นักวิชาการศศินทร์ ร่วม Ted Talk 2023 ชูแนวคิดพัฒนาเทคโนฯช่วยผู้สูงวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729900

นักวิชาการศศินทร์ ร่วม Ted Talk 2023  ชูแนวคิดพัฒนาเทคโนฯช่วยผู้สูงวัย

นักวิชาการศศินทร์ ร่วม Ted Talk 2023 ชูแนวคิดพัฒนาเทคโนฯช่วยผู้สูงวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ Head of Research Unit in Finance and Sustainability in Disruption Era สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ได้นำเสนอหัวข้อเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้สูงวัยก้าวข้ามอุปสรรคทั้งร่างกาย จิตใจ และสังคมในการจ้างงาน บนเวที TED 2023 : Possibility “Leaping Boldly into New Global Realities” ที่ Vancouver ประเทศแคนาดา เมื่อเร็วๆ นี้

รศ.ดร.ปิยะชาติได้สื่อสารออกไปในมุมตรงกันข้ามกับสังคมที่มีต่อผู้สูงวัย How to unlock ที่เห็นว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดมาเป็นข้อจำกัดในการทำงานผู้สูงวัยได้ จากความเชื่อของคนทั่วโลกที่ว่าผู้สูงวัยไม่มีศักยภาพเพียงพอในการทำงาน หรือค่าจ้างสูงกว่าคนรุ่นใหม่ ถือว่าเป็นการปิดโอกาสผู้สูงวัยในการทำงาน ในปีค.ศ.2050 จะมีผู้สูงวัย สองพันล้านคน และ 80% ส่วนใหญ่จะอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา ผู้สูงวัยจำนวนมากจะไม่มีรายได้ และโดยส่วนตัวมีความเสียดายประสบการณ์ องค์ความรู้ในการทำงานที่สะสมมายาวนาน ด้วยคิดว่าบางลักษณะงานต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้สูงวัย เพื่อสนับสนุนการทำงานให้เป็นไปได้ด้วยดี โดยเสนอว่าควรนำ Senior Employment Technology มาทำให้ผู้สูงวัย transform กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการสร้างเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของคนในประเทศนั้นๆ ที่ราคาไม่แพงเข้าถึงง่าย เพื่อขจัดอุปสรรคของผู้สูงวัย

อุปสรรคทางด้านร่างกายที่ไม่เอื้อการทำงาน หรือยกของหนัก รศ.ดร.ปิยะชาติได้เสนอให้ใช้เทคโนโลยีช่วย และใช้ระบบ Remote Working การทำงานที่บ้านโดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ช่วยลดอุปสรรคด้านการเดินทาง สำหรับอุปสรรคทางสมอง ทางความจำ เสนอให้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจำหรือช่วยไกด์วิธีการใช้งานหรือบางงานใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้งานบางอย่างรวดเร็วขึ้น เพื่อให้ผู้สูงวัย ใช้ทักษะ ประสบการณ์ทางด้านอื่นๆ ในการทำงานได้ สิ่งที่ขาดคือเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งถ้าสิ่งเหล่านี้จุดประกายให้หลายๆ ภาคส่วนเข้ามาร่วมมือกันเพื่อเกิดการพัฒนาในส่วนต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงวัยกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความพร้อม เช่น เรื่องซอฟต์แวร์ เอ็นจิเนียริ่ง นักวิศวกร ร่วมมือกับนักลงทุน และเชื่อว่าการพัฒนาในส่วนนี้จะมีตลาดรองรับ และตลาดจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ผู้สูงวัยที่ต้องการทำงาน อาจจะเป็นเรื่องของการเงิน หรือบางส่วนอาจเป็นเรื่องของคุณค่าในตัวเอง ในอนาคตผู้สูงวัยทั่วโลกจะมีจำนวนมหาศาล และยังมีส่วนขับเคลื่อนการทำงานเศรษฐกิจและสังคมได้ โดยเป็นทรัพยากรที่มีความรู้ มีประสบการณ์ มีค่ากับประเทศ เพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจและสังคม และไม่เป็นภาระกับประเทศอย่างที่คิดกัน และยังช่วยลดภาระทางการเงินของประเทศได้อย่างมาก

จุฬาฯ จัดทำ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ให้ผู้สูงอายุและผู้เคี้ยว-กลืนลำบาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729899

จุฬาฯ จัดทำ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ให้ผู้สูงอายุและผู้เคี้ยว-กลืนลำบาก

จุฬาฯ จัดทำ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ให้ผู้สูงอายุและผู้เคี้ยว-กลืนลำบาก

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาจารย์คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐานสากล IDDSI ครบคุณค่าโภชนาการ สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีภาวะเคี้ยวและกลืนลำบากและกลุ่มผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทและสมอง โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ ที่มีอาการข้างเคียงจากการรักษา เช่น เยื่อบุในช่องปากอักเสบ มีแผลบวมแดงร้อนภายในปาก และกินอาหารได้เฉพาะอาหารที่บดละเอียดและมีความนิ่มเท่านั้น

อาหารฝึกกลืนเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมายังไม่มีมาตรฐานอาหารฝึกกลืนมาก่อน หนังสือ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐาน IDDSI นับเป็นเมนูอาหารเล่มแรกที่ทำเกี่ยวกับอาหารฝึกกลืนให้ได้มาตรฐานสากล IDDSI” ผู้จัดทำหนังสือมีความมุ่งหวังให้หนังสือเล่มนี้ช่วยผู้ดูแลหรือญาติให้สามารถจัดเตรียมและทำอาหารที่เหมาะสมให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยได้เองที่บ้าน โดยในหนังสือมีเนื้อหาให้ความรู้ด้านอาหารโภชนาการและโภชนบำบัด ประกอบด้วยเมนูอาหารคาว อาหารหวาน และเมนูเครื่องดื่มตามมาตรฐาน IDDSI ในระดับต่างๆ ที่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย รวมถึงผู้ดูแล สามารถเลือกทำได้หลากหลายเพื่อช่วยให้ผู้ที่มีภาวะเคี้ยวและกลืนลำบากบริโภคได้ดีขึ้น ลดการเกิดภาวะทุพโภชนาการและภาวะแทรกซ้อนของโรค

เมนูอาหารทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ได้แนวคิดและคำแนะนำผ่านการสำรวจความเห็นจากบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยมาแล้ว ทีมวิจัยได้นำร่องให้นักโภชนาการ นักกำหนดอาหาร และนักกิจกรรมบำบัด นำเมนูอาหารจากหนังสือ “46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐาน IDDSI” ไปทดสอบกับผู้ป่วยในโรงพยาบาลแล้วหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดและจะมีการต่อยอดผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งสำหรับผู้มีภาวะกลืนลำบาก นอกจากเมนูอาหารที่ญาติและผู้ดูแลสามารถนำไปใช้ในการปรุงอาหารให้ผู้สูงอายุได้เองแล้ว ในอนาคต การวิจัยนี้สามารถต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารกึ่งสำเร็จรูปและอาหารหวานโปรตีนสูง เช่น พุดดิ้งกลิ่นส้ม กลิ่นสตรอว์เบอร์รี่เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะกลืนลำบาก กินง่ายขึ้น เจริญอาหาร ได้รับสารอาหารที่เหมาะกับร่างกาย และมีสุขภาวะที่ดีขึ้น

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด “หนังสือ 46 เมนูอาหารฝึกกลืน ตามมาตรฐาน IDDSI” ได้ในรูปแบบE-book ที่เว็บไซต์ของสมาคมนักกำหนด
อาหารแห่งประเทศไทย https://www.thaidietetics.org/?p=9032หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.080-3387443

นักเรียนมัธยมปลาย สนใจวิชาธุรกิจการบิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729895

นักเรียนมัธยมปลาย สนใจวิชาธุรกิจการบิน

นักเรียนมัธยมปลาย สนใจวิชาธุรกิจการบิน

วันพฤหัสบดี ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สาขาวิชาธุรกิจการบิน (International Airlines Business) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPUIC) เปิดบ้านต้อนรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายกว่า 50 คน เยี่ยมชมการเรียนการสอนวิชา In-flight Services ที่ห้องปฏิบัติการจำลองการบิน (Aircraft Mock-up Room) มีการสาธิตการปฏิบัติหน้าที่ของลูกเรือด้วยอุปกรณ์จริง พร้อมอาหารและเครื่องดื่ม

ย้ายด่วน!! ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าฯ หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/730002

ย้ายด่วน!! ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าฯ หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่

ย้ายด่วน!! ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าฯ หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.17 น.

สพม.ย้ายด่วน ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล หลังผู้ปกครอง-นักเรียน ลุกฮือขับไล่ เผยสร้างความแตกแยก ใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ

เมื่อวันที่​ 10​ พ.ค.66 ที่โรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูล ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กลุ่มผู้ปกครองของนักเรียนกว่า 100  คน รวมถึง ศิษย์เก่ารวมตัวแต่งชุดดำและนักเรียนแสดงสัญลักษณ์ด้วยการผูกโบว์สีเขียวไว้ที่ผม ที่ข้อมือ ขณะที่ด้านหน้าของโรงเรียนมีการรวมตัวชูป้ายข้อความประท้วง คนตะกั่วป่าไม่ต้องการ ผอ.ปาจรีย์ หรือคำว่า ผอ.ดีมีรึจะถูกไล่ เพื่อขับไล่ ปาจรีย์ สุวัตถิกุล.ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล พร้อมกับเปิดเพลงมาร์ชของโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูลที่ติดตั้งบนรถแห่ จากนั้นได้รวมตัวเดินเข้าไปในโรงเรียนพร้อมกับปราศรัยโจมตีการทำงานของ ผอ.โรงเรียนตะกั่วป่า เสนานุกูลเป็นระยะ         

สืบเนื่องจากการบริหารงานของผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่า”เสนานุกูล” นับตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่งสถานศึกษาแห่งนี้ มีประเด็นความไม่เหมาะสมและเกิดความผิดพลาดต่างๆจากการบริหารงานอย่างมากมายภายในโรงเรียน ทุกภาคส่วนมีความเห็นพ้องกันว่าผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” ไม่มีความสามารถในการบริหารโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพได้ ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของนักเรียนและสถานศึกษาอย่างชัดเจน การบริหารงานสร้างความแตกแยกในองค์กร บุคลากรขาดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ขาดการพัฒนา ปรับปรุงอาคารสถานที่และระบบสาธารณูปโภคที่สะอาด เหมาะสมและปลอดภัยต่อนักเรียน ในการนี้ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายผู้ปกครอง และสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนตะกั่วป่า”เสนานุกูล”  ได้หารือกันเป็นระยะๆตลอดมา และถึงตอนนี้ทุกภาคส่วนมีความเห็นพ้องต้องกันว่า เพื่อมิให้คุณภาพการศึกษาและภาพลักษณ์ของโรงเรียนตกต่ำไปมากกว่านี้ โรงเรียนตะกั่วป่า”เสนานุกูล” ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารสถานศึกษาเท่านั้น

โดยกลุ่มผู้ปกครอง ศิษย์เก่าและนักเรียนได้ยื่นหนังสือต่อนายจักรกฤษณ์ ศิริวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ที่เดินทางมารับหนังสือจากผู้ปกครอง โดยข้อเรียกร้องของผู้ปกครองและศิษย์เก่า ขอให้สำนักงานเขต ย้าย ผอ.ปาจรีย์ ออกจากโรงเรียนภายใน 24 ชั่วโมง แต่ทางด้านของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา กล่าวว่าตนเองจะรับหนังสือเพื่อนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาให้พิจารณาในข้อเรียรกร้องต้องใช้เวลาในการสอบสวน 7 วัน ถึงจะทราบผล สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ปกครอง โดยกลุ่มผู้ปกครองและศิษย์เก่าของ โรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล ยืนยันว่าถ้าวันนี้ไม่มีความชัดเจนว่า ผอ.ปาจรีย์ ต้องย้ายออกจากโรงเรียน พวกตนจะไม่ยุติการชุมนุมอย่างเด็ดขาด 

จากนั้นนายจักรกฤษณ์ ศิริวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง คณะครู ผอ.ปาจรีย์ ได้ปิดห้องหารือเพื่อหาทางออก ใชเวลากว่า 1 ชั่วโมง ส่วนทางด้านนอกอาคารเรียน กลุ่มผู้ปกครองครู ศิษย์เก่า และนักเรียนที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของทาง ผอ.ปาจรีย์ ก็ยังคง ปราศรัย พร้อมยืนยัน ผอ.ปาจรีย์ ต้องย้ายด่วนภายใน 24 ชั่วโมง จนกระทั่งเวลา  10.30น.ทางคณะของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภูเก็ต ระนอง ได้ออกมาพบกับผู้ชุมนุมพร้อมกับกล่าวว่า ทางสำนักงานเขตได้มีมติย้าย นางสาวปาจรีย์ สุวัตถิกุล.ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูลสุวัตถิกุล.ผู้อำนวยการโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล ไปปฎิบัติหน้าที่ราชการที่จังหวัดระนอง ให้มีผลทันทีวันนี้ โดยทางนางสาวปาจรีย์ สุวัตถิกุล.จะต้องเดินทางไปรายงานตัวในวันพรุ่งนี้ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมต่างปรบมือโห่ร้องด้วยความดีใจ.-008 
 

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ ปรับบทบาทครูจากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729856

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ ปรับบทบาทครูจากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ ปรับบทบาทครูจากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.22 น.

‘ดร.กิติพงค์’ชี้สมรรถนะสำคัญสำหรับเด็กยุคใหม่ หนุนสร้างการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ยึดเด็กเป็นตัวตั้ง ลดความเหลื่อมล้ำ ปรับบทบาทครูอาจารย์จากผู้สอนเป็นเมนเทอร์

10 พฤษภาคม 2566 ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวในการประชุมสัมมนา “Igniting Life Learning journey : จุดประกายเส้นทางการเรียนรู้” ที่จัดโดย บริษัท ไอริส คอนซัลติ้ง จำกัด (ไบร์ทเทอร์บี) โดยระบุว่า สมรรถนะที่จำเป็นต่อการทำงานอย่างมืออาชีพในปัจจุบัน สำหรับเด็กยุคใหม่นั้น ไม่ได้ต้องการความเก่งอย่างเดียว แต่ต้องทำงานมีความสุขด้วย โดยได้หยิบยก 3 ทักษะหลัก

ทักษะที่ 1 คือ Critical skill ซึ่งเป็นที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการทำงาน ประกอบด้วย 2 ทักษะหลักคือ Hard Skill ซึ่งต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ และ Soft Skill หรือทักษะทางสังคม ที่นักศึกษาจำเป็นต้องได้รับการเรียนรู้ และนำไปใช้ เพราะในการเรียนการสอน ถ้าให้ความสำคัญแต่วิชาการเพียงอย่างเดียว เมื่อต้องไปทำงานจริง จะอยู่ไม่ได้ ทำงานกับคนอื่นไม่ได้ และงานก็จะก้าวหน้าไม่ได้ด้วย

ทักษะที่ 2 คือ Future skill คือการทำตัวเราให้พร้อมตลอดเวลา ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรเราจะสามารถรับมือได้ โดยต้องมีความรู้ทั้งด้านกว้างและด้านลึก ยกตัวอย่าง อาชีพหมอ ความรู้เชิงลึกคือการแพทย์ การรักษาคน ขณะเดียวกันเมื่อไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล ต้องอยู่กับคนทั้งอำเภอ ภาระหน้าที่ต้องทำมากกว่าหมอทั่วไป คือไม่ใช่แค่รักษาคนไข้ แต่ต้องเป็นผู้นำชุมชน ต้องมีความรู้เชิงกว้างด้วย การเตรียมพร้อมที่ปรับตัวได้เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ และคนแบบนี้จะเรียกได้ว่าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ทักษะที่ 3 Life Skill หรือ ทักษะชีวิต ถ้าเรามีทักษะชีวิตที่ดี การทำงานจะออกมาดีมาก ผลงานก็โดดเด่น มีความก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งการมีทักษะชีวิตคือ รู้ว่าเรามีเป้าหมายอะไร ความหมายของชีวิตเราคืออะไร เราเกิดมาเพื่ออะไร การมีทักษะชีวิตที่ดี จะรู้ว่าจะสามารถดูแลรับผิดชอบครอบครัวได้อย่างไร รู้ว่าอะไรดีไม่ดี และหากเรามีทั้ง 3 ทักษะนี้ ในสัดส่วนที่เหมาะสม งานก็จะก้าวหน้า ชีวิตก็จะมีความหมายและมีความสุข ซึ่งจะส่งผลให้คนรอบข้างเจริญตามไปด้วย

ผู้อำนวยการ สอวช. ยังได้ยกคำสอนของ ขงจื๊อ ที่จำแนกคนออกมาเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่

1. สามัญชน คือคนที่ไม่ค่อยอยู่ในระเบียบวินัย ทำอะไรไปตามอำเภอใจ ไม่รู้กฎเกณฑ์สังคมว่าคืออะไร เป็นกลุ่มที่ต้องพึ่งพาคนอื่น ทำงานได้แต่ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

2. บัณฑิต เป็นกลุ่มที่พอจะรู้หลักเหตุผล ทำงานได้ เลี้ยงตัวเองได้ ดูแลตัวเองได้ แต่ยังไม่มีอะไรโดดเด่น ที่ทำให้เกิดผลกระทบคนอื่นได้ ความก้าวหน้าก็จะค่อยเป็นค่อยไป

3. ปราชญ์ สามารถทำงานที่อยู่ในทำนองคลองธรรม พูดจาน่าเชื่อถือ มีหลัก มีคุณธรรม มีอะไรที่เป็นแบบอย่างให้คนทั่วไปได้

4. วิญญูชน เป็นคนที่มีความรู้ มีความสามารถในการศึกษาเรียนรู้ บ่มเพาะคุณธรรม จริยธรรมของตัวเอง พูดจริง ทำจริง ไม่โกหก มีความสามารถที่ลึกล้ำหาคนเทียบได้ยาก

5. อริยบุคคล เป็นคนที่เก่งอย่างล้ำลึก และทำอะไรให้เกิดผลที่ยิ่งใหญ่ เกิดผลดีทั้งต่อครอบครัว องค์กร สังคม และทำผลงานที่ยิ่งใหญ่ให้ก้าวหน้าและเจริญขึ้น โดยที่คนรอบข้างอาจไม่รู้ว่าเขาได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นแล้ว

“ถ้าเราอยากได้คนที่อยู่ในกลุ่มวิญญูชน ก็ต้องพัฒนาคนให้มีสมรรถนะที่ตอบโจทย์ ไม่สร้างผลกระทบในแง่ลบให้กับตนเอง องค์กร และประเทศชาติ เกิดเป็นวงจรคุณธรรม คือพาคนให้ก้าวหน้า พัฒนาขึ้นทั้งหมด” ดร.กิติพงค์ กล่าว

สำหรับแนวทางการสร้างสมรรถนะให้กับเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงนิเวศการเรียนรู้ที่จำเป็นต่อการเติบโตของเด็ก ๆ ในยุคนี้ ดร.กิติพงค์ กล่าวว่า การที่จะได้มาซึ่งสมรรถนะมีหลากหลายช่องทางมาก ตั้งแต่ช่องทางใหญ่ ๆ คือเรื่องการศึกษา ที่ใส่มาในหลักสูตร ต้องรู้วิธีการสอดแทรกเข้าไปผ่านกิจกรรม ที่ทำให้เกิด Learning by doing ทำให้เด็กมีทักษะ มีสมรรถนะ และมี Growth mindset ส่วนต่อมาคือ การเรียน ที่ต้องยึดเด็กเป็นตัวตั้ง ถ้าต้องการเห็นสมรรถนะอะไรในตัวเด็ก ต้องถอยกลับมามองว่าจะทำให้เกิดสมรรถนะนั้นต้องทำอย่างไร ซึ่งสิ่งที่จะช่วยได้เยอะคือ design thinking

“การ Learning by doing เป็นการเรียนโดยการลงมือลงมือปฏิบัติจริง จะเกิดผลอย่างมาก แต่ต้องมีคนคอยช่วยเป็นเมนเทอร์ เป็นโค้ช อาจารย์มีบทบาทสำคัญมาก แต่ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองจากมาสเตอร์ เปลี่ยนเป็น facilitator หาวิธีสนับสนุนส่งเสริมเด็กแต่ละคนให้ไปในทิศทางที่พวกเขาสนใจ ให้ความสำคัญกับเด็กทุกคนในชั้นเรียน ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ทำให้เด็กที่มีต้นทุนไม่เท่ากัน สามารถเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุขได้ สิ่งต่อมาคือการสร้างระบบนิเวศ สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ของเด็ก ต้องไปหาให้เจอว่าองค์ประกอบของระบบนิเวศ หรือ สภาพแวดล้อมการเรียนรู้นั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และองค์ประกอบเหล่านั้นต้องปรับอย่างไร อีกทั้งตัวผู้บริหาร ครู ต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ฝึกการเป็น facilitator การรับฟัง มองถึงจุดแข็งของเด็ก และหาแนวทางส่งเสริมอย่างเหมาะสม” ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าว

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากร ให้วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729850

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากร ให้วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากร ให้วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.16 น.

‘สพฐ.’ เตือนครู-บุคลากรทางการศึกษา วางตัวเป็นกลาง ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง  

10 พ.ค.66 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า วันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ตรงกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงสัปดาห์นี้ถือเป็นโค้งสุดท้าย ดังนั้นขอย้ำให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน วางตัวเป็นกลาง ในฐานะข้าราชการจะฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ รวมถึงการอนุมัติใช้สถานที่ราชการ จะต้องเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด ถ้าอนุญาตให้พรรคการเมืองใดใช้สถานที่ ก็จะต้องอนุญาตให้ทุกคนสามารถเข้ามาใช้สถานที่ได้ด้วยเพื่อความเป็นกลาง และสุดท้ายคือการใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นสิทธิเฉพาะตัวบุคคล ขอให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในหน่วยที่มีชื่ออยู่ ขอเชิญชวนให้ข้าราชการครูและบุคาลกรทางการศึกษา รวมถึงประชาชนทุกคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก ๆ ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม  -009

ปลัดมท.-นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำพุทธศาสนิกชนถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์วัดป่าโนนแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729802

ปลัดมท.-นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำพุทธศาสนิกชนถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์วัดป่าโนนแพง

ปลัดมท.-นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำพุทธศาสนิกชนถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์วัดป่าโนนแพง

วันพุธ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 12.19 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทยและนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยนำพุทธศาสนิกชนถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์ วัดป่าโนนแพง เพื่อน้อมรำลึกและถวายเป็นอาจาริยคุณแด่หลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร พระอริยสงฆ์แห่งวัดป่าบ้านแพง เพื่อประโยชน์ในด้านการศึกษาเรียนรู้พระพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ของเยาวชนจังหวัดนครพนมสืบไป

10 พ.ค. 66) เวลา 08:39 น. ที่วัดป่าโนนแพง ตำบลบ้านแพง อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานประกอบพิธีถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์ เพื่อระลึกถึงหลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าโนนแพง ซึ่งได้รับเมตตาจาก พระครูใบฎีกากฤษณ์ กิตติญาโณ (พระอาจารย์ตุ๋ย) เจ้าอาวาสวัดนิมิตโพธิญาณ อ.เพ็ญ จ. อุดรธานี เป็นประธานสงฆ์ พระสมุห์นิพนธ์ วิจิตฺโต เจ้าคณะตำบลบ้านแพง – นาทม (ธ) เจ้าอาวาสวัดป่าโนนแพง อำเภอบ้านแพง นำคณะสงฆ์ประกอบพิธี โดยมี นายอรรษิษฐ์  สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยและประธานแม่บ้านพัฒนาชุมชน นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นางสงวน จันทร์พร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม นางกาญจนี รุจนเสรี ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดกำแพงเพชร นายธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายจิรศักดิ์ สีหามาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นายสมาน พั่วโพธิ์ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน นางสาวกนกพร ไชยศล หัวหน้าสำนักงานจังหวัดนครพนม นายอดิศักดิ์ นามวงค์ นายอำเภอบ้านแพง นายสุพรรณ โกศล นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแพง นายธนากร – นางมณฑาทิพย์ วีรชาติยานุกูล ผู้บริหารศูนย์การค้ายูดีทาวน์ พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน ร่วมพิธี

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 06.30 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีปล่อยสัตว์น้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต แล้วประกอบพิธีทำบุญถวายมหาสังฆทาน และนำผู้ร่วมพิธีเดินเท้ามายังกุฏิหลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร เพื่อประกอบพิธีถวายกุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์ ลั่นฆ้องชัย และร่วมปลูกต้นไม้มงคล ด้วยเจตนาที่มีความศรัทธาต่อบวรพระพุทธศาสนา เพื่อถวายเป็นอาจาริยบูชาน้อมรำลึกถึงพระคุณของหลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร ผู้เป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของประชาชนชาวจังหวัดนครพนม จังหวัดอุดรธานี และพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า “กุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์” เป็นเสนาสนะที่พักอาศัยของหลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร อดีตเจ้าวาสวัดป่าโนนแพง พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ผู้เป็นพระอริยสงฆ์เป็นหลักชัยในการอบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์ โดยเน้นให้ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว ใครจะว่า จะด่าอะไรก็ให้ทนอย่าโกรธ ให้รักษาอารมณ์ไว้อย่าให้ขุ่นมัว ให้หมั่นดูจิตของตนเองตลอดเวลาให้รู้เท่าทันมัน ไม่ส่งออกไปกระทบอารมณ์ภายนอก และเน้นหนักในด้านการทำความเพียรให้หนัก เพื่อหลุดพ้นจากวัฏสงสารนี้ ท่านได้เน้นย้ำคำสอนว่า ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ถ้าตั้งใจจริง ปฏิบัติอย่างจริงจัง จะเห็นผลในไม่ช้า ไม่ต้องมากล่าวโทษว่าบุญไม่ถึง บารมีไม่ถึง มีเวรมีกรรมมากเหล่านี้ เป็นต้น

“หลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร ได้ละสังขารไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2545 จังหวัดนครพนม จึงได้ร่วมกับคณะศิษยานุศิษย์ จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาคราชการ ภาคผู้นำศาสนา ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคสื่อสารมวลชน นำโดย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย บริจาคปัจจัยเป็นทุนทรัพย์ในการปฏิสังขรณ์กุฏิขนฺติกโรอนุสรณ์ ซึ่งได้ประกอบพิธีบวงสรวงบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งบัดนี้การดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ตามความมุ่งมั่นตั้งใจของทางราชการและศิษยานุศิษย์ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จึงขออนุโมทนากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ภายใต้การนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม” ปลัด มท. กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนยังได้เน้นย้ำให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พัฒนาการจังหวัดนครพนม รวมถึงนายอำเภอบ้านแพง ได้ร่วมกับทีมอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และทีมตำบลบ้านแพง ในการพัฒนาพื้นที่วัดป่าโนนแพงแห่งนี้ ตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือดำเนินโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข “ระดับปฏิบัติการเชิงพื้นที่” ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับเมตตาจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม บูรณาการภาคีเครือข่ายทำให้วัดเป็นสถานที่สัปปายะ เป็นสถานที่พักแก่ผู้เข้ามาพึ่งพาบำบัดทุกข์และเสริมสร้างความสุขทั้งแก่กายและใจ อันจะนำไปสู่ความวัฒนาสถาวรของชาติและสถาบันพระพุทธศาสนา ด้วยการทำให้วัดป่าโนนแพงเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ทั้งหลักธรรมคำสอนบวรพระพุทธศาสนา หลักวัตรปฏิบัติตามคำสอนของครูบาอาจารย์ มีหลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโร เป็นอาทิ รวมทั้งการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการพึ่งพาตนเอง พร้อมทั้งพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในด้านการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหาร “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน” ปลูกพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร และเป็นแหล่งเรียนรู้ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) เป็นสถานที่ที่เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้านในการหลอมรวมความรัก ความสามัคคี ความมีน้ำใจ ความเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงในหลักธรรมคำสอน และถ่ายทอดสู่เด็ก เยาวชน ลูกหลานชาวบ้านแพง และชาวจังหวัดนครพนม รุ่นต่อไป สอดคล้องกับพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village)” อันจะทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขอย่างยั่งยืน

พระสมุห์นิพนธ์ วิจิตฺโต เจ้าคณะตำบลบ้านแพง – นาทม (ธ) เจ้าอาวาสวัดป่าโนนแพง กล่าวสัมโมทนียกถา ความโดยสรุปว่า ย้อนไปเมื่อปี 2545 ในปีที่หลวงปู่อ่อนศรี ขันติกโรละสังขาร ท่านได้รับปากกับหลวงปู่ว่า เราจะร่วมกันสืบสานเจตนาอันบริสุทธิ์ของหลวงปู่ต่อสถาบันหลักของชาติอันได้แก่ 1) ชาติ แผ่นดินไทย 2) พระศาสนา 3) พระมหากษัตริย์ และเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 พวกเราศิษยานุศิษย์ทุกคนได้ร่วมกันถวายพิพิธภัณฑ์หลวงปู่ ตามคำปรารภของหลวงปู่ ณ วัดนิมิตโพธิญาณ เป็นสัปปายะสถานและแหล่งเรียนรู้ให้กับอนุชนคนรุ่นหลังได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และในวันนี้ ด้วยศรัทธาอันแรงกล้าของโยม ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยทางจังหวัดนครพนม และศิษยานุศิษย์ทุกสาย ได้ร่วมกันสมัครสมานสามัคคีบูรณะปฏิสังขรณ์ เสนาสนะ “ขนฺติกโรอนุสรณ์” อันเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของหลวงปู่ จนเสร็จสมบูรณ์ นับเป็นมหาบุญมหากุศล ที่จะทำให้เกิดประโยชน์อันไพศาลแก่พระพุทธศาสนา และการศึกษาเรียนรู้ของอนุชนคนรุ่นหลังต่อไป ขออานิสงส์ทั้งหมดได้อุทิศให้กับลูกหลานและญาติโยมทั้งหลายที่ร่วมบุญกุศล ที่มาด้วยความศรัทธาในทิศทั้ง 8 คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกท่านทุกคน และขอให้ทุกคนตอบแทนแผ่นดินเกิดตัวเอง ทำคุณให้พ่อแม่ทำคุณให้แผ่นดินไทยของพวกเราทุกคนตลอดไป

พระพรหมเสนาบดีเปิดวัดภาวนาคยองจู-ประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729683

พระพรหมเสนาบดีเปิดวัดภาวนาคยองจู-ประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออก

พระพรหมเสนาบดีเปิดวัดภาวนาคยองจู-ประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออก

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.34 น.

พระพรหมเสนาบดีเปิดวัดภาวนาคยองจู-ประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออก

พระเดชพระคุณพระพรหมเสนาบดี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค7 รองประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ รูปที่1 เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เมตตาเป็นประธานการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออก (UTEA) สมัยสามัญ ครั้งที่ 1/2566 พิธีเปิดวัดภาวนาคยองจู และพิธีมอบตราตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออก  ณ วัดภาวนาคยองจู ประเทศเกาหลีใต้

จากนั้นเป็นการเสวนาหัวข้อ “งานพระธรรมทูตในต่างประเทศกับคนรุ่นใหม่“ โดยมีผู้แทนพระธรรมทูตในทวีปต่างๆ ร่วมเสวนาได้แก่ สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา สมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศสิงคโปร์ สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป สหภาพพระธรรมทูตไทยในโอเชียเนีย สหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออก สหภาพพระธรรมทูตไทยในอินโดนีเซีย-แอฟริกา สมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศญี่ปุ่น สมัชชาสงฆ์ไทยในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง องค์กรสงฆ์สยามมาเลเซีย ดำเนินการเสวนาโดยวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร และมีนางกนิกนันต์ ล้อสีท้อง รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นางพัชธร กิตตินุกูลศิลป์ เข้าร่วมประชุมด้วย

ปัจจุบันสหภาพพระธรรมทูตไทยในเอเชียตะวันออก มีสมาชิก 9 วัด ประกอบด้วย วัดเหมอัศวาราม (จีน) วัดพุทธเกษร  (เวียดนาม) วัดภาวนาคยองจู  (เกาหลีใต้) วัดพุทธารามเกาหลี (เกาหลีใต้) วัดภาวนาโซล (เกาหลีใต้) วัดพระธรรมกายไทเป (ไต้หวัน) วัดภาวนาไถจง (ไต้หวัน) วัดพระธรรมกายเถาหยวน (ไต้หวัน) วัดพระธรรมกายมองโกเลีย  (มองโกเลีย) และกำลังพิจารณาให้ความเห็นชอบวัดไทยคิทแฮวิปัสสนา (เกาหลีใต้)

สำหรับวัดภาวนาคยองจู เป็นหนึ่งในศูนย์ส่งเสริมศีลธรรมในต่างประเทศกว่า 102 แห่งทั่วโลก ที่มุ่งมั่นขยายสันติสุขอันเกิดขึ้นจากการปฏิบัติธรรม ตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ปัจจุบันมีพระครูใบฎีกา นุกูล ธีรวโร เป็นเจ้าอาวาส

ติดอาวุธDEKสาขาการบริหารและการจัดการสมัยใหม่SPUด้วยการใช้เครื่องมือดิจิทัลทางการบริหารจัดการสมัยใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729671

ติดอาวุธDEKสาขาการบริหารและการจัดการสมัยใหม่SPUด้วยการใช้เครื่องมือดิจิทัลทางการบริหารจัดการสมัยใหม่

ติดอาวุธDEKสาขาการบริหารและการจัดการสมัยใหม่SPUด้วยการใช้เครื่องมือดิจิทัลทางการบริหารจัดการสมัยใหม่

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.06 น.

ผศ.ดร.กัลยารัตน์ ธีระธนชัยกุล หัวหน้าสาขาการบริหารและการจัดการสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม พร้อมด้วย ผศ.ดร.ประเสริฐ สิทธิจิรพัฒน์ และผศ.อรนิษฐ์ แสงทองสุข อาจารย์ประจำสาขาฯ จัดกิจกรรมโครงการอบรม พัฒนาศักยภาพนักศึกษาในการเตรียมความพร้อมด้านการใช้เครื่องมือดิจิทัลทางการบริหารจัดการสมัยใหม่ เพื่อสู่ตลาดแรงงานภาคธุรกิจ โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์วลีพร จิตรพงษ์ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทางด้านการใช้เครื่องมือดิจิทัลทางการบริหารจัดการองค์กรสมัยใหม่ มาถ่ายทอดความรู้และเทคนิคต่างๆเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือดิจิทัลทางการบริหารจัดการสมัยใหม่ สำหรับนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ SPU ณ ห้อง Convention ชั้น 4 อาคาร 11 มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม.(บางเขน) เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2566

ทางด้าน ผศ.ดร.กัลยารัตน์ ธีระธนชัยกุล หัวหน้าสาขาการบริหารและการจัดการสมัยใหม่  ได้กล่าวว่า สาขาวิชาการบริหารและการจัดการสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพบัณฑิต จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพนักศึกษาผ่านกิจกรรมโครงการต่างๆ ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความเป็นมืออาชีพในการทำงานและปลูกฝังจิตวิญญาณของการเป็นนักบริหารและการจัดการสมัยใหม่ในองค์กรยุคดิจิทัล   ให้แก่นักศึกษาตั้งแต่ก้าวสู่รั้วมหาวิทยาลัยจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องดำเนินการให้ต่อเนื่องและมีความเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

ในปีการศึกษา 2565 สาขาวิชาการบริหารและการจัดการสมัยใหม่ คณะบริหารธุรกิจ ได้จัดโครงการพิเศษเตรียมความพร้อมด้านการใช้เครื่องมื่อดิจิทัลทางการบริหารจัดการสมัยใหม่ เพื่อสู่ตลาดแรงงานภาคธุรกิจ ขึ้น เพื่อสร้างเสริมศักยภาพให้แก่นักศึกษา ในด้านทักษะการนำเครื่องมือดิจิทัลทางการบริหารองค์กรมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการปรับตัวขององค์กรในยุคดิจิทัล ทั้งนี้ทางสาขาฯ ได้เชิญผู้บริหารที่มีประสบการณ์การใช้เครื่องมือดิจิทัลทางการบริหารและการจัดการสมัยใหม่ มาบรรยายให้ความรู้และทำ Workshop ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Power Bi ซึ่งเป็นเทคโนโลยีและเครื่องมือที่จะช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลในทางธุรกิจด้าน Business Intelligence ได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และการใช้ Google Data Studio (GDS) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่แสดงผลข้อมูลรายงานในรูปแบบรูปภาพ (Data Visualization) ที่มาจาก Google Analytics โดยผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้งานบน Dashboard ได้ และ เลือกรูปแบบในการประมวลผลรายงานได้เอง ไม่ว่าจะเป็นธีมสีของ Dashboard   รูปแบบการนำเสนอ เช่น กราฟแท่ง Pie Chart 2 มิติ หรือ 3 มิติ และอื่น ๆ  การตั้งค่า Customized เพื่อเลือกแสดงผลลัพธ์แบบเฉพาะเจาะจง   ซึ่งนักศึกษาสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำงาน  และมีศักยภาพทางการแข่งขันในตลาดแรงงาน และมีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่การทำงานอย่างมืออาชีพในภาคธุรกิจต่อไปในอนาค

รอบ100ปี!บูรณะยอดฉัตรทองคำประดับองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ใช้ทองคำ 12 กก.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/729611

รอบ100ปี!บูรณะยอดฉัตรทองคำประดับองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ใช้ทองคำ 12 กก.

รอบ100ปี!บูรณะยอดฉัตรทองคำประดับองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ใช้ทองคำ 12 กก.

วันอังคาร ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 14.41 น.

รอบ100ปี!บูรณะยอดฉัตรทองคำประดับองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ใช้ทองคำ 12 กก.

ที่ศาลาหลวง วัดพระธาตุภูเพียงแช่แห้งพระอารามหลวง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 พระราชศาสนาภิบาล ประธานอำนวยการฝ่ายสงฆ์จังหวัดน่าน พระสุนทรมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน ประธานดำเนินงานบูรณะปฏิสังขรณ์ฯ คณะสงฆ์จังหวัดน่าน พระชยานันทมุนี รองเจ้าคณะจังหวัดน่าน เจ้าอาวาสวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง พร้อมด้วยนายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ประธานมูลนิธิพุทธภูมิธรรม ประธานอำนวยการมูลนิธิพุทธภูมิธรรม หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานแถลงข่าวบูรณะยอดฉัตรทองคำประดับองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาบูรณะครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี

สืบเนื่องจากองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง อายุกาล 670 ปี มีความชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา และผลจากแผ่นดินไหวที่มีจุดศูนย์กลางในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวที่ผ่านมา ทำให้แกนยอดองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ด้านบนสุดมีสภาพเอียงและสายลวดที่ยึดยอดฉัตรขาด อาจส่งผลทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาและบูรณะองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่านและประเทศไทย ให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงแข็งแรง เป็นที่กราบสักการะเจริญศรัทธาแก่สาธุชน ทางวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง จึงได้ร่วมกับพุทธศาสนิกชนดำเนินงานโครงการบูรณะองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง จังหวัดน่าน โดยได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากรแล้ว โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารรับเป็นประธานโครงการฯ

สำหรับปลียอดฉัตรทองคำจะใช้ตามแบบโบราณเดิม ซึ่งช่างได้แกะแบบออกมาแล้วจะใช้ทองคำ 12 กิโลกรัม ขอเชิญศรัทธาสาธุชนร่วมบริจาคทองคำเพื่อหลอมรวมเป็นปลียอดฉัตรทองคำประดับยอดพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง และเป็นการบูรณะครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 100ปี เพื่อเป็นถาวรวัตถุ ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจแก่ศรัทธาสาธุชน พุทธศาสนาทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้งเป็นพระธาตุประจำปีเถาะ และปี 2566 นี้ตรงกับปีนักษัตรเถาะ (กระต่าย) จึงเป็นวาระโอกาสสำคัญยิ่งที่จะขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนมากราบไหว้สักการะและร่วมบุญบูรณะยอดฉัตรทองคำประดับองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา อันเป็นมงคลแห่งชีวิต 

นอกจากทองคำแล้ว ประชาชนทั่วไปสามารถร่วมเป็นเจ้าภาพ ได้โดยร่วมทำบุญ ทุก 999 บาท ซึ่งคณะทำงานจะเขียน ชื่อ-นามสกุล ลงบนแผ่นทองคำแท้ 1 แผ่น ก่อนนำทองไปหลอมเป็นยอดฉัตรทองคำ หรือร่วมบุญตามกำลังศรัทธาได้ที่ธนาคารกรุงไทย บัญชีออมทรัพย์ เลขบัญชี 5073396596 ชื่อบัญชี  “โครงการหุ้มทองคำยอดฉัตรองค์พระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง ฯ” พร้อมส่งสลิปการโอนพร้อมชื่อนามสกุลที่ไลน์มูลนิธิพุทธภูมิธรรม Line ID : @bbdf สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0869822915  เพื่อออกใบอนุโมทนาบัตรให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาต่อไป