จ่อคลอด ครม.ใหม่! สลค.ส่งชื่อ รมต.เช็กประวัติ ตั้งเป้าจบก่อนสงกรานต์

จ่อคลอด ครม.ใหม่! สลค.ส่งชื่อ รมต.เช็กประวัติ ตั้งเป้าจบก่อนสงกรานต์

จ่อคลอด ครม.ใหม่! สลค.ส่งชื่อ รมต.เช็กประวัติ ตั้งเป้าจบก่อนสงกรานต์

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.35 น.

23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ที่มีรายชื่อตามโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ยื่นเอกสารเพื่อยืนยันคุณสมบัติและประวัติเกือบครบทั้ง 35 คนแล้ว ขณะที่รายชื่อรัฐมนตรีทั้งหมดที่นายกรัฐมนตรีส่งมานั้น ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ส่งให้ 8 หน่วยงานตรวจสอบแล้ว ได้แก่ 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) 2.สำนักงานศาลยุติธรรม 3.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 4.สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ 5.กรมบังคับคดี ​6.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ​7.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และ 8.สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ส่วนรายชื่อใดที่ส่งไปตรวจสอบหากบุคคลใดมีแจ้งกลับมาว่ามีปัญหา ทาง สลค.จะสอบถามไปยังสำนักงานกฤษฎีกา ทั้งนี้ ขั้นตอนทั้งหมดจะพยายามให้แล้วเสร็จก่อนเทศกาลสงกรานต์

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับในส่วนของพรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่ว่าจะเป็น น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย ที่มีชื่อนั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อนั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ส่งทีมงานมายื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติแล้วเช่นกัน

ศบก.ถกผู้ค้าน้ำมัน อัดดีเซลเข้าระบบ สั่งเข้มห้ามปั๊มอ้างน้ำมันหมด

ศบก.ถกผู้ค้าน้ำมัน อัดดีเซลเข้าระบบ สั่งเข้มห้ามปั๊มอ้างน้ำมันหมด

ศบก.ถกผู้ค้าน้ำมัน อัดดีเซลเข้าระบบ สั่งเข้มห้ามปั๊มอ้างน้ำมันหมด

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.05 น.

ศบก.ถกผู้ค้าน้ำมัน ม.7 พร้อมร่วมมือตามคำขอนายกฯ อัดน้ำมันดีเซลเข้าระบบ สั่งเข้มจะไม่มีปั๊มไหนอ้างน้ำมันหมด พร้อมกล่อมโรงกลั่นเพิ่มกำลังการผลิต เผยสุดสัปดาห์นี้ขาย B20 พร้อมอนุโลมให้กรมประมง ไม่ยืนยันมีไอ้โม่งกักตุนน้ำมันหรือไม่ ด้าน”ดนุชา”เผยสถานการณ์ขาดน้ำมันหน้าปั๊มปรับตัวดีขึ้น บางโรงกลั่นเร่งกำลังการผลิตถึง 110%

23 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ.ศบก.แถลงว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อทำความเข้าใจ เป็นการซักซ้อมและหารือกับผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกบริษัทและโรงกลั่น ซึ่งจากภาพข่าวในแต่ละวันที่อาจจะเป็นความโกลาหล หรือความตื่นตระหนกตามสถานีบริการต่างๆ ที่เมื่อประชาชนเข้าไปเติมน้ำมันแล้วไม่มีน้ำมันจ่ายให้ ก็ขอแจ้งให้กับประชาชนรับทราบว่า ในแต่ละวันทางโรงกลั่นและผู้ค้าตามมาตรา 7 ได้มีการนำน้ำมันอัดฉีดเข้าสู่ระบบสถานีบริการต่างๆ เกือบ 10,000 สถานีบริการ จากอดีตที่เคยเติมน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการ และก็ผู้ใช้ต่างๆ ประมาณ 67 ล้านลิตร แต่ในช่วงระยะนี้มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณซัก 82 – 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ก็ยังไม่เป็นที่เพียงพอสำหรับคนใช้หรือผู้ใช้ในประเทศไทยทั้งหมด

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา นายกฯ ได้มีการลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ /2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2569 เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการ หรือให้งดการเก็บน้ำมันสำรองของผู้ค้าตามมาตรา 7 รวมถึงโรงกลั่นในวันที่ 31 มี.ค.เพิ่มขึ้นอีก 0.5% แล้วในวันที่ 30 เม.ย.เพิ่มขึ้นอีก 1.5% ถ้ารวมกับทั้งหมดก็จะมีการน้ำมันสำรองถึง 3% เราก็จะขอชะลอออกไป ให้คงไว้ซึ่งน้ำมันสำรองเพียง 1% เหมือนเดิมจากก่อนหน้าที่จะมีสงครามเกิดขึ้น

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการหารือกันว่าจะทำอย่างไรในการที่จะทำให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่นปล่อยน้ำมันเข้าสู่ตลาด เพื่อให้พอกับความต้องการของผู้ใช้ โดยนายกฯ ได้มีข้อสั่งการว่า ภายในสัปดาห์ จะไม่มีสถานีบริการใดบอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ซึ่งผู้ค้าตามมาตรา 7 ที่ได้หารือกันก็รับทราบ และก็จะพยายามปฏิบัติตามที่นายกฯ มีข้อสั่งการ ซึ่งจากการหารือก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกบริษัท โดยทางโรงกลั่นก็พยายามที่จะให้ได้ค่าการกลั่นที่ 100% บางโรงกลั่นก็อาจจะกันเกินกว่า 100% และพยามที่จะปล่อยน้ำมันทั้งหมดให้กับผู้ค้าตามมาตรา 7 เพื่อให้ไปบรรเทาให้กับผู้ใช้ได้ใช้อย่างเพียงพอ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้งนี้ สุดสัปดาห์นี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด จะจำหน่ายน้ำมันดีเซลสูตร B20 ให้กับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยจำหน่ายผ่านจ็อบเบอร์ ซึ่งจุดจ่ายในพื้นที่ภาคใต้ คือ จ.สงขลา และ จ.สุราษฎร์ธานี พื้นที่ภาคกลาง คือ จ.พระนครศรีอยุธยา , จ.สระบุรี และ จ.ชลบุรี ทั้งนี้ นายกฯ ได้อนุโลมให้สมาคมประมงได้ใช้น้ำมัน B20 ไปพลางก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาเรื่องการกักตุนน้ำมัน ขณะนี้พบมีไอ้โม่งกลุ่มไหนที่ได้ประโยชน์จากการกักตุนน้ำมัน และราคาเพิ่มขึ้นบ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากที่หน่วยเฉพาะกิจที่นายกฯ ตั้งขึ้น โดยกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้นายอำเภอตรวจสถานีบริการทุกสถานี และตรวจสอบผู้ค้าตามมาตรา 7 และจ็อบเบอร์ ว่ามีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ โดยขณะนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบที่อื่น โดยกรณีที่ จ.อ่างทอง นั้น เป็นการพยายามส่งน้ำมันออกไปประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 2 หมื่นลิตร ซึ่งจากนี้จะมีการตรวจสอบต่อไป

“ก็ไม่กล้ายืนยันว่า ณ เวลานี้ ว่าจะมีไอ้โม่งหรือไม่มีไอ้โม่ง แต่เราจะตรวจสอบโดยชุดเฉพาะกิจที่ประกอบด้วยหลายหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ ทั้งโรงกลั่น คลังน้ำมัน สถานีบริการ และคลังอื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ หากประชาชนคิดว่าตรงไหนมีปัญหา หรือจุดไหนมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ขอให้แจ้งที่ศูนย์เฉพาะกิจหรือ ศบก.เพื่อตรวจสอบต่อไป” นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้าน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า จากที่หน่วยงานกระทรวงยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ได้ลงตรวจคลังน้ำมันทั้งหมด 8 จุด ทั้งหมดไม่ได้มีความผิดปกติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นประชาชนได้เห็นภาพของน้ำมันในสถานีบริการต่างๆ ที่อาจมีขาดอยู่ เรียนว่าระบบการส่งน้ำมันจากคลังออกไปยังสถานีบริการต่างๆ จะมี 2 – 3 เรื่องด้วยกัน คือการส่งทางท่อไปที่คลังน้ำมันปลายทางและไปรับที่ปลายทางด้วยรถขนน้ำมัน และอีกทางคือมีรถขนน้ำมันด้วย และทางเรือไปภาคใต้

นายดนุชา กล่าวว่า ยกตัวอย่างการส่งน้ำมันลงท่อที่ไม่สามารถส่งทุกชนิดได้ โดยจะมีปฏิทินการส่ง ซึ่งทำให้ในช่วงเวลาที่มีการเติมน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันสูงมากกว่าช่วงเวลาปกติ อาจทำให้การส่งน้ำมันจากคลังไปสถานีบริการทำได้ล่าช้าสักนิด แต่โดยรวมขณะนี้จากรายงานสถานการณ์ในปั๊มที่ขาดน้ำมันปรับตัวดีขึ้น หลังจากให้ขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมง ตัวอย่างบางจากเดิมมี 400 กว่าสถานีบริการที่ขาดน้ำมัน ตอนนี้ตั้งเป้าให้ลดลง ซึ่งคาดว่าจะลดลงมาเหลือประมาณไม่ถึง 200 ปั๊ม ในเวลาไม่เกิน 1 – 2 วันนี้ ทั้งนี้เกิดจากการเติมน้ำมันที่มากกว่าปกติในช่วงที่ผ่านมา

“ขอยืนยันน้ำมันมี ซึ่งตัวเลขที่เช็คจากกรมศุลกากรมีน้ำมันดิบวิ่งเข้ามาในประเทศ ตั้งแต่ 1 – 20 มีนาคม น้ำมันดิบเข้าประเทศ 3,400 กว่าล้านลิตร ปริมาณเข้ามาเพียงพอที่จะกลั่นใช้ในประเทศ เพียงแต่น้ำมันดิบที่เรากลั่นมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศจะมีกำลังการกลั่น 175 ล้านลิตร ทั้งนี้ทางโรงกลั่นพยายามเพิ่มกำลังการผลิตแต่เพิ่มได้ไม่มากนัก บางโรงกลั่นใช้กำลังการผลิตจากเดิม 100% เพิ่มมาถึง 110%” นายดนุชา กล่าว

นายดนุชา กล่าวอีกว่า อีกส่วนหนึ่งของกรมการปกครองที่ตรวจสถานีบริการทั่วประเทศ 9,387 แห่ง พบว่าประมาณ 8,000 แห่ง มีปัญหาด้านการขนส่ง คือน้ำมันถูกเติมไปจนหมดปั๊มและต้องรอให้ขนส่งเข้ามาส่ง ขณะเดียวกันปริมาณน้ำมันที่ได้รับต่อวันอยู่ในตัวเลข 82 ล้านลิตร ซึ่งในเชิงปริมาณมีความเพียงพอให้กับประชาชนได้

เมื่อถามว่า หลายปั๊มให้ข้อมูลว่าโควตาหมด แล้วจะรับน้ำมันใหม่อีกที่ 1 เมษายน ในระหว่างนี้จะมีการแก้ไขอย่างไรก่อนจะถึงวันที่ 1 เมษายน หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากปริมาณการขายน้ำมันพุ่งสูงเกินกว่าที่เคยทำมาในช่วงเวลาปกติ ทำให้โควตาน้ำมันในเดือนนั้นของเขาเต็มแล้ว ประกอบกับช่วงนั้นเรายังไม่มีการผ่อนคลายการสำรองน้ำมันที่ให้เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการผ่อนคลายแล้ว ทางบางจากเองสามารถเอาน้ำมันส่งไปยังผู้ค้าที่เป็นสถานีบริการ ที่บอกว่ารอบถัดไปในรอบเดือนเมษายน ณ ตอนนี้สามารถส่งไปให้ได้แล้ว ซึ่งทางบางจากได้แจ้งเองในที่ประชุม อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ภาครัฐจะติดตามดูน้ำมันที่จะส่งไปที่สถานีบริการเหล่านั้นตามที่บอกไว้หรือไม่ โดยกระทรวงมหาดไทยจะส่งคนไปตรวจ

บวรศักดิ์สั่งเก็บของ หลังไม่ไปต่อรัฐบาลอนุทิน 2 ขณะเจ้าตัวปฏิบัติภารกิจสุดท้ายที่ฝรั่งเศส

บวรศักดิ์สั่งเก็บของ หลังไม่ไปต่อรัฐบาลอนุทิน 2 ขณะเจ้าตัวปฏิบัติภารกิจสุดท้ายที่ฝรั่งเศส

บวรศักดิ์สั่งเก็บของ หลังไม่ไปต่อรัฐบาลอนุทิน 2 ขณะเจ้าตัวปฏิบัติภารกิจสุดท้ายที่ฝรั่งเศส

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.49 น.

23 มีนาคม 2569 ภายหลังจากที่มีข่าวว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ไปต่อกับรัฐบาลอนุทิน 2 บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลล่าสุด เวลาประมาณ 15.30 น.ได้มีรถบริษัทขนย้ายสิ่งของเอกชนมาขนของภายในห้องทำงานของนายบวรศักดิ์ ชั้น 3 บนตึกบัญชาการ 1 ภายในทำเนียบรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่า บุคคลที่จะมาทำงานทางด้านกฎหมายของรัฐบาลอนุทิน 2 แทนนายบวรศักดิ์ นั้น คือ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งขณะนี้นี้ได้ยื่นให้ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้นายบวรศักดิ์ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจสุดท้าย ร่วมการประชุมว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตและความซื่อสัตย์ระดับโลก (OECD) ปี 2026 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยเจ้าตัวกล่าวกับผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า ขอไม่ให้สัมภาษณ์

– 006

เปิดโผ ครม.อนุทิน 2 ไร้เงา พปชร. รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ

เปิดโผ ครม.อนุทิน 2 ไร้เงา พปชร. รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ

เปิดโผ ครม.อนุทิน 2 ไร้เงา พปชร. รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.23 น.

เปิด 35 ชื่อ”ครม.อนุทิน 2″ ไร้เงา”พปชร.” รอลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ เผยเหตุ”บวรศักดิ์”ไม่ได้ไปต่อ มติ”กก.บห.ภูมิใจไทย”ไม่ได้เสนอชื่อ

23 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในรัฐบาล “อนุทิน 2” ล่าสุดลงตัวในรายชื่อทั้ง 35 คน ประกอบด้วย

1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
3. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
4. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
5. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

6.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
7. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
8. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
9. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
10. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

11. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
12. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
13. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
14. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
15. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

16. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
17. นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
18. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
19. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
20. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

21. นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
22. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
23. นางสาวแนน บุญย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
24. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
25. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

26. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
27. นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
28. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
29. พลตำรวจตรี รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
30. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

31. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
32. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
33. นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
34. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
35. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ว่าที่รัฐมนตรีได้ทยอยส่งประวัติตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามแล้ว ซึ่งหากใครไม่ผ่าน ก็มีรายชื่อสำรอง ส่งไปตรวจสอบประวัติแล้วด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากจำนวนสัดส่วนรัฐมนตรีที่จะมีได้ทั้งหมด 36 คน ยังเหลืออีก 1 ตำแหน่งที่รอเคาะ และรอความชัดเจนว่าจะมีหรือไม่ เพราะมีการเสนอรายชื่อไปเกินจำนวนแล้ว

อย่างไรก็ตาม กรณี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ได้มีชื่อนั้น เกิดจากเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้พิจารณาเสนอบุคคลไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามข้อบังคับของพรรค ซึ่งไม่ปรากฏชื่อนายบวรศักดิ์ และพรรคได้มีการแจ้งไปยังนายบวรศักดิ์ ให้ทราบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา

เช็กได้เลย! ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหาร พร้อมสิทธิประโยชน์

เช็กได้เลย! ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหาร พร้อมสิทธิประโยชน์

เช็กได้เลย! ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหาร พร้อมสิทธิประโยชน์

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.49 น.

ทบ.เปิดยอดความต้องการเกณฑ์ทหารปี 69 จำนวน 84,380 นาย สมัครออนไลน์แล้ว 22,062นาย เกณฑ์จริง 62,318 นาย พร้อมสิทธิประโยชน์ 11,000 บาท/เดือน ตรวจสุขภาพจิตครูฝึก ควบคุมมาตรการลงโทษ พร้อมปลดล็อกเหยื่อบัญชีม้า

23 มีนาคม 2569 ที่สโมสรทหารบก กองบัญชาการกองทัพบก การแถลงตัวเลือกทหารกองเงินเข้ารับราชการทหารกองประจําการประจําปี 2569 ระหว่างวันที่ 1 – 12 เม.ย.(ยกเว้น 6 เม.ย.)

พล.ต.สมพล ปะละไทย รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน กล่าาว่า ชายไทยที่จะต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินที่มีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ เกิดในปี 2548 ทหารกองเกินมีอายุ 22 ปี ถึง 29 ปีบริบูรณ์ พ.ศ.2540 ถึง พ.ศ.2547 ที่ยังไม่เคยเข้ารับราชการตรวจเลือก คนที่ได้รับการผ่อนผันหรือคนที่ผลการตรวจเลือกเมื่อปีที่ผ่านมาไม่แล้วเสร็จทุกกรณี ในปีนี้ มีทหารกองเงินที่ต้องเข้ารับการตรวจเลิกจำนวน 477,435 นาย ยอดความต้องการเข้ากองประจำการจํานวน 84,380 นาย มีผู้สมัครทหารออนไลน์ไปแล้ว 22,062 นาย เหลือยอดเกณฑ์ 62,318 นาย กองทัพบก มีความต้องการ 42,926 นาย กองทัพเรือ 11,101 นาย กองทัพอากาศ 6,704 นาย สํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 770 นาย กองทัพไทย 817 นาย

ปีนี้การจัดสถานที่ตรวจเลือกกําหนดให้พิจารณาพื้นที่ที่มีความเหมาะสม เพื่อให้การตรวจเลือกเป็นไปด้วยความสะดวก ราบรื่น จัดให้มีช่องทางเร่งด่วน สําหรับทหารกองเกินที่ป่วยหรือทุพพลภาพ หรือผู้ที่ร้องขอเป็นทหารกองประจําการ รวมถึงผู้ที่ของผ่อนผัน เพื่ออํานวยความสะดวกลดขั้นตอนการตรวจเลือก พร้อมยืนยันว่า การตรวจเลือกจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ตามนโยบายของ ผบ.ทบ.

ด้าน พล.ท.เกรียงชัย ประสงค์สุกาญจน์ เจ้ากรมแพทย์ทหารบก กล่าวต่อว่า โรงพยาบาล 37 แห่งสังกัดกองทัพบก จะบูรณาการวางระบบการดูแลสุขภาพทหารใหม่ทุกมิติ ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมีสาระสําคัญที่ครอบครัวและสังคมควรรับทราบ ตรวจโรคก่อนตรวจเลือก เช่น เพศสภาพไม่ตรงกับเพศกําเนิด สามารถตรวจในโรงพยาบาลทหาร และโรงพยาบาลของรัฐที่มีจิตแพทย์ การจัดการตรวจร่างกายระหว่างการตรวจเลือก กองทัพบกได้จัดกรรมการแพทย์ของโรงพยาบาลกองทัพบก ณ สถานที่ตรวจเลือกเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมจัดตั้งวอร์รูม ทบ.และแพทย์ใหญ่กองทัพภาคให้คําปรึกษาในการตัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังมีการประเมินความพร้อมสุขภาพจิตของครูฝึก ได้จัดอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพครูฝึกทั่วประเทศ ตรวจความพร้อมสถานที่อุปกรณ์ตลอดจนมีการประเมินสุขภาวะทางจิตของครูฝึก เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่จะมาทําหน้าที่ดูแลบุตรหลานของท่านมีภาวะจิตใจที่พร้อมสมบูรณ์และมีทัศนคติที่เหมาะสม รวมถึงการดูแลแบบเฉพาะบุคคลบนพื้นฐานความแตกต่าง กองทัพบกตระหนักดีว่าทหารใหม่แต่ละนายมีขีดความสามารถและสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน จึงจัดให้มีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนเริ่มการฝึกโดยจัดระดับความพร้อม 4 กลุ่ม คือ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยงน้อย กลุ่มเสี่ยงปานกลาง กลุ่มเสียงสูง พร้อมใช้สัญญลักษณ์สีเพื่อคัดแยก ทําให้ครูฝึกปรับระดับการฝึกให้เหมาะสมกับทหารใหม่แต่ละราย นอกจากนี้ ทหารใหม่จะมีคิวอาร์โค้ดประจําตัวเพื่อบรรจุข้อมูลเพื่อให้ทีมแพทย์เข้าถึงได้อย่างท่วงทีหากมีกรณีฉุกเฉิน พร้อมยืนยัน กองทัพให้ความสําคัญในความหลากหลายทางเพศ จัดที่พัก ห้องน้ำเพื่อให้เกิดความสบายใจและก็สอดคล้องกับชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

พล.ต.เทอดศักดิ์ วงจันทร์ เจ้ากรมการเงินทหารบก กล่าวว่า สิ่งที่ทหารใหม่กองประจําการจะได้รับ แบ่งเป็น เงินเดือน 1,630 บาท ค่าครองชีพ 6,490 บาท เบี้ยเบี้ยเลี้ยงประจํา 96 บาท/วัน รวมสิทธิประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน 11,000 บาท หักค่าประกอบเลี้ยง 70 บาท/วัน (3 มื้อ) รวมเงินสุทธิ 8,900 บาท

สำหรับทหารที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ที่เข้ามารับราชการ อาจเป็นเหยื่อหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างใดอย่างหนึ่ง กองทัพบกจะช่วยเหลือในการรับสิทธิที่ควรจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวหรือเบี้ยเลี้ยง โดยดําเนินการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตํารวจ ธนาคารกระทรวงกลาโหม เพื่อเปิดบัญชีใหม่ให้พลทหารทุกคนให้ได้รับสิทธิ์ เนื่องจากว่าการดําเนินการในภาคปกติไม่สามารถดําเนินการผ่านทางระบบธนาคารได้ แต่ในส่วนของทหารใหม่ที่เข้าประจําการในกองทัพบกทุกนายจะได้รับสิทธิ์ผ่อนคลาย รับเงินตามสิทธิ์ที่ควรจะได้รับทั้งหมด

กองทัพบกขอยืนยันว่า การดูแลสิทธิประโยชน์ด้านการเงินเป็นภารกิจที่กองทัพบกให้ความสําคัญสูงสุด โดยได้ออกคําสั่งกําชับทุกหน่วยปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเป็นรูปธรรมเด็ดขาด 1.ห้ามเก็บสมุดเงินฝากและบัตรเอทีเอ็ม 2.ห้ามจ่ายเงินสด ให้จ่ายเงินเข้าบัญชีฝากธนาคาร 3.ห้ามนํารายการหนี้สินอื่นมาหักเงินเดือนของทหาร ให้หักเฉพาะหนี้สินของทางราชการ

ขณะที่ พล.ต.เกษม ปิ่นแก้ว เจ้ากรมจเรทหารบก กล่าวถึงการลงโทษว่า ห้ามใช้ความรุนแรงเกินกว่าที่กองทัพบกกําหนดในทุกกรณี ห้ามมีการลงโทษที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและร่างกายอย่างเด็ดขาด หากเกิดเหตุการณ์ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว และโปร่งใส หากมีการละเมิดจะลงโทษทางวินัยและอาญา พร้อมทั้งย้ำว่า การลงทัณฑ์ต้องเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่กองทัพบกกําหนดอย่างเคร่งครัด และกําหนดวิธีการลงทัณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใส และห้ามลงโทษหลังเวลา 18.00 น.

พล.ท.ธิติพันธ์ ฐานะจาโร เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก กล่าวว่า สิ่งที่ทหารใหม่จะได้รับมี 22 รายการ ซึ่งมีคุณภาพสูงและเป็นมาตรฐานกัน พร้อมตัดชุดสนาม แบบวัดขนาด เช่น เครื่องแบบตัดพอดีตัว กางเกงกีฬา ผ้าเช็ดตัว รองเท้า ถ้าปูที่นอน

– 006

พท.ดอดเข้า ภท. คุยนโยบายก่อนเตรียมแถลงรัฐสภา

พท.ดอดเข้า ภท. คุยนโยบายก่อนเตรียมแถลงรัฐสภา

พท.ดอดเข้า ภท. คุยนโยบายก่อนเตรียมแถลงรัฐสภา

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

“พท.”ดอดเข้า”ภท.” คุยถกนโยบายก่อนเตรียมแถลงต่อรัฐสภา ด้าน”มนพร”เผย”เพื่อไทย”ดูด้านสังคมเป็นหลัก ขณะที่”เผ่าภูมิ”ชี้พรรคร่วมต้องปรับให้กลมกล่อม-สอดคล้อง ขอรอหารือดึงนโยบายยุค”เศรษฐา-อุ๊งอิ๊งค์”มาต่อยอด

23 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาเพื่อเข้าหารือกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย เรื่องนโยบายเตรียมพร้อมในการจัดทำนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา

โดย นางมนพร กล่าวว่า วันนี้จะมามีการพูดคุยถึงเรื่องนโยบายของพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยที่มีความคล้ายคลึงกัน รวมทั้งนโยบายที่จะบรรจุไว้ในร่างแถลงนโยบายของนายกรัฐมนตรี ซึ่งส่วนใหญ่พรรคเพื่อไทยจะดูนโยบายด้านสังคมเป็นหลัก ซึ่งวันนี้นอกจากจะพูดคุยเรื่องนโยบายแล้ว ก็จะพูดคุยเรื่องการทำงานภายในวิปรัฐบาล และกรอบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรด้วย

ด้าน นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะนำมาบรรจุในคำแถลงนโยบาย จะเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทย เคยหาเสียงไว้ แต่อยู่ในขอบข่ายที่พรรคเพื่อไทยได้รับผิดชอบ ซึ่งจะต้องพูดคุยกันว่ามีข้อจำกัดหรือไม่ หรือนโยบายใดที่มีความคล้ายคลึงกัน เพื่อที่จะเดินไปข้างหน้าต่อไป

เมื่อถามว่า จะได้เห็นนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ทำค้างไว้ในสมัยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือไม่ นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า จะต้องมีการหารือ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้หารือว่านโยบายใดที่จะสามารถสานต่อได้ หรือนโยบายใดที่จะสามารถทำตามที่ได้หาเสียงไว้ โดยวันนี้ถือว่า จะเป็นการพูดคุยอย่างเป็นทางการ ก็จะมีการหารือกันในรายละเอียดเชิงนโยบาย

เมื่อถามต่อว่า หากจะใช้นโยบายของพรรคเพื่อไทย จะต้องหยิบยกมาทั้งหมด หรือต้องดัดแปลงให้เข้ากับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะต้องมีความกลมกล่อมซึ่งในมิติของการทำงานร่วมรัฐบาลกัน ต้องปรับกันบ้าง และทำให้สอดคล้องกัน เพื่อให้สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศ

เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยจะมีการปรับนโยบายของพรรคเพื่อไทยบางส่วนจะยินดีหรือไม่ นายเผ่าภูมิ กล่าวว่า ต้องมีการหารือกัน และต้องหารือให้ได้นโยบายที่ดีที่สุดต่อประชาชน และดีที่สุดในการทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

สื่อลือกันไปเอง! มนพร ปัด สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี

สื่อลือกันไปเอง! มนพร ปัด สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี

สื่อลือกันไปเอง! มนพร ปัด สส.เพื่อไทย ไม่พอใจรายชื่อรัฐมนตรี

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.30 น.

23 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความชัดเจนของรายชื่อรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย ว่า เป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค ได้มอบหมายให้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคฯ เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ ส่วนที่มีกระแสข่าว สส.พรรคเพื่อไทย ไม่พอใจกับรายชื่อรัฐมนตรีนั้น ไม่มี มีแต่ข่าวลือจากสื่อเท่านั้นเอง แต่ภายในพรรคเพื่อไทยไม่มีเหตุการณ์แบบนั้น ซึ่งวันพรุ่งนี้ (24 มี.ค.) จะมีการประชุมพรรคเพื่อไทย และมีการสัมมนา สส.

สว.เชื่อน้ำมันขาดแคลน เพราะกักตุน จวก ขรก.ไร้ความสามารถ สั่งห้ามชาวบ้านนำภาชนะใส่น้ำมัน

สว.เชื่อน้ำมันขาดแคลน เพราะกักตุน จวก ขรก.ไร้ความสามารถ สั่งห้ามชาวบ้านนำภาชนะใส่น้ำมัน

สว.เชื่อน้ำมันขาดแคลน เพราะกักตุน จวก ขรก.ไร้ความสามารถ สั่งห้ามชาวบ้านนำภาชนะใส่น้ำมัน

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.21 น.

สว. เชื่อมีกักตุนน้ำมัน ทำขาดแคลน-แพง ด้าน เดชา ฟิวส์ขาดตะเพิดขรก.ที่ห้ามใช้ภาชนะบรรจุน้ำมัน ซัดไร้ความสามารถ ไม่เข้าใจชาวนา ประชดให้ขึ้นน้ำมันลิตรละพัน จะได้เลิกทำนา ขอรอดูจะมาไหว้ให้ชาวนาทำข้าวให้กินหรือไม่ 

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนให้วุฒิสภา พิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง โดยนายธวัช สุระบาล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายว่า ตนมีน้องชาย ทำปั๊มน้ำมันที่ จ.ตรัง ตั้งแต่วานนี้ ถึงวันนี้ ปิด เพราะไม่มีน้ำมัน ทั้งนี้เมื่อวานตนเข้าไปในเมืองพบรถต่อคิวเติมน้ำมันแถวยาว ส่วนใหญ่เป็นภาคการเกษตร สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทั้งที่รัฐบาลบอกว่ามีน้ำมันที่ใช้ได้อีก 100 วัน ดังนั้นตนขอให้รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่น ไม่ใช่ประกาศอย่างเดียว ขณะที่ในส่วนภูมิภาค ต้องตรวจเข้มข้นเพื่อดูแลไม่ให้กักตุนน้ำมัน ทั้งนี้หากพบการกักตุนต้องลงโทษเฉียบขาด อย่างไรก็ดีตนทราบว่าขณะนี้คลังน้ำมันจ่ายน้ำมันออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น  หากไม่ขาดแคลนต้องปล่อยออกมาให้เพียงพอ

“รัฐบาลต้องใช้โอกาสนำปาล์มน้ำมัน อ้อย ผลผลิตทางการเกษตรส่งเสริมให้ผลิตน้ำมันบีสิบ บียี่สิบ ให้เริ่มทำไม่ใช่ตั้งท่าปรับกระบวนการผลิต เมื่อก่อนไบโอดีเซลที่ส่วนผสมราคาสูง แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันแพง และต้นทุนผลิตไบโอดีเซลสูงพอๆ กัน ดังนั้นต้องรีบส่งเสริม รวมถึงส่งเสริมใช้โซลาเซลในภาคเกษตร ขณะที่การไฟฟ้าต้องเลิกเก็บค่าธรรมเนียม” นายธวัช กล่าว

ด้านนายเดชา นุตาลัย สว. อภิปรายว่า ปัจจุบันชาวนาเดือดร้อนหนัก เพราะเมื่อน้ำมันแพง จะส่งผลให้ปุ๋ยราคาสูง ทั้งนี้ราคาข้าวที่ตกต่ำในปัจจุบัน ทำให้ชาวนาลำบากมาก ส่วนน้ำมันที่ไม่มี หรือกำลังจะแพง เกิดจากการกักตุนและเก็งกำไร มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางคนประกาศว่าห้ามใช้ภาชนะบรรจุน้ำมัน ซึ่งตนมองว่าเป็นบุคคลที่ขาดความรู้ ไร้ความสามารถ ภาครัฐไม่ควรเอาไว้ให้ทำงานราชการต่อไป เพราะกิจกรรมของตนซึ่งเป็นชาวนา ทำงานในนา ไม่ได้มาทำบนถนน น้อยครั้งที่รถจะผ่านถนน ดังนั้นเมื่อประกาศแบบนั้นเท่ากับเป็นคนไม่มีความสามารถ และภาครัฐควรลงโทษบุคคลผู้นี้ เพราะทำให้วุ่นวายไปหมด

“ขึ้นไปเลย ลิตรละพัน พวกผมเป็นชาวนา จะได้เลิกทำนา เพราะราคาข้าวกระดอกกระแดด จะรอดหรือจะตาย จะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ผมดูน้ำหน้าโรงสี จะเอาข้าวที่ไหนสี ผู้ส่งออกจะเอาข้าวที่ไหนไปส่งออก ที่ชาวนาทำปีละแสนนล้าน ชาวนาเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่ เอาเงินเข้าประเทศ ผมจะดูว่าสมาคมข้าวถุง จะเอาข้าวไหนมาบรรจุขาย และภายในประเทศอีกแสนล้านบาท รวมสามแสนล้านบาที่ชาวนาทำจีดีพีหมุนเวียน เห็นหัวพวกตนหรือไม่ เห็นความสำคัญหรือไม่ ผมไม่ตกใจ เมื่อฝนตกก็มีข้าวให้เก็บเกี่ยวกินอยู่ได้เป็นปี ผมอยากดูว่าขอร้องขอ มายกมือไหว้ชาวนาให้ทำนา หรือมาขอข้าวชาวนากินหรือไม่ จะรอดูวันนั้น” นายเดชา กล่าว

ขณะที่นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สว. อภิปรายสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น  พลังงานแสงอาทิตย์  นอกจากนั้นต้องทบทวนมาตรการประหยัดพลังงาน ส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัยในการช่วยประหยัดพลังงาน เป็นต้น

พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

พิพัฒน์ สั่ง ศบก. งัดแผนด่วนแก้ปัญหาน้ำมัน ยันเปิดข้อมูลจริงไม่มีปิดบัง

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.06 น.

เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะ ผอ. ศบก. เป็นประธานการประชุมโดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูล รมว.พลังงาน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

โดยนายพิพัฒน์ แจ้งที่ประชุมว่าจากการประชุม ศบก. เมื่อวันที่ 19 มี.ค. รัฐบาลได้มีมาตรการเร่งด่วน 3 เรื่อง เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอหน้าสถานีบริการน้ำมัน คือ 1. การผ่อนผันการผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ เพื่อรองรับความต้องการส่วนเกินที่ผิดปกติในช่วงนี้ 2. การผ่อนผัน การเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันให้เดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถขนส่งน้ำมันได้มากขึ้น 3. การเข้มงวดการป้องกันการกักตุน โดยเมื่อวันที่ 21 มี.ค. รัฐบาลออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4 / 2569 เพื่ออนุญาตให้ผู้ประกอบการน้ำมัน สามารถนำน้ำมันสำรองตามกฎหมาย ออกมาให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

พิพัฒน์

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ จึงเป็นการติดตามความก้าวหน้า การดำเนินการตามมาตรการขั้นต้น โดยเฉพาะการนำน้ำมันสำรองมาใช้บริการแก่ประชาชน และสามารถเริ่มต้นได้เมื่อไหร่ และมีปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละวัน เพื่อให้ชี้ขาดสถานการณ์ให้กับคืนสภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า น้ำมันจะถูกกระจายอย่างทั่วถึงและเพียงพอ 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาข้อมูลของการประชุมทุกครั้ง ขอความร่วมมือจากทุกท่านให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การสื่อสารต่อสาธารณะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีความถูกต้องแม่นยำ เรามิได้มีเจตนาปิดบังข้อมูล แต่ในสถานการณ์ที่หลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และไม่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนได้

พิพัฒน์
พิพัฒน์

คุมเข้มชายแดน! สั่งยกระดับจุดตรวจ สกัดลักลอบขน น้ำมัน ข้ามแดนผิดกฎหมาย

คุมเข้มชายแดน! สั่งยกระดับจุดตรวจ สกัดลักลอบขน น้ำมัน ข้ามแดนผิดกฎหมาย

คุมเข้มชายแดน! สั่งยกระดับจุดตรวจ สกัดลักลอบขน น้ำมัน ข้ามแดนผิดกฎหมาย

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.44 น.

‘อธิบดีกรมการปกครอง’ สั่งเข้มยกระดับจุดตรวจพื้นที่ชายแดนทุกช่องทาง ป้องสกัดลักลอบขน ‘น้ำมันเถื่อน’ ข้ามแดนผิดกฎหมาย กำชับหากตรวจพบผิด ฟันตามกม.เด็ดขาด

วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง(ปค.) กระทรวงมหาดไทย(มท.) ได้มีข้อสั่งการด่วนที่สุดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ แจ้งปลัดจังหวัดและนายอำเภอ ให้ดำเนินการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน ผู้ค้าคนกลาง (Jobber) รวมถึงคลังเก็บน้ำมันในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดน กำชับนายอำเภอ บูรณาการกำลังฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดผ่านแดนทุกช่องทาง ทั้งเส้นทางหลักและช่องทางธรรมชาติ หากตรวจพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมรายงานผลการดำเนินงานให้กรมการปกครองทราบโดยทันที