พิษณุโลกจัดงานชุมนุม ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742741

พิษณุโลกจัดงานชุมนุม  ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน

พิษณุโลกจัดงานชุมนุม ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกรองผู้อำนวยการลูกเสือจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดงานชุมนุมลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน ครั้งที่ 2 และพิธีพระราชทานเข็ม และผ้าพันคอจิตอาสาพระราชทาน ถวายราชสักการะ และถวายราชสดุดี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงเรียนวัดศรีรัตนาราม และโรงเรียนท่าทองพิทยาคม โดยมีบุคลากรทางการลูกเสือ ลูกเสือ เนตรนารี และผู้บังคับบัญชาลูกเสือ เข้าร่วมงาน จำนวน 400 นาย

การจัดงานครั้งนี้เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และประชาสัมพันธ์โครงการลูกเสือจิตอาสาพระราชทานให้สาธารณชนได้ทราบ ภายใต้คำขวัญ “ลูกเสือจิตอาสาพระราชทาน มุ่งประสานทำความดีด้วยหัวใจ” โดยมี ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 2 พร้อมผู้บริหาร และบุคลากรกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา

สพฐ. อบรมผู้บริหาร-ศึกษานิเทศก์ พี่เลี้ยงนักออกแบบกระบวนการเรียนรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742743

สพฐ. อบรมผู้บริหาร-ศึกษานิเทศก์  พี่เลี้ยงนักออกแบบกระบวนการเรียนรู้

สพฐ. อบรมผู้บริหาร-ศึกษานิเทศก์ พี่เลี้ยงนักออกแบบกระบวนการเรียนรู้

วันอังคาร ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุญยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายพี่เลี้ยงนักออกแบบกระบวนการเรียนรู้ (Mentor of Learning Designer Program) ณ โรงแรมมิโด้ กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้

การประชุมครั้งนี้ จัดโดยสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา โดยกลุ่มวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน (วนส.) โดยการนำของ ดร.ฐณรินทร์ หวายฤทธิ์ธนกุลผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษาโดยมีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วยศึกษานิเทศก์และผู้บริหารโรงเรียน (ปฏิบัติงานหรือภารกิจร่วมกับครูนักออกแบบกระบวนการเรียนรู้) และผู้ทรงคุณวุฒิคณะทำงานของสพฐ.และผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 70 คน

‘44 ปี แห่งการพัฒนา ปวงประชาอยู่ดีมีสุข’ ‘ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ’ชวนร่วมกิจกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742542

‘44 ปี แห่งการพัฒนา ปวงประชาอยู่ดีมีสุข’  ‘ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ’ชวนร่วมกิจกรรม

‘44 ปี แห่งการพัฒนา ปวงประชาอยู่ดีมีสุข’ ‘ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ’ชวนร่วมกิจกรรม

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ขอเชิญชวนนักเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา นักเรียนอาชีวะ ระดับ ปวช. และบุคคลทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมการประกวดในงาน “44 ปี แห่งการพัฒนา ปวงประชาอยู่ดีมีสุข” เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ชิงทุนศึกษาและรางวัลมูลค่ากว่า 58,000 บาท พร้อมโล่รางวัลเกียรติยศจากนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี

ประกอบด้วย การประกวดเรียงความ ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น การประกวดวาดภาพกระดานดํา ระดับประถมศึกษา แบบทีมละ 3 คน และวาดภาพบนผืนผ้าใบแคนวาส ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ประเภทเดี่ยว การประกวดนวัตกรรมสร้างสรรค์ BCG ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ อาชีวศึกษา ระดับ ปวช.ปีที่ 1-3 การประกวดร้องเพลงสําหรับเยาวชนและบุคคลทั่วไป ไม่จํากัดอายุ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 10-28 ก.ค. 2566 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดําริ

‘นิสิต MBA ศศินทร์’ลงพื้นที่‘บางลำภูล่าง’ เรียนรู้สร้างแนวคิดนวัตกรรมใหม่เพื่อชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742540

‘นิสิต MBA ศศินทร์’ลงพื้นที่‘บางลำภูล่าง’  เรียนรู้สร้างแนวคิดนวัตกรรมใหม่เพื่อชุมชน

‘นิสิต MBA ศศินทร์’ลงพื้นที่‘บางลำภูล่าง’ เรียนรู้สร้างแนวคิดนวัตกรรมใหม่เพื่อชุมชน

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Sasin School of Management (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) สถาบันการศึกษาบริหารธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาแบบ Action Learning ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ เช่น การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การระดมสมอง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการทำกรณีศึกษา เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริงในการทำงาน มีกระบวนการคิดหาวิธีในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน

เช่นเดียวกับวิชา “Pricing Strategy” โดย ผศ.ดร.ยุพิน ภัทรพงศ์สันต์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาด สถาบันบัณฑิตฯ ศศินทร์ฯ ซึ่งได้นำนิสิต MBA ในชั้นเรียน ลงพื้นที่ทัศนศึกษา “ชุมชนบางลำภูล่าง (คลองสาน)” เพื่อศึกษาเรียนรู้นวัตกรรมใหม่ผ่าน Sasin Action Learning หลักสูตรนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงแนวทางการศึกษาความคิดเกี่ยวกับคุณค่าในงานบริการ ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ในการเรียนรู้นวัตกรรมแนวทางใหม่อย่างมีกลยุทธ์

การทัศนศึกษาช่วยให้นิสิตได้ซึมซับวิถีความเป็นอยู่ของชุมชน และมีส่วนร่วมในการนำเสนอแนวทางการพัฒนาชุมชนนี้ ในการเติบโตทั้งทางการตลาดและการพัฒนาพื้นที่ในหลากหลายมิติ เช่น การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม อาหารของคนในพื้นที่ วิถีความเป็นอยู่ดั้งเดิมที่มีความน่าสนใจ โดยนำนวัตกรรมทางความคิดในรูปแบบใหม่เข้ามานำเสนอให้กับชุมชนเพื่อเป็นการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และเป็นโอกาสในการเชื่อมช่องว่างระหว่างทฤษฎีและการปฏิบัติทำให้นิสิตสามารถคิดวิเคราะห์สถานการณ์จริงและนำการเรียนรู้ไปใช้ได้จริง

ผศ.ดร.ยุพิน ได้นำนิสิตในชั้นเรียนลงพื้นที่ศึกษาชุมชนบางลำภูล่าง เพื่อให้มีความเข้าใจประสบการณ์จริงในระหว่างการทัศนศึกษา และได้รับแรงบันดาลใจให้ดึงข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์ และนำมาอภิปรายในห้องเรียน เมื่อลงพื้นที่สำรวจชุมชน นิสิตจะได้ข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น เรื่องของตลาดเช้าชุมชนอายุ 200 ปีซึ่งเริ่มมีมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ได้รู้จักอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นและลักษณะเฉพาะของชุมชน และการแสดงศิลปะโบราณกระตั้วแทงเสือ สมัยกรุงศรีอยุธยาที่เป็นมรดกตกทอดดั้งเดิมของคนในพื้นที่บางลำภูล่าง ซึ่งอพยพมาจากกรุงศรีอยุธยา ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นถึงวิธีการเพิ่มผลิตภัณฑ์และบริการของชุมชน

นอกจากนี้ นิสิตยังได้ลงพื้นที่สำรวจวิถีชีวิตของคนในชุมชน ซึ่งตามกำแพงข้างทางเต็มไปด้วยศิลปะสมัยใหม่
ตามแนวคิดการพัฒนาชุมชนของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ ในขณะเดียวกันนิสิตได้เจาะลึกถึงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น และยังได้รับข้อมูลเชิงลึกอันเกี่ยวกับเศรษฐกิจระดับรากหญ้าจุดประกายความคิดนิสิตในการสร้างรายได้ของชุมชนทั้งจากการท่องเที่ยวชุมชนเชิงอนุรักษ์ ในขณะเดียวกันยังคงรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างยั่งยืน เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างแนวคิดทางธุรกิจที่สร้างสรรค์เป็นรูปเป็นร่าง

กระบวนการเรียนรู้นี้ มีส่วนในการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของชุมชนที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้าในขณะเดียวกันก็ตอบสนองความต้องการของสังคม ช่วยให้นิสิตได้สำรวจแง่มุมที่ซ่อนอยู่ของชุมชนบางลำภูล่างที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก กระตุ้นให้พวกเขาวิเคราะห์คิดอย่างมีวิจารณญาณ และกำหนดแนวทางแก้ไขที่ปลดล็อกศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้ พร้อมตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของชุมชนท้องถิ่นและเศรษฐกิจโดยรวมของชุมชน

‘ม.มหิดล’หนุน’เรียนรู้ตลอดชีวิต’ เติมสมบูรณ์มนุษย์-เสริมพลังครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742539

‘ม.มหิดล’หนุน’เรียนรู้ตลอดชีวิต’  เติมสมบูรณ์มนุษย์-เสริมพลังครอบครัว

‘ม.มหิดล’หนุน’เรียนรู้ตลอดชีวิต’ เติมสมบูรณ์มนุษย์-เสริมพลังครอบครัว

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เบื้องหลังทุกความสำเร็จของชีวิต มักยืนอยู่บนพื้นฐานของครอบครัวที่สมบูรณ์” ซึ่งคอยหล่อหลอมให้เกิดความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย พร้อมเติบโตและพัฒนาสู่การเป็นพลเมืองของชาติ และพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ โดย รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เป็นไปได้ยากหากผู้ใดจะบรรลุความสำเร็จอย่างยั่งยืนโดยไม่ใส่ใจสถาบันครอบครัว

เพราะในเมื่อตามหลักทางวิทยาศาสตร์พบว่ามนุษย์ที่มีพัฒนาการองค์รวมโดยสมบูรณ์ มักมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมารดาผู้ให้กำเนิด ในขณะที่แผนพัฒนาชาติในปัจจุบัน สาระสำคัญส่วนใหญ่ยังคงมุ่งพัฒนาการศึกษาและวิจัยในระดับอุดมศึกษา เพื่อความก้าวหน้าของเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การเร่งผลผลิตทางอุตสาหกรรม แต่ยังขาดการพัฒนา “สถาบันครอบครัว” ซึ่งเป็นหน่วยทางสังคมที่เล็กที่สุด แต่สำคัญที่สุด

ทิศทางการออกแบบการศึกษาของสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดลในปัจจุบัน จึงไม่ได้เน้นให้ความสำคัญแต่เพียงในระดับอุดมศึกษา โดยมองว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องขยายสู่ “การเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด (Lifelong learning)” เพื่อทำให้เกิดความยั่งยืน ด้วยการลดความเหลื่อมล้ำ และทำให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษา

จากโครงสร้างเดิมที่เน้นการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อพัฒนาชาติด้านเด็กและครอบครัวถึง 3 หลักสูตรในระดับปริญญาโทด้าน 1.จิตวิทยาเด็กวัยรุ่น และครอบครัว 2.นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก และ 3.พัฒนาการมนุษย์ ที่เตรียมขยายผลสู่ระดับปริญญาเอกในเร็วๆ นี้ ต่อมาได้มุ่งไปที่นักศึกษาปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อการเตรียมพร้อมสู่การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ภายใต้รายวิชา “การออกแบบชีวิต (Life Design)” ที่สอนทักษะต่างๆ เพื่อให้นักศึกษาปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยมหิดลสามารถเลือกทางเดินชีวิตด้วยความไม่ประมาท

และปัจจุบัน หลังวิกฤต COVID-19 สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดกว้างสู่การเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด (Lifelong learning) ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการลงทะเบียนเรียนผ่านโครงการเรียนรู้ตลอดชีพ MAP-C (Mahidol Apprenticeship Program Curriculum) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเก็บสะสมหน่วยกิตไว้เทียบโอนศึกษาต่อในหลักสูตรปกติของ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งสามารถเริ่มได้ทันที

หรือจะเลือกเรียนปริญญาตรีในสาขาที่สมัครเข้ามาในช่องทางปกติของมหาวิทยาลัยมหิดล ควบคู่ไปกับการลงทะเบียนเรียนหลักสูตรในระดับปริญญาโทของ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ในช่องทางพิเศษเพื่อสำเร็จการศึกษาพร้อมกันด้วยปริญญาบัตร 2 ใบ ทั้งตรี และโทได้ในเวลาเดียวกัน ภายในเวลา 4 ปี ซึ่งในส่วนนี้เตรียมเปิดดำเนินการในปี 2567 โดยเชื่อมั่นว่า หากเยาวชนได้สั่งสมความรู้ “เสริมพลังครอบครัว” ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่รั้วอุดมศึกษา จะยิ่งทำให้เกิดความแกร่งกล้า พร้อมเผชิญทุกปัญหา สู่แสงสว่างแห่งปัญญาของทุกวิชาชีพได้อย่างมั่นคง และมั่นใจได้เร็วยิ่งขึ้น

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดของรายวิชาและหลักสูตรต่างๆ ที่น่าสนใจของ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ที่ http://www.cf.mahidol.ac.th

สจล.จัดงาน‘KMITL Future Innovator’ เปิด2เวทีประกวด-สมัครได้ถึง25กรกฎาคมนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742537

สจล.จัดงาน‘KMITL Future Innovator’  เปิด2เวทีประกวด-สมัครได้ถึง25กรกฎาคมนี้

สจล.จัดงาน‘KMITL Future Innovator’ เปิด2เวทีประกวด-สมัครได้ถึง25กรกฎาคมนี้

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ก้าวสู่ปีที่ 64 การก่อตั้ง…มุ่งสร้างเสริมทัพ “นวัตกรคนรุ่นใหม่” สำหรับประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) โดย สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิตพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KLLC) ร่วมกับวิทยาลัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมวัสดุ สจล. เชิญนักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป เปิด 2 เวทีประกวด คือ งานประกวดผลงานนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีระดับประเทศ ชิงถ้วยรางวัลยิ่งใหญ่

และงานประกวดไอเดียแนวคิดนวัตกรรม (Pitching) รางวัลมูลค่ารวมกว่า 185,000 บาท ในงาน “KMITL Future Innovator 2023” ภายใต้ธีมการแข่งขัน Smart Cities, Digital & AI ณ สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิตพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KLLC) อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 1 โซน A (ติดหอประชุมใหญ่) ถนนฉลองกรุงเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ รายละเอียดงานประกวด ดังนี้

1.การประกวดผลงานนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีระดับประเทศ ครั้งที่ 11 จัดในวันที่ 23-24 ส.ค. 2566 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-25 ก.ค. 2566 แบ่งการประกวดเป็น 2 ระดับ คือ 1.1 ระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ นวัตกรรมนาโนความคิดสร้างสรรค์, นวัตกรรมนาโนเชิงพาณิชย์, นวัตกรรมนาโนเชิงสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม, นวัตกรรมนาโนส่งเสริมด้านเกษตรกรรม, นวัตกรรมนาโนเชิงศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น กับ 1.2 ระดับอุดมศึกษาและบุคคลทั่วไป ได้แก่ นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี

2.การประกวดแข่งขันแนวคิดนวัตกรรม (Pitching) จัดในวันที่ 19- 20 ส.ค. 2566 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-25 ก.ค. 2566 สมัครเป็นกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 4 คน เกณฑ์การตัดสินจากความเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยี ศักยภาพด้านการตลาด กลยุทธ์การดำเนินงานของธุรกิจนวัตกรรม การบริหารจัดการองค์กรธุรกิจนวัตกรรม และการนำเสนอ แบ่งการประกวดเป็น 2 ระดับ คือ 2.1 ระดับนักเรียน-นักศึกษา กับ 2.2 ระดับบุคคลทั่วไป

ผู้สนใจ สมัครประกวด ได้มากกว่า 1 กิจกรรม โดยคลิกลิงก์ t.ly/C5yn ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ innovator.kllc.kmitl.ac.th หรือสอบถามคุณแอนนา โทร. 02-3298000 ต่อ 3034

สำนักงบฯพร้อมหนุน‘เบียนนาเล่ เชียงราย’ คาดช่วยพัฒนาความเจริญ-ดึงดูดนักลงทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742535

สำนักงบฯพร้อมหนุน‘เบียนนาเล่ เชียงราย’  คาดช่วยพัฒนาความเจริญ-ดึงดูดนักลงทุน

สำนักงบฯพร้อมหนุน‘เบียนนาเล่ เชียงราย’ คาดช่วยพัฒนาความเจริญ-ดึงดูดนักลงทุน

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้นำคณะเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ นำโดย นายธเนศ เพชรโชติ รักษาการนักวิเคราะห์งบประมาณเชี่ยวชาญ และผู้บริหาร สศร. ลงพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน โครงการการจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 ร่วมกับ นายอังกฤษ อัจฉริยโสภณ และ น.ส.มนุพร เหลืองอร่าม ภัณฑารักษ์ โดยได้มีการศึกษาพื้นที่จริง อาทิ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ สิงห์ปาร์ค ท่าเรือเวียงเชียงแสน

และสวนเรือนรับรอง ร.9 หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำเยี่ยมชมบ้านนายสมลักษณ์ ปันติบุญศิลปินปั้นดินแห่งเชียงราย ณ ดอยดินแดง พร้อมทั้งประเมินความพร้อมในการจัดงาน หลังจากที่รัฐบาลได้มอบเงินสนับสนุนการดำเนินงาน ระยะที่ 2 จำนวน 95 ล้านบาท มาแล้ว ซึ่งการลงพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ทางสำนักงบประมาณ ได้เห็นความคืบหน้าการทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรวมพลังจากเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายศิลปินใน จ.เชียงราย ความคืบหน้าการสร้างหอศิลป์ร่วมสมัยเชียงราย เพื่อรองรับการจัดงาน และจะขยายสร้างหมู่บ้านศิลปิน Art Village เบื้องต้นกำหนดไว้จำนวน 32 หลัง

นายประสพ กล่าวต่อไปว่า ว่า จากการลงพื้นที่ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงาน ทำให้ทางสำนักงบประมาณได้ทราบถึงประโยชน์ที่จะได้รับในระหว่างการจัดงานและหลังจากการจัดงานไม่ว่าจะเป็น การตื่นตัวของชาวเชียงราย ที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ เชียงราย ทำให้เกิดการรับรู้ การกระตุ้นการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับฐานรากไปสู่เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ที่ประเมินไว้ไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท ส่งเสริมการใช้จ่ายสินค้าและบริการ ในพื้นที่ จ.เชียงราย และใกล้เคียง

อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนให้เชียงรายเป็นหมุดหมายของเมืองศิลปะร่วมสมัยของประเทศไทย และก้าวสู่ระดับโลก ที่นักท่องเที่ยวจะเข้ามาเที่ยวชมสถานที่ต่างๆซึ่งจะเต็มไปด้วยผลงานศิลปะ ผสมผสานกับการท่องเที่ยวทำให้บริเวณพื้นที่จัดงานทั้งหมดมีการพัฒนาความเจริญตามมา และที่สำคัญ ยังส่งผลต่อการส่งเสริม จ.เชียงราย เป็นพื้นที่ที่นักลงทุน ให้ความสนใจในการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้นด้วย

“ทั้งนี้ สำนักงบประมาณ มีความยินดีให้การสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเต็มที่ และยังให้คำปรึกษาในการจัดสรรงบประมาณให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า พร้อมให้แนวทางการบริหารจัดการ การบูรณาการ การระดมทุน และทรัพยากร ตลอดจนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ได้มีการคัดเลือกศิลปินครบ ทั้ง 60 รายแล้ว จึงจะมีการจัดสรรงบประมาณในการสร้างสรรค์ผลงานให้ศิลปินแต่ละคน โดย สศร. จะยึดหลักการและเหตุผลของการสร้างงาน รวมถึงประโยชน์และความคุ้มค่าของแต่ละชิ้นงานที่ใช้ติดตั้งในแต่ละพื้นที่เป็นหลัก” ผอ.สศร. กล่าว

VIRGIN TEAM เทคนิคสกลนครสุดยอด!! คว้าแชมป์สุดยอดรถประหยัดพลังงาน สถิติสูงสุด 1 ลิตร 1,868 กิโลเมตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742601

VIRGIN TEAM เทคนิคสกลนครสุดยอด!! คว้าแชมป์สุดยอดรถประหยัดพลังงาน สถิติสูงสุด 1 ลิตร 1,868 กิโลเมตร

VIRGIN TEAM เทคนิคสกลนครสุดยอด!! คว้าแชมป์สุดยอดรถประหยัดพลังงาน สถิติสูงสุด 1 ลิตร 1,868 กิโลเมตร

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 22.05 น.

VIRGIN TEAM เทคนิคสกลนครสุดยอด!! คว้าแชมป์สุดยอดรถประหยัดพลังงาน Shell Eco-marathon Asia-Pacific and Middle East 2023 สถิติสูงสุด 1 ลิตร วิ่งได้ 1,868 กิโลเมตร

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า VIRGIN TEAM จากวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร เข้าร่วมการแข่งขัน Shell Eco-marathon Asia-Pacific and Middle East 2023 ได้คว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภทรถต้นแบบแห่งอนาคต (PROTOTYPE) ประเภทเครื่องยนต์ Internal Combustion Engine (ICE) เชื้อเพลิง เอทานอล (Ethanol) สถิติสูงสุดในการแข่งขันปี 2023 ด้วยค่าประหยัดน้ำมัน 1,868 กิโลเมตร/ลิตร

เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า การแข่งขัน Shell Eco-marathon Asia-Pacific and Middle East 2023  เป็นการแข่งขันสุดยอดนวัตกรรมรถยนต์ประหยัดพลังงาน เพื่อเฟ้นหารถที่วิ่งได้ไกลที่สุดด้วยเชื้อเพลิงเพียง 1 ลิตร โดยให้ทีมนักเรียน นักศึกษา จากประเทศไทยเข้าร่วมชิงความเป็นหนึ่งด้านการประหยัดพลังงาน ซึ่งนักศึกษาอาชีวศึกษา VIRGIN TEAM จากวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร ได้แสดงศักยภาพให้เห็นอีกครั้ง จากการนำความรู้มาประยุกต์ ต่อยอด แสดงให้เห็นถึงทักษะนวัตกรรมและประสิทธิภาพของนักเรียน นักศึกษาในการประดิษฐ์คิดค้นเป็นรถยนต์ประหยัดพลังงาน

โดย VIRGIN TEAM จากวิทยาลัยเทคนิคสกลนคร มีสมาชิกจำนวน 5 คน ดังนี้ นายธนากร เมือยไพร นักศึกษา ปวส.2 แผนกยานยนต์ไฟฟ้า ผู้จัดการทีม นายธนพันธ์ โคตมิตร นักศึกษา ปวส.2 แผนกยานยนต์ไฟฟ้า เป็นผู้ขับสำรองและช่างเครื่อง  นายณัฐพงศ์ สิงหกุล นักศึกษา ป.ตรี ภาควิชาเทคโนโลยียานยนต์ ผู้ขับขี่  นายวีระศักดิ์ บุญเสน นักศึกษา ปวส.2 แผนกภาษาต่างประเทศ ผู้จัดการทั่วไป และนายประมวล รอนยุทธ อ.ที่ปรึกษา

“ซึ่ง VIRGIN TEAM สามารถผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ INSPECTION 12 ด่านมหาหิน 144 จุด จนได้ลงสนามแข่ง และมีทีมผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากทวีปเอเชีย -แปซิฟิก /ตะวันออกกลาง และประเทศออสเตรเลีย รวม 13 ประเทศ จำนวน 80 ทีม ร่วมชิงชัยในครั้งนี้ โดยการแข่งขัน Shell Eco-marathon Asia-Pacific and Middle East 2023 จัดขึ้น ณ สนาม Pertamina Mandariga International Street Circuit ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 4 – 9 กรกฎาคม 2566”

– 006

‘ธรรมกาย-คณะสงฆ์ปัตตานี’ถวายสังฆทาน 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742536

‘ธรรมกาย-คณะสงฆ์ปัตตานี’ถวายสังฆทาน 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

‘ธรรมกาย-คณะสงฆ์ปัตตานี’ถวายสังฆทาน 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันอาทิตย์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 16.08 น.

‘ธรรมกาย-คณะสงฆ์ปัตตานี’ถวายสังฆทาน 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้

วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย และกัลยาณมิตรทั่วทั้งโลก ร่วมกับ คณะสงฆ์จังหวัดปัตตานีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจังหวัดปัตตานี จัดพิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์จากเหตุการณ์ความไม่สงบ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา) ปีที่ 19 ครั้งที่ 163 และพิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ ปีที่ 16 ครั้งที่ 128 จำนวน 180 กองทุน ณ วัดมุจลินทวาปีวิหาร พระอารามหลวง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พร้อมถ่ายทอดออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน ZOOM, FACEBOOK LIVE และ YouTube มีพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

ในช่วงเช้าเป็นพิธีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ภาคสายเป็นพิธีมอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ ปีที่ 16 ครั้งที่ 128 พิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ และพิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีที่ 19 ครั้งที่ 163 โดยได้รับความเมตตาจากพระธรรมวชิรเวที เจ้าคณะภาค 18 เป็นประธานสงฆ์ นายณัฐกฤช สิทธิโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ประธานฝ่ายฆราวาส ต่อด้วยพระภาวนาธรรมวิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายและผู้แทนกัลยาณมิตรทั่วทั้งโลกกล่าวความในใจ และเปิดวีดีโอประมวลภาพทบทวนงานฟื้นฟูศีลธรรมโลก ต่อด้วยพิธีเครื่องอุปโภคบริโภค แก่ทหาร ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นสาธารณสงเคราะห์ ทั้งยังได้ทำบุญอุทิศส่วนบุญกุศลให้กับส.ต.ต.พิจักษณ์ บัวแก้ว ผบ.หมู่ นปพ.สภ.นาประดู่ จว.ปัตตานี พลีชีพจากเหตุคนร้ายบุกยิงป้อมทางกั้นรถไฟ เหตุเกิดเมื่อ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา

พระธรรมวชิรเวที เจ้าคณะภาค 18 กล่าวว่าพุทธบริษัทสี่ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน คำว่าหนึ่งเดียวคือเป็นแนวเดียวกัน พร้อมที่จะฟังและปฏิบัติตามผู้นำ เมื่อผู้นำเป็นผู้มีระบบ ผู้ทำตามก็มีระบบมีระเบียบตาม เหมือนกับเราท่านทั้งหลายเป็นชาวพุทธ เราปฏิบัติตามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะพระองค์เป็นผู้นำที่ดี เราย่อมได้ดี ทางศาสนาเราสอนเรื่องรากฐานของการทำความดีด้วยทาน ศีล ภาวนาเชื่อเรื่องการทำบุญการอุทิศบุญแก่ผู้วายชนม์ พระพุทธองค์ทรงสอนทำความดีอย่างนี้

ทั้งนี้พิธีถวายสังฆทานแด่คณะสงฆ์ 323 วัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์จากเหตุการณ์ความไม่สงบ จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ณ วัดมุจลินทวาปีวิหาร จังหวัดปัตตานี ปัจจุบันจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 19 ครั้งที่ 163 และจะจัดอย่างต่อเนื่องจนกว่าเหตุการณ์จะสงบ ส่วนกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ รวม 16 ปี มอบแล้ว 39,641 กองทุน เป็นเงินกว่า 80 ล้านบาท รวมความช่วยเหลือทั้งสิ้นกว่า 389 ล้านบาท

‘ตรีนุช’ชื่นชม’ระนอง’บูรณาการการทำงานแบบเครือข่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742395

'ตรีนุช'ชื่นชม'ระนอง'บูรณาการการทำงานแบบเครือข่าย

‘ตรีนุช’ชื่นชม’ระนอง’บูรณาการการทำงานแบบเครือข่าย

วันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 17.49 น.

“ตรีนุช” ชื่นชม จ.ระนอง บูรณาการการทำงานแบบเครือข่ายโดยใช้พื้นที่เป็นฐานจัดการศึกษาได้ดี ถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ประสบความสำเร็จ 

8 ก.ค.66 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า จากการที่ตนพร้อมด้วย นายนิรุตติ สุทธินนท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงศึกษาธิการ, นายภูธร จันทะหงษ์ ปุญยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่จังหวัดระนอง

โดยได้ตรวจเยี่ยม กศน.ตำบลเกาะพยาม , โรงเรียนบ้านเกาะพยาม, โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เปิดหลักสูตรนานาชาติ ของ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในโครงการ Education Hub ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดระนอง, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 38  พร้อมทั้งประชุมหัวหน้าส่วนราชการด้านการศึกษาจังหวัดระนอง พบว่า ระนอง เป็นจังหวัดขนาดเล็ก มีประชากรน้อย แต่มีความหลากหลายในมิติของการจัดการศึกษา ด้วยสภาพภูมิประเทศที่มีเกาะ มีพื้นที่อยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงมีความหลากหลายของโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ปกติ โรงเรียนที่อยู่บนเกาะ มีความหลากหลายของนักเรียนกลุ่มชาติพันธุ์ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งหน่วยงานทางการศึกษาทั้งพื้นที่ปกติ และบนเกาะ สามารถบูรณาการการทำงานโดยใช้พื้นที่เป็นฐานได้ดีมาก

โดยเฉพาะการบูรณาการทำงานในรูปแบบของเครือข่าย ที่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายของกระทรวงศึกษาธิการ เครือข่ายของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และเครือข่ายของภาคเอกชน ที่ได้มาร่วมจัดการศึกษาอย่างจริงจัง มีการกำหนดนโยบายและแผนที่สอดคล้องกับสภาพที่แตกต่างกันของพื้นที่ ของกลุ่มชาติพันธุ์และบริบทอื่น ๆ ดังนั้น จึงถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลที่ประสบความสำเร็จ ในการบูรณาการการทำงานโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน และเรื่องของเครือข่ายก็ทำได้อย่างเข้มแข็งมาก

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การจัดการศึกษาในจังหวัดระนอง ก็ยังมีข้อจำกัดในการบริหารจัดการ เนื่องจากความยากลำบากของพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการที่จะมีครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องที่จะมาปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บนเกาะ ซึ่งเชื่อมโยงกับงบประมาณรายจ่าย จึงจำเป็นต้องมีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถจัดการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมกับโรงเรียนในพื้นที่ปกติ ในส่วนของการขาดแคลนผู้บริหารสถานศึกษา นั้น

ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการ โดยคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษาสำหรับสถานศึกษาในพื้นที่พิเศษแล้ว  ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาส และผ่อนปรนในการสรรหา คัดเลือกครูและผู้บริหารพื้นที่พิเศษ ที่จากเดิมจะมีการสรรหาในภาพรวม ก็เปลี่ยนมาเป็นการสรรหาคนในพื้นที่ เพื่อให้ได้ครูและผู้บริหารที่มีความตั้งใจและเป็นคนในพื้นที่ที่มีความพร้อมมาบริหารและทำงานได้ต่อเนื่อง 

“สำหรับกรณีเด็กตกหล่นหรือหลุดออกจากระบบการศึกษานั้น จังหวัดระนอง มีเด็กไทยตกหล่นน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กชาติพันธุ์ ที่พ่อแม่เป็นชาวต่างชาติแต่เด็กเกิดในประเทศไทย รัฐบาลไทยก็ให้การดูแลเด็กกลุ่มนี้ให้ได้รับการศึกษาตามหลักสิทธิมนุษยชนเช่นเดียวกับเด็กไทยในพื้นที่ของเรา” รมว.ศธ. กล่าว