ปี 61 อาชีวะนำร่องหลักสูตรต่อเนื่อง5ปีมาตรฐานโคเซ็น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274717

ปี 61 อาชีวะนำร่องหลักสูตรต่อเนื่อง5ปีมาตรฐานโคเซ็น

สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน, ญี่ปุ่น, ไทย, มาตรฐานโคเซ็น, หลักสูตรอาชีะ-โคเซ็น, อาชีวะ, นำร่อง, หลักสูตร, ต่อเนื่อง, มาตรฐาน, เซ็น

สอศ.เตรียมความพร้อมหลักสูตรต่อเนื่องอาชีวศึกษา-โคเซ็น 5 ปี สมบูรณ์พร้อมใช้ปีการศึกษา2561นำร่องในสาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ใน 3 วิทยาลัย

        ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ Mr.Hirokaza Matsuno รมว.ศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น และ Mr. Shiro Sadoshima เอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น ได้เข้าเยี่ยมคารวะนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ หารือความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยม สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

ปี 61 อาชีวะนำร่องหลักสูตรต่อเนื่อง5ปีมาตรฐานโคเซ็น

        ทั้งนี้ สอศ.ตั้งเป้าหมายว่าจะผลิตกำลังคนคุณภาพให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีความพร้อมทั้งความรู้ ทักษะ และสมรรถนะในการทำงาน และมุ่งหวังว่าในอนาคตเราจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมเพื่อพัฒนากำลังคนภาคอุตสาหกรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ขณะเดียวกันจะสนับสนุนเด็กที่มีผลการเรียนดีมีความสามารถ ให้ได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ณ ประเทศญี่ปุ่น และกลับมาบรรจุรับราชการ เป็นครูที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติ โดยหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปีตามมาตรฐานของโเคเซ็น โดยสถาบันเอ็นไอที (NIT) จะนำร่องในสาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) และวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ภายใต้การสนับสนุนของไจกา (JICA) และมีวิทยาลัยเทคนิคพังงา เป็นสถานศึกษาสมทบ

        “ปัจจุบันคณะทำงานพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง5ปี ตามมาตรฐานของโคเซ็น ได้ดำเนินการกำหนดโครงสร้างหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอน และรายละเอียดรายวิชาในภาพรวม เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในปี2560นี้จะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรให้สมบูรณ์พร้อมเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา2561”ดร.สุเทพ กล่าว

หาตัวจริง!! เลขาธิการคุรุสภา-สกสค.เสนอชื่อภายใน 2-16 พ.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274709

หาตัวจริง!! เลขาธิการคุรุสภา-สกสค.เสนอชื่อภายใน 2-16 พ.ค.

สรรหา, เลขาธิการ สกสค, เลขาธิการคุรุสภา, ตัวจริง, เลขาธิการ, คุรุสภา, เสนอชื่อ, ภายใน, 216, หาตัวจริง, 2-16

เปิดเสนอชื่อเข้ารับสรรหาเป็นเลขาธิการคุรุสภา-เลขาธิการ สกสค. ตัวจริง 2-16 พ.ค.นี้ กินเงินเดือน 1-2 แสนบาท ผ่านคัดเลือกต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมมาทำงานเต็มเวลา

        เมื่อวันที่ 2พ.ค.60 – ดร.กมล รอดคล้ายเลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ที่มีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานเมื่อเร็ว ๆ นี้มีมติเห็นชอบ ประกาศศธ. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาเลขาธิการคุรุสภา และประกาศศธ. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการสรรหาคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)

โดยการสรรหาทั้ง2ตำแหน่งจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน คำนึงถึงความรู้ความสามารถ ประสบการณ์การบริหารที่เหมาะสมกับงานของคุรุสภา และกิจการของ สกสค. มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ยอมรับของสังคมที่สำคัญจะต้องสามารถทำงานได้เต็มเวลา ซึ่งหมายความว่า กรณีที่ผู้เข้ารับการสรรหา ได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา หรือเลขาธิการ สกสค. จะต้องลาออกจากตำแหน่งอื่น ๆ ทั้งหมด หากรับราชการก็ต้องลาออกจากราชการเนื่องจากทั้งสองตำแหน่งได้รับค่าตอบแทนค่อนข้างสูงเดือนละประมาณ1-2แสนบาท

ดร.กมล กล่าวต่อไปว่า สำหรับคุณสมบัติทั่วไป ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า35ปีบริบูรณ์และไม่เกิน65ปี เป็นผู้มีความรู้ความสามารถเหมาะสมที่สำคัญจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม หรือเคยต้องโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจการที่ทำกับสกสค. หรือคุรุสภาทั้งนี้การสรรหาให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และสำนักงานสกสค. ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง ตำแหน่งละ1คณะ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบและคัดเลือกบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ โดยมีปลัดศธ. เป็นประธานคณะทำงาน ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารสูงไม่น้อยกว่า4คนเป็นต้น

ส่วนวิธีการสรรหาให้ดำเนินการ ดังนี้1.กรรมการ สกสค. เสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติ และประสงค์จะเข้ารับการคัดเลือกพร้อมประวัติ ประสบการณ์ ผลงาน และวิสัยทัศน์การบริหารงาน ในตำแหน่งหากกรรมการคนใดไม่เสนอชื่อภายในระยะเวลาที่กำหนดถือว่า ไม่ประสงค์จะเสนอชื่อ จากนั้นคณะกรรมการกลั่นกรองจะทำการตรวจสอบคุณสมบัติ ให้เหลือบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อไม่เกินตำแหน่งละ3คน โดยคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาได้ตามความเหมาะสม จากนั้นเสนอให้คณะกรรมการสกสค. และคณะกรรมการคุรุสภา ที่มีรมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน คัดเลือกให้เหลือตำแหน่งละ1คน เพื่อแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการคุรุสภา และเลขาธิการสกสค.

อย่างไรก็ตาม จะเปิดให้มีการเสนอชื่อผู้เหมาะสมเข้ารับการสรรหาทั้ง2ตำแหน่งได้ ตั้งแต่วันที่2-16พฤษภาคม2560ในวันและเวลาราชการ คณะกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบคุณสมบัติ และคัดเลือกบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้เหลือตำแหน่งละ3คน ตั้งแต่วันที่17พฤษภาคม เป็นต้นไป และต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่2มิถุนายน ก่อนเสนอให้บอร์ดคุรุสภา และบอร์ดสกสค. ที่มีรมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานคัดเลือก

“การสรรหาครั้งนี้จะแตกต่างจากที่ผ่านมา เพราะให้กรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการ สกสค.เป็นผู้เสนอชื่อเพื่อจะได้กลั่นกรองคุณสมบัติแล้วชั้นหนึ่ง ส่วนที่กังวลว่า จะมีการล็อกสเป็กหรือไม่นั้นเชื่อว่ากระบวนการดังกล่าว จะทำให้เกิดความเป็นธรรม อีกทั้งการกลั่นกรองจะช่วยกรองผู้เหมาะสมแล้วชั้นหนึ่งด้วย”โฆษก ศธ.กล่าว

หา”เด็ก”ให้”นาย”ฝังรากลึกเอาผิดยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274580

หา”เด็ก”ให้”นาย”ฝังรากลึกเอาผิดยาก

ไทย, สังคม, ฝัง, ผู้ใหญ่, ค้าประเวณีเด็ก, หาเด็กให้ผู้ใหญ่ฝังลึกสังคมไทย, เลี้ยงดูปูเสื่อฝังลึกสังคมไทยเอาผิดยาก, เด็ก, ให้, นาย, ฝังราก, ลึก, เอาผิด, ยาก, ทิชา ณ นคร, จะเด็จ เชาวน์วิไล

เสวนา “เด็ก..กับวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ:สังคมไทยรับได้จริงหรือ?” สะท้อนและหาทางออก ของปัญหาการค้าประเวณีเด็ก การค้ามนุษย์ ขยะใต้พรมที่กวาดยังไงก็ไม่หมดไปเสียที

        ปรากฏการณ์กรณีการค้าประเวณีเด็กที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีแม่และเด็กซึ่งเป็นผู้เสียหายได้ออกมาเปิดโปงขบวนการล่อลวงและบังคับให้เด็กและเยาวชนหญิงค้าประเวณี สะท้อนปัญหาการค้ามนุษย์ ค้าประเวณีที่เกิดขึ้นในสังคมไทย โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปคลุกวงใน พัวพันเป็นผู้รับบรรณาการ (เด็กผู้หญิง) ตามวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ “ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน”

    “ทิชา ณ นคร”  ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ปรากฏการณ์แม่ฮ่องสอน สะท้อนให้เห็นว่าแม้ทุกคนไม่ได้เข้าไปซื้อบริการแต่ทุกคนต่างรู้แต่ไม่ดำเนินการอะไร ทั้งที่เข้าข่ายมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ” ควรใช้ได้จริง ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะออกจากพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน

หา"เด็ก"ให้"นาย"ฝังรากลึกเอาผิดยาก

     ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า “การเลี้ยงดูปูเสื่อ” เป็นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในกลุ่มข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้เลย เนื่องจากสุดท้ายก็ไม่มีคนผิด  คนมีอำนาจก็ลอยนวลต่อไป เห็นได้จากคณะกรรมการสอบสวนมหาดไทย รายงานผลสอบพยาน 18 ปาก  คดีผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ข้าราชการระดับสูงและนายตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับในการซื้อบริการเด็กว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าว

      ทั้งนี้องค์กรเด็กและสตรี ไม่ยอมรับผลการสอบสวนดังกล่าว และขอเรียกร้องให้ทบทวน สอบสวนใหม่ เพราะไม่แน่ชัดว่าสอบสวนอย่างไร  อีกทั้งการสอบสวนที่ดีควรให้ข้าราชการระดับสูง และเจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากพื้นที่ เพื่อลดโอกาสใช้อำนาจหรืออิทธิพลจากตำแหน่งหน้าที่ เข้าไปแทรกแซง ขัดขวางกระบวนการทางอาญา  และให้หน่วยงานภายนอกเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการสอบสวน และขอให้เร่งรัดคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งผู้จัดหา ผู้ใช้บริการ ผู้ซื้อประเวณี

       โดยต้องไม่ละเว้นหรือทอดเวลาในการดำเนินคดีอาญาต่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ให้กระทรวงยุติธรรม มีขบวนการคุ้มครองพยานทั้งเด็ก ครอบครัว และพยานคนอื่นๆโดยในวันที่ 2 พ.ค.2560  เวลา 11.00 น. องค์กรเด็กและสตรีจะไปยื่นหนังสือแถลงการณ์ต่อปลัดกระทรวงยุติธรรมอีกครั้ง

       ไม่ว่าจังหวัดในประเทศไทย เรื่องเหล่านี้ยังคงอยู่ ใครๆ อย่าปล่อยให้มีกระบวกการเอารัดเอาเปรียบทางเพศ ปล่อยให้เกิดการซื้อขายประเวณีในพื้นที่   “จะเด็จ เชาวน์วิไล” ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า กรณีแม่ฮ่องสอน  ไม่ใช่กรณีใหม่ ซึ่งมาจากโครงสร้างของสังคมไทยที่มีวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ เมื่อเกิดปัญหา ก็เกิดวัฒนธรรมการไม่ยอมรับผิด ซึ่งเป็นการปลูกฝังร่วมกับระบบเลี้ยงดูปูเสื่อ พวกพ้อง สุดท้ายจะไปโทษคนที่ออกมาร้องเรียน เพราะคนเหล่านี้สถานะทางสังคมด้อยกว่า ขณะที่คนมีอำนาจมีกลุ่มคอยปกป้อง เพื่อบอกว่าเป็นคนดี ไม่ได้เป็นคนเลว

หา"เด็ก"ให้"นาย"ฝังรากลึกเอาผิดยาก

    “เวลาเอาผิดกับข้าราชการระดับสูงไม่ใช่เรื่องง่าย  เพราะมีวัฒนธรรมนี้มานาน ทำให้เกิดการค้าประเวณี ค้ามนุษย์ต่อไป ดังนั้น ถ้าสังคมไทยไม่มีความเท่าเทียม ยังคงให้วัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือทุกคนรู้สึกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ลืม  อยากให้สังคมไทยมองกรณีแม่ฮ่องสอน เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่หนักหน่วง ต้องมีองค์กร เรียกร้อง มีการสอนหลักสูตรเรื่องเพศทั้งเด็กและผู้ใหญ่อย่างจริงจัง และควรลดระบบตอกย้ำเรื่องเพศ อย่างละครที่ยังนำเสนอวนเวียนผู้ชายมีแฟนได้หลายคน มีฉากข่มขืน รุนแรง เป็นเรื่องธรรมดา แต่จริงๆ ปัญหาเหล่านี้ต้องเปลี่ยน ฉากข่มขืน รุนแรง ต้องหายไป”

     ขณะที่ น.ส.ชลีรัตน์  แสงสุวรรณ  ผู้ประสานงานมูลนิธิพิทักษ์สตรี กล่าวว่าประเทศไทย มีกฎหมายหลายฉบับในการดูแลเด็ก คุ้มครองเด็ก การค้ามนุษย์ อีกทั้งมีหลายหน่วยงาน กระทรวงที่รู้และเข้าใจปัญหานี้ แต่ทำไมเวลาเกิดเหตุการณ์มักจะช่วยเหลือกัน และทำให้ผู้หญิง กลายเป็นเครื่องบรรณาการ ต่อรองกับอำนาจซึ่งเกิดทั้งในวงการข้าราชการ

หา"เด็ก"ให้"นาย"ฝังรากลึกเอาผิดยาก

       สถานการณ์การค้าประเวณี ค้ามนุษย์ เป็นเสมือนระเบิดเวลาที่กำลังรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การแก้ไขปัญหาต้องมีการตรวจสอบ มีกลไก รัฐเองต้องใจกว้างให้หน่วยงายภายนอกเข้าไปตรวจสอบการทำงาน เพราะไม่เช่นนั้นการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ การตรวจสอบมักจะเป็นคำคลุมเครือ ไม่มีผู้กระทำผิด  เราต้องจัดการขยะ หรืออะไรที่ซ่อนอยู่ใต้พรมให้ได้

      จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลในกลุ่มเด็กขายบริการ กว่า4-5ปี พบว่า การค้าประเวณีจะพบในจังหวัดใหญ่ๆ ตามสถานบันเทิง มีรูปแบบที่เปลี่ยนไป มีทั้งคนในวงการข้าราชการ เอกชน คนมีสี เครือข่ายที่ทำงานกันเป็นทีม แฝงไปกับอาชีพอื่น โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย มีทั้งแบบประจำและครั้งคราว

    ส่วนเพศพบว่ามีทั้งชายและหญิง อายุน้อยสุดคือ12ปี และนับวันอายุยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ อีกทั้งมีการนำสารเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ลักษณะที่พบคือการล่อลวง ชักชวน ตีสนิท ให้มาทำงานโดยใช้วัตถุนิยมหลอกล่อ เช่น โทรศัพท์ เสื้อผ้าราคาแพง สิ่งที่เด็กอยากมีอยากได้ กรณีที่เป็นแฟนกัน ตกเย็นผู้หญิงจะไปขายบริการ  ให้ผู้ชายไปส่งและรออยู่หน้าห้อง

หา"เด็ก"ให้"นาย"ฝังรากลึกเอาผิดยาก

    ดร.อภัสรินทร์  ขณะรัตน์”  นักวิชาการอิสระด้านเด็กเยาวชนและครอบครัว กล่าวว่า   ในฐานะคนทำงานในพื้นที่ ตอนนี้มีแม่เล้าวัยเยาว์ มากขึ้น เพราะการติดต่อทางเทคโนโลยี แต่ที่น่าตกใจ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเด็กผู้หญิงที่มีปัญหาเรื่องเงินเท่านั้น แต่เด็กที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะก็เข้าสู่อาชีพนี้ด้วย โดยส่วนหนึ่งเกิดจากครอบครัวเปราะบาง  ครอบครัวแตกแยก ต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน และเป็นการแสดงความรักให้แก่แฟนตนเอง   แต่หลายๆ ครั้ง พบว่า เด็กเข้าสู่วงจรดังกล่าวโดยที่พ่อแม่ไม่รู้

    “จริงๆ เรื่องพวกนี้ใกล้ตัวมาก แต่เรามองไม่เห็นมัน และมองว่าไม่เป็นไร ทั้งที่ คุณแน่ใจได้ยังไงว่าไม่เกิดขึ้นกับลูกของคุณ และคุณจะรู้ได้ไงว่าลูกคุณปลอดภัย เพราะการค้าประเวณีมีการเชื่อมโยงยาเสพติด เด็กอาจติดยาเสพติดแล้วต้องทำตาม จะปล่อยให้วัฒนธรรมแบบนี้เกิดขึ้นจริงหรือ ปล่อยให้น้อง ให้พี่ ให้คนในครอบครัวคุณเสี่ยงจริงหรือ?”

 ๐ชุลีพร อร่ามเนตร๐

 qualitylife4444@gmail.com

เอแบคแชมป์ลอรีอัล 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274569

เอแบคแชมป์ลอรีอัล  2017

ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2017, เอแบค, แชมป์, ลอรีอัล,  2017, เอแบคแชมป์ลอรีอัล, ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2017, The Ultimate Refreshing Bullet, ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม2017, ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม, Pitching, ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2017, Trinity Men Series, three in one styling, Ready Set Go, The Accelerator

นักศึกษาทีมเอแบค คว้ารางวัลชนะเลิศ “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2017” ลุ้นเป็นหนึ่งในตัวแทนเอเชีย-แปซิฟิก ชิงแชมป์ระดับโลกที่ปารีส

      ทีม Chemerical จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ คว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขัน “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2017” ครั้งที่ 14 ในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และกลยุทธ์แผนการตลาดดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในคอนเซ็ปต์ “The Ultimate Refreshing Bullet” สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพลิกโฉมการดูแลตนเองของผู้ชายสำหรับแบรนด์ L’Oréal Men Expert

โดยทีม Chemerical จะต้องแข่งขันลุ้นเป็นหนึ่งในตัวแทนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค เข้าร่วมการแข่งขัน “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม2017” ระดับโลก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนมิถุนายน 2560 กับทีมจากอีก 58 ประเทศทั่วโลก เพื่อลุ้นรางวัลชนะเลิศเช็คเงินสดมูลค่า 1 หมื่นยูโร (ประมาณ 370,000 บาท)

      นางมนัสฤดี สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้การแข่งขันของเราเน้นไปที่การวางแผนเพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียล ด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ที่สร้างสรรค์ และยังให้ความสำคัญกับการทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีล่าสุด

โดยผู้เข้าแข่งขันต้องพัฒนาแผนการตลาดและวางกลยุทธ์ด้านการสื่อสาร เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลที่มีวิถีการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ มากกว่า 25 ปีที่โครงการ “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม” ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษานำความรู้ในห้องเรียนมาประยุกต์ใช้ในการทำงานแบบมืออาชีพให้กับแบรนด์ระดับโลกต่างๆ ของลอรีอัล
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทักษะความสามารถกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จด้วยแนวความคิดที่แตกต่าง”

โครงการ ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2017 ในปีนี้ ได้เปลี่ยนคอนเซ็ปท์การนำเสนองานให้เป็นในรูปแบบการ “ขายไอเดีย” หรือ “Pitching” ตามแบบอย่างธุรกิจสตาร์ทอัพ เพราะลอรีอัลเล็งเห็นถึงความสำคัญในการทำให้โครงการนี้ก้าวทันกับแสธุรกิจโลกอยู่เสมอ

โดยปีนี้มีทีมนักศึกษา 5 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ได้แก่  ทีม CU-Charisma และ Racing pigs จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีมThe pH 5.5 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทีม Chemerical และ ทีม Bravjofanจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ที่ได้นำเสนองานในรูปแบบการขายไอเดียต่อคณะกรรมการ ที่ทำหน้าที่เสมือนนักลงทุนในนวัตกรรมไอเดียนั้นๆ

โดยผลการตัดสินการแข่งขันโครงการ “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2017”

ครั้งที่ 14ในระดับประเทศ คือ

1.      รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Chemerical จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กับผลงานนำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Ultimate Refreshing Bullet”รับรางวัลเงินสดจำนวน 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และเป็นตัวแทนประเทศไทยแข่งขันต่อในรอบภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค เพื่อชิงการเข้าแข่งขันต่อใน “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2017” ระดับโลก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนมิถุนายนนี้

2.      รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ ทีม pH 5.5 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กับผลงานนำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ “Trinity Men Series”รับรางวัลเงินสดจำนวน 75,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

3.      รางวัล CSR Award ได้แก่ ทีม Bravjofan จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญกับผลงานนำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ “three in one styling”รับรางวัลเงินสดจำนวน 20,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

4.      รางวัลชมเชย ได้แก่ ทีม CU-Charisma และ Racing              Pigs จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับผลงานนำเสนอภายใต้คอนเซ็ปต์ “Ready Set Go” และ “The Accelerator” ตามลำดับ รับของรางวัลที่ระลึกจากผลิตภัณฑ์ L’Oréal Men Expert

สำหรับทีมชนะเลิศ นักศึกษามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จากทีม Chemerical        ประกอบด้วยนางสาววีรินทร์ วรกิตติโสภณ นางสาวแบลล์ ลิง และ นางสาวเจอร์นี่ ลิง นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เผยว่า “รู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่ชนะการแข่งขัน “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2017” ในครั้งนี้ การแข่งขันนี้ได้เปิดโอกาสให้พวกเราได้ใช้ความคิดทางด้านนวัตกรรมออกมาได้อย่างอิสระ พวกเราได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ

พร้อมกับกลยุทธ์แผนการตลาดดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งทำให้เราได้ประสบการณ์และมีความทรงจำที่ดี จากการค้นคว้าข้อมูล วางแผน ระดมความคิดเพื่อหาแผนกลยุทธ์ที่ดีที่สุดมาพัฒนาเป็นแผนการตลาดดิจิทัล โจทย์ในปีนี้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เพื่อผู้ชาย L’Oreal Men Expert แต่พวกเราเป็นผู้หญิงทั้งหมด จึงต้องใช้เวลาในการทำวิจัยมากเป็นพิเศษ ทั้งในการรวบรวมข้อมูลและเก็บข้อมูลผ่านกลุ่มเป้าหมาย และพัฒนามาเป็นแผนการตลาดคอนเซ็ปต์ “The Ultimate Refreshing Bullet” ประยุกต์นวัตกรรมสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด 3 in 1

สำหรับผู้ชายที่มีลักษณะเป็นเมล็ดกลมเหมือน Bullet ที่จะเข้ามาทำให้ผู้ชายสามารถพกพาได้สะดวกยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นแล้วเรายังพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน และนำเทคโนโลยีใหม่อย่าง iBeacon และเกมส์มารวมเข้าด้วยกัน ออกมาเป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถบอกตำแหน่งและส่งข้อมูลให้กับผู้บริโภคที่เดินผ่านจุดจำหน่ายของลอรีอัลอัตโนมัติ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคปัจจุบันที่นิยมใช้สมาร์ทโฟน

สำหรับคนที่ชอบความท้าทายและต้องการพัฒนาทักษะในด้านการวางกลยุทธ์การตลาด โครงการ ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ไม่ควรพลาด ถือเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ที่เราจะได้นำบทเรียนนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นการทำงานแบบมืออาชีพ”

“ทั้งนี้นักศึกษาที่ผ่านโครงการ “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม” ยังจะได้รับโอกาสในการพิจารณาเข้าทำงานกับ ลอรีอัล ประเทศไทย เป็นกรณีพิเศษในโครงการผู้จัดการฝึกหัด (Management Trainee Program) ซึ่งปกติแล้วจะต้องมีวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาโทขึ้นไป และมีโอกาสเติบโตในสายงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีแบรนด์สตอร์มเมอร์หลายท่านได้รับโอกาสนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ” นางมนัสฤดีกล่าวเสริม

ก้าวต่อไปของทีม Chemerical คือ การแข่งขันกับอีก 14 ประเทศจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เพื่อลุ้นเป็น 1 ใน 10 ทีมตัวแทนภูมิภาค เพื่อเข้าร่วมแข่งขัน “ลอรีอัล แบรนด์สตอร์ม 2017” ในระดับโลก ที่ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนมิถุนายนนี้ และได้โอกาสนำเสนอแผนการตลาดและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมให้กับประธานบริหาร ลอรีอัลกรุ๊ป และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดระดับโลก ร่วมกับทีมผู้ชนะจากอีก 58 ประเทศทั่วโลก เพื่อลุ้นรางวัลชนะเลิศเช็คเงินสดมูลค่า 1 หมื่นยูโร (ประมาณ 370,000 บาท)

ยล วิถีผู้คน “นางเลิ้ง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274573

ยล วิถีผู้คน “นางเลิ้ง”

ยล วิถีผู้คน นางเลิ้ง, วิถี, ผู้คน, นางเลิ้ง, วิถีผู้คน, SOOK Travel, สุวรรณ แววพลอยงาม, พี่แดง, วัดสุนทรธรรมทาน, พระราชธรรมวิจารณ์ หลวงปู่ธูป, มิตร ชัยบัญชา, ละครชาตรี, กัญญา ทิพโยสถ, อาจารย์แมว, บ้านศิลปะ

คนรุ่นใหม่ได้นำไปผสานใช้กับวิถีปัจจุบัน ทำให้ “นางเลิ้ง” ยังคงเป็น “นางเลิ้ง” ได้ถึงทุกวันนี้ แบบไม่ตกยุคสมัย

 

นางเลิ้ง” หรือ “อีเลิ้ง” ถ้าเป็นคนก็คงเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็น “ยุครุ่งเรืองสูงสุด” หรือ “ยุคที่แย่จนยากจะผ่านมาได้” เมื่อเวลาผ่านไปความเจริญได้พัดพาให้แสงไฟเริ่มริบหรี่

       หากแต่ยังพอมีถ่านครุกรุ่นของทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่หวงแหนวิถีชีวิตและมรดกทางวัฒนธรรม พวกเขาจึงสืบทอดสิ่งเหล่านั้นจากผู้เฒ่า ให้คนรุ่นใหม่ได้นำไปผสานใช้กับวิถีปัจจุบัน ทำให้ “นางเลิ้ง” ยังคงเป็น “นางเลิ้ง” ได้ถึงทุกวันนี้ แบบไม่ตกยุคสมัย

ยล วิถีผู้คน “นางเลิ้ง”

       ย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน “ชุมชนนางเลิ้ง” คือ ศูนย์รวมความเจริญขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองสยามมีทั้งสนามม้า โรงหนัง สถานที่สังสรรค์ หน่วยงานราชการ และอารามใหญ่อย่างวัดสุนทรธรรมทาน(วัดแค นางเลิ้ง)ตลาดน้ำคึกคัก และยังเป็นที่ตั้งของตลาดบกแห่งแรกของไทย ศูนย์รวมอาหารไทยตำรับชาววัง และยังเป็นที่อยู่อาศัยของคณะละครชาตรีที่โด่งดังอย่างมากในอดีต

ยล วิถีผู้คน “นางเลิ้ง”

        แต่การสานต่อลมหายใจของคนรุ่นใหม่ที่เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ ก็คงหมดสิ้นลงในสักวันหากขาดการสนับสนุนจากคนภายนอก และนางเลิ้งก็อาจเป็นเพียงภาพในความทรงจำของคนกรุง

ยล วิถีผู้คน “นางเลิ้ง”

      “SOOK Travel”โดยศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัด “เยี่ยม เยือน ยล วิถีผู้คนชุมชนวัดสุนทรธรรมทาน”โหมโรงด้วยการชมละครชาตรี เดินชม ชิม ชอป แล้วมาทำขนมไทยดั้งเดิม 

        “สุวรรณ แววพลอยงาม”หรือ “พี่แดง” ผู้นำชุมชนนางเลิ้งเล่าว่า..แต่ก่อนย่านนี้เจริญมาก เพราะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขุด“คลองผดุงกรุงเกษม”เพื่อขยายอาณาเขตของราชธานีในปี พ.. 2394ที่นี่จึงเป็นแหล่งค้าขายทางน้ำที่คึกคัก นำพานานาความรุ่งเรือง บันเทิง และมนต์เสน่ห์ต่าง ๆ ทั้งด้านบวกเช่นอาหารเลิศรส ตลาดน้ำ ตลาดบก และด้านลบที่เริ่มซาไปบ้างแล้วอย่างแหล่งการพนัน และสถานเริงรมย์ยามค่ำคืน หลั่งไหลเข้ามา

ยล วิถีผู้คน “นางเลิ้ง”

       อย่างไรก็ตามคนที่นี่มี“วัดสุนทรธรรมทาน”และ“พระราชธรรมวิจารณ์(หลวงปู่ธูป)”เป็นศูนย์กลางของจิตใจให้กระทำการสิ่งที่ดี และมี“มิตร ชัยบัญชา”เป็นพระเอกตลอดกาลยอดดวงใจ ที่เกิดที่นี่ โตที่นี่ และเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาชุมชนแห่งนี้ให้ไปในทางที่ดีอีกด้วย..”

            “ละครชาตรี”การแสดงที่อยู่คู่กับชุมชนมานับร้อยปี โดยผู้สืบสานลมหายใจรุ่นสุดท้าย“กัญญา ทิพโยสถ”หรือ“อาจารย์แมว”อาจารย์เล่าว่า“ละครชาตรีเป็นละครที่นักแสดงโนราของภาคใต้ซึ่งติดตามทัพหลวงเข้ามาอยู่กรุง ค่อย ๆ ปรับรูปแบบการแสดงของตนให้เข้ากับรสนิยมของคนเมืองมากขึ้น

ยล วิถีผู้คน “นางเลิ้ง”

     จนได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในวังและในหมู่ราษฎรทั่วไป แต่ยุคหลังการแสดงละครชาตรีแทบไม่มีเหลือแล้ว จนก่อนหน้านี้ไม่กี่ปีชุมชนได้รื้อฟื้นให้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้ง เพราะอยากเผยแพร่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ และช่วยกันสืบสานต่อไป”

       โรงหนังศาลาเฉลิมธานี ฉายภาพยนตร์สร้างปรากฏการณ์ให้ชาวตลาดร้านรวงหันมาเสพมหรสพตามแบบนอกกันอย่างคึกคัก ตึกรามบ้านช่องรูปแบบโบราณช่วงเริ่มรับเอารูปแบบสถาปัตยกรรมจากตะวันตก และ“ตลาดนางเลิ้ง”ที่ตั้งของร้านอาหารคาวหวานต้นตำรับสูตรชาววังมากมาย ซึ่งยังเปิดค้าขายอย่างรุ่งเรืองจนถึงปัจจุบัน

ยล วิถีผู้คน “นางเลิ้ง”

     เรือนทำ“ขนมเรไร”เพราะขนมชนิดนี้หารับประทานได้ยากเต็มทีในยุคนี้ กดแป้ง นึ่งในลังถึง โรยงาปะหน้า กันให้เต็มที่ ณ“บ้านนางเลิ้ง”หรือ“บ้านศิลปะ”ซึ่งพี่แดงสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและศิลปะให้กับเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาและสภาพแวดล้อมที่ดี มีปัญหาครอบครัว ความรุนแรง และยาเสพติดในชุมชน อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาสัมผัสวิถีนางเลิ้งอีกด้วย     

ยล วิถีผู้คน “นางเลิ้ง”

     “กิจกรรมการเยี่ยม เยือน ยล ครั้งนี้ทั้งสนุก ได้ออกกำลังกาย ได้ความรู้ และยังได้แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขยิ่งขึ้นไปอีกด้วย”  ติดตามกิจกรรมของชุมชนนางเลิ้งได้ที่Facebook: BaanNanglerngและติดตามกิจกรรมของSOOK Travelได้ที่Facebook: Sookcenter

ตั้งคกก.จัดสวัสดิการแก้หนี้-พัฒนาชีวิตครู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274541

ตั้งคกก.จัดสวัสดิการแก้หนี้-พัฒนาชีวิตครู

สกสค, คณะกรรมการ, แก้หนี้สินครู, พัฒนาคุณภาพชีวิต, ตั้, จัด, สวัสดิการ, แก้, หนี้, พัฒนา, ชีวิต, ครู, พิษณุ

“พิษณุ” ลงนามในระเบียบ สกสค. ตั้งคณะกรรมการจัดสวัสดิการ แก้ปัญหาหนี้สิน และพัฒนาคุณภาพชีวิตครู มีเลขาธิการ สกสค.เป็นประธาน

            เมื่อวันที่ 1 พ.ค.60 – นายพิษณุ  ตุลสุข รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะปฏบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ได้ลงนามในระเบียบ สกสค. ว่าด้วยการจัดสวัสดิการเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาและผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการศึกษา-การฌาปณกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) สมาชิกการฌาปณกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) พ.ศ. 2560

สำหรับรายละเอียดในระเบียบ สกสค.ฉบับดังกล่าว เบื้องต้นกำหนดให้มี คณะกรรมการจัดสวัสดิการ และคณะกรรมการจัดสวัสดิการจังหวัดขึ้น  เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา และผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา ซึ่งเป็นสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส.  โดยการจัดสวัสดิการตามระเบียบนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ สมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. โดยมีเลขาธิการ สกสค. เป็นประธาน  รองเลขาธิการที่รับผิดชอบหรือได้รับมอบหมาย เป็นรองประธาน ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ด้านการเงินและบัญชีและด้านอื่น ๆ  ผู้อำนวยการสำนักงานสกสค.จังหวัด 3 คน เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักกิจการกองทุนช.พ.ค.-ช.พ.ส. เป็นกรรมการและเลขานุการ

“คณะกรรมการจัดสวัสดิการ  มีอำนาจหน้าที่หลักคือ จัดสวัสดิการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ นโยบายของ สกสค. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ แนวปฏิบัติ ประกาศหรือคู่มือสำหรับการดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการตามระเบียบนี้   ให้ความเห็นชอบ อนุมัติหรืออนุญาตให้ดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการตามระเบียบนี้  พิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายและค่าตอบแทนอื่นใดที่เกี่ยวกับการดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการตามระเบียบนี้  ดำเนินการติดตามหนี้ และจัดการหนี้ค้างชำระที่เกิดจากการจัดสวัสดิการตามระเบียบนี้ เป็นต้น ทั้งนี้ ให้สำนักงานสกสค.ดำเนินการให้ได้มาซึ่งคณะกรรมการจัดสวัสดิการ ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้”ดร.พิษณุ กล่าว

ดร.พิษณุ กล่าวต่อไปว่า  ที่มาของเงินในการจัดสวัสดิการ ประกอบด้วย 1.เงินลงทุนจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ช.พ.ค. 2.เงินลงทุนจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ช.พ.ส.  3. เงินสนับสนุนหรืองเงินบริจาคที่มีผู้อุทิศให้ 4. ดอกผลหรือรายได้จากทรัพย์สินของการจัดสวัสดิการตามระเบียบนี้ และเงินรายได้อื่น  ทั้งนี้ การออกระเบียบ สกสค.ดังกล่าว เป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูที่ครบวงจน ซึ่งผู้บังคับบัญชา ต้นสังกัด และครอบครัวผู้กู้ จะต้องมาร่วมรับรู้ โดยจะเปิดโอกาสให้ครูที่มีหนี้สินจากแหล่งต่างๆ มากู้เงินจาก สกสค.และสถาบันการเงินที่เข้าร่วม เพื่อนำไปใช้หนี้จากแหล่งอื่น เป็นการรวมหนี้ไว้ที่แหล่งกู้เดียว ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีปัญหาหนี้วิกฤต ถูกฟ้องร้อง หรือกำลังจะถูกฟ้องร้อง ได้เข้ารับการพิจารณาก่อน จากนั้นจะพิจารณาผู้กู้ในกลุ่มวิกฤตรองลงมาตามลำดับ

“ภูชิต”ยิ้มร่า! มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียน”สถาปัตย์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274535

“ภูชิต”ยิ้มร่า! มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียน”สถาปัตย์”

ขอบคุณ, จ่ายค่าเทอมได้, มทรธัญบุรี, ภูชิต แสงเพ็ง, ขอบคุณ ผู้ใจบุญบริจาคทุนการศึกษา, ตี้, เพลท, รอเพลท, ภูชิต, ยิ้ม, ร่า, มีเงิน, จ่าย, ค่า, เทอม, เรียน, สถาปัตย์, ภูชิตยิ้มร่า, ภูชิต   แสงเพ็ง,  ขอบคุณ

“ภูชิต แสงเพ็ง” นศ.มทร.ธัญบุรีป้ายแดง ยิ้มร่า! มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียน”สถาปัตย์”มทร.ธัญบุรี แล้ว!! ” ขอบคุณ” ผู้ใจบุญบริจาคทุนการศึกษา สัญญาจะเป็นเด็กดี

         คืบหน้าหลังจาก เวบไซด์คมชัดลึก ได้นำเสนอกรณีเด็กเก่ง!! สู้ชีวิต“ภูชิต แสงเพ็ง”ได้โพสต์เฟสบุุ๊ก Poohchit Saengpeng ว่าเรียนจบม.6 ร.ร.ชื่อดังเขตสพม.2แต่ไม่ได้รับใบ“ปพ.”วุฒิม.6 เพราะค้างค่าเทอม 13,000 บาท อีกทั้งหวั่นสอบติดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี(มทร.ธัญบุรี)แล้วจะอดเรียน เพราะไม่มีเอกสารสำเร็จการศึกษาชั้นม.6 มายื่นในวันรายงานตัว แถมไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม 17,000 นั้น (อ่านต่อ…เด็กเก่ง!!“ภูชิต”สอบติดถาปัตย์ หวั่น!อดเรียน) และ(อ่านต่อ…เฮ!!เด็กเก่ง“ภูชิต”ลูกแม่รำเพย มีเงินเรียนแล้ว!!)

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 1  พ.ค.2560  13.30 น. ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี(มทร.ธัญบุรี)นายภูชิต แสงเพ็ง นักศึกษาที่สอบติดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  มทร.ธัญบุรี  ได้เดินทางจ่ายค่าเทอม หลังจากได้รายงานตัวพร้อมลงทะเบียนเป็นนักศึกษาพร้อมตรวจสุขภาพเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2560

"ภูชิต"ยิ้มร่า! มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียน"สถาปัตย์"

           นายภูชิต  เปิดใจกับ”เวบไซด์คมชัดลึก”ว่า ขอขอบคุณผู้ใจบุญ ที่ได้บริจาคเงินเข้ามาในบัญชี จำนวนเงิน  20,000 บาท ซึ่งตนเองได้นำเงินดังกล่าว มาจ่ายค่าเทอมจำนวน 17,000 บาท และเหลือเงินจำนวน 3,000 บาท ตนเองจะนำที่เหลือเก็บไว้ในการซื้อเครื่องอุปกรณ์ทางการศึกษา

"ภูชิต"ยิ้มร่า! มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียน"สถาปัตย์"

          “ผมสัญญาว่าผมจะตั้งใจเรียน และจะเป็นเด็กดี ปัจจุบันผมทำงานพาร์ทไทม์ อยู่ที่สเวนเซ่นส์ ได้ชั่วโมงละ 44 บาท เพื่อเก็บเงินไว้ใช้ในการเรียน”นายภูชิต กล่าว

"ภูชิต"ยิ้มร่า! มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียน"สถาปัตย์"

          นายภูชิต  กล่าวอีกว่า  ทางกองพัฒนานักศึกษา มทร.ธัญบุรี แจ้งว่าหากตนลงทะเบียนเป็น นศ. มทร.ธัญบุรี เรียบร้อยแล้ว หากมีความประสงค์ จะทำงานพาร์ทไทม์ ให้แจ้งความประสงค์ เมื่อลงทะเบียนนักศึกษา โดยจะได้รับค่าตอบแทนวันละ 300 บาท จนถึงเปิดเทอม และที่สำคัญเมื่อเปิดเทอมแล้ว หากต้องการทำงานหลังเลิกเรียน ก็มีตำแหน่งงานรองรับรวมถึงมหาวิทยาลัยยังมีทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร ซึ่งตนก็มีความสนใจที่จะทำงานพาร์ทไทม์เป็นอย่างยิ่ง

"ภูชิต"ยิ้มร่า! มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียน"สถาปัตย์"

             “ผมยังได้รับโอกาส และ ความเมตตาจากอาจารย์ และพี่ ๆ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี ด้วย เพราะทราบข่าวมาว่า มีพี่ ๆ หลายคนให้ความช่วยเหลือในการระดมอุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ ให้ผมด้วย”นายภูชิต  กล่าว

           นายภูชิต กล่างอีกว่า อาจารย์ ณัฏฐพงศ จันทรวัฒนา อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาตร์ มทร.ธัญบุรี ได้แนะนำให้ตนเองไปสมัครทำงานพาร์ทไทม์ ที่บริษัท Gateway Architects co.,ltd โดยเป็นงานการเขียนแบบ ที่ตรงกับสายสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ตนเองเรียน เป็นการฝึกประสบการณ์ในการทำงานและนำมาใช้ในการเรียนได้ด้วย ซึ่งตนเองได้ไปทำเรื่องสมัครที่บริษัทดังกล่าวเอาไว้เรียบร้อยแล้ว รอเรียกตัวเข้าทำงาน

"ภูชิต"ยิ้มร่า! มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียน"สถาปัตย์"

            “การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นพื้นฐานเพื่อการประกอบอาชีพในอนาคต ผมจะใช้โอกาสนี้ทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด”ภูชิต กล่าวทิ้งท้าย

“สุเทพ”เดินสายคุยเด็กอาชีวะหน้าเสาธงรับเปิดเทอม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274521

“สุเทพ”เดินสายคุยเด็กอาชีวะหน้าเสาธงรับเปิดเทอม

มาตรการ, วิวาท, สอศ, สุเทพ, เดินสาย, คุย, เด็ก, อาชีวะ, หน้า, เสาธง, รับ, เปิดเทอม

“สุเทพ” นัด 41 วิทยาลัยกลุ่มเสี่ยงประชุมซักซ้อม กำชับมาตรการป้องกันการทะเลาะวิวาท เปิดเทอมเตรียมเดินสายไปวิทยาลัยเสี่ยงพูดคุยกับเด็กหน้าเสาธงประเดิมสมุทรปราการ

            ใกล้เวลาเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2560 มาทุกที ซึ่งในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่นั้น มักจะเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา เมื่อวันที่ 1 พ.ค.60 – ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.)เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมและมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาที่มีความเสี่ยงทั้งรัฐและเอกชน 41 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเตรียมมาตรการป้องกันการก่อเหตุทะเลาะวิวาท

ทั้งนี้ ได้กำชับและมอบนโยบายแก่ทุกวิทยาลัยจะต้องมีมาตรการเป็นของตนเอง และต้องปรับภาพลักษณ์ของเด็กอาชีวะ  โดยสถานศึกษาจะต้องจัดการเรียนการสอนและจัดกิจกรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครองและสังคมว่า เด็กอาชีวะเป็นเด็กดี มีวินัย มีความมุ่งมั่น สามารถตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศได้ พร้อมกันนี้ขอให้ประสานความร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) สมาคมศิษย์เก่า รวมถึงครูและผู้ปกครองในการป้องกันเหตุด้วย  และทราบว่าขณะนี้สถานศึกษาแต่ละแห่งได้วางมาตรการป้องกันการก่อเหตุอย่างเข้มงวดได้ดีมาก ซึ่งขอชื่นชม

ดร.สุเทพ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ได้มีมาตรการทางการบริหารกำกับดูแลอีกขั้นหนึ่ง คือ หากเกิดเหตุทะเลาะวิวาทผู้บริหารวิทยาลัยนั้น ๆ จะต้องรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นผู้บริหารวิทยาลัยก็ต้องใช้มาตรการเด็ดขาดในเชิงรัฐศาสตร์ที่เหมาะสมทุกรูปแบบกับผู้เกี่ยวข้อง จะอ้างว่าเหตุเกิดนอกสถานศึกษาไม่ได้ เพราะฉะนั้นเชื่อว่าหากครู ผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือ ที่สำคัญผู้บริหารเอาจริงเอาจังเชื่อว่าปัญหาจะไม่มีปัญหาแน่นอน
“ผมตั้งใจว่าในช่วงเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2560 นี้ ผมไปประชุมร่วมกับนักเรียนนักศึกษาหน้าเสาธงที่วิทยาลัยกลุ่มเสี่ยงทุกแห่ง เพื่อไปมอบนโยบายและพบปะพูดคุย รวมถึงทำความเข้าใจกับนักเรียนนักศึกษา พร้อมทั้งมอบรางวัลให้แก่เด็กที่ทำความดีเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยเริ่มที่วิทยาลัยในจังหวัดสมุทรปราการก่อน”ดร.สุเทพ กล่าว

ยัน!! ตั้ง”วชช.ใหม่” เฉพาะพื้นที่ ขาด”มหาวิทยาลัย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274481

ยัน!! ตั้ง”วชช.ใหม่” เฉพาะพื้นที่ ขาด”มหาวิทยาลัย”

ตั้ง วช, ตี้, พี่, เพลท, ให้โอกาส, อนุปริญา, วชช, สิริกร มณีรินทร์, ยัน, ตั้งวช, ใหม่, เฉพาะ, พื้นที่, ขาด, มหาวิทยาลัย, ตั้งวชชใหม่, เฉพาะพื้นที่, ขาดมหาวิทยาลัย, วชชใหม่, สิริกร, เวบไซด์ คมชัดลึก

“สิริกร”ยันตั้ง วชช.ใหม่ เฉพาะพื้นที่ขาดมหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้คนได้เรียนต่ออุดมฯ ลั่น! เปิดสอนระดับอนุปริญญาเท่านั้่น ระบุ ภาคเหนือตอนล่าง-ใต้ตอนบน มีลุ้น!

          เมื่อวันที่ 1  พ.ค. 2560 ตามที่มีชาวบ้านในหลายพื้นที่เรียกร้องให้มีการจัดตั้งวิทยาลัยชุมชน (วชช.) ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้คนในชุมชน ได้เข้ามาศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้มากขึ้นนั้น ดร.สิริกร มณีรินทร์ นายกสภาสถาบันวิทยาลัยชุมชน (วชช.) เผยกับ”เวบไซด์ คมชัดลึก”ว่า เรื่องนี้คงต้องมีการศึกษาข้อมูล และวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง วชช.อย่างละเอียดรอบด้าน

          “หากเป็นความต้องการของชุมชน  ก็เป็นเรื่องที่นำมาหยิบยกพิจารณา ทั้งนี้ ที่ผ่านมาก็มีหลายพื้นที่แสดงความต้องการให้มีการจัดตั้ง วชช. และโดยหลักการที่สภาสถาบันวิทยาลัยชุมชนได้ยึดมาตลอดก็คือ ถ้าจะมีการจัดตั้ง วชช.ขึ้นมาใหม่ เราจะพิจารณาจัดตั้งเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นจังหวัด ซึ่งไม่มีสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ตั้งอยู่แล้ว เพราะจะได้เข้าไปเติมเต็มโอกาสให้คนในพื้นที่นั้นๆ ให้ได้เข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้มากขึ้น”ดร.สิริกร กล่าว

ดร.สิริกร  กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเท่าที่ดูข้อมูลยังมีหลายพื้นที่ หลายจังหวัดที่ยังไม่มีสถาบันอุดมศึกษาตั้งอยู่ คนในพื้นที่ต้องเดินทางไปเรียนต่อที่อื่น และมีแนวโน้มที่น่าจะสามารถจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนได้ เช่น ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน ซึ่งเรื่องนี้คงต้องมีการศึกษาและดูข้อมูลอย่างละเอียดพอสมควร

“สำหรับการจัดการเรียนการสอนของ วชช.นั้น สภาสถาบัน วชช.ยืนยันชัดเจนว่าเราจะจัดการเรียนการสอนในระดับอนุปริญญาเท่านั้น จะไม่มีการขยับไปสอนในระดับที่สูงกว่านี้อย่างเด็ดขาด แต่ก็ไม่ได้ปิดโอกาสผู้ที่เข้ามาเรียนกับ วชช. โดยในหลายๆ หลักสูตรเราได้ลงนามความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา เพื่อส่งต่อเด็กไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรี เช่น หลักสูตรปฐมวัย สามารถไปเรียนต่อในระดับปริญญาตรีกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชได้เลย เป็นต้น

จี้ย้ายผู้ว่า-ตำรวจจากพื้นที่แก้ค้าประเวณีเด็ก(มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274478

จี้ย้ายผู้ว่า-ตำรวจจากพื้นที่แก้ค้าประเวณีเด็ก(มีคลิป)

เครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านเด็กและสตรีเปิดแถลงข่าวยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อต่อรัฐบาลเพื่อให้การดำเนินการหาผู้ที่เป็นธุระจัดหาและซื่้อบริการ”เด็ก”ที่ค้าประเวณี

          เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2560 ผลสรุปเสวนาเสวนา“เด็กกับวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ :สังคมไทยรับได้จริงหรือ?”เพื่อรณรงค์ให้ความรู้แก่สังคม รวมทั้งนำไปสู่ความเป็นธรรมในประเด็นการคุ้มครองสิทธิเด็ก หลังจากเกิดเหตุการณ์“การจัดหาเด็กมาเพื่อบริการทางเพศสำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของผู้ว่าราชการแม่ฮ่องสอน”นางทิชา ณ นคร  ผอ.ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก พร้อมเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านเด็กและสตรีเปิดแถลงข่าวยื่นข้อเรียกร้อง 4 ข้อต่อรัฐบาลเพื่อให้การดำเนินการหาผู้ที่เป็นธุระจัดการและผู้ที่ซื่้อบริการที่เป็นข้าราชกาารชั้นผู้ใหญ่ได้รับการดำเนินการตามกฏหมาย

โดยข้อเรียกร้องข้อที่ 1 .ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เร่งรัดดำเนินการทางกฏหมายอาญากับผู้ที่เป็นธุระจัดหาในขบวนการค้าประเวณีเด็ก และผู้ใช้บริการอย่างถึงที่สุด แม้ว่าผลสอบสวนจากหน่วยงานต้นสังกัดจะระบุว่้าไม่เกี่ยวข้อง แต่องค์กรที่ทำงานด้านเด็กและสตรีไม่อาจจะยอมรับผลการสอบสวนนั้นๆได้

จี้ย้ายผู้ว่า-ตำรวจจากพื้นที่แก้ค้าประเวณีเด็ก(มีคลิป)

2.ในระหว่างการที่ดำเนินการทางคดีอาญา เสนอให้มีตัวแทนขององค์กรที่ทำงานด้านเด็กและสตรี เข้าไปมีส่วนร่วมในการสอบสวนข้อเท็จจริงที่สามารถดำเนินการควบคู่กันได้  3. ในระหว่างที่ดำเนินการสอบสวนให้ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดและตำรวจที่ถูกกล่าวหาออกจากพื้นที่ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจ และอิทธิพลขัดขวางขบวนการสอบสวนทางอาญา

จี้ย้ายผู้ว่า-ตำรวจจากพื้นที่แก้ค้าประเวณีเด็ก(มีคลิป)

และ 4. ให้กระทรวงยุติธรรม มีขบวนการคุ้มครองพยานทั้งเด็ก ครอบครัว และพยานคนอื่นๆให้มีีความปลอดภัยในการดำรงอยู่ เพราะข้อมูลที่พยานนำมาเปิดเผย เป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ของรัฐบาลและหวังว่้ารัฐบาลจะได้ยินข้อเสนอเรียกร้องทั้งหมดนี้