สพป.สุโขทัย เขต 1 ขับเคลื่อนสถานศึกษาสีขาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711348

สพป.สุโขทัย เขต 1 ขับเคลื่อนสถานศึกษาสีขาว

สพป.สุโขทัย เขต 1 ขับเคลื่อนสถานศึกษาสีขาว

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางชฎากรณ์ บรรเลงรมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 1 ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข กับผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์งานการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา ตลอดจนลดการแพร่ระบาดของยาเสพติด เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูแล และการป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตทุกรูปแบบ

มทร.ธัญบุรีให้โอกาสนศ.พ้นสภาพ กลับสู่ระบบมหาวิทยาลัยอีกครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711345

มทร.ธัญบุรีให้โอกาสนศ.พ้นสภาพ  กลับสู่ระบบมหาวิทยาลัยอีกครั้ง

มทร.ธัญบุรีให้โอกาสนศ.พ้นสภาพ กลับสู่ระบบมหาวิทยาลัยอีกครั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 1/2565 มทร.ธัญบุรีมีนักศึกษาที่พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา เนื่องจากผลการเรียนไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด จำนวน 216 คน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนนักศึกษาระดับปริญญาตรีของ มทร.ธัญบุรี ที่มีประมาณ 25,000 คน แต่อย่างไรก็ตามตนต้องการให้จำนวนนักศึกษาในกลุ่มนี้ลดลง เพราะไม่ต้องการให้เด็กออกนอกระบบการศึกษา และเสียโอกาสที่ดีในอนาคต โดยที่ผ่านมา มทร.ธัญบุรีจะประสานงานกับอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามผลการเรียนของนักศึกษาที่มีปัญหา จัดการเรียนเสริม ให้การบ้านเพิ่มเติมเพื่อให้ฝึกทำบ่อยๆ รวมถึงจัดติวกันเป็นกลุ่มๆ ซึ่งส่วนหนึ่งสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ทำให้จำนวนนักศึกษาที่ถูกรีไทร์ลดลงทุกปี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนนักศึกษาที่ถูกรีไทร์ หรือต้องหยุดเรียนกลางคัน เนื่องจากปัญหาส่วนตัวที่ผ่านมา มทร.ธัญบุรีมีนโยบายที่จะดึงนักศึกษากลุ่มนี้กลับเข้าสู่ระบบเปิดโอกาสให้กลับเข้ามาเรียนใหม่ โดยนักศึกษาที่กลับเข้ามานั้น บางคนจะมีการเปลี่ยนสาขาที่เรียน เพราะไม่ตรงกับความถนัดและความชอบ จะมีการเทียบโอนในรายวิชาที่มีผลการเรียนมาแล้ว และผลการเรียนจะต้องได้เกรด C ขึ้นไป โดยนักศึกษาจะกลับเข้าเรียนนั้น ทางมหาวิทยาลัยจะคัดเลือกด้วยการสอบสัมภาษณ์เท่านั้น ซึ่งตั้งแต่ปี 2563 ที่ผ่านมามีนักศึกษากลับเข้าเรียนใหม่ รวม 220 คน โดย 3 คณะที่มีนักศึกษากลับเข้าเรียนสูงสุด 3 อันดับแรก ประกอบด้วย คณะวิศวกรรมศาสตร์คณะบริหารธุรกิจ และคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน เป็นต้น

แสดงความยินดี นักเรียนได้รับรางวัล IRO 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711349

แสดงความยินดี นักเรียนได้รับรางวัล IRO 2022

แสดงความยินดี นักเรียนได้รับรางวัล IRO 2022

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปิลัทธ์ อุดมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 แสดงความยินดีกับนักเรียนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ที่เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันหุ่นยนต์โอลิมปิกนานาชาติ รายการ IRO 2022 (International Robot Olympiad 2022 : Phuket Thailand) ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับรางวัลกลับมาหลายรายการ โดยมี นางศิรภัสสร ชุมภูเทพ ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูผู้ฝึกสอน ต้อนรับ สพป.สุโขทัย เขต 1 MOU ขับเคลื่อนสถานศึกษาสีขาว

มูลนิธิแมค แฮปปี้ แฟมิลี่ ตรวจฟันฟรี เด็กพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711355

มูลนิธิแมค แฮปปี้ แฟมิลี่ ตรวจฟันฟรี เด็กพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส

มูลนิธิแมค แฮปปี้ แฟมิลี่ ตรวจฟันฟรี เด็กพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิแมค แฮปปี้ แฟมิลี่ ร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย เดินหน้าสานต่อ “โครงการสุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” นำทีมหน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ลงพื้นที่สู่ดอยสูง จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟันฟรีแก่เด็กพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาส ณ โรงเรียนวาวีวิทยาคม ดอยวาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

ม.ร.ว.จิยากร อาภากร เสสะเวช กรรมการอำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย นางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล รองประธานมูลนิธิ แมค แฮปปี้ แฟมิลี่ นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ นายปราโมทย์ งามเกริกโชติ ประธานกรรมการบริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แมคไทย จำกัด ร่วมให้กำลังใจ คณะทำงานทันตแพทย์อาสาจากมูลนิธิทันตแพทย์เอกชน (ประเทศไทย) ผู้ช่วยทันตแพทย์อาสาจากโรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร มหาวิทยาลัยมหิดล และทีมงานทันตสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมผนึกกำลังให้บริการทันตกรรมแก่เด็กนักเรียน คาดว่าจะมีผู้เข้ารับบริการในครั้งนี้ ประมาณ 600 คน

นักวิจัย มจธ. และ ม.คานาซาวา ร่วมมือผลิต เครื่องคัดกรองมวลกระดูกแบบพกพา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711350

นักวิจัย มจธ. และ ม.คานาซาวา ร่วมมือผลิต เครื่องคัดกรองมวลกระดูกแบบพกพา

นักวิจัย มจธ. และ ม.คานาซาวา ร่วมมือผลิต เครื่องคัดกรองมวลกระดูกแบบพกพา

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ และหัวหน้าห้องปฏิบัติการวัสดุฉลาด (SMART LAB) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดเผยว่า การพัฒนาเครื่องคัดกรองโรคกระดูกพรุนด้วยการวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกแบบพกพาด้วยการเรียนรู้ผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยความร่วมมือระหว่างภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และมหาวิทยาลัยคานาซาวา (Kanazawa University) ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นนวัตกรรมเครื่องแรกของโลกเพื่อตรวจวัดมวลกระดูกที่มีราคาถูก น้ำหนักเบา เคลื่อนที่สะดวก ง่ายต่อการใช้งาน ทุกคนสามารถใช้ได้ไม่อันตราย ระบบแสงพลังงานต่ำที่ปลอดภัย และไม่ต้องมีนักรังสีเทคนิค เหมาะสำหรับผู้สูงวัยและกลุ่มเสี่ยงมีฐานะยากจน หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการเครื่องเอกซเรย์ที่มีขนาดใหญ่ ที่มีเฉพาะในโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือโรงพยาบาลหัวเมืองได้

เครื่องคัดกรองมวลกระดูกแบบพกพาที่พัฒนาขึ้นยังอยู่ในระดับงานวิจัย โดยปัจจุบันทำการผลิตเครื่องต้นแบบ 5 เครื่อง หากผลิตจำนวนมากต้นทุนจะถูกลงคาดว่าจะมีราคาเครื่องละ 7-8 หมื่นบาทขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาต่อยอดให้มีระบบการใช้งานที่ง่าย สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มาใช้งาน หรือส่งต่อข้อมูลได้ ล่าสุดเครื่องคัดกรองโรคกระดูกพรุน ด้วยการวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกแบบพกพาด้วยการเรียนรู้ผ่านปัญญาประดิษฐ์ (AI) นี้ ได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติประจำปี 2565 ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทหน่วยงานภาครัฐ นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลเหรียญทอง เวที International Trade Fair Ideas Innovation New Products (iENA) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และได้รับความสนใจอย่างมากในหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสุดท้ายของการพัฒนา รศ.ดร.อนรรฆย้ำว่า “เครื่องมือนี้สามารถใช้งานเป็นการแพทย์ทางไกล ที่จะถูกนำไปใช้ในโรงพยาบาลตามต่างจังหวัดที่ห่างไกล หรือ รพ.สต. ในพื้นที่ที่มีอินเตอร์เนต สามารถใช้งานได้ง่าย ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ไม่เคยรู้ตัวเองว่า มีความเสี่ยงเรื่องกระดูกพรุนหรือไม่นั้น จะมีโอกาสเข้าถึงการตรวจวัดมวลกระดูกได้มากยิ่งขึ้นและเตรียมพร้อมที่จะรักษาได้รวดเร็วยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้”

คุณหญิงกัลยาลงนามร่วม 8 ฝ่าย พัฒนาองค์ความรู้การจัดการน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711353

คุณหญิงกัลยาลงนามร่วม 8 ฝ่าย พัฒนาองค์ความรู้การจัดการน้ำ

คุณหญิงกัลยาลงนามร่วม 8 ฝ่าย พัฒนาองค์ความรู้การจัดการน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ เป็นประธานลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การพัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารทรัพยากรน้ำ ระหว่างมูลนิธินโยบายสาธารณะไทย กับเทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง และหน่วยงานส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง พร้อมด้วยดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขนายโชติ โสภณพนิช ประธานมูลนิธินโยบายสาธารณะไทย โดยมีผู้บริหารเทศบาลเมืองมาบตาพุด ส่วนท้องถิ่น และผู้บริหารจากบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ต้อนรับและนำลงพื้นที่ชมตัวอย่างธนาคารน้ำใต้ดินในพื้นที่การเกษตรของชุมชน จ.ระยอง

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจและแผนการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงเป็นการสนองพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรเพื่อให้มีน้ำกินน้ำใช้และแก้ปัญหาความยากจนนับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะสร้างคุณประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับประเทศชาติ เพราะได้บูรณาการความร่วมมือสนับสนุนการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำรินำศาสตร์พระราชามาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม แก้ปัญหาความยากจน และเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสร้างศักยภาพ การผลิตชลกร การฝึกงานในหน่วยงานและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ท้องถิ่นและสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยชุมชนอย่างยั่งยืน

“ความร่วมมือในวันนี้ นับเป็นการขยายการมีส่วนร่วมของประชาชน และชุมชน ในการที่จะร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมพัฒนา องค์ความรู้ด้านบริหารทรัพยากรน้ำ ผ่านการวางรากฐานโดยสถานศึกษาเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ที่เป็นสากล และนำหลักวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ รวมถึงสามารถตอบโจทย์เรื่อง World Education ที่ทำให้เด็กมีรายได้ระหว่างเรียน จบมาแล้วมีงานทำ มีศักยภาพและแข่งขันได้” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

ม.สวนดุสิต ให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ลดคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711356

ม.สวนดุสิต ให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม  ลดคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจก

ม.สวนดุสิต ให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ลดคาร์บอนและก๊าซเรือนกระจก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ในฐานะประธานคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวถึง การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ“สู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนด้วยกลไกการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” ว่า การมีเป้าหมายให้หน่วยงานต่างๆ มีส่วนร่วมในการพัฒนากลไกการลดก๊าซเรือนกระจก และสร้างความรู้ความเข้าใจในการพัฒนากระบวนการสนับสนุนด้านความเป็นกลางทางคาร์บอนของมหาวิทยาลัย นำไปสู่การขับเคลื่อนความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งบุคลากร และนักศึกษาของมหาวิทยาลัย วิทยาเขต และศูนย์การศึกษา ทั้งยังสนับสนุนการพัฒนามหาวิทยาลัยที่สวยงาม สะอาด ปลอดภัย (Green & Clean University)ตามทิศทางของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต :จิ๋ว แต่ แจ๋ว (SDU direction : Small but Smart) ด้านการลดก๊าซเรือนกระจกโดยมหาวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.)

“การสร้างสรรค์พื้นที่ให้เป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) เป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเพื่อมุ่งสู่ความเป็น
กลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ Net Zero Emission ซึ่งกิจกรรมในวันนี้ จะมีทั้งการอบรมเผยแพร่องค์ความรู้ด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน และ T-VER เป็นกลไกในการลดและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรองและสามารถขายคาร์บอนเครดิตได้ อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ในการพัฒนาโครงการ LESS ของมหาวิทยาลัยอีกด้วย และกิจกรรมที่ 2 เป็นการตั้งบูธรับบริจาคขยะพลาสติกภายใต้โครงการพลาสติกแบงก์ โดยศูนย์สิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อไปใช้ประโยชน์ต่อไป อีกทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในวันนี้มีการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจก จากกิจกรรม โดยการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของงานอีเว้นท์และทำการชดเชยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาทำให้กิจกรรมในวันนี้เป็น “Carbon Neutral Event” หรืองานอีเว้นท์ที่ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่สิ่งแวดล้อม” ผศ.ดร.พิทักษ์ กล่าว

ยอดตายพุ่งไม่หยุด เหยื่อแผ่นดินไหวทะลุ4.1หมื่นศพ ‘ทอ.’เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปช่วยตุรกีประสบภัยครั้งใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711440

ยอดตายพุ่งไม่หยุด เหยื่อแผ่นดินไหวทะลุ4.1หมื่นศพ  ‘ทอ.’เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปช่วยตุรกีประสบภัยครั้งใหญ่

ยอดตายพุ่งไม่หยุด เหยื่อแผ่นดินไหวทะลุ4.1หมื่นศพ ‘ทอ.’เชิญสิ่งของพระราชทาน ไปช่วยตุรกีประสบภัยครั้งใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ในหลวง-พระราชินี”พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือชาวตุรกี ที่ประสบเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวโดยกองทัพอากาศจัดเที่ยวบินพิเศษเชิญสิ่งของพระราชทานไปให้ทางการตุรกี ด้านยูเอ็นร้องขอความช่วยเหลือนานาชาติ สมทบทุน มูลค่า 397 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ13,544ล้านบาท ให้เหยื่อแผ่นดินไหวในซีเรีย ส่วนตุรกี รอประเมินตัวเลขที่ชัดเจน ขณะยอดผู้เสียชีวิตเหตุดินไหว‘ตุรกี-ซีเรีย’ทะลุ4.1หมื่นศพแม้ภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังใกล้ยุติ แต่ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าสำรวจต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทาน ได้แก่ เครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก ซึ่งมีความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน ถุงนอนกันหนาว ที่กันความเย็นได้ถึงอุณหภูมิติดลบ 24 องศาเซลเซียส เต็นท์นอนขนาดใหญ่ สำหรับ 5-6 คน ผ้านวมกันหนาว อาหารแห้ง นม และน้ำดื่ม ไปมอบแก่นางแซรัป แอร์ซอย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกี ประจำประเทศไทย ที่โรงเก็บอากาศยาน ฝูงบิน 601 กองบิน 6 กองทัพอากาศ เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยกองทัพอากาศ เป็นผู้ดำเนินการจัดส่งสิ่งของพระราชทานไปยังสาธารณรัฐตุรกี เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวตุรกีต่อไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวในสาธารณรัฐตุรกีอย่างใกล้ชิด ทรงมีพระราชสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐตุรกี กรณีเกิดแผ่นดินไหว ที่จังหวัดคาห์รามันมาราช สาธารณรัฐตุรกี ด้วยน้ำพระราชหฤทัยห่วงใยในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดหาสิ่งของที่จำเป็น เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวตุรกีที่ประสบเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว

ทั้งนี้ สาธารณรัฐตุรกี เกิดเหตุแผ่นดินไหว ที่จังหวัดคาห์รามันมาราช เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ความเสียหายอันเกิดจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 แมกนิจูด และการสั่นสะเทือนที่ตามมานั้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ผู้สูญหาย และผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานเป็นวงกว้าง

ด้าน พล.อ.ต.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศเปิดเผยว่า กองทัพอากาศจัดเที่ยวบินพิเศษเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 19 (Airbus 340-500) 1 เครื่อง เชิญสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปยังสาธารณรัฐตุรกี เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง กำหนดออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมืองคืนนี้ (วันที่ 15 กุมภาพันธ์) เวลา 23.20 น. ไปสนามบินอังการา สาธารณรัฐตุรกี ซึ่งในเที่ยวขากลับ เครื่องบินลำดังกล่าวจะรับคนไทย ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ และลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยตามที่ได้รับการประสานจากกระทรวงต่างประเทศ โดยมีกำหนดเดินทางกลับถึงไทยวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เวลา 21.10 น.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง

ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานความคืบหน้าภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในตุรกีและซีเรียต่อเนื่องโดยนายอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศขอความช่วยเหลือจากนานาชาติมูลค่า 397 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13,544 ล้านบาทให้ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในซีเรีย เพื่อนำไปใช้บรรเทาทุกข์ช่วยชีวิตชาวซีเรียเกือบ 5 ล้านคนเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนชาวตุรกีที่ประสบภัยแผ่นดินไหวขนาด 7.8 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์เช่นเดียวกัน ยูเอ็นใกล้สรุปตัวเลขความช่วยเหลือได้เร็ววันนี้

ขณะนี้คนหลายล้านในภูมิภาคดังกล่าวกำลังดิ้นรนให้มีชีวิตรอดในสภาพที่ไร้ที่อยู่อาศัย ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บ ขอให้สมาชิกยูเอ็นให้เงินสนับสนุนอย่างเต็มที่และทันที เพื่อช่วยประชาชนหลายล้านคนที่ชีวิตต้องพลิกผันเพราะภัยพิบัตินี้ที่ร้ายแรงที่สุดในหนึ่งชั่วอายุคน

เลขาธิการยูเอ็น ยังร้องขอต่อทางการซีเรีย ให้เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์สามารถปฏิบัติภารกิจในซีเรียได้อย่างเสรี หลังจากนักเคลื่อนไหวและเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียตำหนิยูเอ็นว่า มีความล่าช้าในการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายต่อต้าน

ส่วนประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาดของซีเรีย ยอมเปิดจุดผ่านแดนที่ชายแดนติดกับตุรกีอีก 2 จุดเพื่อให้สหประชาชาติสามารถจัดส่งความช่วยเหลือข้ามพรมแดนจากตุรกีสู่พื้นที่กบฏในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรียไปถึงผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวได้รวดเร็วขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยขบวนแรกจากองค์การสหประชาชาติและนานาชาติ เดินทางจากตุรกีถึงดินแดนภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏในซีเรียที่จุดผ่านแดนเปิดใหม่ 2 แห่ง บับ อัล-ซาลาม และ อัล-ลาอีร์แล้ว โดยขบวนรถบรรทุก 11 คัน ประกอบด้วย สิ่งของบรรเทาทุกข์เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว เช่น เต็นท์ที่พัก เวชภัณฑ์ ผ้าห่มกันหนาว และน้ำยาทำความสะอาด ซึ่งจุดผ่านแดนทั้งสองแห่งถูกร้องขอจากสหประชาชาติให้กลับมาเปิดใช้อีกครั้ง เพื่อเป็นช่องทางลำเลียงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรรมไปยังซีเรีย หลังถูกปิดไปตั้งแต่ปี 2563

ด้านกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เผยว่า แม้ยังไม่ทราบจำนวนเด็กได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในตุรกีและซีเรียที่แน่ชัด แต่มีข้อมูลว่า เด็ก 4.6 ล้านคนอาศัยอยู่ใน 10 จังหวัดที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว และเด็กอีกมากกว่า 2.5 ล้านคนในซีเรีย นอกจากนี้ ครอบครัวจำนวนมากต้องไร้ที่อยู่อาศัย ต้องอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราว ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวสร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสให้ผู้ประสบภัย ขณะที่ปัญหาการเข้าถึงน้ำสะอาดและสุขอนามัย รวมถึงการรักษาพยาบาลเป็นอีกประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

สอดคล้องกับความกังวลของหลายฝ่ายว่า ภารกิจค้นหากู้ภัยใกล้จะสิ้นสุดแล้ว เพื่อปรับเปลี่ยนสู่การบรรเทาทุกข์เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัย แต่หน่วยกู้ภัยยังคงพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังในพื้นที่ในจังหวัดฮาทัย คาห์รามันมาราส ที่เป็นศูนย์กลางแผ่นดินไหว และอาดิยามาน ของตุรกี เนื่องจากยังได้ยินเสียงของผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง

สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวทั้งในตุรกีและซีเรียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิต 41,218 ราย ในตุรกี 35,418 และอีกอย่างน้อย 5,800 รายในซีเรีย

ม.มหาสารคาม จัดวิ่งส่งการกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711347

ม.มหาสารคาม จัดวิ่งส่งการกุศล

ม.มหาสารคาม จัดวิ่งส่งการกุศล

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมศิษย์เก่า คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) จัดกิจกรรมวิ่ง MBS Alumni Run 2023 โดยมีรศ.ดร.เภสัชกรหญิง จันทร์ทิพย์ กาญจนศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานปล่อยตัวนักวิ่ง โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนกิจกรรมสมาคม มอบทุนการศึกษา ภายใต้ทุนพี่ให้น้อง และกิจกรรมช่วยเหลือสังคม เช่น อุทกภัยน้ำท่วม อัคคีภัย เป็นต้น

‘ธนุ’ตั้งเป้าปรับภาพลักษณ์อาชีวะ เป็นองค์กรคุณธรรมความโปร่งใส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/711431

'ธนุ'ตั้งเป้าปรับภาพลักษณ์อาชีวะ เป็นองค์กรคุณธรรมความโปร่งใส

‘ธนุ’ตั้งเป้าปรับภาพลักษณ์อาชีวะ เป็นองค์กรคุณธรรมความโปร่งใส

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.22 น.

“ธนุ”ตั้งเป้าปรับภาพลักษณ์อาชีวะเป็นองค์กรคุณธรรมความโปร่งใส (ITA) ระดับคะแนน 90 ขึ้น

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เป็นประธานมอบโล่ห์รางวัลสถานศึกษาอาชีวศึกษาต้นแบบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ให้แก่สถานศึกษา 9 แห่ง (เรียงตามลำดับคะแนน) ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด วิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ วิทยาลัยเทคนิคนครโคราช วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี วิทยาลัยการอาชีพลอง วิทยาลัยเทคนิคสงขลา และวิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี ในการประชุมส่งเสริมและพัฒนาการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐ ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ณ โรงแรมชูชัยบุรี ศรีอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ เปิดเผยว่า สอศ.มีความตระหนักและให้ความสำคัญกับการบริหารงานด้วยความโปร่งใสไร้ทุจริต ตามนโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และป้องกันปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบในภาครัฐ ซึ่งในปีงบประมาณ 2565 สอศ.มีผลการประเมิน ITA 88.92 คะแนน อยู่ในระดับ A และในปีงบประมาณ 2566 ได้มีแผนตามนโยบายหลักเพื่อให้มีผลคะแนนที่เพิ่มขึ้นและขับเคลื่อนไปสู่สถานศึกษาอาชีวศึกษา โดยคาดหวังว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพื้นฐานให้ข้าราชการและบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มผู้แทนจากส่วนงานต่างๆ ที่ได้เข้าร่วมประชุม จะมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเกณฑ์การประเมิน ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนการประเมิน (ITA ) ให้สามารถบรรลุเป้าหมายสู่คะแนน ร้อยละ 90 ขึ้นไป

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า สอศ.ได้ให้หน่วยศึกษานิเทศก์ ร่วมกับศูนย์นิติการและธรรมาภิบาลอาชีวศึกษา (กลุ่มงานวินัย) และวิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม จัดกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา แผนงานบูรณาการการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในหน่วยงานภาครัฐ (ITA) และชี้แจงแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง สอดคล้องตามแผนแม่บทที่ 21 ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเป็นการยืนยันในการไม่ยอมรับการทุจริตคอรัปชันและร่วมกันสร้างวัฒนธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต ให้เกิดขึ้นในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือร่วมแรงกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อประโยชน์สุข ความเท่าเทียม โดยทั้งองค์กรทุกคนต้องเข้าใจ ช่วยกัน มองให้เป็นภาพเดียวกัน และไปให้ถึงเป้าหมายด้วยกัน

– 006