โบ้ยถาม ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สินผอ.ร.ร.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/284648

โบ้ยถาม ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สินผอ.ร.ร.

ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง, สามเสน, รับนักเรียน, โบ้ยถาม, หมอธี, การุณ, ภตช, สพฐ, กพฐ, ปปช, สพม, 26 มิย

“หมอธี”เปิดทางเสนอความเห็นจัดระบบรับนักเรียนที่เป็นธรรม เปิดบัญชีทรัพย์สินผอ.ทั่วประเทศต้อง ถามป.ป.ช.ขณะที่ “การุณ” ย้ำกรณีผอ.สามเสนฯ ไม่นิ่งนอนใจ

            จากกรณีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ (ภตช.) ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ตรวจสอบเอาผิดผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษปีการศึกษา 2560 และยกเลิกการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษ รวมถึงกรณีที่นายชนะ วงศ์มุสิก อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เสนอให้นายกฯ สั่งการให้มีการแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของระดับผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาการเรียกรับเงินจากผู้ปกครองแลกกับการให้เด็กเข้าเรียนนั้น

นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวมีนโยบายชัดเจนในเรื่องการรับเด็กเข้าเรียน และก็ทำเป็นตัวอย่างด้วยว่าไม่มีการฝากเด็ก ซึ่งกรณีโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งดำเนินการตรวจสอบ แต่แน่นอนว่าจะไม่ปล่อยให้คนทุจริตมาทำลายระบบ ทั้งนี้ หากต้องการปรับระบบการรับนักเรียนให้มีความยุติธรรมมากขึ้น ก็ขอให้รวบรวมความคิดเห็นต่างๆ มาเสนอต่อนายการุณ  สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)

ส่วนที่จะให้ผู้อำนวยการโรงเรียนยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้น นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ เห็นว่าต้องใช้เกณฑ์ของประเทศ เพราะฉะนั้น คงต้องไปถามคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่

ด้าน นายการุณ กล่าวว่า ได้สอบถามไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทราบว่า นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้เข้าไปปฏิบัติงานตามที่ได้รับทราบคำสั่งให้มาเป็นที่ปรึกษาโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียน ในสังกัด สพม.กทม. เขต 1 ตั้งแต่วันนี้ (26 มิ.ย.) เป็นต้นไป ซึ่งเจ้าตัวเข้ารับหน้าที่ด้วยความเต็มใจ ส่วนการบริหารงานภายในโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ก็เป็นไปโดยอัตโนมัติ คือเมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนไม่อยู่ในสถานศึกษา รองผู้อำนวยการฯ ก็มีหน้าที่รักษาราชการแทนไปก่อน

“จากนี้ก็ต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน ทั้งในส่วนที่นายวิโรฒ ไปแจ้งความเอาผิดกับผู้เผยแพร่คลิป หากพบว่า นายวิโรฒ ไม่มีความผิด ก็ต้องให้กลับไปทำงานที่เดิม แต่ตอนนี้ผมอยากให้ทุกคน ลองทบทวน นั่งหลับตาดูว่ากำลังอะไร โรงเรียนสามเสนฯ เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ทำอะไรไม่อยากให้กระทบกับเด็กที่เรียนอยู่ อยากให้ทุกฝ่ายคิดให้ดี นึกถึงเด็กนักเรียน จะทำอะไรอย่าให้เด็กได้รับบาดเจ็บ อย่าให้เด็กรู้สึกไม่ดีกับโรงเรียนเขา การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต่าง ๆ ก็ดำเนินการไปตามหน้าที่ทั้ง สพฐ. เขตพื้นที่ฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ซึ่งก็จะพบข้อเท็จจริงไปเรื่อย ๆ สพฐ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา เพราะต้องรอข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

หมอแนะ 8เมนูทุเรียนให้คุณค่าอาหารครบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/284635

หมอแนะ 8เมนูทุเรียนให้คุณค่าอาหารครบ

8 เมนูทุเรียนทรงคุณค่าอาหารครบหมู่, 8 เมนูทุเรียนยอดฮิต, เมนูทุเรียนยอดฮิต, หมอแนะ, วิตามินอี

ทุเรียนจัดเป็นราชาแห่งผลไม้ ในแต่ละรูปแบบจะให้คุณค่าและความเหมาะสมต่อผู้กินต่างๆกัน

     นพ.กฤษดาศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ กล่าวว่า ทุเรียนจัดเป็นราชาแห่งผลไม้นี้มีอิทธิพลสูงในหลายด้าน ท่านที่ชอบกินเนื้อสีเหลืองของทุเรียนนี้ก็อาจมีเหตุผลเดียวก็ได้คือแค่ชอบเลยกินจึงไม่มีอะไรมากกว่านั้น

ซึ่งแต่ก่อนคนไทยเรามีการนำเนื้อทุเรียนมาแปรรูปทำของกินหลายๆอย่างที่มีทั้งการเพิ่มรสชาติให้อร่อยขึ้นและเป็นทั้งความชาญฉลาดในการถนอมรักษาอาหารไว้ มีเทคนิกแปรรูปทุเรียน ทั้งชนิดแก่หง่อมจนเป็นปลาร้าเรื่อยไปจนถึงทุเรียนอ่อน

หมอแนะ 8เมนูทุเรียนให้คุณค่าอาหารครบ

เพราะทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีคนชอบในหลายกลุ่มอายุเนื้อของทุเรียน บางท่านชอบหมอนทองห่ามๆ ชนิดเนื้อแข็งกรอบบ้างชอบกรอบนอกนุ่มในส่วนคนใกล้บ้านเราบางชาติชอบทุเรียนเนื้อเละที่เรียกปลาร้ามีกลิ่นฉุน

การกินทุเรียนแบบต่างๆนั้นจึงเกี่ยวข้องกับสุขภาพของเราด้วยซึ่งทุเรียนในแต่ละรูปแบบจะให้คุณค่าและความเหมาะสมต่อผู้กินต่างๆกันไปดังจะขอให้ข้อมูลส่วนหนึ่งไว้ดังนี้คือ

 1.ข้าวเหนียวทุเรียน คุณค่าจากทุเรียนนั้นส่วนหนึ่งอยู่ที่สีเหลืองๆอันเป็นวิตามินเอชนิด “เบต้าแคโรทีน” ที่มีอยู่ใน “ของเหลือง” อื่นๆที่เป็นพืชอีกแต่ทุเรียนนั้นข้อดีก็คือมีส่วนของไขมันพืชที่สูงจึงช่วยดูดซึมวิตามินอื่นๆที่ละลายในไขมันได้อยู่ด้วยเช่น “วิตามินอี”จากมะพร้าวจึงไม่น่าแปลกที่การนำมารับประทานกับข้าวเหนียวมูนด้วยน้ำกะทิมันๆนั้นจึงช่วยให้ดูดซึมวิตามินต่างๆที่ว่าได้ดีขึ้นเป็นอย่างยิ่งแต่สิ่งต้องรู้คือการรับประทานให้พอเหมาะเพราะแคลอรีสูงมาก

2.ทุเรียนกวน การเอาทุเรียนไปกวนต้องผ่านความร้อนที่ทำลายวิตามินบีกับซีซึ่งใจเสาะยิ่งต่ออุณหภูมิสูงได้ดังนั้นการถนอมอาหารด้วยวิธีนี้จึงต้องควรจำกัดปริมาณบริโภคสำหรับผู้กินเพราะสิ่งที่เหลืออยู่เป็นหลักคือน้ำตาลและไขมันที่มีพลังงานสูงส่วนใยอาหารนั้นก็ยังพอมีบ้างดังนั้นถ้ากินทุเรียนกวนแล้วควรกินผลไม้สดอย่างมังคุดเสริมด้วย

 3.ทุเรียนทอด การนำทุเรียนที่เนื้อห่ามแข็งมาทอดจนเป็นแผ่นกรอบเคี้ยวกินเล่นได้มันๆไม่ต่างกับขนมมันฝรั่งทอดนั้นช่วยทำให้คนที่ไม่ชอบกลิ่นของทุเรียนพอได้ลิ้มรสผลไม้ชนิดนี้บ้างแต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือปริมาณของแป้ง,น้ำมันและเกลือที่ต้องไม่เยอะเกินไปดังนั้นถ้าใครที่รับประทานทุเรียนทอดสนุกเหงือกแล้วจึงควรกินทีละน้อยๆแบ่งเป็นคราวไปจะดีกว่า

   4.ทุเรียนเชื่อมการเอาทุเรียนมาเชื่อมนั้นทำให้เก็บทุเรียนไว้ได้นานขึ้นก็จริงแต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือพลังงานเต็มๆจากน้ำตาลที่ใช้เชื่อมด้วยอย่าลืมว่าทุเรียนเป็นของกินอุดมคาร์โบไฮเดรตอยู่แล้วดังนั้นการเชื่อมจึงเท่ากับเพิ่มหวานให้ซ้ำเข้าไปอีกจึงควรเก็บเอาไว้รับประทานยามไม่มีผลไม้สดหรือถ้ามื้อนั้นตั้งใจจะกินทุเรียนเชื่อมแล้วก็ไม่ควรหนักกินข้าวเพิ่มเข้าไปอีก

      5.ทุเรียนปิ้ง เรียกให้คล้ายๆกล้วยปิ้งหรือจะเป็นทุเรียนเผาเข้าตำรามันเผาก็ได้ในการปิ้งทุเรียนจนส่วนหนึ่งโด่งดังเป็นข่าวไปนั้นกลไกของมันที่ทำให้อร่อยก็เข้าใจได้ไม่ยากนักด้วยความร้อนทำให้แห้งขึ้น ดึงน้ำออกไปทำให้รสชาติของเนื้อทุเรียนเข้มข้นขึ้นเช่นเดียวกับการนำเอาผลส้มรสเปรี้ยวไปย่างแบบคนญี่ปุ่นจนดึงรสชาติให้หวานขึ้นมาได้

      6.ไอศกรีมทุเรียน เอาไปทำไอศกรีมยิ่งอร่อยแต่ที่จริงปล่อยไว้ในช่องฟรีซของตู้เย็นตามธรรมชาติก็กลายเป็นไอติมทุเรียได้แล้วเพราะเนื้อในของทุเรียนประกอบไปด้วยน้ำตาลและไขมันที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการทำไอศกรีมที่ต้องใช้คัสตาร์ดอยู่แล้วดังนั้นจึงเหลือแค่ความเย็นที่ยะเยือกจนแข็งขึ้นท่านก็จะได้ไอศกรีมทุเรียนธรรมชาติที่ยังหน้าตาเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนอีกทั้งความเย็นยังช่วยรักษาวิตามินดีๆกับสารต้านอนุมูลอิสระในทุเรียนเอาไว้ได้ด้วย

  7.ส้มตำทุเรียน เป็นอีกรสชาติหนึ่งของชีวิตที่ช่วยทำให้การกินทุเรียน ช่วยสุขภาพขึ้นเพราะลำพังทุเรียนมีคาร์โบไฮเดรตสูงมากหากรับประทานเดี่ยว ๆ เท่ากับท่านกินแป้งไม่ต่างกับกินเผือกหรือมันเทศแต่การกินส้มตำทุเรียนนอกจากช่วยเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับต่อมรับรสแล้วยังได้ไฟเบอร์กับวิตามินดี ๆ จากมะเขือเทศที่มีแป้งน้อยกว่าอีกทั้งยังมีกระเทียมช่วยลดไขมันกับกุ้งแห้งที่เพิ่มแคลเซียมได้อีกด้วย

    8 .ทุเรียนปั่น พร้อมดื่มเมื่อดูตามสูตรแล้วก็เห็นว่ามีข้อดีตรงที่มีส่วนประกอบของนมสดที่เป็นส่วนประกอบในการปั่นเนื้อทุเรียนให้วิตามินดี ซึ่งถ้ามีแคลเซียมฟอสฟอรัสและเหล็กจากเนื้อทุเรียนเข้าไปก็จะได้จับมือกันช่วยกระดูกผู้ดื่มได้ขอฝากเคล็ดไว้ว่าสูตรนี้ต้องอย่าให้หวานจัดด้วยนมข้นหวานนักและควรทำให้เฉพาะผู้ที่รักทุเรียน

หอบหืดเฉียบพลัน เพชฌฆาตหน้าฝน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/284630

หอบหืดเฉียบพลัน เพชฌฆาตหน้าฝน

หอบหืดโรคมากับหน้าฝน, โรคที่ม่ากับหน้าฝน, หอบหืด, หอบหืดเฉียบพลัน, เพชฌฆาตหน้าฝน, acute asthma attack, asthma action plan, nebulizer, Bronchi, Bronchioles, Upper airway

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะวิธีเลือกเครื่องพ่นยาให้ถูกต้อง ลดการเสียชีวิตจากหอบหืดเฉียบพลัน เพื่อการใช้ชีวิตช่วงหน้าฝนได้อย่างไร้กังวล

      ในช่วงหน้าฝนนี้ แม้จะได้ความชุ่มฉ่ำมาช่วยดับร้อน แต่ก็มาพร้อมโรคอันตรายอีกมากมาย โรคหอบหืดก็เป็นอีกหนึ่งภัยร้ายที่มาพร้อมหน้าฝน เพราะอากาศที่เปลี่ยนแปลง ความชื้นที่ทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย ล้วนเป็นสาเหตุหลักที่กระตุ้นให้เกิดภาวะหอบหืดเฉียบพลันโรคหืดเป็นโรคเรื้อรังที่สร้างความทุกข์ทรมานแก่ผู้ป่วยเป็นอย่างมาก

เนื่องจากเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ จึงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ตั้งแต่ความไม่สบายตัวเล็กๆ น้อยๆ หายใจไม่สะดวก จนถึงอันตรายถึงแก่ชีวิต

    ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อรพรรณ โพชนุกูล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืด และระบบหายใจ และประธานชมรมผู้ป่วยโรคหืด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อธิบายว่า“โรคหอบหืดยังไม่มีการรักษาโรคให้หายขาดได้ เป้าหมายของการรักษาผู้ป่วยที่จับหืดบ่อยจึงเป็นการลดความรุนแรงของโรคด้วยการใช้ยาให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ

อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงที่มากับหอบหืดคือภาวะจับหืดเฉียบพลัน (acute asthma attack)ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตอย่างเฉียบพลัน

โดยปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหืดในประเทศไทยประมาณ1,000คนต่อปี มีสาเหตุหลักมาจากการที่ผู้ป่วยซึ่งมีภาวะหอบหืดชนิดเฉียบพลันไม่สามารถดูแลตนเองได้ในขณะที่มีอาการ โดยพ่นยาไม่ถูกต้อง พ่นยาช้า หรือเดินทางไปถึงโรงพยาบาลไม่ทันปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะจับหืดเฉียบพลัน อาจมาจากการใช้ยาไม่สม่ำเสมอ การใช้ยาไม่ถูกต้อง หรือหลอดลมของผู้ป่วยมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นอย่างรุนแรง

โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยเข้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลจากอาการของโรคหืดมากกว่าปีละ1ล้านครั้ง”

หอบหืดเฉียบพลัน เพชฌฆาตหน้าฝน

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อรพรรณกล่าวว่า  หลอดลมของผู้ป่วยโรคหืดไวต่อสิ่งกระตุ้นมากผิดปกติ เมื่อสัมผัสสิ่งกระตุ้น หลอดลมจึงหดตัวตีบแคบลง ส่งผลให้เกิดอาการหอบ หายใจลำบากผู้ป่วยโรคหืดในภาวะปกติจะมีอาการไอในตอนเช้า และตอนกลางคืนมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล

โดยทุก 2 ใน 3 รายมักมีโรคภูมิแพ้หูคอจมูกร่วมด้วยแต่ในภาวะจับหืดเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการไอเป็นชุดๆ หายใจลําบากชัดเจนแม้ขณะพัก หายใจเสียงดังหวีด แน่นหน้าอก หายใจหน้าอกบุ๋ม

ในรายที่รุนแรงมากอาจไม่สามารถพูดเป็นประโยคปกติได้ พูดได้เป็นคําๆ หรือวลีสั้นๆเท่านั้น มีการใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจมากขึ้น ความรู้สึกตัวลดลง ซึมลงหรือสับสน หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจเสียชีวิตได้เนื่องจากสมองและอวัยวะสำคัญขาดออกซิเจน

“เราไม่สามารถรู้ได้ว่าอาการหอบหืดแบบเฉียบพลันจะเกิดขึ้นตอนไหน ดังนั้น ผู้ป่วยโรคหืดทุกคนควรมีแผนปฏิบัติการเมื่อมีอาการหืดกำเริบเฉียบพลัน(asthma action plan)ซึ่งประกอบด้วย อาการของหืดกำเริบ การดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อมีอาการหืดกำเริบเฉียบพลัน และเมื่อไหร่ต้องมาโรงพยาบาล

ซึ่งหมอร่วมกับทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมทั้งการพ่นยา การหลีกเลี่ยงสิ่งกระต้น และเตือนการพบแพทย์ ชื่อว่าAsthma Care applicationซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากมือถือทั้งระบบiOSและAndroid

นอกจากนี้ผู้ป่วยและครอบครัวของคนที่เป็นโรคนี้ ควรมียาพ่นบรรเทาอาการ พกไว้ติดตัวเสมอเพื่อใช้ในการบรรเทาอาการให้ทันท่วงที และลดความเสี่ยงจากการเสียชีวิตจากภาวะหอบหืดเฉียบพลันได้ในกรณีที่ไปรักษาที่โรงพยาบาลไม่ทันโดยการใช้ยาแบบพ่นสูด (nebulizer)มีข้อดีคือพ่นยาได้ง่าย ไม่ต้องอาศัยเทคนิคและความร่วมมือจากผู้ป่วยและตัวยาจะเข้าสู่ตำแหน่งทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้ช่วยลดอาการจับหืดและมีผลข้างเคียงน้อย

ผู้ป่วยควรให้ความสำคัญกับการพิจารณาขนาดอนุภาคของละอองยาที่พ่นออกจากเครื่องพ่นมา พร้อมกับปริมาณยาที่ได้รับจากการพ่น ว่ามีประสิทธิภาพในการลดการตกค้างของตัวยาในกระบอกยาได้มากเพียงใด”ศ.พญ. อรพรรณ กล่าวเสริม

“ขนาดอนุภาคของละอองยาที่เหมาะสมกับตำแหน่งบนทางเดินหายใจที่อนุภาคตกเกาะ คืออยู่ในช่วง2-5ไมครอน คือเล็กพอให้ตัวยาไปตกในส่วนของหลอดลมบรองไค (Bronchi)และหลอดลมบรองคิโอล (Bronchioles)และให้ยาออกฤทธิ์ที่ทางเดินหายใจส่วนล่างในผู้ป่วยที่สามารถหายใจได้เองหากขนาดอนุภาคใหญ่กว่า5ไมครอนขึ้นไป ตัวยาจะไปเกาะในส่วนบนของระบบทางเดินหายใจส่วนบน (Upper airway)เช่น ส่วนจมูก หรือปาก ทำให้ยาออกฤทธิ์ไม่ตรงจุดตัวเครื่องพ่นยาควรปรับเข้ากับจังหวะการหายใจของผู้ป่วยได้เพื่อไม่ต้องนำอุปกรณ์เป่าปากออกขณะพ่นยาในช่วงจังหวะหายใจออก เป็นการช่วยให้ผู้ป่วยได้รับปริมาณยาแบบไม่ขาดตอนและลดการสิ้นเปลืองของตัวยา และควรหลีกเลี่ยงวาล์วที่มีส่วนประกอบของซิลิโคน เพราะทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย เสี่ยงติดเชื้อต่างๆ และยากต่อการทำความสะอาด”

   “นอกจากการดูแลตนเองให้อบอุ่นอยู่เสมอ ไม่เข้าๆ ออกๆ ห้องแอร์บ่อยๆ รวมถึงดูแลแวดล้อมให้ปราศจากสิ่งกระตุ้นที่มักทำให้ผู้ป่วยโรคหืดมีอาการกำเริบ ได้แก่ ขนสัตว์ ไรฝุ่น เชื้อรา ต้นไม้หรือละอองเกสรดอกไม้ และสิ่งระคายเคืองอื่นๆ เช่น สารเคมี กลิ่นฉุน ควันบุหรี่ และมลภาวะเลี่ยงการการออกกำลังกายหักโหม ระวังตัวไม่ให้ติดเชื้อโรคหวัดหรือมีการติดเชื้อทางเดินหายใจ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหืดควรไปรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง และควรดูแลสภาพอารมณ์ด้วย ไม่ให้เกิดความเครียด อาการตกใจ เสียใจ โกรธ หรือตื่นเต้น”ศ.พญ. อรพรรณ กล่าวสรุป

“เป็นธรรม”เกณฑ์บริหารงานบุคคลกศจ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/284472

“เป็นธรรม”เกณฑ์บริหารงานบุคคลกศจ.

หลักเกณฑ์และวิธีการ, กคศ, งานบุคคล, เป็นธรรม, คปภ, กศจ, อกศจ, สพท, ผอสพป, ผอสพม

คปภ.ให้ทุก กศจ.บรรจุวาระการพัฒนาการศึกษาจังหวัดเป็นวาระแรก ส่วนงานบุคคลให้อ.กศจ.ดูให้ละเอียดก่อนเสนอ สั่งก.ค.ศ.ทำหลักเกณฑ์ วิธีการบริหารงานบุคคลทุกกลุ่มให้กศจ.

       จากการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค (คปภ.) ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.เป็นประธานเมื่อเร็ว ๆ นี้ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ได้หารือถึงการทำงานของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ซึ่งเจตนารมณ์การตั้ง กศจ.ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหา 2 เรื่องใหญ่ คือ การบูรณาการการพัฒนาการศึกษาของจังหวัด และ การบริหารงานบุคคล แต่ 1 ปีที่ผ่านมา กศจ.ใช้เวลาทำงานส่วนใหญ่ไปในเรื่องการบริหารงานบุคคล การพัฒนาการศึกษาในจังหวัดทำได้น้อย ดังนั้น คปภ.มีข้อสรุปว่า ต่อไปการประชุม กศจ.ทุกครั้งให้มีวาระเรื่องการพัฒนาการศึกษาในจังหวัด เป็นวาระแรกของการประชุม เพื่อพิจารณาเป็นเรื่องหลัก

ส่วนเรื่องการบริหารงานบุคคลกำหนดเป็นนโยบายว่าต้องใช้เวลาการพิจารณาให้น้อยลง โดยให้คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(อ.กศจ.)บริหารงานบุคคล พิจารณามาอย่างละเอียดและรอบครอบก่อนเสนอ กศจ.

ปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้หารือถึงการบริหารงานบุคคลของ กศจ.ว่าต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว บนหลักการใช้จังหวัดเป็นฐาน บริหารโดยหลักธรรมาภิบาล

โดยมอบให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาไปกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอนในการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องบริหารงานบุคคลในทุกเรื่องทั้ง การสอบบรรจุ การแต่งตั้ง การโยกย้าย การพิจารณาความดีความชอบ และการดำเนินการทางวินัยในทุกกลุ่มทั้งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา ว่า มีทั้งหมดกี่ขั้นตอน เรื่องใดควรเริ่มจากจุดไหน ผ่านใคร สิ้นสุดที่ใคร และจะดูแลให้เหมาะสมเป็นธรรมได้อย่างไร เช่น การย้ายข้ามอำเภอ ย้ายข้ามเขตพื้นที่การศึกษา การย้ายข้ามจังหวัด เป็นต้น

“โดยหลักการบริหารงานบุคคลของ กศจ. ต้องเน้นให้ทางสถานศึกษา และ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) มีบทบาทให้มากที่สุดในการพิจารณากลั่นกรองแต่ละขั้นตอน ทั้งนี้ ในการพิจารณาร่างหลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ.จะมีผู้แทนจากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(ผอ.สพป.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(ผอ.สพม.) และ ผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมด้วย จากนั้น คปภ.พิจารณาต่อไป”ปลัด ศธ.กล่าว

ป้องกัน”คอร์รัปชั่น-รั่วไหล”วงการศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/284474

ป้องกัน”คอร์รัปชั่น-รั่วไหล”วงการศึกษา

แผนการศึกษาแห่งชาติ, ระยะเร่งด่วน, คอรับชั่น-รั่วไหล, คอร์รัปชั่น-รั่วไหล, สกศ, ดรกมล รอดคล้าย

ศธ.ต้องจัดทำฐานข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลที่สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน ใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่าง ศธ.หน่วยงานอื่นป้องกันงบประมาณรั่วไหล

     “การพัฒนาเด็ก สร้างคน ต้องรองรับความต้องการของประเทศในอนาคตไม่ว่าจะเป็นในสาขาวิชาชีพ วิชาการ ต้องมาช่วยกันวางแผน แผนการศึกษาแห่งชาติจะเป็นเหมือนไบเบิ้ล เป็นกรอบในการขับเคลื่อน พัฒนาการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ยุทธศาสตร์ชาติ ต้องครอบคลุมทั้งเรื่องความมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน ทำให้เกิดความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความสมดุลเรื่องสิ่งแวดล้อม การที่ประเทศไทยจะเดินหน้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 รองรับกระแสเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าได้นั้น ตัวเด็กต้องเป็นศูนย์กลาง ส่วนครู ผู้บริหาร หลักสูตร การจัดการศึกษา ทรัพยากรต่างๆ จะเป็นปัจจัยเสริมให้เด็กเกิดการพัฒนาตั้งแต่เกิดไปจนถึงตลอดชีวิต” ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดี ฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจด้านจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ กล่าว

ป้องกัน"คอร์รัปชั่น-รั่วไหล"วงการศึกษา

      สภาการศึกษาแห่งชาติ (สกศ.)เปิดตัวแผนการศึกษาชาติ พ.ศ.2560 – 2579 นัดแรกภาคใต้อย่างเป็นทางการ ว่าเป็นแผนของประชาชนทุกคน และทยอยชี้ให้เห็นความสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพราะการศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน โดยจัดการประชุมแถลงแผนให้กับทุกองค์กรหลักของศธ.รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในฐานะผู้รับผิดชอบต้องมีวิจารณญาณ เข้าใจ พัฒนาเด็กไปสู่ศตวรรษที่ 21 ให้เด็กสนใจวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พัฒนางานวิจัยที่สามารถต่อยอดมาใช้ประโยชน์ได้ ผลิตกลุ่มคนที่จะทำให้ประเทศไทยพ้นกับดักความไม่เท่าเทียมไปทั่่วประเทศแล้วในขณะนี้

ป้องกัน"คอร์รัปชั่น-รั่วไหล"วงการศึกษา

ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ

     ดร.อนุสรณ์ อธิบายว่า แผนการศึกษาแห่งชาติระยะเร่งด่วนช่วงปี 2560-2561 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)จัดทำฐานข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลที่สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่าง ศธ.และหน่วยงานอื่น รวมทั้งการขยายการบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการใช้ประโยชน์จากDLIT, DLTVการจัดอัตรากำลังครูให้ครบตามเกณฑ์ การพัฒนาทักษะ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา การปรับระบบการสอบO-Net ให้เป็นที่ยอมรับ ระบบการศึกษาที่เปลี่ยนไป สถานภาพของครูก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นการชี้แนะแนวทางชีวิตไม่ใช่แค่สอนความรู้แก่ผู้เรียนเท่านั้น

ป้องกัน"คอร์รัปชั่น-รั่วไหล"วงการศึกษา

     รวมถึงการปฏิวัติดิจิทัลที่เน้นการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งต้องการทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพสูงสามารถยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน เปิดโอกาส สร้างความเท่าเทียม ไม่มีสิ่งใดปิดกั้นการเรียนรู้ของทุกคนได้อีกต่อไป รวมถึงการขับเคลื่อนแผนสร้างความรู้ความเข้าใจให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงความสำคัญและพร้อมเข้าร่วมในการผลักดันแผนการศึกษาชาติ 20 ปี สอดรับกับความเชื่อมโยงระหว่างแผนการศึกษาชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายรัฐบาล 4.0 สู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม

ป้องกัน"คอร์รัปชั่น-รั่วไหล"วงการศึกษา

     “ทุกหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะต้องปรับปรุงกฎ ระเบียบ และกฎหมายต่างๆ ให้เอื้อต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาในระดับต่างๆ และสร้างช่องทางให้ประชาสังคมมีโอกาสแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอย่างกว้างขวาง ทั้งระดับนโยบายและพื้นที่ ให้พร้อมเคลื่อนตัวเข้ากรอบดำเนินงานที่วางไว้ เมื่อเราได้ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลที่สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่าง ศธ.และหน่วยงานอื่น ที่ถูกต้องชัดเจนจะทำให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณต่างๆลงไปได้อย่างชัดเจนตรงประเด็นตามความต้องการและไม่ซ้ำซ้อนรั่วไหล”  ดร.อนุสรณ์ กล่าว

     ประเด็นการจัดทำข้อมูลทั้งระบบให้สามารถตรวจสอบได้อย่างถูกต้องชัดเจน ว่ากันว่ามีการหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฎิรูปการศึกษา ที่มี ศ.เกียรติคุณนพ.จรัส สุวรรณเวลา เป็นประธานด้วยว่าหากสามารถทำได้ จะลดการซ้ำซ้อนและมีงบประมาณมาใช้ในการพัฒนาการศึกษาได้มากขึ้นอีกด้วย แต่แผนดังกล่าวไม่ได้มีแต่ศธ.ดำเนินการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน เพื่อสร้างจุดเน้นสำคัญของการผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ

ป้องกัน"คอร์รัปชั่น-รั่วไหล"วงการศึกษา

“ดร.กมล รอดคล้าย”  เลขาธิการ สกศ. อธิบายว่าจากนี้ไปทุกหน่วยงานจัดการศึกษาต้องขับเคลื่อนตาม 6 ยุทธศาสตร์ของแผนการศึกษาแห่งชาติ ประกอบด้วย 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มประเทศอาเซียนและประชาคมโลก 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3.ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนของชาติ 4.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมกันทางสังคม 5.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและการบริหาร

ป้องกัน"คอร์รัปชั่น-รั่วไหล"วงการศึกษา

“แผนการศึกษาแห่งชาติดังกล่าว จะช่วยพลิกประวัติศาสตร์ การศึกษาไทยได้ ถ้าสามารถบริหารงบประมาณ พัฒนาการศึกษา และเชื่อมโยงกับภาคเอกชน และทุกภาคส่วนทำให้เกิดความเข้มแข็งมากขึ้น และนำเรื่องประชารัฐเข้ามามีส่วนในการพัฒนาแผนดังกล่าว โดยจากนี้ไป สกศ.จะตั้งคณะอนุกรรมการติดตามการทำงานในพื้นที่ว่าหน่วยงานทำตามแผนหรือไม่ มีปัญหาอุปสรรคอะไรจะได้นำมาหารือต้นสังกัด เพื่อดำเนินการแก้ไขให้บรรลุตามแผนต่อไป โดยเฉพาะการจัดทำข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลที่สามารถเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่าง ศธ.และหน่วยงานอื่น ที่ถูกต้องชัดเจนจะทำให้รัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณต่างๆลงไปได้อย่างชัดเจนตรงประเด็นตามความต้องการและไม่ซ้ำซ้อนรั่วไหล ที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน” เลขาธิการ สกศ. กล่าว

     การที่แผนการศึกษาชาติ เขียนวิธีการ เป้าหมายและตัวชี้วัดไว้อย่างชัดเจน พร้อมประเมินสภาวการณ์ของประเทศและของโลก เพื่อการปรับปรุงให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของสังคม ตลาดงาน และการพัฒนาประเทศ คงทำให้เชื่อได้ว่าจะทำให้เป้าหมายที่เขียนไว้เป็นจริงได้

      0 หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ 0 qualitylife4444@gmail.com 0

“พนมดินROBOT” วก.ท่าตูม แชมป์หุ่นยน์เอบียูสมัยที่ 7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/284528

“พนมดินROBOT” วก.ท่าตูม แชมป์หุ่นยน์เอบียูสมัยที่ 7

วิทยาลัยการอาชีพท่าตูม, หุ่นยต์เอบียู, พนมดินRobot, วกท่าตูม, ยุทธการจานร่อน, กอศ, Beach ball, APPARE

“พนมดินRobot” วิทยาลัยการอาชีพท่าตูม คว้าแชมป์สมัยที่ 7การแข่งขันหุ่นยนต์เอบียู โรบอท คอนเทสต์ เป็นตัวแทนแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติฯ ที่ญี่ปุ่น เดือนส.ค.นี้

        ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.60 จัดการแข่งขันหุ่นยนต์เอบียู โรบอท คอนเทสต์ (ABU : Asia-Pacific Robot contest) ประจำปี 2560 ภายใต้ชื่อการแข่งขัน “ยุทธการจานร่อน” ชิงแชมป์ประเทศไทย โดย ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า การแข่งขันหุ่นยนต์เอบียู โรบอท คอนเทส ประจำปี 2560 เป็นเวทีสำคัญที่ให้นักเรียนนักศึกษาในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา กว่า 180 ทีมจากทั่วประเทศ นำความรู้ความสามารถมาพัฒนาหุ่นยนต์มีศักยภาพสูงตามโจทย์ที่กำหนด มาประลองฝีมือด้านวิศวกรรม และการบูรณาการศาสตร์ต่างๆ มาใช้อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งเป็นอีกการแข่งขันที่ช่วยกระตุ้นความสนใจทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี นำไปสู่การพัฒนาการเรียนหรือยกระดับต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการบุคลากรของประเทศได้ในอนาคต

"พนมดินRobot" วก.ท่าตูม แชมป์หุ่นยน์เอบียูสมัยที่ 7

ทั้งนี้ ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศหุ่นยนต์ แบ่งทีมออกเป็น 2 ฝ่าย คือ สีแดง และ สีน้ำเงิน แต่ละทีมมีหุ่นยนต์ทีมละ 1 ตัว คือ หุ่นยนต์บังคับด้วยมือ กติกาการแข่งขันของเกมส์คือ ผู้เล่นจะเป็นผู้บังคับหุ่นยนต์ให้สามารถร่อนจาน ไปวางบนเสาให้ได้มากที่สุดภายในระยะเวลาการแข่งขัน 3 นาที จะเป็นผู้ชนะ โดยมีอุปสรรคเป็นลูกบอล (Beach ball) วางอยู่บนเสาทุกต้น ผู้เล่นจะต้องให้ลูกบอลบนเสาหล่นจากเสาด้วย จานร่อนถึงจะสามารถนับเป็นคะแนนได้ โดยการแข่งขันจะมีเสาอยู่ทั้งหมด 7 ต้น โดยปีนี้ มีทีมที่ผ่านการคัดเลือก รวม 16 ทีม แบ่งเป็น ระดับอาชีวศึกษา 8 ทีม และอุดมศึกษา 8 ทีม

"พนมดินRobot" วก.ท่าตูม แชมป์หุ่นยน์เอบียูสมัยที่ 7

ดร.สุเทพ กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการแข่งขัน ปรากฎว่า ทีม “พนมดิน Robot” จากวิทยาลัยการอาชีพท่าตูม จ.สุรินทร์ สามารถคว้าชัยชนะไปครอง โดยสามารถร่อนจานไปวางที่เสาได้คะแนนแบบชนะน็อก (APPARE) ด้วยเวลา 2.04 นาที ถือเป็นสมัยที่ 7 ได้รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และจะเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันชิงแชมป์หุ่นยนต์นานาชาติ เอบียู เอเชียแปซิฟิก คอนเทสต์ 2017 กับอีก 18 ประเทศ ที่ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนสิงหาคม นี้

"พนมดินRobot" วก.ท่าตูม แชมป์หุ่นยน์เอบียูสมัยที่ 7

รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม GOLD GEAR จาก สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้รับเงินสด 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และทีมรองชนะเลิศ อันดับ 2 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ ทีมเซราะกราวโรบอท วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ และทีม Mechartronics Destroyer 2 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ได้รับเงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล

"พนมดินRobot" วก.ท่าตูม แชมป์หุ่นยน์เอบียูสมัยที่ 7

สำหรับรางวัลอื่นๆ จากการแข่งขันในครั้งนี้ ได้แก่ รางวัลความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ ทีม IND.Dragon NSRU Robot:Aspiration จากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์ไ ด้รับเงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล, รางวัลเทคนิคยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีมขุนด่านปราการชล 2 วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ได้รับเงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล, รางวัลศิลปะยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีมนาคาแห่งลุ่มน้ำโขง The Kazuki มหาวิทยาลัยนครพนมได้รับเงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล, รางวัลนักประดิษฐ์ยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีม ลูกเจ้าแม่คลองประปา The Return มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต ได้รับเงินสด 30,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัล และการประกวดกองเชียร์ โดยทีม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต สามารถเอาชนะใจกรรมการ ได้รางวัลชนะเลิศกองเชียร์ไปครอง

แนะ 6 ขั้นตอนจัดการศึกษาที่แท้จริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/284522

แนะ 6 ขั้นตอนจัดการศึกษาที่แท้จริง

ศตวรรษที่ 21, จัดการศึกษาแท้จริง, แนะ, หมอวิจารณ์, สสส, Mindset, Executive Function, Growth Mindset, Fixed Mindset, รู้, Mastery Learning

“หมอวิจารณ์” แนะจัดการศึกษาที่แท้จริง ต้องมุ่งผลลัพธ์ที่ผู้เรียน ด้วยกระบวนการ 6 ประการ ตอบโจทย์ในศตวรรษที่ 21

     โครงการขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อการเปลี่ยนแปลงสุขภาวะคนไทย โดยมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ร่วมกับภาคีเชียงใหม่เพื่อการปฏิรูปการศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่และสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการสัมมนาเพื่อทบทวนและขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาเชียงใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ (Mindset) ต่อการศึกษาที่แท้จริง ให้เกิดความมุ่งหมายที่มุ่งผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน และเพื่อสร้างความเชื่อมโยงในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์จังหวัด ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว อ.เมือง จ.เชียงใหม่

แนะ 6 ขั้นตอนจัดการศึกษาที่แท้จริง

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การศึกษาที่แท้จริงเป็นอย่างไร” ว่า ก่อนอื่นต้องแก้ความเข้าใจผิดในเรื่องการเรียนรู้ที่มีคุณภาพของเยาวชนในพื้นที่ ประเด็นสำคัญจะต้องจับจุดให้ถูก ในความหมายคือการจัดลำดับความสำคัญ หรือ คานงัด ซึ่งเป็นกุญแจที่จะไขสู่ความสำเร็จ เพื่อให้เกิดผลที่สะเทือนไปในวงกว้าง ดังนั้น การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของจังหวัดเชียงใหม่จับจุดถูกที่มุ่งผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยการเรียนรู้ที่มีคุณภาพในศตวรรษที่ 21 ต้องมีเป้าหมายที่จะต้องทำ 6 ประการสำคัญ คือ 1.การเรียนวิชาเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่ต้องเรียนให้ครบมี 4 องค์ประกอบได้แก่  มีความรู้ มีสมรรถนะ มีบุคลิก-คุณลักษณะและเรียนรู้ตลอดชีวิต ดังนั้น หัวใจสำคัญของการเรียนรู้อย่างน้อยต้องมี 4องค์ประกอบนี้

แนะ 6 ขั้นตอนจัดการศึกษาที่แท้จริง

​      ประการที่ 2.ลักษณะนิสัย (Executive Function) มีความมุมานะ ใฝ่รู้ อดทนรอเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ควบคุมตนเองได้ มีวินัย สำนึกรับผิดชอบ มีความมั่นคงทางอารมณ์ ซึ่งสำคัญต่อความสำเร็จในชีวิตยิ่งกว่าความรู้ 3.สร้างความเชื่อมั่นในพรแสวง(Growth Mindset) ชื่นชมในความมานะพยายามของเด็ก เยาวชน แต่ไม่ชมความเก่ง (Fixed Mindset) เพราะเป็นวิธีการทำลายความฉลาดของเด็ก เมื่อชมแล้วต้องชี้ให้เห็นถึงความมานะพยายามที่เด็กทำแล้วสำเร็จ

แนะ 6 ขั้นตอนจัดการศึกษาที่แท้จริง

ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวต่อไปว่า 4.พัฒนาตนเอง 7 ด้าน ได้แก่ อารมณ์ สมรรถนะ มนุษยสัมพันธ์ อิสระ-เกื้อกูลกัน เป้าหมายชีวิต อัตลักษณ์ และมั่นคงคุณธรรม 5.การเรียนรู้ 8ระดับ ได้แก่ รู้ เข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมิน-เปรียบเทียบ เปลี่ยนวิธีเรียนรู้ และเปลี่ยนกระบวนทัศน์-ตัวตน เพราะกระบวนการเรียนรู้ไม่ได้หยุดที่ “รู้” เรื่องสุดท้าย 6.เรียนแล้วรู้จริง (Mastery Learning)

แนะ 6 ขั้นตอนจัดการศึกษาที่แท้จริง

​      “การจัดการศึกษาของประเทศไทยส่วนใหญ่ 80% เป็นการเรียนแบบผิวเผิน เด็กที่สมองดีเท่านั้น จะเรียนแล้วรู้จริง แต่ด้วยความเชื่อของผมเชื่อว่าเด็ก 99% จะเรียนแล้วรู้จริงได้ ถ้าครูจัดการศึกษาเป็น นี่คือเป้าหมาย 6 ประการที่ต้องการให้การเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่มีคุณภาพ ดังนั้น การพัฒนาคน 1 คน เพื่อสร้างพลเมืองในศตวรรษที่ 21 ไม่สามารถบรรลุได้ด้วยการถ่ายทอดความรู้สำเร็จรูป” ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว

ชงตั้ง”ศูนย์สั่งการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน” 80 จุดทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/284505

ชงตั้ง”ศูนย์สั่งการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน” 80 จุดทั่วประเทศ

ระบบแพทยฉุกเฉิน, ศูนย์สื่อสารสั่งการและรับแจ้งเหตุ, สพฉ, จุดทั่วประเทศ, ศูนย์สั่งการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน, สพฉ, กพฉ

สพฉ.จัดประชุม กพฉ.สัญจรพื้นที่ห่างไกล-ในเมืองประเมินและอุดช่องโหว่ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน เดินหน้าจัดตั้งศูนย์สื่อสารสั่งการฯ 80 ศูนย์ทั่วประเทศมีทีมแพทย์ประจำ

       สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จัดการประชุมคณะกรรมการแพทย์ฉุกเฉิน (กพฉ.)สัญจรครั้งที่ 9 ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยภายในงานได้มีการจัดประชุมเรื่องนโยบายและยุทธศาสตร์ในการทำงานร่วมกัน ระหว่าง กพฉ.และสพฉ.  พร้อมกันนี้ยังได้มีการศึกษาดูงานการจัดระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ  หน่วยกู้ชีพท่ากระดาน มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ และ หน่วยบินสกายดอกเตอร์ ของจังหวัดกาญจนบุรี และวันสุดท้ายของการประชุม ร.อ.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสพฉ. นำคณะผู้เข้าประชุมจากสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และบริษัททริสคอร์เปอร์เรชั่น เข้าร่วมเยี่ยมชมการทำงานของโรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ด้วย

ชงตั้ง"ศูนย์สั่งการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน" 80 จุดทั่วประเทศ

ร.อ.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวว่า  สพฉ.มีกองทุนการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล เป็นประจำทุกปี และในทุกๆ ปีผู้แทนจากองค์กรเหล่านี้ จะลงมาติดตามความคืบหน้า หรือติดตามงานในเชิงประจักษ์ของการใช้งบประมาณของการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งปกติเราจะมีการประเมินและจัดส่งเอกสารให้เป็นประจำอยู่แล้ว  โดยจากการลงพื้นที่ทั้งในต่างจังหวัดและในกรุงเทพมหานครจะทำให้หน่วยงานเหล่านี้ไปพิจารณางบประมาณ ในเรื่องของกองทุนการแพทย์ฉุกเฉินให้พอเพียงได้  ทั้งนี้เราได้พาเจ้าหน้าที่เข้าไปเยี่ยมชมการทำงานของระบบการแพทย์ฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล เช่น เทศบาลตำบลเอราวัณ เป็นท้องถิ่นที่อยู่ในอำเภอศรีสวัสดิ์ เขื่อนศรีนครินทร์ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวในจังหวัดกาญจนบุรี ที่ดำเนินการเรื่องการแพทย์ฉุกเฉินอย่างเป็นระบบและจะเป็นตัวอย่างให้ท้องถิ่นอื่นๆลุกขึ้นมาทำงานเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินให้กับประชาชนในท้องถิ่นของตนเองได้

ชงตั้ง"ศูนย์สั่งการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน" 80 จุดทั่วประเทศ

นอกจากนี้เรายังได้พาผู้แทนจากสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และบริษัททริสคอร์เปอร์เรชั่นเข้าไปเยี่ยมชมการทำงานในพื้นที่สังขละบุรี ที่ดำเนินการวางระบบในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก โดยบางพื้นที่ต้องใช้เวลาเดินทางถึง 12 ชั่วโมง ในการรับส่งผู้ป่วยโดยเราได้จัดระบบสกายดอกเตอร์มาดำเนินการในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้อย่างสะดวกขึ้น แต่ยังทั้งนี้ยังมีในส่วนที่ระบบยังไม่สมบูรณ์จึงเป็นจังหวะที่ดีในการที่เรามาสนับสนุนตรงนี้เมื่อเสร็จสิ้นการดูงานในต่างจังหวัด ได้พาผู้เข้าร่วมประชุมดูการทำงานของโรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เพื่อทำการเปรียบเทียบกับการดำเนินงานของพื้นที่ในต่างจังหวัด ซึ่งโรงพยาบาลกรุงเทพเป็นเครือข่ายของการแพทย์ฉุกเฉินซึ่งเป็นลูกข่ายในศูนย์เอราวัณกรุงเทพมหานครที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางภาคพื้นดิน และทางอากาศ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่รับผิดชอบทางด้านงบประมาณเห็นต้นแบบในการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของภาครัฐให้เป็นระบบอินเตอร์เนชั่นเนล สแตนดาร์ด ต่อไป

“ ทั้งนี้ในอนาคต ผมอยากเสนอโมเดลในการพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉิน โดยจะทำเป็นศูนย์สั่งการและรับแจ้งเหตุ 80 ศูนย์ทั่วประเทศที่มีแพทย์อำนวยการประจำทุกจุดให้ได้ หรือทำเป็น regional medical center ที่จะเป็นศูนย์อำนวยการที่มีแพทย์ประจำอยู่ทุกจุดและในอนาคตเราจะมีการขับเคลื่อนให้เกิด 13 ศูนย์หรือมากกว่านั้นให้ได้ ซึ่งหากเราทำได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างมาก” เลขาธิการ สพฉ.กล่าว

ชงตั้ง"ศูนย์สั่งการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน" 80 จุดทั่วประเทศ

ขณะที่ พญ.สมจินตนา เอี่ยมสรรพางค์  หัวหน้าแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ กล่าวว่า หัวใจการทำงานของโรงพยาบาลกรุงเทพที่มีประสิทธิภาพเกิดจากการทำงานร่วมกันเป็นทีมเรามีการประสานงานที่เป็นระบบและการแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ร่วมกันตามเป้าหมายของการเคลื่อนย้ายแบบทีมเซฟตี้ซึ่งจะให้เรานำส่งผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้อย่างปลอดภัยและดูแลเขาได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการสรุปบทเรียนการนำส่งผู้ป่วยแต่ละรายว่ามีความผิดพลาดอย่างไรบ้างเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาต่อไป ไม่เท่านั้นรพ.กรุงเทพ ยังมีแพทย์คอยให้คำปรึกษาตามจุดต่างๆ ในการรับส่งผู้ส่งโดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตจะมีประโยชน์ในส่วนนี้อย่างมาก ขณะที่การดำเนินการระบบอีเอ็มเอสของเราเมื่อมีการโทรแจ้งเหตุมาที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาล เราก็จะจัดส่งรถปฏิบัติการออกไป 2 ระดับซึ่งจะประเมินตามอาการของผู้ป่วย โดยรถระดับแอ๊ดวานซ์ก็จะมีแพทย์ประจำการไปกับรถด้วยส่วนระบบเบสิกจะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่บนรถคอยดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้เรายังมีการให้บริการในระบบแอพพลิเคชั่นให้กับผู้ป่วยด้วย โดยระบบของแอพพลิเคชั่นจะเชื่อมต่อกับระบบ GPS ที่จะระบุพิกัดในการเข้ารับผู้ป่วยมาทำการรักษาได้อย่างแม่นยำด้วย

“ยานพาหนะในการรับส่งผู้ป่วยฉุกเฉินเรามีทั้งระบบน้ำ ระบบอากาศ ระบบภาคพื้นดินซึ่งประกอบไปด้วยรถพยาบาลฉุกเฉิน รถจักรยานยนต์ในการนำส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยจะพิจาณาในการปล่อยรถออกปฏิบัติการตามอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินของผู้ป่วยและสภาพพื้นที่ในการเข้ารับส่งผู้ป่วย  นอกจากนี้ ระบบการให้บริการของเราทุกตำแหน่งต้องทำงานในบางเรื่องที่สำคัญแทนกันได้ เช่น เข็นเปลให้เป็นหากเกิดกรณีที่พนักงานเปลไม่สามารถทำงานได้ โดยเราได้มีการฝึกให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ได้ฝึกทำงานแทนกันในบางเรื่องที่สำคัญ ขณะที่ในส่วนของรถพยาบาลฉุกเฉินเราจะมีการออกแบบเพื่อเกิดความปลอดภัยทั้งต่อตัวผู้ป่วยฉุกเฉินและผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และมีการฝึกอบรมคนขับไม่ให้ขับรถผ่าไฟแดง โดยเป็นกฎของโรงพยาบาลที่จะต้องหยุดทุกไฟแดงเราจะไม่แหกกฏ โดยหลักในการปฏิบัติต้องทำให้ทุกชีวิตปลอดภัยรับผิดชอบต่อสาธารณะ ไม่สร้างผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มบนท้องถนน

ด้านนพ.พิพัฒน์ ชุมเกษียร แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู FCE functional capacify Evaluation โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับบุคลากรที่ทำงานในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งเราจะมีการจัดทดสอบและดูแลพนักงานในทุกๆ ด้าน อาทิ การจัดทดสอบสมรรถภาพร่างกายให้พร้อมในการทำงานอยู่เสมอ โดยเราจะมีทีมแพทย์กายภาพมาประเมินสมรรถภาพร่างกายของพนักงานเราเป็นประจำ มีทีมแพทย์ทางด้านจิตวิทยามาให้คำปรึกษาและประเมินการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะคนขับรถเราจะมีกาประเมินอย่างเข้มข้น การจัดทำแบบทดสอบความสามารถในการตัดสินใจในการเหยียบเบรกการบังคับรถให้ปลอดภัย เป็นต้น

ชงสพฐ.หาช่วงเวลาเหมาะสมเปิด-ปิดตามอาเซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/284493

ชงสพฐ.หาช่วงเวลาเหมาะสมเปิด-ปิดตามอาเซียน

ทีแคส, สรุปเสนอนายกฯ, ศูนย์กลางร่วมจีน, โครงการร่วมมือรถไฟความเร็วสูง, เปิดปิดตามอาเซียน, ทปอ, TCAS, สคศท, สพฐ

ทปอ.สรุปทีแคสเสนอนายกฯ ทำหนังสือเป็นศูนย์กลางร่วมกับจีนโครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทยจีน เตรียมเข้าหารือรมว.ศึกษาธิการเปิดปิดตามอาเซียน ชงสพฐ.ดูเวลาเหมาะ

        ที่มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) วันที่ 25 มิ.ย.2560  ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะประธาน ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมสรุปผลการรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ในระบบแอดมิชชั่นกลางปีการศึกษา 2560 ซึ่งในภาพรวมพบว่า จำนวนที่นั่งเรียนมีมากกว่าจำนวนผู้สมัครเข้าเรียน เนื่องจากจำนวนเด็กเกิดน้อยลง ทปอ.จึงได้ขอให้ทุกมหาวิทยาลัยวิเคราะห์ถึงสถิติดังกล่าว และปรับตัวทั้งปรับปรุงหลักสูตรและรูปแบบการรับให้เหมาะสม

        ส่วนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง Thai university Central Admission System (TCAS) หรือ ทีแคส ซึ่งจะเริ่มปีการศึกษา 2561 โดยกระบวนการจะเริ่มต้นในเดือน ต.ค.60 นี้  ทปอ.จะสรุปความคืบหน้าและแจ้งให้นักเรียนทราบทางเว็บไซด์ของสมาคมทปอ. นอกจากนี้ ทปอ.ยังได้สรุปหลักการของทีแคส เพื่อเสนอสำนักนายกรัฐมนตรีด้วย เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอทราบหลักการทีแคส และความแตกต่างระหว่างทีแคส กับระบบการรับนักเรียนในระบบเดิม

ชงสพฐ.หาช่วงเวลาเหมาะสมเปิด-ปิดตามอาเซียน

       นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงโครงการความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีมติว่า ทปอ.จะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ว่าทปอ.จะเป็นศูนย์กลางร่วมกับประเทศจีน ทปอ.จะตั้งคณะกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยสมาชิกของทปอ.ที่มีความรู้ความสามารถ หรือมีสาขาที่เกี่ยวข้องกับระบบราง และด้านอื่นๆ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ จะทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ ลงสู่ภาคการผลิตและภาควิชาการ โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นตัวกลางในการยกระดับ พัฒนาหลักสูตร นักศึกษา ออกไปเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาและต่อยอดให้โครงการนี้ยั่งยืน

        ส่วนเรื่องการเปิดปิดภาคเรียน ประธานทปอ.กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมไม่มีการหารือเรื่องดังกล่าว ซึ่งระหว่างนี้คงต้องผลการวิจัย อีกทั้งสมาชิกทปอ.ส่วนใหญ่ ยังมีมติยืนยันเปิดปิดภาคเรียนตามอาเซียน เนื่องจากเห็นว่าการเปิดปิดดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยไทย นักศึกษา ไทย และทางรอดของการศึกษาไทยในอนาคต เพราะขณะนี้จำนวนนักศึกษาลดลงเรื่อยๆ ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยไทยมีศักยภาพและความเข้มแข็งในเรื่องของหลักสูตร การวิจัยที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก  ดังนั้น อนาคตต้องเติมเต็มด้วยนักศึกษาในภูมิภาคอาเซียน

ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า ทปอ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ สำหรับข้อเสนอจากทางสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย(ส.ค.ศ.ท.) ที่ขอให้ทางทปอ.ทบทวนการเปิดปิดภาคเรียนตามอาเซียนนั้น เนื่องจากมีผลกระทบในเรื่องนิสิตนักศึกษาไปฝึกสอน ซึ่งการเปิดปิดภาคเรียนเป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยที่สามารถดำเนินการได้ทันที  และเรื่องนี้ต้องให้ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ไปช่วยดูในช่วงเวลาการฝึกสอนที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ทปอ.จะหารือกับรมว.ศึกษาธิการ ถึงเรื่องดังกล่าว

ฝึกประสบการณ์วิชาชีพธุรกิจค้าปลีกเด็กอาชีวะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/284468

ฝึกประสบการณ์วิชาชีพธุรกิจค้าปลีกเด็กอาชีวะ

ทวิภาคี, บิ๊กซี, สอศ, มหาชน, ปวช, ปวส

สอศ.-บิ๊กซี ร่วมมือโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในรูปแบบร้านค้าย่อยในสถานศึกษา นำเด็กปวช.-ปวส.เรียนรู้ธุรกิจค้าปลีก ของบิ๊กซีทั่วประเทศกว่า 100 แห่ง

         นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการได้มอบนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดการศึกษาเพื่อสนับสนุนให้คนมีงานทำ มีอาชีพ ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยดำเนินการตามแนวทางสานพลังประชารัฐ เพื่อให้ภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมกันจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ และล่าสุดได้จัดให้มีการลงนามความร่วมมือระหว่างสอศ.กับบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ในการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และการฝึกประสบการณ์ทักษะวิชาชีพ การทำงานนอกเวลาเรียนหรือวันหยุดของนักเรียน นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในรูปแบบร้านค้าย่อยในสถานศึกษา โดยจะร่วมดำเนินการระหว่างสถานศึกษาสอศ.กับสาขาบิ๊กซีทั่วประเทศ จำนวนกว่า 100 แห่ง และผลักดันการจัดการศึกษา รูปแบบโรงเรียนในโรงงาน และโรงงานในโรงเรียน โดยร่วมกันดำเนินการส่งเสริมการศึกษาสายอาชีพ สนับสนุนบุคลากร สื่อการเรียนการสอน วัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนให้ทุนการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอาชีวศึกษา และคุณภาพชีวิตของเยาวชนและครอบคร้ว

ฝึกประสบการณ์วิชาชีพธุรกิจค้าปลีกเด็กอาชีวะ

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สอศ.จะร่วมกับ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมพัฒนากำลังคนในรูปแบบอาชีวศึกษาทวิภาคี และฝึกประสบการณ์ทักษะวิชาชีพให้นักศึกษาระดับปวช.และระดับปวส. พร้อมทั้งรับนักเรียน นักศึกษา เข้าทำงานแบบ Part Time นอกเวลาเรียน หรือในวันหยุด เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ได้เข้ารับการฝึกอาชีพ และทักษะจากการปฏิบัติงานในสถานการณ์จริง ซึ่งบริษัทในเครือ และร้านสาขาทั่วประเทศพร้อมให้ความร่วมมือ และยังมีโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในรูปแบบร้านค้าย่อยในสถานศึกษา เพื่อเป็นสถานที่ฝึกงานในวิทยาลัย พร้อมส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีงานทำเมื่อจบการศึกษา และสามารถไปประกอบอาชีพอิสระได้ทันที

ด้าน นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบริษัทบีเจซี กล่าวว่า  บริษัทจะให้ความรู้ ช่วยฝึกอาชีพ สร้างทักษะประสบการณ์ ด้านวิชาชีพให้กับนักเรียน นักศึกษาในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัททั้งในระดับปวช. และระดับปวส. รวมทั้งร่วมจัดทำแผนการเรียนการสอนตลอดจนแผนการฝึกอาชีพกับสอศ. สนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างที่นักเรียน นักศึกษาเข้ามาฝึกประสบการณ์ และมอบทุนการศึกษา จัดให้มีครูฝึกในสถานประกอบการ อุปกรณ์ และสถานที่ ในการจัดการเรียนการสอน และการฝึกอาชีพที่จำเป็นให้เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ให้การดูแลด้านการจัดการศึกษา พร้อมทั้งร่วมกำหนดวิธีการนิเทศ ติดตามประเมินผล เพื่อพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขปัญหา อุปสรรค ในการจัดการศึกษาร่วมกัน รวมทั้งบริษัทจะสนับสนุนค่าตอบแทนของนักเรียน นักศึกษา ในการเข้าฝึกอาชีพและให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ในลักษณะของพนักงานบริษัท ซึ่งบริษัทยินดีรับนักศึกษาเข้าร่วมงานทันทีหลังจากเรียนจบแล้ว