ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225762
การศึกษา-สาธารณสุข : 11 เม.ย. 2559
ผลสอบแกต-แพตครั้งที่2/2559
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225762
ผลสอบแกต-แพตครั้งที่2/2559
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225761
สอศ.ประกาศสอบบรรจุครูผู้ช่วย528อัตรา
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225747
เตือน!เล่นสงกรานต์ระวังตาแดง-โรคผิวหนัง
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225669
ประชารัฐลดสถิติประสบอันตราย
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225668
เปิดม่านการศึกษา : 11 เม.ย. 59
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225590
ฝายมีชีวิต ต้นน้ำอยู่ที่ต้นไม้
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225589
การทูตแม่น้ำโขง ว่าด้วยผลกระทบจากเขื่อนจีน
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225527
แข่งทักษะวิชาการสื่อดิจิทัลออนไลน์เสริมพัฒนาเรียนรู้
การแข่งขัน TaamKru Aptitude Test (TKAT) เป็นการทดสอบความถนัดทางการเรียนรู้แบบปรับระดับอัตโนมัติ ซึ่งในปีที่ 5 นี้ ได้จัดการแข่งขันตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้เด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศ เข้าร่วมพัฒนาทักษะทางเชาวน์ปัญญา (ไอคิว) ผ่าน 5 วิชาหลัก ได้แก่ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา และภาษาไทย พบว่ามีเด็กให้ความสนใจร่วมแข่งขันกว่า 5,000 คน การแข่งขันแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับ คือ ระดับอนุบาล ระดับประถมต้น และระดับประถมปลาย
จัดขึ้นโดย TaamKru Aptitude Test (TKAT) Season 5 โดยเว็บไซต์ถามครู.com ร่วมมือกับ บริษัท เลิร์น คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท โปรเซอร์วิส จำกัด, นานมีบุ๊คส์, บริษัท ชาร์ป ไทย จำกัด, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดพิธีมอบรางวัลการแข่งขันทักษะทางวิชาการ พร้อมประกาศผลเด็กไทยเก่งวิชาการ ชนะการแข่งขันระดับชาติ “TKAT Season 5” ชิงถ้วยประทานพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ผู้ที่สามารถทำคะแนนได้สูงสุดและใช้เวลาน้อยที่สุดในแต่ละระดับจะได้รับถ้วยรางวัลประทานจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พร้อมทุนการศึกษาจำนวน 5,000 บาท ทุนวิจัยสำหรับครู 5,000 บาท และโล่เกียรติยศสำหรับโรงเรียน
ดร.ม.ล.จันทน์กฤษณา ผลวิวัฒน์ บรรณาธิการเว็บไซต์ถามครู.com อธิบายว่า แบบทดสอบ TKAT แต่ละชุดมีการออกแบบให้เหมาะสมกับความสามารถของเด็กแต่ละคน ซึ่งใช้แบบทดสอบต่างชุดกัน โดยมีการคัดเลือกข้อสอบที่มีความยากเหมาะสมกับระดับความสามารถของเด็กที่สอบเป็นรายบุคคล ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่คัดเลือกข้อสอบบนพื้นฐานจากผลการตอบข้อสอบข้อที่ผ่านมาของเด็ก ซึ่งเมื่อเด็กทำข้อสอบข้อแรกแล้วระบบจะวิเคราะห์และประเมินผลระดับความสามารถของเด็ก เพื่อคัดเลือกข้อสอบที่เหมาะสมข้อต่อไป โดยมีหลักการว่า เมื่อเด็กตอบข้อสอบถูกต้องข้อสอบข้อถัดไปจะยากขึ้น แต่ถ้าตอบผิดข้อถัดไปจะง่ายลง
ผลการแข่งขัน TaamKru Aptitude Test (TKAT) Season 5 ในปีนี้ ผู้ชนะเลิศระดับอนุบาล ได้แก่ ด.ช.ธนกร ตั้งเจตน์ นักเรียนโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร 466.76 คะแนน ผู้ชนะเลิศระดับประถมต้น ได้แก่ ด.ญ.พัชร์พิชา เลิศวิสิฐพล นักเรียนโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 450.24 คะแนน และผู้ชนะระดับประถมปลาย ได้แก่ ด.ช.นภวริศ สุภธีระ นักเรียนโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น 482.50 คะแนน
“สำหรับกิจกรรมการสอบแข่งขันครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่ให้ประโยชน์อย่างยิ่งต่อเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ เป็นการทดสอบทักษะทางวิชาการผ่านสื่อดิจิทัลออนไลน์ พร้อมทั้งยังเป็นการช่วยเสริมพัฒนาการของเยาวชนได้อย่างดีเยี่ยม นับว่าเป็นการนำสื่อดิจิทัลและเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการศึกษาและพัฒนาการของเยาวชน ทำให้เห็นถึงความสุขและความสนุกกับการศึกษาของเยาวชนและสังคมในยุคครอบครัวปัจจุบันได้อย่างชัดเจน” เฉลิมยุทธ บุญมา ผู้จัดการอาวุโส Business Innovation & Dtac Accelerate บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว
การทดสอบความถนัดทางการเรียนรู้กับ TaamKru Aptitude Test นี้ นอกจากสามารถทดสอบทักษะทางวิชาการของเด็กเป็นรายบุคคล มีการตรวจให้คะแนน และรายงานผลการวัดความถนัดทางการเรียนรู้ของเด็กได้ทันที มีความถูกต้องแม่นยำและมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยครู พ่อแม่ ผู้ปกครองให้สามารถเปรียบเทียบความถนัดและคำนวณผลคะแนนเฉลี่ยจากเด็กทั่วประเทศกับเด็กวัยเดียวกันได้อีกด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจ TaamKru เปิดโอกาสให้นักเรียน ผู้ปกครอง และคุณครู ได้ร่วมทดลองแบบฝึกหัดออนไลน์และแอพพลิเคชั่นได้ที่ โทร.08-9500-5558 หรือ http://taamkru.com หรือ facebook.com/taamkru
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225525
ชงครม.ส่งคนทำผิดก.ม.จราจรเข้าห้องดับจิต
เมื่อวันที่7เม.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระสาธารณสุข(รมว.สธ.) พร้อมด้วยนพ.โสภณ เมฆธน ปลัดสธ. พ.ต.อ.เกรียงเดช จันทรวงศ์ รองผู้บังคับการกองแผนงานกิจการพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และนายนนท์จิตร เนตรพุกกณะ ผอ.กองกิจการชุมชนและบริการสังคม กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม(ยธ.) ร่วมกันแถลงข่าว “การเตรียมการรองรับเทศกาลสงกรานต์2559” โดยศ.คลินิก เกียริตคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีการเกิดอุบัติเหตุเป็นอัน2ของโลก และเป็นอันดับ1ของเอเชีย โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์พบว่ามีอัตราการเสียชีวิตเฉลี่ย2.3คนต่อชั่วโมง บาดเจ็บ160คนต่อชั่วโมง
ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีการออกมาตรการเพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนเป็นผู้ที่จะป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้มากที่สุดต้องตระหนักถึงความปลอดภัย ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่ คาดเข็มขัดนิรภัย สวมหมวกนิรภัย ก่อนเดินทางต้องพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าให้เกิดความสูญเสีย หรือพิการกับคนในครอบครัวช่วงเทศกาลแห่งความสุข
นพ.โสภณ กล่าวว่า สธ.ได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ทางด้านสุขภาพ อาทิ เตรียมแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ทีมแพทย์เคลื่อนที่เร็วที่สามารถเข้าพื้นที่เกิดอุบุติเหตุได้ภายใน10นาที มีการสำรองเลือด เตียง ออกซิเจน ห้องผ่าตัด ห้องไอซียูไว้รองรับ รวมทั้งประสานกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ( สพฉ)เรื่องการเข้าพื้นที่เกิดอุบัติเหตุและการส่งต่อผู้ป่วยทั้งทางน้ำและทางอากาศ นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้มีการปฏิบัติตามพรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2551อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการจำหน่ายในสถานที่ห้ามจำหน่าย และการจำหน่ายให้เด็กอายุต่ำกว่า20ปี รวมถึง กรมควบคุมโรคจะมีการลงพื้นที่เพื่อติดตามการปฏิบัติงานด้วย
ด้าน นายนนท์จิตร กล่าวว่า การลงโทษผู้กระทำผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ใช้การบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะ เช่น ทำความสะอาดถนน ตัดกิ่งไม้ เป็นหลักแต่พบว่ายังไม่หลาบจำ เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการทำข้อตกลงร่วมกับสธ.ให้ผู้ประพฤติผิดพรบ.จราจรฯ ต้องเข้าไปช่วยบุคลากรสาธารณสุขในการดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุ
แต่จากการประเมินผลในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ยังพบสถิติผู้กระทำผิดเพิ่มขึ้น ซึ่งมีทั้งผู้ที่กระทำผิดซ้ำ และผู้กระทำผิดรายใหม่ ส่วนมากเป็นกลุ่มวัยรุ่น กรมคุมประพฤติจึงได้เสนอมาตรการบำเพ็ญประโยชน์อย่างเข้มข้น ด้วยการให้เข้าไปช่วยเหลืองานในห้องดับจิตของโรงพยาบาล เพื่อให้เกิดความหลาบจำ โดยเรื่องนี้ได้เสนอเข้า ครม.เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และจะเริ่มพิจารณาในกลุ่มที่กระทำความผิดพรบ.จราจรฯหลังเทศกาลสงกรานต์ จะสามารถบังคับใช้ได้ต้องให้ศาลสั่งการ จากนั้นผู้กระทำผิดต้องมารับทราบบทลงโทษและทำข้อตกลงร่วมกับกรมคุมประพฤติ
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/225519
‘ดาว์พงษ์’มั่นใจสะเต็มศึกษาพัฒนาเด็กคิดวิเคราะห์
7เม.ย.2559 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า การจัดการสอนสะเต็มศึกษาไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผ่านมามีโรงเรียนได้นำใช้ในการเรียนการสอนมาไม่น้อยกว่า 2 ปี ขณะเดียวกันก็มีหลายหน่วยงานมากที่ดำเนินการเรื่องสะเต็ม ซึ่งตนเห็นว่าควรจะมาร่วมมือกันเพื่อทำให้เกิดความชัดเจนวางระบบการขับเคลื่อนให้เข้มแข็ง อีกทั้งการทำงานหลายเรื่องให้เห็นผลสำเร็จก็จำเป็นต้องใช้งบประมาณด้วย ทั้งนี้ หลักการของสะเต็มศึกษาคือทำให้เด็กได้รู้จักคิดวิเคราะห์ ใช้เหตุใช้ผล โดยบูรณาการความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มาประยุกต์สู่การปฏิบัติ
“การจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา จะเป็นการฝึกทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กเพื่อการทำงานในอนาคต หรือทักษะในศตวรรษที่ 21 และนักเรียนจะมีโอกาสทำงานร่วมกับผู้อื่น ฝึกทักษะการสื่อสาร สำหรับกิจกรรมสะเต็มนั้นสามารถนำไปบูรณาการกับการเรียนในรายวิชาอื่นๆได้ด้วย เพราะฉะนั้น เมื่อ เด็กได้เรียนสะเต็มศึกษาจะทำให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์สามารถสร้างนวัตกรรมเป็นชิ้นงานเพื่อพัฒนาสังคมและประเทศได้ ส่วนครูผู้สอนนั้นจะต้องสร้างกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้สอดคล้องกับสะเต็ม ศึกษาด้วยการปฎิบัติมากขึ้น และต้องทำให้เด็กรู้ว่าเรียนแล้วเด็กจะนำไปประยุกต์ใช้กับอะไรได้บ้าง เช่น จัดกิจกรรมให้เด็กมีโอกาสตอบโจทย์สถานการณ์ชีวิตจริงแต่ละวัน เป็นต้น เชื่อว่าการเรียนสะเต็มศึกษาจะทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น แต่ทั้งนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินให้สอดคล้องกับการเรียนสะเต็ม ศึกษาด้วยเช่นกัน”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ จะต้องมีการพัฒนาครูผู้สอนให้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการสอนสะเต็มศึกษา ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะเป็นผู้ดำเนินการ
นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.จะเริ่มดำเนินการขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาในปีการศึกษา 2559 ใน 2,250 โรงทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายจะอบรมครูใน 3 วิชา ได้แก่ วิชาคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี จำนวน 17,220 คนในเดือนพ.ค.2559 โดยมุ่งเน้นสร้างแรงบันดาลใจและสร้างความรู้เข้าใจถึงการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาว่าจะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเด็กอย่างไรบ้าง เพื่อให้ครูเกิดความรู้สึกที่ดีกับเรื่องสะเต็มศึกษาก่อน ส่วนหลักสูตรที่นำมาใช้อบรมทางสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นผู้รับผิดชอบ