กองทุนพัฒนาสื่อฯ เร่งพัฒนาบุคลากรวงการสื่อ จัดเสวนา ‘Bridging Humanity and AI’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774808

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เร่งพัฒนาบุคลากรวงการสื่อ จัดเสวนา 'Bridging Humanity and AI'

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เร่งพัฒนาบุคลากรวงการสื่อ จัดเสวนา ‘Bridging Humanity and AI’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 20.19 น.

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เร่งพัฒนาบุคลากรวงการสื่อ จัดเสวนา “Bridging Humanity and AI”

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เร่งพัฒนาบุคลากรวงการสื่อ เตรียมรับมือเทคโนโลยี AI (Artificial intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ที่ก้าวมาสู่สังคมดิจิทัลอย่างรวดเร็ว จัดเสวนา “Bridging Humanity and AI” จะเป็นอย่างไร เมื่อปัญญามนุษย์และ ปัญญาประดิษฐ์ร่วมมือกันสร้างสรรค์สื่อ เพื่อพัฒนาให้เกิดการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เจาะกลุ่ม ผู้ผลิตสื่อทั้ง Pre-Production, Production และ Post-Production โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ ตลอด 2 วันเต็ม ณ โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า “ในปัจจุบัน เทคโนโลยี AI [Artificial intelligence] หรือ ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและถูกนำมาใช้ในการทำงาน มากขึ้น กองทุนสื่อ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสื่อ จึงจัดงานเสวนา “Bridging Humanity and AI” จะเป็นอย่างไร เมื่อปัญญามนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ร่วมมือกันสร้างสรรค์สื่อ เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรในวงการสื่อได้ปรับตัว เสริมความรู้ ความเข้าใจ และสามารถใช้งาน  AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาวต่อไป

ในการจัดเสวนา “Bridging Humanity and AI” จะเป็นอย่างไรเมื่อปัญญามนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ ร่วมมือกันสร้างสรรค์สื่อ ได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงาน มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการใช้งาน ได้แก่

เสวนาหัวข้อ“การเข้ามาของ AI ในวงการสื่อแบบ 360 องศา โดย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, ผศ.ดร. สุกรี สินธุภิญโญ กรรมการสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายนพ ธรรมวานิช กรรมการสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์ กราฟฟิกส์ไทย (TACGA) อาจารย์คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์  มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และนางสาวภาพเพรง เลี้ยงสุข Program Director บริษัท เทคซอส มีเดีย จํากัด

• บรรยายในหัวข้อ AI กับ Data-driven เตรียมพร้อมทุกการแข่งขัน โดย นายพงษ์ปิติ ผาสุขยืด ผู้ก่อตั้ง Ad Addict

• บรรยายในหัวข้อ AI ผู้ช่วยบริหารกับการจัดการมืออาชีพ” โดย นายโชค วิศวโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จํากัด

• บรรยายหัวข้อ ใช้ AI Tools ทางเลือกใหม่ในงาน Pre-Production  โดย ผศ.ดร.กิตติพงษ์ สุวรรณราช ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 

• บรรยายหัวข้อ “ศาสตร์ & ศิลป์ การสร้างภาพจาก AI” โดย นายเมธากวี สีตบุตร Prompt Engineer ผู้สร้างสรรค์ผลงานจาก AI 

• บรรยายหัวข้อ “เล่าเรื่องด้วย Generative AI” โดย 
คุณกุลพงษ์ ไวยามัจมัยกุล Virtual Art Director และคุณกฤษฏิ์พิชญ์ นิพิษฐานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท กันตนา โพสต์ โปรดักชั่น (ไทยแลนด์) จํากัด 

• บรรยายหัวข้อ “จริยธรรมในการใช้ AI” โดย 
ผศ.ดร.รัชฎา คงคะจันทร์ อุปนายก สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ข้อมูล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

• เสวนาหัวข้อ “Generative AI ใช้อย่างไรไม่ละเมิดลิขสิทธิ์” โดย ผศ.ดร.รัชฎา คงคะจันทร์ อุปนายก สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ข้อมูล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ตัวแทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา และ นายอัศวิน อัศวพิทยานนท์ Senior Graphic Designer บริษัท ดาต้าเอ็กซ์ จำกัด

กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมงานเสวนา “Bridging Humanity and AI” จะเป็นอย่างไร เมื่อปัญญามนุษย์และ ปัญญา ประดิษฐ์ร่วมมือกันสร้างสรรค์สื่อ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มบุคลากรในวงการสื่อไม่ว่าจะเกี่ยวข้องทางใด ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่นสื่อมวลชน, สื่อออนไลน์, คอนเทนครีเอเตอร์ หรือผู้ผลิตสื่อ ทั้งในส่วนของ Pre-production ,Production และ Post-Production และอื่น ๆ ทั้งนี้ คาดหวังว่า ผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ จะได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ AI และเห็นถึงมุมมองต่าง ๆ ได้รู้จัก พร้อมทดลองใช้ Tools และสามารถเลือก ลักษณะ AI ที่สอดคล้องกับการทำงาน นำมาปรับใช้เพื่อช่วยในการผลิตสื่อได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ 

สำหรับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีพันธกิจสนับสนุนและสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วนในการผลิต พัฒนาเนื้อหา และส่งเสริมผู้ผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรม เพื่อพัฒนาไปสู่สังคมแห่งการ เรียนรู้ อีกทั้ง พัฒนาองค์ความรู้ด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การเฝ้าระวังสื่อไม่ปลอดภัย และทักษะการรู้ เท่าทันสื่อแก่เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป อีกทั้งพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผ่านยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ได้แก่  ส่งเสริมการผลิต, ส่งเสริมการวิจัย, เสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อ, ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และสร้างมูลค่าเพิ่มของสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  ทั้งนี้ ในการจัด ร่วมงานเสวนา “Bridging Humanity and AI” นับเป็นอีกกิจกรรมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ของ  กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สำหรับผู้สนใจ กิจกรรม หรือ ข้อมูลรายละเอียด สามารถติดตามได้ที่  Website : www.thaimediafund.or.th  FACEBOOK : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

‘ท่านอ้น’ซึ้งใจ!! คุณลุงหนองคาย ‘ขอซับเหงื่อ’ เหมือนที่เคยทำให้ท่านตอนเด็กๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774722

'ท่านอ้น'ซึ้งใจ!! คุณลุงหนองคาย 'ขอซับเหงื่อ' เหมือนที่เคยทำให้ท่านตอนเด็กๆ

‘ท่านอ้น’ซึ้งใจ!! คุณลุงหนองคาย ‘ขอซับเหงื่อ’ เหมือนที่เคยทำให้ท่านตอนเด็กๆ

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.48 น.

“ท่านอ้น”ซึ้งใจ คุณลุงจังหวัดหนองคาย “ขอซับเหงื่อ” เหมือนที่เคยทำมา

“ท่านอ้น” วัชเรศร วิวัชรวงศ์  มีโอกาสเดินทางไปร่วมกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดหนองคาย โดยได้มอบเครื่องผลิตออกซิเจน 10 ลิตร ให้กับโรงพยาบาล 5 แห่ง ในจังหวัดหนองคาย หลังจากนั้น ได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ได้พบปะพูดคุยและถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง โดยระหว่างพูดคุยกับชาวบ้านมีคุณลุงท่านหนึ่งได้มา “ขอเช็ดเหงื่อ” ให้ท่านอ้น ซึ่งแม้จะแปลกใจแต่ท่านอ้นก็ได้เปิดโอกาสให้คุณลุงได้เช็ดเหงื่อท่านด้วยผ้าขาวม้าที่ชาวบ้านเตรียมมาอย่างดี จากการพูดคุยสอบถามจึงได้ทราบว่า สาเหตุที่คุณลุงได้มา “ขอเช็ดเหงื่อ” ให้ท่านอ้น เนื่องจากตอนท่านอ้นเด็กๆ คุณลุงก็เคยได้เช็คเหงื่อให้ท่านอ้นมาแล้ว 

เรืออากาศโท สุริยะ ใจดี หรือ คุณลุงเช็ดเหงื่อ เดิมทำงานเป็นช่างประจำเครื่องบิน F5 ที่เคยเข้าเฝ้ารับใช้ใกล้ชิดเมื่อตอนที่ท่านอ้นยังเป็นเด็กๆ ทำให้มีโอกาสได้เจอกับท่านอ้นและพี่น้องที่มายังลานจอดเครื่องบิน ด้วยอากาศในลานจอดเครื่องบินที่ค่อนข้างร้อน ทำให้ท่านอ้นมักมีเหงื่อออกมาก คุณลุงสุริยะ จึงได้มีโอกาสช่วยเช็ดเหงื่อให้กับท่านและในวันนี้แม้เกษียณอายุราชการมานาน แต่การได้กลับมาพบกับท่านอ้นที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านที่ตนอยู่ ทำให้คุณลุงสุริยะ ยังคงคิดถึงเหตุการณ์ตอนที่ท่านอ้นยังเป็นเด็ก ยิ่งได้มาเห็นท่านให้ความเป็นกันเอง พบปะผู้คุยกับชาวบ้านท่ามกลางอากาศที่ร้อน ทำให้คุณลุงอยากเข้าไปช่วยเช็ดเหงื่อให้ท่าน เหมือนที่เคยได้ทำตอนที่ท่านยังเด็กๆ เรื่องราวดังกล่าว ได้สร้างความประทับใจให้กับท่านอ้นเป็นอย่างมาก จึงได้พูดคุยย้อนอดีตอย่างมีความสุขกับคุณลุงสุริยะ นับเป็นภาพประทับใจที่ชาวบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ หนองคายได้พบในวันนี้

‘ทิชา’ นำทีมยื่น 7 ข้อ เรียกร้อง รมว.ศึกษาฯ รื้อใหญ่ระบบแจ้งเหตุ วอนศธ. ปกป้องเด็กมากกว่าห่วงชื่อเสียงโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774668

'ทิชา' นำทีมยื่น 7 ข้อ เรียกร้อง รมว.ศึกษาฯ รื้อใหญ่ระบบแจ้งเหตุ  วอนศธ. ปกป้องเด็กมากกว่าห่วงชื่อเสียงโรงเรียน

‘ทิชา’ นำทีมยื่น 7 ข้อ เรียกร้อง รมว.ศึกษาฯ รื้อใหญ่ระบบแจ้งเหตุ วอนศธ. ปกป้องเด็กมากกว่าห่วงชื่อเสียงโรงเรียน

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.26 น.

‘ทิชา’ นำทีมยื่น 7 ข้อ เรียกร้อง รมว.ศึกษาฯ รื้อใหญ่ระบบแจ้งเหตุ  วอนศธ. ปกป้องเด็กมากกว่าห่วงชื่อเสียงโรงเรียน เป็นเจ้าทุกข์ช่วยคดีนักเรียนถูกละเมิดทางเพศ ประสานช่วยเหลือ เยียวยา พร้อมวางมาตรการป้องกันแก้ไขที่ปฏิบัติได้จริง

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2566 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางทิชา ณ นคร ที่ปรึกษามูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว พร้อมด้วย น.ส.อังคะนา อินทะสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วยตัวแทนภาคีเครือข่ายองค์กรด้านเด็ก  สตรี ครอบครัว กว่า 40 คน ยื่นหนังสือที่มีองค์กรด้านเด็ก สตรี ครอบครัว และภาคประชาสังคม กว่า 100 องค์กร ร่วมลงชื่อ ถึงพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแสดงจุดยืน และข้อเรียกร้องต่อ ศธ. ภายหลังศาลจังหวัดมุกดาหาร มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2566 ให้จำคุกจำเลย 6 ราย แบ่งเป็นครู 4 คน รุ่นพี่ 2 คน ตลอดชีวิต และให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งรวมกว่า 3 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ฐานก่อเหตุข่มขืน รุมโทรม นักเรียน 3 คนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562-2563 โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำศธ. ในฐานะโฆษกศธ. รับเรื่องแทน 

นางทิชา กล่าวว่า การที่ศาลตัดสินถือเป็นความสำเร็จระดับปัจจัยเจก แต่หากต้องการให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กอย่างแท้จริง ศธ. ต้องส่งสัญญาณเพื่อแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ทางเครือข่ายยุติความรุนแรงทางเพศในสถานศึกษา กว่า 100 องค์กร เห็นว่า เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับนักเรียนในความดูแลของศธ. และเกิดจากการกระทำของบุคลากรทางการศึกษาเอง สะท้อนถึงความรุนแรงทางเพศที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย เครือข่ายจึงมีข้อเรียกร้อง ดังนี้

1.เมื่อเกิดเหตุความรุนแรงต่อเด็กนักเรียนที่เป็นการละเมิดกฎหมายให้ศธ. ทำหน้าที่เป็นเจ้าทุกข์ร่วมในการแจ้งความและฟ้องดำเนินคดีทางอาญา ประสานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เด็กผู้เสียหายและผู้ปกครอง ช่วยจัดการให้ถึงความคุ้มครองสวัสดิภาพและได้รับการเยียวยาทางจิตใจโดยด่วน

2.หากสอบสวนพบครูหรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียน  ให้ศธ.ลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ถอดถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ไม่ให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนโดยเด็ดขาด

3. รัฐมนตรีหรือผู้บริหารระดับสูงของศธ.รีบดำเนินการเอาผิด ป้องกันไม่ให้เกิดการแทรกแซงช่วยเหลือผู้กระทำผิด ต้องรีบลงพื้นที่สร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้เสียหาย ครอบครัว รวมถึงครู นักเรียนที่ไม่ได้กระทำผิด  

4.เร่งจัดเวทีระดมสมองจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนานโยบาย และมาตรการเชิงรุกในการป้องกัน แก้ไขปัญหาที่ปฏิบัติได้จริง สำหรับโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ

5.ทบทวนการทำงานของศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) และพัฒนาให้มีความเป็นอิสระ เป็นมิตรต่อผู้เสียหาย มีองค์กรภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กและแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศเข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง 

6.ให้การศึกษาแก่ครูและผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศเกี่ยวกับหลักการและแนวปฏิบัติเพื่อคุ้มครองสิทธิเด็ก การเคารพความเสมอภาคมทางเพศ และมีแนวปฏิบัติเพื่อสร้างให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากความรุนแรงทางเพศ 

และ7.ขอให้ประชาชน ผู้ปกครอง ช่วยจับตา สอดส่องความผิดปกติของครู นักเรียน และโรงเรียนที่อาจนำไปสู่การคุกคามทางเพศ เพื่อให้เกิดการป้องปราม ตัดวงจรที่จะนำไปสู่ความเสียหาย 

ด้าน น.ส.อังคะนา กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯ เคยมาที่นี่เมื่อหลายปีก่อน และพยายามจะให้การแก้ปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่งเกิดขึ้นจริง มีข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุ ส่วนใหญ่จะเป็นบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ทางมูลนิธิฯ เราคาดหวังและมีความหวังให้ศธ.มีกลไกทำงานขับเคลื่อนทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยกับเด็กๆ อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมข่าวความรุนแรงทางเพศ ปี2564 จากหนังสือพิมพ์ 13 ฉบับ พบข่าวความรุนแรงทางเพศรวม 98 ข่าว กว่าครึ่งหนึ่งกลุ่มผู้ถูกกระทำอายุระหว่าง 11-15 ปี ร้อยละ 60 ผู้ถูกกระทำเป็นเด็ก วัยรุ่น และนักเรียน ร้อยละ 16 ของข่าวผู้กระทำเป็นบุคลากรทางการศึกษา และเมื่อลงรายละเอียดพบว่า เครื่องดื่มแอลอฮอล์ ยาเสพติดเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อเหตุถึงร้อยละ 38 และร้อยละ 19 ตามลำดับ สอดคล้องกับกรณีมุกดาหาร ที่พบว่าหลังบ้านพักครูจะพบกองขวดเหล้าเบียร์จำนวนมาก จุดที่น่าสังเกตุคือเหตุการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว ทำไมคนในพื้นที่จึงไม่เห็นความผิดปกติ ดังนั้นการมีส่วนรวมของชุมชน คนในพื้นที่ นักเรียนรวมถึงครูที่ไม่ได้อยู่ในขบวนการจึงมีความสำคัญมาก  

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า  รัฐมนตรีว่าการศธ.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ ตามนโยบายเรียนดี มีความสุข และแน่นอนว่าความสุขในสถานศึกษา และความสุขของผู้เรียนจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้ายังมีการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน หรือมีการคุกคามทางเพศในสถานศึกษา ทั้งนี้กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาออกมาแล้ว ส่วนตัวมองว่า ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี แต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดที่สุดในกระบวนการศึกษา ตลอดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการศธ. ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มาก ทุกวันจะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาที่ ศูนย์ความปลอดภัย หรือ MOE Safety Center  ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลโดยเร็วที่สุด

โดยจะมีบางกรณีที่คล้ายกับมุกดาหาร แนวทางของศธ. มีความชัดเจนว่า เมื่อมีประจักษ์พยายนชัด จะแยกผู้ล่วงละเมิดออกจากเหยื่อก่อน และสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยที่ยังไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตรงนี้แสดงให้เห็นว่า ศธ.ใช้ยาแรงเพื่อที่จะป้องปรามผู้ที่ก่อเหตุในลักษณะนี้ อย่างไรก็ดีเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ศธ. ยินดีที่จะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง —017

ซีอีโอOR‘ดิษทัต ปันยารชุน’เชิญ‘โอวี’ร่วมงานคืนสู่เหย้าชาววชิราวุธฯ 16 ธ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774598

ซีอีโอOR‘ดิษทัต ปันยารชุน’เชิญ‘โอวี’ร่วมงานคืนสู่เหย้าชาววชิราวุธฯ 16 ธ.ค.นี้

ซีอีโอOR‘ดิษทัต ปันยารชุน’เชิญ‘โอวี’ร่วมงานคืนสู่เหย้าชาววชิราวุธฯ 16 ธ.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 09.28 น.

ย้ำอีกครั้ง!ซีอีโอORเชิญ‘โอวี’ร่วมงาน Homecoming Day คืนสู่เหย้าชาววชิราวุธฯ 16 ธ.ค.นี้

ซีอีโอ OR ดิษทัต ปันยารชุน เจ้าภาพจัดงานคืนสู่เหย้าชาววชิราวุธฯ 16 ธันวาคม นี้ กล่าวถึงความผูกพันของนักเรียนเก่าวชิราวุธว่ามาจากชีวิตโรงเรียนประจำที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ผ่านวัยเด็กเติบโตด้วยกันมา ซ้อมกีฬา แข่งกีฬา เชียร์กีฬามาด้วยกัน มีครบทุกรสชาติทั้งความสนุกสนาน การอยู่ในระเบียบ และความยากลำบากตามปกติของชีวิตนักเรียนประจำ เจอการเรียนที่หนักน้อยกว่าการเล่น ไม่ว่าเล่นแบบห่าม ๆ หรือเลือกเล่นตามความถนัด อย่างดนตรี ที่มีให้เลือกเล่นหลายวง และกิจกรรม ก็มีให้เลือกทำหลายอย่าง นอกจากกีฬา ยังมี สมาคมหนังสือพิมพ์ ถ่ายรูป บันเทิง แล้วแต่ใครชอบทางไหน

เรียกว่าเป็นช่วงเวลา 10 ปีที่เจอกับเพื่อน อยู่กับเพื่อนมากกว่าเจอพ่อแม่ เรียนจบแล้ว จากกันไปนานขนาดไหน กลับมาเจอกันใหม่ ก็มีเรื่องคุยกันต่อได้เสมอ

วัน Homecoming Day มีจัดเวทีมีแข่งกีฬา แต่เป้าหมายจริง ๆ ของคนที่ไป คือ ตั้งใจไปเจอเพื่อน

เอกพัฒน์ วิเชียรแพทยาคม ประธานโอวีรุ่น 55 และดิษทัต กล่าวว่าพวกเรารุ่น 55 ในฐานะเจ้าภาพงานคืนสู่เหย้าปีนี้ อยากชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ให้มากันมากๆ ครับผม

มวล. ค้นพบปรับความคงทนไม้ยางพารา ปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774524

มวล. ค้นพบปรับความคงทนไม้ยางพารา  ปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

มวล. ค้นพบปรับความคงทนไม้ยางพารา ปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยของศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้และวัสดุชีวภาพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ค้นพบวิธีปรับปรุงความคงทนของไม้ยางพารา โดยการต้มในน้ำร้อนภายใต้ความดัน แก้ปัญหาเชื้อรา ปลวกและแมลง ได้ไม้ยางพาราที่มีความคงทน ปราศจากสารเคมีที่เป็นพิษต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม พร้อมได้รับการขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว

รองศาสตราจารย์ ดร.นิรันดร มาแทน หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้และวัสดุชีวภาพ มวล.เปิดเผยว่าไม้ยางพาราเป็นไม้เศรษฐกิจที่มีความคงทนต่อธรรมชาติต่ำและถูกทำลายได้ง่ายจากเชื้อรา ปลวก และแมลง จึงจำเป็นต้องปรับปรุงความคงทนก่อนนำไปใช้งานและวิธีการที่ใช้ในปัจจุบันคือ การอัดสารเคมีเข้าในเนื้อไม้ยางพาราเพื่อรักษาเนื้อไม้จากการเสื่อมสภาพ เช่น การอัดสารประกอบโบรอนสำหรับใช้งานภายในอาคาร หรือการอัดสาร CCA (Chromated Copper Arsenate) สำหรับการใช้งานภายนอกอาคาร เป็นการลดคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งยังอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคอีกด้วย

คณะนักวิจัยซึ่งประกอบด้วยนักวิจัยหลักคือ นายทวีศิลป์ วงศ์พรต นักวิทยาศาสตร์สังกัดศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยทีมนักวิจัยศูนย์ความเป็นเลิศด้านไม้ฯมวล. ได้พัฒนากรรมวิธีการผลิตเพื่อให้ได้ไม้ยางพาราที่มีความคงทนโดยปราศจากการใช้สารเคมีที่เป็นพิษต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคนิคการต้มไม้ยางพาราในน้ำร้อนภายใต้ความดันในถังทนแรงดันสูง โดยการต้มไม้ยางพาราที่อิ่มตัวหรือเกือบอิ่มตัวด้วยน้ำในน้ำภายใต้ความดัน ซึ่งเทคนิคนี้จะไม่ทำให้ไม้ยางพาราแตก จึงไม่จำเป็นต้องควบคุมการให้ความร้อน และทำให้กระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทางเคมีและโครงสร้างของเนื้อไม้เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพที่อุณหภูมิต่ำลง ในระยะเวลาที่สั้นลง เมื่อเปรียบเทียบกับเทคนิคอื่นๆ ของต่างประเทศ และป้องกันไม่ให้เกิดการเผาไหม้ของไม้ระหว่างกระบวนการให้ความร้อนอีกด้วย เพื่อเป็นวัสดุไม้ในอนาคต ใช้งานไม้สำหรับการก่อสร้าง ทั้งภายนอกและภายในอาคาร การใช้งานไม้ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เช่น ของเล่นเด็ก เครื่องครัวไม้ที่สัมผัสอาหาร เป็นต้น

รองศาสตราจารย์ ดร.นิรันดร กล่าวอีกว่า เทคนิคกรรมวิธีการให้ความร้อนแบบใหม่นี้สามารถนำไปใช้ได้ในโรงงานอุตสาหกรรมไม้ยางพาราในประเทศไทย โดยการดัดแปลงใช้อุปกรณ์ถังอัดน้ำยาที่มีอยู่แล้วในโรงงาน และสามารถเข้าทดแทนขั้นตอนการอัดน้ำยาของโรงงานอุตสาหกรรมไม้ยางพารา ช่วยลดการใช้พลังงาน ปราศจากสารเคมีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การประดิษฐ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทุนงบประมาณแผ่นดินปี 2550 ภายใต้โครงการ “การพัฒนากระบวนการปรับปรุงคุณภาพไม้ยางพาราโดยไม่ใช้สารเคมีด้วยวิธีความร้อนที่เหมาะสมสำหรับประยุกต์ใช้กับเตาอบที่มีในโรงงานอุตสาหกรรมไม้ยางพารา” ทั้งนี้ผลงานวิจัยได้รับการขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา นับเป็นสิทธิบัตรฉบับที่ 2 ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อีกด้วย

จุฬาฯเปิดพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน 4 แห่ง เตรียมโชว์เรื่องช้าง พร้อมแสงสีงดงาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774523

จุฬาฯเปิดพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน 4 แห่ง เตรียมโชว์เรื่องช้าง พร้อมแสงสีงดงาม

จุฬาฯเปิดพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน 4 แห่ง เตรียมโชว์เรื่องช้าง พร้อมแสงสีงดงาม

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมิวเซียมสยาม สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) จัดเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน Night at the Museum @ Chula ประจำปี 2566 ใน theme “ช้าง ช้าง เวลากลางคืน Proboscidea the nocturnal life and their friends” ระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคม 2566 เวลา 16.00-22.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา พิพิธภัณฑ์พืชศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ และบริเวณคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ โดยมีหน่วยงานต่างๆ ในจุฬาฯ ร่วมจัดงาน ได้แก่ ภาควิชาจุลชีววิทยา ภาควิชาฟิสิกส์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ และพิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ.ดร.วิเชฏฐ์ คนซื่อ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผย ว่า จุฬาฯ จะจัดงานครั้งนี้เป็น theme ที่มิวเซียมสยามกำหนดขึ้น เนื่องจาก “ช้าง” เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย จึงตั้งใจให้ “ช้างเป็น Soft Power ของไทย” จุดเด่นของงานในปีนี้คือ “พิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ มีความหลากหลายขององค์ความรู้ รวมทั้งมีตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตทุกกลุ่ม รวมถึง “ช้าง” ซึ่งเป็นความพิเศษของการแสดงนิทรรศการปีนี้ การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนซึ่งมีการใช้แสงและสีเข้ามาช่วย เป็นการเปลี่ยนมุมมองการชมพิพิธภัณฑ์ ทำให้ภาพที่เห็นแตกต่างออกไปจากปกติผู้ชมจะได้สัมผัสความงดงามของสิ่งที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนในมิติที่แตกต่างจากเวลากลางวัน

ความพิเศษของ Night at the Museum @ Chula ปีนี้ อาทิ พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งจุฬาฯ พบกับเรื่องราวของช้าง และสัตว์หายากที่ควรอนุรักษ์ เช่น พะยูน ดงตาล สัตว์เผือก, พิพิธภัณฑ์แมลง พบกับแมลง-แมงที่มีชื่อเกี่ยวกับ “ช้าง” พิพิธภัณฑ์หอยทาก หอยอะไรเอ่ย?ที่เกี่ยวข้องกับช้าง นิทรรศการพิเศษ “น้องพะยูนดงตาลกับลุงเต่าทะเล” และอื่นๆ, พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา อาทิ ส่องฟอสซิลช้าง สำรวจหินรูปช้าง ผ่านทัวร์เสมือนกับนักธรณีวิทยา, พิพิธภัณฑ์พืช ศาสตราจารย์กสิน สุวตะพันธุ์ พบกับมหัศจรรย์พันธุ์พืชใน Tropical Forest จากใต้น้ำสู่ทะเลทราย พืชอวกาศ สวนอาหารช้าง กิจกรรม Rally คล้องช้าง, พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีเทคโนโลยีทางภาพ จัดแสดงภาพถ่ายช้างป่า ภาพถ่ายฟิล์มกระจกสามมิติ “พิธีคล้องช้างสมัยโบราณ” การเสวนาเรื่องการถ่ายภาพธรรมชาติและภาพสัตว์ป่า, ภาควิชาจุลชีววิทยา พบกับ “จุลินทรีย์มหัศจรรย์” (Fantastic microbe) ตัวอย่างจริงของเห็ดแปลกตาราแมลง สาหร่ายมุกหยก สาหร่ายทนร้อน จากน้ำพุร้อน เป็นต้น การเสวนาและตอบคำถามชิงรางวัล วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2566-วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2566

ภาควิชาฟิสิกส์ ได้แก่ ดูดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และอื่นๆ  บูธดาราศาสตร์ ถ่ายภาพดาวผ่านกล้องโทรทรรศน์ด้วยโทรศัพท์มือถือ การบรรยายเรื่อง “การถ่ายและประมวลผลภาพวัตถุอวกาศห้วงลึก (DSO)”, ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล อาทิ นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับหมึกดัมโบ้ หมึกทะเลน้ำลึก และการศึกษาทางทะเล การเสวนา MarineTalk ในหัวข้อการผจญภัยในมหาสมุทร ทดลองผ่าศึกษาอวัยวะภายในของฉลาม, สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ อาทิ ความรู้เกี่ยวกับหอยงวงช้าง สัตว์โบราณที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน สัตว์น้ำเครือญาติใกล้ชิดกับหอยงวงช้าง ระบบนิเวศทะเลรอบๆ ตัว ผ่าน “Touch tank” อ่างน้ำของระบบนิเวศจำลองที่มีสัตว์น้ำที่น่าสนใจ และพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัย นิทรรศการ “หินและแร่ ขุมทรัพย์ธรรมชาติ” นิทรรศการ “ต้ม ต้อง เมี้ยน” เป็นต้น สนใจร่วมงาน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.museum.sc.chula.ac.th/ และ https://www.facebook.com/NHMCU

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบห้องสมุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774529

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบห้องสมุด

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มอบห้องสมุด

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางสาวจิตติยา ธรรมสรณ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน ส่งมอบห้องสมุด อุปกรณ์การเรียนการสอนและคอมพิวเตอร์ ลานกีฬาเทเบิลเทนนิสพร้อมอุปกรณ์การเล่นให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง ครูและคนในชุมชน แก่โรงเรียนบ้านสามขา อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง

ม.ศรีปทุม ภาคเอกชน-อาชีวศึกษาร่วมมือวิชาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774526

ม.ศรีปทุม ภาคเอกชน-อาชีวศึกษาร่วมมือวิชาการ

ม.ศรีปทุม ภาคเอกชน-อาชีวศึกษาร่วมมือวิชาการ

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.อัจฉราพร โชติพฤกษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านวิชาการ และ ผศ.ดร.ฐิตาภรณ์ สินจรูญศักดิ์ คณบดีคณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ กับ ผู้บริหาร บริษัท ไอเอ ซิกเนเจอร์ จำกัด, บริษัท พีพี อินเทอร์นอล ออดิท จำกัด, สมาคมนักบัญชีไทย และวิทยาลัยอาชีวศึกษา เพื่อร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการ และสนับสนุนการพัฒนาอาจารย์และนักศึกษา ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน)

มทส. – อัลทอส คอมพิวติ้ง เปิดหลักสูตร พัฒนาผู้ประกอบการวิศวกรรมยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774525

มทส. - อัลทอส คอมพิวติ้ง เปิดหลักสูตร  พัฒนาผู้ประกอบการวิศวกรรมยุคใหม่

มทส. – อัลทอส คอมพิวติ้ง เปิดหลักสูตร พัฒนาผู้ประกอบการวิศวกรรมยุคใหม่

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) และ บริษัท อัลทอส คอมพิวติ้ง จำกัด ผู้ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานไอที  AI  การประมวลผลบนคลาวด์ และโซลูชั่นการประมวลผลประสิทธิภาพสูงระดับนานาชาติ ร่วมพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประกอบการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology Entrepreneurship) ต่อยอดการเรียนรู้แบบ Block Modular มุ่งสร้างผู้ประกอบการวิศวกรรมมืออาชีพ ที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล แพลตฟอร์ม AI ในงานวิศวกรรมตอบโจทย์ธุรกิจและอุตสาหกรรม เสริมศักยภาพการแข่งขัน และสามารถต่อยอดองค์ความรู้สู่ผู้ประกอบการได้ในอนาคต 

รศ.ดร.อนันต์ ทองระอา อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) กล่าวว่า บทบาทสำคัญของสถาบันการศึกษาคือการสร้างบุคลากรคุณภาพให้เท่าทันกับสิ่งที่เกิดขึ้นและทันความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม การเรียนรู้แบบ Block Modular คือการเรียนเป็นชุดวิชาที่ผู้เรียนจะได้รับทักษะและความรู้แบบเบ็ดเสร็จในชุดวิชา เมื่อผู้เรียนผ่านการเรียนในแต่ละมอดูลจะได้รับสัมฤทธิบัตร (Certificate) เพื่อแสดงสมรรถนะในด้านนั้นๆ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการประกอบอาชีพ โดยรูปแบบการเรียนนี้จะเกิดผลลัพธ์ตรงตามวัตถุประสงค์ การสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกเสริมทักษะ ความชำนาญและประสบการณ์ ถ่ายทอดให้กับผู้เรียนไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาของคณะ ข้ามคณะฯหรือผู้ประกอบการที่ต้องการเพิ่มเติมความรู้ สิ่งนี้เป็นประโยชน์กับทุกๆ ฝ่าย สถาบันการศึกษามีหลักสูตรที่แข็งแกร่งมีคุณภาพ มีผู้เชี่ยวชาญผลัดเปลี่ยนมาให้ความรู้และร่วมสร้างหลักสูตรผู้ประกอบการได้ถ่ายทอดทักษะและมองหาบุคลากรคุณภาพ และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้เรียนได้รับการถ่ายทอดและบ่มเพาะความรู้ความเข้าใจ ทำให้สามารถเลือกอาชีพของตนเองได้

ศาสตราจารย์ ดร.สุขสันติ์หอพิบูลสุข ประธานหลักสูตร กล่าวว่า มทส. มุ่งมั่นที่จะสร้าง “ผู้ประกอบการวิศวกรรม” ที่มีองค์ความรู้ด้าน วิศวกรรม ธุรกิจ และดิจิทัลเทคโนโลยี บนหลักสูตร “วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประกอบการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” ภายใต้หลักสูตรนี้ผู้เรียนจะได้รับความรู้และทักษะในด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยองค์ความรู้แบบสหวิทยาให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ โดยมี บริษัท อัลทอสคอมพิวติ้ง จำกัด ร่วมพัฒนาหลักสูตรและถ่ายทอดความรู้ในด้านเทคโนโลยี ตั้งแต่ IT Infrastructure, Machine Learning, Deep Learning และ AI ด้วยเนื้อหาการสอนที่เน้นทักษะการทำงานได้จริง มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานต่อยอดในการทำงาน

เปิดรับสมัครนักศึกษาในระบบ TCAS แบบ Portfolio ประจำปีการศึกษา 2567 สมัครผ่านทางเว็บไซต์ http://sutgateway.sut.ac.th ตั้งแต่วันนี้-20 ธันวาคม 2566

มทร.รัตนโกสินทร์ MOU ม.แคนาดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774527

มทร.รัตนโกสินทร์ MOU ม.แคนาดา

มทร.รัตนโกสินทร์ MOU ม.แคนาดา

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ และคณะเยี่ยมเยือน และบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและแลกเปลี่ยนอาจารย์-นักศึกษาสู่สากล กับ Dr.Julia Denbolm ผู้อำนวยการคณบดี มหาวิทยาลัย Simon Fraser University (SFU) ณ เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา