจากหลายหน่วยงาน โดยในสหรัฐฯ อัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนียประกาศเริ่มการสืบสวน xAI ว่าละเมิดกฎหมายรัฐในประเด็นการสร้างภาพอนาจารโดยไม่ได้รับยินยอมหรือไม่ ขณะที่ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียประณามการปล่อยให้ภาพ Deepfake ระบาดว่าเป็นเรื่องที่ “น่ารังเกียจ” ส่วนสหภาพยุโรป คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังเฝ้าระวังมาตรการใหม่ของ X อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าจะสามารถปกป้องพลเมืองในอียูได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่

ด้านอินโดนีเซีย เป็นประเทศแรกที่สั่งบล็อกการเข้าถึง Grok โดยสมบูรณ์ ตามมาด้วย มาเลเซีย ขณะที่ อินเดีย บังคับให้ X ลบโพสต์และบัญชีผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องกับภาพอนาจารเหล่านี้หลายพันรายการ และสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสได้เริ่มกระบวนการสืบสวนและส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินคดีแล้ว

นอกจากเทคโนโลยีป้องกันการแก้ไขภาพบุคคลจริง X ยังได้ประกาศจำกัดสิทธิ์การสร้างและแก้ไขภาพผ่าน Grok ให้เฉพาะ “สมาชิกแบบชำระเงิน” เท่านั้น เพื่อสร้างชั้นการป้องกันพิเศษและช่วยให้ระบุตัวตนผู้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม กลุ่มภาคประชาสังคมกว่า 28 แห่งได้รวมตัวกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงซีอีโอของแอปเปิล และกูเกิล เพื่อเรียกร้องให้ถอดแอปพลิเคชัน X และ Grok ออกจากแอปสโตร์ เนื่องจากความกังวลว่ามาตรการที่ออกมาอาจไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งการแพร่กระจายของภาพตัดต่อลามกอนาจารในระยะยาว.

ที่มา BBC 

กองทัพเมียนมาคุมเสียงขาด พรรคทหารได้ที่นั่งพอจัดตั้งรัฐบาลแล้วก่อนเลือกตั้งครบทุกเฟส

กองทัพเมียนมาคุมเสียงขาด พรรคทหารได้ที่นั่งพอจัดตั้งรัฐบาลแล้วก่อนเลือกตั้งครบทุกเฟส

15 ม.ค. 2569 11:35 น.

กองทัพเมียนมาคุมเสียงขาด พรรคทหารได้ที่นั่งพอจัดตั้งรัฐบาลแล้วก่อนเลือกตั้งครบทุกเฟส

พรรค USDP หนุนกองทัพเมียนมา กวาดที่นั่งรวมโควตาทหารเกินครึ่งสภาแล้ว แม้การเลือกตั้งยังไม่จบครบ 3 เฟส ถูกวิจารณ์หนักเป็นการสืบทอดอำนาจหลังรัฐประหารปี 2564

วันที่ 15 มกราคม 2568 พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (Union Solidarity and Development Party – USDP) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเมียนมา เปิดเผยว่า สามารถรวบรวมจำนวนที่นั่งในสภาได้เพียงพอสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ร่วมกับสมาชิกสภาที่มาจากการแต่งตั้งของกองทัพ แม้การเลือกตั้งที่คณะรัฐประหารจัดขึ้นจะยังไม่สิ้นสุดครบทั้ง 3 เฟส

โดยพรรค USDP ระบุว่า หลังจบการเลือกตั้งเฟส พรรคได้ที่นั่งรวม 194 ที่นั่ง จากสองสภา เมื่อรวมกับโควตาที่นั่งของกองทัพตามรัฐธรรมนูญอีก 166 ที่นั่ง ทำให้ฝ่ายหนุนทหารครองเสียงมากกว่า 360 ที่นั่ง สูงกว่ากึ่งหนึ่งของสภาที่ต้องการเพียง 294 ที่นั่ง จากจำนวนสมาชิกสภาที่ถูกลดเหลือ 588 คน

แม้ผลการเลือกตั้งเฟสที่สองยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่แกนนำพรรค USDP ยืนยันว่า พรรคชนะเพิ่มอีกอย่างน้อย 70 ที่นั่ง ทำให้ฝ่ายทหารสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน ก่อนการเลือกตั้งเฟสสุดท้ายในวันที่ 25 มกราคมจะเริ่มขึ้น

ทั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งสหภาพ แบ่งการเลือกตั้งออกเป็น 3 เฟส ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม ถึง 25 มกราคม โดยอ้างเหตุความไม่มั่นคง อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกประณามอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและนานาชาติ ว่าเป็นความพยายามตอกย้ำอำนาจของกองทัพ หลังยึดอำนาจเมื่อปี 2564 ขณะที่เดิมรัฐสภาเมียนมามีสมาชิก 664 คน แต่รัฐบาลทหารได้ยกเลิกการเลือกตั้งในหลายเขตพื้นที่ที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ส่งผลให้จำนวนสมาชิกสภาลดลง ขณะที่โควตาของกองทัพยังคงเดิม ส่งผลให้ฝ่ายทหารได้เปรียบอย่างชัดเจน.

รมต.ต่างประเทศกัมพูชาคุยโวเดินหน้ากวาดล้างแก๊งสแกม หลังจับกุม “เฉิน จื้อ”

รมต.ต่างประเทศกัมพูชาคุยโวเดินหน้ากวาดล้างแก๊งสแกม หลังจับกุม "เฉิน จื้อ"

15 ม.ค. 2569 11:30 น.

รมต.ต่างประเทศกัมพูชาคุยโวเดินหน้ากวาดล้างแก๊งสแกม หลังจับกุม “เฉิน จื้อ”

รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาคุยโวจะเดินหน้าปราบปรามศูนย์หลอกลวงออนไลน์อย่างเข้มข้นต่อไป แม้จะจับกุมและส่งตัว “เฉิน จื้อ” ผู้ต้องหาเครือข่ายสแกมข้ามชาติรายใหญ่ ไปดำเนินคดีในจีนแล้วก็ตาม 

นายปรัก สุคน รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา กล่าวให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สจากกรุงพนมเปญว่า การจับกุมและส่งตัวเฉิน จื้อ ไปยังจีน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของกัมพูชาในการปราบปรามอาชญากรรม พร้อมย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการต่อสู้ที่ยังคงดำเนินต่อไป

นายปรัก สุคน กล่าวว่าการจับกุมเฉิน จื้อ ชาวจีนโดยกำเนิด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามเครือข่ายสแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นไปอย่างกระจัดกระจาย โดยเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้หลอกลวงเหยื่อทั่วโลก สร้างความเสียหายทางการเงินคิดเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การส่งตัวเฉินไปยังจีน ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากหลายประเทศ เกิดขึ้นหลังการสอบสวนร่วมระหว่างจีนและกัมพูชา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของการสอบสวนยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ขณะที่เฉิน จื้อ เคยถูกสหรัฐตั้งข้อหาฉ้อโกงผ่านระบบสื่อสารและฟอกเงิน

“นี่เป็นการต่อสู้ที่ต้องดำเนินต่อเนื่อง และเรามีมาตรการและขั้นตอนชัดเจนเพื่อกำจัดอาชญากรรมประเภทนี้ให้หมดไป” นายปรัก สุคน กล่าว พร้อมระบุว่า กัมพูชามีจุดยืนชัดเจนมาโดยตลอดในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีวัยปลาย 30 ปี เป็นหัวหน้ากลุ่มบริษัท Prince Group ซึ่งมีฐานอยู่ในกัมพูชา และมีธุรกิจที่ดูเหมือนถูกกฎหมายกระจายอยู่ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐระบุว่า ธุรกิจเหล่านี้เป็นเพียงฉากหน้าของ ปฏิบัติการฉ้อโกงด้านการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์

ก่อนหน้านี้ Prince Group เคยออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง

ทางการฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน ได้สั่งอายัดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับ Prince Group เป็นมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ ขณะที่สหราชอาณาจักรและเกาหลีใต้ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตร นอกจากนี้ อัยการสหรัฐยังยึดบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่เชื่อมโยงกับเฉิน ขณะที่รัฐบาลกัมพูชาได้สั่งชำระบัญชี Prince Bank ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้ง

จนถึงขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าเฉิน จื้อ จะถูกตั้งข้อหาใดในจีน แม้จีนจะตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อตรวจสอบ Prince Group ตั้งแต่ปี 2020 โดยเอกสารศาลจีนในปี 2022 ชี้ให้เห็นถึงการสอบสวนดังกล่าว

สัปดาห์ที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์ของทางการจีนเผยแพร่ภาพวิดีโอขณะเฉินถูกส่งตัวถึงกรุงปักกิ่ง โดยถูกใส่กุญแจมือและคลุมศีรษะ พร้อมระบุว่าเขาเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงและเปิดบ่อนการพนันผิดกฎหมาย และเป็นผู้นำเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติด้านการพนันและการหลอกลวงรายใหญ่

เครือข่ายหลอกลวงเหล่านี้ดำเนินงานจากคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ในหลายประเทศ เช่น กัมพูชา เมียนมา และลาว โดยมีแรงงานเกี่ยวข้องนับหมื่นคน ในจำนวนนี้รวมถึงเหยื่อค้ามนุษย์ ที่ถูกหลอกมาด้วยข้อเสนอทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีหรือการบริการ ก่อนจะถูกบังคับให้หลอกลวงเหยื่อทางออนไลน์ หากขัดขืนจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง

นายปรัก สุคน ระบุว่า กัมพูชามีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติกับหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐ จีน เกาหลีใต้ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและไทย

เขายังเปิดเผยว่า เฉิน จื้อ เคยได้รับสัญชาติกัมพูชา แต่จากการสอบสวนพบว่าสัญชาติดังกล่าวได้มาอย่างไม่ถูกต้อง และเฉินยังเป็นพลเมืองจีน ทำให้รัฐบาลกัมพูชาตัดสินใจส่งตัวเขากลับไปดำเนินคดีในจีนในที่สุด.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กัมพูชา

ด่วน อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว สำหรับเที่ยวบินส่วนใหญ่

ด่วน อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว สำหรับเที่ยวบินส่วนใหญ่

15 ม.ค. 2569 08:54 น.

ด่วน อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว สำหรับเที่ยวบินส่วนใหญ่

ทั่วโลกจับตา หลังอิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว กระทบเที่ยวบินนานาชาติหลายสาย ท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดด้านความมั่นคง

อิหร่านสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราวสำหรับเที่ยวบินเกือบทั้งหมด ยกเว้นเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มมีผลเมื่อเวลา 22.15 น. ตามเวลา GMT ของคืนวันพุธที่ 14 มกราคม ตามประกาศแจ้งเตือนด้านการบินที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ (FAA)

ประกาศดังกล่าวระบุว่า การปิดน่านฟ้าจะมีผลยาวนานกว่า 2 ชั่วโมง จนถึงเวลา 00.30 น. ตามเวลา GMT อย่างไรก็ตาม อาจมีการขยายระยะเวลาหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ด้านความมั่นคงในตะวันออกกลางตึงเครียดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐอเมริกาได้เริ่มถอนบุคลากรบางส่วนออกจากฐานทัพในภูมิภาค หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านออกมาเตือนว่า เตหะรานจะโจมตีฐานทัพสหรัฐ หากวอชิงตันเปิดฉากโจมตีอิหร่าน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินเตือนว่า การยิงขีปนาวุธและโดรนในหลายพื้นที่ขัดแย้งทั่วภูมิภาค ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อการบินพาณิชย์ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการเข้าใจผิดของระบบป้องกันภัยทางอากาศ

ผลจากการปิดน่านฟ้า ส่งผลกระทบต่อสายการบินหลายแห่ง โดยอินดิโก (IndiGo) สายการบินรายใหญ่ที่สุดของอินเดีย ระบุว่า เที่ยวบินระหว่างประเทศบางเที่ยวได้รับผลกระทบ ขณะที่เที่ยวบินของแอโรฟลอต สายการบินแห่งชาติรัสเซีย ที่มุ่งหน้าไปกรุงเตหะราน ต้องบินกลับกรุงมอสโก หลังมีคำสั่งปิดน่านฟ้า ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24

ก่อนหน้านี้ เยอรมนีได้ออกคำเตือนใหม่ให้สายการบินของประเทศหลีกเลี่ยงน่านฟ้าอิหร่าน หลังลุฟท์ฮันซาปรับแผนการบินในตะวันออกกลาง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรง

ขณะเดียวกัน สหรัฐอเมริกายังคงห้ามเที่ยวบินพาณิชย์ของสหรัฐบินผ่านน่านฟ้าอิหร่าน และไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศอยู่แล้ว ส่วนสายการบินอย่าง flydubai และ Turkish Airlines ได้ยกเลิกเที่ยวบินไปอิหร่านหลายเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เว็บไซต์ Safe Airspace ซึ่งดำเนินการโดยองค์กร OPSGROUP ระบุว่า สายการบินจำนวนมากได้ลดหรือระงับการให้บริการ และหลีกเลี่ยงน่านฟ้าอิหร่านเป็นวงกว้าง พร้อมเตือนว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของกิจกรรมทางทหารเพิ่มเติม รวมถึงความเสี่ยงจากการยิงขีปนาวุธหรือการเสริมกำลังป้องกันทางอากาศ ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าใจผิดเกี่ยวกับอากาศยานพลเรือน

ด้านลุฟท์ฮันซาแถลงว่า จะหลีกเลี่ยงน่านฟ้าอิหร่านและอิรักจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม และจะให้บริการเฉพาะเที่ยวบินกลางวันไปยังเทลอาวีฟและอัมมาน เพื่อหลีกเลี่ยงการพักค้างคืนของลูกเรือ ขณะที่สายการบิน ITA Airways ของอิตาลี ซึ่งลุฟท์ฮันซาถือหุ้นรายใหญ่ ก็ประกาศระงับเที่ยวบินกลางคืนไปยังเทลอาวีฟเช่นกันจนถึงสัปดาห์หน้า.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

นักบินอวกาศนาซา ออกเดินทางจาก ISS กลับโลกก่อนกำหนด หลังมีความจำเป็นต้องรับการรักษาทางการแพทย์บนโลก

นักบินอวกาศนาซา ออกเดินทางจาก ISS กลับโลกก่อนกำหนด หลังมีความจำเป็นต้องรับการรักษาทางการแพทย์บนโลก

15 ม.ค. 2569 08:52 น.

นักบินอวกาศนาซา ออกเดินทางจาก ISS กลับโลกก่อนกำหนด หลังมีความจำเป็นต้องรับการรักษาทางการแพทย์บนโลก

นักบินอวกาศนาซาบนสถานีอวกาศ ISS 4 คน เดินทางกลับโลกก่อนกำหนด หลังนักบินอวกาศรายหนึ่งต้องรับการรักษาอาการป่วยที่ไม่ได้มีการเปิดเผย นับเป็นการอพยพทางการแพทย์กลางอวกาศครั้งแรกในประวัติศาสตร์

วันที่ 15 มกราคม 2569 องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา ดำเนินการอพยพนักบินอวกาศออกจากสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังนักบินอวกาศรายหนึ่งมีปัญหาด้านสุขภาพและจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์บนโลก

โดยนักบินอวกาศ 4 คนจากสหรัฐฯ รัสเซีย และญี่ปุ่น เดินทางกลับโลกด้วยยานของบริษัท SpaceX และมีกำหนดตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิก ใกล้เมืองซานดิเอโก ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ภารกิจต้องสิ้นสุดก่อนกำหนดมากกว่าหนึ่งเดือน

เซนา คาร์ดแมน นักบินอวกาศของนาซา กล่าวก่อนออกเดินทางว่า การตัดสินใจกลับโลกเป็นเรื่องไม่คาดคิด แต่สิ่งที่ประทับใจคือความสามัคคีของลูกเรือที่ดูแลช่วยเหลือกันราวกับครอบครัวเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่นาซาปฏิเสธเปิดเผยตัวตนของนักบินอวกาศที่ป่วย รวมถึงรายละเอียดอาการ โดยให้เหตุผลเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัวทางการแพทย์ พร้อมยืนยันว่าอาการนี้ ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน และไม่เกี่ยวข้องกับการเตรียมภารกิจเดินอวกาศ

ด้าน ไมค์ ฟินก์ ผู้บัญชาการสถานีอวกาศนานาชาติที่กำลังจะพ้นตำแหน่ง เปิดเผยว่า นักบินอวกาศที่ต้องรับการรักษาอยู่ในอาการคงที่ ปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การตัดสินใจพากลับโลกเป็นไปเพื่อให้สามารถตรวจวินิจฉัยได้อย่างครบถ้วนบนพื้นโลก ขณะเดียวกัน ยังมีนักบินอวกาศสหรัฐฯ 1 คน และรัสเซีย 2 คน ปฏิบัติภารกิจอยู่บนสถานีอวกาศ โดยนาซาและสเปซเอ็กซ์กำลังเร่งแผนส่งลูกเรือชุดใหม่ขึ้นไปแทน ซึ่งคาดว่าจะปล่อยยานได้เร็วสุดในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้.

ที่มา BBC

จีนประกาศตัวเลขดุลการค้าปี 68 สูงเป็นประวัติการณ์ทะลุ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ แม้เจอภาษีทรัมป์กดดัน

จีนประกาศตัวเลขดุลการค้าปี 68 สูงเป็นประวัติการณ์ทะลุ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ แม้เจอภาษีทรัมป์กดดัน

15 ม.ค. 2569 07:57 น.

จีนประกาศตัวเลขดุลการค้าปี 68 สูงเป็นประวัติการณ์ทะลุ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ แม้เจอภาษีทรัมป์กดดัน

จีนประกาศตัวเลขดุลการค้าปี 2568 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้การค้ากับสหรัฐชะลอจากมาตรการภาษีทรัมป์ แต่พบว่าการส่งออกไปอาเซียน แอฟริกา ละตินอเมริกา พุ่งชดเชย

วันที่ 14 มกราคม 2569 สำนักงานศุลกากรจีน ประกาศตัวเลขการค้าปี 2568 ทำสถิติดุลการค้าสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 41.6 ล้านล้านบาท นับเป็นครั้งแรกที่ดุลการค้าจีนทั้งปีทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ แม้เผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีและนโยบายการค้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ 

โฆษกสำนักงานศุลกากรจีนระบุว่า ตัวเลขนี้สูงกว่าสถิติเดิมในปี 2567 ที่อยู่ราว 993,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยยอมรับว่าการค้ากับสหรัฐอ่อนตัวลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ถูกชดเชยด้วยการส่งออกที่เพิ่มขึ้นไปยัง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกา ละตินอเมริกา และยุโรป

ทางด้านนายหวัง จวิน รองผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรจีน แถลงว่า ตัวเลขการค้าปีนี้ถือเป็นผลงานพิเศษที่ได้มาอย่างยากลำบาก ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายของการค้าโลก พร้อมชี้ว่า จีนมีการส่งออกเพิ่มขึ้นในกลุ่ม เทคโนโลยีสีเขียว ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ และหุ่นยนต์

ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า ดุลการค้าจำนวนมหาศาลของจีนสะท้อนความต้องการสินค้าจีนในตลาดโลกที่ยังแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันเศรษฐกิจภายในประเทศยังชะลอจากวิกฤติอสังหาริมทรัพย์และหนี้ที่เพิ่มสูง ทำให้การนำเข้าเพิ่มขึ้นเพียง 0.5% ตลอดปีที่ผ่านมา.

ที่มา Reuters

สหรัฐฯ ประกาศ เริ่มเฟส 2 ของแผนสันติภาพกาซา

สหรัฐฯ ประกาศ เริ่มเฟส 2 ของแผนสันติภาพกาซา

15 ม.ค. 2569 06:26 น.

สหรัฐฯ ประกาศ เริ่มเฟส 2 ของแผนสันติภาพกาซา

ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ประกาศเริ่ม เฟส 2 ของแผนการสันติภาพกาซา 20 ข้อของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยจะมีการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล ทำให้กาซาเป็นเขตปลอดทหารโดยสมบูรณ์และฟื้นฟูบ้านเมือง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 14 ม.ค. 2569 นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษด้านตะวันออกกลางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศเริ่ม “เฟส 2” ของแผนการสันติภาพ 20 ข้อ เพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซา ซึ่งดำเนินมานานกว่า 2 ปีแล้ว

นายวิตคอฟฟ์ ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันพุธว่า แผนสันติภาพ 20 ข้อของนายทรัมป์กำลัง “เปลี่ยนผ่านจากการหยุดยิงไปสู่การปลอดทหาร การปกครองโดยรัฐบาลเทคโนแครต (ผู้เชี่ยวชาญ) และการฟื้นฟูบูรณะ”

วิตคอฟฟ์กล่าวว่า ในระยะที่สองจะมีการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลเพื่อปกครองฉนวนกาซา และจะดำเนินการทำให้ฉนวนกาซาเป็นเขตปลอดทหารโดยสมบูรณ์และทำการฟื้นฟูบูรณะ

“สหรัฐฯ คาดหวังให้กลุ่มฮามาสปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างครบถ้วน รวมถึงการส่งคืนร่างตัวประกันรายสุดท้ายในทันที หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ที่ร้ายแรง” นายวิตคอฟฟ์กล่าว

ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากสำนักงานสื่อของรัฐบาลในกาซาระบุว่า อิสราเอลได้ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นคนกลางมาแล้วมากกว่า 1,190 ครั้ง นับตั้งแต่มีผลบังคับใช้ในเดือนตุลาคม ส่งผลให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตมากกว่า 400 ราย และมีการปิดกั้นความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมไม่ให้เข้าสู่พื้นที่

กลุ่มฮามาสประณามการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอิสราเอลมาตลอด แต่พวกเขายังไม่แสดงความเห็นเรื่องประกาศของนายวิตคอฟฟ์

ผู้สื่อข่าวของอัลจาซีราระบุว่า กลุ่มฮามาสเคยระบุว่า พวกเขาพร้อมจะสละอำนาจในการบริหารในกาซา ตามที่ระบุไว้ภายใต้แผนการของทรัมป์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า โครงสร้างและอำนาจองค์กรชั่วคราวที่คาดว่าจะเข้ามาปกครองฉนวนกาซานั้น จะมีหน้าตาอย่างไร

นอกจากนั้นยังมีคำถามเกี่ยวกับการฟื้นฟูบูรณะฉนวนกาซา ซึ่งอาคารมากกว่า 80% ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายจากการระดมยิงถล่มของอิสราเอล

ทั้งนี้ แผนการสันติภาพกาซา 20 ข้อของสหรัฐฯ ซึ่งถูกเสนอขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนกันยายน ยังรวมถึงการจัดตั้ง “คณะกรรมการเพื่อสันติภาพ” (Board of Peace) ที่มี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธาน และการประจำการ “กองกำลังรักษาสถียรภาพระหว่างประเทศ” เพื่อดูแลความปลอดภัยในกาซา

เมื่อสัปดาห์ก่อน นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า นายนิโคไล มลาเดนอฟ อดีตทูตพิเศษสหประชาชาติประจำตะวันออกกลาง จะเป็นผู้นำคณะกรรมการดังกล่าว ซึ่งจะมีหน้าที่กำกับดูแลรัฐบาลเทคโนแครตของปาเลสไตน์ที่จะมาบริหารฉนวนกาซา

ประเทศตัวกลางอย่างกาตาร์ ตุรกี และอียิปต์ ต่างแสดงความยินดีต่อการจัดตั้งรัฐบาลเทคโนแครตของปาเลสไตน์ โดยระบุว่าจะมีนายอาลี อับเดล ฮามิด ชาธ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวางแผนขององค์การบริหารปาเลสไตน์เป็นผู้นำ

นอกจากนี้ พวกเขายังเน้นย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเต็มที่ เพื่อบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนและสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการฟื้นฟูบูรณะกาซา

อย่างไรก็ตาม นายมาร์วาน บิชารา นักวิเคราะห์การเมืองอาวุโสของอัลจาซีรา ได้ตั้งคำถามว่าแผนการที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อยุติสงครามของอิสราเอลในกาซานี้จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร โดยตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการนี้ “ถูกจัดฉากมาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายอิสราเอล”

“คุณจะมีกระบวนการที่ยุติธรรมในการก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร หากฝ่ายหนึ่งได้รับการเอาใจอยู่ตลอดเวลาในขณะที่อีกฝ่ายเสียเปรียบ?” บิชารากล่าว พร้อมเสริมว่าเสรีภาพและสิทธิของชาวปาเลสไตน์ส่วนใหญ่ก็ถูกละเลยเช่นกัน

“ประชาชนในกาซายังคงต้องทนทุกข์ทรมาน… ในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์และคณะผู้ติดตามกำลังเฉลิมฉลอง [และ] วางตัวเป็น ‘ผู้สร้างสันติภาพ’ ตามที่พวกเขาเรียกกัน” บิชารากล่าว “อิสราเอลไม่ได้สนใจที่จะออกจากกาซา สหรัฐฯ เองก็ไม่ได้สนใจที่จะกดดันอิสราเอล ดังนั้นผมจึงคิดว่าในระยะที่สองนี้ เราจะติดหล่มอยู่ตรงนี้ไปอีกนานแสนนาน”

ในขณะเดียวกัน องค์การสหประชาชาติ (UN) และกลุ่มสิทธิมนุษยชนชั้นนำที่ปฏิบัติงานในฉนวนกาซา ยังคงเรียกร้องให้อิสราเอลอนุญาตให้มีการจัดส่งความช่วยเหลือเข้าไปในพื้นที่ได้อย่างไร้อุปสรรค ซึ่งรวมถึงอาหาร อุปกรณ์สำหรับที่พักอาศัย และเครื่องจักรที่จำเป็นในการกำจัดซากปรักหักพังและฟื้นฟูบ้านเรือนด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera