มาจากไหน สันติ กีระนันทน์ “ผมไม่ใช่นักการเมือง” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มาจากไหน สันติ กีระนันทน์ “ผมไม่ใช่นักการเมือง”

มาจากไหน  สันติ กีระนันทน์  "ผมไม่ใช่นักการเมือง" 4 กรกฎาคม 2563 – 12:56 น.

ชื่อ “สันติ กีระนันทน์” ร้อนแรงขึ้นมาทันที หลังมีสื่อขุดโพสต์ในเฟซบุ๊ก โยงดราม่าการเมืองในพลังประชารัฐ

++

กลายเป็นข่าวการเมืองร้อนๆ ในวันฝนพรำหยุดยาวช่วงเข้าพรรษา เมื่อสื่อออนไลน์หลายสำนัก เสนอข่าว “สันติ กีระนันทน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อย่างเช่น “คนที่เนรคุณผู้มีพระคุณ คนที่หักหลังเพื่อน เพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ เป็นคนที่จะฝากความหวังไว้ได้หรือไม่ครับ”

หลายข้อความที่อยู่ในหน้าฟีด ใครอ่านก็ทราบว่า สันติต้องการสื่อความไปถึงใคร? กลุ่มใด?

มาจากไหน  สันติ กีระนันทน์  "ผมไม่ใช่นักการเมือง"

สื่อทุกสำนักจัดให้ “สันติ” อยู่ในกลุ่ม 4 กุมาร  และจอมยุทธ์กวง-สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 

ย้อนไปเมื่อ 17 เม.ย.2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แต่งตั้งให้ สนธยา คุณปลื้ม เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, อิทธิพล คุณปลื้ม เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา และสันติ กีระนันทน์ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี รมว.อุตสาหกรรม

มาจากไหน  สันติ กีระนันทน์  "ผมไม่ใช่นักการเมือง"

นี่คือก้าวแรกสู่ถนนการเมืองของสันติ หลังลาออกจากตำแหน่งรองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

สันติเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในตลาดทุนมายาวนาน มีประสบการณ์ด้านตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้

ผู้ที่ชักนำสันติเข้าสู่วงจรอำนาจยุค คสช. คงหนีไม่พ้น สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจสมัยนั้น

สมัยก่อการตั้งพรรคพลังประชารัฐ ผู้ที่ขับเคลื่อนเบื้องหลังการทำนโยบายพรรคชุดประชารัฐ ประกอบด้วย นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, สันติ กีระนันท์ และ วิเชียร ชวลิต อดีตปลัดมหาดไทย

ไม่น่าแปลกที่จะเห็นรายชื่อของ นฤมล และสันติ อยู่ใน 10 อันดับแรกของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (อันดับ 5 นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และอันดับ 6 สันติ กีระนันท์)                                          

เวลานั้น พรรคพลังประชารัฐ อยู่ในมือจอมยุทธ์กวง โดยวางตัว อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค, สุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค และ กอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค อันเป็นที่มาของ “กลุ่ม 4 กุมาร”

ก่อนพายุโควิดจะพัดผ่าน พรรคก้าวไกล เสนอญัตติตั้ง กมธ.ต้านรัฐประหาร ปรากฏว่า พรรคร่วมรัฐบาลไม่เอาด้วย ญัตติจึงคว่ำ เลยมีกระแสโจมตี ส.ส.ซีกรัฐบาลว่า ไม่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย เป็นทาสเผด็จการ

สันติ กีระนันทน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวสะท้อนความคิดอ่านการเมืองของตัวเขาว่า “…ผมนิยามตัวเองเสมอว่า ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมไม่ใช่นักการเมือง เพราะผมทำงานการเมืองเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเท่านั้น แต่ผมไม่ได้เล่นการเมืองเพราะหวังอำนาจ”

“..ผมผ่านโลกนี้มาเกือบ 60 ปีแล้ว ผมผ่านรัฐประหารมามากกว่าผู้ที่แสดงความไม่พอใจและแสดงออกใน twitter และแม้กระทั่งผู้ที่อภิปรายในสภาฯ ในเรื่องนี้หลายคนครับ…นักการเมืองนั่นแหละครับที่ทำให้คนส่วนใหญ่สิ้นหวัง และหมดศรัทธากับเขาเหล่านั้น ในขณะที่เขาครองอำนาจการปกครองอยู่”

นับแต่กลุ่ม 4 กุมาร ถูกกันออกจากการบริหารพรรคพลังประชารัฐ สันติได้โพสต์แสดงความเห็นเชิงสัญลักษณ์หลายหน ประหนึ่งว่าสิ้นหวังกับ “การเมืองใหม่”

“อัศวิน” แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อัศวิน” แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง

"อัศวิน"  แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง4 กรกฎาคม 2563 – 12:12 น.

กลุ่มพลังใหม่ มีที่มาอย่างไร? เหตุใด “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” จึงมีภาพประกบ “ส.สมหมาย” โปรโมเตอร์คนดัง มีคำตอบทุกประเด็นสงสัย คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++

หลายวันมานี้ ในไลน์กลุ่มการเมือง มีการส่งต่อภาพ “กลุ่มพลังใหม่” นำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับยังชีพมอบให้กับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนตามชุมชนต่างๆ ในเขตกรุงเทพมหานคร

หลายคนเลยทึกทักเอาว่า กลุ่มพลังใหม่ เป็นองค์กรการเมืองของ “บิ๊กวิน” และบางคนเลยเถิดไปถึงเรื่องการเตรียมตัวลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.

จริงๆแล้ว กลุ่มพลังใหม่ เป็นดั่งสำนักบู๊ตึ๊ง หรือองค์กรของคนในยุทธจักรมวยไทย โดยมี “สมหมาย สกุลเมตตา” โปรโมเตอร์มวยชื่อดังเป็นประธานกลุ่ม

บังเอิญว่า แฟนเพจกลุ่มพลังใหม่ มีภาพโปรไฟล์ประกอบด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, สมหมาย สกุลเมตตา, สุนทร อู่ทอง, เงาะ บางกะปิ, แม็ก จันดี และโจ้ ส.สมหมาย ผู้คนจึงโยงไปเรื่องการเมือง 

หลายคนอาจสงสัย ทำไมต้องมีรูป “บิ๊กวิน” เด่นเป็นสง่า อยู่ท่ามกลางคนในยุทธจักรมวยไทย เดี๋ยวเรามาหาคำตอบกัน

"อัศวิน"  แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง

++

ส.สมหมาย

++

ส่องแฟนเพจกลุ่มพลังใหม่ เวลานี้ มีแต่ความคึกคัก เพราะมวยไทยได้กลับมาชกแล้ว หลังวิกฤตโควิด ส่งผลให้ต้องหยุดสังเวียนมวยไปเกือบ 4 เดือน

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2563 แอดมินเพจกลุ่มพลังใหม่ ได้นำถ้อยแถลงของประมุข “สมหมาย สกุลเมตตา” ในช่วงหยุดชกเพราะโควิด มาเผยแพร่ดังนี้

“ส่วนคนอื่นใครจะคิดอย่างไร ตนเองไม่รู้ แต่ตนเองสอนนักมวยในสังกัดในค่ายมวย ส.สมหมาย, อ.ขวัญเมือง ทุกคนแบบนี้ และที่ผ่านมา นักมวยในสังกัดค่ายมวย ส.สมหมาย, อ.ขวัญเมือง ทุกคน ก็ปฎิบัติตามด้วยความเต็มใจกันทุกคน และตนเองก็การันตีรายได้ให้นักมวยทุกคน อย่างน้อยเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งนักมวยก็มีรายได้กันทุกคน”

สมหมาย ไม่ได้เป็นโปรโมเตอร์มวยอย่างเดียว หากยังต้องดูแลค่ายมวย 2 แห่งคือ ส.สมหมาย และ อ.ขวัญเมือง ซึ่งค่ายประมุขกลุ่มพลังใหม่ ตั้งอยู่แถวบางกะปิ 

หลังมวยไทยได้กลับมาชกในระบบปิด เมื่อ 3 ก.ค. 2563 ประมุขสมหมายได้โพสต์ว่า “หากหัวหน้าคณะคนใด ต้องการจะนำนักมวยไปชกที่ไหนในช่วงนี้ ก็ขอให้บอกมาได้เลย เพราะทุกคนต้องกินต้องใช้ ไปรับรายการชกได้เลยตามสบาย ตนเองไม่กีดกันใคร และเข้าใจความรู้สึก ความลำบากของทุกคนดี..”

สรุปว่า “หมายไม่ยึดติด” ยินดีช่วยเหลือพี่น้องวงการมวยไทย

"อัศวิน"  แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง

++

อ.ขวัญเมือง

++

ชั่วโมงในยุทธจักรมวยไทย ไม่มีใครไม่รู้จัก “ส.สมหมาย” และ “จิตร เมืองนนท์”

สมหมาย มีพื้นเพเดิมอยู่ จ.ปทุมธานี เกิดในครอบครัวยากจนรับจ้างทำสวนปลูกผัก ดิ้นรนต่อสู้ชีวิตมาแต่วัยรุ่น และได้เข้าสู่สนามมวยในฐานะนักเล่นมวย(เซียนมวย) จนตั้งตัวได้

ต่อมา สมหมายและเพื่อน ทำค่ายมวย “ส.สมหมาย” แถวย่านบางกะปิ และยกระดับเป็นโปรโมเตอร์วิกแอร์หรือราชดำเนิน

"อัศวิน"  แห่งกลุ่มพลังใหม่ การมวยนำการเมือง

ส่วน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้ที่ชื่นชอบกีฬามวยไทย จึงทำค่ายมวย “อ.ขวัญเมือง” โดยมอบหมายให้ตัวเขาบริหารค่าย อ.ขวัญเมือง แทน

“ท่านอัศวินชอบการต่อสู้มวยไทย ท่านเป็นเหมือนพ่อคนที่สองของผม ดีกับผมมาตลอด ไม่ได้มีอะไรมาแอบแฝงเลย” สมหมายได้ให้สัมภาษณ์สื่อหมัดมวยฉบับหนึ่ง

นี่คือคำตอบ ทำไมรูป “บิิ๊กวิน” จึงเด่นหรา ประหนึ่งเจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง “พลังใหม่” 

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก3 กรกฎาคม 2563 – 19:36 น.

เจาะประเด็นร้อน : เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

ดั่งคลื่นยักษ์ซัดถล่ม ปม นายฌอน บูรณะหิรัญ Influecer  ไลฟ์โค้ชคนดัง  หลังเจ้าตัวไปรับงาน พีอาร์ งานปลูกป่า สร้างพื้นที่สีเขียว ที่จ.เชียงใหม่ กับ คำพูดกล่าวชื่นชน แค่ไม่กี่คำ  “ลุงป้อมตัวจริงน่ารัก”  หลังจากคลิปเผยแพร่ไป ทัวร์กฐิน ผ้าป่า พร้อมใจกันลงที่  ฌอน อย่างหนักหน่วง จับผิด ติดตาม ตรวจสอบ แบบ 360 องศา เพราะ จับไปตรงไหน ก็มีแต่ความไม่ชอบมาพากล ของ โค้ชไลฟ์ชื่อดัง ซึ่งงานนี้ สังคมก็รอติดตามความชัดเจน จากเจ้าตัว

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

แต่สิ่งที่สังคมใคร่รู้ อยู่ดีๆ หนุ่มฌอน จะไปร่วมงานใหญ่ ที่ “บิ๊กป้อม” รองนายก มาเป็นประธานได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครจัด ไม่มีใครจ้างไป สังคมโซเชียง ตรวจสอบเจาะลึกใคร เจ้ากี้ เจ้าการ จัดเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ ให้นาย ขนาดนี้ จะใช่ โฆษกรัฐบาล หรือไม่ เพราะเจ้าตัวก็ความสัมพันธ์กับ บริษัท ก๊อท อิท เอนเตอร์เทน จำกัด บริษัทรับจ้างพีอาร์ ให้พรรคพลังประชารัฐอยู่  

ก่อนหน้านั้น หน้าสื่อ เราจะเห็น นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกฯประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ทำกิจกรรม งานช่วยเหลือสังคม หรืองาน โฆษก สื่อสารผ่านโซเขียล ถึงประชาชน ก็ใช้บริการ บริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน จำกัด อยู่ตลอด ฉะนั้นแล้ว ถ้าบริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน จำกัด จะได้งานพีอาร์ โปรเจ็ค ปลูกป่า ที่มี บิ๊กป้อม ไปเป็นประธานแล้วมี “ฌอน” ไปร่วมงาน และทำพีอาร์ แถมกล่าวชื่นชม นาย ด้วย ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลก หรอก

แต่ที่แปลกคือ เมื่อโซเชียล ลุกเป็นไฟ กระแส ถล่ม “ฌอน” หนักหน่วง จนลามปามมาถึง ใครเป็นแม่งานใหญ่ ที่ทำให้เรื่องวุ่นวายนี้เกิด สื่อหัวสี อย่างเดลินิวส์ ก็ได้สอบถามไปยัง นางนฤมล ภิญโณสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล ว่าเกี่ยวมั๊ย รู้จักบริษัท ก๊อท อิท หรือเปล่า แต่ อ.แหม่ม ตอบเร็ว สวนเร็วว่า “ไม่รู้จักชื่อบริษัท ขอตรวจสอบก่อน” แล้วก็สายตัดทันที

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

ก็ยิ่งสร้างความงงในงง ไปกันใหญ่ เอาล่ะ บริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน จำกัด เป็นใครอย่างไร เรามาดูกัน พบว่าบริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน จำกัด  จดทะเบียนเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2555 มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ตั้งอยู่ที่ 404/2 ซอยลาดพร้าว 109 ถ.ลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกระปิ กทม. ประกอบธุรกิจประเภท ให้บริการจัดงานแสดงสินค้า การแสดงบนเวที จัดงานอีเว้นท์ ร้านอาหาร

มีผู้ถือหุ้น 3 ราย ประกอบด้วย 1.นางประจวบ อินทพันธ์ ถือหุ้น 60%

2.น.ส.ฐิตา อินทพันธ์ ถือหุ้น 30%

3.นางอินทรา ชูเรือง ถือหุ้น 10%

แจ้งงบการเงินย้อนหลัง 5 ปีดังนี้ ปี 2555 ขาดทุน 113,094 บาท ปี 2556 ขาดทุน 1,257,010 บาท ปี 2557 ขาดทุน 52,635 บาท ปี 2558 ขาดทุน 51,182 บาท ปี 2559 กำไร 1,432,770 บาท                 

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

แหล่งข่าว จากพรรคพลังประชารัฐ ให้ข้อมูลว่า เมื่อก่อน กลุ่มที่รับจ้างดูแลภาพลักษณ์รวมถึงงานประชาสัมพันธ์ให้พรรคพลังประชารัฐ ภาพที่เห็นชินตา คือ “บริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน” ซึ่งมีผู้บริหารและผู้ถือหุ้นสามี-ภรรยาคือ “บ๊อบ” “นายอธิราช ชูเรือง” และ “สุ” “ฐิตา อินทพันธ์”

แน่นอนในแวดวงนักข่าวทั้งคู่ คือ มือประสานนักข่าวของพรรคพลังประชารัฐ อีกทั้งเป็นผู้มีไลน์กลุ่มส่งข่าวแทนพรรคพลังประชารัฐและคือสายตรงคนสนิท “อ.แหม่ม นฤมล”

แม้สายสัมพันธ์เริ่มต้น “บริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน” และ “สุ-บ๊อบ” จะมาจากการแนะนำของ “กลุ่มสามมิตร” ที่ให้ช่วยพรรคพลังประชารัฐตอนตั้งไข่ แต่ด้วยสายงาน อำนาจ เส้นทางเดินจึงมาบรรจบกัน ระหว่าง “บ๊อบ-สุ-แหม่ม”

ออร์แกไนส์แทบทุกงานกิจกรรมของพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่งานประชุมพรรคทุกสัปดาห์… งานเลี้ยงที่ “กรามองเต้ เขาใหญ่” เมื่อปีก่อน… และงานกิจกรรมต่างๆของพรรค“

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

แหล่งข่าว ยังเล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า บริษัท ก๊อท อิท ยังได้รับงบ ทำโครงการ “โฆษกชุมชน” ในการเคลื่อนงาน ผ่านโลกเซียลมีเดีย เห็นเคลื่อนไหวแถว จ.ราชบุรี โดยมี โฆษก อ.แหม่ม ก็อยู่เคียงข้างทำกิจกรรมร่วมกันมาโดยตลอด

อย่างช่วงวิกฤตโควิด ยังเฟซบุ๊กของนางนฤมล พบว่า ในวันที่ 28 เมษายน 2563 ได้มีการโพสต์ ภาพ เจ้าตัว สวมเสื้อโฆษกชุมชน ออกงานเคียงคู่ ไปช่วย ทีมงาน “เพจอีจัน” “เพจโฆษกชุมชน Academy” แพคกล่องกำลังใจ ในโครงการแม่นมอีจันและโครงการกล่องกำลังใจ ที่ ร.ร. พิบูลประชาสรรค์ ด้วย

สุดท้ายก็น่าน้อยใจ เมื่อคนคุ้นเคย รู้จัก ใช้งาน เป็นมือเป็นไม้ แต่พอเจอทัวร์ลง วิกฤตคนยี้กันทั้งบ้านทั้งเมือง อ.แหม่มกับตอบสื่อเสียงดังฟังชัดว่า ไม่รู้จักชื่อ ซะงั้น

เปิดสัมพันธ์ลึก อ.แหม่ม ก๊อทอิท พีอาร์คู่กาย ในวันที่ไม่รู้จัก

ซึ่งหากย้อนกับไปดกระแส คนยี้ อ.แหม่ม แค่มีชื่อเป็นทีมเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐ คนก็หลอน ยี้กันทั้งประเทศ เพราะกลัวว่าจะได้ก้าวมานั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ของรัฐบาล  จนสุดท้ายเร่งเบรก หยุด ไม่มี ไม่ใช่ เข้าใจผิดกันทันที

ภาพยี้ ไม่ใช่ การมโน หรือ อุปทานหมู่หรอก เค้ารับรู้และสัมผัสได้ จากการทำงานโฆษกรัฐบาลที่ผ่านมา การให้ข่าว กลับไปกลับมา ลั่นบ้าง ไม่ตรงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบบ้าง สื่อสารไม่เข้าเป้า จน นายกฯ ถูกฝ่ายค้านถล่ม อยู่บ่อยครั้ง เพราะโฆษก เอาสถานการณ์ไม่อยู่ ใช่หรือไม่ อันนี้ไม่มีใครรู้ แต่ที่ประชาชนเค้าดูและเดาได้ ก็สรุปเอาว่า ไม่น่าจะรอด

สุดท้าย ก็ต้องรอดู ปรับ คณะรัฐมนตรี รอบนี้ จะมีชื่อ อ.แหม่ม นั่งเก้าอี้ ทีมเศรษฐกิจ หรือตำแหน่งใดหรือไม่ ก็ต้องติดตามกันต่อไป

เทียบฟอร์ม “กรุง” ป่ารอยต่อ “สลิลทิพย์”เด็กแม้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เทียบฟอร์ม “กรุง” ป่ารอยต่อ “สลิลทิพย์”เด็กแม้ว

เทียบฟอร์ม "กรุง" ป่ารอยต่อ "สลิลทิพย์"เด็กแม้ว3 กรกฎาคม 2563 – 15:35 น.

เทียบฟอร์มมวยคู่เอก “กรุงศรีวิไล” กับ “สลิลทิพย์” พลังประชารัฐเป็นต่อ เพราะเพื่อไทยมีปัญหาภายใน แถมเจอก้าวไกลตัดคะแนนกันเอง

++
การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ น่าจะดุเด็ดเผ็ดมันกว่าทุกสนามเลือกตั้งซ่อม ไม่ว่าจะเป็นเขต 8 เชียงใหม่, เขต 5 นครปฐม,เขต 7 ขอนแก่น, เขต 2 กำแพงเพชร และเขต 5 ลำปาง

พรรคพลังประชารัฐ จะสร้างสถิติ “จ้าวสนามเลือกตั้งซ่อม” ได้หรือไม่? สงครามเลือกตั้งครั้งนี้เป็นศึกศักดิ์ศรี ไม่ใช่ของตระกูล “อัศวเหม” แต่เป็นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคคนใหม่

พลิกแฟ้มเลือกตั้ง 2 ครั้ง ระหว่าง “กรุงศรีวิไล สุทินเผือก” กับ “สลิลทิพย์ สุขวัฒน์” 

อ่านข่าว…  ปากน้ำเดือด พท.หักก้าวไกล “สลิลทิพย์” ทวงแชมป์ 

เทียบฟอร์ม "กรุง" ป่ารอยต่อ "สลิลทิพย์"เด็กแม้ว

กรุงศรีวิไล ช่วยชาวบางบ่อ ช่วงโควิด

เลือกตั้งปี 2554 เขต 5 ประกอบด้วย อ.บางบ่อ,อ.บางเสาธง, อ.บางพลี (เฉพาะ ต.หนองปรือ) และอ.เมืองสมุทรปราการ (เฉพาะ ต.บางปู)

อันดับ 1 สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ พรรคเพื่อไทย 39,548 คะแนน
อันดับ 2 กรุงศรีวิไล สุทินเผือก พรรคภูมิใจไทย 28,260 คะแนน

เลือกตั้งปี 2562 เขต 5 ประกอบด้วย อ.บางบ่อ, อ.บางเสาธง และอ.บางพลี (เฉพาะต.หนองปรือและต.ราชาเทวะ)
อันดับ 1 กรุงศรีวิไล สุทินเผือก พรรคพลังประชารัฐ 41,745 คะแนน
อันดับ 2 สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ พรรคเพื่อไทย 33,007 คะแนน
++
พระเอกตลอดกาล
++
ชัยชนะของกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ปฏิเสธไม่ได้ว่า มาจากกระแส“ความสงบจบที่ลุงตู่” เหมือนเมื่อปี 2550 ที่เขาได้เป็น ส.ส.สมัยแรก เพราะกระแสคิดถึงทักษิณ

โดยส่วนตัว กรุงศรีวิไลเป็นคนบางบ่อโดยกำเนิด ความเป็นดารานักแสดง ที่ไม่เคยหายไปจากแวดวงบันเทิงไทย หมดยุคทองหนังไทย พระเอกกรุงก็มาร้องเพลง และเล่นละคร ทำให้การลงพื้นที่หาเสียง ใครๆก็อยากเจอ มาพูดคุย มาถ่ายรูปด้วย

พระเอกกรุงยังได้เปรียบกว่าทุกคน เพราะความเป็นพรรครัฐบาล และกระแสลุงตู่ยังดีอยู่ 
++
ตระกูลการเมืองดัง
++
สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ อดีต ส.ส.เพื่อไทย มีต้นทุนการเมืองมาจากบิดา-ประเสริฐ สุขวัฒน์ ส.ส.เก่า เจ้าของพื้นที่ อ.บางบ่อ อ.บางพลี และ อ.บางเสาธง

เทียบฟอร์ม "กรุง" ป่ารอยต่อ "สลิลทิพย์"เด็กแม้ว

สลิลทิพย์ ขวัญใจชาวบางพลี

“ประเสริฐ” เป็น ส.ส.มาแต่ปี 2526 ย้ายไปหลายพรรค พรรคชาติไทย พรรคราษฎร พรรคพลังธรรม สอบได้บ้าง สอบตกบ้าง แต่ไม่ได้สังกัดบ้านใหญ่ “อัศวเหม” โดยตรง เพราะเป็นนักการเมืองดาวฤกษ์ มีฐานเสียงของตัวเอง

ปี 2544 ประเสริฐ ส่งลูกสาวสมัยยังใช้ชื่อ สลิลทิพย์ ชัยสดมภ์ สวมเสื้อไทยรักไทย ก็ได้เป็น ส.ส.สาวสวยทันที หลังจากนั้น สลิลทิพย์ก็อยู่กับค่ายทักษิณมาจนกระทั่งเกิดการยุบพรรคไทยรักไทย

ปี 2550 ประเสริฐ พาลูกสาวกลับบ้านเก่า-พรรคชาติไทย เป็นข่าวใหญ่ในแวดวงการเมือง แต่หนนั้น สลิลทิพย์สอบตก จึงต้องหวนคืนพรรคเพื่อไทย

สลิลทิพย์ขยันลงพื้นที่ มีกระแสความนิยมชมชอบส่วนตัว แต่เลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 มีตัวแปรคือพรรคอนาคตใหม่ มาแชร์คะแนนจากกลุ่มต้านเผด็จการไปจากพรรคเพื่อไทย ทำให้เธอแพ้อีกสมัย

สำหรับเลือกตั้งซ่อมหนนี้ สลิลทิพย์ต้องต่อสู้กับผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคก้าวไกล เพราะฐานเสียงกลุ่มเดียวกัน

เปิดสัมพันธ์ “บ.ก๊อท อิท” ต้องสงสัยว่าจ้าง “ฌอน” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดสัมพันธ์ “บ.ก๊อท อิท” ต้องสงสัยว่าจ้าง “ฌอน”

เปิดสัมพันธ์ "บ.ก๊อท อิท" ต้องสงสัยว่าจ้าง "ฌอน"3 กรกฎาคม 2563 – 12:25 น.

เปิดสัมพันธ์ “บ.ก๊อท อิท” เกิดจาก “เสี่ยแฮงค์” ต่อยอดกับ “นฤมล” ต้องสงสัยว่าจ้าง “ฌอน”

ดราม่า “ฌอน บูรณะหิรัญ” ไลฟ์โค้ชชื่อดัง ผู้มียอดคนติดตาม – กดไลค์ เพจ Sean Buranahiran – ฌอน บูรณะหิรัญ มากกว่า 4 ล้านแอคเคาท์ แต่ทยอยลดลงเหลือ 2.9 ล้านแอคเคาท์ ภายหลังชื่นชม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก

ทางหนึ่ง “ฌอน” โดนขุดคุ้ยเรื่องเงินบริจาคช่วยไฟป่า จ.เชียงใหม่ จนต้องออกมาชี้แจงยอดเงินบริจาค 875,741.53 บาท แต่กระแสตีกลับจนเปิดตำราตั้งรับแทบไม่ได้ แถมอาจจะต้องโดนดำเนินคดีฐานขอรับบริจาคโดยไม่ขออนุญาต

เปิดสัมพันธ์ "บ.ก๊อท อิท" ต้องสงสัยว่าจ้าง "ฌอน"

แต่อีกทางหนึ่งมีข้อมูลออกมาว่า “ฌอน” ได้รับการว่าจ้างจาก “ออแกไนซ์เซอร์” ที่ดีลงานกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พยายามรีแบรนด์ “ผู้มากบารมีคนดัง” ลบภาพจำเก่า-สร้างภาพจำใหม่ ให้เป็น “ลุงผู้น่ารัก”  ก่อนก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคพปชร.

ย้อนไปในช่วงก่อร่างสร้างตัวของพรรคพปชร. “เสี่ยแฮงค์” นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท เลขาธิการพรรคพปชร.คนใหม่ ใช้บริการ บริษัท ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน จำกัด ช่วยสร้างภาพลักษณ์ด้านบวกให้กับพรรคพปชร. เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง แต่หลังจัดตั้งรัฐบาล “เสี่ยแฮงค์” ไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรี บ.ก๊อท อิท ปลีกตัวออกห่าง

ทว่าธุรกิจต้องเดินหน้า บ.ก๊อท อิท จึงพยายามทอดสะพานไปหา “บิ๊กเนมพปชร.” คัดสรรเฉพาะ “แกนนำพปชร.” ที่นั่งกระทรวงใหญ่มีปัจจัยคอยซับพอร์ตแบบไม่อั้น แต่หลายครั้ง “ดีลลับ” ก็ต้องล่ม เพราะ “บิ๊กเนมพปชร.” สืบสาวที่มาที่ไป ไร้เสียงชื่นชมมีแต่ “เสียงยี้” ไม่เชื่อลองถาม “ผู้ยิ่งใหญ่เมืองเก่า” จังหวัดทางภาคเหนือ ที่รู้ไส้รู้พุงกันดี

บ.ก๊อท อิท ขอสู้อีกยก เชื่อมสัมพันธ์ไปยัง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บังเอิญเคมีตรงกันจึงมีโอกาสได้ร่วมงานกันหลายครั้ง

มีกระแสข่าวว่า ผู้บริหารบ.ก๊อท อิท มักปรากฎตัวเคียงข้าง “นฤมล” ในหลายเวที ไม่เว้นเวทีที่ต้องจ้อกับสำนักข่าวต่างประเทศ ก็มักปรากฎตัวข้างกาย “นฤมล” มาโดยตลอด

ภายหลังเกิดกรณีดราม่า “ฌอน” จนมีสื่อหลายแห่ง ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า “นฤมล” เป็นคนว่าจ้าง “บ.ออแกไนซ์เซอร์” ติดต่อจ้าง “ฌอน” ให้ช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับ “ผู้มากบารมีคนดัง” ส่งคีย์เวิล์ด ผู้ใหญ่ที่น่ารัก ให้ “ฌอน” พูดจนกลายเป็นกระแสดราม่า

ทั้งนี้ “ผู้สื่อข่าว” พยายามติดต่อ “นฤมล” เพื่อสอบถามถึงกระแสข่าวที่ถูกเชื่อมโยงไปเกี่ยวข้องกับ บ.ก๊อท อิท แต่ปรากฎว่า “นฤมล” ไม่รับสายโทรศัทพ์

เมื่อ “นฤมล” ตกเป็นเป้าถูกโจมตี “บ.ก๊อท อิท” จึงตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในฐานะตัวกลางว่าจ้าง “ฌอน บูรณะหิรัญ” ด้วยประการฉะนี้

รู้จัก บ.ก๊อท อิท เอ็นเตอร์เทน จำกัด
บ.ก๊อท อิท จดทะเบียนเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 2555 มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ตั้งอยู่ที่ 404/2 ซอยลาดพร้าว 109 ถ.ลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกระปิ กทม. ประกอบธุรกิจประเภท ให้บริการจัดงานแสดงสินค้า การแสดงบนเวที จัดงานอีเว้นท์ ร้านอาหาร

มีผู้ถือหุ้น 3 ราย ประกอบด้วย 1.นางประจวบ อินทพันธ์ ถือหุ้น 60% 2.น.ส.ฐิตา อินทพันธ์ ถือหุ้น 30% 3.นางอินทรา ชูเรือง ถือหุ้น 10% แจ้งงบการเงินย้อนหลัง 5 ปีดังนี้ ปี 2555 ขาดทุน 113,094 บาท ปี 2556 ขาดทุน 1,257,010 บาท ปี 2557 ขาดทุน 52,635 บาท ปี 2558 ขาดทุน 51,182 บาท ปี 2559 กำไร 1,432,770 บาท

ที่มา :  เนชั่นสุดสัปดาห์ 

เปิดสัมพันธ์ “บ.ก๊อท อิท” ต้องสงสัยว่าจ้าง “ฌอน”

“โรคครูมานิตย์” อาการรักลุงตู่ ทนอยู่กับทักษิณ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“โรคครูมานิตย์” อาการรักลุงตู่ ทนอยู่กับทักษิณ

"โรคครูมานิตย์" อาการรักลุงตู่ ทนอยู่กับทักษิณ3 กรกฎาคม 2563 – 12:20 น.

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม “อยู่เป็น”แบบฝ่ายค้าน ยุคเพื่อไทยระส่ำ ไม่เอา “เจ๊หน่อย” แต่ทิ้ง “ทักษิณ” ไม่ได้ 

++
สถานการณ์ภายในพรรคเพื่อไทย หลังมีอดีตคนไทยรักไทย ออกมาตั้ง “กลุ่มแคร์” และเตรียมเปิดตัวพรรคใหม่ ส.ส.ภูธรส่วนใหญ่ ตกอยู่ในสภาวะ “กล้ำกลืนฝืนทน” 

ที่สำคัญ ความไม่ลงรอยกันระหว่างกลุ่มหัวหน้าพรรค และประธานยุทธศาสตร์พรรค ส่งผลให้ ส.ส.ทำตัวไม่ถูก 

อ่านข่าว…  “ครูมานิตย์”เพื่อไทย วอน “นายกฯ” อย่าเพิ่งยุบสภาฯ
 
การลุกขึ้นอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปี 2564 ของ ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย โดยช่วงหนึ่งกล่าวว่า นายกฯ และรัฐบาลจะเป็นไปกี่ปี ตนไม่ว่า เชิญทำหน้าที่ต่อไป ตนไม่สบายใจ ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เสนอให้ยุบสภาฯ เพื่อแก้เศรษฐกิจจากปัญหาโควิด เพราะการเลือกตั้งกว่าจะเข้ามาได้ ทุกคนก็ทราบว่าต้องไปยืนยกมือไหว้ไม่รู้เท่าไหร่

“เฮียกวงไม่เคยเลือกตั้ง จะไปยุ นายกฯได้อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯอยากอยู่นานๆ เพราะเข้มแข็งอยู่ พวกผมจะนั่งดู อย่าไปยุตามเฮียกวง เพราะเฮียกวงจะไปก่อน ก็ปล่อยแกไป ส.ส.ทำงานได้ไม่เกิน 2 ปีจะไปยุบเสียแล้ว..”

ฟังแล้วมองเป็นเรื่องไร้สาระก็ได้ หรือตีความไปว่า ครูมานิตย์เตรียมตัวย้ายพรรคก็ได้ แต่ลึกๆแล้ว นักเลือกตั้งเหล่านี้เป็นโรคเดียวกันคือ ไม่อยากยุบสภา เพราะเลือกตั้งแต่ละครั้ง เสี่ยงสอบตกสูง และเหนื่อยหนัก สำหรับ ส.ส.บ้านนอก ไม่มีเงินถุงเงินถัง

โดยเฉพาะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ตกเป็นฝ่ายค้าน และวลี “เป็นฝ่ายค้านอดอยากปากแห้ง” ยังเป็นสัจธรรมของการเมืองไทย

ถ้ายังจำได้ เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2562 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปตรวจราชการที่ จ.สุรินทร์ก็มี ส.ส.เพื่อไทย มาต้อนรับ นำโดย ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม,ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล และคุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์

ตอนนั้นเป็นข่าวใหญ่โต ถึงขั้นคาดหมายกันว่า 3 ส.ส.สุรินทร์ เตรียมตัวย้ายพรรค และพรรคเพื่อไทยก็เรียกตัว ส.ส.ทั้งสามมาพูดคุย

ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม และตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล เป็น ส.ส.สมัยแรกพร้อมกัน ในสีเสื้อไทยรักไทย ฤดูเลือกตั้ง 2544 ไม่มีใครคิดหรอกว่า “ประชานิยม” ของทักษิณจะมาแรงขนาดนี้

ทำนองเดียวกัน เถ้าแก่โรงสี-คุณากร ปรีชาชนะชัย ลงสมัคร ส.ส.สมัยแรกปี 2554 กระแสนารีขี่ม้าขาวทำให้เข้าได้เข้าสภาฯ

ดังนั้น 3 ส.ส.สุรินทร์ คงไม่คิดฆ่าตัวตาย ด้วยการย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ เพราะมีบทเรียนจากอดีต ส.ส.สุรินทร์ ที่เคยอยู่พรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน เมื่อย้ายไปสังกัดภูมิใจไทย สอบตกเรียบ

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งปี 2562 ในสมรภูมิสุรินทร์ แม้พรรคเพื่อไทย จะได้ ส.ส. 5 ที่นั่ง จากทั้งหมด 7 ที่นั่ง แต่เช็คผลคะแนนแล้ว ปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ แม้จะแพ้แต่ก็ได้คะแนนสูง เป็นลำดับที่ 2 เป็นส่วนใหญ่ แถมเจาะได้ 1 เขต

ตรงกันข้าม ตัวเต็งจากพรรคภูมิใจไทย ในหลายเขตกลับแพ้เยอะ จึงทำให้ครูมานิตย์ และเพื่อน ส.ส. เริ่มวิตกกังวล หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ในเร็ววันนี้

พรรคเพื่อไทย เหมือนกินบุญเก่า “ทักษิณ” ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ มีคะแนนนิยมส่วนตัวของ “ลุงตู่” บวกปัจจัยพิเศษ โอกาสที่จะเบียดแชมป์เก่าในแต่ละเขตย่อมมีสูง

ส.ส.อีสานของเพื่อไทย จึงตกอยู่ในอาการเดียวกับครูมานิตย์ “รักลุงตู่ แต่ต้องทนอยู่กับทักษิณ” เพราะสถานการณ์ในพื้นที่ ยังไม่เปลี่ยน

ปากน้ำเดือด พท.หักก้าวไกล “สลิลทิพย์” ทวงแชมป์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปากน้ำเดือด พท.หักก้าวไกล “สลิลทิพย์” ทวงแชมป์

ปากน้ำเดือด พท.หักก้าวไกล "สลิลทิพย์" ทวงแชมป์3 กรกฎาคม 2563 – 10:30 น.

ฝ่ายประชาธิปไตยเปิดศึกในสมรภูมิเลือกตั้งซ่อมปากน้ำ พรรคเพื่อไทยขอทวงแชมป์คืนและการจับมือพรรคก้าวไกล ย่อมส่งผลเสียในระยะยาว  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ หลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษาให้ใบเหลือง “กรุงศรีวิไล สุทินเผือก” คงไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างฝ่ายเผด็จการ กับฝ่ายประชาธิปไตย เหมือนการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 นครปฐม และเขต 7 ขอนแก่น 

เมื่อ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันจะส่ง ”สลิลทิพย์ สุขวัฒน์” อดีต ส.ส.สมุทรปราการ 3 สมัย และ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต5 พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ลงทำศึกล้างตา

อ่านข่าว…  ศึกปากน้ำ วัดบารมี “ป้อม”

ปากน้ำเดือด พท.หักก้าวไกล "สลิลทิพย์" ทวงแชมป์

สลิลทิพย์ ยังหาเสียงตลอด

เนื่องจากผลคะแนนเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ ได้คะแนนอันดับ 2 (33,007 คะแนน) พ่ายกรุงศรีวิไล ไม่กี่พันคะแนน( 41,745 คะแนน) 
++
กู้ศักดิ์ศรีแชมป์เก่า
++
ถ้าจำกันได้ ช่วงการเลือกตั้งซ่อมหลายหนที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่ จะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงแข่งกันเอง โดยอ้างเรื่องพันธกิจฝ่ายประชาธิปไตย 

สำหรับการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 ปากน้ำ แกนนำพรรคเพื่อไทยได้คุยกันว่า หากไม่ส่งคนลงเลือกตั้งคงไม่เป็นผลดีแก่พรรค และการที่พรรคจับมือกับพรรคก้าวไกลย่อมไม่เป็นผลดีในระยะยาว 

ที่สำคัญ ตระกูล “สุขวัฒน์” ที่ยึดพื้นที่การเมืองแถว อ.บางพลี อ.บางบ่อ และ อ.บางเสาธง มาแต่รุ่นพ่อ-ประเสริฐ สุขวัฒน์ คงไม่ยอมแน่ เพราะมันเป็นศึกศักดิ์ศรี  

สลิทิพย์ สุขวัฒน์ เป็น ส.ส.สมุทรปราการ 2 สมัยซ้อน ในสีเสื้อไทยรักไทย ก่อนจะพลาดท่าปราชัยในการเลือกตั้งปี 2550 ที่ย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทย 

ปากน้ำเดือด พท.หักก้าวไกล "สลิลทิพย์" ทวงแชมป์

ปี 2554  กรุง ศรีวิไล ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ ทิ้งพรรคชาติไทย กลับมาพรรคเพื่อไทย ได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 3 

ครั้งนี้ สลิลทิพย์มั่นใจว่า ต้องชนะกรุงศรีวิไลได้แน่นอน

++
ก้าวไกลเอาจริง
++
ว่ากันจริง พรรคก้าวไกลออกตัวเร็วไปนิด หลังทราบข่าวศาลแจกใบเหลืองกรุงศรีวิไล ไม่ทันข้ามวัน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ประกาศทันทีว่า จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงเลือกตั้งใหม่ ที่เขต 5 จ.สมุทรปราการ และจะเป็นครั้งแรกของพรรคก้าวไกล ที่จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งได้ 

อันที่จริง ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5  คราวที่แล้ว ได้อันดับ 3  ควรรอฟังท่าทีของพรรคเพื่อไทยก่อน 

ปากน้ำเดือด พท.หักก้าวไกล "สลิลทิพย์" ทวงแชมป์

ดังที่ทราบกัน พรรคก้าวไกล มีผู้นำชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และเขาคงต้องการพิสูจน์ฝีมือ และทดสอบกระแสพรรคก้าวไกลอย่างเป็นทางการครั้งแรก  

พูดง่ายๆ “พิธา” จะหลุดจากเงาของ “ธนาธร” ได้หรือไม่ การเลือกตั้งซ่อมหนนี้จะให้คำตอบ 

ด้านหนึ่ง พรรคก้าวไกล มี ส.ส. 1 คนจากการเลือกตั้งปี 2562 คือ วุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ เขต 4 ที่พลิกเอาชนะแชมป์เก่า-วรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ขวัญใจแดงปากน้ำไปได้ 

กล่าวโดยภาพรวม พรรคอนาคตใหม่เดิมหรือพรรคก้าวไกล กับพรรคเพื่อไทย มีฐานเสียงกลุ่มเดียวกัน จึงไม่น่าแปลกใจที่การเลือกตั้ง 24 มี.ค. พรรคพลังประชารัฐ จะเบียดเข้าป้ายเกือบทุกเขต ยกเว้นเขต 4  

สมุทรปราการวันนี้ ไม่ใช่ขอบกรุง ไม่ใช่บ้านนอกบ้านนา หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ฉะนั้น คนรุ่นใหม่ปากน้ำจึงเทใจให้ “ธนาธร” เต็มที่ รวมถึงกลุ่มผู้ใช้แรงงานอุตสาหกรรม 

เลือกตั้งซ่อมเที่ยวนี้ น่าจับตา “เจ๊สมพร” แห่งอาณาจักรไทยซัมมิท ที่มีฐานมวลชนอยู่ในย่านบางพลีมายาวนานเช่นกัน

“ธิดา”โต้หมู่บ้านแดงเล่าจากเรือนจำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธิดา”โต้หมู่บ้านแดงเล่าจากเรือนจำ

"ธิดา"โต้หมู่บ้านแดงเล่าจากเรือนจำ2 กรกฎาคม 2563 – 15:42 น.

“ธิดา ถาวรเศรษฐ” จัดรายการเรื่องเล่าจากเรือนจำ ยอมรับหมู่บ้านเสื้อแดงสลาย แต่ “แดงพันธุ์แท้” ยังอยู่ เงินซื้อไม่ได้

++
สืบเนื่องจาก “แกนนำ นปก.” ในคดีบุกบ้าน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ “ธิดา ถาวรเศรษฐ” ที่ปรึกษา นปช. และผู้ก่อตั้งสำนักข่าวยูดีดีนิวส์ – UDD news ได้โอกาสระหว่างรอการเข้าเยี่ยมนักโทษการเมือง ทำเฟซบุ๊กไลฟ์ “เล่าข่าว” จากหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพทุกวัน

อาจารย์ธิดา จะหยิบเอาประเด็นข่าวร้อนๆ ในแต่ละวันมาวิเคราะห์ให้แฟนคลับเสื้อแดงได้รับฟังกัน เหมือนปกติ

อย่างกรณี “แรมโบ้อีสาน” สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จัดอีเวนท์พิธีรับมอบคืนป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน 20 จังหวัด ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.มหาสารคาม

"ธิดา"โต้หมู่บ้านแดงเล่าจากเรือนจำ

อดีตประธาน นปช.ตั้งข้อสังเกตว่า “การที่มีกลุ่มคนออกมาแล้วบอกว่า หมู่บ้านเสื้อแดงสลาย ดิฉันอยากจะให้เข้าใจว่า ก็เป็นคนบางส่วน แต่จะเป็นเสื้อแดงจริงหรือเปล่า? ไม่รู้!!! ไม่ว่าจะเป็นคนไหน เพราะถ้าเป็นเสื้อแดงแท้เราผูกพันกันด้วยอุดมการณ์ ไม่ได้ผูกพันด้วยผลประโยชน์ ดังนั้นผลประโยชน์ใดๆ ก็ไม่สามารถซื้อคนที่มีอุดมการณ์ได้ แต่ถ้าผูกพันกันด้วยผลประโยชน์ เสื้อแดงกำลังรุ่ง หรือว่ามีโอกาสจะได้รับโน่น รับนี่ มันก็ง่ายที่จะเปลี่ยน”

ถ้าใครได้ติดตามข่าวสารช่วงปี 2554-2556 ยุคที่อาจารย์ธิดา เป็นประธาน นปช. ได้มีแกนนำ นปช.ไม่พอใจบทบาทการนำ จึงลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง บางรายถึงขั้นบอกว่า “ธิดาเป็นเผด็จการ”

ระหว่างนั้น “อานนท์ แสนน่าน” สื่อมวลชนท้องถิ่นเมืองอุดร ได้ประกาศจัดตั้งองค์กร “หมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อประชาธิปไตย” ก็สร้างความไม่พอใจให้แก่อาจารย์ธิดา เพราะอานนท์ ไม่ยอมอยู่ใต้ร่ม นปช. 

"ธิดา"โต้หมู่บ้านแดงเล่าจากเรือนจำ

อานนท์ แสนน่าน

“แล้วก็ในกระแสเสื้อแดงที่สูงนั้น กลุ่มอิสระต่างๆ เหล่านี้ก็ทำกิจกรรมในชื่อต่างๆ แล้วก็ได้รับความร่วมมือจากมวลชน แต่ว่ามันไม่ใช่ทิศทางที่ นปช.ลงไปทำ แต่เราไม่ได้ห้ามปราม ไม่ได้ขัดข้อง ให้เป็นความสมัครใจของแต่ละพื้นที่ เพราะเราอยู่กับกลุ่มอิสระด้วยความคิดแบบแนวร่วม ก็คือ แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ดังนั้นเราก็ปล่อยให้เขาทำไปก็ไม่ได้ว่าอะไร” อาจารย์ธิดา พยายามเล่าย้อนหลัง

จริงๆแล้ว สถานการณ์ในวันนั้น กลายเป็นว่า ปรากฏการณ์ “หมู่บ้านเสื้อแดง” มาแรงและโดดเด่นกว่า นปช. ถึงขั้น “ธิดา-เหวง” ต้องลงไปจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงอีกรูปแบบหนึ่ง ในพื้นที่อิทธิพลของสหายเขตงานดงมูล จ.กาฬสินธุ์

“เพราะว่าในช่วงเวลานั้นกระแสเสื้อแดงสูง ก็มีคนอยากทำงานเพื่อไปส่งการบ้านทางการเมืองก็มี หรือสร้างเครดิตของแต่ละกลุ่ม เราก็ไม่ได้มีปัญหา แล้วบางส่วนก็ดิสเครดิต นปช.ด้วย ก็ไม่ได้มีปัญหาอีกเหมือนกัน” ธิดาก็ยอมรับความจริงเรื่องความขัดแย้ง

"ธิดา"โต้หมู่บ้านแดงเล่าจากเรือนจำ

สลายแดง เป็นหมู่บ้านเรารักประเทศไทย

“..การเกิดขึ้นของกลุ่มอิสระมันเกิดขึ้นอยู่แล้ว เพียงแต่ชื่อนี้มันประทับใจ แต่ความจริงก็คือเป็นกลุ่มอิสระที่ทำกันหลากหลาย มีมา มีไป เพราะอาจารย์อยู่กับพี่น้องมวลชนก็รู้ว่าแกนนำในท้องถิ่นหรือแกนนำส่วนกลางก็ตาม มันก็มีขึ้น มีลง มีมา แล้วก็มีไป แล้วก็มีใหม่มาแทนเก่า เพราะฉะนั้นไม่ต้องเสียใจนะคะ”

สุดท้าย อาจารย์ธิดา ไม่ปฏิเสธสัจธรรมแห่งชีวิต องค์กรเสื้อแดงที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด ก็ล้มหายตายจากไป หลังรัฐประหาร 2557

แกนนำแดงท้องถิ่นหลายคนเข้าใจสถานการณ์ จึงสลายสีเสื้อ และทำให้ชุมชนเกิดความปรองดอง ไม่แบ่งแยกฝักฝ่ายเหมือนในอดีต

“พยากรณ์การเมืองใหม่” ที่จะมาถึงในไม่ช้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“พยากรณ์การเมืองใหม่” ที่จะมาถึงในไม่ช้า

"พยากรณ์การเมืองใหม่" ที่จะมาถึงในไม่ช้า2 กรกฎาคม 2563 – 14:30 น.

“พยากรณ์การเมืองใหม่” ที่จะมาถึงในไม่ช้า : การเมืองใหม่ในสายตา “ศ.นพ.ประเวศ วะสี” ชี้ต้องยุบสภาฯ และนายกรัฐมนตรี ต้องได้มาจากมติเป็นเอกฉันท์ของสภาผู้แทนราษฎร

๑. พยากรณ์ได้ว่าการเมืองใหม่จะมาถึงในไม่ช้า เพราะ หนึ่ง ประชาชนเอือมระอากับการเมืองเก่าๆ เต็มที สอง วิกฤตโควิดแสดงให้เห็นว่าการเมืองเก่าๆ ที่ไม่มีคุณภาพไม่สามารถนำประเทศพ้นวิกฤตได้

๒. คงจะมีการยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพื่อหาทางออกจากสภาวะเก่าอันไม่โสภา การเมืองใหม่เริ่มจากกระบวนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่ได้จากมติเป็นเอกฉันท์ของสภาผู้แทนราษฎร

๓. ตรงนี้ที่เป็นการเมืองใหม่เพราะใช้วิถีทางสายกลาง ทางสายกลางเป็นทางแห่งความเป็นเหตุเป็นผลล้วนๆ หรือทางสายปัญญา ไม่มีการแบ่งข้างแบ่งขั้ว เราไปเอาอย่างฝรั่งเสียนาน ฝรั่งคิดแบบตายตัวจึงแยกส่วน นำไปสู่การแบ่งข้างแบ่งขั้ว ขัดแย้ง และรุนแรง ประวัติศาสตร์ของยุโรปจึงเต็มไปด้วยสงคราม การเมืองแบบแบ่งข้างแบ่งขั้วสุดๆ (polarized) ก็เห็นได้ในการเมืองของสหรัฐอเมริกาซึ่งพิกลพิการแล้ว วุฒิสภาโหวดสนับสนุนทรัมป์เพราะเป็นพวกเดียวกัน เป็นการโหวดโดยความเป็นพรรคหรือพวกมากลากไป ไม่ใช่แต่ละคนมีอิสระที่จะใช้ความเป็นเหตุเป็นผล และวิจารณญาณของตนเอง

๔. บุคคลถ้าตกอยู่ในสภาพการณ์ถูกอำนาจบีบบังคับ จะใช้สมองส่วนหลังซึ่งเป็นสมองสัตว์เลื้อยคลาน ทำหน้าที่เพื่อความอยู่รอด หนีภัย หลอกลวง แต่ถ้าบุคคลมีอิสระที่จะใช้วิจารณญาณของตนเองจะใช้สมองส่วนหน้า (Prefrontal cortex) ซึ่งอยู่หลังหน้าผาก ทำหน้าที่เกี่ยวกับสติปัญญา วิจารณญาณ ศีลธรรม การก้าวข้ามตัวตน

รัฐสภาต้องเป็นสภาที่ใช้สมองส่วนหน้า ไม่ใช่สมองส่วนหลัง จึงจะเป็นการเมืองใหม่

๕. ถ้าสส.แต่ละท่านใช้วิจารณญาณของตนเอง จะใช้สมองส่วนหน้าและตัดสินใจในเรื่องดีๆ ได้ แต่ถ้าต้องทำตามมติของพรรคหรือของกลุ่ม ก็ไม่ต้องใช้สติปัญญาอะไร เพียงแต่ถูกต้อนไปโดยนายทุนพรรคหรือนายทุนกลุ่ม เพื่อต่อรองเอาอำนาจทางการเมือง การเมืองเก่าเป็นอย่างนี้ จึงไม่มีคุณภาพเรื่อยมา เป็นปัจจัยให้ประเทศวิกฤต

๖. ฉะนั้น การเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จึงควรให้ส.ส.แต่ละท่านใช้วิจารณญาณของตนเอง โหวตหลายรอบจนกระทั่งได้มติเป็นเอกฉันท์ แบบที่สภาพระคาร์ดินัลโหวตเลือกพระสันตะปาปาในวิหารซิสทีน ณ กรุงวาติกัน บางครั้งใช้เวลาหลายวันกว่าจะได้ฉันทามติ ประชาธิปไตยไม่ได้มีแต่ประชาธิปไตยเสียงข้างมากเท่านั้น แต่มีประชาธิปไตยที่เป็นเอกฉันท์ด้วย

เมื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เป็นที่ยอมรับของส.ส.ทั้งสภาฯ การเมืองก็หมดความเป็นข้างเป็นขั้ว แต่ดำเนินไปด้วยความเป็นเหตุเป็นผลและวิจารณญาณ นายกรัฐมนตรีมีอิสระที่จะแสวงหาคนที่มีคุณภาพดีที่สุดมาช่วยกันบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่ขึ้นกับโควตาของกลุ่มต่างๆ ในพรรคการเมือง ระบบโควตาของกลุ่มในพรรคการเมืองไม่การันตีได้ว่าจะได้คนดีที่สุดมาบริหารบ้านเมือง

การเมืองใหม่ เคารพสิทธิของประชาชนที่จะได้คนที่ดีที่สุดมาบริหารประเทศ เลิกการยอมรับสิทธิของกลุ่มก๊วนต่างๆ ที่จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี

การเมืองสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นส่วนศีลธรรมไม่ใช่แบบนั้น

๗. การเมืองใหม่อีกอย่างหนึ่งคือ การแก้รัฐธรรมนูญ หรือออกพระราชบัญญัติกำหนด ให้มีการประชุมสมัชชาพัฒนานโยบายสาธารณะแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือพัฒนาประชาธิปไตย และบ้านเมืองอย่างก้าวกระโดด ดังที่จะอธิบายต่อไปนี้

๘. การเมืองเป็นเรื่องของการตัดสินใจนโยบายสาธารณะ นโยบายสาธารณะเป็นความเจริญหรือความเสื่อมของประเทศ ขึ้นกับว่าเป็นนโยบายสาธารณะที่ดีหรือไม่ การได้มาซึ่งนโยบายสาธารณะที่ดีเป็นเรื่องยาก เพราะมีบุคคลและคณะบุคคลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมาก และความอ่อนแอทางวิชาการ

การเมืองใหม่จึงต้องสัมพันธ์อยู่กับกระบวนการนโยบายสาธารณะที่ดี กระบวนการนโยบายสาธารณะที่ดีเป็นกระบวนการทางปัญญาและความดีสูงสุดของประเทศ เป็นประชาธิปไตยที่แท้และประชาธิปไตยอัตถประโยชน์ เป็นที่เรียกว่ากระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม หรือ P4 (Partipatory Public Policy Process) ที่ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วม

๙. องค์ประชุมของสมัชชาพัฒนานโยบายสาธารณะแห่งชาติ ประกอบด้วย

(๑) สมาชิกรัฐสภา

(๒) คณะรัฐมนตรี

(๓) ตัวแทนองค์กรชุมชนท้องถิ่น

(๔) ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ ของสังคม ซึ่งรวมทั้งภาคธุรกิจและสื่อมวลชน

(๕) ข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนโยบายในวาระการประชุม

(๖) นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องนโยบายสาธารณะ

(๗) ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ

นโยบายที่ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้รัฐสภาและครม.รับไปปฏิบัติ มีกลไกติดตามสนับสนุนการปฏิบัติ และประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย การพัฒนานโยบายสาธารณะที่ครบวงจร ตั้งแต่การสังเคราะห์นโยบายสาธารณะ ผ่านการตัดสินใจโดยสมัชชาซึ่งเป็นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม การที่ฝ่ายการเมืองรับไปปฏิบัติ มีการติดตามช่วยเหลือผู้ปฏิบัติให้ปฏิบัติได้ และมีการประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบาย เพื่อเป็นข้อมูลป้อนกลับมาพัฒนานโยบายให้ดียิ่งขึ้น

เป็นกระบวนการประชาธิปไตย ที่ใช้สติปัญญาสูงสุด เพื่อประโยชน์สูงสุดของสาธารณะ นี้เป็นการเมืองใหม่

๑๐. ท่านสามารถอ่านรายละเอียดในบทความต่างหากโดยผู้เขียน ชื่อ “สมัชชานโยบายสาธารณะแห่งชาติ : เครื่องมือพัฒนาประชาธิปไตยและประเทศชาติอย่างก้าวกระโดด”

โดยสรุป ถ้านักการเมืองถึงทางตัน หันมาใช้วิถีทางสายกลางทางการเมือง สร้างการเมืองใหม่ โดย หนึ่ง เลือกนายกรัฐมนตรีด้วยมติเป็นเอกฉันท์ของสภาผู้แทนราษฎร สอง ออกกฎหมายสร้างระบบสมัชชาพัฒนานโยบายสาธารณะแห่งชาติ อันเป็นเครื่องมือพัฒนาประชาธิปไตย และประเทศชาติอย่างก้าวกระโดด

สนามกระบี่ หลังสิ้น “อาคม” ปชป.ไปต่อไหวมั้ย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สนามกระบี่ หลังสิ้น “อาคม” ปชป.ไปต่อไหวมั้ย

สนามกระบี่ หลังสิ้น "อาคม" ปชป.ไปต่อไหวมั้ย

2 กรกฎาคม 2563 – 13:08 น.

จากไปแล้ว “อาคม เอ่งฉ้วน” ส่งไม้ต่อให้ลูกชาย “สุชีน เอ่งฉ้วน” การเลือกตั้งครั้งใหม่ สนามกระบี่ ปชป.จะเรียกศรัทธาคืนมาได้ทันหรือไม่? 

++
สนามเลือกตั้งกระบี่ มี ส.ส.ได้ 2 คน ก็ผูกขาดอยู่กับผู้ชาย 2 คน คือ พิเชษฐ พันธ์วิชาติกุล และอาคม เอ่งฉ้วน อดีตรัฐมนตรีช่วยศึกษา เป็น มานับสิบสมัย 

ทั้งคู่สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และเป็น ส.ส.น้ำดี มีความสามารถมากมาย และเป็นดาวสภา โดยเฉพาะอาคม เอ่งฉ้วน เป็นคนที่พูดเก่ง ลีลาปราศรัยเด็ดดวง จนเป็นขวัญใจชาวบ้าน และได้รับฉายาว่า “ตูมตาม”

สนามกระบี่ หลังสิ้น "อาคม" ปชป.ไปต่อไหวมั้ย

ครอบครัว เอ่งฉ้วน

วันนี้ อาคม เอ่งฉ้วน จากไปแล้ว ทิ้งมรดกการเมืองไว้ในชาวกระบี่ได้ชื่นชม และภารกิจสุดท้ายในการเลือกตั้ง 2562 อาคมรู้สึกผิดหวัง เมื่อ “สุชีน เอ่งฉ้วน” ลูกชายพ่ายแพ้แบบฉิวเฉียด

ระยะหลัง อาคมต้องดูแลสุขภาพ ไม่ได้ออกงานสังคมเลย แต่สถานการณ์การต่อสู้อันเข้มข้น อาคมจึงต้องหอบสังขารขึ้นเวทีหาเสียงช่วยลูกชาย เขาคงไม่นึกว่า จะการต่อสู้ในสมรภูมิเลือกตั้งครั้งสุดท้ายของเขา

++
ทายาทการเมือง
++
เลือกตั้ง ส.ส.กระบี่ ครั้งที่แล้ว ส.ส.เขตมีแค่ 2 คน พรรคประชาธิปัตย์เลือก “สุชีน เอ่งฉ้วน” อดีต ส.ส.สมัยที่แล้ว ลงเขต 2 และ “น้ำผึ้ง” พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ลูกสาวอดีต ส.ส.พิเชษฐ์ ขึ้นบัญชีรายชื่อลำดับ 24 

เขต 2 กระบี่ (อ.เหนือคลอง อ.คลองท่อม อ.เกาะลันตา อ.ลำทับ และ อ.เขาพนม (ยกเว้นตำบลหน้าเขาและตำบลเขาดิน) “สุชีน” ลูกชาย อาคม เอ่งฉ้วน พ่ายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย

สนามกระบี่ หลังสิ้น "อาคม" ปชป.ไปต่อไหวมั้ย

สุชีน เอ่งฉ้วน

ดูผลคะแนน เรียงตามลำดับ สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้ 41,978 คะแนน, สุชีน เอ่งฉ้วน ได้ 40,014 คะแนน และสมัชชา เอ่งฉ้วน (พลังประชารัฐ) ได้ 12,531 คะแนน

ว่ากันว่า สมเกียรติ เอ่งฉ้วน น้องชายอาคม ไม่ฟังคำร้องขอของพี่ชาย จึงส่งลูกชาย-สมัชชา เอ่งฉ้วน ลงสนาม อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกชายของอาคมแพ้

สาเหตุหลัก ก็ต้องยอมรับว่า กระแส ปชป.ตกต่ำ ทั่วประเทศ ส่งผลกระทบถึงฝั่งทะเลอันดามันด้วย

++
ดาวดวงใหม่
++
สำหรับผู้ชนะ “โกสุทธิ์” สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง นักการเมืองหนุ่มไฟแรง เป็นน้องเขยของ “โกหงวน” สมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ 6 สมัย

“โกสุทธิ์” หรือ สฤษฎ์พงษ์ เติบโตมาจากครอบครัวเกษตรกรชาวสวนยาง มีพี่น้อง 10 คน สู้ชีวิตจนจบปริญญาเอก ด้วยการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย โกสุทธิ์เป็นสมาชิกสภาจังหวัดกระบี่ ตอนอายุ 27 ปี และก้าวมาเป็นรองนายก อบจ.กระบี่

สนามกระบี่ หลังสิ้น "อาคม" ปชป.ไปต่อไหวมั้ย

โกสุทธิ์ ดาวรุ่งดวงใหม่

ชีวิตนักการเมืองท้องถิ่นของโกสุทธิ์ ดูราบรื่นเหมือนคลื่นอันดามันยามสงบ โกสุทธิ์มีเวลาทุ่มเททำงานการเมืองเต็มที่ เพราะได้แรงสนับสนุนจากภรรยาและญาติพี่น้องของตระกูลกิตติธรกุล

เหตุที่โกสุทธิ์ต้องอยู่ค่ายสีน้ำเงิน เพราะ “เนวิน ชิดชอบ” สนิทชิดเชื้อกับตระกูล “กิตติธรกุล” มาแต่สมัยไทยรักไทย 

ตอนที่มีการเลือกตั้ง 2550 “โกหงวน” ได้จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน ลงแข่งกับทีม ปชป. ซึ่ง “โกสุทธิ์” ก็อยู่ในทีมพลังประชาชนด้วย หลังความปราชัย โกสุทธิ์มุ่งมั่นทำงานสภา อบจ.กระบี่ และได้ชื่อว่าเป็นนักบริหารท้องถิ่นรุ่นใหม่ วิสัยทัศน์กว้างไกล

เนวินแผ่บารมีจากอีสานใต้ มาถึงฝั่งอันดามัน ยึดเก้าอี้ ส.ส.สตูล ,กระบีี่ และระนอง ถือว่าผลงานเยี่ยม ซึ่งสร้างความลำบากใจให้กับเจ้าถิ่น ปชป.