วันขอบคุณนักกิจกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274207

วันขอบคุณนักกิจกรรม

วันขอบคุณนักกิจกรรมนักศึกษา, วัน, ขอบคุณ, นัก, กิจกรรม, วันขอบคุณนักกิจกรรม, ทุนนักกิจกรรมโควตาศิลปวัฒนธรรมโควตานักกีฬา

ม.มหาสารคาม จัดโครงการวันขอบคุณนักกิจกรรม ปีการศึกษา 2559

       กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดงานโครงการวันขอบคุณนักกิจกรรม ปีการศึกษา 2559 โดยมีอาจารย์ ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่นิสิต

นายสุนทร เดชชัย ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคามกล่าวว่า วันขอบคุณนักกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่กองกิจการนิสิตร่วมกับ องค์การนิสิตได้จัดขึ้นในช่วงปลายภาคเรียนที่ 2 ของทุกปี เพื่อแสดงความขอบคุณต่อผู้นำนิสิตและนิสิต ตลอดจนอาจารย์ บุคลากร มหาวิทยาลัย ที่เสียสละตนบำเพ็ญประโยชน์ทั้งเพื่อมหาวิทยาลัยและสังคม ทั้งยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการในการดำเนินกิจกรรม ปัญหา และอุปสรรค ตลอดปีการศึกษาที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “เพราะคุณเหนื่อยมาทั้งปี วันนี้เราอยากขอบคุณ”

วันขอบคุณนักกิจกรรม

กิจกรรมในครั้งนี้ ผู้บริหารได้ มอบโล่นิสิตรางวัลพระราชทานระดับอุดมศึกษา ระดับสถาบัน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปีการศึกษา 2559 มอบทุนการศึกษา “ทุนนักกิจกรรม/โควตาศิลปวัฒนธรรม/โควตานักกีฬา” มอบเกียรติบัตรแก่สโมสรนิสิตคณะ/วิทยาลัย ที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารองค์กรนิสิต ปีการศึกษา 2560เกินกว่าร้อยละ 50 ของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

นอกจากนี้ มีการแสดงของบุคลากรจากกองกิจการนิสิต การแสดงดนตรีจากชมรมนาฏศิลป์และดนตรีพื้นเมือง มีการจับฉลากมอบของขวัญ และรับประทานอาหารร่วมกัน โดยมีผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากรและนิสิตเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้กว่า 300 คน ณ อาคารพัฒนานิสิต กองกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

วันขอบคุณนักกิจกรรม วันขอบคุณนักกิจกรรม


โชว์รางวัลนำเสนอผลงานวิจัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274213

โชว์รางวัลนำเสนอผลงานวิจัย

ราชภัฏโคราช, โชว์, รางวัล, นำเสนอ, ผลงานวิจัย

การจัดการอุตสาหกรรม ราชภัฏโคราชคว้ารางวัลนำเสนอผลงานวิจัย การประชุมวิชาการระดับชาติ

         หลักสูตรการจัดการอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นำโดย อาจารย์กนกพร บุญจูบุตร อาจารย์ประจำหลักสูตร และนักศึกษา จำนวน 7 คน เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ วิจัยเชิงสหวิทยาการและนวัตกรรมเพื่อสร้างสรรค์สังคม และชุมชนอย่างยั่งยืน ณ อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ นักศึกษาได้นำเสนอผลงานวิจัย ภาคบรรยาย (Oral Presentation) จำนวน 2 เรื่อง ประกอบด้วย เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานห้องยาโรงพยาบาลชุมชน และเรื่อง การออกแบบสร้างเครื่องอัดถุงบรรจุปูนเพื่อลดของเสียในกระบวนการผลิต ซึ่งผลปรากฏว่า การนำเสนอผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้รับรางวัลระดับดี เรื่อง การออกแบบและสร้างเครื่องอัดถุงบรรจุปูนเพื่อลดของเสียในกระบวนการผลิต ได้รับเกียรติบัตร

การประชุมวิชาการครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีเผยแพร่ผลงานวิจัยในระดับชาติด้านสังคมศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของคณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษาและผู้สนใจ ได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ด้านการพัฒนางานวิจัยในสาขาต่างๆ อันเป็นแนวทางในการวิจัย เพื่อพัฒนาประเทศสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระหว่างคณาจารย์ นักวิจัย ทั้งหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย และหน่วยงานภายนอก

อย่าปล่อยผู้สูงอายุอยู่เฉยๆเสี่ยงโรคสมองเสื่อม!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274298

อย่าปล่อยผู้สูงอายุอยู่เฉยๆเสี่ยงโรคสมองเสื่อม!!

โปรแกรมสร้างสุข, สมองฝ่อ, กิจกรรมกระตุ้นสมอง, สมองเสื่อม, อย่า, ปล่อย, ผู้สูงอายุ, อยู่, เฉยๆ, เสี่ยง, โรคสมอง, เสื่อม

ผู้สูงอายุไทยป่วยสมองเสื่อม 8 แสนคน ชี้ลูกหลานหวังดีให้อยู่เฉยๆ ทำร้ายทางอ้อม กระตุ้นให้เกิดเร็วเพราะสมองฝ่อขาดการใช้งาน กรมสุขภาพจิตเร่งพัฒนาเครื่องมือคัดกรอง

       จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติล่าสุดในปี 2557 พบว่า ไทยมีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 10 ล้านกว่าคน คิดเป็นร้อยละ 14.9 ของประชากรทั้งประเทศ ส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับครอบครั ว โดยน.อ.ต.นพ.บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงวัย ผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กรมสุขภาพจิตมีนโยบายดูแลผู้สูงอายุ โดยเน้นการเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพจิต ทั้งกลุ่มที่ยังมีสุขภาพดี ไปไหนมาไหนได้ และกลุ่มผู้สูงอายุที่มีปัญหาเจ็บป่วย ช่วยเหลือตนเองได้น้อยหรือไม่ได้ อยู่ติดบ้าน ติดเตียง เน้นการดูแลและเฝ้าระวังปัญหาภาวะซึมเศร้าอย่างมีประสิทธิภาพผ่านเครือข่ายสุขภาพระดับตำบลได้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อสม. เครือข่ายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ผู้ดูแลผู้สูงอายุ

สำหรับปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุไทยที่น่าห่วงขณะนี้ คือ โรคสมองเสื่อม ทำให้เกิดอาการหลงลืม การช่วยเหลือตัวเองลดลง ผลสำรวจโดยการตรวจร่างกายของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขล่าสุดครั้งที่ 5 ในพ.ศ. 2557  พบผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นโรคนี้ร้อยละ 8  หรือประมาณ 800,000 กว่าคนทั่วประเทศ ยิ่งอายุมากยิ่งพบสูงขึ้น ซึ่งโรคนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต้องพึ่งพิงการดูแลจากครอบครัวและสังคม กำลังเป็นปัญหาใหญ่ทั้งระดับประเทศและระดับโลก
“ สาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุไทยเป็นโรคสมองเสื่อมมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากโรคทางกายเช่นเส้นเลือดในสมองตีบแตกหรืออุดตัน ส่วนหนึ่งเกิดต่อเนื่องจากการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า และจากการที่สมองของผู้สูงอายุขาดการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เซลล์สมองส่วนที่เคยใช้งานประจำเกิดการลีบและฝ่อตัว เป็นภัยเงียบและสังคมไทยยังขาดความรู้ ความเข้าใจคิดว่าปัญหาสมองเสื่อมของผู้สูงอายุ เป็นความเสื่อมธรรมดาที่เกิดขึ้นตามวัย และที่น่าห่วงคือ ค่านิยมลูกหลานไทยที่ปลูกฝังสืบทอดกันมา ส่วนใหญ่มักจะไม่ให้ผู้สูงอายุทำงาน เพราะเห็นว่าอายุมาก กลัวจะเหนื่อย เป็นความปรารถนาดีแต่ทำร้ายผู้สูงอายุทางอ้อม เป็นตัวเร่งให้ผู้สูงอายุเกิดโรคสมองเสื่อมได้เร็วขึ้น เพราะสมองส่วนที่เคยใช้งานประจำไม่ได้รับการกระตุ้น”อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อไปว่า โรคสมองเสื่อม สามารถชะลอการเกิดให้ช้าลงได้ แนะนำให้ลูกหลานกระตุ้นให้ผู้สูงอายุทำกิจกรรมที่ใช้สมอง ใช้ความคิดความจำบ่อยๆเช่นเดียวกับการออกกำลังกายฝึกการใช้กล้ามเนื้อ เช่น ออกกำลังกายตามความเหมาะสม เล่นไพ่ฝึกนับตัวเลข รำวง
ใช้นิ้วเท้าปั้นกระดาษให้เป็นลูกบอลกลมๆขณะนั่งดูทีวี เป็นต้น ควรส่งเสริมให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มวัยเดียวกันและให้ผู้สูงอายุทำงานตามศักยภาพที่มีอยู่ ทั้งนี้ ในปี 2560 นี้ กรมสุขภาพจิตเร่งพัฒนาระบบบริการเน้นหนัก 2 เรื่องใหญ่ ได้แก่ การพัฒนาโปรแกรมสร้างสุขผู้สูงอายุ 5 มิติ ได้แก่สุขสบาย สุขสนุก สุขสง่า สุขสว่างและสุขสงบป้องกันโรคซึมเศร้าและโรคสมองเสื่อม ขณะนี้ขยายใช้กับผู้สูงอายุทุกชุมชนแล้ว และมอบให้โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี วิจัยและพัฒนาเครื่องมือตรวจคัดกรองโรคสมองสื่อมที่มีปัญหามาจากด้านจิตใจและพฤติกรรมควบคู่กันเป็นต้นแบบของประเทศ เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ป่วยเข้าถึงบริการที่เร็วที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาผู้ป่วยเข้าถึงบริการร้อยละ 10-15 เท่านั้น ขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จสมบูรณ์  คาดว่าจะใช้ทั่วประเทศในปลายปีนี้
ด้าน นพ.จุมภฎ พรมสีดา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ กล่าวว่า อาการหลงลืม สามารถเกิดได้กับคนทั่วไปอยู่แล้ว แต่ในผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อม ญาติหรือคนในครอบครัวสามารถสังเกตุสัญญานอาการเบื้องต้นง่ายๆ โดยให้ดูที่การทำกิจวัตรประจำวันที่ผู้สูงอายุเคยทำได้ แต่ทำได้น้อยลงกว่าเดิมหรือทำผิดพลาด  เช่น ติดกระดุมเสื้อผิด ใส่เสื้อกลับด้าน หากพบขอให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านเพื่อจะได้รับการส่งต่อไปยังสถานบริการที่มีความเชี่ยวชาญต่อไป เพราะหากผู้สูงอายุที่เป็นโรคสมองเสื่อมนี้ไม่ได้รับการดูแล อาจมีโรคแทรกซ้อนหลายอย่างตามมา เช่น โรคติดเชื้อ โรคขาดสารอาหาร โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง  เป็นเหตุให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้

“แคมป์เยาวชนสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274211

“แคมป์เยาวชนสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”

แคมป์, เยาวชน, สาน, รัก, คนเก่ง, หัวใจ, แกร่ง, แคมป์เยาวชนสานรัก, คนเก่งหัวใจแกร่ง, ครอบครัว

เอไอเอส จัด “แคมป์เยาวชนสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง” ครั้งที่ 8 เสริมประสบการณ์นอกห้องเรียนให้แกร่ง เพื่อสร้างคนเก่งให้กับสังคมไทย

         “แคมป์เยาวชนสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง” ครั้งที่ 8  จัดโดยบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ผู้ก่อตั้งโครงการสานรักคนเก่งหัวใจแกร่ง เสริมประสบการณ์ นอกห้องเรียนให้แกร่ง เพื่อสร้างคนเก่งให้กับสังคมไทย ผ่านกิจกรรมต่างๆ พร้อมแนะการใช้ชีวิต ในโลกโซเชียล มีเดียและเส้นทางสู่ความสำเร็จที่ไม่ได้มาเพราะความบังเอิญ พร้อมเสริมประสบการณ์ใหม่ๆ ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อสร้างกำลังใจให้เข้มแข็ง พร้อมเดินตามความฝันและใช้ชีวิตในสังคมได้ อย่างมีความสุข โดยปีนี้ มีเยาวชนสานรักฯ ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 2 ถึงระดับมหาวิทยาลัยเข้าร่วมแคมป์ จำนวน 55 คน จากทั่วประเทศ

          อมรรัตน์ ชาญปรีชญา ผู้อำนวยการส่วนงานประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอสมีความเชื่อมั่นว่า “ครอบครัว” เป็นสถาบันแห่งแรกที่เป็นรากฐานของการสร้างคนให้เป็นคนดี และพัฒนาไปสู่สังคมที่ดี ดังนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เอไอเอส จึงจัดทำกิจกรรม เพื่อสนับสนุนสถาบันครอบครัวอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งส่งเสริมการสร้างความรัก ความอบอุ่น และความผูกพันให้เกิดขึ้นในครอบครัวทุกประเภท ไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวที่ขาดโอกาสทางสังคม

“แคมป์เยาวชนสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”

          โครงการ “สานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง” ซึ่งเป็นโครงการที่ เอไอเอส จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 17เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนที่ขาดโอกาส แต่ มีความประพฤติดี ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนโดยมอบทุนการศึกษาจนจบระดับปริญญาตรี เพื่อให้เยาวชน มีความรู้และสามารถทำงานดูแลครอบครัวได้ในอนาคต โดยปัจจุบันมีเยาวชนในโครงการฯ จำนวนกว่า 740 คน และจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีแล้ว 150 คน ซึ่งเยาวชนที่ได้รับทุนการศึกษาเหล่านี้ ต่างเติบโตเป็นบุคลากรที่ประสิทธิภาพ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวและตนเองให้มีอนาคตที่ดีขึ้น

          นอกจากนั้น  เอไอเอส ยังได้จัดกิจกรรมสนุกๆ ให้เยาวชนสานรักฯ ได้เรียนรู้ด้วยตัวเองตามสถานที่ต่างๆ ทั้งที่ ไดโนซอร์ แพลนเน็ต กรุงเทพฯ (Dinosaur Planet) ย้อนยุคสู่โลกดึกดำบรรพ์ ตะลุยโลกไดโนเสาร์ล้านปี ซี ไลฟ์ โอเชียน เวิลด์ กรุงเทพฯ (Sea Life Ocean World) ดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเล เรียนรู้สัตว์ทะเล นานาพันธุ์จากทั่วโลก และ สวนน้ำการ์ตูนเน็ทเวิร์ค อเมโซน พัทยา (Cartoon Network Amazone) ท่องโลกจินตนากับสวนน้ำที่จำลองบรรยากาศป่าดิบชื้นอเมซอนกับตัวการ์ตูนสุดฮิตอีกด้วย

“แคมป์เยาวชนสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”

         “เปิดประสบการณ์ของเด็กๆ ผ่านการทัศนศึกษาในโลกแห่งความเป็นจริงและเสริมสร้างการเรียนรู้ให้เท่าทันการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัล เพื่อเป็นเกราะป้องกันทางความคิด ให้เด็กๆ ได้ใช้ชีวิตในสังคมอย่างดี มีความสุขและมีแรงใจในการเดินตามและไขว่คว้าความฝันกันต่อไป”อมรรัตน์กล่าวสรุป

“แคมป์เยาวชนสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”“แคมป์เยาวชนสานรัก คนเก่งหัวใจแกร่ง”


ปั้นเยาวชนรุ่นใหม่สู่ตลาดความคิดสร้างสรรค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274150

ปั้นเยาวชนรุ่นใหม่สู่ตลาดความคิดสร้างสรรค์

เยาวชนรุ่นใหม่, ปั้น, เยาวชน, รุ่นใหม่, สู่, ตลาด, ความคิดสร้างสรรค์

อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ปั้นเยาวชนรุ่นใหม่สู่ตลาดความคิดสร้างสรรค์ เซ็นต์เอ็มโอยูกับ คณะนิเทศศาสตร์ และการออกแบบ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

       บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังกับ คณะนิเทศศาสตร์ และการออกแบบ มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ด้านการศึกษา ผ่านหลักสูตรเข้มข้น การเทรนนิ่ง การสัมมนา เวิร์คช็อป กิจรรมพิเศษ การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมไอเดีย ด้วยประสบการณ์ และความรู้ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อดึงศักยภาพ และความสามารถ ปั้นเยาวชนรุ่นใหม่สู่ตลาดความคิดสร้างสรรค์ ทั้งในประเทศไทย  และต่างประเทศ ส่งเสริมการศึกษาไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการตลาดเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน บริษัท ครีเอทีฟอีเว้นท์ อันดับ 7 ของโลก 3 ปีซ้อน (จัดอันดับโดยนิตยสารสเปเชี่ยล อีเว้นท์ แม็กกาซีน ประเทศสหรัฐอเมริกา) กล่าวว่า “อินเด็กซ์ฯ ได้ตระหนัก ให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านการศึกษาเป็นเวลามากกว่า 15 ปี อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่มุ่งสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างงาน และต่อยอดงานต่างๆ  ให้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ และการใช้ชีวิตประจำวัน ด้วยการถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ ในฐานะวิทยากรพิเศษ และอาจารย์ให้กับมหาวิทยาลัย ทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชน รวมถึงองค์กรต่างๆ

ปั้นเยาวชนรุ่นใหม่สู่ตลาดความคิดสร้างสรรค์

อีกทั้งยังได้ทำการเปิดบริษัทฯ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านความคิดสร้างสรรค์สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการสานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าว ล่าสุดผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านการศึกษาร่วมกัน เพื่อส่งเสริม และพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีความเชี่ยวชาญหลากหลาย เกิดเป็นคอมมูนิตี้ของสังคมที่แข็งแรง ในรูปแบบของหลักสูตรที่ได้ออกแบบ และดีไซน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด โดยแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในด้านวิชาการ ด้านงานวิจัย ด้านการเทรนนิ่ง ด้านสื่อมวลชน เพื่อพัฒนาสู่สาขาวิชาชีพที่หลากหลาย โดยนักศึกษาจะได้เรียนรู้ ทั้งภาคทฤษฎี และการฝึกภาคปฏิบัติจริง อาทิ การแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างนักศึกษา และคณาจารย์ เพื่อเรียนรู้งานกับอินเด็กซ์ฯ ในสาขาที่สนใจ ผ่านการถ่ายทอดจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นต้น พร้อมโอกาสร่วมสร้างสรรค์งานอีเว้นท์ งานสัมมนา กิจกรรมซีเอสอาร์  และเวิร์คช็อปจริง เพื่อเตรียมความพร้อม และเสริมความแกร่งในการประกอบอาชีพต่อไป”

ดร. แอนดรูว์ สกาวน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด กล่าวว่ามหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด  มุ่งเน้นในเรื่องของรูปแบบ และนวัตกรรมการเรียนการสอนแบบอินเตอร์แอคทีฟ ให้นักศึกษาสามารถนำความรู้มาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะ และมีคุณภาพสู่สังคม ทางมหาวิทยาลัยฯ จึงมีความยินดีที่ได้รับความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของประเทศที่มีความแข็งแกร่ง และความเชี่ยวชาญ ในเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ สร้างไอเดียในการทำงานต่างๆ รวมถึงการบริหารจัดการด้านการตลาดอย่างครบวงจร อย่างอินเด็กซ์ฯ เพื่อพัฒนาภาคการศึกษาไทยให้เติบโตในอีกหลายแง่มุมได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ชวนร่วม “เทศกาลวันเด็กญี่ปุ่น” 11-17 พ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274111

ชวนร่วม “เทศกาลวันเด็กญี่ปุ่น” 11-17 พ.ค.นี้

เทศกาลญี่ปุ่น, ชวน, ร่วม, เทศกาล, วัน, เด็ก, ญี่ปุ่น, 1117, นี้, ชวนร่วม, เทศกาลวันเด็กญี่ปุ่น, 11-17, พคนี้

เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ชวนร่วมเฉลิมฉลองวันเด็กญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในงาน The Mall Shopping Center Kodomo No Hi 2017 วันที่ 11-17 พ.ค.นี้

         “The Mall Shopping Center Kodomo No Hi 2017 (เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์  โคโดโมะ โน ฮิ 2017) เทศกาลวันเด็กญี่ปุ่น” งานเฉลิมฉลองวันเด็กญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 130 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ญี่ปุ่น โดยได้จำลองบรรยากาศเทศกาลวันเด็กญี่ปุ่น ให้ได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมแห่งแดนอาทิตย์อุทัยแบบฉบับต้นตำรับขนานแท้ โดยไฮไลท์ในปีนี้พบกับความน่ารักของมาสคอต บารี่ซัง(Bari-san) มาสคอตนกตัวกลมจากเมืองอิมะบาริ, มุจินามอน (Mujinamon) มาสคอตที่มีชื่อเสียงของเมืองฮันคิว, โอเด้งคุง(Odenkun) เป็นตัวละครหลักในเรื่อง “โอเด้งคุง”, และมวยไทยซิ (Muay Thaishi) มาสคอตสัญลักษณ์ที่จะใช้ในการประชาสัมพันธ์ในวาระครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ญี่ปุ่น

ชวนร่วม "เทศกาลวันเด็กญี่ปุ่น"  11-17 พ.ค.นี้

พร้อมร่วมตื่นตาตื่นใจกับการแสดงเฉลิมฉลองสไตล์ญี่ปุ่นของเด็กๆ ชมนิทรรศการตุ๊กตาเฉลิมฉลองวันเด็กผู้หญิง (Hina Ningyo) และคอลเลคชั่นตุ๊กตาเฉลิมฉลองวันเด็กผู้ชาย (Gogatsu Ningyo) ในบรรยากาศการตกแต่งธงปลาคาร์ฟสุดยิ่งใหญ่ ตลอดจนช้อปชิมสินค้า อาหารและขนมจากญี่ปุ่นอีกมากมาย พิธีเปิดงานจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม 2560 เวลา 15.00 น. โดยมี คุณกบ – สุวนันท์, น้องณดา, และน้องณดล ปุณณกันต์ มาร่วมงานสร้างสีสันภายในงาน งานจัดระหว่างวันที่ 11 – 17 พฤษภาคม 2560 ณ บริเวณแกรนด์ฮอลล์ และไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ บางแค และวันที่ 25 – 31 พฤษภาคม 2560  ณ  อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

สำหรับการจัดงาน The Mall Shopping Center Kodomo No Hi 2017 (เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์  โคโดโมะ โน ฮิ 2017) เทศกาลวันเด็กญี่ปุ่น” งานเฉลิมฉลองวันเด็กญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 130 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ญี่ปุ่น ภายในงานจำลองบรรยากาศเทศกาลวันเด็กญี่ปุ่น ให้ทุกคนได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมแห่งแดนอาทิตย์อุทัยแบบฉบับต้นตำรับขนานแท้ ตื่นตาตื่นใจกับตกแต่งธงปลาคาร์ฟสุดยิ่งใหญ่ ไฮไลท์ในปีนี้พบกับความน่ารักของบารี่ซัง (Bari-san) มาสคอตนกตัวกลมจากเมืองอิมะบาริ ผู้ชนะมาสคอตกรังปรีซ์ ปี2012 (Mascot Character Grand Prix 2012) พร้อมกับ มุจินามอน  (Mujinamon) มาสคอตที่มีชื่อเสียงของเมืองฮันคิว ในฐานะมาสคอตท้องถิ่นตัวแรกที่ชนะการแข่งขันเวิร์ลด์คาแรคเตอร์ซัมมิท (World Character Summit), โอเด้งคุง(Odenkun) เป็นตัวละครหลักในเรื่อง “โอเด้งคุง” ซึ่งนำไปทำเป็นอนิเมชั่นทางโทรทัศน์  และได้รับความนิยมจนออกเป็นสินค้าที่ระลึกมากมาย  และมวยไทยซิ (Muay Thaishi) มาสคอตสัญลักษณ์ที่จะใช้ในการประชาสัมพันธ์ในวาระครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ญี่ปุ่น พิเศษในวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2560 พบกับแฟชั่นโชว์สุดน่ารักจากนางแบบนายแบบตัวน้อย จากแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่น UNIQLO คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด และในวันเสาร์ที่ 13 และวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2560 ร่วมตื่นตาตื่นใจกับการเต้นเฉลิมฉลองสไตล์ญี่ปุ่นของเด็กๆ พร้อมชมนิทรรศการตุ๊กตาเฉลิมฉลองวันเด็กผู้หญิง (Hina Ningyo) และคอลเลคชั่นตุ๊กตาเฉลิมฉลองวันเด็กผู้ชาย (Gogatsu Ningyo)

นอกจากนี้ ภายในงานยังสามารถร่วมช้อปชิมสินค้าอาหารและขนมจากญี่ปุ่น อาทิ ME & CHEESE ชีสทาร์ตจากเมืองเซนได, Uncle Tetsuชีสเค้กจากฟุกุโอะกะ, คาชิวะโมจิ (KASHIWA MOCHI) โมจิห่อใบโอ๊ค ซึ่งนิยมรับประทานในเทศกาลวันเด็กญี่ปุ่น พิเศษสำหรับสมาชิกบัตรไทยไลฟ์การ์ด รับฟรีโมจิหยดน้ำซากุระ (SAKURA MIZU SUISHYO MOCHI) จากร้าน TOKYO SWEETS (จำนวนจำกัด)

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลวันเด็กญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ในงาน The Mall Shopping Center Kodomo No Hi 2017 (เดอะมอลล์ ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ โคโดโมะ โน ฮิ 2017) เทศกาลวันเด็กญี่ปุ่น” ตั้งแต่วันที่ 11 – 17 พฤษภาคม 2560 ณ บริเวณแกรนด์ฮอลล์ และไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น จี    เดอะมอลล์ บางแค และวันที่ 25 – 31 พฤษภาคม 2560  ณ  อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน

7 มาตรการความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่รพ.สต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274244

7 มาตรการความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่รพ.สต.

7 มาตราการ, รพสต, มาตรการ, ความปลอดภัย, ให้, เจ้าหน้าที่

กระทรวงสาธารณสุขกำหนด7มาตรการเพื่อความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่รพ.สต.ทั่วประเทศป้องกันเกิดเหตุการณ์ไม่ปลอดภัย

      นพ.โสภณ  เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่า กระทรวงสาธารรณสุขได้ส่งหนังสือให้กับผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขทุกเขตและนายแพทย์สาธารณสุขทุกจังหวัด เพื่อออกมาตรการในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ดังนี้ 1.สำนักงานสาธารณศุขจังหวัด/โรงพยาบาลแม่ข่าย จัดให้มีระบบป้องกัน ระบบเตือนภัย เช่นกล้องวงจรปิด กริ่งสัญญาณ เป็นต้น ตามความเหมาะสม ความจำเป็นของแต่ละ รพ.สต.2.คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพระดับอำเภอ(District Health Board)/เครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ(District Health System) วิเคราะห์พื้นที่ เพื่อกำหนดการจัดเวรนอกเวลาราชการของรพ.สตและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนตามบริบทของพื้นที่

3.สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและคณะกรรมการพัฒนาระบบคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพ(District Health Board)/เครือข่ายสุขภาพระดับอำเภอ(District Health System) ส่งเสริมการใช้ช่องทางสายด่วน 1669 ป้ายประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการเข้ารับบริการรวมทั้งกรณีการมาติดต่อนอกเวลาราชการ 4.จัดระบบการขึ้นเวรคู่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ จิตอาสา อสม. ญาติ เพื่อนบ้างใกล้เคียง 5.จัดให้มีระบบเวรยามรักษาความปลอดภัย(รปภ.) ของรพ.สต. ทั้งนี้อาจดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) เทศบาล ผู้นำ กู้ชีพ กู้ภัย จิตอาสา ตำรวจ เป็นต้น 6.จัดหาป้อมยามชุมชนให้อยู่ใกล้ หรือมีระบบการติดต่อสื่อสารที่เชื่อมโยงได้ 7.สร้างรั้วชุมชน สัมพันธภาพเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตาม มาตรการทั้ง7 ข้อ สามารถปรับได้ตามความเหมาะสมแต่ละพื้นที่

โชว์สินค้าจากยางพาราผสมกากสาคู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274104

โชว์สินค้าจากยางพาราผสมกากสาคู

มทรศรีวิชัย, โชว์, สินค้า, จาก, ยางพารา, ผสม, กาก, สาคู

คณาจารย์ มทร.ศรีวิชัย บูรณาการองค์ความรู้จากงานวิจัย ผลิตสินค้าจากยางพาราผสมกากสาคู เพิ่มรายได้แก่ชาวบ้านในชุมชน

       จากการลงพื้นที่บริการวิชาการของสาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช พบว่า ชุมชนบ้านกะโสม หมู่ที่4ตำบลกะปาง อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นชุมชนต้นแบบที่มีการอนุรักษ์และแปรรูปแป้งสาคู ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นของชุมชน โดยต้นสาคูนั้นเป็นพืชที่เจริญเติบโตในบริเวณที่มีน้ำขังเช่น ริมห้วย ริมคลอง เมื่อต้นสาคูมีอายุประมาณ8ปี จะเจริญเติบโตเต็มที่และจะมีช่อดอกเรียกว่าแทงเขากวาง

       หลังจากนั้นก็จะยืนต้นตาย ชาวบ้านในชุมชนจึงได้นำลำต้นสาคูที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้วมาขูดและแยกแป้งออกมาเพื่อนำไปแปรรูปเป็นอาหาร เช่น ขนมกวน ขนมสาคู ขนมเบื้อง ฯลฯ ส่วนกากสาคูที่คั้นแป้งออกแล้วจะนำไปเป็นอาหารสัตว์หรือเพาะเลี้ยงด้วงเพื่อส่งขายต่อไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีกากสาคูบางส่วนที่ไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ ทำให้มีของเสียเกิดขึ้น

โชว์สินค้าจากยางพาราผสมกากสาคู

         คณาจารย์สาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช ไสใหญ่จึงได้บูรณาการองค์ความรู้จากการวิจัยที่ผ่านมา เพื่อผลิตไม้เทียมจากกากสาคู โดยมีผศ.จุฑาทิพย์ อาจชมภู เป็นผู้รับผิดชอบโครงการโดยเมื่อพัฒนาไม้เทียมจากกากสาคูเสร็จแล้ว ได้มีการมอบตัวอย่างให้กับบุคลากรในสาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ทุกท่าน ได้นำไปออกแบบและสร้างสรรค์ชิ้นงานขึ้นมา ซึ่งจากการดำเนินงานดังกล่าวจึงเกิดผลงานสร้างสรรค์ขึ้นจำนวน7ผลงาน ได้แก่ โคมไฟ นาฬิกาแขวน สมุดทำมือ กล่องอเนกประสงค์ กระเป๋า กรอบรูป และกระเช้าอเนกประสงค์ ผลงานทั้งหมดที่บุคลากรในสาขาได้สร้างสรรค์ขึ้น อยู่บนแนวคิดพื้นฐานคือ3ประการคือ ทำง่าย แปลกใหม่ และใช้ได้จริง โดยมุ่งหวังให้ชุมชนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนไปสู่เชิงพาณิชย์ในอนาคตเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างความเข้มแข็งและสร้างความยั่งยืนแก่ชุมชนสืบไป

         ขั้นตอนการผลิตเริ่มจากการเตรียมยางคอมปาวน์ตามสูตรที่ได้คิดคำนวณและทำการทดลองแล้วว่าให้คุณสมบัติที่ดีที่สุดโดย เริ่มจากนำยางแผ่นรมควันหรือยางแท่ง มาบดด้วยเครื่องผสมแบบเปิดชนิด2ลูกกลิ้ง(two roll mill)แล้วเติมกากสาคูที่แห้งสนิทลงไปผสมกับยาง โดยกากสาคูที่ใช้นั้นต้องผ่านกระบวนการแยกแป้งสาคูแล้ว และนำมาล้างทำความสะอาดและตากให้แห้งสนิท จากนั้นเติมสารเคมีที่จำเป็นในการแปรรูปยาง เช่น สารวัลคาไนซ์ สารตัวเร่ง สารเพิ่มความแข็ง และสีมาสเตอร์แบทช์ ให้ได้สีสันตามที่ต้องการ เมื่อผสมสารเคมีทุกตัวเข้ากันดีแล้ว จะรีดเป็นแผ่นบางประมาณ1ซม.นำไปอัดขึ้นรูปให้เป็นแผ่นบางประมาณ2-3มม.ด้วยเครื่องอัดเบ้า ที่อุณหภูมิ150องศาเซลเซียส เป็นเวลา5นาที เมื่อได้แผ่นไม้เทียมเรียบร้อยแล้ว จะนำไปวาดแบบแล้วตัดตามแบบ จากนั้นนำไปประกอบเป็นชิ้นงานต่างๆ โดยใช้เทคนิค การตัด การเจาะ การเย็บ ฯลฯ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ตามที่ต้องการ เช่น โคมไฟ นาฬิกา ที่ใส่ปากกา กระเช้าดอกไม้ หรือกระถางกล้วยไม้

โชว์สินค้าจากยางพาราผสมกากสาคู

โชว์สินค้าจากยางพาราผสมกากสาคูโชว์สินค้าจากยางพาราผสมกากสาคู

        ที่ผ่านมาสาขาเทคโนโลยียางและพอลิเมอร์ ร่วมกับแผนกบริการวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดโครงการส่งเสริมศูนย์เรียนรู้การอนุรักษ์แป้งสาคูแบบครบวงจร การผลิตไม้เทียมจากกากสาคู เพื่อถ่ายทอดเทคนิคการสร้างผลงานจากไม้เทียมแก่กลุ่มเกษตรกร บ้านกะโสม หมู่ที่4ตำบลกะปาง อำเภอ ทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งรับความสนใจเป็นอย่างมาก หากกลุ่มชาวบ้านได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันจะทำให้เกิดรายได้ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น และเป็นการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนต่อไปในอนาคต

6 หลักสูตรใหม่นานาชาติ รองรับไทยแลนด์ 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274092

6 หลักสูตรใหม่นานาชาติ รองรับไทยแลนด์ 4.0

6 หลักสูตร นานาชาติ, มศิลปากร, หลักสูตร, ใหม่, นานาชาติ, รองรับ, ไทยแลนด์, หลักสูตรใหม่นานาชาติ, รองรับไทยแลนด์, วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร

วิทยาลัยนานาชาติ ศิลปากร ขยายความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศ เปิด 6 หลักสูตรใหม่ ตรี โท เอก รองรับ ไทยแลนด์ 4.0

         “วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร”ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการเตรียมบัณฑิต  ให้พร้อมในการรองรับการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและสากล  ทั้งนี้ เพื่อการผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพและมุมมองในระดับนานาชาติ โดยใช้ความรู้ทางการบริหารธุรกิจและการออกแบบในการสนับสนุนการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

         ผศ.ดร.สมพิศ ขัตติยพิกุล คณบดี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร  กล่าวว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อเข้าสู่ระดับมาตรฐสากล  ล่าสุดในปีการศึกษา 2560  ได้เปิดรับสมัครนักศึกษาทั้งสิ้น   6 หลักสูตร  จุดเด่นเป็นหลักสูตรนานาชาติและหลักสูตรสองปริญญา โดยได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศที่มีชื่อเสียงในสาขาต่าง ๆ พัฒนาการเรียนการสอนร่วมกัน   อาทิ ในระดับปริญญาตรี ได้แก่หลักสูตร บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการตราสินค้าหรูหรา  (B.B.A. in Luxury Brand Management) ซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติสองปริญญา ที่มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในด้านบริหารธุรกิจ คือ PSB Paris School of Business แห่งกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศสหลักสูตร บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาดการจัดงานและกิจกรรมสันทนาการ (B.B.A. in Event and Leisure Marketing)  หลักสูตรนานาชาติสองปริญญา ร่วมกับสถาบันชั้นนำที่สอนด้านธุรกิจและการตลาด คือ Rennes School of Business แห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสหลักสูตร ศิลปบัณทิต สาขาวิชาการออกแบบสื่อสารดิจิทัล (B.F.A. in Digital Communication Design) หลักสูตรนานาชาติสองปริญญา โดยร่วมมือกับ Birmingham City University มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งสหราชอาณาจักร

6 หลักสูตรใหม่นานาชาติ รองรับไทยแลนด์ 4.0

6 หลักสูตรใหม่นานาชาติ รองรับไทยแลนด์ 4.0

       นอกจากนี้ วิทยาลัยนานาชาติ ยังมีหลักสูตรในระดับบัญฑิตศึกษา (ปริญญาโทและปริญญาเอก) จำนวน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว (M.B.A. in Hotel and Tourism Management (International Double Degree Program) เป็นหลักสูตรนานาชาติสองปริญญา ที่มีความร่วมมือกับ Vatel International Business School แห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส, หลักสูตร บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ (M.B.A.in International Business) เป็นหลักสูตรนานาชาติสองปริญญา ที่มีความร่วมมือกับ Birmingham City University แห่งสหราชอาณาจักร   และ หลักสูตร ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ (Ph.D. in International Business) ซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติ ที่เน้นการสร้างสรรค์ธุรกิจระหว่างประเทศให้ยั่งยืนโดยความเข้าใจในวัฒนธรรมอันหลากหลาย    

          กำหนดการรับสมัคร สำหรับการศึกษาภาคต้น  1/2560  สมัครทางไปรษณีย์ ตั้งแต่ 15 พฤษภาคม – 12 กรกฎาคม 2560 สมัครด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 15พฤษภาคม – 14 กรกฎาคม 2560 ณ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตลิ่งชัน  โทรศัพท์: 02 880 8361-3, 02 849 7522 หรือ http://www.suic.org/

6 หลักสูตรใหม่นานาชาติ รองรับไทยแลนด์ 4.0

6 หลักสูตรใหม่นานาชาติ รองรับไทยแลนด์ 4.0

หมายเหตุ    สำหรับผู้ปกครองและน้องๆ ที่สนใจหลักสูตรใหม่นี้ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร  เตรียมจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวหลักสูตรสองปริญญา ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท เวลา 13.00 น.-17.00 น. ภายในงานได้จัดแนะนำหลักสูตรปัจจุบันและหลักสูตรใหม่ของวิทยาลัยนานาชาติ  พร้อมวิทยากรและศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครเรียนได้ภายในงาน รายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามได้ที่ http://www.suic.org/

ร่วมเสวนา “เด็กกับวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ” 1 พ.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/274221

ร่วมเสวนา “เด็กกับวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ” 1 พ.ค.นี้

เด็กกับวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ, ร่วม, เสวนา, เด็ก, กับ, วัฒนธรรม, เลี้ยงดูปูเสื่อ, นี้, ร่วมเสวนา, พคนี้

ชวนร่วมเสวนา “เด็กกับวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ :สังคมไทยรับได้จริงหรือ?” วันที่ 1 พ.ค.60 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

           จากกรณี “การจัดหาเด็กมาเพื่อบริการทางเพศสำหรับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของผู้ว่าราชการแม่ฮ่องสอน” ซึ่งเป็นที่สนใจของสังคมขณะนี้

          น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม เปิดเผยว่า คณะทำงานเฉพาะกิจ ซึ่งประกอบด้วยองค์กรเอกชนด้านเด็กและสตรี จึงได้จัดเสวนา “เด็กกับวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อ :สังคมไทยรับได้จริงหรือ?”เพื่อรณรงค์ให้ความรู้แก่สังคม รวมทั้งนำไปสู่ความเป็นธรรมในประเด็นการคุ้มครองสิทธิเด็ก โดยมีวิทยากร คือ นางทิชา ณ นคร นายจะเด็จ เชาวน์วิไล น.ส.ชลีรัตน์ แสงสุวรรณ ,ดร.อภัสรินทร์ ขณะรัตน์ โดยมี ดร.วราภรณ์ แช่มสนิท เป็นผู้ดำเนินรายการ

         ทั้งนี้ จากการเสวนาดังกล่าว จะจัดขึ้น ในวันที่ 1 พ.ค. 2560 เวลา 10.00 -12.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย