‘สกสว.’หนุนใช้กองทุนส่งเสริม’ววน.’ พัฒนาเชิงพื้นที่บนพื้นที่ฐานองค์ความรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/756129

'สกสว.'หนุนใช้กองทุนส่งเสริม'ววน.' พัฒนาเชิงพื้นที่บนพื้นที่ฐานองค์ความรู้

‘สกสว.’หนุนใช้กองทุนส่งเสริม’ววน.’ พัฒนาเชิงพื้นที่บนพื้นที่ฐานองค์ความรู้

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.01 น.

สกสว. ร่วมมือ สภาพัฒน์ฯ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่และตำบล” เชื่อมโยงทุกมิติรอบด้าน หนุนเสริมเชิงพื้นที่ มุ่งสู่เป้าหมาย 13 หมุดหมาย 7,255 ตำบลต้นแบบ ขยายผลการจัดทำพื้นที่นำร่อง พร้อมสร้างเครือข่ายการพัฒนาอย่างเข้มแข็ง

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566  รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่และตำบล” พร้อมเสวนาแลกเปลี่ยนในประเด็น “เครื่องมือและกลไกเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ในระดับพื้นที่และตำบล” ที่จัดโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาสังคม จำนวนกว่า 350 คน เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ

รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวถึงบทบาทกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.) กับการพัฒนาเชิงพื้นที่บนฐานขององค์ความรู้ ระบุว่า สกสว. มีบทบาทในการจัดทำแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พ.ศ.2566-2570 ที่มุ่งพลิกโฉมประเทศให้เป็นประเทศพัฒนา และพร้อมสำหรับโลกอนาคต โดยมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ยกระดับคุณภาพชีวิตเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยเศรษฐกิจมูลค่าและคุณค่า ด้วยการสานพลังของหน่วยงานในระบบ ววน. รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาสังคม ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก โดยเฉพาะในยุทธศาสตร์ที่ 2 ที่กองทุนส่งเสริม ววน. มีการจัดสรรงบประมาณการวิจัยและนวัตกรรม ประมาณ 30% กระจายใน 50 จังหวัด มุ่งพัฒนาเชิงพื้นที่ในด้านต่าง ๆ อาทิ พัฒนาสังคมสูงวัย ยกระดับความมั่นคงทางสุขภาพ ขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน การพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ สร้างสังคมไทยไร้ความรุนแรง แก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวได้ทัน เป็นต้น 

นอกจากนี้ มีการจัดสรรงบประมาณด้านการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (Research Utilization : RU) เพื่อสร้างผลกระทบสูง ที่จะมีช่วยบูรณาการผลงานวิจัยให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด ใช้ ววน.บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภารกิจในทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงระดับท้องถิ่น เอกชน ประชาสังคม ให้เกิดการนำผลงาน ววน. ไปใช้ประโยชน์ การใช้ข้อมูลหรือความรู้ถือเป็นเรื่องสำคัญเพื่อกำหนดเป้าหมายร่วมกันและเป็นเครื่องมือในการบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน

“การใช้กลไกระบบ ววน.ในทุกระดับช่วยขับเคลื่อนตั้งแต่ในระดับชุมชนท้องถิ่น จังหวัด ภาค ไปสู่ประเทศ จะช่วยพัฒนาศักยภาพชุมชนพื้นที่ เพิ่มรายได้และการสะสมทุนในพื้นที่ ทรัพยากรธรรมชาติเพิ่ม สิ่งแวดล้อมดี คนมีความรู้ความสามารถในการปรับตัวและพัฒนาตนเอง และชุมชนท้องถิ่นร่วมมือกันเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายประเทศไทยพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง” ผอ.สกสว. กล่าวสรุป

นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยถึงแนวทางและกลไกในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ในระดับพื้นที่ ระบุว่า สภาพัฒน์ฯ มีหน้าที่ในการเชื่อมแผนทั้ง 3 ระดับพัฒนาไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะ “เชิงพื้นที่” ที่ต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งขับเคลื่อนผ่าน 3 กลไก ประกอบด้วย 1.กลไกเชิงยุทธศาสตร์ 2.กลไกเชิงภารกิจ และ 3.กลไกเชิงพื้นที่ โดยมีภาคีเครือข่ายร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นการพัฒนา คือ ภาคีชุมชน ภาคีภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคีท้องถิ่น ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ สู่เป้าหมายการแปลง 13 หมุดหมายของแผนฯ 13 ไปสู่การปฏิบัติ ดังนี้

1. “ไทยเป็นประเทศชั้นนำด้านสินค้าเกษตรและเกษตรมูลค่าสูง” ด้วยการใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อยกระดับการผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร 

2. “ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน” มุ่งลดการท่องเที่ยวที่เน้นปริมาณ สร้างการท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์และความยั่งยืนของแหล่งท่องเที่ยว

3. “ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก” ด้วยการสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทย ส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ และเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า

4. “ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง” ยกระดับบริการทางการแพทย์และสุขภาพ ด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และอัตลักษณ์ไทย 

5. “ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค” พัฒนาความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ ปรับปรุงระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ให้เชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ

6. “ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมดิจิทัลของอาเซียน” ผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติ ต่อยอดอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไปสู่อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

7. “ไทยมีวิสาหกิจขนาดและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูงและสามารถแข่งขันได้” สนับสนุนให้ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีและแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม สร้างความร่วมมือและการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่าง SMEs กับรายใหญ่

8. “ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน” กระจายความเจริญไปสู่ระดับพื้นที่และสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก

9. “ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอเหมาะสม” สนับสนุนครัวเรือนยากจนข้ามรุ่นให้เข้าถึงการศึกษาและการพัฒนาทักษะอาชีพ สร้างความคุ้มครองทางสังคมที่เหมาะสมและครอบคลุมคนทุกกลุ่ม

10. “ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ” ปรับปรุงการจัดการขยะและของเสียให้สามารถนำมาหมุนเวียนใช้ประโยชน์ เพิ่มการใช้พลังงานสะอาดและการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก

11. “ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินและพัฒนาระบบป้องกันภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยทางธรรมชาติ เพิ่มความสามารถของทุกภาคส่วน ในการรับมือกับภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป

12. “ไทยมีกำลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต” เพิ่มกำลังคนคุณภาพรองรับภาคการผลิตเป้าหมายและพัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

13. “ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประชาชน” เปลี่ยนรูปแบบการทำงานของภาครัฐให้เป็นดิจิทัล และปรับโครงสร้างของภาครัฐให้มีความยืดหยุ่น

“สภาพัฒน์ยินดีรับบท “ช่างเชื่อม” เพื่อหนุนเสริมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ในระดับพื้นที่ โดย 

1. เชื่อมโยงข้อมูลองค์ความรู้ เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพและออกแบบโมเดลการขับเคลื่อน 2. เชื่อมโยงภาคีการพัฒนา ที่หลากหลายให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ตำบล 3. เชื่อมโยงการทำงานในพื้นที่สู่นโยบายและยุทธศาสตร์ระดับประเทศ และ 4. เชื่อมโยงตำบลนำร่องต้นแบบ ผ่านการพัฒนาระบบแสดงผลการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ระดับพื้นที่และตำบล เพื่อมุ่งบูรณาการการทำงานในระดับพื้นที่ พร้อมทั้งขยายผลและเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายให้เข้มแข็ง พร้อมเป็นพลังสำคัญในการร่วมพัฒนาประเทศต่อไป” รองเลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

อาจารย์ต้นแบบด้านการสอน ศรีปทุม บริการวิชาการ ที่ มทร. ธัญบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755928

อาจารย์ต้นแบบด้านการสอน ศรีปทุม บริการวิชาการ ที่ มทร. ธัญบุรี

อาจารย์ต้นแบบด้านการสอน ศรีปทุม บริการวิชาการ ที่ มทร. ธัญบุรี

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.รัฐสภา แก่นแก้ว อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ และผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์มีเดีย ด้านวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการสอน และเจ้าของรางวัลอาจารย์ต้นแบบด้านการสอน (สป.อว/คอวท.) และ รศ.ดร.เกียรติศักดิ์ พันธ์ลำเจียก ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ร่วมเป็นวิทยากรอภิปราย “สมรรถนะบุคลากรมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม” และ “การจัดทำสมรรถนะในโครงการหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารและบุคลากรสายวิชาชีพ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ในครั้งนี้ ผศ.อภิชาติ ไก่ฟ้า รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันก่อน

รับสมัครครูอาจารย์ทั่วประเทศ ร่วมตามรอยพระราชา ที่ทุ่งมะขามหย่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755926

รับสมัครครูอาจารย์ทั่วประเทศ  ร่วมตามรอยพระราชา ที่ทุ่งมะขามหย่อง

รับสมัครครูอาจารย์ทั่วประเทศ ร่วมตามรอยพระราชา ที่ทุ่งมะขามหย่อง

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 33” ขอเชิญชวนครูอาจารย์ทั่วประเทศและผู้สนใจ ร่วมตามรอยพระราชาครั้งที่ 33 ในวันเสาร์ที่16-วันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน 2566 (2 วัน 1 คืน) ณ โครงการพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัยทุ่งมะขามหย่อง พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา และนั่งสมาธิกลางคืน วัดราชบูรณะจ.พระนครศรีอยุธยา

กิจกรรมไฮไลท์ในครั้งนี้ คือศึกษาแนวทางการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมครบทุกมิติ จาก รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี และนวัตกรรมสื่อการสอนสำหรับเยาวชนในศตวรรษที่ 21 Interactive Board Game โดย อาจารย์อดุลย์ ดาราธรรมนายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย เพื่อนำไปพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้สำหรับเยาวชนคนรุ่นใหม่และการพัฒนานวัตกรรมแบบก้าวกระโดดสำหรับองค์กร พร้อมการเร่งผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนสู่ UN SDG 2030

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ FB : ตามรอยพระราชา-The King’s Journey LINE : The King’s Journey

ดุริยางคศาสตร์ ศิลปากร ฉลอง 25 ปี เปิดหลักสูตรพัฒนาไอดอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755929

ดุริยางคศาสตร์ ศิลปากร ฉลอง 25 ปี เปิดหลักสูตรพัฒนาไอดอล

ดุริยางคศาสตร์ ศิลปากร ฉลอง 25 ปี เปิดหลักสูตรพัฒนาไอดอล

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.วุฒิชัย เลิศสถากิจ คณบดีคณะดุริยางคศาสตร์ กล่าวว่า เวลาผ่านไป ความต้องการของผู้เรียนและตลาดอุตสาหกรรมดนตรีและบันเทิงได้เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เยาวชนรุ่นใหม่และบุคลากรในอุตสาหกรรมมีความต้องการทักษะที่หลากหลายมากขึ้น คณะฯ จึงได้ยกเครื่อง พัฒนา และส่งเสริมทักษะและคุณลักษณะของบัณฑิตให้สอดรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมและยังคงอัตลักษณ์ความเป็นศิลปินของคณะฯ และมหาวิทยาลัยไปพร้อมกัน จึงได้เปิดสาขาการจัดการและการพัฒนาไอดอลและอินฟลูเอนเซอร์ หรือ IDM ซึ่งเป็นที่แรกของไทยที่จัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์แบบเต็มรูปแบบ

“เด็กรุ่นใหม่มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ และเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Content Creator) กันอยู่แล้ว สาขา IDM จึงเป็นเหมือนการบ่มเพาะและพัฒนาเยาวชนในตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมธุรกิจดนตรีและบันเทิง ที่มีอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมจริงมาเป็น “เทรนเนอร์” คอยโค้ชชิ่ง แนะนำพัฒนา และดึงประสิทธิภาพของนักศึกษาให้ออกมาดีที่สุด เพื่อให้เด็กทุกคนพร้อมออกไปเป็น “ครีเอเตอร์” ที่สมบูรณ์แบบมีองค์ความรู้และทักษะที่พร้อม มีคุณธรรมและมีความเป็นพลเมืองโลกในการดำเนินชีวิต” ผศ.วุฒิชัยกล่าว

นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลอง 25 ปี ของคณะดุริยางคศาสตร์ และ 80 ปี มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะดุริยางคศาสตร์ ได้จัดแสดงละครเวทีมิวสิคัลสุดพิเศษ “Returning Feroci รีบกลับเถอะครับจารย์” นำ ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศชั้น 7 สยามสแควร์วัน อีกด้วย

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือ ‘มูลนิธิ สคส.’ อาสาสมัครด้านเด็กปฐมวัย 5 จว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755932

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือ ‘มูลนิธิ สคส.’ อาสาสมัครด้านเด็กปฐมวัย 5 จว.

‘ซีเอ็ด’ มอบหนังสือ ‘มูลนิธิ สคส.’ อาสาสมัครด้านเด็กปฐมวัย 5 จว.

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) “ซีเอ็ด โดย นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ และประธานมูลนิธิคนไทยเก่งขึ้น และ นายนิวัฒน์ วัฒนสิริมนต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด มอบหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้แก่ “มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง” (มูลนิธิ สคส.) โดย นางปิยภา เมืองแมน ผู้จัดการมูลนิธิ สคส.พร้อมคณะรับมอบหนังสือจำนวน 3,061 เล่ม มูลค่า 1,540,161 บาท ณ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) กรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนกันยายน 2566

วัตถุประสงค์ในการมอบหนังสือในครั้งนี้เพื่อใช้ใน “โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุข เพื่อสุขภาวะเด็กปฐมวัย” ซึ่งทางมูลนิธิ สคส.จะดำเนินการส่งมอบให้แก่หน่วยงานต่างๆ ในชุมชน เช่นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนอนุบาลในพื้นที่ รวมถึงเด็กและผู้ปกครองในชุมชน รวมทั้งสิ้น 113 แห่ง ใน 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ชัยนาท สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก และนครศรีธรรมราช

มทร.ธัญบุรีเดินนโยบายถูกทาง ตัวเลขนักศึกษารีไทร์ลดลงตามคาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755927

มทร.ธัญบุรีเดินนโยบายถูกทาง ตัวเลขนักศึกษารีไทร์ลดลงตามคาด

มทร.ธัญบุรีเดินนโยบายถูกทาง ตัวเลขนักศึกษารีไทร์ลดลงตามคาด

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ปีการศึกษา 2565 ที่ผ่านมา มทร.ธัญบุรีมีนักศึกษาที่พ้นสภาพจากผลการเรียน จำนวน 389 คน คิดเป็น 1.64% ของนักศึกษาทั้งหมด ลดลงจากปี 2564 ที่มีจำนวน 456 คน ในจำนวนดังกล่าว นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จะถูกรีไทร์มากที่สุด การลดลงครั้งนี้ เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีนโยบายช่วยนักศึกษาที่มีปัญหาด้านการเรียนให้สามารถเรียนได้และสำเร็จการศึกษา โดยสนับสนุนให้อาจารย์ที่ปรึกษาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด พูดคุยถึงปัญหาด้านการเรียนกับนักศึกษาพร้อมทั้ง จัดการเรียนเสริมให้ในวิชาที่มีปัญหา จึงทำให้ผลการเรียนดีขึ้นเป็นลำดับ

รศ.ดร.สมหมายกล่าวต่อไปว่า สำนักส่งเสริมการศึกษาได้วางเป้าหมายลดจำนวนนักศึกษาที่พ้นสภาพเนื่องจากผลการเรียนให้ลดลงปีละ 10% และขณะเดียวกัน มทร.ธัญบุรี ก็ต้องการดึงนักศึกษากลุ่มที่ถูกรีไทร์ หรือต้องหยุดเรียนกลางคัน เนื่องจากปัญหาส่วนตัวให้ได้กลับเข้าสู่ระบบ โดยเปิดโอกาสให้กลับเข้ามาเรียนใหม่ ในปีการศึกษา 2565 มีนักศึกษารีรหัสกลับเข้าศึกษา จำนวน 84 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีจำนวน 26 รายเท่านั้น

โตโยต้า มอบทุน 17.55 ล้าน สถาบันการศึกษาและองค์กรสาธารณกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755930

โตโยต้า มอบทุน 17.55 ล้าน สถาบันการศึกษาและองค์กรสาธารณกุศล

โตโยต้า มอบทุน 17.55 ล้าน สถาบันการศึกษาและองค์กรสาธารณกุศล

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย พร้อมด้วย นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดและนายโนริอากิ ยามาชิตะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมมอบทุนสนับสนุนประจำปี 2566 แก่สถาบันการศึกษาและองค์กรสาธารณกุศลรวมมูลค่า 17.55 ล้านบาท เมื่อเร็วๆ นี้ ณ Toyota ALIVE บางนา

ในปี พ.ศ.2566 นี้ มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ได้สนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษาและด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมมูลค่า 17,550,000 บาท ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จำนวน 3,125,000 บาทเป็นทุนการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนขาดแคลนในภาคเหนือ ทุนการศึกษาพยาบาลวิชาชีพ (กิจกรรมใหม่),มหาวิทยาลัยขอนแก่น 3,325,000 บาท เป็นทุนการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนขาดแคลนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทุนการศึกษา พยาบาลวิชาชีพ (กิจกรรมใหม่),มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 1,675,000 บาท ทุนการศึกษา สำหรับนักศึกษาขาดแคลนในภาคใต้, มหาวิทยาลัยบูรพา 1,505,000 บาททุนการศึกษา สำหรับนิสิตขาดแคลนในภาคตะวันออก ทุนการศึกษา พยาบาลวิชาชีพ (กิจกรรมใหม่), สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (1,600,000 บาท) ทุนการศึกษา แก่นักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษา (กิจกรรมใหม่), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (1,000,000 บาท) โครงการรางวัลผลงานวิชาการ Toyota Thailand Foundation Award, มูลนิธิ พล.ต.อ.เภา สารสิน 1,500,000 บาท โครงการบ้านตะวันใหม่ และทุนสนับสนุนการศึกษาแก่บุตรธิดาของเจ้าหน้าที่ ที่เสียชีวิตจากการปราบปรามยาเสพติด, มูลนิธิหมอเสมพริ้งพวงแก้ว 1,000,000 บาท ทุนการศึกษาโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์ และองค์กรสาธารณกุศลอื่นๆ 2,820,000 บาทโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน และอื่นๆ

นศ.ศรีปทุมคว้ารางวัล 2 รางวัล ประกวดคลิปสั้น ประกันสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755933

นศ.ศรีปทุมคว้ารางวัล 2 รางวัล  ประกวดคลิปสั้น ประกันสังคม

นศ.ศรีปทุมคว้ารางวัล 2 รางวัล ประกวดคลิปสั้น ประกันสังคม

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายวัลลภ ทองแดง และทีม “EW PRODUCTION นักศึกษาสาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม รับรางวัลชนะเลิศ จากผลงาน “ฝากใจไว้กับประกันสังคม” และนายคิรากร สุนทรโชติทีม ACTIVE PRODUCTION ได้รับรางวัลชมเชย จากผลงาน “เกษมเมื่อเกษียณ” โดยนักศึกษาทั้งคู่เข้าได้เข้ารับมอบเงินรางวัล พร้อมเกียรติบัตร จาก นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน

โครงการประกวดคลิปสั้นประกันสังคม ประจำปี 2566 หัวข้อ “อุ่นใจวัยเกษียณ” จัดโดย สำนักงานประกันสังคม ในงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานประกันสังคมครบรอบ 33 ปี ณ สำนักงานประกันสังคม อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เมื่อต้นเดือนกันยายน 2566

กปน. มอบรางวัล ‘ยอดน้ำแอนด์เฟรนด์’ กระตุ้นการอนุรักษ์น้ำโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755935

กปน. มอบรางวัล ‘ยอดน้ำแอนด์เฟรนด์’  กระตุ้นการอนุรักษ์น้ำโรงเรียน

กปน. มอบรางวัล ‘ยอดน้ำแอนด์เฟรนด์’ กระตุ้นการอนุรักษ์น้ำโรงเรียน

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายมานิต ปานเอม ผู้ว่าการ การประปานครหลวง (กปน.) เป็นประธานมอบรางวัล “โครงการรณรงค์การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า” ภายใต้กิจกรรม “ยอดน้ำแอนด์เฟรนด์” ให้แก่ โรงเรียนมัธยมศึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯ และนนทบุรี 5 โรงเรียน ที่ชนะรางวัลในโครงการดังกล่าว ณ สำนักงานใหญ่ การประปานครหลวง

สำหรับโรงเรียนที่ได้รับรางวัลได้แก่ รางวัลชนะเลิศ โรงเรียนราชวินิต มัธยม, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนเทศบาลปลายบางวัดสุนทรธรรมิการามและรางวัลชมเชย โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมทอล์ก “รักษ์น้ำกับยอดน้ำแอนด์เฟรนด์” โดย แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ ปีติภัทร คูตระกูล และตัวแทนเยาวชนจากทั้ง 5 โรงเรียน เกี่ยวกับแนวคิดการอนุรักษ์น้ำ เพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า รวมถึงแนวทางการใช้น้ำในชีวิตประจำวัน และความสำคัญของสถาบันการศึกษา ในฐานะหน่วยงานต้นแบบทางสังคมที่จะช่วยเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการประหยัดน้ำอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถขยายผลในวงกว้างได้ต่อไป

ครูอาชีวะอุบลฯภูมิใจนำศิลปะไทยสอนเยาวชนต่างแดนที่เวียดนาม 2-7 ตุลาคมนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755934

ครูอาชีวะอุบลฯภูมิใจนำศิลปะไทยสอนเยาวชนต่างแดนที่เวียดนาม 2-7 ตุลาคมนี้

ครูอาชีวะอุบลฯภูมิใจนำศิลปะไทยสอนเยาวชนต่างแดนที่เวียดนาม 2-7 ตุลาคมนี้

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.41 น.

วันที่ 11 ก.ย.66 นายกฤษณา โมคศริ ครูแผนกวิชาวิจิตรศิลป์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ผู้ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัล “ครูขวัญศิษย์” จากมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 ปี 2566  เปิดเผยว่าทางคณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัย  CUU Long University of Vietnam ???????? โดยได้รับการประสานจาก Dr.Trinh Hong Lanh คณะบดีคณะศิลปกรรม มีจดหมายเชิญตนไปสอนศิลปะให้กับนิสิตชั้นปีที่ 3-4  ที่ CUU Long University of Vietnam????????  โดยมีกำหนดเดินทางไปยังประเทศเวียดนามในวันที่ 1 ตุลาคม 2566  และสอนศิลปะให้กับนิสิตในระหว่างวันที่ 2 – 7 ตุลาคม 2566 สำหรับการไปในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจ ที่ตนในนามครูอาชีวะทั่วประเทศ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาขีวศึกษา จะได้นำศิลปะและวัฒนธรรมไทยไปเผยแพร่ให้กับเยาวชนประเทศเพื่อนบ้านอย่างน่าภาคภูมิใจ