‘ศุภมาส’เยี่ยมชม’สอวช.’มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762691

'ศุภมาส'เยี่ยมชม'สอวช.'มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

‘ศุภมาส’เยี่ยมชม’สอวช.’มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.21 น.

“ศุภมาส” รมว. อว. นำคณะเข้าเยี่ยมชมและรับฟังแนวทางการดำเนินงานของ สอวช. มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ดันสระบุรีแซนด์บ็อกซ์เมืองคาร์บอนต่ำลดก๊าซเรือนกระจก 8.5 ล้านตันคาร์บอนฯ

13 ตุลาคม 2566 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากรกระทรวง อว. เข้าเยี่ยมชมและรับฟังแนวทางการปฏิบัติงานของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ณ สอวช. อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 โดยมี ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. และคณะผู้บริหาร สอวช. รวมถึงหน่วยบริหารและจัดการทุน ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เข้าร่วมต้อนรับและให้ข้อมูลถึงแนวทางการดำเนินงาน

ดร.กิติพงค์ กล่าวถึง กรอบแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยในระยะเร่งด่วน-ระยะกลาง แบ่งเป็น 4 กรอบแนวทาง ได้แก่ 1) การบ่มเพาะ พัฒนาทักษะ ให้คำปรึกษา กับกลุ่ม SME รวมถึงผู้ประกอบการในสาขาใหม่ที่มีศักยภาพ อาทิ อาหารแห่งอนาคต (Future Food) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) 2) การใช้โมเดลและแพลตฟอร์มแก้จน (ข้อมูลกระบวนการทางสังคม นวัตกรรม เทคโนโลยี) ในการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นและครัวเรือน 3) การส่งเสริมพื้นที่สีเขียว ผ่านการใช้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม ปรับโครงสร้างพลังงาน (Green Campus – Solar Rooftop/Smart Energy System) รวมถึงการใช้นวัตกรรมในการพัฒนาเมืองที่เป็นพื้นที่นำร่อง (เขตนวัตกรรม Net Zero Emission) และ 4) การพัฒนาคน 3 ช่วงวัย ผ่านการสนับสนุนให้เกิดมหาวิทยาลัย 1 Sandbox การ Reskill/Upskill แรงงานทักษะสูง และการจัดนิทรรศการ 1 ภูมิภาค

สำหรับเป้าหมายในระยะยาว คือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสังคมของประเทศ ซึ่งมีแผนปฏิบัติการแบบ Quick Win เพื่อสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศคือ มีระบบสนับสนุนผู้ประกอบการครบวงจร เพื่อให้ธุรกิจโตจำนวน 3,000 ราย สนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร 1,000 ราย มี Virtual Production Lab ที่ให้บริการเต็มรูปแบบ 10 แห่ง มีผู้ประกอบการสร้างสรรค์มากกว่า 3,000 ราย และมี Thai Content Platform 4 เครือข่าย/สาขา ภายในระยะเวลา 1 ปี สนับสนุนรายได้ผู้ประกอบการให้เพิ่มขึ้น 3,000 ราย มีสัดส่วนและมูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร 350,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและมูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น 5,000 ล้านบาท โดยขับเคลื่อนให้ไทยเป็นฐานการผลิตและบริการที่สำคัญของ Creative Content ในเอเชีย ภายใน 3 ปี

ด้านการกระจายโอกาสและความเจริญสู่ภูมิภาค ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ครัวเรือนจากการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมแก้จนและสร้างอาชีพ 150,000 บาทต่อปี ภายใน 1 ปี และขยายผลไปยังพื้นที่รวม 40 จังหวัด ภายใน 3 ปี ในด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม การขับเคลื่อน Green Campus ตั้งเป้าใน 1 ปี ให้มีพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมปรับโครงสร้างพลังงาน Green Campus 30 มหาวิทยาลัย ปลดล็อกการใช้พลังงานสะอาด เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด 30 เมกะวัตต์ และภายใน 3 ปี ตั้งเป้าให้เกิดนวัตกรรมสีเขียวด้านพลังงาน เกิด Climate Tech Innovator และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e) ส่วนการขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ตั้งเป้าใน 1 ปี ให้มีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี (Circular Economy, Waste) ในพื้นที่นำร่อง 10 นวัตกรรม และมีพันธมิตรต่างประเทศสนับสนุนงบประมาณ และภายใน 3 ปี เกิดเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ มีระบบนิเวศเมือง Net Zero Emission ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 8.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e)

ในส่วนของแผนการพัฒนาคน 3 ช่วงวัย สำหรับหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ ภายใน 1 ปี ตั้งเป้าให้มี 1 University 1 Innovation Education ให้นักศึกษามีรายได้ระหว่างปี และภายใน 3 ปี ตั้งเป้าให้มีกำลังคนทักษะสูง 100,000 คน ส่วนของแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคน ภายใน 1 ปี ตั้งเป้าให้เกิด University Consortium ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) Bootcamp สร้างกำลังคนทักษะสูง 50,000 คน พัฒนาครู ผู้สอน และครูตำรวจตระเวนชายแดน 3,000 คน และภายใน 3 ปี ตั้งเป้าให้มีกำลังคนทักษะสูง 100,000 คน พัฒนาครู ผู้สอน และครูตำรวจตระเวนชายแดน 6,000 คน ลดเด็ก Drop out ลง 50,000 คน นอกจากนี้ ยังมีแนวทางขับเคลื่อนให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงและมีศักยภาพทักษะแห่งอนาคตจำนวน 50,000 คน

มมส พัฒนาแหล่งมรดกวัฒนธรรม ชูเป็น Soft Power พัฒนาเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762311

มมส พัฒนาแหล่งมรดกวัฒนธรรม  ชูเป็น Soft Power พัฒนาเศรษฐกิจ

มมส พัฒนาแหล่งมรดกวัฒนธรรม ชูเป็น Soft Power พัฒนาเศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการพิพิธภัณฑ์กินได้ ขับเคลื่อนการเรียนรู้และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตักสิลานคร โดยมี นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ศ.ดร.อนงค์ฤทธิ์ แข็งแรง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วิจัย และนวัตกรรม มมส นายบุญเยี่ยม เหลาสะอาด รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเมืองน่าอยู่และการกระจายศูนย์กลางความเจริญ (ฝ่าย 3) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) นายกมล ตราชู รองนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม อาจารย์ทม เกตุวงศาผู้อำนวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน ร่วมในพิธี พร้อมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์นิทรรศการภายในงานก่อนเดินทางสำรวจแหล่งเรียนรู้ ณ พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม และ แหล่งเรียนรู้ใน “เส้นทางการเรียนรู้: มหาสารคาม DNA”

“เส้นทางการเรียนรู้ : มหาสารคาม DNA” เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการพิพิธภัณฑ์กินได้ขับเคลื่อนการเรียนรู้และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตักสิลานคร ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของ มมส ได้แก่ สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง และนฤมิตศิลป์ และคณะการบัญชีและการจัดการ ร่วมกับเทศบาลเมืองมหาสารคาม และ YEC หอการค้าจังหวัดมหาสารคาม โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กรอบการวิจัย “การพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)”

แนวคิดพิพิธภัณฑ์กินได้ ได้แก่ การสร้างการเรียนรู้ (กินความรู้) การปลุกจิตสำนึกในคุณค่าและความสำคัญ (กินใจ) และการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม (เกิดรายได้) เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจฐานรากของเมืองมหาสารคาม โดยมีนักจัดการเมืองแห่งการเรียนรู้ คือ นักเรียนและครูสังกัดโรงเรียนเทศบาลเมืองมหาสารคาม ผู้รู้และผู้นำชุมชนของเทศบาลเมืองมหาสารคาม และนิสิตสาขาประวัติศาสตร์และสาขาสถาปัตยกรรมภายในของ มมส

ส่วน “เส้นทางการเรียนรู้ : มหาสารคาม DNA” ประกอบด้วยแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จำนวน 14 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม, ศาลหลักเมือง, หอนาฬิกา, ตึกโค้ง,ถนนนครสวรรค์, สมาคมชาวจังหวัดมหาสารคาม, วัดมหาชัย, โฮงเจ้าเมืองคนที่ 1, ข้าวเม่า : ชุมชนโพธิ์ศรี, ตึกดิน, วัดอุทัยทิศ, วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น), พระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก และสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มมสได้สืบค้นและนำมาเผยแพร่เพื่อให้ผู้คนได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจ ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญ พร้อมๆกับการพัฒนาดีเอ็นเอเหล่านั้น ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อสร้าง Soft Power ในการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจฐานราก จากมรดกวัฒนธรรมของบรรพชนชาวมหาสารคาม รวมทั้งเป็นต้นทุนในการขับเคลื่อนสู่การสมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายระดับโลกด้านเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก (The UNESCO Global Network of Learning

ออริจิ้น-ม.บูรพา ร่วมสร้างบุคลากรยุคใหม่ พร้อมผลักดันชลบุรีเป็น Hub of Talent

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762306

ออริจิ้น-ม.บูรพา ร่วมสร้างบุคลากรยุคใหม่ พร้อมผลักดันชลบุรีเป็น Hub of Talent

ออริจิ้น-ม.บูรพา ร่วมสร้างบุคลากรยุคใหม่ พร้อมผลักดันชลบุรีเป็น Hub of Talent

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน พร้อมยกระดับทักษะความรู้ของนักศึกษาปริญญาตรี โดยมีนายปิติ จารุกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด (มหาชน), นายภูมิพัฒน์ ฤทธิธาดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้นเนชั่นวายด์ จำกัด ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยฝ่ายบริหารจากมหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน ณ มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี

การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ เพื่อร่วมออกแบบและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อให้หลักสูตรสอดคล้องกับการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจไทย และเสริมศักยภาพให้ตรงตามความต้องการของบริษัทและตลาดแรงงานไทยสู่การเตรียมพร้อมบุคลากรในโลกแห่งการทำงานยุคใหม่ และพร้อมร่วมผลักดันจังหวัดชลบุรีสู่ Hub of Talent ของไทยต่อไป

จุฬาฯ สร้างนวัตกรรม ATK แบบใหม่ ลดต้นทุน ตรวจจับเชื้อโควิด-19 ได้ไวขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762310

จุฬาฯ สร้างนวัตกรรม ATK แบบใหม่ ลดต้นทุน ตรวจจับเชื้อโควิด-19 ได้ไวขึ้น

จุฬาฯ สร้างนวัตกรรม ATK แบบใหม่ ลดต้นทุน ตรวจจับเชื้อโควิด-19 ได้ไวขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ดร.สุดเขต ไชโย, ดร.จักรพรรณ ขุมทรัพย์ และ ดร.อับดุลฮาดี ยะโก๊ะ พัฒนา “ATK ร่วมกับเคมีไฟฟ้าแบบไม่ติดฉลากสำหรับการวินิจฉัยโรคโควิด-19” เพื่อตอบโจทย์ด้านราคาและประสิทธิภาพของชุดตรวจ ATK ตลอดจนถึงต่อยอดชุดตรวจที่สามารถรับมือกับโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ดร.สุดเขตอธิบายว่าชุดตรวจ ATK ที่มีจำหน่ายปัจจุบันเป็นชุดตรวจที่เรียกว่า ATK แบบติดฉลาก (Strip test) ที่ติดฉลากอนุภาคทองคำระดับนาโนบนสารชีวโมเลกุลที่ชุดตรวจ เพื่อให้เห็นแถบสีแดงบนชุดตรวจ ATK และต้องใช้สารในการตรวจวัดมากกว่าสองชนิดขึ้นไป ทำให้มีต้นทุนการผลิตที่สูงส่วนชุดตรวจ ATK แบบใหม่ที่วิจัยพัฒนาขึ้นมา อาศัยหลักการการจับกันระหว่างแอนติบอดีและแอนติเจนช่วยให้มีความไวในการตรวจจับเชื้อโควิด-19ได้ดีขึ้น แม้จะมีเชื้อในปริมาณน้อยก็ตาม และมีความแตกต่างเล็กน้อยคือ ชุดตรวจ ATK ทั่วไปประกอบด้วยแถบตรวจ ATK น้ำยา ก้าน Swab ส่วนชุดตรวจ ATK แบบใหม่ เพิ่มขั้วไฟฟ้าที่สอดอยู่บริเวณใต้ ATK และซองบรรจุ ATK ที่จะมี QR Code สำหรับสแกนเพื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และดูการแปลผลการตรวจเชื้อโควิด-19 ได้จากตัวเลขที่ปรากฏบนสมาร์ทโฟน ซึ่งง่ายและแม่นยำกว่าการดูแถบสีด้วยตาเปล่า ที่สำคัญ แม้มีเชื้อโควิด-19 เพียงเล็กน้อย ผลก็จะปรากฏ

“ชุดตรวจ ATK ที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ราคาย่อมเยากว่าชุดตรวจแบบเดิม เนื่องจากไม่มีการติดฉลากอนุภาคทองคำในชุดตรวจ ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง และคาดว่าราคาต่อหน่วยจะอยู่ที่เพียงชุดละ 15บาทเท่านั้น จึงเหมาะสำหรับใช้ในหน่วยงานและชุมชน รวมทั้งโรงพยาบาลที่อยู่ห่างไกลไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่เพียงพอเพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรคโควิด-19ในคนจำนวนมากได้ถูกต้อง รวดเร็ว แม่นยำ และมีค่าใช้จ่ายไม่มาก และทีมวิจัยกำลังพัฒนาเครื่องอ่านสัญญาณในชุดตรวจให้อ่านง่ายขึ้น เพื่อที่ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจคัดกรองได้ด้วยตัวเองที่บ้าน” ดร.สุดเขตกล่าว

หน่วยงานที่สนใจพัฒนานวัตกรรมนี้ติดต่อได้ที่ดร.สุดเขต ไชโย สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาฯ โทร.02-2188078 อีเมล Sudkate.c@chula.ac.th

มอบนโยบาย รอง ผอ. ผอ.สถานศึกษาบรรจุใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762312

มอบนโยบาย รอง ผอ. ผอ.สถานศึกษาบรรจุใหม่

มอบนโยบาย รอง ผอ. ผอ.สถานศึกษาบรรจุใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 พบปะ มอบนโยบาย ให้โอวาท แก่ผู้ได้รับบรรจุ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2566 พร้อมดำเนินการเลือกสถานศึกษา ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน 26 ราย รองผู้อำนวยการโรงเรียน 2 ราย เมื่อวันก่อน ณ สพป.พิษณุโลก เขต 2

รมช.ศธ. มอบนโยบาย สมศ. สร้างคุณค่าการประเมินคุณภาพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762307

รมช.ศธ. มอบนโยบาย สมศ. สร้างคุณค่าการประเมินคุณภาพฯ

รมช.ศธ. มอบนโยบาย สมศ. สร้างคุณค่าการประเมินคุณภาพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายและเข้าเยี่ยมชมการทำงานของคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)

ในการนี้ ดร.นันทา หงวนตัดรักษาการผู้อำนวยการ สมศ. ได้กล่าวต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานที่สอดคล้องการดำเนินงานตามแนวนโยบาย “เรียนดีมีความสุข” โดย นายสุรศักดิ์พันธ์เจริญวรกุล กล่าวว่า ตนเองยินดีที่จะช่วยเหลือเพื่อให้ทุกคนได้ทำงานอย่างราบรื่น พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมสำนักงานเพื่อให้กำลังใจผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกคน

เฮอริเทจ-ม.พะเยา ให้บริการทันตกรรม เด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.น่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762308

เฮอริเทจ-ม.พะเยา ให้บริการทันตกรรม เด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.น่าน

เฮอริเทจ-ม.พะเยา ให้บริการทันตกรรม เด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.น่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ร่วมกับ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา จัดทำโครงการ ทันตแพทย์อาสา ครั้งที่ 4 “ส่งต่อรอยยิ้ม แบ่งปันความสุข 4 ภาค” นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคงผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจ, นันทมิตร นันทะเสน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเนียน จังหวัดน่าน และทพ.ภูมิทรัพย์ สายวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนบริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยพะเยา พร้อมด้วย ร.ต.สิทธิพงศ์ อุปจักร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านละเบ้ายา น่าน และ นิยมเงินวงค์ใน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา จังหวัดน่านร่วมให้บริการด้านทันตกรรมแก่เด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี

โรงเรียนที่เข้ารับบริการได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา, โรงเรียนบ้านห้วยเฮือ, โรงเรียนบ้านวังตาว-กาใส และศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยลู่ รวมจำนวน 150 คน เข้ารับบริการตรวจสุขภาพช่องปาก ณ โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา จังหวัดน่านเมื่อวันก่อน

SPU เป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762309

SPU เป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ

SPU เป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนบุคลากร ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยศรีปทุม ปูชนียบุคคลด้านการศึกษา ผู้เป็นต้นแบบอันดีงาม และผู้มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อวงการอุดมศึกษาของไทยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ

สพฐ. มอบหมาย สพม.ตาก ลงพื้นที่ ช่วยเหลือครูนักเรียนประสบอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762313

สพฐ. มอบหมาย สพม.ตาก ลงพื้นที่ ช่วยเหลือครูนักเรียนประสบอุทกภัย

สพฐ. มอบหมาย สพม.ตาก ลงพื้นที่ ช่วยเหลือครูนักเรียนประสบอุทกภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) มอบหมาย นายสุทัศน์ ศรีดาเดช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (ผอ.สพม.ตาก) นายชยุต นามอยู่ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (รอง ผอ.สพม.ตาก)ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และบุคลากรในสังกัด ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ สิ่งของ เครื่องใช้ ช่วยเหลือครูและนักเรียนที่ประสบอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ในจังหวัดตาก ในพื้นที่ อ.บ้านตาก อ.สามเงา จ.ตาก มีครู นักเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก ได้รับผลกระทบ แบ่งเป็น โรงเรียนบ้านตาก “ประชาวิทยาคาร” ครู 2 ราย นักเรียน 16 รายโรงเรียนสามเงาวิทยาคม ครู 2 รายนักเรียน 20 ราย และโรงเรียนยกกระบัตรวิทยาคม ครู 2 ราย นักเรียน 41 ราย รวมทั้งสิ้น 83 ราย

หลังจากช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประสบภัย ผอ.สพม.ตาก ได้ประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน ทั้ง 3 โรงเรียนที่ประสบภัย เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข และวางมาตรการในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในปีต่อไปอย่างยั่งยืน

ด่วน!! มติคณะสงฆ์ปลดยกก๊วนพระ 5 รูป ลอบเล่นพนันในเมียนมา แฉชิงเผ่นหนีจีวรปลิว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762379

ด่วน!! มติคณะสงฆ์ปลดยกก๊วนพระ 5 รูป ลอบเล่นพนันในเมียนมา แฉชิงเผ่นหนีจีวรปลิว

ด่วน!! มติคณะสงฆ์ปลดยกก๊วนพระ 5 รูป ลอบเล่นพนันในเมียนมา แฉชิงเผ่นหนีจีวรปลิว

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.25 น.

จีวรปลิวแล้ว!! คณะสงฆ์มีมติปลดพระ 5 รูป ออกจากตำแหน่งหลังลอบเล่นพนันในเมียนมา โดยพระทั้ง 5 รูปได้หลบหนีไปแล้ว ทำให้ไม่ได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม

12 ต.ค.66 กรณีสื่อสังคมออนไลน์เพจ “คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี” ได้โพสข้อความระบุว่า “6 4 เอี่ยว เจริญพร น้ำเต้า ปู ปลา เลขารองเจ้าคณะภาค และเจ้าอาวาสวัดดังใน อ.เมืองเชียงราย ทำแบบนี้ได้หรอเจ้าคะ สำนักพุทธตรวจสอบด่วน” โดยแนบภาพถ่ายของพระภิกษุขณะกำลังเล่นการพนันมะโขกโหลก และบาคาร่า อย่างสนุกสนาน โดยมีแก้วน้ำสีเหลืองคล้ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วางอยู่ด้วย จนเป็นที่วิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นการทำให้ภาพพจน์ของพระสงฆ์ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้รับการเสื่อมเสีย อย่างมาก

ล่าสุดทางพระพุทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย มีคำสั่งให้คณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยมอบหมายให้พระครูสิริธรรมนิวิฐ เจ้าหน้าที่คณะอำเภอเมือง ร่วมกับนายโสไกร ใจหมั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือที่วัดศรีบุญเรือง เขตเทศบาลนครเชียงราย เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงและวางมาตรการบทลงโทษกับคณะสงฆ์ที่ปรากฎภาพดังกล่าว

โดย นายโสไกร ใจหมั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นเหตุซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมีพระสงฆ์ใน จ.เชียงราย จำนวน 5 รูปได้รับกิจนิมนต์ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าคณะตำบล 1 รูป เจ้าอาวาสวัด 2 รูป และพระลูกวัดอีก 2 รูป ไปร่วมงานวัดเวียงแก้ว อยู่ในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้ามชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย แต่เพิ่งจะมาเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงวันที่ 10 ที่ผ่านมา

นายโสไกร กล่าวด้วยว่า หลังทราบเรื่องทางสำนักพุทธ จ.เชียงราย ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ร่วมกับคณะสงฆ์เชียงราย ตั้งกรรมการสอบสวนในทันที ซึ่งพระสงฆ์ทั้ง 5 รูป ก็ยอมรับว่าเป็นบุคคลในภาพจริง โดยอ้างว่าการละเล่นเหล่านั้นเป็นประเพณีของท้องถิ่นที่เล่นกันอย่างแพร่หลาย แต่ก็ถือเป็นการกระทำผิดวินัยของสงฆ์และเป็นเรื่องที่เหมาะสม ในวันนี้จึงมีนัดหมายประชุมเพื่อพิจารณาบทลงโทษกันอีกครั้ง แต่ปรากฎว่าพระสงฆ์ทั้ง 5 รูปได้หลบหนีไปทั้งหมด ทำให้ไม่ได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม หรือดำเนินการบทลงโทษ

นายโสไกร กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามจากการพิจารณาของคณะสงฆ์อย่างถี่ถ้วนได้มีมติและคำสั่งให้ปลดพระสงฆ์ทั้ง 5 รูปออกจากตำแหน่งที่มีอยู่ทั้งหมด โดยไม่สามารถที่จะยุ่งเกี่ยวกับทางคณะสงห์หรือกับทางวัดต่างๆ ได้อีก  แต่ยังไม่ขั้นที่ปาราซิก เพราะถือเป็นความผิดวินัยที่ยังไม่ร้ายแรงมากนัก และทางผู้กระทำผิดยังไม่ได้ชี้แจงโดยละเอียดเพราะหลบหนีไปก่อน 

อย่างไรก็ตามโทษจะถึงปาราซิกหรือไม่นั้น ทางคณะสงฆ์จะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำขึ้นมาอีก ทางคณะสงฆ์ได้มีการวางกฎสำหรับพระภิกษุที่จะเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะต้องรับได้อนุญาตจากทางวัดหรือทางคณะสงฆ์ระดับอำเภอ หรือระดับจังหวัดเสียก่อน และต้องมีการกิจนิมนต์มาแสดงว่ามีการนิมนต์ให้ไปร่วมงานต่างๆ จริง ไม่สามารถที่จะเดินทางโดยพละการได้อีก

“และอยากเตือนให้พระภิกษุสงฆ์ควรตระการเข้าไปร่วมในวงอโคจร นั้นเป็นเรื่องไม่ดีและไม่เหมาะสมควรหลีกเลี่ยงเข้าไปในทุกสถานการณ์ แม้กิจกรรมเหล่านั้นจะเป็นเรื่องปกติของท้องถิ่นนั้นๆ แต่หากพระภิกษุสงฆ์เข้าไปก็เป็นภาพที่ไม่งาม และทำให้ภาพของพระสงฆ์ได้รับความเสื่อมเสีย” ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย กล่าว