แฉต่อรัวๆ ! พริษฐ์ เปิดคำวินิจฉัย กกต. ไม่ติดใจคุณสมบัติ สว.ปราณีต อดีตคนขับรถ ปู่ชัย

แฉต่อรัวๆ ! พริษฐ์ เปิดคำวินิจฉัย กกต. ไม่ติดใจคุณสมบัติ สว.ปราณีต อดีตคนขับรถ ปู่ชัย

แฉต่อรัวๆ ! พริษฐ์ เปิดคำวินิจฉัย กกต. ไม่ติดใจคุณสมบัติ สว.ปราณีต อดีตคนขับรถ ปู่ชัย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.08 น.

แฉต่อรัวๆ ! พริษฐ์ เปิดคำวินิจฉัย กกต. ไม่ติดใจคุณสมบัติ สว.ปราณีต อดีตคนขับรถ ปู่ชัย อ้างโปรไฟล์ นักกีฬาฟุตบอลอาวุโส 

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพตส์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เปิดคำวินิจฉัย กกต. เรื่องคุณสมบัติ สว. ปราณีต เกรัมย์ (กลุ่ม 16 จ. บุรีรัมย์) : ผู้สมัครเซ็นรับรองข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในใบแนะนำตัว (สว. 3) แต่ กกต. ไม่ติดใจ

ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา เราได้เห็นข้อถกเถียงในสังคม ต่อคำวินิจฉัยของ กกต. เกี่ยวกับคุณสมบัติของ 2 สว. จาก จ.อำนาจเจริญ (แดง กองมา / สมพาน พละศักดิ์) ซึ่งถูกเปิดประเด็นโดย iLaw และกำลังถูกตั้งข้อสังเกตโดย อดีต กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร ว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดย กกต. เพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร 2 คนดังกล่าวหรือไม่

วันนี้ ผมขอชวนทุกคนไปวิเคราะห์ผลการวินิจฉัยของ กกต. อีกกรณีหนึ่ง ที่มีประชาชนส่งข้อมูลเข้ามา และที่น่าถูกตั้งคำถามในลักษณะเดียวกัน

คำวินิจฉัยที่แนบมานี้ เป็นคำวินิจฉัยของ กกต. ที่ 251/2567 เกี่ยวกับคุณสมบัติของ สว. ปราณีต เกมรัมย์ (กลุ่ม 16 จาก จ.บุรีรัมย์)

การร้องเรียนส่วนหนึ่งเกิดขึ้น เนื่องจากคุณปราณีต ได้ใส่ในใบสมัครและเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร (สว. 3) ว่าตนเป็น “นักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ. 2527-2547”

แต่พอไปคำนวณจากข้อมูลว่าคุณปราณีตอายุ 61 ปี ตอนลงสมัครใน พ.ศ. 2567 ก็เท่ากับว่าคุณปราณีตมีอายุ 21-41 ปี ในช่วง พ.ศ. 2527-2547 ในขณะที่ข้อบังคับของการกีฬาแห่งประเทศไทย กำหนดว่า “กีฬาอาวุโส” หมายถึงกีฬาที่ผู้เข้าร่วมแข่งขันมีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป

นั่นหมายความว่า:

1. ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่คุณปราณีตจะเป็นนักกีฬาอาวุโส ตลอดห้วงเวลา พ.ศ. 2527-2547 ตามที่ปรากฏในใบแนะนำตัว 

2. หากประสบการณ์เดียวที่คุณปราณีตใช้อ้างอิงในการลงสมัคร คือประสบการณ์ในการเป็นนักกีฬาอาวุโส ก็เท่ากับว่าคุณปราณีตสามารถมีประสบการณ์เป็นนักกีฬาอาวุโสได้มากสุดเพียงแค่ 6 ปี (ช่วงอายุ 35-41 ปี ใน พ.ศ. 2541-2547) ซึ่งจะน้อยกว่าประสบการณ์ 10 ปี ที่ผู้สมัครต้องมีในด้านที่ตนสมัคร

ในการไต่สวน คุณปราณีตได้แก้ประเด็นในข้อ 2 โดยการชี้แจงว่าตนมีประสบการณ์เป็นนักกีฬาฟุตบอลเกิน 10 ปี เพราะตนเริ่มแข่งขันในระดับตำบลตั้งแต่อายุ 16 ปี ก่อนจะถูกคัดเลือกในปี พ.ศ. 2527 ให้เป็นนักฟุตบอลของกองพันในระหว่างรับราชการทหาร และยังร่วมแข่งขันฟุตบอลต่อในระดับตำบลและอำเภอต่อเนื่องมาจนถึง พ.ศ. 2547 – โดยในประเด็นดังกล่าว คำวินิจฉัยมีการอ้างถึงการไต่สวนพยานบุคคลอื่นที่ร่วมแข่งขันฟุตบอลกับคุณปราณีต (น่าเชื่อถือหรือไม่ คงต้องร่วมกันวิเคราะห์และตรวจสอบกันต่อ)

อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าการแก้ประเด็นในข้อ 1 ของคุณปราณีต มีจุดที่น่าสงสัย – โดยสรุป คุณปราณีตให้การว่า:

1. เขาไม่ได้เป็นคนเขียนใบสมัครและข้อมูลแนะนำตัวเขาด้วยตนเอง แต่ใช้วิธีพูดและขอให้เจ้าหน้าที่เขียนให้

2. เขายืนยันว่าเขาบอกเจ้าหน้าที่เพียงว่าเขาเป็น “นักฟุตบอลตั้งแต่ พ.ศ. 2527-2547” แต่เจ้าหน้าที่ไปเติมคำว่า “อาวุโส” เอง

3. ตอนเซ็นรับรองเอกสารข้อมูลแนะนำตัว (ซึ่งมีคำว่า “นักกีฬาฟุตบอลอาวุโส พ.ศ. 2527-2547” อยู่) เขาอ้างว่าเขาไม่ได้เอาแว่นตาไป เลยเซ็นรับรองความถูกต้องไป โดยไม่ได้เห็นว่ามีข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

แม้จะมีเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลมาให้การในฐานะพยาน ว่าตนเป็นคนเติมคำว่า “อาวุโส” เข้าไปเองจากการพูดคุยกันกับผู้สมัคร แต่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสงสัย ที่เจ้าหน้าที่จะเติมข้อความใดๆเข้าไปเองหากไม่ได้เป็นความประสงค์ของผู้สมัคร และถึงแม้จะเติมเข้าไปเอง เอกสารดังกล่าวก็ต้องถูกตรวจสอบและลงชื่อรับรองความถูกต้องโดยผู้สมัครอยู่ดี

ดังนั้น การที่ กกต. วินิจฉัยว่าไม่มีการกระทำผิดใดๆเกิดขึ้นในกรณีนี้ และยอมรับได้กับความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น ก็ย่อมทำให้สังคมเกิดคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ได้เช่นกัน ยิ่งเมื่อนำมาพิจารณาประกอบกับคำวินิจฉัยอื่นๆ ของ กกต. เรื่องคุณสมบัติ

ป.ล. หากใครมีข้อมูลว่ามีผู้สมัครคนอื่น ที่เคยมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนในใบแนะนำตัวผู้สมัคร (สว. 3) แต่กลับถูก กกต. วินิจฉัยอีกแบบ สามารถ comment เข้ามาได้ หรือส่งมาทาง inbox เพื่อให้ตรวจสอบเพิ่มเติมได้ครับ”

ศุภชัย สวนกลับ สว.นันทนา ใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่ต้องร้อนตัว แฉเรียกประชุม สว.ส้ม ไม่ได้แชร์ค่าใช้จ่ายกัน

ศุภชัย สวนกลับ สว.นันทนา ใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่ต้องร้อนตัว แฉเรียกประชุม สว.ส้ม ไม่ได้แชร์ค่าใช้จ่ายกัน

ศุภชัย สวนกลับ สว.นันทนา ใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่ต้องร้อนตัว แฉเรียกประชุม สว.ส้ม ไม่ได้แชร์ค่าใช้จ่ายกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.44 น.

“ศุภชัย”สวนกลับ”สว.นันทนา” ใสซื่อบริสุทธิ์ ไม่ต้องร้อนตัว แฉเรียกประชุม สว.ส้ม ที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี ไม่ได้แชร์ค่าใช้จ่ายกัน เพราะมีหลักฐาน”หิรัญ-ฟ้าเดียวกัน”ทั้งจอง ทั้งจ่าย

30 กรกฎาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความระบุถึง น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา กรณีการฮั้ว สว.ส้ม ไม่ต้องร้อนตัว โดยระบุพฤติกรรมจัดประชุมผู้สมัคร สว.ส้ม ที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทงธานี ไม่ได้แชร์ค่าใช้จ่ายกันจริง แต่มี “หิรัญ ฟ้าเดียวกัน” เป็นทั้งเป็นคนจอง และคนจ่าย โดยมีข้อความว่า ที่จริงผมเป็นแฟนคลับของท่าน สว.นันทนา มาโดยตลอด ตั้งแต่ออกรายการทอล์กโชว์ ในแนวสนุกสนานไม่มีสาระ แบบสภาโจ๊ก จนมาเป็นสมาชิกวุฒิสภา แล้วได้ข้อสรุปว่าท่านยังคงเส้นคงวา เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น พูดจาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด

ถามว่าผมเดือดร้อน หรือปกป้อง สว.คนใดหรือไม่ คำตอบคือไม่

แต่ถ้าได้ติดตามมาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมไม่ได้ปกป้องใคร นอกจากออกมาปกป้องพรรคภูมิใจไทยและ บุคคลในพรรคภูมิใจไทย 9 ท่านที่มีการงัดเรื่องเก่ามากล่าวหาจากกลุ่ม ilaw และพรรคฝ่ายค้านว่า เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว.

แน่นอนว่าผมได้ตั้งคำถามว่ากรณีการดำเนินการของกลุ่ม สว.ประชาชน หรือ สว.สีส้ม มันแตกต่าง กับการที่กล่าวหาอย่างไร เพราะขั้นตอนการดำเนินการของกลุ่ม สว.สีส้ม ตั้งแต่ระดับอำเภอมาจนถึงระดับประเทศลักษณะเดียวกัน ถ้ากลุ่มนั้นฮั้วแปลว่าฮั้วเหมือนกับกลุ่มที่ท่านกล่าวหา และวันนี้ก็ยอมรับว่ามีการฮั้วแต่ไม่โกง ผมก็บอกว่าท่านแน่ใจนะ ผมมีหลักฐานที่ท่านก็ทำกันในลักษณะเดียวกัน และให้ความเห็นว่า กกต.มีอำนาจในการที่จะไปสืบสวนสอบสวนได้ตามกฎหมาย

ถ้าไม่ทำอะไรผิด ก็ไม่ต้องร้อนตัว เรื่องชั่วไม่ชั่ว แน่นอนครับว่าประชาชนเค้าเห็น และเจ้าตัวก็รู้ตัวรู้กันเองแหละว่าชั่วหรือไม่ ส่วนที่บอกว่าไม่ดีจริงไม่รอดมาหรอก มันคนละเรื่องกันกับว่าท่านได้รับเลือกมา ถูกต้องหรือไม่ซึ่งเป็นเรื่องอนาคต

ที่ผมบอกก็คือกว่าที่จะมากัน 300 คนมาชุมนุมกันทีห้องจูปีเตอร์เมืองทองธานีนั้น จากอำเภอสู่จังหวัดจากจังหวัดสู่ประเทศ พบกันกี่ครั้งพบกันกี่หน ที่แน่ๆ แต่ ท่าน สว.ก็ยอมรับว่า 300 คน มาพบกันที่ห้องจูปิเตอร์ เมืองทองธานี จริง แต่จะควักเงินกันค่าอะไรกันหรือไม่ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก อันเป็นข้ออ้างของท่าน จะจริงหรือไม่จริงก็เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กัน

แต่ข้อมูลที่ผมมีมาไม่ได้ตรงกับที่ท่านบอกเช่นที่ท่านบอกว่าค่าห้องจัดเลี้ยงนี้ก็ควักเงินลงขันกัน แต่ตามหลักฐานแล้วคนจองคนจ่ายการจัดงานนี้เป็นคนเดียว มาจาก “ฟ้าเดียวกัน” คือคุณ……..หิรัญ….

ผมไม่ได้เป็นหมาหางด้วนและผมก็ไม่ได้เห็นหางของท่าน สว.เช่นเดียวกัน แต่แน่นอนว่าผมเป็นคนละพวกกับท่าน สว.

ถ้าท่าน ใสซื่อบริสุทธิ์และได้เป็น สว.เพราะความนิยมชมชอบมาจากชื่อเสียงเกียรติคุณ รายการทอล์คโชว์ของท่าน โดยไม่มีการจัดตั้ง ท่านก็ไม่ต้องร้อนตัว เป็นบุคคลสาธารณะ ต้องพร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบ และเคารพการตัดสินใจของผู้มีหน้าที่ตามกฎหมาย ปล่อยให้กลไกของกฎหมายดำเนินการไปเถิดอย่าร้อนรุ่มไปเลย

ผมชอบหนังเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ และตัวละครในหนังที่ผมชอบมากคือศาสตราจารย์ Minerva McGonagall ซึ่งบุคลิกหน้าตาคล้ายกับท่าน สว.มาก จึงทำให้ชอบท่านด้วย

จริงๆ นะ

(ข่าวที่เกี่ยวข้อง : นันทนา ฮึ่มกลับ ศุภชัย ปมรวมตัว 300 สว.ประชาชน ลั่นจ่ายเงินเอง ไม่เคยโกงเข้ามา)

นันทนา ฮึ่มกลับ ศุภชัย ปมรวมตัว 300 สว.ประชาชน ลั่นจ่ายเงินเอง ไม่เคยโกงเข้ามา

นันทนา ฮึ่มกลับ ศุภชัย ปมรวมตัว 300 สว.ประชาชน ลั่นจ่ายเงินเอง ไม่เคยโกงเข้ามา

นันทนา ฮึ่มกลับ ศุภชัย ปมรวมตัว 300 สว.ประชาชน ลั่นจ่ายเงินเอง ไม่เคยโกงเข้ามา

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.57 น.

30 กรกฎาคม 2569 น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ถึงกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ระบุจะร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบกลุ่ม สว.ประชาชน หรือ สว.ส้ม เรื่องการนัดประชุม 300 คน ที่เมืองทองธานี ว่าเข้าข่ายฮั้วเลือก สว. หรือไม่ โดย ดร.นันทนา ย้อนถามว่า ขอให้ย้อนกลับไปตั้งแต่วันเลือก สว.ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 ตนเคยให้สัมภาษณ์หลังเดินออกจากห้องเลือกตั้งที่เมืองทองธานีแล้วว่า มีปรากฏการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น มีคะแนนมาเป็นก้อนใหญ่ๆ 70 – 80 คะแนน ในขณะที่ผู้สมัครคนอื่นๆ ได้เพียง 20 – 30 คะแนน ซึ่งหลังจากนั้นก็มีหลักฐานทยอยออกมาเรื่อยๆ ทั้งเรื่องโพย การจ้างวาน โทรศัพท์ นัดหมาย จัดขบวนรถยนต์ เสื้อสีเดียวกัน หรือการถือแฟ้มดำ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ว่ามีกระบวนการเช่นนั้นเกิดขึ้นจริง

น.ส.นันทนา กล่าวถึงภาพตารางวิเคราะห์บัตรลงคะแนนจากกล้องวงจรปิดว่า ยิ่งชัดเจนมากขึ้น รอบเช้ามีตัวเลขผู้สมัคร 1 – 148 คน ให้เลือกมา 10 คน ลองให้คน 2 คนเลือกเลข 10 ตัวจาก 150 ตัวเลข เชื่อว่าไม่มีทางเลือกตรงกัน และการจะเลือกให้ตรงกัน 10 ลำดับเป๊ะ ตั้งแต่บ็อกซ์ที่ 1 ถึงบ็อกซ์ที่ 10 มีโอกาสเกิดขึ้นได้เพียง 1 ในหลายพันล้าน แต่กลับพบว่ามีผู้สมัครประมาณ 60 – 70 คน ที่เลือกเลขตรงกันและเรียงลำดับเหมือนกันเป๊ะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างแรง และขอถามกลับไปยังนายศุภชัยว่า หากไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับ สว.สีน้ำเงิน จะออกมาเดือดร้อนทำไม หรือจริงๆ แล้วมีความสัมพันธ์ผูกพันกันมาตั้งแต่ต้นตามที่มีหลักฐานปรากฏ

“ดิฉันเริ่มเห็นแล้วว่า การออกมาทำเหมือนหมาหางด้วน ที่พยายามจะบอกว่าถ้าฉันชั่ว คนอื่นก็ชั่วเหมือนกัน ทำชั่วทั่วมุมแบบที่ฉันทำ ซึ่งดิฉันคิดว่าประชาชนเขามีตา และเห็นอยู่ว่าหลักฐานการฮั้วมันชัดเจนขนาดไหน” น.ส.นันทนา กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีการจัดประชุมผู้สมัคร สว.ประชาชน 300 คน ที่เมืองทองธานี น.ส.นันทนา ชี้แจงว่า เรื่องนี้สื่อมวลชนรายงานข่าวทุกสื่อ และเจ้าหน้าที่ กกต.ก็ไปสังเกตการณ์ในพื้นที่ ไม่มีอะไรที่หลบๆ ซ่อนๆ หรือทำลับๆ ล่อๆ เป็นสิ่งที่ประชาชนรับรู้มาตั้งแต่ต้น จุดเริ่มต้นเกิดจากการรวมตัวผ่านเว็บไซต์ Senate67 ของกลุ่มไอลอว์ (iLaw) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้สมัครเข้ามาแนะนำตัวและแสดงแนวคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะ กกต.ไม่ได้จัดทำระบบแนะนำตัวกลางให้ ผู้สมัครที่มีอุดมการณ์สอดคล้องกันเรื่องอยากแก้รัฐธรรมนูญจึงมาเจอกันในชุมชนเสมือนแห่งนี้ และนัดหมายมาแนะนำตัวกันอย่างเปิดเผย

น.ส.นันทนา กล่าวถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมว่า “พวกเราไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอก มาสมัคร สว.ต้องจ่ายค่าสมัคร 2,500 บาท ด้วยเงินตัวเอง ค่าเช่าห้องประชุมเราก็รวมตัวลงขันช่วยกันจ่าย เราไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดที่จะต้องให้ใครเอารถมารับส่ง ซื้อเสื้อสีเดียวกันให้ ซื้อแฟ้มให้ หรือพาไปพักโรงแรมไหน พวกเราจ่ายเงินลงขันกันเอง จัดการตัวเอง พาตัวเองมาสถานที่ประชุม ซื้อเสื้อผ้าใส่เอง ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาจ่ายเงินให้ อย่าไปคิดว่าคนอื่นจะทำเรื่องชั่วๆ เหมือนตัวเอง”

น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า วันดังกล่าวไม่มีการแจกอาหารหรือน้ำดื่ม ใครหิวน้ำก็ต้องวิ่งออกไปซื้อเอง ไม่มีการอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น เพราะทุกคนมาด้วยจิตอาสาและยอมเสียสละเพื่อเข้ามาขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การที่นายศุภชัยพยายามนำเรื่องนี้มากล่าวหา จึงเป็นวิธีคิดของคนที่เคยทำพฤติกรรมแบบนั้นแล้วคิดว่าคนอื่นจะทำเหมือนกัน ซึ่งหากตนเองทำอะไรผิดจริงก็คงไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะขนาดตนเพียงแค่พูดว่า “คนขายหมูใช้เสียงข้างมาก ลากไปลงมติ 130 เสียง” ก็ยังโดนเสียงข้างมากของ สว.สีน้ำเงิน ลงมติว่าฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงมาแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.ตั้งข้อสังเกตเรื่องการแต่งตั้งอดีตผู้สมัคร สว.มาเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ช่วย สว.ว่าอาจเป็นใบเสร็จการต่างตอบแทนนั้น น.ส.นันทนา ชี้แจงว่า ในส่วนของตนไม่ได้มีการแต่งตั้งอดีตผู้สมัคร สว.เข้ามาทำหน้าที่ แต่การแต่งตั้งผู้ช่วย สว.ตามกติกาต้องเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถเพราะระบุคุณวุฒิขั้นต่ำไว้ที่ปริญญาตรี แต่สิ่งที่ต้องไปตรวจสอบคือ กลุ่มคนที่นำอดีตผู้สมัครมาเป็นผู้ช่วย แล้วพอกระทรวงโอนเงินเดือนให้ 2 เดือน กลับมีการโอนเงินคืนกลับไปให้คนบางกลุ่ม ซึ่งนั่นคือกระบวนการเส้นเงินในการตอบแทนโหวตเตอร์และเป็นการโกงเลือก สว.อีกรูปแบบหนึ่ง

น.ส.นันทนา กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าไม่รู้สึกหวั่นไหวหากจะถูกฟ้องร้องหรือถูกยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบ เพราะตนเองไม่ได้โกงเข้ามา และพร้อมให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินการไปตามกฎหมาย ยินดีให้ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณา เนื่องจาก กกต.มีหน้าที่เพียงหาเหตุอันควรเชื่อว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นเท่านั้น

ศุภชัย ซัดกลับ ฝั่งส้ม ปัด ภูมิใจไทย ฮั้วเลือก สว. ถามกลับ 300 คนนัดเจอเมืองทองฯ บริสุทธิ์จริงหรือ!?

ศุภชัย ซัดกลับ ฝั่งส้ม ปัด ภูมิใจไทย ฮั้วเลือก สว. ถามกลับ 300 คนนัดเจอเมืองทองฯ บริสุทธิ์จริงหรือ!?

ศุภชัย ซัดกลับ ฝั่งส้ม ปัด ภูมิใจไทย ฮั้วเลือก สว. ถามกลับ 300 คนนัดเจอเมืองทองฯ บริสุทธิ์จริงหรือ!?

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.47 น.

ศุภชัย ซัดกลับ ฝั่งส้ม ปัด ภูมิใจไทย ฮั้วเลือก สว. ถามกลับ 300 คนนัดเจอเมืองทองธานีบริสุทธิ์จริงหรือ!? ยัน กกต. ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ส่งศาลตามใจใคร แย้มมีข้อมูลสำรองพร้อมฟ้องกลับ ข้องใจฝั่ง ก้าวหน้า-ไอลอว์ ก็มีกระบวนการวางตัวหรือไม่ 

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอว่า มีนักวิชาการบางท่านไปออกรายการแล้วบอกว่า สว.ส้ม สว.ประชาชน ทำผิด ฮั้ว ก็ไปร้องเลยสิ ตนเลยบอกว่าตามกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถดำเนินการได้ แต่หากจะให้ช่วยร้อง ตนก็ยินดี ซึ่งหากมีการสู้กัน ตนคงไม่นั่งเฉยๆ ตนคงไปค้นหา ตนก็มีข้อมูลอยู่ ไม่ได้เล่นๆ เพียงแต่ว่าตนคิดว่าที่ผ่านมาไม่เกี่ยวกับพรรค ตนคิดว่าสิ่งที่ตนรับรู้มาก็ไม่ต่างกับสิ่งที่คุณกล่าวหาเขา แต่คุณลากเข้ามาแล้ว ลากมาบอกว่าเกี่ยวกับพรรค ตนก็จำเป็นที่จะต้องตอบโต้ ตนไม่คิดจะไปร้อง ที่ผ่านมาก็เห็นว่า สว.ครบ 200 คน ก็ทำหน้าที่กันไป ใครผิดคุณสมบัติ สว. สำรองก็เข้าทำหน้าที่แทน แต่ถ้าคิดจะกล่าวหากันตนก็มีข้อที่กล่าวหาท่านได้ ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการนัดประชุมของอดีตผู้สมัคร สว.ประชาชนที่เมืองทองธานี 300 คน มีการนัดแนะกันหรือไม่ ท่านไปเจอกันที่จังหวัดไหน ไปเจอกันอย่างไร คิดว่าหูตาไม่มีหรือ เขาเจอกันหมด 

“ท่านไปตรงไหนอย่างไร คิดว่าผมไม่ทราบหรือ  แล้วถามว่าตรงนั้น ฮั้วหรือไม่ ไปเจอกันตรงไหน ทุกคนมาด้วยใจศรัทธาหรือ” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ตนมีหลักฐาน เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่กระบวนการแปลกประหลาดล้ำลึกของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ทำให้มั่วกันอยู่แบบนี้

เมื่อถามว่าก่อนหน้ารอบ 300 คนของ สว.ประชาชน มีจัดก่อนหน้านั้นแล้วใช่หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า “ใช่หรือไม่ครับ” แล้วมากันทั้งประเทศ 77 จังหวัด ก็จากอำเภอมาจังหวัด จังหวัดมาประเทศ ของท่านมีอยู่ 300 คนมารวมกัน หมายความว่าจริงๆ มีขั้นตอนแต่ละอำเภอ แต่ละจังหวัด กว่าจะมาถึงเวทีนี้

“กลุ่มก้าวหน้าบวกกับไอลอว์ Senate 67 ท่านก็มีกระบวนการชวนเชิญกัน ถามว่าวิธีการที่จะทำให้เลือกมา ก็ต้องมีกระบวนการคิดสูตรกัน ถามว่าท่านไม่คิดกันหรือ ถามว่ามีคนที่ถูกวางไว้เป็น สว. ตัวจริงจากคนที่มาเป็นโหวตเตอร์ มีหรือไม่ ผมว่าที่ท่านกล่าวหา สว. สีน้ำเงิน สูตรมันก็ไม่ต่างกัน บางคนก็มาเพียงเพื่อเป็นโหวตเตอร์แค่นั้น” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า กิจกรรมที่จัดรณรงค์ให้คนมาสมัคร สว. 2,500 บาท เพื่อให้เป็นเพียงโหวตเตอร์ ปุถุชนธรรมดามีอุดมการณ์อันแรงกล้าก็อาจจะเป็นจริงก็ได้ แต่ตนไม่เชื่อว่าจะเป็นทั้งหมด แบบนั้นมันโลกสวย โลกนี้มันไม่ได้สวยแบบนั้น ตนก็ไม่เชื่อความบริสุทธิ์ของท่านทั้งหลาย 

“ท่านจะมาร้องคนอื่น ที่บอกว่าจับแพะชนแกะอยู่ตอนนีั เขามีส่วนเกี่ยวข้องท่านก็พยายามลากกัน เพราะฉะนั้น ผมไม่เชื่อว่าเป็นใจอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง ในโลกนี้ท่านก็บอกว่าบริสุทธิ์อยู่คนเดียว คนอื่นชั่วหมด โลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผมก็ไม่เชื่อว่าท่านจะบริสุทธิ์ ไม่ได้ระบุว่าใครนะ” นายศุภชัย กล่าว

เมื่อถามว่าฝั่งนั้นเขาบอกว่าเขาไม่มีโพย ไม่มีค่าตั๋วเครื่องบิน รวมตัวธรรมชาติ ไม่มีการจ่ายค่าโหวต นายศุภชัย กล่าวว่า ตนก็รู้คำตอบว่าเขาต้องตอบแบบนั้น มันไม่พิสดาร 

“ยกตัวอย่าง 9 คนของผม บางคนถูกข้อกล่าวหาว่ามีผู้ช่วยของใครบางคนขับรถนั่งรถคันเดียวกัน พามาส่งเพื่อจะมาประชุม ผมถามกลับว่า 300 คนของท่านมากันคนละคันหรือ มีหรือไม่ประเภทที่มากันหลายคนในคันเดียวกัน แล้วแบบนั้นมันผิดหรือมาเมืองทองคนไม่เคยมาก็หลงตายเลย คุณพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คุณทำ เพราะเรื่องบางเรื่องก็ไม่เป็นความผิด แต่คุณพยายามที่จะกล่าวว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด” นายศุภชัย กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่เปิดเผยเส้นเงิน  นายศุภชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแยกส่วน หัวหน้าพรรคแจ้งเตือน 2 ครั้งว่าเรื่อง สว. คนเป็น สส.ไปยุ่ง ถือว่าผิด ตนเป็นคนช่วยร่างหนังสือแจง สส. ในพรรคภูมิใจไทย แต่ก็ห้ามไม่ได้ ถ้าข้อเท็จจริงที่พนักงานไต่สวนเสนอไปถึงคณะกรรมการชุดใหญ่ ใครที่พบการกระทำความผิดก็ไม่ปกป้องอยู่แล้ว ท่านก็ไปสู้คดีไป จะพ้นจากตำแหน่งอะไรที่มีอยู่ก็พ้นไป แต่อย่าลากเอาคำว่าพรรค และกรรมการบริหารพรรคเข้าไปว่าผิดด้วย ตนเป็นคนกำกับไม่ให้ใครทำผิดกฏหมาย เพราะฉะนั้น ตนรู้ว่าแต่ละคนไม่ได้ยุ่งเกี่ยว 

เมื่อถามถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ถูกพาดพิงว่าไปโรงแรมพูลแมน แล้วมีผู้สมัคร สว. เข้าพบ นายศุภชัย กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นสิ่งที่บอกเล่า แต่ถามว่าการกระทำนั้นผิดการโกงเลือก สว.ตรงไหน โรงแรมพูลแมน พวกตนก็ไปกันบ่อย อย่างตนเวลาจะไปหารือ หรือพบหัวหน้าพรรคเพื่อนำเอกสารให้ลงนาม ก็เป็นเรื่องปกติ มีชุมนุม สว. จริงหรือไม่ก็ไม่รู้ ก็คิดกัน แต่ถามว่าหากหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไปเจอแล้วเขาทักทาย ผิดหรือไม่ ตนเชื่อว่าพนักงานไต่สวนของ กกต. คงสรุปเรื่องนี้กันอยู่ เพราะเขาอ้างว่าเรื่องนี้มีคนเล่า นายยิ่งชีพ อัฒานนท์ ประธานไอลอว์ บอกว่ามีผู้สมัครมาเล่าให้ฟัง ก็เล่าไปแล้ว เพราะฉะนั้นคงอยู่ในสำนวนแล้ว ส่วน กกต. จะตัดสินอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน

“พูลแมนกับอนุทินไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะท่านอนุทินไปตั้งแต่โดนตัดสิทธิ์ทางการเมือง กว่าจะหลุดมาเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยภูมิใจ พูลแมนก็เป็นสถานที่ที่ท่านอนุทินไปเป็นประจำอยู่แล้ว  Random เข้าไปวันไหนอาจจะเจออนุทิน” นายศุภชัย กล่าว

นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า วันนี้โวยวายแล้วมาบอกว่า กกต. ต้องส่งศาลอย่างเดียว เพื่อสนองความต้องการของคุณ ไม่ให้ความเคารพต่อการวินิจฉัยหรือ เขาอำนาจตามกฎหมายของเขา ทั้งหมดอยู่ในดุลยพินิจของ กกต. ไม่ใช่ว่าท่านมีหน้าที่ส่งศาลอย่างเดียว กกต.ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ ปัญหาอยู่ที่ว่าวันนี้แยกไม่ออกระหว่างความถูกต้องกับความถูกใจ พร้อมยามว่าเหตุอันควรสงสัยก็ต้องคำนึงถึงบุคคลที่ถูกกล่าวหาด้วย 

เมื่อถามถึงพยานที่ออกมาระบุว่าไปนอนที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวจังหวัดอยุธยา  แล้วบอกว่าเดี๋ยวคณะของนายอนุทินจะมา ถือเป็นหลักฐานหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ตนถามกลับก่อนดีกว่า ผู้สมัคร 300 คนสีส้มของคุณนอนพักกันที่ไหน อาจจะนอนกันที่โรงแรมเดียวกันก็ได้ แล้วผิดหรือไม่ ที่อยุธยาคนมาจากทั่วราชอาณาจักร อยุธยาเป็นสถานที่ที่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด ใช้เวลามาที่เมืองทองธานีสักครู่ก็ถึง ส่วนที่มีการระบุว่ารัฐมนตรีบางท่านพักอยู่ที่นั่น นายศุภชัยยืนยันว่าไม่มีใครอยู่ อย่างนายศุภชัย โพธิ์สุ ก็เป็นเรื่องของนายศุภชัย ถ้าพบว่าใครกระทำผิดก็ฟ้องไป ส่วนกรณีของนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตนได้สอบถามไปว่าเป็นอย่างไร เขาก็ชี้แจงว่าไม่จริง รวมถึงได้สอบถามน้องชายของนายภราดรด้วย (นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล) ตนคิดว่าเขาไม่โกหก

“ผมบอกว่ามีคำอยู่คำหนึ่ง คุณมากล่าวหาว่าผมเป็นโจร แต่ผมไม่ได้เป็นโจร นี่คือขโมยเรียกจับโจร ทั้งๆ ที่ผมไม่ได้เป็นโจร แต่คุณก็เป็นขโมยเหมือนโจร ถ้าคุณบอกฮั้วแต่ไม่ผิด คุณก็เป็นขโมยนี่แหละ“ นายศุภชัย กล่าว

เมื่อถามถึงที่ฝั่ง สว.สีน้ำเงินได้เก้าอี้มาเยอะ นายศุภชัย กล่าวว่า แล้วอย่างไร เรื่องสูตรพวกนี้ ตนคิดว่า ถ้าตนนั่งอยู่ในฐานะที่จะไปเลือกแล้วทำให้ตัวเองได้เป็น สว. น่าปวดหัวตายเลย ตนต้องเลือกไม่รู้กี่ครั้งแต่ในที่สุดแล้ว เมื่อคุณได้มาแค่นั้น ก็แปลว่าสิ่งที่คุณฮั้วกันคุณไปสู้อีกกลุ่มไม่ได้ ที่ผ่านมาคิดกันไม่ใช่สีเดียว สีอื่นก็มี พอขั้นตอนไปแล้ว ก็ว่าไปตามกติกา

นายกฯ เปิดวิสัยทัศน์ ถอดรหัสระเบียบโลกใหม่ วางยุทธศาสตร์ไทย รับมือเศรษฐกิจโลก-ภูมิรัฐศาสตร์

นายกฯ เปิดวิสัยทัศน์ ถอดรหัสระเบียบโลกใหม่ วางยุทธศาสตร์ไทย รับมือเศรษฐกิจโลก-ภูมิรัฐศาสตร์

นายกฯ เปิดวิสัยทัศน์ ถอดรหัสระเบียบโลกใหม่ วางยุทธศาสตร์ไทย รับมือเศรษฐกิจโลก-ภูมิรัฐศาสตร์

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.13 น.

30 กรกฎาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเป็นประธานเปิดงาน The INTANIA Forum: SURVIVING UNDER THE NEW WORLD ORDER ฝ่าวิกฤต รับมือระเบียบโลกใหม่ ในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.00 น. ณ หอประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจัดโดยสมาคมนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สวจ.)

นางสาวรัชดา กล่าวว่า เวทีดังกล่าวจัดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการค้า การลงทุน ความมั่นคง และทิศทางการพัฒนาของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีจะกล่าวเปิดงานและแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยในระเบียบโลกใหม่ โดยเน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การดึงดูดการลงทุน การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และการเตรียมความพร้อมของประเทศให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ภายในงานยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อร่วมวิเคราะห์ทิศทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ตลอดจนเสนอแนวทางเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างเต็มที่ โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และคณะกรรมการสมาคมนิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วมงาน

เวที The INTANIA Forum จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความเห็นและข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อช่วยให้ประเทศไทยมองเห็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลกใหม่ พร้อมร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว และสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน

“รัฐบาลเชื่อว่า ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยไม่ควรเป็นเพียงผู้ปรับตัวตามสถานการณ์ แต่ต้องเตรียมความพร้อมและวางยุทธศาสตร์เชิงรุก เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาส สร้างความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว

เรืองไกร จดข้อมูล ภ.ง.ด.90 ร้อง ป.ป.ช. ตรวจ ‘เท้ง-ไหม-ภาวุธ-มาร์ค’ ยื่นบัญชีถูกต้องหรือไม่

เรืองไกร จดข้อมูล ภ.ง.ด.90 ร้อง ป.ป.ช. ตรวจ 'เท้ง-ไหม-ภาวุธ-มาร์ค' ยื่นบัญชีถูกต้องหรือไม่

เรืองไกร จดข้อมูล ภ.ง.ด.90 ร้อง ป.ป.ช. ตรวจ ‘เท้ง-ไหม-ภาวุธ-มาร์ค’ ยื่นบัญชีถูกต้องหรือไม่

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.20 น.

“เรืองไกร’ ร้อง ป.ป.ช. สอบบัญชีทรัพย์สิน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ, ศิริกัญญา ตันสกุล และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” 4 นักการเมืองดัง หลังพบข้อสังเกตจากแบบ ภ.ง.ด.90 ชี้พบข้อมูลภาษี-หนี้สิน-สิทธิขอคืนภาษี และรายจ่ายอาจยื่นไม่ครบตามกฎหมาย

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ว่าเป็นไปตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎา คม ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ พบแฟ้มเอกสารจำนวนมาก และได้เลือกตรวจสอบเอกสารของบุคคลทั้ง 4 ราย โดยพบข้อสังเกตจากแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ประจำปีภาษี 2568 ซึ่งมีทั้งกรณีการขอผ่อนชำระภาษี การขอคืนภาษี และข้อมูลรายได้ที่อาจไม่สอดคล้องกับบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพเอกสาร จึงจดรายละเอียดกลับมาตรวจสอบ

สำหรับกรณีของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนนั้น นายเรืองไกร ระบุว่า จากแบบ ภ.ง.ด.90 พบว่ามีภาษีที่ต้องชำระ 235,219 บาท โดยชำระงวดแรก 78,407 บาท ทำให้มีหนี้จากการผ่อนชำระภาษี 156,812 บาท ซึ่งเห็นว่าควรแสดงเป็นหนี้สิน ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 แต่ไม่พบการแจ้งไว้ในรายการหนี้สินอื่น นอกจากนี้ยังพบว่าตัวเลขเงินได้พึงประเมินที่แสดงในบัญชีรายจ่ายไม่ตรงกับข้อมูลในแบบ ภ.ง.ด.90

ส่วนกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนพบว่ามีการใช้สิทธิขอคืนภาษีตามประมวลรัษฎา กร มาตรา 27 ตรี เป็นเงิน 48,500.46 บาท ซึ่งนายเรืองไกรเห็นว่าควรแสดงเป็นรายการสิทธิหรือสัมปทาน ณ วันที่เข้ารับตำแหน่ง แต่ไม่พบการแจ้งไว้ในบัญชีดังกล่าว อีกทั้งตัวเลขเงินได้พึงประเมินที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ยังไม่ตรงกับแบบ ภ.ง.ด.90

สำหรับกรณีคู่สมรสของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พบว่ามีการใช้สิทธิขอคืนภาษีตามมาตรา 27 ตรี จำนวน 76,110.55 บาท ซึ่งเห็นว่าควรแสดงไว้ในรายการสิทธิหรือสัมปทาน แต่ไม่ปรากฏในบัญชีที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ขณะที่เงินได้พึงประเมินของนายภาวุธที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. ก็ไม่ตรงกับข้อมูลในแบบ ภ.ง.ด.90 เช่นกัน

ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประขาธิปัตย์นั้น นายเรืองไกร ระบุว่า จากแบบ ภ.ง.ด.90 พบการชำระภาษีเพิ่มเติมจำนวน 715,465.94 บาท ซึ่งเห็นว่าควรแสดงไว้ในบัญชีรายจ่าย แต่บัญชีที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ระบุเพียงค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลโดยประมาณ 600,000 บาท อย่างไรก็ตาม การยื่นแบบเสียภาษีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นภายหลังวันที่เข้ารับตำแหน่ง จึงเห็นว่าควรตรวจสอบว่าเงินภาษีที่ชำระเพิ่มเติมดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือหนี้สินรายการใด และเหตุใดจึงไม่ปรากฏในการยื่นบัญชีต่อ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569

ทั้งนี้ ตัวเลขเงินได้พึงประเมินของนายอภิสิทธิ์ตรงกับข้อมูลในแบบ ภ.ง.ด.90

นายเรืองไกรกล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งกรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และกรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ซึ่ง ป.ป.ช. เปิดเผยแล้วกว่า 600 ราย พบข้อสังเกตเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน รายได้ รายจ่าย และเงินได้พึงประเมินจำนวนมาก จึงได้รวบรวมข้อมูลไว้ในโปรแกรม Excel เพื่อเปรียบเทียบกับบัญชีของผู้ดำรงตำแหน่งอีกประมาณ 400 รายที่ยังไม่ได้เปิดเผยบนเว็บไซต์ ป.ป.ช. โดยเจ้าหน้าที่แจ้งเพียงว่ายังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล แต่ไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้

นายเรืองไกรกล่าวทิ้งท้ายว่า มีบัญชีทรัพย์สินของ สส. ที่จะต้องตรวจสอบรวมประมาณ 1,000 ราย แบ่งเป็นผู้พ้นจากตำแหน่งหลังการยุบสภาประมาณ 500 ราย และผู้ได้รับเลือกตั้งอีกประมาณ 500 ราย โดยจะทยอยรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบต่อไป และหากพบพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว

อนุทิน โชว์หวานควง พิพัฒน์-นาที สยบรอยร้าว บอกสื่อนี่ 2 น. 1 พ. ยันครม.ทำงานร่วมกันราบรื่น

อนุทิน โชว์หวานควง พิพัฒน์-นาที สยบรอยร้าว บอกสื่อนี่ 2 น. 1 พ. ยันครม.ทำงานร่วมกันราบรื่น

อนุทิน โชว์หวานควง พิพัฒน์-นาที สยบรอยร้าว บอกสื่อนี่ 2 น. 1 พ. ยันครม.ทำงานร่วมกันราบรื่น

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.56 น.

“อนุทิน” โชว์หวาน ควง “พิพัฒน์-นาที” สยบร้าว  “2น1พ” บอกสื่อ “นี่น.นาทีกับน.หนู ไง และ 1พ“ พร้อมรับฟังเสียงวิจารณ์ที่สร้างสรรค์ ยันไม่กระทบการทำงาน 

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.30 น.  ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เมื่อมาถึงนายอนุทิน ได้เจอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนางนาที รัชกิจประการ ภรรยานายพิพัฒน์ นายกฯจึงกล่าวทักทายพร้อมกล่าวแซวว่า “2น1พ” 

จากนั้นเวลา 08.05 น. ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตร นายอนุทิน นายพิพัฒน์ นางนาที และนางทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนพูดคุยกัน จังหวะหนึ่งนายอนุทินได้หยิบพระที่เหน็บในเสื้อออกมาให้นายพิพัฒน์ดู ก่อนที่นายอนุทินได้เดินจูงแขนนางนาที พร้อมหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “นี่น.นาทีกับน.หนู ไง และ 1พ“ 

จากนั้นเวลา 08.10น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับนายพิพัฒน์และยังเดินจูงแขนนางนาที เช่นนี้เป็นการสยบข่าวความแตกแยกใช่หรือไม่ ว่า “วันนี้วันพระครับ” เมื่อถามว่าการยืนยันความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้รู้สึกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้สึกอะไร จะบอกว่าขำก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เดี๋ยวหาว่าไม่รู้สึกรู้สาอะไรอีก เอาเป็นว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคนตั้งใจทำงานผลักดันงานต่างๆให้กับประเทศ เมื่อถามว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์จะกระทบการทำงานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เคยเลยครับ แต่ละท่านก็ทำงาน เดี๋ยวตนก็จะประชุมกับ นายสุชาติ ชุมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการไปยึดคืนที่ดินของหลวงที่อุทธยานแห่งชาติ ที่ถูกบุกรุก และจะเชิญ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯมาคุยด้วย อย่าให้คนมาตีความกฎหมายต้องใช้เวลา เพราะสิ่งที่น่าเบื่อที่สุดคือพอจะเข้าไปยึดที่ดินจะบอกว่าต้องให้ศาลพิพากษาให้ถึงที่สุดก่อน ต้องใช้เวลา 20 ปี คนที่ทำผิดก็ถอนทุนไปหมดแล้ว ทุกวันนี้เราใช้หลักว่าถ้ามีความมั่นใจว่าเป็นที่ดินของรัฐ เมื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ ไม่สามารถมีใครเข้ามาบุกรุก ไม่ต้องพิสูจน์สิทธิอะไรทั้งสิ้น ขับไล่ออกไปก่อนก็ทำได้เป็นอย่างดีในหลายจังหวัด และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ก็ทำงานด้านการต่างประเทศ จนสร้างความมั่นใจให้นานาประเทศทั้งในด้านความมั่นคง ความสัมพันธ์ทางการทูต การค้า ถ้าสังเกตหลังกลับจากประเทศจีนสถานทูตจีนประจำประเทศไทยก็ออกมาย้ำเนื้อหาสาระที่ได้พูดคุยกัน ตอกย้ำว่าความร่วมมือต่างๆจะต้องดำเนินต่อไป นายพิพัฒน์ ท่านก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องด้านการคมนาคม การสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆของประเทศ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ก็ช่วยเหลืองานตนในฐานะรองนายกฯ กำกับดูแลหลายกระทรวง 

”ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ตรงไหนที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์หวังดีกับประเทศหวังดีกับรัฐบาล หวังดีกับประชาชน พวกเราทุกคนไม่ใช่รับฟังอย่างเดียว ยังนำมาปฏิบัติด้วย และพร้อมบอกว่าสิ่งที่เราได้แก้ไขได้รับฟังมาจากผู้ให้คำแนะนำต่างๆ ทำประเทศไปในทางสร้างสรรค์แบบนี้ดีกว่า บ้านเมืองเรามีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ใครไม่พอใจอะไรก็ใช้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน อย่าไปใช้ความรู้สึกส่วนตัว อย่าไปใช้บทวิเคราะห์ของตัวเองหรือตามสื่อต่างๆเข้ามาตัดสินว่านี้คือสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่หรอกครับ รัฐบาลตอนนี้กำลังเดินหน้าไปพัฒนาทุกมิติได้ด้วยความก้าวหน้าและมีผลงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกวัน“ นายอนุทินกล่าว 

สีหศักดิ์ เผยส่ง จนท.ไปจอร์เจียแล้ว เร่งตรวจสอบ การเสียชีวิตของ ฮลุน โซโล่

สีหศักดิ์ เผยส่ง จนท.ไปจอร์เจียแล้ว เร่งตรวจสอบ การเสียชีวิตของ ฮลุน โซโล่

สีหศักดิ์ เผยส่ง จนท.ไปจอร์เจียแล้ว เร่งตรวจสอบ การเสียชีวิตของ ฮลุน โซโล่

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.08 น.

“สีหศักดิ์” แสดงความเสียใจ “ฮลุน โซโล่” เสียชีวิต เผยเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในตุรกี เดินทางไปจอร์เจียแล้ว เพื่อติดตามความคืบหน้า ส่วนสาเหตุขอรอการสืบสวน 

เมื่อเวลา 08.15 วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าการเสียชีวิตของ นายบวรทัต เป็งสุข หรือ ”ฮลุน โซโล่“ ยูทูบเบอร์ชื่อดังสายท่องเที่ยว ว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้อง เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งฮลุนเดินทางไปหลายประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี ซึ่งรับผิดชอบในพื้นที่ประเทศจอร์เจีย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจียแล้ว เพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งจะต้องรอทางการของประเทศจอร์เจียในการสรุปสาเหตุอย่างเป็นทางการ และรอคอยการรายงานจากเจ้าหน้าที่สถานทูตของเรา

ส่วนการนำร่างของฮลุน กลับมายังประเทศไทยนั้น นายสีหศักดิ์  กล่าวว่า เมื่อการสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะมีการดำเนินการตามกระบวนการเพื่อนำร่างกลับมา ซึ่งขึ้นอยู่กับความประสงค์ของญาติที่เราต้องรับฟังความเห็น

เมื่อถามถึงกระบวนการที่ล่าช้า เนื่องจากฮลุน ขาดการติดต่อนานกว่า 2 สัปดาห์ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทันทีที่ทราบว่าสูญหายไปหลายวันและขาดการติดต่อ ทางจอร์เจียและสถานทูตก็รีบดำเนินการ และพบร่างอยู่ภายในโรงแรมตามที่เป็นข่าว

เมื่อถามว่า ฮลุน เสียชีวิตหลายวันแล้ว แต่ทำไมเพิ่งทราบ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ฮลุนเดินทางไปจอร์เจีย มีการถ่ายทำรายการเรื่อย ๆ และเมื่อขาดการติดต่อ เราก็ต้องประสานไป

เมื่อถามถึงสาเหตุของการเสียชีวิตทางไทยต้องเข้าร่วมการสอบสวนด้วย หรือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางจอร์เจียอย่างเดียว นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรามีเจ้าหน้าที่ของเราอยู่แล้ว แต่ก็ต้องให้ทางการจอร์เจียสอบสวนให้เรียบร้อยก่อน และคงจะแจ้งให้เราทราบถึงผลการสอบสวน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปอะไรได้ ส่วนที่มีการสรุปกันว่าถูกทำร้ายหรือทำร้ายตัวเองนั้น ต้องรอให้ผลการสอบสวนออกมาก่อน

เมื่อถามถึงกรณีที่สื่อท้องถิ่นของจอร์เจียมีการรายงานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่อยากที่จะสรุปอะไร ขอให้รอการสอบสวนของทางการซึ่งกำลังเร่งดำเนินการ และเมื่อทราบผลเราจะแจ้งให้ทางญาติและครอบครัวได้ทราบก่อน

เมื่อถามว่า ต้องมีการแจ้งเตือนหรือยกระดับความปลอดภัยหรือไม่ หลังจากช่วงที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวหลายประเทศเสียชีวิตในจอร์เจีย นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ปกติกระทรวงการต่างประเทศมีการแจ้งเตือนอยู่แล้ว ว่าที่ไหนไม่ปลอดภัย หรือที่ไหนมีภาวะความขัดแย้ง และขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปยังบริเวณที่อาจจะมีข้อห่วงใยเรื่องความปลอดภัย สามารถติดต่อขอรับข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดจากกระทรวงการต่างประเทศได้ และหากมีอะไรก็ขอประสานกับสถานทูตที่เกี่ยวข้อง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ประเทศไทยไม่มีสถานทูตในจอร์เจีย นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า เราไม่สามารถมีสถานทูตในทุกประเทศได้ แต่ในประเทศจอร์เจีย เรามีสถานทูตที่ตุรกีรับผิดชอบอยู่ เมื่อทราบเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ก็เดินทางไปในทันที 

รัฐบาล จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

รัฐบาล จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

รัฐบาล จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.05 น.

รัฐบาลจัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันนี้ (30 กรกฎาคม 2569) เวลา 07.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานในทำเนียบรัฐบาล เข้าร่วมพิธีฯ โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์สวดพระพุทธมนต์

จากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรมและปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ นายกรัฐมนตรีทอดผ้าไตรบังสุกุล จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ประธานสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา นำเจริญจิตภาวนาอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล เป็นเวลา 47 วินาที พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร และกราบพระรัตนตรัย เสร็จแล้วถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีฯ นายกรัฐมนตรีพร้อมผู้เข้าร่วมพิธี ได้ร่วมพิธีตักบาตร โดยมีพระสงฆ์จำนวน 10 รูป ออกรับบิณฑบาต ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี (หลังนอก)

อนุทิน เผย ศุภชัย ย้อนศรพรรคส้ม ปมฮั้วสว.ทำตามหน้าที่มือกฎหมายพรรค

อนุทิน เผย ศุภชัย ย้อนศรพรรคส้ม ปมฮั้วสว.ทำตามหน้าที่มือกฎหมายพรรค

อนุทิน เผย ศุภชัย ย้อนศรพรรคส้ม ปมฮั้วสว.ทำตามหน้าที่มือกฎหมายพรรค

วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.02 น.

“อนุทิน” บอก “ศุภชัย” ย้อนศรพรรคส้ม ปมฮั้วสว.ทำตามหน้าที่มือกฎหมายพรรค

วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.06 น.ที่ทำเนียบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทํางานด้านกฎหมาย สส. พรรคภูมิใจไทย  เรียกร้องให้ตรวจสอบคืนกรณีฮั้วสว.สีส้ม นายกฯเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่  ว่า นายศุภชัย ทําหน้าที่ของท่าน ในฐานะทําหน้าที่รับผิดชอบทางด้านกฎหมาย 

เมื่อถามว่า ถ้าเห็นว่ามีช่องไม่ผิดกฎหมาย ก็ไฟเขียวใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า มันเป็นหน้าที่ของท่านที่จะต้องทํา ความถูกต้องให้เกิดขึ้น เพราะถ้ามันมีคดีความอะไรต่างๆขึ้นมา ในพรรคที่ท่านรับผิดชอบ ในฐานะของสมาชิกพรรค ก็ต้องได้รับการปกป้อง และชี้แจงในสิ่งที่เป็นความจริงให้ประชาชนได้ทราบ เราเปิดเผยหมดทุกอย่าง รัฐบาลนี้เปิดเผยหมดทุกอย่างอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวยังบอกเลย ตนพูดมากเกินไป ตนพูดมากเกินไปด้วยซ้ํา เพราะตนเปิดเผย 

เมื่อถามย้ําว่าจุดตัดของเรื่องนี้อยู่ที่เส้นทางการเงินใช่หรือไม่ ผ้าสุดท้าย พรรคประชาชนไม่สามารถเปิดเส้นทางการเงินได้ นายกฯกล่าวว่า เวลาคดีมันอยู่ในกระบวนการแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตนถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในรูปคดี เพราะฉะนั้นผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามตน เพราะพูดออกไปอาจจะเสียรูปคดี และไม่เกิดประโยชน์อะไรเพราะทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการยุติธรรม ผ่านองค์กรไหนก็ตาม กระบวนการทั้งหลายก็เดินหน้าต่อไป เราเคารพกฎหมายเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปใส่ร้ายใคร