เปิดเทอมพ่อแม่“อ่วม”เศรษฐกิจฝืด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/275018

เปิดเทอมพ่อแม่“อ่วม”เศรษฐกิจฝืด

เก็บออม, ค่าเทอม, เศรษฐกิจฝืด, เปิดเทอม, พ่อแม่, อ่วม, เศรษฐกิจ, ฝืด, น้องนาย, น้องณะ

สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันกระทบกับผู้คนทุกระดับทั้งรายได้น้อย-ปานกลาง เพราะค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหารการกิน ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ

           โดยเฉพาะช่วงใกล้เปิดเทอมแบบนี้ ต้องมีการเตรียมพร้อมกันมาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการรัดเข็มขัดประหยัดมากขึ้น งดรายจ่ายฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็นออก กันไว้สำหรับจ่าย ค่าเรียนให้ลูก..

การเตรียมพร้อมของพ่อแม่ในช่วงเปิดเทอมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง เพราะต้องมีรายจ่ายมากมายทั้งค่าเทอม เสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน ยิ่งถ้าเรียนห้องเรียนที่มีความสามารถพิเศษ หรืออิงลิชโปรแกรมก็จะสูงกว่าหลักสูตรปกติขึ้นไปอีก หากไม่มีการวางแผนล่วงหน้า อาจจะเกิดภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกวัยเรียนหลายคน เพราะค่าเทอมส่วนใหญ่จะเริ่มกันที่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่นเลยทีเดียวถ้าเข้าเรียนขั้นพื้นฐานแต่ละช่วงวัย เช่น ป.1  ม.1  หรือ ม.4  ที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งสถานที่โรงเรียนและเครื่องแบบนักเรียนด้วยแล้ว คาดว่าไม่ต่ำว่าคนละ 30,000-50,000บาท ขึ้นอยู่กับหลักสูตรว่าจะมีความพิเศษมากน้อยแค่ไหน

เปิดเทอมพ่อแม่“อ่วม”เศรษฐกิจฝืด

แม่เบนซ์-เบญจมาภรณ์ หล่อสุวรรณสิริและน้องบัตเตอร์ ลูกชาย

 “เบญจมาภรณ์ หล่อสุวรรณสิริ” ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เขตบางแค หน่วยบริหารคดี  เล่าว่า เมื่อถึงเวลาเปิดเทอม โดยเฉพาะเทอมแรกจะมีค่าใช้จ่ายสูงมากทั้งค่าเทอม ค่าหนังสือเรียน คำนวณแล้วจะต้องเตรียมเงินไว้สำหรับเปิดเทอมประมาณ 50,000 บาท ปีนี้น้องบัตเตอร์เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอัสสัมชัญปีนี้ต้องซื้อชุดนักเรียนและรองเท้านักเรียนให้ใหม่ เพราะตัวโตขึ้นมาก ที่ผ่านมาวางแผนไว้ล่วงหน้าคือ ทุกเดือนจะหักเงินเก็บไว้เพื่อเป็นค่าเทอมให้กับน้องบัตเตอร์ ซึ่งทางโรงเรียนก็จะมีระยะเวลาการจ่ายให้ถึงเดือนมิถุนายน ต้องมีการ เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า

เปิดเทอมพ่อแม่“อ่วม”เศรษฐกิจฝืด

น้องบัตเตอร์ในชุดลูกเสือ

“ในสภาวะแบบนี้คนที่มีรายได้ไม่สูงก็ค่อนข้างได้รับผลกระทบ เห็นได้ชัดว่าช่วงเวลานี้คนเป็นพ่อแม่ กังวลมากแค่ไหน ยิ่งถ้าไม่ได้เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าก็ค่อนเป็นภาระหนัก บางคนต้องกู้เงินเพื่อไปจ่ายค่าเทอมให้ลูก เพราะฉะนั้น จากประสบการณ์แนะนำว่าผู้ปกครอง ต้องวางแผนการเงินให้ดี ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือยออก หักเงินไว้เพื่อเป็นค่าเทอมลูก หากใช้บัตรเครดิตก็ต้องใช้เท่าที่จำเป็น เช่น ค่าน้ำมันรถ หรือถ้าใช้อย่างอื่นก็ต้องคำนวณว่าเรามีความสามารถในการจ่าย ขณะเดียวกัน ก็ต้องสำรองเงินไว้ยามฉุกเฉินในครอบครัวด้วย”แม่เบนซ์ แนะนำ

เปิดเทอมพ่อแม่“อ่วม”เศรษฐกิจฝืด

“เบญจมาภรณ์” ยอมรับว่า ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันทุกวันนี้ก็ยอมรับว่ามีการปรับเปลี่ยน และประหยัดขึ้น อะไรที่เป็นรายจ่ายฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็นก็จะตัดทิ้ง หรือเวลาไปทานข้าวในครอบครัวก็เป็นร้านธรรมดา ไม่จำเป็นต้องทานร้านในห้าง หรือร้านแพงๆทุกมื้อ แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีเลยบางเดือนก็อาจจะมีมื้อพิเศษครั้งหรือสองครั้งตามโอกาส สิ่งเหล่านี้ก็จะทำและสอนน้องบัตเตอร์ไปในตัวให้เขาได้เรียนรู้

เปิดเทอมพ่อแม่“อ่วม”เศรษฐกิจฝืด

เช่นเดียวกับแม่ลูก 1 กรรมกรข่าววัย 47 ปี แม้จะมีลูกชายคนเดียวเรียนอยู่ชั้นม.2 โรงเรียนรัฐบาลค่าใช้จ่ายตอนเปิดเทอมก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก ด้วยความที่เรียนหลักสูตรพิเศษโรงเรียน เฉพาะค่าเทอมประมาณ 10,700 บาท ไม่นับชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน กระเป๋า รองเท้า ที่เด็กวัยรุ่นช่วงนี้โตเร็วเหลือเกิน ต้องเปลี่ยนรองเท้านักเรียนเทอมละคู่

เปิดเทอมพ่อแม่“อ่วม”เศรษฐกิจฝืด

 “ต้องเก็บเงินไว้เดือนละ 4-5 พันบาทพอครบเทอมก็จะมีเงินค่าเทอมพอดีและยังต้องกันไว้สำหรับค่าเรียนพิเศษอีก ทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอังกฤษ เรียนแต่ 3 วิชา ก็พอๆกับค่าเทอมแล้ว ถ้าต้องเรียนดนตรีกับศิลปะก็ต้องมีเงินเก็บมากกว่านี้ถึงจะพอ ไปโรงเรียนก็วันละ 100-150 บาทถึงจะกินอิ่มเด็กกำลังโตกินจุขึ้นกว่าสมัยประถมมากเลยทีเดียว” 

แม่ลูก 1 วัยใกล้เลข 5 ยังกล่าวต่อว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้โรงเรียนใช้เครื่องแบบต่างๆของนักเรียนเท่าที่จำเป็นลดลงจากปัจจุบันที่มีทั้งชุดนักเรียน ชุดลูกเสือ ชุดพละ ชุดห้องโครงการพิเศษต่างๆอีก สารพัดที่โรงเรียนจะมีนโยบายออกมา มิหนำซ้ำแต่ละชุดก็ใส่รองเท้ากันคนละสี บางอย่างมองว่าเป็นการสิ้นเปลือง รวมๆแล้วเปิดเทอมแต่ละครั้งต้องมีไม่ต่ำกว่า 30,000-40,000 บาทเช่นกัน

เปิดเทอมพ่อแม่“อ่วม”เศรษฐกิจฝืด

พ่อยศ-พ.อ.อ.สมยศ ปัทมโรจน์ และครอบครัว

แล้วถ้าคนที่มีลูก 2 คนคงต้องเตรียมกันร่วม 100,000 บาทเลยทีเดียว  พ่อยศ-พ.อ.อ.สมยศ ปัทมโรจน์ ช่างวิทยุสื่อสารโรงเรียนการบินกำแพงแสน จ.นครปฐม ที่ปีนี้ถือว่ารับภาระหนัก เพราะ “น้องนาย” ลูกชายคนโตกำลังเข้าเรียนชั้นม.4 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ.นครปฐม ขณะที่ “น้องณะ” ลูกสาวคนเล็ก เพิ่งจะเข้าเรียนชั้นป.1 โรงเรียนเดียวกัน บอกว่า เปิดเทอมปีนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่ลูกทั้ง 2 คนเลื่อนระดับชั้นก็ต้องกันเงินไว้ค่อนข้างมาก

ดังนั้น จึงวางแผนการใช้เงิน ซึ่งปีนี้ลูกสองคนต้องใช้เงินค่าเทอมและค่ามอบตัวเข้าเรียน ประมาณ 46,000 บาท แต่ละเดือนยังมีค่ารถรับส่งนักเรียน อีกเดือนละ 4,800 บาท เพราะบ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนถึง 60 กิโลเมตร พ่อแม่ทำงานราชการทั้งคู่ ทำให้ไม่สามารถเดินทางรับ ส่งลูกเองได้

เปิดเทอมพ่อแม่“อ่วม”เศรษฐกิจฝืด

“ถ้าฉุกเฉินราชการมีสหกรณ์ให้กู้ได้ช่วยแบ่งเบาภาระจำเป็นในหลายครอบครัวในช่วงเวลาเปิดเทอม แต่ครอบครัวมีการวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้า คำนวณค่าใช้จ่าย ได้เงินพิเศษ เช่น ค่าโอที เงินปันผลสหกรณ์ เก็บออมไว้สำหรับการศึกษาของลูกๆไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอยู่แล้ว อะไรที่ไม่จำเป็น ก็ตัดทิ้ง สอนลูกทั้งสองคนไปในตัว ให้รู้จักใช้เงินอย่างรู้คุณค่า ลูกชายคนโต ก็จะให้เงินใช้เป็นรายสัปดาห์ เพื่อให้รู้จักบริหารจัดการเงิน เหลือก็เก็บ ขอพิเศษเพิ่มต้องชี้แจงได้ว่า นำเงินไปใช้ทำอะไรเมื่อเขาโตขึ้น จะได้รู้จักวางแผนการเงิน ไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาท” พ่อยศ เล่า

อย่างไรก็ตามคนที่เป็นพ่อแม่ ต้องเตรียมพร้อมค่าใช้จ่ายการศึกษาที่สูงขึ้นของลูกๆ เพื่อให้ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด แม้จะมีปัญหาสภาพเศรษฐกิจเข้ามาเป็นปัจจัยเสริม ที่กระทบต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละวันก็ตาม เพราะการศึกษาคือการลงทุนอย่างหนึ่งที่พ่อแม่ต้องควักจ่ายเพื่อสร้างอนาคตให้กับลูกของตัวเอง

 

0 เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ 0

qualitylife4444@gmail.com

เกิดเป็น“คน”ต้องทนให้ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274797

เกิดเป็น“คน”ต้องทนให้ได้

เกิดเป็นคนต้องทนให้ได้, คนเก่งหัวใจแกร่ง, เกิด, เป็น, ต้อง, ให้, ได้, ความอดทน, ธารินี สายสุภา, ธาริณี, อมรรัตน์ ชาญปรีชญา, ครอบครัว

เพราะคนเราต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน บางคนมีมาก บางคนขาดก็ยากลำบาก แต่สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนเดินถึงฝั่งฝันนั่นก็คือ “ความอดทน”

       “ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ที่เกิดมาไม่มีพร้อมเหมือนคนอื่นๆเขา ยอมรับว่าเคยมีท้อบ้าง แต่ก็ทำใจได้พยายามทำดีที่สุดต่อไป เพราะชีวิตต้องเดินต่อไปตราบใดที่มีลมหายใจ ต้องเรียนให้จบจะได้มีงานทำ ช่วยเลี้ยงดูแม่ได้” นัซซารี่ หมาดรอหีม นศ.ปี 1 คณะวิทยาการการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.) นครศรีธรรมราช กล่าว

เกิดเป็น“คน”ต้องทนให้ได้

       3 ปี ก่อนหลังจากที่พ่อแยกทางกับแม่ นัซซารี่ เกือบจะไม่ได้เรียนต่อชั้นม.4 แล้ว หลังจากเรียนจบม.3 ที่โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช  ด้วยความที่รายได้ของแม่ จากการค้าขาย และรับจ้าง ไม่ได้มีมากพอที่ไม่มีเจะส่งเสีย

     แม้ว่า นัซซารี่ จะทำงานรับจ้างขายของ ปักลูกปัด ขายผ้าคลุมหน้าของสาวๆมุสลิม หรือ โบว์ ผ้าผูกผม ไปด้วยก็ตาม แต่ก็รายได้ก็ไม่ได้มากพอที่จะทำให้สามารถจ่ายค่าเล่าเรียน เพราะหาเงินคนเดียว เลี้ยงลูกคนรองอยู่ป. 5 ส่วนคนสุดท้องอยู่ป .1 เรียกว่าทั้ง 3 คนอยู่ในวัยเรียน

เกิดเป็น“คน”ต้องทนให้ได้

      ทุกครอบครัวย่อมปัญหาและทางออกที่สามารถฟันฝ่าไปได้ นัซซารี่ บอกว่าแต่ละครอบครัวเผชิญปัญหาที่แตกต่างกันไป แต่เชื่อว่าทุกคนต้องพยายามอดทนและก้าวข้ามไปให้ได้  ถ้าอยู่กันไม่ได้ ก็แยกทางกันซะยังดีกว่า อย่าได้ถึงขั้นฆ่าแล้วโพสผ่านโชเชียลกันเลย

เกิดเป็น“คน”ต้องทนให้ได้

      เปิดเทอมนี้  นัซซารี่ จะเริ่มเรียนปี 1  เธอตั้งใจว่าจะเรียนให้ดี ให้จบ และหาทางานเพื่อช่วยแม่แบ่งเบาภาระเลี้ยงดูน้องอีก 2 คนเวลาว่างก็หาทำงานหารายได้พิเศษ เป็นเงินออมและช่วยแม่ เชื่อว่าสักวันหนึ่งจะเป็นวันของเธอที่ประสบผลสำเร็จในชีวิต และในวันที่มีมากพอ ก็จะแบ่งปันให้กับคนที่ด้อยโอกาสกว่าด้วย

เกิดเป็น“คน”ต้องทนให้ได้

    เช่นเดียวกับคนที่เคยขาดและไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาอย่าง ธารินี สายสุภา”  ปี 1 คณะเกษตรศาสตร์ สาขาปฐพีศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่  เคยตามไปแม่ทำงานลูกงานทำตะเกียบที่ จังหวัดลำปาง บ้านเกิดตั้งแต่อยู่ป.4 โดยทำหน้าที่แยกตะเกียบที่ไม่่ได้มาตรฐานออกก่อนที่จะบรรจุใส่กล่อง ทำตั้งแต่ได้ค่าเหนื่อยวันละ 180 บาทจนปัจจุบันได้วันละ 250 บาท

    “ปกติอยู่กับแม่ลูกกัน 2 คน ตอนนี้ต้องแยกกันแม่อยู่ลำปาง หนูมาอยู่หอที่แม่โจ้ กะว่าจะหางานพิเศษทำ แล้วจะให้แม่มาอยู่ด้วยกัน แต่ค่าเช่าก็แพงมาก  ถ้าแม่อยู่ลำปางค่าครองชีพก็ยังถูกกว่า ไว้ให้ขึ้นปี 2  แล้วหางานพิเศษทำได้ก่อนค่อยคิดใหม่ ” ธารินี กล่าว

     “ธาริณี” ยอมรับว่า คนเราต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน บางคนมีมากมาย บางคนขาดวิ่นมีชีวิตอยู่ยากลำบาก แต่ที่ทุกคนมีมากน้อยต่างกันกันคึือความอดทน ในเมื่อต้นทุนชีวิตเราต่ำ เราจน จึงต้องอดทนให้ได้มากกว่าคนอื่นๆ และเชื่อว่าในเมื่อเราพยายามทำดีที่สุดแล้ว สักวันหนึ่งเราก็ต้องไปถึงเป้าหมายของเราให้ได้อย่างแน่นอน

เกิดเป็น“คน”ต้องทนให้ได้

     “ถ้าถามว่าเหนื่อยตอบเลยว่ามาก ถามว่าท้อมั้ยก็ต้องตอบว่าเคยท้อเหมือนกัน ทุกครั้งที่เหนื่อยและท้อได้กอดแม่แล้วก็หายไป มีกำลังใจอยู่ต่อ แต่ตอนนี้มาเรียนปี 1  ต้องแยกกันอยู่ก็ต้องอดทนกอดตัวเองไปก่อน เพื่ออนาคตของเรา” ธาริณี กล่าว

     ปัจจุบันเด็กสาวทั้ง2 คนได้รับทุนการศึกษาโครงการ“สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”เพื่อให้เยาวชน มีความรู้และสามารถทำงานดูแลครอบครัวได้ในอนาคต โดยปัจจุบันมีเยาวชนในโครงการฯ กว่า 740 คน และจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้ว 150 คน

     โดยประถมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนต้นได้รับทุนปีละ 5,000 บาทมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ ประกาศวิชาชีพ (ปวช.) ปีละ 10,000 บาท ระดับอุดมศึกษา (ปวส. – มหาวิทยาลัย) ปีละ 12,000 – 25,000 บาท ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย และคณะสาขาวิชาที่เลือกเรียน พร้อมมอบทุนช่วยเหลือครอบครัวเบื้องต้น ครอบครัวละ 10,000 บาท

เกิดเป็น“คน”ต้องทนให้ได้

     อมรรัตน์ ชาญปรีชญา”  ผู้อำนวยการส่วนงานประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์เอไอเอส เชื่อมั่นว่า “ครอบครัว” เป็นสถาบันแห่งแรกที่เป็นรากฐานของการสร้างคนให้เป็นคนดี และพัฒนาไปสู่สังคมที่ดี จึงได้ตั้งงบประมาณในการให้ทุนปี2560 ประมาณ 4.5 ล้านบาท

      อย่างไรก็ตามมีน้องๆที่หยุดการให้ทุนไป ประมาณ 200 คน พักการให้ทุน 3 ปี เนื่องจากไม่สามารถเรียนต่อได้ เพราะต้องไปทำงานอย่างเดียว เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวแต่งงานมีครอบครัว  ติดเกณฑ์ทหาร และกลับมาให้ทุนต่อประมาณ 10%

แจง3โลโก้ “ครุฑยืน” ไม่มีเจตนาอื่นใด(มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274901

แจง3โลโก้ “ครุฑยืน” ไม่มีเจตนาอื่นใด(มีคลิป)

“พิทักษ์” ประติมากร ผู้ออกแบบประติมากรรม “ครุฑยืน” โพสต์แจงข้อกังขา ถึงความไม่เหมาะสมที่สอดแทรกสัญลักษณ์ลงประติมากรรม ย้ำชัดไม่มีเจตนาไม่ดี

จากกรณีแฟนเพจ “ศูนย์ข้อมูลข่าวสารงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”  ซึ่งเป็นแฟนเพจที่จัดทำขึ้นโดย สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1  กรมประชาสัมพันธ์  ได้เผยแพร่ ภาพ “ครุฑยืน” ประดับพระเมรุมาศ  โดยระบุว่า   “ครุฑยืน” ประดับพระเมรุมาศ สื่อความร่วมสมัย   ซึ่งครุฑยืนดังกล่าว มีสัญลักษณ์ของความสมัยใหม่ คือสัญลักษณ์ของ Google Facebook และ Apple  อยู่ในประติมากรรมครุฑยืน

แจง3โลโก้ "ครุฑยืน" ไม่มีเจตนาอื่นใด(มีคลิป)
โดยระบุว่า “ครุฑยืน” ประดับพระเมรุมาศ สื่อความร่วมสมัยด้วยสัญลักษณ์ Apple Google Facebook นายพิทักษ์ เฉลิมเล่า สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ประติมากรผู้ปั้นครุฑยืนประดับพระเมรุมาศ ได้กล่าวถึงแนวคิดและที่มาในการปั้นครั้งนี้ว่า ครุฑยืนมีความสูง 2 เมตรเป็นประติมากรรมร่วมสมัย ที่ได้ถ่ายทอดแนวคิดและองค์ความรู้ใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ไว้บนปีกของครุฑทั้ง 2 ข้าง และหัวเข็มขัด ด้วยการใส่โลโก้ Apple  Google  Facebook เพื่อสื่อถึงความทันสมัยและความเป็นสากลในองค์ความรู้ของในหลวงรัชกาลที่ 9

แจง3โลโก้ "ครุฑยืน" ไม่มีเจตนาอื่นใด(มีคลิป)

อันเป็นศาสตร์พระราชาที่สามารนำมาแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กับพสกนิกรของพระองค์ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ ข่าวโดยคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช #พระเมรุมาศ #ครุฑ #Apple #Google #Facebook #ประติมากรรม #ถวายพระเพลิง #พระบรมศพ #รัชกาลที่9

โดยเมื่อปรากฏโพสต์ดังกล่าวออกไป แม้จะมีเสียงชื่นชมในความงดงาม แต่ก็มีข้อถกเถียงเป็นอย่างมากถึงความไม่เหมาะสม และมีการเรียกร้องให้ปรับแก้ไข เพราะเป็นประติมากรรมที่จะใช้ในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

    ล่าสุด  นายพิทักษ์ เฉลิมเล่า  ประติมากรชำนาญการ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ได้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Pitak Chalemlao” เข้ามาชี้แจงในช่องแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าว ว่า “ขออนุญาตในฐานะคนรับผิดชอบเรื่องการออกแบบความคิดนะครับ ต้องขอโทษและขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์นะครับผมเองตระหนักและเข้าใจสิ่งทุกๆสิ่งอย่างตามที่ท่านคิด

1.แค่สัญลักษณ์บ่งบอกถึงเวลาแค่ห้วงเวลาหนึ่งว่าช่วงเวลาหนึ่งที่พระองค์ท่านสวรรคต ว่าบนโลกใบนี้มีอะไรที่มีอิทธิพลต่อโลกใบนี้ต่อทุกๆคน ซึ่งไม่มีส่วนสำคัญใดๆ เลยแค่ซ่อนเวลา เอาไว้ว่าเวลาผ่านไปสักสิบปีหรืออีกร้อยปีเป็นแค่ห้วงเวลาไม่ได้มีความสำคัญใด ผมแค่อยากจะสะท้อนพระองค์ท่านคือกระจกฝั่งตะวันออกที่สะท้อนไปยังฝั่งตะวันตก ว่า สิ่งที่พระองค์ท่านมีมากมายมหาศาลที่ฝั่งตะวันตกจะได้เอาวิธีคิดพระองค์ท่านไปใช้ได้กับมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้

แจง3โลโก้ "ครุฑยืน" ไม่มีเจตนาอื่นใด(มีคลิป)

2.พระองค์คือ นักคิดที่เอาเรื่องดิน น้ำ ลม ไฟ ทุกๆอย่างมาเป็นแนวคิดขบวนการคิดเพื่อโครงการต่างๆให้มวลมนุษยชาติเรา 3.บุคคลเหล่านี้เป็นนักคิด เอาแค่เรื่องอากาศมาใช้ ก็ประสบผลสำเร็จแต่พระองค์ท่านเป็นนักคิดระดับโลก มีความวิริยะ เอาเรื่องดิน น้ำ ลม ไฟ มาคิดซึ่งนำมาปฏิบัติใช้ได้จริง

4.ผมอยากให้ทุกคนในโลกใบนี้ได้เอาสิ่งที่พระองค์ท่านคิดมาใช้ในชีวิตได้จริง 5.ผมอยากให้ทุกคนแค่สนใจสิ่งที่ตัวเองได้ทำและใช้ความรู้จากความเป็นไทยเรา ที่สื่อสารไปยังโลกว่าคนไทยมีดีและมีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเปี่ยมล้น เป็นโมเดลแก่พวกเราทุกคน ผมก็คงรับผิดชอบในสิ่งที่ผมคิดนะครับ ไม่เห็นด้วยผมก็รับฟัง แต่เจตนาผมไม่มีอื่นใด ขอบคุณมากๆครับ

แจง3โลโก้ "ครุฑยืน" ไม่มีเจตนาอื่นใด(มีคลิป)

แจง3โลโก้ "ครุฑยืน" ไม่มีเจตนาอื่นใด(มีคลิป)

ภาพจาก : เพจ “ศูนย์ข้อมูลข่าวสารงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”

มาตรฐานครูชุดใหม่ต้องเสร็จภายใน 2 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274999

มาตรฐานครูชุดใหม่ต้องเสร็จภายใน 2 เดือน

พัฒนาครู, มาตรฐานครู, สถาบันผลิตครู, มาตรฐาน, ครู, ชุด, ใหม่, ต้อง, เสร็จ, ภายใน, เดือน

นายกฯ กลับจากดูงานสิงคโปร์ มอบการบ้าน ศธ.ยกเครื่องการผลิตครูให้มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ตลอดจนวางเส้นทางการเรียนให้ชัดเจน เพื่อให้เด็กเลือกเรียนตามถนัด

      เมื่อวันที่ พ.ค.60 ดร.กมล  รอดคล้าย  เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ ศธ. ไปดูเรื่องการผลิตและพัฒนาครู  ซึ่งจากการเดินทางไปประเทศสิงคโปร นายกฯ ได้รับทราบข้อมูลการผลิตและพัฒนาครู พบว่ามีสถาบันผลิตครูเพียงแห่งเดียว ทำให้การผลิตครูมีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ขณะที่ประเทศไทยมีสถาบันผลิตครูที่หลากหลาย แต่จะสามารถทำให้มีมาตรฐานเดียวกันแบบประเทศสิงคโปร์ได้หรือไม่

ดังนั้น รมว.ศึกษาธิการ จึงมอบให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาไปดำเนินการ จัดทำมาตรฐาน ซึ่งคุรุสภารับว่า กำลังอยู่ระหว่างจัดทำมาตรฐานครูชุดใหม่ ให้เหมือนกันทั้งประเทศ เช่น กำหนดว่าจะเรียน 4  ปีหรือ 5 ปี ต้องมีมาตรฐานใดบ้าง เป็นต้น  โดยรมว.ศึกษาธิการ ขอแล้วเสร็จให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนนี้ จากนั้นส่งให้สถาบันการผลิตครูดำเนินการตาม ต่อไปสถาบันผลิตครูจะต้องสอนตามกรอบที่คุรุสภากำหนด ไม่ใช่คิดเองแล้วนำมาเทียบอย่างที่ผ่านมา

“นอกจากนี้นายกฯ ยังปรารภว่าเด็กที่ประเทศสิงคโปร์มี เส้นทางการเรียนชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น โดยเด็กจะรู้ตัวว่า ควรจะเรียนอาชีวศึกษา หรือเรียนอุดมศึกษาและเลือกเรียนตามความถนัด ดังนั้น นพ.ธีระเกียรติ จึงมอบให้สพฐ. ไปคิด มาตรการให้เด็กได้รู้เส้นทางการเรียนของตนเองตั้งแต่ต้น โดยมีแนวปฏิบัติใน 4 ข้อ  คือ 1.ให้สพฐ.จัดระบบแนะแนว 2. ให้จัดทำหลักสูตร ให้เด็ก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้ฝึกงานงานในช่วงปิดภาคเรียนที่ 2เพื่อให้เด็กได้ทดลองว่า ชอบการทำงานดังกล่าวหรือไม่ 3.จัดให้มีระบบส่งเสริมอาชีพในโรงเรียน และ4.ให้โรงเรียนขยายโอกาสกลับมาเน้นสอนอาชีพมากขึ้น”ดร.กมล กล่าว

คลังแนะศธ.ส่งอัยการสูงสุดหาข้อยุติธ.ออมสินหักเงินสกสค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274975

คลังแนะศธ.ส่งอัยการสูงสุดหาข้อยุติธ.ออมสินหักเงินสกสค.

กองทุนสนับสนุนพิเศษ, อัยการสูงสุด, สกสค, คลัง, แนะ, ส่ง, อัยการ, สูง, สุดหา, ข้อยุติ, ออมสิน, หัก, เงิน, หมอธี, อภิศักดิ์

“หมอธี” เผย “อภิศักดิ์” รมว.คลัง แนะหารืออัยการสูงสุด ตัดสินกรณีธ.ออมสินหักเงินกองทุนฯ สกสค.ชี้แต่ละฝ่ายต่างเชื่อข้อมูลตนเอง เตรียมนัดถก ธ.ออมสินอีกครั้ง15พ.ค.

            ก่อนหน้านี้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดย นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ได้ทำหนังสือถึงนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เพื่อขอให้เจรจากับธนาคารออมสิน ให้คืนเงินจำนวน 9,600 ล้านบาท ที่ทางธนาคารออมสิน ได้หักจากเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตาม ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ชำระหนี้แทนผู้กู้ที่ค้างชำระเกิน 3 งวดขึ้นไป คืนให้กับสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) รวมถึงทำหนังสือถึงคณะกรรมการธนาคารออมสิน เพื่อเร่งรัดให้คืนเงินจำนวนดังกล่าวให้กับ สกสค.ด้วย เนื่องจากทางฝ่ายกฎหมายได้ตรวจสอบสัญญา ที่อดีตเลขาธิการ สกสค. ทำไว้กับธนาคารออมสิน  กรณีให้ธนาคารออมสินหักเงิน จากกองทุนสนับสนุนพิเศษฯ เพื่อชำระหนี้แทน ผู้ที่ค้างชำระเกิน 3 งวดขึ้นไปได้นั้น  เป็นสัญญาฝ่ายเดียว ถือเป็นการทำนิติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นทางศธ. จึงขอเรียกเงินดังกล่าวคืน เพื่อนำไปใช้บริหารจัดการสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับครู นั้น

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.60 นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ตนได้หารือเรื่องนี้กับรมว.การคลังแล้ว ซึ่งทางรมว.การคลังก็ รับทราบว่า ธนาคารออมสิน กับศธ.ยังมีความเห็นเรื่องข้อกฎหมายที่ไม่ตรงกัน แต่ทางกระทรวงการคลัง (กค.) เองไม่สามารถไปสั่งการให้ธนาคารออมสินดำเนินการอะไรได้ เนื่องจากธนาคารออมสิน ไม่ใช่หน่วยงานในกำกับของ กค. แต่เป็นบริษัทที่รัฐ ถือหุ้นอยู่มากกว่า 50%  กค.เหมือนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ไม่ได้มีอำนาจในทางบริหารเลย  ทั้งนี้นายอภิศักดิ์ มีข้อแนะนำว่า ทางที่ดีที่สุดคือ ให้เรื่องนี้เป็นข้อพิพาททางกฎหมาย ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ตัดสิน

“ทางธนาคารออมสินก็คิดว่า เขาทำถูก เพราะคนของธนาคารออมสิน ก็ต้องรายงานข้อมูลให้ผู้อำนวยการธนาคารของเขารับรู้ ไม่ตรงกับสิ่งที่เราคิด  ซึ่งเป็นปกติ เพราะเขาคิดอย่างนี้ เขาถึงหักเงินเรา  ทางศธ. เองก็คิดว่า เรามีข้อมูลที่คิดว่า เขาทำไม่ถูกอยู่ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ โดยผมจะเชิญผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เข้ามาหารือกับในที่ประชุมคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา( สกสค.) ในวันที่ 15 พฤษภาคม  เพื่อจะแก้ปัญหาในเรื่องที่เห็นไม่ตรงกัน แต่ถ้ายังเห็นไม่ตรงกันอีก  เนื่องจากเป็นหน่วยงานของรัฐทั้งคู่ ศธ. จะเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุด เป็นผู้ตัดสิน ”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาศธ. เองเคยขอให้ธนาคารออมสิน ยุติการหักเงินจากบัญชีดังกล่าว เพื่อชำระหนี้แทนครูที่ค้างชำระ 3 งวดติดกันไปแล้ว แต่ทางธนาคารออมสินยังไม่ยอมหยุด และยังหักเงินเป็นปกติทุกเดือน ทำให้วงเงินที่ถูกหักไปเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และขณะนี้ ศธ.เองยังคิดว่า ธนาคารออมสินอาจจะหักเงินผิดบัญชี  ยืนยันว่าศธ.จะเดินหน้าทวงเงินดังกล่าวคืนมาให้ได้อย่างแน่นอน

เอาออกแล้ว 3 โลโก้โซเชียลครุฑยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274950

เอาออกแล้ว 3 โลโก้โซเชียลครุฑยืน

โลโก้โวเชียลครุฑยืน, เชียล, แจง3โลโก้, กรมศิลป์ สั่งปรับแก้ประติมากรรมครุฑยืน เอา 3 โลโก้ออก, กรม, ศิลป์, สั่ง, แก้, กรมศิลป์, สั่งแก้ครุฑยืน, โลโก้ออก, เอา, ออก, แล้ว, โก้, โซเชียล, ครุฑ, ยืน, เอาออกแล้ว, โลโก้โซเชียลครุฑยืน, ครุฑยืน, แจง3โลโก้ , ไม่มีเจตนาอื่นใด

อธิบดีกรมศิลปากร เผยสั่งปรับแก้ประติมากรรมครุฑยืน ถอด 3 โลโก้ออก ย้ำคุณค่าศิลปกรรมไม่สูญหาย เมื่อเกิดความไม่สบายใจพร้อมแก้ไข ยันทุกอย่างยึดตามโบราณราชประเพณี

       จากกรณีแฟนเพจ “ศูนย์ข้อมูลข่าวสารงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”  ซึ่งเป็นแฟนเพจที่จัดทำขึ้นโดย สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1  กรมประชาสัมพันธ์  ได้เผยแพร่ ภาพ “ครุฑยืน” ประดับพระเมรุมาศ  โดยระบุว่า   “ครุฑยืน” ประดับพระเมรุมาศ สื่อความร่วมสมัย  ซึ่งครุฑยืนดังกล่าว มีสัญลักษณ์ของความสมัยใหม่ คือสัญลักษณ์ของ Google  Facebook และ Apple  อยู่ในประติมากรรมครุฑยืน

จนเมื่อปรากฏโพสต์ดังกล่าวออกไป แม้จะมีเสียงชื่นชมในความงดงาม แต่ก็มีข้อถกเถียงเป็นอย่างมากถึงความไม่เหมาะสม และมีการเรียกร้องให้ปรับแก้ไข เพราะเป็นประติมากรรมที่จะใช้ในงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เอาออกแล้ว  3 โลโก้โซเชียลครุฑยืน

  อนันต์  ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร

      เมื่อวันที่ 3 พ.ค.60 นายอนันต์  ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ให้สัมภาษณ์ ว่า ทางกรมศิลปากรได้มีการหารือถึงเรื่องดังกล่าว โดยขณะนี้ได้สั่งการให้ดำเนินการปรับแก้ประติมากรรมครุฑยืนแล้ว โดยให้นำสัญลักษณ์  Google Facebook และ Apple ออกจากองค์ครุฑ เพื่อความเหมาะสม  อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากรมศิลปากร ได้มีการหารือเรื่องการออกแบบประติกรรมประดับตกแต่งพระเมรุมาศมาโดยตลอด

ในส่วนของครุฑยืนนั้น จากภาพลายเส้นที่ออกแบบและที่ผ่านตา ก็ไม่มีสัญลักษณ์เหล่านี้ เข้าใจว่าเป็นอารมณ์ของศิลปิน ที่อยากจะสอดแทรกเรื่องราวความเป็นปัจจุบันลงไปในชิ้นงาน แต่เมื่อมีการทักท้วง  ทำให้สังคมเกิดความไม่สบายใจ  กรมศิลปากรก็พร้อมทำความเข้าใจและแก้ไข

ซึ่งการปรับแก้ครั้งนี้ใช้เวลาไม่นาน เพราะองค์ครุฑยังไม่ถือว่าเสร็จแล้ว 100% อยู่ในขั้นตอนการปั้นต้นแบบ เพราะฉะนั้น เมื่อแก้ไขเสร็จแล้ว ก็จะส่งไปทำพิมพ์และหล่อไฟเบอร์กลาสต่อไป

“โครงสร้างครุฑยืนในภาพรวม ไม่มีปัญหา เป็นไปตามแบบศิลปกรรม และตามโบราณราชประเพณีอยู่แล้ว คุณค่าของประติมากรรมไม่ได้สูญหายไป ซึ่งทีมช่างทุกคนที่มาปฏิบัติหน้าต่างตั้งใจถวายงาน เพื่อให้งานพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีความงดงาม สมพระเกียรติสูงสุด”อธิบดีกรมศิลปากร กล่าว

เอาออกแล้ว  3 โลโก้โซเชียลครุฑยืน

เอาออกแล้ว  3 โลโก้โซเชียลครุฑยืน

รู้จัก พิทักษ์ เฉลิมเล่า กับครุฑยืน 3โลโก้และ“กวนเกษียรสมุทร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274929

รู้จัก พิทักษ์ เฉลิมเล่า กับครุฑยืน 3โลโก้และ“กวนเกษียรสมุทร

รู้จัก พิทักษ์ เฉลิมเล่า กับครุฑยืน 3โลโก้และกวนเกษียรสมุทร, รู้จัก, พิทักษ์, เฉลิม, เล่า, กับ, ครุฑ, ยืน, โก้, และ, กวน, เกษียรสมุทร, เฉลิมเล่า, กับครุฑยืน, ครุฑยืน

พิทักษ์ เฉลิมเล่า คนออกแบบครุฑยืน 3โลโก้ เขาเป็นคนเดียวกันที่ปั้นประติมากรรม“กวนเกษียรสมุทร”หรือเทวตำนานกวนเกษียรสมุทร(Scene of the Churning of the Milk Ocean)

         คนออกแบบครุฑยืน 3โลโก้ เขาเป็นคนเดียวกันที่ปั้นประติมากรรม“กวนเกษียรสมุทร”หรือเทวตำนานกวนเกษียรสมุทร(Scene of the Churning of the Milk Ocean) ซึ่งเป็นที่สถานที่สถิตของน้ำอมฤตเป็นสถานที่อมตะ มั่นคง ยืนยงสภาพ เช่นเดียวกับ สุวรรณภูมิ อันเป็นแผ่นดินทอง ความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง มั่นคง เป็นอมตะ

รู้จัก พิทักษ์ เฉลิมเล่า กับครุฑยืน 3โลโก้และ“กวนเกษียรสมุทร

(ซ้าย) พิทักษ์ เฉลิมเล่า

รู้จัก พิทักษ์ เฉลิมเล่า กับครุฑยืน 3โลโก้และ“กวนเกษียรสมุทร
ภาพกวนเกษียรสมุทรด้านฝ่ายยักษ์กำลังออกแรงดึกพระยาวาสุกรี

         พิทักษ์ เฉลิมเล่า  ประติมากรชำนาญการ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรจบการศึกษาศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต (ประติมากรรม) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
เป็นคนที่มีผลงานด้านศิลปะกรรมที่เลื่องชื่ออันดับต้นๆของไทยเลยทีเดียว ผลงานของเขาที่ผ่านมาเมื่อค้นข้อมูล กูเกิล เรียกว่าสร้างความฮือฮาไม่ได้น้อยกว่า “ครุฑยืน”ในครั้งนี้นั่นก็คือปั้นเทวดากวนเกษียรสมุทร สนามบินสุวรรณภูมิ ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที9

รู้จัก พิทักษ์ เฉลิมเล่า กับครุฑยืน 3โลโก้และ“กวนเกษียรสมุทร

ภาพกวนเกษียรสมุทรพระนารายณ์ทรงประทับอยู่เหนือเขามันทรคีรี

นอกจากนี้ยังมีผลงาน ปั้นพระบรมราชานุเสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขนาด 2 เมตร ประดิษฐานที่กรมสรรพาวุธ กองทัพบก และงาน ปั้นพระฝางจำลอง ขนาดเท่าองค์จริงหน้าตัก 30 นิ้วของศิษย์เก่า วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ประดิษฐานที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ รวมทั้ง ออกแบบและปั้นต้นแบบช้างและสิงห์ ในโครงการพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ จังหวัดสุโขทัย

รู้จัก พิทักษ์ เฉลิมเล่า กับครุฑยืน 3โลโก้และ“กวนเกษียรสมุทร

ภาพกวนเกษียรสมุทรด้านฝ่ายเทวดากำลังออกแรงดึกพระยาวาสุกรี

ข้อมูล ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เผยแพร่ว่า ประติมากรรม“กวนเกษียรสมุทร”  หรือเทวตำนานกวนเกษียรสมุทร (Scene of the Churning of the Milk Ocean) ซึ่งเป็นที่สถานที่สถิตของน้ำอมฤตเป็นสถานที่อมตะ มั่นคง ยืนยงสภาพ เช่นเดียวกับ สุวรรณภูมิ อันเป็นแผ่นดินทอง ความอุดมสมบูรณ์ ความเจริญรุ่งเรือง มั่นคง เป็นอมตะ

รู้จัก พิทักษ์ เฉลิมเล่า กับครุฑยืน 3โลโก้และ“กวนเกษียรสมุทร

      ภาพกวนเกษียรสมุทรด้านฝ่ายยักษ์กำลังออกแรงดึกส่วนหัวของพระยาวาสุกรี

ประติมากรรมนี้ประกอบด้วย พระนารายณ์(พระวิษณุ) 4 กร ทรงประทับอยู่เหนือเขามันทรคีรี ,มีฝ่ายเทวดา 9 องค์และฝ่ายอสูร 9 ตน ต่างยืนดึงพญานาคหรือพระยาวาสุกรี และที่เห็นมีเต่า(กูรมารวตาล)ใช้กระดองรองรับเกษียรสมุทรเอาไว้(เป็นที่มาของกูรมวตาล อันเป็นปางที่สามในนารายณ์สิบปาง) ตามเทวตำนานกวนเกษียรสมุทร

รู้จัก พิทักษ์ เฉลิมเล่า กับครุฑยืน 3โลโก้และ“กวนเกษียรสมุทร

ภาพกวนเกษียรสมุทรด้านฝ่ายยักษ์กำลังออกแรงดึกพระยาวาสุกรี

กุศโลบายของรูปปั้นก็คือความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่มีที่สิ้นสุดหรืออีกนัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปรียบประดุจกับแผ่นดินทองอันเป็นอมตะตลอดกาล

 

ข้อมูลและภาพ http://suvarnabhumiairport.com/ pinterest

จดลิขสิทธิ์”ดาวเงิน 6 แฉก”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274802

จดลิขสิทธิ์”ดาวเงิน 6 แฉก”

กพร.จดลิขสิทธิ์”ดาวเงิน 6 แฉก “สลักอักษร “SKILL”การันตี แรงงานที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ใน 3 ระดับ ระบุ 5 พ.ค.ติดดาว”พนง.บ.มิตซู”200คน

          เมื่่อวันที่ 2 พ.ค.2560 นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.) เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงแรงงานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ได้ดำเนินโครงการ “แรงงานติดดาว” เป็นการติดดาวให้กับกำลังแรงงานที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานใน 3 ระดับ คือ ระดับ 1 หนึ่งดาว ระดับ 2 สองดาว และระดับ 3 จะมีสามดาว ในการเป็นเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแรงงาน สร้างความมั่นใจแก่ผู้รับบริการนั้น กพร. ได้ดำเนินการจดลิขสิทธิ์ดาว “เครื่องหมายผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ” กับทางกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์

จดลิขสิทธิ์"ดาวเงิน 6 แฉก"

          “เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ นำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ในลักษณะเป็นรูปดาวหกแฉก สีเงินเงา มีตัวอักษรภาษาอังกฤษสีน้ำเงินคำว่า “SKILL” อยู่ตรงกลาง โดยดาวเงิน 6 แฉก สื่อถึงเกณฑ์ที่ใช้ในการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ประกอบด้วย (1) ความปลอดภัยในการทำงาน (2) การใช้วัสดุอย่างประหยัด (3) การใช้เครื่องมือเครื่องจักร (4) ระยะเวลาที่ใช้ในการปฏิบัติงาน (5) ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และ (6) ผลงานที่สำเร็จ”อธิบดี กพร. กล่าว

นายธีรพล กล่าวต่ออีกว่ากพร. ยังได้ถือฤกษ์ดีวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2560  มอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับแรงงานที่ผ่านการทดสอบฯ ด้วยการติดดาวอีกกว่า 10,000 คน ในช่วงระหว่างวันที่ 1-5 พฤษภาคม 2560 จะดำเนินการติดดาวโดยหน่วยงานในสังกัดของกพร.สถาบันพัฒนาฝีมือพัฒนาฝีมือแรงงาน (สพร.) และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน (สนพ.) ทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา สพร.และสนพ. จำนวน 32 แห่ง ได้ดำเนินการติดดาวไปแล้วกว่า 1, 200 คน

อธิบดี กพร.  กล่าวอีกว่า โดยที่ผ่านมาได้มีการติดดาวไปแล้วกว่า 10,000 คน สาขาที่ทดสอบฯ มากที่สุด คือ สาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร เนื่องจากถูกกำหนดให้เป็นสาขาอาชีพที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ผู้ประกอบอาชีพต้องผ่านทดสอบก่อนประเมินความรู้ความสามารถ รองลงมาเป็นช่างซ่อมรถยนต์ ช่างบำรุงรักษารถยนต์ พนักงานการใช้คอมพิวเตอร์ (ประมวลผลคำ) ผู้ประกอบอาหารไทย พนักงานนวดไทย เป็นต้น

“ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 นี้ สพร. 3 ชลบุรี จะมีการติดดาวให้กับพนักงานบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ที่ผ่านการทดสอบฯ ในสาขาช่างไฟฟ้าภายในอาคาร จำนวน 200 คน ณ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยเป็นการันตีว่าทางบริษัทจะได้พนักงานที่มีศักยภาพ มีความรู้ความสามารถตรงกับความต้องการของบริษัท ส่วนตัวพนักงานจะได้รับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน”นายธีรพล กล่าว

นายธีรพล  กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่ได้จากการผ่านการทดสอบฯ และการติดาว เช่น เพิ่มโอกาสในการมีงานทำทั้งในและต่างประเทศ เป็นการวัดระดับฝีมือ ความสามารถ และทัศนคติในการทำงานของตนก่อนเข้าสู่ตลาด เพื่อพัฒนาไปสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น เพิ่มความก้าวหน้าในอาชีพการงาน เป็นต้น

“จะสอดคล้อง 8 วาระปฏิรูปกระทรวงแรงงาน “เพิ่มผลิตภาพแรงงานสู่ไทยแลนด์ 4.0” และ “มิติใหม่ของการส่งเสริมการมีงานทำของแรงงานทั่วไป คนพิการ และผู้สูงอายุ” ของพลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สำหรับผู้สนใจที่จะเข้ารับการทดสอบฯ ติดต่อได้ที่สพร.และสนพ. หรือศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ได้รับอนุญาตจากกพร. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-245-4837”อธิบดีกพร. กล่าว

“อดทนนะลูก”…นั่งสอบ”เปิดเทอมอาเซียน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274735

“อดทนนะลูก”…นั่งสอบ”เปิดเทอมอาเซียน”

เฃี, พี่, ตี้, ยัง, นั่งสอบ, วัดกันใครจะอึดกว่ากัน, เปิดเทอมอาเฃียน, อดทน, ลูก, นั่ง, สอบ, เปิดเทอม, อาเซียน, อดทนนะลูก, เปิดเทอมอาเซียน, C้hutimun  Sasong, เขารักษาหน้า  พวกเรารักษาชีวิต

“C้hutimun  Sasong”โพสต์ เฟสบุุ๊ค “อดทนนะลูก เดี๋ยวเราก็กลับไปเปิดแบบเดิมแล้ว ครูรู้ว่าลูกร้อนจนตัวเปียก เพราะตอนนี้ครูก็ตัวเปียกเหมือนกันคะ”

        เมื่อวันที่ 2  พ.ค.2560  “C้hutimun  Sasong”ได้โพสต์เฟสบุ๊กว่า “อดทนนะลูก เดี๋ยวเราก็กลับ ไปเปิดแบบเดิมแล้ว ครูรู้ว่าลูกร้อนจนตัวเปียก เพราะตอนนี้ครูก็ตัวเปียกเหมือนกันคะ”

"อดทนนะลูก"...นั่งสอบ"เปิดเทอมอาเซียน"

พร้อมโพสต์ ภาพนักศึกษาชายในชุดเสื้อสีขาวนั่งหันหลัง แต่เนื้อผ้าชุ่มแผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนสามารถมองทะลุเหนื้อได้

เกีี่ยวกับเรื่องนี้ ผศ.ดร. รัฐกรณ์  คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ประธานทปสท.) ที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ทบทวนมติการปิด-เปิดเทอมตามอาเซียน ขอให้ทปอ.มีมติให้มหาวิทยาลัยกลับไปปิด-เปิดเทอมเดือนมิถุนายน เหมือนในอดีต เพื่อเลี่ยงเลี่ยงอากาศร้อนจัดในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ของทุกๆ ปี

"อดทนนะลูก"...นั่งสอบ"เปิดเทอมอาเซียน"

ผศ.ดร.รัฐกรณ์  ได้โพสต์ข้อความผ่านไลน์กลุ่มคณะศึกษาว่า “เขารักษาหน้า  พวกเรารักษาชีวิต” และอีกข้อความว่า”วัดกันใครจะอึดกว่ากันเราทนร้อน เขาทนคนก่อนด่าทั้งประเทศ”

ดูเหมื่อนว่า ที่ประชุม ทปอ. ครั้งล่าสุด(23เม.ย.2560) ไม่ได้สนใจใยดีกับข้อเสนอของ ทปสท. ที่ขอให้ทปอ.ทบทวนการปิด-เปิดเทอมตรงอาเซียน จนกรังทั้งทุกวันนี้ก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ  แม้ว่าก่อนหน้านั้นมีนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถึงกับเป็นลมล้มพับคาห้องเรียน ก็ตาม

เก่งแต่โกง “ธุรกิจกลางสนามสอบ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274738

เก่งแต่โกง “ธุรกิจกลางสนามสอบ”

ฉลาด, เกมส์, ฉลาดเกมส์โกง, เก่ง, แต่, โกง, ธุรกิจ, กลาง, สนาม, สอบ, เก่งแต่โกง, ธุรกิจกลางสนามสอบ, ลิน, แบงค์ ชานน สันตินธรกุล

  ฉลาดเกมส์โกง  “ธุรกิจกลางสนามสอบ”  ของนักเรียนทุนเจ้าของเกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกปีการศึกษา

      ภาพยนตร์ไทยของจีดีเอช ห้าห้าเก้า กำกับ โดยนัฐวุฒิ พูนพิริยะ ฉายวันที่ 3 พ.ค.นำแสดงโดย ลิน (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) นักเรียนทุนเจ้าของเกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกปีการศึกษา ธุรกิจที่มีจุดเริ่มต้นจากการช่วยเพื่อนสนิทอย่าง เกรซ (อิษยา ฮอสุวรรณ) เด็กกิจกรรมตัวยง แต่ผลการเรียนย่ำแย่ และ พัฒน์ (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) เด็กบ้านรวยที่คิดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง

ด้วยการแชร์คำตอบกลางห้องสอบ จนกลายเป็นวงการลอกขนาดใหญ่ ที่นักเรียนหลายคนในโรงเรียนยินดีจ่ายค่าตอบแทนแบบสูงลิบ แลกกับการได้รับคำตอบจากอัจฉริยะอย่างลิน

เงินในบัญชีของ “ลิน” เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากธุรกิจการโกงสอบในโรงเรียน จากหลักหมื่นเป็นหลักแสน จนวันหนึ่งเธอ ก็มีโอกาสที่จะอัพเงินในบัญชีให้แตะหลักล้าน เมื่อ พัฒน์และเกรซ ยื่นข้อเสนอสุดท้าทายให้เธอ

นั่นคือการโกงข้อสอบ STIC ซึ่งเป็นการสอบเพื่อใช้คะแนนยื่นเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ที่นักเรียนทุกประเทศต้องสอบในเวลาเดียวกัน โอกาสในการลอกให้รอดเท่ากับศูนย์

แต่ “ลิน” ก็ยอมเสี่ยงเพื่อแลกกับเงินล้าน ด้วยการบินไปสอบในประเทศที่เวลาเร็วกว่าเมืองไทย เพื่อที่จะได้เห็นข้อสอบก่อน และส่งคำตอบกลับมาให้ลูกค้าในเมืองไทย

ปัญหาเดียวก็คือเธอต้องการคนฉลาดอีกหนึ่งคนมาช่วยให้ภารกิจการโกงครั้งนี้สำเร็จ และคนๆ นั้นก็คือ “แบงค์ (ชานน สันตินธรกุล)” นักเรียนทุนคู่แข่งของเธอ ผู้เกลียดการโกงเป็นชีวิตจิตใจ “ลิน” จะทำอย่างไรให้แบงค์ตกลงร่วมมือกับเธอ และเกมส์โกงข้ามโลกนี้จะจบลงอย่างไร