ร่างกฎหมายคุ้มครองการให้บริการทางเพศ เปิดให้แสดงความคิดเห็นถึงวันที่31พฤษภาคมนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730811

ร่างกฎหมายคุ้มครองการให้บริการทางเพศ  เปิดให้แสดงความคิดเห็นถึงวันที่31พฤษภาคมนี้

ร่างกฎหมายคุ้มครองการให้บริการทางเพศ เปิดให้แสดงความคิดเห็นถึงวันที่31พฤษภาคมนี้

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เว็บไซต์ law.go.th หรือระบบกลางทางกฎหมาย ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยแพร่ “(ร่าง) พ.ร.บ.คุ้มครองการให้บริการทางเพศ พ.ศ. ….”พร้อมเปิดให้ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2566 อันเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 มาตรา 77 และ พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 ที่กำหนดให้การออกกฎหมายจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน

สำหรับ (ร่าง) พ.ร.บ.คุ้มครองการให้บริการทางเพศ พ.ศ. …. นั้น ระบุเหตุผลของการจัดทำร่างไว้ว่า การบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 (ซึ่งเป็นกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน) มุ่งกำหนดโทษทางอาญาบางฐานความผิดแก่ผู้ค้าประเวณี ทำให้มิอาจเรียกร้องสิทธิของตนจากการถูกล่วงละเมิดหรือถูกเอาเปรียบ รวมทั้งผู้ใช้บริการทางเพศอาจตกอยู่ในสถานะที่มีโอกาสเสี่ยงจากโรคติดต่อ เพราะผู้ให้บริการทางเพศมิได้อยู่ภายใต้มาตรการบังคับที่เป็นกิจลักษณะในการควบคุมสุขอนามัย

อีกทั้งยังมีการอาศัยช่องว่างของกฎหมายเพื่อขูดรีดและเอารัดเอาเปรียบผู้ให้บริการทางเพศ ซึ่งกฎหมายฉบับเดิมไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จากสภาพการณ์ที่เป็นอยู่นี้ จึงควรยกเลิก พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 ทั้งฉบับ และตรากฎหมายใหม่ เพื่อคุ้มครองการให้บริการทางเพศให้ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยทั้งต่อผู้ให้บริการทางเพศและผู้ใช้บริการทางเพศ

รวมถึงมีการจัดตั้งศูนย์คุ้มครองการให้บริการทางเพศเพื่อฝึกอบรมและให้การช่วยเหลือผู้ให้บริการทางเพศที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ และเพื่อให้ได้รับสิทธิและสวัสดิการตามที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งเพื่อปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศของประเทศไทย ตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก

สรุปสาระสำคัญของ (ร่าง) พ.ร.บ.คุ้มครองการให้บริการทางเพศ พ.ศ. …. ที่น่าสนใจ 1.คำนิยามอยู่ในมาตรา 4 เช่น “การให้บริการทางเพศ” หมายถึง (1) การกระทำชำเรา (2) การยอมรับการกระทำชำเรา (3) การกระทำอื่นใดในทางเพศ เพื่อสนองความใคร่ในทางกามารมณ์ของผู้อื่นเพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนหรือประโยชน์อื่นใด โดยในข้อ (3) นั้นให้คณะกรรมการมีอำนาจออกประกาศกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติม

“คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการคุ้มครองการให้บริการทางเพศ ซึ่งมีทั้งคณะกรรมการส่วนกลางและคณะกรรมการจังหวัด โดยในมาตรา 33 ระบุที่มาของคณะกรรมการคุ้มครองการให้บริการทางเพศ (ส่วนกลาง) ว่า (วรรคหนึ่ง) ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม อธิบดีกรมควบคุมโรค อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผู้แทนคณะกรรมการส่งเสริมและประสานงานสตรีแห่งชาติ ผู้แทนกลุ่มของผู้ประกอบกิจการทางเพศไม่เกินสามคน ผู้แทนกลุ่มของผู้ให้บริการทางเพศไม่เกินสามคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่เกินสามคนเป็นกรรมการ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวเป็นกรรมการ และเลขานุการ และให้ประธานกรรมการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกินสองคน,

(วรรคสอง) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งต้องเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการคุ้มครองการให้บริการทางเพศ การกำกับดูแลการประกอบกิจการทางเพศ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ไม่เกินสามคน ให้แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำเนินงานในองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องในด้านเดียวกัน, (วรรคสาม) หลักเกณฑ์วิธีการคัดเลือกผู้แทนกลุ่มผู้ประกอบการกิจการทางเพศ ผู้แทนกลุ่มผู้ให้บริการทางเพศ ให้เป็นไปตามที่กฎกระทรวงกำหนด

ขณะที่คณะกรรมการคุ้มครองการให้บริการทางเพศ (ระดับจังหวัด) มาตรา 35 ระบุว่า (วรรคหนึ่ง) ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ อัยการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ประกันสังคมจังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งไม่เกินสามคน ผู้แทนกลุ่มของผู้ประกอบกิจการทางเพศ ผู้แทนกลุ่มของผู้ให้บริการทางเพศเป็นกรรมการ และให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ,

(วรรคสอง) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการคุ้มครองการให้บริการทางเพศ การกำกับดูแลการประกอบกิจการทางเพศ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ไม่เกินสามคน ให้แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งดำเนินงานในองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องในด้านเดียวกัน, (วรรคสาม) หลักเกณฑ์ วิธีการคัดเลือกผู้แทนกลุ่มผู้ประกอบการกิจการทางเพศ ผู้แทนกลุ่มผู้ให้บริการทางเพศ ให้เป็นไปตามที่กฎกระทรวงกำหนด

“ผู้ประกอบกิจการทางเพศ” หมายถึง (1) บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทเป็นตัวกลางในการติดต่อ การประสาน หรือการจัดหาผู้ให้บริการทางเพศให้แก่ผู้ใช้บริการทางเพศ ทั้งกรณีที่ได้รับส่วนแบ่งหรือไม่ได้รับส่วนแบ่ง (2) บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ประกอบกิจการอย่างอื่นเป็นกิจการหลัก แต่เล็งเห็นได้ถึงการพบปะหรือการติดต่อระหว่างผู้ให้บริการทางเพศและผู้ใช้บริการทางเพศที่อาจเกิดขึ้นได้ภายใต้บริบทของการประกอบกิจการของตนเอง

และบุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวนี้ได้อนุญาตทั้งโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายให้ผู้ให้บริการทางเพศและผู้ใช้บริการทางเพศเข้าทำสัญญากัน โดยมิต้องคำนึงว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวนี้จะได้รับหรือไม่ได้รับผลประโยชน์จากการกระทำการดังกล่าว (3) บุคคลหรือกลุ่มบุคคลนอกเหนือจาก (1) และ (2) ตามเงื่อนไขและรายละเอียดที่กำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการ

“สถานประกอบกิจการทางเพศ” หมายถึงสถานที่ที่ใช้ในการติดต่อหรือจัดหาบุคคลหรือจัดไว้เพื่อให้บริการทางเพศหรือยอมให้มีการให้บริการทางเพศซึ่งผู้ประกอบกิจการทางเพศได้แจ้งไว้ประกอบการยื่นคำขอ

“ผู้มีอำนาจอนุญาต” หมายถึง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดอื่น (ซึ่งเท่ากับว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นการนำสถานบริการทางเพศขึ้นมาอยู่บนดิน ไม่ต้องแอบแฝงอีกต่อไป)

2.การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ด้วยความที่งานบริการทางเพศคาบเกี่ยวกับความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน ในมาตรา 5 จึงกำหนดให้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รักษาการตามกฎหมายนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ของตน

3. สิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการทางเพศและผู้ใช้บริการทางเพศ จะอยู่ในหมวด 1 ตั้งแต่มาตรา 6-มาตรา 20 เช่น กำหนดให้ผู้ประกอบอาชีพผู้ให้บริการทางเพศต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี มีผลการตรวจสุขภาพทางเพศ”สุขภาพอนามัยการเจริญพันธุ์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ โรคพิษสุราเรื้อรัง ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ขณะที่อีกด้านหนึ่งกฎหมายก็รับรองว่า ผู้ใช้บริการทางเพศย่อมได้รับการบริการที่มีคุณภาพและถูกสุขอนามัย,

ผู้ให้บริการทางเพศย่อมได้รับความคุ้มครองจากการถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ไม่ว่าในขณะประกอบอาชีพหรือภายหลังได้หันไปทำงานอื่นๆ แทนแล้ว, สิทธิในการได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม ทั้งจากผู้ใช้บริการทางเพศโดยตรง และจากการทำสัญญาส่วนแบ่งรายได้ระหว่างผู้ให้บริการทางเพศกับผู้ประกอบกิจการทางเพศ (ซึ่งที่ผ่านมามีการสะท้อนปัญหาสถานบริการเอารัดเอาเปรียบ อาทิ แบ่งสัดส่วนค่าตอบแทนให้ผู้ให้บริการทางเพศเพียงร้อยละ 30-40 ของค่าใช้บริการที่ได้รับจากลูกค้า),

สิทธิในการเข้าถึงบริการที่จำเป็นจากรัฐ อาทิ ได้รับสวัสดิการด้านสุขภาพทั้งในส่วนของการป้องกันโรคและการรักษาโรค การสมัครเป็นผู้ประกันตนและได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม ได้รับบริการตรวจสุขภาพทางเพศตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมโรคจากการประกอบอาชีพและโรคจากสิ่งแวดล้อม หรือกฎหมายอื่น ตลอดจนมีสิทธิในการร้องเรียนและขอรับความช่วยเหลือจากศูนย์คุ้มครอง เพื่อให้ได้รับสิทธิและสวัสดิการตามกฎหมาย และดำเนินการให้ได้รับความคุ้มครองตามที่ผู้ให้บริการทางเพศร้องขอ,

สิทธิในการได้รับความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้ให้บริการทางเพศและผู้ใช้บริการทางเพศ ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA), กระบวนการแก้ปัญหาข้อพิพาทระหว่างผู้ให้บริการทางเพศและผู้ประกอบกิจการทางเพศ มีกระบวนการไกล่เกลี่ย แต่หากต้องเป็นคดีความก็ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลแรงงาน

4.การตั้งสถานประกอบกิจการทางเพศ อยู่ในหมวด 2 มาตรา 21-32 ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตประกอบกิจการ ข้อกำหนดด้านสถานที่ตั้ง (เช่น ต้องไม่อยู่ใกล้ศาสนสถาน สถาบันการศึกษา เป็นต้น) สุขอนามัยและความปลอดภัยของสถานที่ การป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนโดยรอบ หน้าที่ของผู้ประกอบกิจการที่จะต้องร่วมกับภาครัฐในการดูแลสุขภาพของผู้ให้บริการทางเพศ รวมถึงต้องกวดขันไม่ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการ (หลักการเดียวกับสถานบันเทิงทั่วไป ที่ต้องตรวจบัตรประชาชนผู้ต้องการเข้าไปใช้บริการ)

5.บทกำหนดโทษ อยู่ในมาตรา 49-61 เบื้องต้นไม่พบบทลงโทษผู้ให้บริการทางเพศโดยตรง และไม่มีข้อกำหนดให้ผู้ให้บริการทางเพศต้องทำงานในสถานประกอบกิจการทางเพศเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการทางเพศผู้มีอายุไม่ถึง 18 ปี การที่พ่อแม่ผู้ปกครองให้บุตรหลานอายุไม่ถึง 18 ปี มาขายบริการทางเพศ การเป็นธุระจัดหาผู้ขายบริการทางเพศที่อายุไม่ถึง 18 ปี การบังคับบุคคล (ในทุกอายุ) เพื่อให้บริการทางเพศรวมถึงการประกอบกิจการสถานบริการทางเพศโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำหรับผู้สนใจอ่าน (ร่าง) พ.ร.บ.คุ้มครองการให้บริการทางเพศ พ.ศ. …. ฉบับเต็ม(ในรูปแบบไฟล์ PDF) หรือร่วมแสดงความคิดเห็น สามารถเข้าไปได้ที่เว็บไซต์ http://www.law.go.th (แนะนำให้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊ก ซึ่งจะใช้งานง่ายกว่าในโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน) เลือกหมวด “โครงการรับฟัง” ที่ด้านบนซ้าย จากนั้นในกรอบ “ตัวกรอง”ด้านขวาของหน้าจอ ให้เลือก “กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” และ “กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว” ทั้งนี้ สามารถแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2566

‘อิเล็กทรอนิกส์’กับโอกาสเศรษฐกิจไทย 6ผู้นำชี้ต้องยกระดับสู่‘อุตสาหกรรมต้นนํ้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730812

‘อิเล็กทรอนิกส์’กับโอกาสเศรษฐกิจไทย 6ผู้นำชี้ต้องยกระดับสู่‘อุตสาหกรรมต้นนํ้า’

‘อิเล็กทรอนิกส์’กับโอกาสเศรษฐกิจไทย 6ผู้นำชี้ต้องยกระดับสู่‘อุตสาหกรรมต้นนํ้า’

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเวทีเสวนา เรื่อง “อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์กับการพัฒนาประเทศไทย” ณ หอประชุมเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) โดย รศ.ดร.คมสัน มาลีสีอธิการบดี สจล. กล่าวว่า อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำหากไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศก็ยากที่ไทยจะพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง หรือ High Technology จึงต้องมุ่งพัฒนากำลังคนที่มีทักษะและสมรรถนะสูง

ซึ่งเมื่อสถาบันการศึกษาร่วมมือกับภาคเอกชนและอุตสาหกรรมได้อย่างเข้มแข็ง จะสามารถผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพตรงตามความต้องการและแนวโน้มอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับส่งเสริมสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ การผลิตและยกระดับกำลังคนให้พร้อมรองรับทั้งด้านฮาร์ดแวร์ การเขียนโปรแกรม การผลิตชิปดีไซน์ การออกแบบ หรือวงจรต่างๆ

สร้างต้นแบบการเรียนรู้ Success Model และองค์ประกอบ ระบบนิเวศอื่นๆ เช่น ห้องแล็บ ยกระดับงาน R&D เครื่องมือสำหรับการเรียนการสอน เพื่อขยายผลไปสู่สถาบันต่างๆ ให้สามารถตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและทิศทางการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งด้านอาชีวศึกษาที่มีจำนวนมากจะเป็นแรงพลังสำคัญ ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนให้เดินไปพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง

“ไทยควรเตรียมการรองรับการเติบโตของ อิเล็กทรอนิกส์ออร์แกนิคส์ หรือ อิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์ (Organic Electronics) ซึ่งกำลังมาแรงและเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค ด้วยวัสดุและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงานใช้ทรัพยากรต่ำ ขั้นตอนผลิตที่เรียบง่าย มีความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้ เอเชีย-แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่อิเล็กทรอนิกส์อินทรีย์เติบโตเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่และเป็นตลาดหลัก” รศ.ดร.คมสัน กล่าว

ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้ก่อตั้ง สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม กล่าวว่า การศึกษารูปแบบใหม่นอกจากเป็นการผลิตกำลังคนให้ทันเวลาแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ประเทศไทยสามารถนำไปสร้างแรงจูงใจให้เอกชนด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาลงทุนใประเทศได้ ซึ่งแม้จะมีผู้เชี่ยวชาญมากมายในมหาวิทยาลัย แต่หากใช้ Supply Push เป็นแรงส่งขับเคลื่อนจะไปได้ช้า

“เรามีความสามารถในการประยุกต์การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยโดยมีภาคเอกชนนำ พร้อมกับการสร้างแรงจูงใจในการลงทุนและการพัฒนาบุคลากรไปพร้อมกัน ปัจจุบันระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โครงการ EEC Sandbox มีหลักสูตรระยะสั้นกว่า 200 หลักสูตร พัฒนาบุคลากรไปแล้วกว่า 1 แสนคนโดยเราตั้งเป้าหมายพัฒนาบุคลากรในอีอีซีจำนวน 475,000 คน” ดร.ชิต ระบุ

สัมพันธ์ ศิลปนาฏ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายปฏิบัติการฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเชื่อมโยงด้านแรงงานคนและตลาดโลก หากมองที่อิเล็กทรอนิกส์จะเห็น 2 โจทย์ คือ 1.อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และ 2.การพัฒนาประเทศ สิ่งแรกคือขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศแบบ Competency Baseลดรูปแบบการศึกษาในเชิงปรัชญาและเชิงวิชาการ มีการออกไปเรียนรู้กับภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่องส่งเสริมการเรียนแบบ Block Course โดยเริ่มต้นทันทีในรั้วการศึกษาของมหาวิทยาลัย ผลิตกำลังคนแบบ Supply Push ให้กลายเป็น Demand Pull ป้อนสู่ความต้องการของตลาดแรงงาน

“การมี Co-Created Education อาจารย์จะต้องร่วมกันกับภาคธุรกิจภาคอุตสาหกรรมเพื่อเรียนรู้ไปด้วยกัน และ In-Depth Partnerships เป้าหมายของการศึกษารูปแบบใหม่ เพื่อผลิตบัณฑิตตอบโจทย์มาตรฐาน “พลเมืองโลก’” (Global Citizens) ได้รับผลตอบแทนสูง มีงานตั้งแต่เรียนจบ ประเทศไทยต้องมองไปที่การพัฒนา “Hi-End Technology” ขยับขึ้นไปเป็น “ต้นน้ำ” ลดการพึ่งพา Assembly และ Test โดยคาดการณ์ว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมไมโครอิเล็กทรอนิกส์ จะเติบโตขึ้น 46% ทั่วโลก” สัมพันธ์ กล่าว

ดร.บดินทร์ เกษมเศรษฐ์ ซีอีโอ บมจ. ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเริ่มการระบาดของไวรัสโควิด-19 การเติบโตของเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกก้าวกระโดดเติบโตมากถึง 110,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หากมองย้อนกลับไปในระดับมหภาครวมระยะ 30 ปีก่อน ยอดขายของเซมิคอนดักเตอร์เติบโตอยู่ที่ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่เห็นชัดเจนคือ เริ่มมีการเคลื่อนไหวของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ในจีน ที่มองหาพาร์ทเนอร์และการตั้งบริษัทในต่างแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในสหรัฐอเมริกาก็ได้เคลื่อนไหวเช่นกัน

“เมื่อก่อนเราจะรับรู้ว่าเส้นทางเทคโนโลยีเป็นการเปลี่ยนจากโลกตะวันตกมาเป็นตะวันออก West to East แต่ในปัจจุบันเกิดการสวนกลายเป็น East to West ส่วนเทคโนโลยีของ Wafer Fabrication เทคโนโลยีของการ Design ย้ายมาเติบโตที่ East ซึ่งในต่างประเทศประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน เป็นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญและเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย” ดร.บดินทร์ กล่าว

วิรัตน์ ศรีอมรกิจกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อนาล็อก ดีไวเซส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ในปี 2564 อยู่ประมาณ 2 ล้านล้านบาท หรือเทียบเท่ากับร้อยละ 12.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ในประเทศ แต่น่าเสียดายที่ในประเทศไทยกลับไม่มีธุรกิจต้นน้ำในส่วนนี้ โดยในอนาคตบริษัทมีแผนจะขยายโรงงาน พัฒนา R&D และ IC Design ระยะเวลา 5 ปี

“จะมีความต้องการวิศวกรกว่า 400 คนโดยเฉพาะด้านอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากสถาบันการศึกษา เช่น สจล. ในการเป็นแก่นกลางทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ ซึ่งจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเทศไทย สถาบันการศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ และสตาร์ทอัพในประเทศไทย ภาครัฐควรให้ความสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ เพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้จาก เวียดนาม ที่ได้ให้การสนับสนุนสิทธิประโยชน์สูงกว่าประเทศไทยมาก” วิรัตน์ กล่าว

รศ.ดร.สุขุม อิสเสงี่ยม ผู้ประสานงาน สำนักประสานงานการวิจัยและพัฒนาวัสดุขั้นสูงเพื่ออุตสาหกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ไมโครอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นแกนหลักในการพัฒนาประเทศ หรือ Grand Technology ต่อไปในอนาคต ซึ่งมีความสำคัญที่ต้องส่งเสริมและพัฒนาให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีองค์ความรู้ในด้านนี้ และต้องไม่เป็นรองที่อื่น ผลักดันประเทศไทยให้เกิด “ฮับไมโครอิเล็กทรอนิกส์” โดยให้ภาคเอกชนนำเป็นหลัก ภาครัฐเป็นผู้ให้การสนับสนุนอย่างเข้มแข็ง ประสานให้เกิดความสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน

“นับเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะก้าวกระโดดไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งต้องร่วมมือกันในทุกภาคส่วน เพื่อจะสามารถขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ให้ก้าวไปข้างหน้า” รศ.ดร.สุขุม กล่าว

สวธ.จัดประกวดออกแบบลายผ้าไทย ชิงรางวัลรวมกว่า 450,000 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730268

สวธ.จัดประกวดออกแบบลายผ้าไทย ชิงรางวัลรวมกว่า 450,000 บาท

สวธ.จัดประกวดออกแบบลายผ้าไทย ชิงรางวัลรวมกว่า 450,000 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 22.02 น.

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กำลังเปิดรับสมัครการส่งผลงานออกแบบ/สร้างสรรค์กิจกรรมการประกวดออกแบบลายผ้าไทย สู่สากล เพื่อการต่อยอดและพัฒนา (Cultural Textile Awards 2023) ภายใต้โครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2566 ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม เพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้จากหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 3 (Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2023) แนวคิดหลักคือ “ตัวตนข้ามวัฒนธรรม Expressive Exotic” ความงามตามอุดมคติใหม่ ที่เกิดจากการเดินทาง การเพาะบ่มอัตลักษณ์ของผู้คนให้งอกเงยงดงาม ความเจนจัดในตัวตนและทักษะทางความคิด เปรียบได้กับจุดตัดอันสลับซับซ้อนระหว่าง “เวลาที่พอกพูน” กับ “วัฒนธรรมอันหลากหลาย” จนเกิดเป็นผลลัพธ์แห่งสไตล์อันกลมกล่อมลงตัว เน้นการใช้สีสันที่หลากหลาย หนักแน่น สื่อถึงความเป็นตัวตนที่ชัดเจน เช่น สีทองคำเปลว สีของปะการัง สีครามเครื่องเคลือบ สีฟ้าลงยา และสีเขียวมะนาว และกลุ่มโทนสีอ่อนที่สะท้อนบุคลิกมั่นอกมั่นใจ ได้แก่ สีไพฑูรย์ สีปูนแดง สีกลีบบัว และสีหยกอ่อน เป็นต้น นำมาต่อยอดจากองค์ความรู้สู่การปฏิบัติได้จริง อีกทั้งเป็นการนำแนวคิดที่เป็นสากลมาพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทย สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และผู้ประกอบการด้านผ้าไทย นำเสนอการสร้างสรรค์ลายผ้าไทยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดไปสู่ความยั่งยืน

โดยแบ่งการประกวดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย และสิ่งทอสร้างสรรค์ ประเภทละ 8 รางวัล รวม 24 รางวัล ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 450,000 บาท สามารถส่งผลงานได้ไม่จำกัดจำนวน โดยเน้นที่การแสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบผ้าที่สามารถถ่ายทอด แรงบันดาลใจ แนวความคิดการประยุกต์ใช้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นออกมาเป็นผลงานการออกแบบผ้าที่สวยงามและสามารถผลิตได้ ซึ่งคุณสมบัติผู้เข้าร่วมส่งผลงานการประกวดดังนี้ 1.นักออกแบบ นิสิต นักศึกษา 2.กลุ่มผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน 3.ประชาชนทั่วไป ไม่จำกัดอาชีพ เพศ และอายุ 4.สัญชาติไทย และ 5.ส่งในลักษณะบุคคล หรือกลุ่มไม่เกิน 3 คน

โอกาสนี้ สวธ.ขอเชิญชวน นักออกแบบ นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปส่งผลงานเข้าประกวดได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ดูรายละเอียดการรับสมัครและการส่งผลงานออกแบบ/สร้างสรรค์เข้าประกวด ได้ที่ http://www.culture.go.th/culture_th/ewt_news.php?nid=7067&filename=index ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่เว็บไซต์ www.culture.go.th และ Facebook ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ Facebook : Cultural Textile Awards 2023

มธ.จัดงานรำลึก ‘วันปรีดี พนมยงค์’ ปี 2566 ชวนเกาะติด ‘การเลือกตั้ง’ 14 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730229

มธ.จัดงานรำลึก ‘วันปรีดี พนมยงค์’ ปี 2566  ชวนเกาะติด ‘การเลือกตั้ง’ 14 พ.ค.นี้

มธ.จัดงานรำลึก ‘วันปรีดี พนมยงค์’ ปี 2566 ชวนเกาะติด ‘การเลือกตั้ง’ 14 พ.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 18.28 น.

มธ.จัดงานรำลึก ‘วันปรีดี พนมยงค์’ ปี 2566

ชวนเกาะติด ‘การเลือกตั้ง’ 14 พ.ค.นี้

หวั่นกลไก ‘ไม่อิสระ’ บิดเบือนประชาธิปไตย

ม.ธรรมศาสตร์ จัดงาน “วันปรีดี พนมยงค์ ประจำปี 2566” หลากหลายภาคส่วนร่วมระลึกคุณูปการบุคคลสำคัญที่มีต่อระบบการเมืองการปกครองไทย พร้อมจัดปาฐกถาทางวิชาการหัวข้อ ‘ดุลยภาพแห่งอำนาจฯ’ ชวนจับตาผลการเลือกตั้ง 14 พ.ค. นี้ อย่างใกล้ชิด เฝ้าหน้าคูหาปกป้องสิทธิ-เสียงของตนเอง หวั่นกลไกที่ “ไม่เป็นอิสระ” บิดเบือนระบอบประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2566 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงาน “วันปรีดี พนมยงค์ ประจำปี 2566” เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ ผู้นำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก” โดยมีองค์กรและหน่วยงาน อาทิ สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้แทนรัฐบาล สถานทูตต่างประเทศ พรรคการเมือง ผู้บริหาร คณาจารย์และองค์การนักศึกษา ฯลฯ เข้าร่วมในพิธีวางพานพุ่ม ณ อนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า วันที่ 11 พฤษภาคมของทุกปี    ถือเป็นวันสำคัญของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อรำลึกถึง “ปรีดี พนมยงค์” รัฐบุรุษอาวุโสของประเทศไทย    ที่มีผลงานมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสถาปนา “มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง” เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2477 และเป็นผู้ประศาสน์การคนแรกของมหาวิทยาลัย รวมถึงผู้ริเริ่มแนวคิดการเรียนการสอนระดับสูงสมัยใหม่ในรูปแบบ “ตลาดวิชา” เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงในด้านการศึกษาให้แก่ราษฎร ทำให้ประชาชนทั่วไปมีสิทธิและโอกาสได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยจนจบปริญญา โดยในปี 2566 นี้ นับเป็นปีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายประการ เพราะนอกจากจะเป็นวาระครบ 123 ปีชาตกาลของผู้ประศาสน์การ ครบ 40 ปีแห่งการถึงอสัญกรรมแล้ว ยังครบ 50 ปีเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ อีกด้วย

น.ส.ธัญญลักษณ์ เศวตมาลย์ เลขาธิการองค์การนักศึกษา มธ. กล่าวว่า ศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี     ได้ทำสิ่งอันน่าทึ่ง ทั้งการเป็นมันสมองในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เพื่อเปลี่ยนความหมายของ

ชาติให้เท่ากับประชาชน ไปจนถึงการทำงานในบทบาทของนายกรัฐมนตรี การมุ่งมั่นแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม สร้างรากฐานประชาธิปไตย ไปจนถึงการก่อตั้งมหาวิทยาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อยกระดับความคิดของราษฎร และคุณูปการอีกมากมาย จึงถือเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ชายผู้น่านับถือต้องเผชิญกับอุปสรรคขวากหนามตลอดช่วงของท่าน ชาวธรรมศาสตร์จึงขอมาพูดเพื่อยืนยันว่า เราจะจดจำ และเราจะไม่ลืมอุดมการณ์ เจตนารมย์ของท่านที่ต้องการสร้างสังคมที่ดีงามสำหรับคนทุกคน

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีพิธีมอบโล่รางวัล “ปรีดี พนมยงค์” ประจำปี 2566 แก่นักศึกษาดีเด่น ได้แก่        นัฐกานต์ เพ็ชรบูรณ์ จากคณะนิติศาสตร์ มธ. และรางวัล “ทุนปาล พนมยงค์” ประจำปี 2566 ให้แก่        ปาลีรัตน์ บุญประกอบ จากคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ในการประกวดบทความหัวข้อ “ปรัชญาสังคมนิยมวิทยาศาสตร์ประชาธิปไตย” ณ บริเวณลานปรีดี พนมยงค์ ด้านหน้าตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ท่าพระจันทร์

วันเดียวกัน มธ. และสถาบันปรีดี พนมยงค์ ได้จัดปาฐกถาทางวิชาการในหัวข้อ “ดุลยภาพแห่งอำนาจ” เปลี่ยนผ่านสังคมไทยด้วยการเลือกตั้ง โดย ศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ากลุ่มผู้ที่มีอำนาจทางการเมืองไทย ไม่ได้คิดถึงการสร้างดุลยภาพ หากแต่ต้องการได้ดุลแห่งอำนาจตลอดเวลา แม้กระทั่งการเลือกตั้งที่เป็นช่องทางการแสดงออกเดียวถึงพลังของประชาชน กลับยังไม่ได้รับความเคารพอย่างแท้จริง โดยเฉพาะหากดูหลังการรัฐประหารเป็นต้นมา   ซึ่งเกิดความพยายามสถาปนาอำนาจให้ครอบคลุมระบอบต่างๆ รวมถึงองค์กรอิสระ ที่กลายเป็นกลไกอำนาจเข้ามาจัดการกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม ทั้งลงโทษ ตัดสิทธิ ยุบพรรคต่างๆ

“หลังการรัฐประหารตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ผู้มีอำนาจได้พยายามสถาปนาอำนาจตัวเองเพื่อรับมือกับฝ่ายประชาธิปไตยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นกลไกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้ามาร่วมตัดสินใจกฎหมาย   เลือกนายกรัฐมนตรี ให้อำนาจกองทัพสนับสนุนตัวเอง อำนาจการลงโทษและควบคุมประชาชน เช่น มาตรา 112, 116 ตลอดจน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ทั้งหมดล้วนเข้ามาทำให้ดุลอำนาจของประชาชนสูญเสียไป ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ เมื่อมีพรรคการเมืองที่เสนอเข้ามารื้อถอน ท้าทายระบอบอำนาจเก่า จึงไม่แปลก ที่จะสามารถซื้อใจประชาชน และทำให้เขาตื่นตัวอย่างมากกับการเลือกตั้งที่จะมาถึง” ศ.ดร.พวงทอง กล่าว

นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวว่า สำหรับข้อสังเกตถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้นไม่ใช่องค์กรอิสระ แต่มาจากกลไกการคัดเลือกที่แต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งผลจากการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา ก็แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความโกลาหลที่เกิดขึ้นจากคนที่เดินทางไปจำนวนมาก การจ่าหน้าซองผิด ฯลฯ ขณะที่วันเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 14 พ.ค.นี้ กกต. ก็ออกแบบระบบการรายงานผลคะแนนใหม่ที่จะใช้เป็นครั้งแรก

นายยิ่งชีพ ระบุอีกว่า ในการเลือกตั้งปี 2562 เรามีประสบการณ์จากทั้งปัญหาการรายงานผลที่ล่าช้า ผิดพลาด ซึ่งยังไม่มีคำอธิบายจนถึงวันนี้ ในครั้งนี้จึงขอเชิญชวนทุกคนออกไปร่วมกันปกป้องคะแนนเสียง ภายใต้สภาวะบ้านเมืองที่เราเห็นว่าไม่ปกติ จะเพียงเดินเข้าคูหา ไปกากบาท แล้วหวังว่าคะแนนเสียงจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ อาจมองแง่ดีเกินไป เมื่อ กกต. ไม่ได้เป็นอิสระ และผลการจัดการที่ผ่านมาก็ทำให้เห็นว่ายังไม่ได้ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ฉะนั้นอยากให้ทุกคนช่วยกันออกไปสอดส่อง ร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนด้วยตา และถ่ายรูปผลคะแนนส่งมารวมที่ vote62.com

รศ.ดร.พิภพ อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเห็นได้ว่าทุกคนให้ความสำคัญมากกว่าเมื่อก่อน และตระหนักถึงผลลัพธ์ของเสียงที่ตนเองจะกากบาทลงไปมากขึ้น จึงออกมาร่วมกันปกป้องไม่ปล่อยให้เสียงของตนหายไปไหนได้ ซึ่งในปัจจุบันอีกหนึ่งอำนาจที่เกิดขึ้น คืออำนาจของเทคโนโลยี ที่ทำให้เกิดประชาธิปไตยทางข้อมูลข่าวสาร ทุกคนสามารถลุกขึ้นมาสื่อสาร มีสิทธิมีเสียง แสดงตัวตนได้มากขึ้น เปลี่ยนวิธีคิดว่าเราไม่ใช่แค่คนตัวเล็กตัวน้อย แต่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการปกครองของประเทศ และสร้างการเปลี่ยนแปลงได้

“สิ่งที่อาจเกิดขึ้นตามมาหลังเลือกตั้ง หากการเจรจาไม่ลงตัว ก็อาจมีกระบวนการใช้กฎกติกา บิดเบือน หรือเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีให้อำนาจกับประชาชน ก็อยากให้ทุกคนตระหนักถึงอำนาจที่มี และเลิกความคิดแบบหยวนๆ ปล่อยผ่านให้ผู้มีอำนาจคิดจะทำอะไรก็ได้ แสดงให้เขาเห็นว่าแม้จะมีอำนาจ แต่หากทำอะไรโดยที่ขาดความชอบธรรม เราจะไม่ยอมอีกต่อไป ดังนั้นเราจะก้าวไปข้างหน้าสู่การเปลี่ยนแปลงได้ หากร่วมกันยืนหยัดและแสดงความเป็นเจ้าของเสียงของเรา ไม่ใช่แค่กาแล้วปล่อยให้ใครคนอื่นมาตัดสินใจ” รศ.ดร.พิภพ กล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.ไชยันต์ รัชชกูล คณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวว่า ระบบการเมืองไทยที่มีอำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจการบริหาร ของรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง นี่เป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็ง เพราะยังมีอำนาจอีกหลายมิติทั้งกว้างและลึกเป็นส่วนภูเขาที่อยู่ใต้น้ำ โดยเฉพาะอำนาจที่ครอบครองอาวุธ คืออำนาจทหาร และอำนาจตามประเพณีเก่าที่มาจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งเราจะพบว่าหลังสิ้นสุดยุคของคณะราษฎร อำนาจทั้งสองนี้ได้ผนึกเป็นพันธมิตรกันอย่างแน่นแฟ้น และแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้ง สว. หรือองค์กรอิสระที่มาจากผลพวงของการรัฐประหาร จึงเป็นสิ่งที่อยากย้ำเตือนในผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าแม้ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะและแต่งตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็ยังอาจถูกบั่นทอนจากอำนาจเหล่านี้ได้เช่นกัน

ด้าน น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นักกิจกรรมและสื่อมวลชนอิสระ กล่าวว่า นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 แม้ประชาชนจะได้รับประชาธิปไตย แต่ก็เกิดการแย่งชิงอำนาจไปตลอดเวลา ถูกจำกัดกรอบกระทั่งรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอำนาจไปโดยปริยาย จึงฝากความหวังไว้ได้เพียงกลุ่มบุคคลใดกลุ่มหนึ่งจากการเลือกตั้ง แต่มาในยุคนี้เห็นได้ชัดเจนว่าประชาชนเริ่มมองอย่างตรงไปตรงมา สนับสนุนใครจากการวิเคราะห์นโยบาย ความเป็นไปได้ ความชัดเจน ความหวัง และความฝัน ดังนั้นนโยบายที่เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง เช่น รัฐสวัสดิการ ปฏิรูปกองทัพ ฯลฯ จึงได้เสียงตอบรับจากคนส่วนใหญ่ และหากพรรคการเมืองยังเสนอนโยบายไม่ถูกใจ ภาคประชาชนก็สามารถเสนอเองได้ อย่างมาตรา 112 ที่ถูกนำออกมาพูดในพื้นที่สาธารณะได้ ก็เกิดจากการที่ประชาชนส่งเสียงสะท้อนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหานั่นเอง

อาชีวะอุบลฯปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ รับเปิดเทอม 15 พ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730189

อาชีวะอุบลฯปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ รับเปิดเทอม 15 พ.ค.นี้

อาชีวะอุบลฯปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ รับเปิดเทอม 15 พ.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.58 น.

อาชีวะอุบลฯ ประชุมผู้ปกครองและปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2566 พร้อมขานรับนโยบายของเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา รับเปิดเทอม 15 พ.ค.นี้

วันที่ 11 พ.ค.66 นางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ปฐมนิเทศนักเรียน นักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2566” และการประชุมผู้ปกครอง ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ปวส.1 ประจำปีการศึกษา 2566 ณ หอประชุมราชธานีศรีวนาไล วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี

ทั้งนี้กิจกรรมการปฐมนิเทศนักศึกษาและประชุมผู้ปกครองในวันนี้ ประกอบด้วย การรับทราบนโยบายในการจัดการเรียนการสอนจากคณะผู้บริหาร ประธานชมรมครูผู้ปกครอง และงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำนักศึกษาและผู้ปกครองพบปะกับครูที่ปรึกษาและครูในสาขาวิชาในชั้นเรียน เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับครู ห้องเรียนและสภาพแวดล้อมภายในวิทยาลัยฯ

จากนั้นในช่วงบ่ายนักศึกษารับฟังการบรรยาย “คุณธรรมนำความรู้สู่สายวิชาชีพ” โดยพระอาจารย์สุจินต์ จารุวรรโณ (พระสอนศีลธรรม) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามด้วยกิจกรรมเข้าฐานท่องเที่ยวภายในสถานศึกษา เพื่อเรียนรู้ สร้างความเข้าใจและสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆได้อย่างดี มีความพร้อมในการเรียนอย่างเต็มที่ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับตนเอง และนำแนวทางการปฏิบัติตนมาประยุกต์ใช้สู่การใช้ชีวิตในรั้ววิทยาลัยฯ รับเปิดเทอมใหม่ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2566 ที่จะถึงนี้ โดยขานรับนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษา ด้วยการจัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ป้องกันภัยยาเสพติดทุกชนิด รวมไปถึงเฝ้าระวังการก่อเหตุทะเลาะวิวาท ตามหลัก 3 ป. ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม 

ในส่วนด้านวิชาการกำชับให้ครูในสถานศึกษานำการเรียนการสอนรูปแบบ Active Learning มาช่วยให้ผู้เรียนเรียนอย่างมีความสุข สนุกกับการเรียน มีทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ตามนโยบายของว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงศ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำหรับการประชุมผู้ปกครอง และนักเรียนใหม่ ในระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.1) ประจำปีการศึกษา 2566 จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ 12 พฤษภาคม 2566

กกต.นครนายกติวเข้มลูกเสือ กกต.เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730161

กกต.นครนายกติวเข้มลูกเสือ กกต.เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

กกต.นครนายกติวเข้มลูกเสือ กกต.เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.06 น.

กกต.นครนายก จัดอบรมลูกเสือ กกต.เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการปลูกจิตสำนึกให้ลูกเสือ

วันที่ 11 พ.ค.66 ที่ห้องประชุมระฆังเงิน ชลพฤกษ์ รีสอร์ท ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก นายอุดมพร ทิพย์โพธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการ ความร่วมมือของทุกภาคส่วน กิจกรรมลูกเสืออาสา กกต.เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย รณรงค์ และช่วยเหลือการเลือกตั้ง ส.ส. กิจกรรมอำนวย ความสะดวกผู้มีสิทธิ์ เลือกตั้ง และปฏิบัติงานหน้าหน่วยเลือกตั้ง 

ทั้งนี้ เพื่อให้ลูกเสืออาสา กกต. และ ร.ด.จิตอาสาร่วมกันพัฒนาประชาธิปไตย ได้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เสริมสร้างความเป็น พลเมือง มีส่วนร่วม ทางการเมืองและขั้นตอนการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้งส่งเสริมการปลูกจิตสำนึกให้ลูกเสือ อาสา กกต.เห็นความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ในการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติ จากนางสาวจุฑารัตน์ ศรีนวลปาน ศึกษาธิการจังหวัดนครนายก และผู้ตรวจการ กกต.และลูกเสือ ร.ด.ที่เข้าร่วมอบรม จำนวน 123 คน คาดว่าลูกเสืออาสาและ ร.ด.จิตอาสาจะได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อประเทศชาติ และมีส่วนร่วมในการรณรงค์ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ การเลือกคนดีให้มาปกครองบ้านเมือง การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ตลอดจนการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคม ให้แก่เพื่อนๆ และเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือและให้ บริการประชาชน ที่มาเลือกตั้งหน้าหน่วยเลือกตั้งให้ได้รับบริการเป็นอย่างดี  

แพทย์เตือน หญิงไทยอย่าชะล่าใจ ประจำเดือนมากอันตรายกว่าที่คิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729897

แพทย์เตือน หญิงไทยอย่าชะล่าใจ ประจำเดือนมากอันตรายกว่าที่คิด

แพทย์เตือน หญิงไทยอย่าชะล่าใจ ประจำเดือนมากอันตรายกว่าที่คิด

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จัดงานประชุมวิชาการภายใต้หัวข้อ “Raising the Bar in Management of Heavy Menstrual Bleeding” โดยวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการดูแลรักษาภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสูตินรีเวชกว่า 100เข้าร่วมงาน

การที่ประจำเดือนมากผิดปกติ ว่าเป็นสัญญาณอันตราย สถิติหญิงไทยจำนวนหนึ่งเกิดภาวะประจำเดือนมากผิดปกติ เตือนอาจเป็นสัญญาณ
โรคร้าย แนะวิธีสังเกตประจำเดือนเป็นลิ่มใช้ผ้าอนามัยเต็มชุ่ม 3 แผ่นขึ้นไปในช่วงกลางวัน หรือต้องลุกเปลี่ยนในช่วงกลางคืน ย้ำรีบพบแพทย์ก่อนเข้าสู่ภาวะโลหิตจาง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเนื้องอก มะเร็ง พร้อมให้ข้อมูลทางเลือกการรักษาหลายรูปแบบ ตั้งแต่การใช้ยาปรับฮอร์โมนนวัตกรรม จนถึงการผ่าตัดรักษาเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้หญิง

ส่วนสาเหตุของภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติที่พบบ่อย เกิดจากเนื้องอกมดลูก เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ในกล้ามเนื้อมดลูก การทำงานผิดปกติของรังไข่ มีผลทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หากไม่แน่ใจให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช เพื่อตรวจหาสาเหตุ หากเกิดจากเนื้องอก หรือมะเร็ง ก็จะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป หรือบางรายอาจเกิดจากมีเลือดออกมามากจากกลไกการมีประจำเดือน ทำให้เลือดออกไม่หยุด ก็สามารถให้ยารักษาได้

สำหรับการรักษา แพทย์จะทำการซักประวัติ และตรวจร่างกาย ตรวจภายใน อัลตราซาวนด์ โดยจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ในบางรายอาจต้องตรวจชิ้นเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูกด้วย เพื่อประเมินความเสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ส่วนแนวทางการรักษานั้น มีทั้งการผ่าตัดหากคนไข้เป็นเนื้องอกก้อนใหญ่ อายุไม่มาก และยังไม่ถึงวัยใกล้หมดประจำเดือน หากเป็นรายที่มีอายุใกล้ถึงวัยหมดประจำเดือนจะทำการรักษาด้วยยา เพื่อรอเวลาให้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ในรายที่ไม่มีพยาธิสภาพ พยาธิสภาพไม่มาก หรือก้อนเนื้อเล็ก ก็ให้การรักษาด้วยยาก่อน โดยแพทย์จะพิจารณาคนไข้แต่ละรายว่ามีข้อห้ามในการใช้ยาตัวไหนบ้างหรือไม่ หากไม่มีเลยจะให้ข้อมูลคนไข้ถึงทางเลือกในการรักษาทั้งหมด และให้คนไข้มีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการรักษา ซึ่งปัจจุบันนวัตกรรมของยาพัฒนาไปมากเพื่อลดอาการข้างเคียงของยา ลดขนาดยาลง ใช้ฮอร์โมนธรรมชาติมากขึ้น และเลือกฮอร์โมนตัวใหม่ๆ ที่มีผลข้างเคียงน้อยมาใช้

มอบรางวัลนักออกแบบอัญมณีรุ่นใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729892

มอบรางวัลนักออกแบบอัญมณีรุ่นใหม่

มอบรางวัลนักออกแบบอัญมณีรุ่นใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางสาวอนุชนา วิชเวช ผู้อำนวยการโครงการ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เป็นประธานมอบรางวัล “JGAB Young Designer Competition 2023” ให้นักศึกษาผู้ชนะการประกวดสุดยอดนักออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับ ใน Concept “อาเซียนร่วมสมัย”เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

5 นวัตกรจิ๋ว เดินทางเยี่ยมชม ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729896

5 นวัตกรจิ๋ว เดินทางเยี่ยมชม  ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น

5 นวัตกรจิ๋ว เดินทางเยี่ยมชม ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำ 20 นวัตกรจิ๋วที่ได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ ปี 2019-2022” รวม 4 ปีพร้อมด้วยครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ 7 คน ร่วมทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่นเพื่อเสริมสร้างทักษะทางความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เมื่อเร็วๆ นี้

โดยทั้งหมดได้เข้าเยี่ยมชม อาทิ ฮอนด้า เวลคัม พลาซ่า อาโอยามะ (Honda Welcome Plaza Aoyama) ซึ่งตั้งอยู่ในบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น โดยภายในจัดแสดงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์หลากหลายรุ่น รวมถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ของฮอนด้าที่ตอบโจทย์เป้าหมายในปี 2593 (Honda Target 2050) ด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของฮอนด้าทั่วโลก เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมปลอดมลพิษ (Carbon Neutrality)และสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Zero TrafficCollision Fatalities) และท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโตเกียวอีกหลายแห่ง

OOE SPU ต้อนรับ ม.อุบลราชธานี ดูงาน e-Learning และผลิตสื่อดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729894

OOE SPU ต้อนรับ ม.อุบลราชธานี  ดูงาน e-Learning และผลิตสื่อดิจิทัล

OOE SPU ต้อนรับ ม.อุบลราชธานี ดูงาน e-Learning และผลิตสื่อดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักการจัดการศึกษาออนไลน์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (OOE SPU) ต้อนรับ ดร.องอาจ เทียบเกาะ รองผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเรียนรู้ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารและบุคลากร มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านการบริหารการจัดการเรียนการสอนแบบ e-Learning รวมถึงการผลิตสื่อดิจิทัล โดยมีดร.วรสรวง ดวงจินดา ผู้อำนวยการสำนักการจัดการศึกษาออนไลน์ และทีมงาน OOE SPU ร่วมถ่ายทอดความรู้พร้อมการบรรยายสรุปในเรื่องความสำคัญในการบริหารจัดการการศึกษาด้านระบบ e-learning

นอกจากนี้ ยังได้ดูงานรูปแบบการดำเนินการ e-learning ในปัจจุบัน และการผลิตสื่อดิจิทัล ตลอดจนปัญหาต่างๆ รวมถึงแนวทางการแก้ไขในการดำเนินงานอีกทั้งให้ข้อมูลในการนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของ BUB ต่อไป อีกทั้งเพื่อเป็นการยกระดับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม.(บางเขน) เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา