ปลัด มท.ลงนามแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้มตรวจสอบกักตุนน้ำมัน-ขายเกินราคากำหนด

ปลัด มท.ลงนามแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้มตรวจสอบกักตุนน้ำมัน-ขายเกินราคากำหนด

ปลัด มท.ลงนามแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้มตรวจสอบกักตุนน้ำมัน-ขายเกินราคากำหนด

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.13 น.

‘ปลัดมท.’ เซ็นตั้ง ‘พนักงานเจ้าหน้าที่’ ในสังกัดลงถึงระดับ ‘จังหวัด-อำเภอ’ ทั่วไทย เข้มเกาะติดตรวจสอบกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง-ขายเกินราคากำหนด กำชับรายงานข้อมูลเข้ามาส่วนกลางช่วงหกโมงเย็นทุกวัน

วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2569 ซึ่งได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนี้

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า ตนได้ลงนามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 21 มีนาคม 2569 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีฯ ดังกล่าว อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยแต่งตั้งให้รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน อธิบดีกรมการปกครอง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด ปลัดจังหวัด ทุกจังหวัด และนายอำเภอ ทุกอำเภอ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด โดยกำกับติดตามให้มีการแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน ณ สถานประกอบการในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป ตรวจสอบความถูกต้องของปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่ายจริง รวมทั้งเฝ้าระวังการกักตุน และจำหน่ายในลักษณะผิดปกติ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด มอบหมายให้สำนักงานพลังงานจังหวัดรายงานข้อมูลการปรับราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในทุกครั้งที่มีการปรับราคา และรายงานข้อมูลด้านการผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยกรณีผู้ค้าน้ำมันที่เป็นโรงกลั่นน้ำมัน ให้รายงานข้อมูลปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง ปริมาณการจำหน่าย และรายชื่อลูกค้าพร้อมทั้งปริมาณที่ขายให้ลูกค้าแต่ละราย สำหรับกรณีผู้ค้าน้ำมันที่ไม่ได้เป็นโรงกลั่นน้ำมัน ให้รายงานข้อมูลการขายเป็นรายลูกค้าและรายชื่อลูกค้าเฉพาะที่ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเกินรายละ 3,000 ลิตร/ครั้ง ไปยังกรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน พร้อมสำเนารายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบด้วย

ลับหรือลวง? ดร.ณัฏฐ์ เปิด 3 จุดชี้ขาด พิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 69 กกต. ส่อเหนื่อยสู้คดี

ลับหรือลวง? ดร.ณัฏฐ์ เปิด 3 จุดชี้ขาด พิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 69 กกต. ส่อเหนื่อยสู้คดี

ลับหรือลวง? ดร.ณัฏฐ์ เปิด 3 จุดชี้ขาด พิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 69 กกต. ส่อเหนื่อยสู้คดี

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.47 น.

วันที่ 21 มีนาคม 2569 กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดไว้พิจารณา ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงต่อศาลใน 15 วัน นั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ในชั้นตรวจรับคำร้องไว้พิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณา โดยมีตุลาการเสียงข้างน้อย 3 เสียง เห็นต่าง ไม่รับคำร้องคดีนี้ไว้พิจารณา ถือเป็นเรื่องปกติของการพิจารณาตามหลักเสียงข้างมากตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 ประกอบ พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561และ ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 ข้อ 20 วรรคสอง

ถามว่า ภาระการพิสูจน์ในคดีบัตรเลือกตั้ง ลับ-ไม่ลับเป็นหน้าที่ของใคร ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ในระบบไต่สวน จะแตกต่างระบบกล่าวหา เพราะระบบกล่าวหาเป็นหน้าที่ของคู่ความมิใช่ศาล แต่ในคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้ระบบไต่สวนในการค้นหาความจริง โดยอาศัย มาตรา 27 แห่ง พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ในการค้นหาข้อเท็จจริงในคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลต้องค้นหาข้อเท็จจริงจากผู้ร้องและผู้ถูกร้องทั้งสองฝ่าย

ปม กกต.ใช้บาร์โค้ดในบัตรสีชมพู และคิวอาร์โค้ดในบัตรสีเขียว ในการเลือกตั้ง สส.วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีประเด็นหลัก ฝ่ายผู้ร้องอ้างว่า สามารถย้อนกลับไปถึงข้อมูลในการใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ หากฝ่าย กกต.และเลขาธิการ กกต. ผู้ถูกร้องทั้งสอง ให้คำชี้แจงปฏิเสธ

โดยหลักปกติ ฝ่ายผู้ร้องมีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ได้ความว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ หากคำชี้แจง ฝ่าย กกต.ชี้แจง ว่า การจัดพิมพ์บัตรของ กกต.มีรหัสพิเศษในบัตรเลือกตั้งและนำมาใช้ในการเลือกตั้ง เท่ากับได้ยอมรับว่า ได้จัดทำบัตรที่มีรหัสพิเศษขึ้นจริง  แต่อ้างว่า เป็นมาตรการความปลอดภัยในการจัดการและควบคุมการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เท่ากับ รับข้อเท็จจริงว่า “จริง” แต่เป็นความลับ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ เพื่อให้ตนพ้นผิด ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่ฝ่าย กกต.และเลขาธิการ กกต.ผู้ถูกร้องทั้งสอง  

ที่ถามว่า แนวโน้มจะใช้เวลาในการพิจารณาคดีนานเท่าไหร่ นั้น ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 27 วรรคสอง บัญญัติว่า การพิจารณาของศาลต้องเป็นไปโดยรวดเร็วตามที่กำหนดในพรป.นี้และข้อกำหนดของศาล ต้องพิจารณาก่อนว่า คำชี้แจงของฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายผู้ถูกร้องทั้งสอง มีพยานหลักฐานเพียงพอที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยชี้ขาดได้หรือไม่ คือ ศาลต้องตรวจดูพยานหลักฐานที่นำเข้าสู่สำนวนทั้งสองฝ่ายโดยตรวจดูประเด็นตามคำร้อง โดย พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง “หากศาล เห็นว่า เป็นปัญหาข้อกฎหมายหรือมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลอาจประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยโดยไม่ทำการไต่สวนหรือยุติการไต่สวนก็ได้”

พูดภาษาชาวบ้าน คือ หากศาลยังสงสัยในข้อเท็จจริงอยู่ ศาลอาจมีคำสั่งให้ไต่สวนพยานบุคคลหรือเรียกพยานเอกสารมาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมก็ได้ หากศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายผู้ถูกร้อง มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลไม่ไต่สวนหรือยุติการไต่สวนได้ ทำให้คดีตัดสินเร็วขึ้น

ส่วนที่ถามว่า การพิสูจน์พยานหลักฐาน ลับ-ใม่ลับ พิสูจน์อย่างไร ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า การพิสูจน์หลักฐานพยานหลักฐานในคดีนี้ ที่จะเป็นจุดชี้ขาดข้อแพ้ชนะคดี ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด รหัสในบัตรเลือกตั้ง โดยวิธีการพิสูจน์ โดยวิธีนำบัตรเลือกตั้ง – ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง -บัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้ง 3 ส่วนมาประกอบกัน พิสูจน์ข้อเท็จจรริงให้เห็นว่า สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงข้อมูลของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ว่า บุคคลนั้นเลือกพรรคการเมืองใดและเลือกผู้สมัครรายใด พิสูจน์ไม่ยาก เชื่อว่า กกต.สามารถพิสูจน์ได้

ก่อนหน้านี้ ตนเขียนงานวิจัยดุษฎีนิพนธ์ทางกฎหมาย ระดับปริญญาเอกทางด้านกฎหมายมหาชน ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเดินทางไปศึกษาดูงานและลงพื้นที่ดูงานในยุโรปเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้ง สส.ของ กกต.ในต่างประเทศ อาทิ ประเทศอังกฤษ สก๊อตแลนด์ เนเธอแลนด์ เบลเยี่ยม และเยอรมัน เห็นว่า ภาคพื้นยุโรป กกต.ของประเทศนั้นๆ จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยมีรหัสพิเศษบาร์โค้ดเพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งและมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในบัตรเลือกตั้ง รวมถึงควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม  ไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ดังนั้น กกต.จึงต้องไปพิสูจน์เจตนาแท้จริงว่า จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีรหัสพิเศษเพื่ออะไร บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่

ธรรมนัส ใช้เวลาวันหยุด กับครอบครัว โชว์รูปจับงู สุดชิล

ธรรมนัส ใช้เวลาวันหยุด กับครอบครัว โชว์รูปจับงู สุดชิล

ธรรมนัส ใช้เวลาวันหยุด กับครอบครัว โชว์รูปจับงู สุดชิล

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.09 น.

“ธรรมนัส” โพสต์ภาพคู่ ‘งู’ ในวันหยุด หลังขนของ​ออกจาก​กระทรวง​เกษตร​ฯ​ 

วันที่ 21 มีนาคม 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธาน​ที่ปรึกษา​พรรค​กล้า​ธรรม​ ปรากฏภาพในอิริยาบถผ่อนคลาย โดยโพสต์​ท่าถ่ายรูปกับงูที่เลื้อยอยู่บนแขน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านอินสตาแกรมสตอรี “Jarubjubjib” ของนางสาวธนพร ศรีวิราช ภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส  โดยในภาพ ร.อ.ธรรมนัสสวมเสื้อคอกลมสีดำ กางเกงยีนส์ และหมวก​ในอิริยาบถ​สบายๆ กับครอบครัว

ช่วงเช้าที่ผ่านมา​ มีรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัสได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ขนย้ายสิ่งของส่วนตัวออกจากห้องทำงานภายในกระทรวงเกษตรฯ​ เนื่องจาก​จะมี​รัฐมนตรีใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่

สุรเดช จี้รัฐบาลออกมา การันตี ไม่มีการ กักตุนน้ำมัน-สินค้า จี้แสดงความรับผิดชอบ หากพบกักตุนจริง

สุรเดช จี้รัฐบาลออกมา การันตี ไม่มีการ กักตุนน้ำมัน-สินค้า จี้แสดงความรับผิดชอบ หากพบกักตุนจริง

สุรเดช จี้รัฐบาลออกมา การันตี ไม่มีการ กักตุนน้ำมัน-สินค้า จี้แสดงความรับผิดชอบ หากพบกักตุนจริง

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.55 น.

‘สุรเดช’ จี้รัฐบาลออกมา’การันตี’ไม่มีการ’กักตุนน้ำมัน-สินค้า’ จี้แสดงความรับผิดชอบ หากพบกักตุนจริง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้ประชาชนร่วมมือ แนะ ตรวจเข้มข้นถึงคลังน้ำมัน หา’ไอ้โม่ง’เอี่ยวผลประโยชน์มาลงโทษให้ได้ อย่าโยนไปที่ประชาชน เอาแต่พร่ำบอก’อย่าตื่นตระหนก อย่ากักตุน’ พร้อมบอกประชาชน ประหยัดพลังงาน หลีกเลี่ยงเดินทางไกลหากไม่จำเป็น ช่วยประเทศผ่าน’วิกฤต’

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาราคาน้ำมันที่รัฐบาลต่างออกมาบอกว่าไม่มีการกักตุนน้ำมันนั้นว่า ถ้ารัฐบาลมั่นใจอย่างนั้น ก็ควรจะออกมาการันตีให้ประชาชนเห็นเลยว่า ไม่มีการกักตุนน้ำมันหรือกักตุนสินค้าจริงๆ และหากพบว่ามีการกักตุน ซึ่งไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลพูด รัฐบาลจะออกมารับผิดชอบอย่างไร กับสิ่งที่ตัวเองได้การันตีไป ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาล แต่ส่วนตัวเห็นว่าน่าจะมีการกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร เพราะถ้าไม่มีการกักตุนน้ำมัน ทำไมจึงไม่มีการส่งน้ำมันให้ปั๊มต่างๆตามปกติ ถ้าน้ำมันมีเพียงพออย่างที่รัฐบาลหรือกระทรวงพลังงานประกาศไว้ว่าเรามีน้ำมันใช้ไปอีก 100 กว่าวัน ดังนั้นรัฐบาลควรต้องมีการตรวจสอบให้เข้มข้น 

‘การกักตุนน้ำมัน เพื่อเก็งกำไร มีความผิดทางกฎหมายอยู่แล้ว เมื่อผิดกฎหมายรัฐบาลต้องประกาศให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการได้รู้ว่าการกักตุนน้ำมันถือว่าผิดกฎหมายและมีโทษหนัก ประชาชนจะได้ระมัดระวังไม่กักตุนสินค้า แม้แต่เอกชนที่มีคลังน้ำมันของตัวเอง และกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไร เมื่อรู้ว่าการกักตุนผิดกฎหมายและมีโทษหนักก็จะกลัว ระมัดระวังไม่กักตุน ดังนั้นเรื่องนี้รัฐบาลต้องออกมาประกาศให้ชัดเจน มีก็บอกว่ามี ถ้าไม่มีก็ต้องกล้าที่จะบอกกับประชาชนว่าไม่มี ตอนนี้ประชาชนเกิดความระแวงสงสัยว่า อาจจะมีการกักตุนน้ำมันหรือไม่ และที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก อยากให้ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ตอนนี้ทุกคนก็เห็นอยู่ว่าประชาชนเขาก็ไปเติมน้ำมันตามปกติ แต่ปรากฏว่าตามปั๊มต่างๆ ไม่มีน้ำมันแล้วจะให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติได้อย่างไร ดังนั้นรัฐบาลควรต้องมีการตรวจสอบไปถึงต้นทาง คือที่คลังน้ำมันว่ามีน้ำมันอยู่เท่าไหร่กันแน่ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องเร่งออกประกาศพรบ.กักตุนสินค้าออกมาเพื่อให้ประชาชนตื่นตัวว่าการตุนน้ำมันหรือกักตุนสินค้ามีโทษหนักอย่างไร’

นายสุรเดช กล่าวว่า ในส่วนของประชาชนเอง ก็ต้องพยายามประหยัด ต้องรัดเข็มขัดและต้องตื่นตัวในการใช้น้ำมัน โดยตอนนี้ควรงดเว้นหรือหลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวหรือเดินทางไกลโดยไม่จำเป็น ซึ่งหากเราสามารถงดเว้นการเดินทางไกลหากไม่จำเป็นได้ก็ควรทำ หรือบ้านไหนที่มีรถยนต์มากกว่าหนึ่งคันก็ควรจะลดให้เหลือการใช้รถยนต์เพียงคันเดียว อาจจะนำวิธีในอดีตคือการใช้คาร์พูล(car pool) ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน ต้องช่วยกันประหยัดและรัดเข็มขัด ใช้น้ำมันให้คุ้มค่าในแต่ละวัน ซึ่งถ้าประชาชนพยายามช่วยกันประหยัดทั้งประเทศ น้ำมันก็จะเหลือมากกว่าเดิม ดังนั้นเราก็สามารถนำน้ำมันส่วนที่เหลือนี้โยกเอาไปให้ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรมไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา ประมง หรือปศุสัตว์ จะได้มีผลพลอยได้ไปถึงราคาสินค้าต่างๆ ที่จะได้ไม่ขยับตัวขึ้น

นายสุรเดช กล่าวว่า ปกติเรื่องของราคาสินค้าจะมีกฎหมาย มีบทลงโทษอยู่แล้วว่าสินค้าที่ขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอหรือขึ้นราคามากเกินไป จะมีความผิดซึ่งตรงนี้รัฐบาลต้องประกาศให้ประชาชนได้รับรู้ไม่อย่างนั้นก็จะมีพ่อค้าบางกลุ่มฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าได้ และขณะนี้สินค้าหลายอย่างเริ่มที่จะปรับราคาขึ้นแล้วทั้งที่ความจริงราคาน้ำมันยังไม่ได้ขึ้นไปมากเท่าไหร่ สินค้าก็ยังเป็นต้นทุนเดิม สต็อกเดิมอยู่ รัฐบาลก็ยังคงพยุงราคาน้ำมันอยู่บ้าง

นายสุรเดช กล่าวว่า สิ่งที่ตนอยากจะนำเสนอรัฐบาลคือ1.รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนตื่นตัวก่อน ว่าการกักตุนไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือกักตุนน้ำมัน แล้วนำมาขายแพงกว่าเหตุ เป็นสิ่งผิดกฎหมายเพราะฉะนั้นประชาชนอย่าไปเสี่ยง จะได้ไม่คุ้มเสีย 2.รัฐบาลต้องตรวจสอบ ไปที่คลังน้ำมันใหญ่ว่ามีการตุนหรือไม่ อย่าพูดลอยๆว่าไม่มี ต้องตรวจสอบให้เข้มข้นจริงๆ อย่าโยนภาระไปที่ประชาชนหรือได้แต่บอกประชาชนอย่าไปกักตุนสินค้าหรือกักตุนน้ำมัน และหากปรากฎว่าพบมีการกักตุนน้ำมันจริง รัฐบาลก็บอกกับประชาชนเลยว่าจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองพูดไปอย่างไร ดังนั้นรัฐบาลต้องตรวจสอบให้ชัดเจน ตอบคำถามหรือ

ข้อสงสัยของประชาชนให้ได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มีใครหรือมีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดเข้าไปเกี่ยวข้องหรือสมรู้ร่วมคิด หรือได้ประโยชน์หรือไม่ ต้องหาไอ้โม่งและนำตัวออกมาลงโทษให้ได้ เพราะหากเจ้าหน้าที่เพิกเฉยก็จะมีความผิดตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ และ 3.รัฐบาลต้องนำเอากฎหมายห้ามกักตุนออกมาประกาศใช้ ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่จะได้กลัวหรือระมัดระวังตัวมากขึ้น ซึ่งตรงนี้จะต้องทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ โดยกระทรวงพาณิชย์ต้องไม่ใช่ออกมาแค่พยุงราคาสินค้าเท่านั้น แต่ต้องออกมาควบคุมราคาสินค้าให้เข้มข้น ถ้าพ่อค้าคนไหนหรือกลุ่มไหนขึ้นราคาโดยที่ไม่มีเหตุผล ทั้งที่ราคาน้ำมันยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก หรือราคาสินค้าที่ยังเป็นต้นทุนเดิม เป็นสต็อกเดิมอยู่แล้วมาขึ้นราคาในช่วงนี้ ต้องจับและดำเนินคดีตามกฎหมายให้หมด ไม่เช่นนั้นประชาชนจะเดือดร้อนทั้งประเทศ ส่วนประชาชนก็ต้องให้ความร่วมมือ ต้องประหยัด ต้องรัดเข็มขัด ต้องใช้น้ำมันอย่างคุ้มค่าทุกวันเพื่อให้ประเทศเราผ่านจุดวิกฤตนี้ไปให้ได้

ครม.อนุทิน2 เคาะจบสุดสัปดาห์นี้ ฝั่ง ภท. ส่งตรวจสอบประวัติแล้ว พปชร. ต้องลุ้นหนัก ได้ไปต่อหรือตกขบวน?

ครม.อนุทิน2 เคาะจบสุดสัปดาห์นี้ ฝั่ง ภท. ส่งตรวจสอบประวัติแล้ว พปชร. ต้องลุ้นหนัก ได้ไปต่อหรือตกขบวน?

ครม.อนุทิน2 เคาะจบสุดสัปดาห์นี้ ฝั่ง ภท. ส่งตรวจสอบประวัติแล้ว พปชร. ต้องลุ้นหนัก ได้ไปต่อหรือตกขบวน?

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.42 น.

‘ครม.อนุทิน2’ เคาะจบสุดสัปดาห์นี้ ฝั่ง ’ภท.‘ ส่งตรวจสอบประวัติแล้ว ด้าน ’พปชร.‘ ต้องลุ้นหนักได้ไปต่อหรือตกขบวน เปิด ’8หน่วยตรวจสอบ’ ด่านหินเข้มเช็คคุณสมบัติรมต.

21มี.ค.2569  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.) “อนุทิน 2” ภายหลังจากโปรดเกล้าฯ นายอนุทิน  ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่32 ครั้งที่2
ในส่วน รายชื่อ ครม. สัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้ส่งตรวจสอบคุณสมบัติแล้วเช่นกัน ซึ่งรายชื่อส่วนใหญ่เป็นไปตามโผ ที่ปรากฎออกมาตามหน้าสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ และยังมีบางตำแหน่งที่อาจจะต้องปรับเปลี่ยน เพื่อความเหมาะสม

ขณะที่ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐที่มี  5 เสียง ขณะนี้ไม่มีข้อสรุปและมีความชัดเจน ว่าจะได้ตำแหน่ง ใดๆหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คาดว่ารายชื่อ ครม. ”อนุทิน 2“ จะเคาะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ สำหรับ “8ด่าน“ หินที่เป็นหน่วยงานหลักตรวจสอบประวัติ รัฐมนตรี ได้แก่ 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะตรวจสอบประวัติอาชญากรรม คดีความ และประวัติการต้องโทษคุก

​2.สำนักงานศาลยุติธรรม จะตรวจสอบข้อมูลการถูกฟ้องร้อง คดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา หรือคำพิพากษาของศาล

​3.สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะตรวจสอบประวัติการถูกชี้มูลความผิดเรื่องการทุจริต การร่ำรวยผิดปกติ หรือการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง

​4.สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จะตรวจสอบว่าเคยมีคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับลักษณะต้องห้ามทางการเมืองหรือไม่

​5.กรมบังคับคดี  ซึ่งจะตรวจสอบสถานะการเป็นบุคคลล้มละลาย

​6.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะตรวจสอบคุณสมบัติเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง

​7.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) จะตรวจสอบการถือครองหุ้นในบริษัทต้องห้ามตามกฎหมาย (เช่น ธุรกิจสัมปทานรัฐ หรือสื่อมวลชน)  

8. สำนักงานอัยการสูงสุด จะเช็กสถานะสั่งฟ้อง คดีอาญา 

สุดาวรรณ แอบเครียด หลัง DSI ออกหมายเรียก ปมรุกหาดสวนยา พร้อมสู้ตามกฎหมาย

สุดาวรรณ แอบเครียด หลัง DSI ออกหมายเรียก ปมรุกหาดสวนยา พร้อมสู้ตามกฎหมาย

สุดาวรรณ แอบเครียด หลัง DSI ออกหมายเรียก ปมรุกหาดสวนยา พร้อมสู้ตามกฎหมาย

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.29 น.

‘สุดาวรรณ’ บอกแอบเครียดนิดหนึ่ง หลังเห็นข่าวดีเอสไอออกหมายเรียก ปมรุกหาดสวนยา แจง เวลาซื้อขายทำถูกต้องทางกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนจะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อไหร่ ขอนัดอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหากรณีบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ “หาดสวนยา” ต.ศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ตนเป็นกรรมการบริษัท จึงมีการฟ้องในนามที่เป็นกรรมการบริษัท ทั้งนี้ เวลาทำอะไรตนก็ซื้อขายอย่างถูกต้องทางกฎหมายอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คงต้องดูในรายละเอียดและชี้แจงกันไป ซึ่งเรื่องเหล่านี้สามารถอธิบายได้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า จะมีการเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อไหร่นั้น น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า ตนขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่ทราบว่าวันไหนจะมีอะไรบ้าง ซึ่งยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจนว่าจะเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อไหร่ คงต้องมีการนัดอีกครั้ง

เมื่อถามว่า คดีออกมาในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง มีความหนักใจอะไรหรือไม่ น.ส.สุดาวรรณ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ตนเห็นหน้าตัวเองทั้งวัน หากจะบอกว่าไม่อะไรก็ไม่ได้ เพราะก็เป็นข่าวใหญ่ ก็แอบเครียดนิดหนึ่ง แต่พร้อมที่จะเดินหน้าตามกระบวนการทางกฎหมายและคงต้องมีการทำไปตามขั้นตอน 

โผครม.เพื่อไทย ลงตัว ดัน สส.รุ่นใหม่ ‘ปิยะรัฐชย์-วัชรพล’ นั่ง รมช.เกษตรฯ ‘อัครนันท์’ ได้ รมช.ศึกษา

โผครม.เพื่อไทย ลงตัว ดัน สส.รุ่นใหม่ ‘ปิยะรัฐชย์-วัชรพล’ นั่ง รมช.เกษตรฯ ‘อัครนันท์’ ได้ รมช.ศึกษา

โผครม.เพื่อไทย ลงตัว ดัน สส.รุ่นใหม่ ‘ปิยะรัฐชย์-วัชรพล’ นั่ง รมช.เกษตรฯ ‘อัครนันท์’ ได้ รมช.ศึกษา

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.50 น.

โผครม.เพื่อไทยลงตัว ดัน สส.รุ่นใหม่ “ปิยะรัฐชย์-วัชรพล” นั่ง รมช.เกษตรฯ “อัครนันท์” ได้ รมช.ศึกษา

วันที่ 21 มีนาคม 2569 รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า สำหรับการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในโควตาของพรรคเพื่อไทย หลังได้โควตาในการจัดตั้งมาทั้งหมด 8 เก้าอี้ แยกเป็นรัฐมนตรีว่าการ 5 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง 

โดยในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย ตอนนี้ได้รายชื่อบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้วทั้ง 3 คน เริ่มจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ คือ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี

ส่วนตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ คือ นายวัชรพล ขาวขำ สส.อุดรธานี และน.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย ลูกสาวของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

สำหรับตำแหน่ง 5 รัฐมนตรีว่าการที่ลงตัวไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองนายกฯ และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็น รมว.แรงงาน น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็น รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น รมว.ศึกษาธิการ

ธนกรร่ายยาวสุดซึ้ง อวยพรวันเกิดบิ๊กตู่ ยกเป็นแบบอย่างผู้นำผู้เสียสละ

ธนกรร่ายยาวสุดซึ้ง อวยพรวันเกิดบิ๊กตู่ ยกเป็นแบบอย่างผู้นำผู้เสียสละ

ธนกรร่ายยาวสุดซึ้ง อวยพรวันเกิดบิ๊กตู่ ยกเป็นแบบอย่างผู้นำผู้เสียสละ

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.45 น.

“ลุงตู่” ยังอยู่ในใจ! “ธนกร” โพสต์ซึ้งวันเกิดอดีตนายกฯ ยกย่องเป็นผู้นำที่ยึดมั่นความมั่นคงชาติ ย้ำจะทำหน้าที่เพื่อบ้านเมืองตามรอย

21 มีนาคม 2569 ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ” ผมขอกราบอวยพรเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ผมเคารพรักอย่างยิ่ง ตลอดระยะเวลาที่ผมมีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดกับท่าน ผมได้เรียนรู้ถึงความมุ่งมั่น ความเสียสละ และความตั้งใจจริงในการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนท่านเป็นแบบอย่างของผู้นำ ที่ยึดมั่นในความมั่นคงของชาติความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองและการทำงานอย่างไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

ในโอกาสวันสำคัญนี้ ผมขออำนวยพรให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข และมีพลังในการทำสิ่งดี ๆ เพื่อบ้านเมืองต่อไป ผมจะยึดมั่นในหลักการที่ได้เรียนรู้จากท่าน และนำมาปฏิบัติในการทำงานเพื่อประชาชนอย่างดีที่สุด ด้วยความเคารพรักอย่างสูงครับ” 

เปิดซอง รมต.เพื่อไทย ส่งตรวจคุณสมบัติ 8 คน ตามคาด 5 อรหันต์มาครบ

เปิดซอง รมต.เพื่อไทย ส่งตรวจคุณสมบัติ 8 คน ตามคาด 5 อรหันต์มาครบ

เปิดซอง รมต.เพื่อไทย ส่งตรวจคุณสมบัติ 8 คน ตามคาด 5 อรหันต์มาครบ

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.25 น.

เปิดซอง รมต.เพื่อไทย ส่งตรวจคุณสมบัติ 8 คน ตามคาด 5 อรหันต์มาครบ ขณะ รมช.หน้าใหม่ 3 โควตาภาคกลาง เหนือ อีสาน ไร้ชื่อบิ๊กเนม รมต.ตลอดกาล “สมศักดิ์” ส่วน “เจ๊เดือน” ชื่อหลุด ด้านภูมิใจไทย แจกเอกสาร ว่าที่ รมต.กรอกประวัติแล้ว รอส่ง 23 มี.ค. 69 

เปิดรายชื่อเพื่อไทย ส่งรัฐมนตรี 8 คน กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งวานนี้ช่วงบ่าย (19 มี.ค. 2569) แกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้รวบรวมรายชื่อรัฐมนตรี ของทั้งพรรคภูมิใจไทย และเพื่อไทย ตรวจสอบคุณสมบัติ กับ 8 หน่วยงานหลัก แล้ว 

โดยสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย มีการเสนอรายชื่อรัฐมนตรีรวม 8 คน แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) 5 คน ได้แก่

1. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
2. สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
3. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.กระทรวงแรงงาน
4. ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ
5. สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

โดย 2 ชื่อหลัง รอลุ้นการเช็คประวัติอย่างเข้มข้น แต่หากเป็นไปในทางลบ พรรคเพื่อไทยก็ต้องส่งรายชื่อใหม่เข้ามาเพิ่มเติม  

สำหรับสัดส่วน รมช. 3 คน ตัวแทนจาก ภาคเหนือ อีสาน และกลาง มีชื่อของ
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย 
นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี  
นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์  สส.กาญจนบุรี 

เป็นที่น่าจับตาว่ารายชื่อรัฐมนตรีครั้งนี้ บิ๊กเนมรัฐมนตรีตลอดกาล อย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รวมถึง นาง มนพร เจริญศรี  ไร้การเสนอชื่อในครั้งนี้ 

อย่างไรก็ตามวานนี้ ภายหลังการรับสนองโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี มีรายงานข่าวภายในพรรคภูมิใจไทยว่า ได้แจ้งเจ้าตัว และมอบเอกสารให้ รมต.นำไปกรอกประวัติ ก่อนที่จะนำมายื่นในวันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2569 นี้ 

พีระพันธุ์ โพสต์ซึ้งกินใจ อวยพรวันเกิดบิ๊กตู่ คุณความดียังอยู่ในความทรงจำไม่ลืม

พีระพันธุ์ โพสต์ซึ้งกินใจ อวยพรวันเกิดบิ๊กตู่ คุณความดียังอยู่ในความทรงจำไม่ลืม

พีระพันธุ์ โพสต์ซึ้งกินใจ อวยพรวันเกิดบิ๊กตู่ คุณความดียังอยู่ในความทรงจำไม่ลืม

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.21 น.

“พีระพันธุ์” อวยพรวันเกิด “องคมนตรีประยุทธ์” แม้ไร้บทบาทการเมือง แต่ความดีคงอยู่

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุข้อความซึ้งกินใจว่า ” วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านองคมนตรี พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา อีกวาระหนึ่ง 
.
แม้ท่านจะไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองแล้ว แต่คุณความดีที่ท่านได้ทำให้ชาติบ้านเมืองยังคงอยู่ในความทรงจำของผมและประชาชน 
.
ผมขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลก โปรดดลบันดาล ประทานพร และคุ้มครองให้ท่านมีแต่ความสุข มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง เป็นหลักของประเทศชาติตลอดไปครับ ”