กรณ์ นำทัพครอบครัวใช้สิทธิ ลุ้นผลคะแนนเย็นนี้ที่พรรค ปชป.

กรณ์ นำทัพครอบครัวใช้สิทธิ ลุ้นผลคะแนนเย็นนี้ที่พรรค ปชป.

กรณ์ นำทัพครอบครัวใช้สิทธิ ลุ้นผลคะแนนเย็นนี้ที่พรรค ปชป.

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.54 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก น้อดดี้เพลย์กรุ๊ป บาย อลิซาเบธ ย่านเย็นอากาศ เขตสาทร กรุงเทพฯ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นางวรกร จาติกวณิช ภริยา และครอบครัว เดินทางไปใช้สิทธิการเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยบรรยากาศการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.และออกเสียงประชามติ ที่หน่วยออกเสียงดังกล่าว มีประชาชนทยอยเดินทางออกมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนเวลา 08.00 น.เพื่อรอใช้สิทธิออกเสียง ซึ่งตั้งแต่ระยะเวลาภายหลังเปิดการออกเสียง ก็ยังคงมีประชาชนเดินทางออกมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายกรณ์ จะเดินทางเข้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ภายหลังปิดการออกเสียงเวลา 17.00 น.เพื่อติดตามผลการเลือกตั้ง พร้อมกับคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

– 006

ส่องหน่วยเลือกตั้งหน้าสภาฯ! ขรก.-ตร.-ทหาร-ปชช.ตบเท้าใช้สิทธิหนาตา

ส่องหน่วยเลือกตั้งหน้าสภาฯ! ขรก.-ตร.-ทหาร-ปชช.ตบเท้าใช้สิทธิหนาตา

ส่องหน่วยเลือกตั้งหน้าสภาฯ! ขรก.-ตร.-ทหาร-ปชช.ตบเท้าใช้สิทธิหนาตา

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.43 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้ง บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา หน่วยเลือกตั้งที่ 34 เขตเลือกตั้งที่ 7 ศูนย์ราชการกรุงเทพ แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต เป็นไปอย่างคึกคัก มีทั้งข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ประชาชน มาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง อำนวยความสะดวกให้ผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนในครั้งนี้ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีบัตรทั้งหมด 3 ใบ คือ สส.เขต , สส.บัญชีรายชื่อ และออกเสียงประชาติ ตั้งแต่เวลา 08.00 น.ถึง 17.00 น.

– 006

เศรษฐา เดินชิลล์! เข้าคูหาใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ

เศรษฐา เดินชิลล์! เข้าคูหาใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ

เศรษฐา เดินชิลล์! เข้าคูหาใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.29 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 08.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เดินเท้ามาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป และการออกเสียงประชามติ บริเวณหน่วยที่ 15 เขตออกเสียงที่ 4 กทม. เขตคลองเตย-เขตวัฒนา โรงจอดรถอาคารชุด ซิตี้เลคทาวเวอร์ ซอยสุขุมวิท 16

– 006

พิธา มาไวเคลมไว! ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เสร็จปุ๊บ บินด่วนกลับอเมริกาปั๊บ

พิธา มาไวเคลมไว! ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เสร็จปุ๊บ บินด่วนกลับอเมริกาปั๊บ

พิธา มาไวเคลมไว! ใช้สิทธิเลือกตั้ง 69 เสร็จปุ๊บ บินด่วนกลับอเมริกาปั๊บ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.16 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 07.45 น.ที่ธนาคารออมสิน หน้าห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) เดินทางมาลงคะแนนที่จุดเลือกตั้งและที่ออกเสียง หน่วยที่ 7 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โดย นายพิธา เปิดเผยว่า เมื่อเลือกตั้งเสร็จต้องรีบไปสนามบิน ถือเป็นการเลือกตั้งทิ้งทวนก่อนจะไปอยู่ที่ต่างประเทศ เนื่องจากบุตรสาวกำลังศึกษาอยู่ 2 สัปดาห์แล้วที่ไม่ได้เรียนพร้อมเพื่อนคนอื่น จึงต้องรีบกลับไป

ลุงป้อม โชว์ฟิตเข้าคูหาใช้สิทธิ บอกชัด อยากให้ใครเป็นรัฐบาล ก็เลือกคนนั้น

ลุงป้อม โชว์ฟิตเข้าคูหาใช้สิทธิ บอกชัด อยากให้ใครเป็นรัฐบาล ก็เลือกคนนั้น

ลุงป้อม โชว์ฟิตเข้าคูหาใช้สิทธิ บอกชัด อยากให้ใครเป็นรัฐบาล ก็เลือกคนนั้น

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.14 น.

บิ๊กป้อม ควงน้องชาย เดินจากบ้านลาดพร้าว 71 มาใช้สิทธิเลือกตั้งคิวแรกๆ พร้อมเชิญชวนปชช.ออกมาใช้สิทธิ บอกอยากให้ใครเป็นรัฐบาลก็เลือกคนนั้น ชี้ รบ.ใหม่ต้องเข้มแข็ง

8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 08.01 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) พร้อมด้วย พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา น้องชาย ได้เดินเท้าจากบ้านในซอยลาดพร้าว 71 มายังหน่วยเลือกตั้งที่ 12 (สวนสาธารณะวังทอง) แขวงสะพานสอง ซอยลาดพร้าว 71 เขตวังทองหลาง ซึ่งอยู่ใกล้กัน เพื่อมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ เมื่อมาถึงหน่วยเลือกตั้งพล.อ.ประวิตร ได้มายืนต่อคิวตามปกติ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่ง พล.อ.ประวิตร เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในลำดับที่ 462 

ทั้งนี้ ระหว่างรอคิว ยังมีประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ เข้ามาทักทายพล.อ.ประวิตร เป็นระยะๆ ทั้งนี้ ภายหลังลงคะแนนเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติเสร็จสิ้น จึงได้เดินทางกลับในเวลา 08.31 น.

พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติว่า ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ หากเราต้องการรัฐบาลคนไหนก็เลือกคนนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงเย็นจะไปติดตามลุ้นผลการเลือกตั้งที่ไหน พล.อ.ประวิตร ยิ้มพร้อมกล่าวว่า ไม่ไปหรอกครับ นอนบ้าน 

เมื่อถามว่า อยากให้อวยพรประเทศไทยที่กำลังจะได้รัฐบาลใหม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่ก็ต้องเข้มแข็ง เมื่อถามว่า มีอะไรที่น่าเป็นห่วงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ไม่มีนะครับ

บางกะปิคึกคัก ประชาชนแห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ 2569

บางกะปิคึกคัก ประชาชนแห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ 2569

บางกะปิคึกคัก ประชาชนแห่ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ประชามติ 2569

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.54 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการออกเสียงประชามติ 2569 ในช่วงเช้าวันนี้ โดยภาพรวมเป็นไปอย่างคึกคัก

โดยเฉพาะที่ หน่วยเลือกตั้งที่ 83 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสวนหย่อมตรงข้ามสำนักงานเขตบางกะปิ มีประชาชนทยอยเดินทางมารอใช้สิทธิกันตั้งแต่ก่อนเปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 08.00 น.

เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยได้อำนวยความสะดวกในการตรวจสอบลำดับรายชื่ออย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับบัตรเลือกตั้ง 3 ใบ (ส.ส. แบบแบ่งเขต, ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และบัตรออกเสียงประชามติ) ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นระเบียบเรียบร้อย

ตลิ่งชันคึกคัก! ปชช.แห่ใช้สิทธิเลือกตั้งควบประชามติ เท้งจ่อลงคะแนน 9 โมงครึ่ง

ตลิ่งชันคึกคัก! ปชช.แห่ใช้สิทธิเลือกตั้งควบประชามติ เท้งจ่อลงคะแนน 9 โมงครึ่ง

ตลิ่งชันคึกคัก! ปชช.แห่ใช้สิทธิเลือกตั้งควบประชามติ เท้งจ่อลงคะแนน 9 โมงครึ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.37 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติในวันเดียวกัน ที่หน่วยเลือกตั้ง วัดทองบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯฯ ซึ่งในเวลา 09.30 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง

และก่อนที่จะเปิดให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในเวลา 08.00 ถึง 17.00 น.เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้ง ได้นำหีบบัตรสีเขียว เลือก สส.แบบแบ่งเขต , บัตรสีชมพู เลือกพรรคที่ใช่ และบัตรสีเหลือง ใช้สิทธิ เห็นชอบ/ไม่เห็นชอบ กับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มาจัดเตรียมความพร้อมยังหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และลงประชามติ

โดยก่อนถึงเวลาการเลือกตั้ง มีประชาชนทยอยเดินทางมาเพื่อตรวจสอบรายชื่อและสิทธิในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และการลงประชามติ จากนั้นเวลา 08.00 น.เจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้งได้เปิดให้ประชาชนเข้าไปใช้สิทธิเลือกตั้งภายในคูหา ด้วยความเรียบร้อย

– 006

เลือกตั้งรอบนี้มีหักหัวคิว? เทพไท ชี้ กกต.สอบตก ตามไม่ทันเกมซื้อเสียง

เลือกตั้งรอบนี้มีหักหัวคิว? เทพไท ชี้ กกต.สอบตก ตามไม่ทันเกมซื้อเสียง

เลือกตั้งรอบนี้มีหักหัวคิว? เทพไท ชี้ กกต.สอบตก ตามไม่ทันเกมซื้อเสียง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.27 น.

8 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า กกต.เพิ่งตื่น ทำงานล่าช้า ล้มเหลว

ผมได้ฟังการแถลงข่าวของคณะกรรมการเลือกตั้ง โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการเลือกตั้ง ได้กล่าวว่า หลังจาก กกต.ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จับชุดเคลื่อนที่เร็วมาแล้ว 2 สัปดาห์ รวมทั้งการตั้งจุดสกัดทั่วประเทศในช่วงกลางคืน สามารถจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ 2 ราย ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ ยังติดตามการสืบสวนสอบสวนและเกาะติดการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากนี้ ยังส่งหน่วยการข่าวชุดสอบสวนลงพื้นที่อีก 10 กว่าชุด จะเห็นได้ว่า กกต.ได้มีการปฏิบัติการจับกุมตามที่เป็นข่าว ในวันก่อนการเลือกตั้งเพียง 1 วัน ทั้งที่การซื้อเสียงมีการจดชื่อ มีการจ่ายเงินล่วงหน้ามาเป็นเวลาหลายวันแล้ว ถ้าหาก กกต.ได้ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ลงพื้นที่ก่อนจากนี้ 2 สัปดาห์จริง ก็คงจะมีการจับกุมหรือมีผลการปฎิบัติงานให้เห็นบ้าง แต่ที่ผ่านมาไม่เห็นเลย

แม้ว่าจะมีการซื้อเสียงและทำผิดกฎหมายเลือกตั้งทุกจังหวัดทั่วประเทศ กกต.สามารถจับกุมได้ และนำมาแถลงข่าวเพียง 4 จังหวัดเท่านั้น นับว่าน้อยมาก ถือว่าเป็นการปฏิบัติการที่ล้มเหลว และไม่สามารถจะป้องปรามหรือจับกุมผู้กระทำผิดกฏหมายเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อเสียงที่บอกว่า กำลังส่งหน่วยข่าวไปเกาะติดพื้นที่ ในจังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครศรีธรรมราช นั้น

ก็ต้องเรียนว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราชซื้อเสียงกันอย่างหนักทุกเขตเลือกตั้ง ชาวบ้านรู้กันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขต 2 มีการซื้อก่อนล่วงหน้าแล้ว แจกเงินซื้อเสียงกันทั้ง 3 พรรค จนเป็นที่รับรู้กัน เพราะมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินเพิ่ม และให้มีการตรวจสอบว่า หัวคะแนนหรือแกนนำ อมเงินหรือหักหัวคิวเงินค่าซื้อเสียงหรือไม่ จากเดิมตกลงกันว่าราคาหัวละ 1000 บาท แต่กลับจ่าย 500 บาท จนมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องเอา 500 บาทกลับคืนมา ทำให้มีกระแสข่าวว่าผู้สมัครบางคนคิดจะนำเงินอีก 500 บาทไปจ่ายเพิ่ม

พฤติกรรมเหล่านี้ยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ทุกเขตเลือกตั้ง ทุกจังหวัดในประเทศไทย ที่น่าเสียดายก็คือ กกต.มาทำงานเชิงรุกใน 2 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งการปฏิบัติการซื้อเสียงมีมาก่อนหน้านี้ เป็นเวลา 1 – 2 สัปดาห์แล้ว ถ้ายึดหลักการซื้อเสียงในคืนหมาหอนตามวัฒนธรรมการซื้อเสียงแบบเก่าๆ ในอดีต เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ยุคนี้ไม่มีคืนมาแล้ว การเมืองการซื้อเสียงพัฒนาไปไกล มีการซื้อเสียงก่อนหน้านี้มาหลายวันแล้ว

การออกมาแถลงข่าวของ กกต.ในครั้งนี้ ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน ล้มเหลว และเป็นการประจานการปฎิบัติงานของ กกต.ในเรื่องการซื้อเสียง หรือป้องกันการซื้อเสียงด้วยซ้ำไป

ปิดชายแดนตราด ขน50ตู้คอนเทนเนอร์กั้น กัน จอมพลัง/ทหาร สร้างรั้ว‘บ้านชำราก’

ปิดชายแดนตราด ขน50ตู้คอนเทนเนอร์กั้น กัน จอมพลัง/ทหาร สร้างรั้ว‘บ้านชำราก’

ปิดชายแดนตราด ขน50ตู้คอนเทนเนอร์กั้น กัน จอมพลัง/ทหาร สร้างรั้ว‘บ้านชำราก’

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปิดชายแดนตราด ขน50ตู้คอนเทนเนอร์กั้น กัน จอมพลัง/ทหาร สร้างรั้ว‘บ้านชำราก’ ตะเพิดจีนสแกมเมอร์

เปิดศึกยึดคืนอธิปไตย! “กัน จอมพลัง”ลุยประชิดรั้วตราดร่วมทหารนาวิกโยธินวางตู้คอนเทนเนอร์ครึ่งร้อยใบซ้อน 2 ชั้นปิดตายแนวเขตทับซ้อนไทย-เขมร ไล่ตะเพิดแก๊งทุนจีนเทากร่าง ซุ่มกบดานทำสแกมเมอร์พ้นพื้นที่ไทย ลั่นใครกล้าแหยมแตะต้องมีบิ๊กเซอร์ไพรส์ถึงขั้นวิญญาณหลุดแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดตราดว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในนาม “กันจอมพลัง” พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่จังหวัดตราดติดตามการวางแนวตู้คอนเทนเนอร์ 50 ใบ เพื่อกั้นแนวรอยต่อเขตแดนไทย-กัมพูชาบริเวณจุดที่มีปัญหาอ้างสิทธิ์ทับซ้อน โดยเฉพาะพื้นที่ที่กลุ่มทุนจีนเข้ามาตั้งร้านค้าและรีสอร์ทแฝงตัวอยู่ ซึ่งการทำรั้วครั้งนี้เพื่อตัดปัญหาการกระทบกระทั่ง และทำให้เขตแดนไทยชัดเจนขึ้นเหมือนโมเดลหนองจานที่เคยสำเร็จมาแล้ว

งานนี้กันจอมพลังไม่ได้มาเล่นๆ ได้ประสานงานกับกองทัพเรือ รวบรวมรายชื่อคนจีนกลุ่มนี้ส่งสถานทูตจีนตรวจสอบด่วน หลังพบพฤติกรรมน่าสงสัยและเคยก่อเหตุยั่วยุทำร้ายทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้คาสิโนและเป็นชุมชนปิด จึงสงสัยว่าอาจเป็นรังของแก๊งสแกมเมอร์ที่มาแฝงตัวตามตะเข็บชายแดน ส่วนเรื่องมวลชนที่จะมาต่อต้าน เจ้าตัวประกาศลั่นไม่กลัว พร้อมเผยแผนสำรองเตรียมรถส้วมไว้จัดการ และเตือนฝ่ายตรงข้ามว่าห้ามเข้าใกล้ตู้คอนเทนเนอร์เด็ดขาดเพราะมีไม้เด็ดซ่อนไว้ ใครฝ่าฝืนอาจถึงขั้นวิญญาณหลุดได้

กันจอมพลัง ยืนยันว่า เป้าหมายใหญ่ของการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทำเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาวตราด ให้ได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ไม่ต้องอพยพหนีภัยจากการปะทะกันบ่อยๆ เหมือนที่ผ่านมา

ต่อมาตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 7 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธินตราด ได้ร่วมกับทีมงานมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ และภาคเอกชน ได้ทำการเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์จากจุดพักบริเวณปั๊มน้ำมันนำไปติดตั้งเป็นแนวกั้นบนถนนทั้งสองเส้นทางตามแผนที่วางไว้ โดยใช้รถเครนยกตู้คอนเทนเนอร์ ก่อนนำรถโฟล์คลิฟท์เคลื่อนย้ายไปยังจุดติดตั้งเพื่อวางเป็นแนวยาวตลอดเส้นทางเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะเจ้าหน้าที่ดำเนินการวางตู้คอนเทรนเนอร์แนวรั้ว มีชาวจีนและชาวกัมพูชาบางส่วนเข้ามาพูดคุย ถ่ายภาพ และบันทึกคลิปวิดีโออย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีทหารฝั่งกัมพูชาเดินตรวจการณ์ในพื้นที่ใกล้เคียง โดยยืนคุมเชิงสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ เพียง 100 เมตร แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์ได้ครบทุกจุดตามแผน ลักษณะการวางตู้คอนเทนเนอร์เป็นการซ้อน 2 ชั้น ต่อเนื่องเป็นระยะทาง 50 เมตร

ด้านสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศฉบับที่ 15 เรื่องการควบคุมอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป โดยเป็นการปรับมาตรการตามสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ภาพรวมจะเริ่มดีขึ้นจนมีการผ่อนปรนให้ชาวบ้านได้ทำมาหากินหรือใช้ในภาคธุรกิจได้บ้าง แต่พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญยัง “การ์ดสูง” สั่งล็อกพื้นที่ห้ามบินโดรนพลเรือนเด็ดขาดครอบคลุม 7 จังหวัดชายแดนตะวันออก ไล่มาตั้งแต่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด รวมถึงเขตนิคมอุตสาหกรรมและแหล่งพลังงานในจังหวัดชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, เพชรบุรี, สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร นอกจากนี้ยังรวมถึงพื้นที่รอบสนามบินทุกแห่งในระยะ 9 กิโลเมตรอีกด้วย

สำหรับกฎเหล็กที่คนเล่นโดรนต้องแม่นคือ ทั้งคนบินและตัวโดรนต้องลงทะเบียนกับ CAAT ให้ถูกต้อง และหากจำเป็นต้องบินในพื้นที่ควบคุมต้องยื่นขออนุญาตผ่านระบบ UAS Portal ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน โดยกำหนดเพดานบินห้ามเกิน 90 เมตร และบินได้เฉพาะช่วงเวลา 06.00 – 18.00 น. เท่านั้น หากใครจะบินช่วงค่ำต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ และที่สำคัญคือห้ามบินหลังเที่ยงคืนถึงตี 4 โดยเด็ดขาดทุกกรณี หากใครฝ่าฝืนแอบนำโดรนขึ้นบินสุ่มสี่สุ่มห้า มีโทษหนักจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แถมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังมีอำนาจใช้ระบบ Anti-Drone สอยโดรนให้ร่วงได้ทันทีหากพบเหตุสงสัยที่เป็นภัยต่อความมั่นคง

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

แนวหน้าวาทะเด็ด

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“เศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงขั้นโคม่าและยังมีโอกาสฟื้นตัว หากรัฐบาลใหม่เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ โดยควรเปลี่ยนบทบาทจากการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายสินค้าในระดับอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS)”

นายธนวรรธน์ พลวิชัย

อธิการบดีและปธ.ที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย