ผลสำรวจเผย นักศึกษารุ่นใหม่ อยากทำงานด้านพลังงานมากขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731059

ผลสำรวจเผย นักศึกษารุ่นใหม่  อยากทำงานด้านพลังงานมากขึ้น

ผลสำรวจเผย นักศึกษารุ่นใหม่ อยากทำงานด้านพลังงานมากขึ้น

วันอังคาร ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยูนิเวอร์ซัม (Universum) บริษัทวิจัยนานาชาติ เผยข้อมูลตลาดแรงงานคนรุ่นใหม่ของไทยล่าสุด จากผลสำรวจ Universum Talent Research ปี 2566 พบว่า นักศึกษาสาขาธุรกิจอยากทำงานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับนักศึกษาสาขาวิศวกรรม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสังเกตคือ คนไทยรุ่นใหม่สนใจอยากทำงานในอุตสาหกรรมพลังงานเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้นถึง 19% ในกลุ่มนักศึกษาสาขาวิศวกรรม และเพิ่มขึ้น 3.9% ในกลุ่มนักศึกษาสาขาธุรกิจ

นายไมค์ พาร์สันส์ (Mike Parsons) กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของยูนิเวอร์ซัมกล่าวว่า อุตสาหกรรมด้านพลังงานได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่คนไทยรุ่นใหม่ สอดคล้องกับเทรนด์ความยั่งยืนที่ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างให้ความสำคัญมากขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะด้านการผลิตและการหันมาใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ทุกวันนี้ใส่ใจเรื่องความยั่งยืน และต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกับสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนมากขึ้น ดังนั้นองค์กรที่สามารถสื่อสารนโยบายและเป้าหมายธุรกิจในด้านความยั่งยืนได้อย่างชัดเจน จะมีโอกาสดึงดูดคนเก่งรุ่นใหม่ให้มาร่วมงานได้มากกว่า

สำหรับ 3 อันดับอุตสาหกรรมยอดนิยมที่นักศึกษาสาขาธุรกิจสนใจมากที่สุด ได้แก่ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ (33%) วิจัยการตลาด (28%) และโฆษณา (27%) ขณะที่อุตสาหกรรมการผลิต (35%) ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี (30%) และปรึกษาด้านไอทีและวิศวกรรม (28%) เป็น 3 อุตสาหกรรมที่นักศึกษาสาขาวิศวกรรมสนใจมากที่สุด ส่วนองค์กรที่อยากทำงาน นักศึกษาสาขาธุรกิจสนใจทำงานกับ Google ยังคงรั้งอันดับหนึ่งตามมาด้วย GMM Grammy, UNIQLO และ LINE Corporation ส่วนนักศึกษาสาขาวิศวกรรมอยากทำงานกับปตท.มากที่สุด ตามด้วย Google ปูนซิเมนต์ไทยและกฟฝ.

ยูนิเวอร์ซัมได้จัดแบ่งกลุ่มโปรไฟล์คนรุ่นใหม่ตามความต้องการและความสนใจที่ต่างกันเมื่อต้องเข้าทำงานในองค์กร พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ตอบแบบสำรวจจัดอยู่ในกลุ่มมองหาไลฟ์สไตล์ที่สมดุล (Balance-Seekers) มากที่สุด (34%) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสมดุลในการใช้ชีวิตและการทำงาน (work-life balance)รองลงมา ได้แก่ กลุ่มไล่ตามเป้าหมายความท้าทาย (Go-Getters) (24%) ที่พร้อมเปิดรับโอกาสความท้าทายใหม่ๆ ตามมาด้วยกลุ่มเดินทางเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การทำงาน (Globe-Trotters) (15%) และกลุ่มสร้างสรรค์เปลี่ยนแปลงสังคม (Change-Makers) (14%)

ส่วนปัจจัยด้านผลตอบแทนและวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญ แม้ส่วนใหญ่จะชอบการทำงานแบบระยะไกลหรือ remote working แต่ก็รู้สึกกังวลว่าจะต้องทำงานเกินเวลา (48%) และไม่สามารถรักษาสมดุลชีวิตกับการทำงานที่ต้องการได้ ขณะที่ปัจจัยอย่าง “เงินเดือนที่ไม่น้อยกว่าบริษัทอื่น” และ “ผลตอบแทนอื่นๆ” ยังคงเป็นสองปัจจัยสำคัญที่นักศึกษาไทยให้ความสำคัญมากที่สุด แต่พวกเขาก็มีความต้องการในคุณค่าอื่นๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย ได้แก่ การร่วมงานกับองค์กรที่มีบรรยากาศการทำงานที่ดีมีความมั่นคงด้านอาชีพการงาน มีความยืดหยุ่นในการทำงาน สามารถรักษาสมดุลชีวิตกับการงาน เปิดโอกาสให้พนักงานแสดงศักยภาพความสามารถได้เต็มที่ มีความเคารพต่อพนักงานอย่างเท่าเทียม และมองเห็นโอกาสการเติบโตในหน้าที่การงานที่ชัดเจน

สำหรับความคาดหวังด้านเงินเดือน ผลสำรวจปีนี้เผยว่า เงินเดือนโดยเฉลี่ยที่คาดหวังอยู่ที่ 466,379 บาทต่อปี ลดลง 3% จากปีที่แล้วอยู่ที่ 479,000 บาทต่อปี โดยนักศึกษาสาขาธุรกิจคาดหวังอยู่ที่ 441,195 บาทต่อปี ขณะที่นักศึกษาสาขาวิศวกรรมคาดหวังอยู่ที่ 464,538 บาทต่อปี ความแตกต่างของเงินเดือนที่คาดหวังระหว่างเพศชายและหญิงปีนี้อยู่ที่ 10% โดยเงินเดือนที่เพศชายคาดหวังอยู่ที่ 484,303 บาทต่อปี ส่วนเพศหญิงคาดหวังอยู่ที่ 437,455 บาทต่อปี

รายงานผลสำรวจ Universum Talent Research ปี 2566 ของประเทศไทย มาจากการสอบถามนักศึกษา 8,437 คน ที่เรียนสาขาวิชา 112 สาขาจากมหาวิทยาลัยและสถานศึกษา 23 แห่งทั่วประเทศ ระหว่างเดือนกันยายน 2565-กุมภาพันธ์ 2566 โดยผู้ตอบแบบสำรวจได้ประเมินและจัดอันดับองค์กรไทยและสากลจำนวน 128 ราย ซึ่งลิสต์จัดอันดับใช้ขั้นตอนการคัดเลือกและประเมินอิสระ

สมศ.ขยายเวลารับสมัครเจ้าหน้าที่และลูกจ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731053

วันอังคาร ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ขยายเวลารับสมัครเจ้าหน้าที่และลูกจ้างจำนวนหลายอัตรา ดังนี้ ลูกจ้างรายปี ภารกิจประเมินและรับรองสถานศึกษาด้านการอาชีวศึกษา จำนวน 1 อัตรา, ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน ภารกิจประเมินและรับรองสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 1 อัตรา, ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน งานนิติการ จำนวน 1 อัตรา และลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน พนักงานรักษาความปลอดภัย จำนวน 1 อัตรา ผู้สนใจยื่นใบสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2566 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.onesqa.or.th/th/career/914/ สอบถามที่งานทรัพยากรมนุษย์โทร.02-2163955 ต่อ 121-123

ราชภัฎเชียงราย ดูงาน ม.ศรีปทุม ด้านวิชาการ และการเรียนการสอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731050

ราชภัฎเชียงราย ดูงาน ม.ศรีปทุม  ด้านวิชาการ และการเรียนการสอน

ราชภัฎเชียงราย ดูงาน ม.ศรีปทุม ด้านวิชาการ และการเรียนการสอน

วันอังคาร ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.อัจฉราพร โชติพฤกษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีด้านวิชาการ และผู้อำนวยการกลุ่มงานมาตรฐานและบริการการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีปทุม ต้อนรับ ผศ.จิรพัฒน์ อุปถัมภ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานพัฒนาวิชาการ งานการจัดการเรียนการสอน และงานการวัดผลและประเมินผลการเรียนของสำนักงานวิชาการและสำนักงานทะเบียน มหาวิทยาลัยศรีปทุม เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานและการบริการการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรุงเทพมหานคร เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2566

3 องค์กรไทยจัดงาน 45 ปี ซีไรต์ หวังคนรุ่นใหม่อ่าน-สร้างงานที่มีคุณค่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731055

3 องค์กรไทยจัดงาน 45 ปี ซีไรต์  หวังคนรุ่นใหม่อ่าน-สร้างงานที่มีคุณค่า

3 องค์กรไทยจัดงาน 45 ปี ซีไรต์ หวังคนรุ่นใหม่อ่าน-สร้างงานที่มีคุณค่า

วันอังคาร ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หอสมุดและคลังความรู้มหาวิทยาลัยมหิดล และสยามจุลละมณฑล ฉลองใหญ่ซีไรต์ครบ 45 ปี จัดงาน “45 ปี ซีไรต์ มาไกลมาก” หวังใช้การจัดงาน ปลุกกระแสแวดวงวรรณกรรมไทยและอาเซียนให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง พร้อมดึงเยาวชนและนักอ่านรุ่นใหม่ให้สร้างงานเขียนและการอ่านอย่างมีคุณค่า เพื่อพัฒนาศักยภาพพัฒนาความคิดและการเติบโตทางสังคม และมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2566

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ เวศร์ภาดา นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า รางวัลซีไรต์เดินทางมา 45 ปี ทำหน้าที่คัดสรร วรรณกรรม ทั้งนวนิยาย เรื่องสั้น และกวีนิพนธ์ ที่ทรงคุณค่าทางความคิดและวรรณศิลป์ ถึงวันนี้ซีไรต์เปรียบเป็นคนวัยฉกรรจ์เดินทางสู่วัยกลางคนผ่านร้อนผ่านหนาวหยัดยืนได้อย่างสง่างาม การจัดงานครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันว่ารางวัลซีไรต์เป็นรางวัลที่มีความสำคัญต่อวงการวรรณกรรมไทยและอาเซียน รวมถึงเป็นการส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ประชาชนทั่วไป หันมาสนใจการอ่านวรรณกรรมซีไรต์กันมากขึ้น พร้อมช่วยกระตุ้นให้วงการวรรณกรรมกลับมาได้รับความสนใจ มีความคึกคัก ทั้งในด้านบรรยากาศการอ่าน
การเขียนอีกด้วย” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ กล่าว

การจัดงาน “45 ปีซีไรต์มาไกลมาก” มีกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ การอบรม Online “ซีไรต์ศึกษา” การประกวดจัดโปสเตอร์นิทรรศการ “45 ปีซีไรต์มาไกลมาก” การประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ การแข่งขัน The S.E.A. Write Quiz ประกวดคอสเพลย์ “ใครเป็นใครในวรรณกรรมซีไรต์” ฯลฯ จัดแสดงผลงานโปสเตอร์นิทรรศการและพิธีมอบเกียรติบัตรและเงินรางวัลในเดือนสิงหาคม 2566 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

มธ.คว้า 25 รางวัล‘นวัตกรรม-สิ่งประดิษฐ์เพื่อสังคม’ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731052

มธ.คว้า 25 รางวัล‘นวัตกรรม-สิ่งประดิษฐ์เพื่อสังคม’ระดับโลก

มธ.คว้า 25 รางวัล‘นวัตกรรม-สิ่งประดิษฐ์เพื่อสังคม’ระดับโลก

วันอังคาร ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เข้ารับรางวัลการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมรวมกว่า 25 รางวัล ในงาน “The 48th International Exhibition of Inventions Geneva” ซึ่งจัดเมื่อปลายเมษายน 2566ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ตอกย้ำความสำเร็จนโยบายของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยของมหาวิทยาลัยเพื่อก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย

มอบนโยบายครูบางกระทุ่ม พร้อมเปิดภาคเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731051

มอบนโยบายครูบางกระทุ่ม พร้อมเปิดภาคเรียน

มอบนโยบายครูบางกระทุ่ม พร้อมเปิดภาคเรียน

วันอังคาร ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 นำประชุมมอบนโยบาย ข้อราชการ เตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาค แก่ ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษา อำเภอบางกระทุ่ม โดยได้เน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัย การใช้เทคโนโลยีในการบริหาร การจัดการเรียนการสอน หลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่น Active Learning ให้โรงเรียนนำสู่การปฏิบัติ พร้อมกำกับติดตาม

โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบให้ญาติ ‘ส.อ. สมหมาย นาคสืบวงศ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731105

โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบให้ญาติ 'ส.อ. สมหมาย นาคสืบวงศ์'

โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบให้ญาติ ‘ส.อ. สมหมาย นาคสืบวงศ์’

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 21.11 น.


“ในหลวง” โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบญาติของ  สิบเอก สมหมาย  นาคสืบวงศ์ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 30 ซึ่งเสียชีวิต

วันที่ 15 พฤษภาคม​  2566 เวลา 15.00 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้   นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ญาติของ  สิบเอก สมหมาย  นาคสืบวงศ์ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ ชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพราน 3006  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 30 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง   ขณะลาดตระเวนตรวจเส้นทางบริเวณโรงเรียนบ้านเตาปูน หมู่ที่ 3 บ้านเงาะกาโป ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา  เมื่อวันที่  12 พฤษภาคม​ 2566  ​ ณ บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 5บ้านเมืองแพม ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวของ สิบเอก สมหมาย ฯ  อย่างหาที่สุดมิได้
 

‘osk 96’ย้อนเวลา 50 ปี สู่แดนสวนฯ’วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย’ปีที่ 12

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731101

'osk 96'ย้อนเวลา 50 ปี สู่แดนสวนฯ'วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย'ปีที่ 12

‘osk 96’ย้อนเวลา 50 ปี สู่แดนสวนฯ’วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย’ปีที่ 12

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.47 น.

วันที่ 15 พ.ค. 66 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 88 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพา เขตพระนคร กทม. เปิดเทอมวันแรก บรรดานักเรียนศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 96 osk 96 (92) ที่เข้าเรียนระหว่างปี พ.ศ.2516 -2520 จำนวน 180 คน เดินทางมาร่วมกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ นักเรียนศิษย์ปัจจุบัน รุ่น sk147 ที่เข้าเรียน ม.1 ปีการศึกษา 2566 เพื่อย้อนความหลังสมัยที่เพิ่งเข้ามาเรียนหนังสือ ม.ศ.1 (สู่แดนสวนฯ) เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อกิจกรรม ”วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย” ที่จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 12 ซึ่งริเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกโดยศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยรุ่น 81 พล.ต.ท.ณัฐพงษ์ วัฒนสุคนธ์ ประธานรุ่น osk81 เมื่อปี พ.ศ.2555 ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น

กิจกรรมในวันนี้กำหนดให้ศิษย์เก่าosk96 ทุกคนที่มาร่วมงานแต่งเครื่องแบบชุดนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ร่วมกันเข้าแถวเคารพธงชาติและสวดมนต์ และเพลงโรงเรียน ในตอนเช้าพร้อมกับนักเรียนสวนกุหลาบฯ ศิษย์ปัจจุบัน บริเวณสนามหญ้าหน้าเสาธงและตึกยาวของโรงเรียน เพื่อเป็นการย้อนอดีตรำลึกถึงวันแรกที่ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ พร้อมกับให้น้องศิษย์ปัจจุบันได้มองเห็นพี่ ๆ ศิษย์เก่าฯ ที่แต่ละท่านประสบความสำเร็จในอาชีพหน้าที่การงาน สร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง ครอบครัว สถาบัน และประเทศชาติ เป็นตัวอย่างให้น้องๆ ได้ภาคภูมิใจในการได้เข้ามาเป็นนักเรียนสวนกุหลาบฯ สถาบันที่ผลิตบุคลากรที่ดีให้กับประเทศชาติมาเป็นเวลายาวนาน ดั่งคำกล่าวว่า “ความเป็นสวนกุหลาบนั้นเป็นตลอดชีวิต”

นายจิณณภัทร พิบูลวิทิตธำรง ผอ.รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย กล่าวต้อนรับศิษย์เก่า-ปัจจุบัน ครูอาจารย์ ผู้ปกครอง ที่มาร่วมกิจกรรมวันนี้ว่า “เลือดในการสีโลหิต เลือกในจิต ชมพู-ฟ้า” วันนี้เปิดเรียนวันแรกปีการศึกษา 2566 ยินดีต้อนรับน้อง ม.1 รุ่น 147 เข้ามาเป็นครอบครัวสวนกุหลาบ ปีนี้เรื่องการเรียน แฟลตฟอร์ม ดิจิทัล จะเข้า มามีบทบาทกับการเรียนของเรามากขึ้น กิจกรรมสร้างความเป็นสุภาพบุรุษจะมีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะปลายปีนี้ ที่รอคอยคือกิจกรรมฟุตบอลจตุรมิตร ที่จะจัดในช่วงเดือนพฤศจิกายน การเรียนของนักเรียนสวนกุหลาบนั้น นักเรียนจะต้องแบ่งเวลา ทั้งเรื่องของกิจกรรมและเรื่องการเรียนให้พอเหมาะพอดีโรงเรียนของเราสร้างวิชาชีพ วิชาการและวิชาชีวิต เราได้เห็นแบบอย่างของรุ่นพี่วันนี้รุ่น 96 มาเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเราจะเห็นได้ว่านักเรียนสวนกุหลาบนั้นประสบความสำเร็จด้วยกันทุกคน ทั้งในแวดวงราชการ แวดวงธุรกิจเอกชนและอื่นๆ อีกมากมาย ขอให้เรายึดรุ่นพี่ของเราเป็นแบบอย่างพัฒนาตนเองไปสู่ การเป็นนักเรียนสวนกุหลาบที่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามอัตลักษณ์ของพวกเรา วันนี้ยินดีต้อนรับทุกคนสู่การเปิดเรียนขอให้เราร่ำเรียนอยู่ในโรงเรียนด้วยความสุขทุกคน

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐพงษ์ ผู้ริเริ่มกิจกรรม ฯ กล่าวว่า ตนขอกราบเท้าคุณครูที่เคารพและยินดีต่อผู้ปกครองนักเรียนสวนกุหลาบรุ่น 147 ทุกท่าน ตนเป็นศิษย์เก่าสวนกุหลาบรุ่น 81 เป็นเด็กสวนกุหลาบมาแล้วจนถึงวันนี้ 60 ปี เมื่อ 12 ปีที่แล้วในวันเดียวกันนี้รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ปฏิบัติเหมือนรุ่น 96 มารับน้องรุ่น 147 ในวันนี้ ซึ่งทำได้ดีมากขอยกย่องและเชิดชูที่สนับสนุนกิจกรรมงานวันนี้รุ่น 96 ได้สุดยอดเช่นเดียวกันกับน้องรุ่น 147 อีก 50 ปีข้างหน้าน้องก็จะต้องมาอยู่ตรงนี้เพื่อรับน้องรุ่น 197 ตนภูมิใจมากที่ได้เห็นเด็กนักเรียนมัธยมที่ดีที่สุดในโลกสถาบันศึกษาคู่ฟ้าเมืองไทยสวนกุหลาบวิทยาลัยแห่งนี้ ขอให้น้องทุกคนรักษาเกียรติภูมินี้ไว้ตลอดไป

ด้าน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมประธานรุ่น osk 96 กล่าวว่า ครูบาอาจารย์ทุกคนได้หล่อหลอมพวกเราให้เป็นสวนกุหลาบอย่างแท้จริงหลายคนจะบอกว่าโรงเรียนสวนกุหลาบมันคืออะไรผมบอกโรงเรียนในประเทศไทยโรงเรียนเดียวที่เป็นแบบสวนกุหลาบ เรามี ดีเอ็นเอ.อยู่ในกายทุกภาคส่วน  ทั้งในจิตใจ ในความคิด ตนขอการประกันเลยว่าน่าจะเป็นแห่งเดียวในโลกที่มีอัตลักษณ์แบบนี้ สวนกุหลาบแห่งนี้ได้เป็นโรงเรียนที่ได้สร้างคนรุ่นต่อรุ่น รุ่นแล้วรุ่นเล่า แล้วพี่ทุกรุ่น เรามีส่วนสำคัญในการที่จะเข้าไปดูแลบ้านเมืองช่วยเหลือ รับราชการเป็นข้าราชการ เป็นโรงเรียนที่ผลิตนายกฯ มากที่สุดในประเทศไทย เรามีทางรัฐมนตรีมี ผู้ว่าฯ เติบโตทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพราะฉะนั้นความหลากหลายของนักเรียนสวนกุหลาบซึ่งได้มีการคัดคนดีที่สุดมาเรียนโรงเรียนแห่งนี้ทั้งน้องรุ่น 147 และรุ่นก่อนหน้านั้นต่างก็รู้ถึงความยากลำบากที่จะเข้าโรงเรียนแห่งนี้ ดังนั้นทุกคนที่เข้ามาได้ต้องถือว่าท่านโชคดีและมีบุญที่ได้มาเรียนโรงเรียนนี้สำหรับในวันนี้ รุ่น 96 ได้ขอมอบสนามหญ้าที่ปูใหม่ให้เป็นของขวัญให้น้องได้ใช้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแข็งแรง พร้อมผ้าพันคอรุ่นใหม่รูปตึกยาว ชมพูฟ้า สายรัดข้อมือสัญญลักษณ์ความเป็นสวนกุหลาบ

“ตนขอฝากน้องว่า สวนกุหลาบไม่ได้สอนให้เราเรียนเก่งเพียงอย่างเดียวนักเรียนเก่งมีเยอะหลายโรงเรียนแต่เรียนเก่งแล้วจะต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นประโยชน์ต่อสังคมพี่ทุกคนที่ออกไปทำงานจะคำนึงถึงส่วนรวมประเทศชาติหวังว่าน้องทุกคนเมื่อเติบโตขึ้นไปวันหน้าน้องจะเป็นพลเมืองที่ดีเป็นคนที่มีคุณภาพ พุทธพจน์ ประจำโรงเรียนเรา คือ “สุวิชาโน ภวัง โหติ”แปลว่า ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ”ขอให้จำขึ้นใจ ความเป็นสวนกุหลาบ คือ เป็นผู้นำ รักเพื่อน นับถือพี่ เคารพครูอาจารย์  กตัญญูพ่อแม่ ดูแลน้อง นี่คืออัตลักษณ์ความเป็นส่วนกุหลาบของพวกเรา”

น้องฟาดา ด.ช.ศุภณัฐ แสงสาตรา อายุ 12 ปี sk 147 และ น้องทองหนึ่ง ด.ช.กิตเมธา สุขเย็น เดลา โรซา อายุ 12 ปี นักเรียน ม.113 ศิษย์ปัจจุบัน sk 147 กล่าวว่า ตนรู้สึกภูมิใจที่สามารถสอบเข้ามาเรียนใน สถาบันที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ได้เป็นโรงเรียนที่ใครๆ ก็คิดฝันที่อยากจะเข้ามาได้เรียน  เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงดีมาตั้งแต่ในอดีตขอให้ทุกคนที่ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในวันโรงเรียนแห่งนี้ได้มีความสุขในการเรียน

มช. พัฒนา ‘FoodPrompt’ ช่วยสร้างมื้ออาหาร ตอบโจทย์ผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการอย่างครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731091

มช. พัฒนา 'FoodPrompt' ช่วยสร้างมื้ออาหาร ตอบโจทย์ผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการอย่างครบวงจร

มช. พัฒนา ‘FoodPrompt’ ช่วยสร้างมื้ออาหาร ตอบโจทย์ผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการอย่างครบวงจร

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 19.50 น.

มช. พัฒนา ‘FoodPrompt’ ช่วยสร้างมื้ออาหาร ตอบโจทย์ผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการอย่างครบวงจร

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยทีมวิจัยพัฒนา “FoodPrompt” เทคโนโลยีชาญฉลาดสำหรับให้โภชนบำบัดและผลิตอาหารแบบเฉพาะเจาะจง สามารถขึ้นรูปอาหารได้อย่างอัตโนมัติผ่านเครื่องขึ้นรูปอาหารสามมิติ พร้อมแอพพลิเคชั่นที่รองรับการทำงานของผู้ใช้ในการเลือกเมนูอาหารทั้งรสชาติและรูปทรง เพื่อตอบโจทย์ของผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการ มุ่งเน้นไปกลุ่มเปราะบาง (ผู้ป่วยสูงอายุในโรงพยาบาล) การก้าวย่างเข้าสู่วัยสูงอายุนั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะสุขภาพที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดจากการทำงานของร่างกายที่เราต้องมั่นดูแลอยู่เสมอ“ภาวะทุพโภชนาการ” หนึ่งในปัญหาที่ผู้สูงวัยมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นภาวะที่เสี่ยงต่อการที่ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ อันเนื่องมาจากหลากหลายปัจจัย ทั้งความอยากอาหารลดลง ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ การดูดซึมอาหารบกพร่อง ระบบร่างกายมีความเปลี่ยนแปลง หรือแม้กระทั่งความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลต่อผู้สูงวัย ภาวะการขาดสารอาหารมักเป็นอาการที่หลายคนไม่ทันสังเกต และมักไม่ได้รับการรักษาจนนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงต่าง ๆ ดังนั้นการส่งเสริมให้ผู้สูงวัยได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลดีต่อร่างกายเป็นอย่างมาก 

รองศาสตราจารย์ ดร.วัสสนัย วรรธนัจฉริยา ผู้ช่วยคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ นำทีมวิจัยด้านเทคโนโลยีการผลิตและการจัดการขั้นสูง ได้แก่ อาจารย์นายแพทย์ปาณัสม์ เจษฎาพร, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กานต์ ปทานุคม, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักริน ชวชาติ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกสิทธิ์ จงเจริญรักษ์, รองศาสตราจารย์ ดร. สุพัฒน์ จิรานุสรณ์กุล, ศาสตราจารย์ ดร. ระดม พงษ์วุฒิธรรม, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เวชยันต์ รางศรี, อาจารย์ ดร.ใฝ่ฝัน ตัณฑกิตติ และอาจารย์ ดร.วิภาวดี อยู่อินทร์ ส่งผลงาน“FoodPrompt” เทคโนโลยีชาญฉลาดสำหรับให้โภชนบำบัดและผลิตอาหารแบบเฉพาะเจาะจง รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประเภทผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี ประจำปีงบประมาณ 2566 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติคุณ และเงินรางวัลจำนวน 150,000 บาท จากสำนักงานวิจัยแห่งชาติ โดยได้รับพิจารณาว่าเป็นผลงานที่มีประโยชน์แก่ประเทศชาติ 
FoodPrompt หรือ Smart Technologies for Personalized Nutrition Support and Food Fabrication คือ แพลตฟอร์มที่ทีมผู้ประดิษฐ์จากสหสาขาวิชาร่วมกันพัฒนาขึ้น โดยเชื่อมโยงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในแต่ละสาขาตอบโจทย์ของผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการ มุ่งเน้นไปกลุ่มเปราะบาง (ผู้ป่วยสูงอายุในโรงพยาบาล) แพลตฟอร์มมีความแปลกใหม่ พัฒนาระบบที่ประกอบด้วยระบบประเมินโภชนาการที่เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละรายเพื่อนำไปสู่การผลิตอาหารแบบเฉพาะเจาะจง ผ่านการเชื่อมโยงด้วยระบบ IoT โดยในส่วนการวิเคราะห์การบริโภคจะผนวกระบบ AI ที่สามารถระบุชนิดอาหาร ปริมาณส่วนประกอบและปริมาณบริโภค พร้อมเปรียบเทียบกับสารอาหารที่จำเป็นจากฐานข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ใช้ แล้วเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้กับระบบการผลิตอาหารที่ถูกพัฒนาขึ้นให้มีสารอาหารสูงและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย โดยสามารถขึ้นรูปอาหารได้อย่างอัตโนมัติผ่านเครื่องขึ้นรูปอาหารสามมิติ พร้อมแอพพลิเคชั่นที่รองรับการทำงานของผู้ใช้ในการเลือกเมนูอาหารทั้งรสชาติและรูปทรง ทำให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอผ่านอาหารที่สารอาหารสูงและรสชาติหลากหลาย ย่อมจะส่งผลให้สามารถจัดการปัญหาทุพโภชนาการได้อย่างครบวงจร ซึ่งนอกจากจะเป็นผลงานที่สามารถนำไปใช้ได้ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายแล้ว FoodPrompt ยังนับเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบว์แดงปักตรงธงแดงของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผลักดันงานวิจัย สู่การลงมือจริง และสร้างรูปธรรมแห่งมหาวิทยาลัยนวัตกรรมในขณะเดียวกัน

ก้าวให้ทันโลก! กองทุน ววน. เปิดเวทีรับฟังจากผู้เชี่ยวชาญเกาหลี มุ่งพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์-นวัตกรรมของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731090

ก้าวให้ทันโลก! กองทุน ววน. เปิดเวทีรับฟังจากผู้เชี่ยวชาญเกาหลี มุ่งพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์-นวัตกรรมของไทย

ก้าวให้ทันโลก! กองทุน ววน. เปิดเวทีรับฟังจากผู้เชี่ยวชาญเกาหลี มุ่งพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์-นวัตกรรมของไทย

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 19.48 น.

สกสว. ร่วมมือ บพข. จัดสัมมนาเชิงนโยบาย “Technology Development in Thailand from Korean Perspectives: การพัฒนาเทคโนโลยีของไทยจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญเกาหลีใต้” เพื่อพัฒนานโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จัดงานสัมมนาเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนานโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย โดยได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.จยอง ฮ๊อบ ลี ที่ปรึกษาอาวุโส บพข. เป็นวิทยากรพิเศษบรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาเทคโนโลยีของไทยจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญเกาหลีใต้” โดยมี คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) คณะกรรมการอำนวยการ สกสว. คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม สกสว. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ประธานกรรมการบริหาร ผู้บริหารระดับสูง ของหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) และประธานหน่วยบูรณาการเชิงประเด็นยุทธศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ด้านเศรษฐกิจ (Strategic Agenda Team: SAT) เข้าร่วมการสัมมนา ดังกล่าว ณ โรงแรม วี กรุงเทพฯ

ศ. ดร.จยอง ฮ๊อบ ลี กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่จะสร้างมูลค่าสูง ล้วนต่างต้องพึ่งพาองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีของไทยจึงมีความสำคัญในการข้ามพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง แต่จำเป็นต้องวางแผน ขับเคลื่อน และมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ (Collective System) ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนที่มีศักยภาพ การพัฒนาขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ โดยอาจเริ่มต้นจากการเลือกอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ พร้อมสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศที่มีประสบการณ์ นำไปสู่การขยายกำลังการผลิตในการเพิ่มโอกาสของการพัฒนาตลาดและการสร้างงานที่เพิ่มขึ้น ให้สามารถขับเคลื่อนประเทศได้ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในลักษณะของกลุ่มความร่วมมือมากกว่าการพยายามพัฒนาเพียงองค์กรเดียว เพื่อนำไปสู่การแบ่งบันความรู้ เครื่องมือ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ดังที่มีการดำเนินการอยู่แล้วใน EECi และท้ายที่สุดได้กล่าวถึงข้อเสนอแนะ 3 ประเด็น คือ 1) ประเทศไทยและเกาหลีอาจมีความร่วมมือในลักษณะของ strategic partner โดยเฉพาะความร่วมมือในอุตสาหกรรมสุขภาพร่วมกับการพัฒนาด้านดิจิทัล เพราะเป็นการผนวกศักยภาพของแต่ละประเทศไว้ด้วยกัน 2) การพัฒนาแบบ Collective System มากกว่าการพัฒนาแบบแยกส่วน (individual) และ 3) แนะนำ 6 แนวทางการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาด้านเทคโนโลยีสำหรับประเทศไทยอย่างมีกลยุทธ์

จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. และ รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการ บพข. ได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนแนวทางการยกระดับการพัฒนานโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยร่วมกับผู้บริหาร กสว. สกสว. สอวช. บพข.และประธานหน่วยบูรณาการเชิงประเด็นยุทธศาสตร์ สกสว. เพื่อมุ่งสู่การเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศต่อไปในอนาคตอันใกล้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ สกสว. ที่เป็นหน่วยงานกลางของประเทศ มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยยังต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน โดย BCG economy ยังเป็นประเด็นสำคัญที่เหมาะสมกับบริบทประเทศที่มีทรัพยากรที่หลากหลายและมีศักยภาพ แต่อาจต้องมีแนวทางการพัฒนาที่มองไปยังตลาดโลกมากขึ้น โดยแนวทางของการเลือกประเด็นสำคัญที่จะมุ้งเน้นอาจพิจารณาทั้งส่วนของความต้องการของการตลาด และโอกาสในการเติบโตของเทคโนโลยี ทั้งนี้แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าการตลาดได้จริงจึงต้องดึงภาคเอกชนและการบูรณาการของทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์ 

ด้าน รศ. ดร.สิรี ชัยเสรี กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยควรต้องมีการกำหนดประเด็นสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ชัดเจน มีการจัดลำดับความสำคัญและควรต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ให้เกิดการทำงานอยู่บนแนวทางที่มุ่งเป้าไปในทิศทางเดียวกัน

โดย รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ได้กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า สำหรับการหารือในครั้งนี้ ได้แนวทางการขับเคลื่อนงาน ววน. 5 ประเด็น คือ 1) การมองถึงตลาดระดับโลกมากขึ้น 2) การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและจัดลำดับความสำคัญ 3) การขับเคลื่อนแบบ Collective System ซึ่งระบบ ววน. อาจต้องพัฒนาไปสู่ Collective System เพิ่มมากขึ้น 4) การพัฒนาขีดความสามารถด้านการพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม และ 5) การแก้ไขระเบียบข้อบังคับส่งเสริมให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น หรือเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป้าหมายมากขึ้น อีกด้วย