ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าอธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้นได้มีหนังสือหารือสิทธิการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการของนักเรียนพลตำรวจ ตามหนังสือกรมตำรวจ ด่วนที่สุดที่ มท 0604.1/2927 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2531 ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ตอบข้อหารือดังกล่าวตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0514/20601 ลงวันที่ 29 เมษายน 2531 ว่าโรงเรียนตำรวจที่นักเรียนพลตำรวจซึ่งกรมตำรวจบรรจุเป็นพลสำรอง เพื่อเข้ารับการอบรมไม่ถือเป็นท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรก ทุกหน่วยงานในกรมตำรวจจึงถือปฏิบัติตามแนวทางในหนังสือหารือดังกล่าวในการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตำรวจมาโดยตลอด

เมื่อผู้ฟ้องคดีได้รับคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งเป็นพลตำรวจสำรองพิเศษ กองปราบปราม ซึ่งตั้งอยู่ในท้องที่กรุงเทพมหานคร ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ฟ้องคดีได้ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน หรือโต้แย้งเกี่ยวกับท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรกต่อกรมตำรวจซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดเดิมแต่อย่างใด จึงเชื่อได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รู้หรือควรรู้ถึงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับท้องที่ที่ผู้ฟ้องคดี เริ่มรับราชการครั้งแรกตามกฎหมายว่าด้วยค่าเช่าบ้านข้าราชการแล้ว

เมื่อผู้ฟ้องคดีโอนมารับราชการเป็นข้าราชการฝ่ายศาลปกครองโดยได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานศาลปกครองกลางซึ่งอยู่ในท้องที่กรุงเทพมหานคร และผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำขอเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการโดยรู้อยู่แล้วว่าท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรกของผู้ฟ้องคดี คือท้องที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ฟ้องคดีไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตามระเบียบคณะกรรมการฝ่ายศาลปกครองว่าด้วยค่าเช่าบ้านข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง พ.ศ.2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจึงเป็นกรณีที่ผู้ฟ้องคดีได้รู้ถึงเหตุแห่งความไม่ชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งที่อนุมัติให้ผู้ฟ้องคดีเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้ตั้งแต่ในขณะได้รับคำสั่งดังกล่าวแล้ว ผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจอ้างความเชื่อโดยสุจริตในความคงอยู่ของคำสั่งดังกล่าวได้ตามมาตรา 51 วรรคสาม (3) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

ซื้อเสียงเชียงราย ตร.จับอบต.ช่วยพรรคดัง ยิงกระสุนหัวละ500บาท

ซื้อเสียงเชียงราย ตร.จับอบต.ช่วยพรรคดัง ยิงกระสุนหัวละ500บาท

ซื้อเสียงเชียงราย ตร.จับอบต.ช่วยพรรคดัง ยิงกระสุนหัวละ500บาท

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ซื้อเสียงเชียงราย ตร.จับอบต.ช่วยพรรคดัง ยิงกระสุนหัวละ500บาท

ตำรวจสายตรวจ สภ.พาน จังหวัดเชียงราย รวบอดีต ส.อบต. คารถเก๋ง พบเงินสด–รายชื่อ124คน รับสารภาพ พร้อมยิงกระสุนหัวละ 500 บาท หนุนผู้สมัครพรรคดังรายหนึ่ง ด้าน ธปท.ส่งข้อมูลเบิกเงินผิดปกติให้ กกต. เพิ่มอีก 11 บัญชี จากที่ก่อนหน้านี้ส่งมาแล้ว 6 บัญชี

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จ.เชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน จ.เชียงราย ได้ตรวจสอบกรณีช่วงเวลาประมาณ18.00 น.วันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.พาน ได้รับแจ้งว่าจะมีการรวบรวมรายชื่อบุคคลและจะขนเงินสดไปซื้อเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้ จึงได้ออกเฝ้าตรวจตามจุดต่างๆ

เวลาต่อมาเมื่อไปถึงถนนสาธารณะพื้นที่หมู่บ้านแม่ต๊าก หมู่ 5 ต.สันกลาง อ.พานจ.เชียงราย ได้พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมาส ด้า สีขาว ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ ขับผ่านมาจึงได้เรียกตรวจสอบ

จากการตรวจพบมีนายเจริญ (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี อดีตสมาชิกสภาท้องถิ่นคนหนึ่ง มีภูมิลำเนาอยู่ในเขต อ.พาน เมื่อจะตรวจภายในรถปรากฎว่านายเจริญ พยายามจะหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเอาไว้ได จากนั้นได้ตรวจค้นในรถพบมีธนบัตรใบละ500 บาทจำนวน 128 ใบ และธนบัตรใบละ 100 บาท จำนวน 4 ใบ รวมเป็นเงินสดทั้งหมดจำนวน 64,400 บาท นอกจากนี้พบเอกสารเป็นโพยรายชื่อชาวบ้านจำนวน 7 แผ่น ภายในมีรายชื่อและนามสกุลบุคคลพร้อมบ้านเลขที่จำนวน 124 ราย หัวเอกสารระบุว่าเป็นโพสำรวจผู้สนับสนุนผู้สมัครคนหนึ่งโดยมีรายชื่อผู้สำรวจเอาไว้อย่งชัดเจนรวมทั้งพบโทรศัพท์มือถือจำนวน 1 เครื่อง

สอบถามนายเจริญ เบื้องต้นให้การรับว่าได้นำของกลางทั้งหมดมาจากนาย ท.หรือเรียกกันว่า สจ.อ.เพื่อให้นำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มีรายชื่ออยู่ในโพยคนละ 500 บาท เพื่อเป็นการจูงใจใหัลงคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ให้กับผู้สมัครคนหนึ่งของพรรคการเมืองชื่อดัง ซึ่งไม่เคยเป็น ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 4 นี้มาก่อน

เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกถ้อยคำและให้ชี้เอกสารต่างๆ ตามที่รับก่อนตั้งข้อหาว่า “กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครหรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นส.ส.ด้วยวิธีการดังกล่าวต่อไปนี้ 1.จัดทำ ให้ เสนอ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินให้แก่ผู้ใด” ซึ่งนายเจริญได้รับทราบพร้อมรับสารภาพตลอดกล่าวหา.

มีรายงานว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้มีการส่งข้อมูลการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติและอาจนำไปกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เพิ่มเติมอีก 11 บัญชี จากที่ก่อนหน้านี้มีการส่งมาแล้ว 6 บัญชี โดยทางสำนักงานฯได้แจ้งข้อมูลที่ได้รับไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ทาง ธปท.แจ้งว่าพบความปกติของการเบิกเงิน โดยสั่งการให้มีการเฝ้าระวังติดตามการกระจายของเงินที่อาจจะใช้ไปในการซื้อเสียงเลือกตั้ง รวมถึงป้องปรามไม่ให้มีการจ่ายซื้อเสียงได้

ขณะเดียวกันสำนักงานฯได้รับรายงานว่าในหลายพื้นที่ของภาคใต้และภาคอีสานพบความเคลื่อนไหวว่ามีการเตรียมการซื้อเสียง ซึ่งทางกกต.จังหวัดได้เพิ่มมาตรการในการติดตาม และป้องปรามมากขึ้น

กกต.สอยแหลกขาดคุณสมบัติ 49ผู้สมัครสส. ระบบเขต18/ปาร์ตี้ลิสต์31 ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์

กกต.สอยแหลกขาดคุณสมบัติ 49ผู้สมัครสส. ระบบเขต18/ปาร์ตี้ลิสต์31 ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์

กกต.สอยแหลกขาดคุณสมบัติ 49ผู้สมัครสส. ระบบเขต18/ปาร์ตี้ลิสต์31 ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

กกต.สอยแหลกขาดคุณสมบัติ 49ผู้สมัครสส. ระบบเขต18/ปาร์ตี้ลิสต์31 ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อหมด

“กกต.” เผยศาลสั่งถอนผู้สมัคร สส. เขต 18 คน จาก 9 พรรคการเมือง และบัญชีรายชื่อ 31 คน จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อ-เตรียมหลักฐานแสดงตนก่อนไปใช้สิทธิ์ เตือนไม่เลือกกากบาทช่องผู้สมัคร สส.ถูกตัดสิทธิ เพราะจะเป็นบัตรเสีย ส่วนผู้สมัครบัญชีรายชื่อถูกตัดสิทธิไม่กระทบ ยังเลือกพรรคได้

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทั่วประเทศ ว่าวันพรุ่งนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่มีการเลือกตั้งสส.และออกเสียงประชามติในที่เดียวกัน โดยหน่วยเลือกตั้ง 99,538 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 52 ล้านคน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้พร้อมในการออกไปใช้สิทธิ์โดยตรวจสอบสถานที่ไปใช้สิทธิ หมายเลขผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตและหมายเลขพรรคที่จะเลือก รวมถึงตอบประเด็นออกเสียงประชามติ และเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการแสดงตน ได้แก่บัตรประชาชน หรือใบขับขี่ หรือบัตรประจำตัวผู้พิการ หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ รวมถึงเอกสารแสดงตนดิจิทัล

พร้อมกันนี้ รองเลขาธิการ กกต. ระบุว่าศาลฎีกาได้มีคำสั่งผู้สมัครแบบแบ่งเขต จำนวน 18 คน ได้แก่

1.นายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ จ.นครราชสีมา เขต 13 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม 2.น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย จ.ราชบุรี เขต 3 หมายเลข 8 พรรคเพื่อไทย 3.นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ จ.ตาก เขต 3 หมายเลข 6 พรรคประชาชน 4.นายพสิษฐ์ คำชัย จ.ชัยภูมิ เขต 2 หมายเลข 7 พรรคกล้าธรรม 5.นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์จ.ภูเก็ต เขต 2 หมายเลข 1 พรรคกล้าธรรม 6.น.ส.วันใหม่ ทรงศิลสอาด จ.ระยอง เขตที่ 4 หมายเลข 4 พรรคพลังประชารัฐ 7.นายกิตษณัฐ อินทร์พรหม จ.นครศรีธรรมราช เขต 3 หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย 8.นายปฏิพัทธ์ เมืองสุวรรณ์ ผู้สมัครเขต 3 นครศรีธรรมราช หมายเลข 9 พรรคพลวัต 9.นายบุญเสริม หัตถยานนท์ จ.นครศรีธรรมราช เขต 4 หมายเลข 9 พรรคเพื่อบ้านเมือง

10.นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ จ.นครศรีธรรมราช เขต 7 เบอร์ 3 พรรคกล้าธรรม 11.น.ส.ณัฐธัญรดี ปรีณาภาชัยสิริ จ.ชลบุรี เขต 6 หมายเลข 12 พรรค ไทยสร้างไท 12 นายหร้าหมาน คลเรียน จ.พังงา เขต 1หมายเลข 6 พรรคพลวัต 13.นายสมชัย นันทาภิรัตน์ จ.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม

14.นายกิตติพัทธ์ แก้วใส จ.อุตรดิตถ์ เขต 1 หมายเลข 7 พรรคพลังประชารัฐ 15.นายณัฐพงษ์ สาโรจน์ จ.สุราษฎร์ธานี เขต 6 เขต 6 หมายเลข 7 พรรคไทยก้าวใหม่ 16.นายชาติชาย จันทร์สวย จ.อุดรธานี เขต 10 หมายเลข 6 พรรคประชาธิปัตย์ 17.นายสิทธิ โสพสิงห์ จ.อำนาจเจริญ เขต 2 หมายเลข 1 พรรคพลังประชารัฐ 18.นายชัยยุตต์ เกิดหลำ จ.สระบุรี เขต 2 หมายเลข 6 พรรคกล้าธรรม

ทั้งนี้ จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อดังกล่าว เพราะหากไปกากบาทในช่องเลือกผู้สมัครรายดังกล่าวก็จะทำให้กลายเป็นบัตรเสีย ซึ่งในส่วนของประชาชนที่ได้เลือกบุคคลที่ถูกถอนชื่อทั้ง 18 รายไปแล้วในการเลือกตั้งล่วงหน้า บัตรเลือกตั้งดังกล่าวก็จะกลายเป็นบัตรเสียทันที

นอกจากนี้ ศาลฎีกายังมีคำสั่งถอนรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 31 ราย

1.นายสมโชค จันทร์ทอง ผู้สมัคร สส.บัญ ชีรายชื่ออันดับที่ 2 พรรคพลังธรรมใหม่ 2.นายสมัครสุนทรเวทย์ ปรีชาชัยวัฒน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 59 พรรคไทยก้าวใหม่ 3.นายโชคชัย จันทร์วิเศษ ผู้สมัคร สส.บัญ ชีรายชื่ออันดับที่ 9 พรรคเป็นธรรม 4.นายสมพร ขวัญเนตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 7 พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย 5.น.ส.ชัญญพัชร์ โมอินทร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 3 พรรครวมพลังประชาชน 6.นายเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 40 พรรคไทยก้าวใหม่ 7.นายไชยยศ จิระเมธากร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 29 พรรคประชาธิปัตย์ 8.นายเทวภัทร พรมเอี่ยม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 20 พรรครักชาติ 9.สิบตรี สมยศ นุริตานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 17 พรรคครูไทยเพื่อประชาชน

10.นายธนวิชญ์ พานแก้ว ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ออันดับที่ 23 พรรคปวงชนไทย 11.นายวิชัย แซ่เตีย ผู้สมัคร สส.บัญีรายชื่อลำดับที่ 4 พรคไทยพร้อม 12.นายไพบูลย์ ลิ่มรัตนะมงคล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 32 พรรคใหม่ 13.นายรพี ขาวทอง ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 17 พรรคทางเลือกใหม่ 14. พลเอก เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 10 พรรคกล้าธรรม 15.นายเลิศบุตร บูรณะคุณาภรณ์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 98 พรรคกล้าธรรม 16.นายพุทธชาติ ช่วยราม ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 10 พรรคพลังประชารัฐ17.นายปรัชวินทร์ ภาสย์วชิรานนท์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่7 พรรคไทยพร้อม 18.นายวุฒิไกร ศรีจันไชย ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 49 พรรคเศรษฐกิจ 19.ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 31 พรรคกล้าธรรม20.น.ส.พนัชกรณ์ ตุลานนท์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 38 พรรครวมไทยสร้างชาติ

21.น.อ. พิเศษ ปริญ ไชยเสวกวิ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 53 พรรคเศรษฐกิจ 22. นายกัมชัย อภิโชครตนกุล ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7พรรคไทยธรรม 23. นายสมชาติ อ่อนประดิษฐ์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที 9 พรรคฟิวชั่น 24. นายวชิรชัย คงชัย ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 22 พรรคปวงชนไทย 25. นายพร้อมพณ ทินวงศ์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 26 พรรคปวงชนไทย 26. นางสาววาเลน ชื่นโชคสันต์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 64 พรรครวมไทยสร้าง ชาติ 27. นายชญาศักดิ์ พูลทรัพย์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 20 พรรคไทยชนะ 28. นายโยธิน วรารัศมี ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 70 พรรคกล้าธรรม 29. นายชัยนครินทร์ ศรีกุลโรจน์ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 พรรคไทยรวมไทย 30. นางสาววริสรา พังงา ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 18 พรรครักชาติ 31. นายเศรษฐศิษฎ์ ณุวงค์ศรี ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3พรรคครูไทยเพื่อ ประชาชน

สำหรับผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อจะไม่กระทบกับการลงคะแนนเลือกพรรค เพราะกฎหมายกำหนดให้ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อพรรคละ 1 บัญชี ไม่เกิน 100 รายชื่อ ดังนั้น การถอนรายชื่อผู้สมัครรายใดก็ไม่กระทบกับพรรค ยังสามารถเลือกพรรคได้ตามปกติ ทั้งนี้ได้มีการประสานไปยัง กกต.จังหวัดให้ดำเนินการประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อออกหน้าหน่วยรวมถึงบนบัตรเลือกตั้งจะขีดฆ่ารายชื่อผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิออก เพราะหากประชาชนไปกากบาทเลือกในช่องดังกล่าวก็จะกลายเป็นบัตรเสีย

พร้อมเน้นย้ำว่าหากเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แล้ว ไม่ได้ไปใช้สิทธิ จะไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ได้ เนื่องจากขาดจากการเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยเลือกตั้งเดิมที่มีชื่ออยู่ แต่ยังสามารถไปออกเสียงประชามติได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามหากประชาชนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไม่สำเร็จ ไม่มีชื่อปรากฏในการเลือกตั้งเมื่อวันที่1กุมภาพันธ์ ก็สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ณ หน่วยเลือกตั้งตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ส่วนกรณีที่เกิดข้อสงสัยในสังคมว่าหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติเป็นคนละที่กันนั้น รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่าหากประชาชนไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและประชามตินอกเขต หน่วยเลือกตั้งก็ยังคงเป็นหน่วยเดียวกัน จะเป็นคนละหน่วยเฉพาะกรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ที่หน่วยเลือกตั้งกลาง แต่ไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต หรือกรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัด ก็จะทำให้หน่วยออกเสียงเป็นคนละที่กัน ส่วนกรณีบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ติดหน้าหน่วยที่พบว่ามีสีซีดจางอ่านไม่ออกนั้นในวันเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ก็จะนำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชุดใหม่ไปติดประกาศไว้ที่หน้าหน่วยแทน ซึ่งจะทำให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เน้นย้ำกฎหมายว่าตั้งแต่วันที่ 18.00 น. ก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง ห้ามขาย จำหน่ายจ่ายแจกหรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตพื้นที่หรือทั้งประเทศ พร้อมขอให้พึงระมัดระวังเพราะฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย ของฝากก็ยังผู้สมัครและพรรคการเมืองว่า 18.00 น. ในวันนี้ห้ามผู้ใดทำหาเสียงการหาเสียงทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้สมัคร จึงขอฝากไปยังประชาชนทุกคนเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ผู้สื่อขาวรายงานว่าสำหรับผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่ถูกศาลชื่อนั้น พบว่าเป็นผู้สมัครพรรคกล้าธรรม 6 คน พรรคเพื่อไทย 2 คน พลังประชารัฐ 3 คน พลวัต 2 คน พรรคประชาชน 1 คน ประชาธิปัตย์ 1 คน ไทยสร้างไทย 1 คน พรรคเพื่อบ้านเมือง 1 คน ไทยก้าวใหม่ 1 คน

ขณะที่ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อที่ถูกถอดรายชื่อ พบ พรรคพลังธรรมใหม่ 1 คน ไทยก้าวใหม่ 2 คน พรรคกล้าธรรม 4 คน พรรคเป็นธรรม 1 คน พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย 1 คน พรรครวมพลังประชาชน 1 คน ปวงชนไทย 3 คน พรรครักชาติ 2 คน ครูไทยเพื่อประชาชน 2 คน พรรคไทยพร้อม 2 คน พรรคเศรษฐกิจ 2 คน รวมไทยสร้างชาติ 2 คน พลังประชารัฐ 1 คน พรรคใหม่ 1 คน พรรคทางเลือกใหม่ 1 คน พรรคฟิวชั่น 1 คน พรรคไทยธรรม 1 คน พรรคไทยรวมไทย 1 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน และพรรคไทยชนะ 1 คน

ด้านพล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขํา ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) พรรคกล้าธรรม และอดีตผู้อำนวยการทหารผ่านศึก กล่าวถึงถูกศาลฏีกาถอนชื่อผู้สมัคร สส.เหตุไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่า ได้ยื่นคัดค้าน กกต.ตัดสิทธิ์การเลือกตั้งไปแล้ว กรณี ไม่ได้ไปเลือกตั้งเทศบาล เนื่องจากในขณะนั้นไปปฏิบัติราชการ และจะนำเอกสารดังกล่าวไปยื่นให้ กกต.วันที่ 9 ก.พ.นี้

ดีเดย์!เลือกตั้งใหญ่8ก.พ.2569 ชี้อนาคตประเทศไทย ยันสุจริตโปร่งใสเที่ยงธรรม 3ทุ่มรู้ผลพรรคอันดับหนึ่ง

ดีเดย์!เลือกตั้งใหญ่8ก.พ.2569 ชี้อนาคตประเทศไทย ยันสุจริตโปร่งใสเที่ยงธรรม 3ทุ่มรู้ผลพรรคอันดับหนึ่ง

ดีเดย์!เลือกตั้งใหญ่8ก.พ.2569 ชี้อนาคตประเทศไทย ยันสุจริตโปร่งใสเที่ยงธรรม 3ทุ่มรู้ผลพรรคอันดับหนึ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ดีเดย์!เลือกตั้งใหญ่8ก.พ.2569 ชี้อนาคตประเทศไทย ยันสุจริตโปร่งใสเที่ยงธรรม 3ทุ่มรู้ผลพรรคอันดับหนึ่ง รับรองผลสส.ภายใน60วัน

กกต.แถลงพร้อมแล้วสำหรับการเลือกตั้งสส.และออกเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอประชาชนตรวจสอบรายชื่อ-เตรียมหลักฐาน แสดงตนก่อนไปใช้สิทธิ์ คาดหลัง 3 ทุ่มรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อลุ้นว่าใครได้เป็นนายกฯ ตำรวจเตือนซ้ำห้ามจัดเลี้ยงจำหน่ายสุรา ฝ่าฝืนโทษหนัก

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งแถลงเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทั่วประเทศว่าในวันพรุ่งนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ที่มีการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติในที่เดียวกัน โดยหน่วยเลือกตั้ง 99,538 หน่วย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 52 ล้านคน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้พร้อมในการออกไปใช้สิทธิโดยตรวจสอบสถานที่ไปใช้สิทธิ หมายเลขผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต และหมายเลขพรรคที่จะเลือกรวมถึงตอบประเด็นออกเสียงประชามติ และเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการแสดงตน ได้แก่ บัตรประชาชน หรือใบขับขี่ หรือบัตรประจำตัวผู้พิการ หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ รวมถึงเอกสารแสดงตนดิจิทัล

รองเลขาธิการกกต.ระบุว่าศาลฎีกาได้มีคำสั่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตจำนวน18คนจึงขอให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อดังกล่าว เพราะหากไปกากบาทในช่องเลือกผู้สมัครรายดังกล่าวจะทำให้กลายเป็นบัตรเสีย ซึ่งในส่วนของประชาชนที่ได้เลือกบุคคลที่ถูกถอนชื่อทั้ง 18 รายไปแล้วในการเลือกตั้งล่วงหน้า บัตรเลือกตั้งดังกล่าวก็จะกลายเป็นบัตรเสียทันที

ทั้งนี้ ได้มีการประสานไปยังกกต.จังหวัดให้ดำเนินการประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ถูกถอนชื่อออกหน้าหน่วย รวมถึงบนบัตรเลือกตั้งจะขีดฆ่ารายชื่อผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิออกเพราะหากประชาชนไปกากบาทเลือกในช่องดังกล่าว จะกลายเป็นบัตรเสีย

ย้ำ31ผู้สมัครบัญชีรายชื่อถูกตัดสิทธิ์

นอกจากนี้ศาลฎีกายังมีคำสั่งถอนรายชื่อผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อทั้ง31ราย สำหรับผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ จะไม่กระทบกลับการลงคะแนนเลือกพรรค เพราะกฎหมายกำหนดให้ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อพรรคละ 1บัญชีไม่เกิน 100 รายชื่อ ดังนั้นการถอนรายชื่อผู้สมัครรายใดก็ไม่กระทบกับพรรคยังสามารถเลือกพรรคได้ตามปกติ

แจงใช้สิทธิ์ล่วงหน้าออกเสียงประชามติได้

พร้อมเน้นย้ำว่าหากเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แล้วไม่ได้ไปใช้สิทธิจะไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ได้ เนื่องจากขาดจากการเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยเลือกตั้งเดิมที่มีชื่ออยู่ แต่ยังสามารถไปออกเสียงประชามติได้ตามปกติ หากประชาชนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไม่สำเร็จ ไม่มีชื่อปรากฏในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ก็สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ณ หน่วยเลือกตั้งตามที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ส่วนกรณีที่เกิดข้อสงสัยในสังคมว่าหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติเป็นคนละที่กันนั้นรองเลขาธิการกกต.ชี้แจงว่าหากประชาชนไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและประชามตินอกเขต หน่วยเลือกตั้ง ก็ยังคงเป็นหน่วยเดียวกัน จะเป็นคนละหน่วยเฉพาะกรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ที่หน่วยเลือกตั้งกลางแต่ไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตหรือกรณีลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดก็จะทำให้หน่วยออกเสียงเป็นคนละที่กัน ส่วนกรณีบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ติดหน้าหน่วยที่พบว่ามีสีซีดจาง อ่านไม่ออกนั้น ในวันเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่จะนำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งชุดใหม่ไปติดประกาศไว้ที่หน้าหน่วยแทน ซึ่งจะทำให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ห้ามจำหน่ายจ่ายแจกสุราทั่วปท.

รองเลขาธิการกกต.เน้นย้ำกฎหมายว่าตั้งแต่เวลา 18.00 น.(7ก.พ.)ก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันเลือกตั้ง(8ก.พ.) ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือ จัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตพื้นที่หรือทั้งประเทศ พร้อมขอให้พึงระมัดระวัง เพราะฝ่าฝืนมีโทษตามกฎหมาย ของฝากก็ยังผู้สมัครและพรรคการเมืองว่า18.00น.ในวันนี้ห้ามผู้ใดหาเสียง การหาเสียงทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้สมัคร จึงขอฝากไปยังประชาชนทุกคน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

กกต.คาดรู้ผลเป็นทางการไม่เกิน5ทุ่ม

ก่อนหน้านี้ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เคยให้สัมภาษณ์ถึงการรวมคะแนน การลงคะแนนและการประกาศผลการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า กกต.จะรายงานตั้งแต่คะแนนแรกที่ออกมา ทั้งสส.และประชามติ คาดว่าไม่เกิน23.00น.จะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการ พร้อมยืนยันว่าเราทำงานด้วยความโปร่งใสและหน้าหน่วยก็จะมีการติดรายละเอียดการใช้สิทธิของผู้มีสิทธิในหน่วยนั้นและผลคะแนนที่นับได้ในหน่วยนั้นด้วยพร้อมกับจะมีการส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวเข้ามาที่จังหวัดและลงในระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ผู้สังเกตการณ์และพรรคการเมืองก็สามารถถ่ายรูปเอกสารดังกล่าว และสามารถตรวจสอบของหน่วยเลือกตั้งอื่นทั่วประเทศได้ในระบบคอมพิวเตอร์

กระนั้นก็ตามแหล่งข่าวในกกต.ระบุว่าหลัง 3 ทุ่ม ก็น่าจะรู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ

กกต.แจงยิบขั้นตอนหลังปิดหีบ

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(สนง.กกต.) ชี้แจงภาพรวมขั้นตอนการส่งคะแนนการเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติ วันที่ 8 ก.พ.2569 จากหน่วยเลือกตั้งจนถึงมือประชาชน ผ่านระบบ “ECT Report 69” ดังนี้ 1.การนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง หลังปิดการลงคะแนนเวลา 17.00น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)จะปิดช่องใส่บัตรเลือกตั้ง สส /ออกเสียงประชามติ ตรวจสอบจำนวนผู้มาใช้สิทธิฯ จำนวนบัตรเลือกตั้งที่เหลือ (เจาะทำลาย) และเอกสารหลักฐานต่างๆให้ครบถ้วน

ตรวจนับคะแนนสดๆหน้าหน่วย

หลังจากนั้นจะดำเนินการเปิดหีบบัตรเพื่อดำเนินการนับคะแนนพร้อมกัน ทั้ง 3 ประเภท คือ หีบบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต,สส.แบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ ณ ที่เลือกตั้ง โดยเปิดเผยต่อหน้าประชาชนและติดต่อกันจนเสร็จสิ้น (ยกเว้นสถานทีลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขต ที่จะมีการนับคะแนนออกเสียงประชามติเพียงประเภทเดียวเท่านั้น)

2.การบันทึกและส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ เมื่อนับคะแนนเสร็จสิ้น กปน.จะบันทึกผลคะแนนผ่านระบบ ECT Report 69 ซึ่งพัฒนาร่วมกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่(BDI) โดยมี 3 ชั้นตอนย่อย: โดย ขั้นตอนที่ 1:อัปโหลดเอกสารโดยการถ่ายภาพแบบรายงานผลการนับคะแนน ชั้นตอนที่ 2:กรอกข้อมูลตัวเลขได้แก่จำนวนผู้มีสิทธิ จำนวนบัตร คะแนนที่ผู้สมัคร/พรรค การเมืองได้รับหรือคะแนนประชามติ ขั้นตอนที่ 3 :ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง และกดยืนยันเพื่อส่งข้อมูลไปยังศูนย์รวมคะแนนอำเภอ

รายงานผลเรียลไทม์ผ่านแดชบอร์ด

3. การตรวจสอบความถูกต้อง(โดยศูนย์รวมคะแนนอำเภอ)ข้อมูลที่ส่งมาจากหน่วยเลือกตั้งจะถูกส่งไปยัง ศูนย์รวมคะแนนอำเภอ เพื่อทำการตรวจสอบความถูกต้อง โดยเจ้าหน้าที่จะเปรียบเทียบข้อมูลตัวเลขที่กรอกเข้ามากับภาพถ่ายแบบรายงานผลการนับคะแนนเมื่อข้อมูลถูกต้องตรงกันจึงจะทำการยืนยันข้อมูลเข้าระบบ

4. การประมวลผลและแสดงผลสู่สาธารณะ(Dashboard) เมื่อผ่านการตรวจสอบจากอำเภอ ระบบจะรวบรวมและประมวลผลคะแนน (ทั้ง สส. แบบแบ่งเขต สส.แบบบัญชีรายชื่อและภารออกเสียงประชามติ) เพื่อนำเสนอในรูปแบบ Dashboard ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มรายงานผลคะแนนได้ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป โดยระบบจะรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการไม่เกินร้อยละ95ของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขต

ช่องทางติดตามผล: ประชาชนสามารถติดตามผลคะแนนแบบเรียลไทม์ได้ทีเว็บไซต์ https://ectreport69.ect.go.th สรุปผลให้เข้าใจง่ายและสวยงาม นอกจากนี้ สื่อมวลชนยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลไฟล์ CSV เพื่อนำไปประชาสัมพันธ์ต่อให้ประชาชนรับทราบได้อีกทางหนึ่ง

ประกาศรับรองสส.ภายใน60วัน

สำหรับกระบวนการหลังวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ผลคะแนนจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย ก่อนประกาศผลอย่างเป็นทางการ ดังนี้ 1. กรณีการประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ กกต. ตรวจสอบและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง ส่วนการคัดค้านการเลือกตั้งสส.กรณีทั่วไป ยื่นคัดค้านได้ ตั้งแต่วันที่ กกต.ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งจนถึง 30 วัน นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง

2.การประกาศผลการออกเสียงประชามติ เมื่อการออกเสียงเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมประกาศผล ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันออกเสียง ส่วนการคัดค้านการออกเสียงประชามติยื่นคัดค้านได้ภายใน 48 ชั่วโมง นับแต่การลงคะแนนออกเสียงประชามติสิ้นสุดลง

ตร.พร้อมคุมเข้มความปลอดภัย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ร้องขอหรือจนเสร็จสิ้นการนับคะแนนซึ่งถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญตามกลไกของระบอบประชาธิปไตย พร้อมกำชับตำรวจทุกนายวางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัดระมัดระวังการกระทำที่ส่อไปทางกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

กำชับทุกหน่วยพร้อมปฏิบัติเคลื่อนที่เร็ว

ทั้งนี้ ในวันเลือกตั้งตำรวจมีภารกิจในการรักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้ง และดูแลรักษาความปลอดภัยในภาพรวม ตลอดจนอำนวยความสะดวกการจราจร ผบ.ตร.กำชับให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมการปฏิบัติงานของชุดเคลื่อนที่เร็ว ระดับสถานีตำรวจและระดับจังหวัดให้มีความพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติกรณีเกิดเหตุการณ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานจะต้องศึกษาทำความเข้ากฎหมายเลือกตั้งให้ชัดเจน และปฏิบัติหน้าที่ตามแผนรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(พิทักษ์เลือกตั้ง/66)โดยเคร่งครัด

ย้ำห้ามขายสุราทุกชนิดฝ่าฝืนโทษหนัก

พล.ต.ท.ชัยต์พจนกล่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เตือนพี่น้องประชาชน “ห้ามขาย จ่ายแจก จัดเลี้ยง สุราและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด” ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2569) ถึงเวลา 18.00 น.ของวันพรุ่งนี้ (8 กุมภาพันธ์2569) หากฝ่าฝืนอาจมีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทำความเข้าใจสิทธิหน้าที่ในการลงคะแนนเลือกตั้งรวมทั้งสิ่งที่ไม่ควรกระทำเนื่องจากอาจเป็นการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งได้ โดยพี่น้องประชาชนสามารถดูรายละเอียดดังกล่าวได้ในแอปพลิเคชัน“Police Care”ฟีเจอร์“ข่าวและอัปเดต”คลิกที่“ความรู้กฎหมายเลือกตั้ง”ซึ่งจะมีการประชาสัมพันธ์ที่เข้าใจง่าย และครอบคลุม โดยดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ Android ผ่าน Play StoreและIOS ผ่าน App Strore

NTนำกกต.ตรวจห้องWar Room

ที่ห้องประชุม อาคาร 20 ชั้น 4 สำนักงานแจ้งวัฒนะ พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติจำกัด(มหาชน)หรือ NT ให้การต้อนรับ นายณรงค์ รักร้อย กรรมการการเลือกตั้งและคณะ พร้อมนำชมศูนย์เฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อสนับสนุนภารกิจเลือกตั้ง ส.ส.และการออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569 โดย NTได้รับมอบหมายจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ให้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกกต.เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเลือกตั้งปี2569 ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และเชื่อถือได้

พร้อมศูนย์เฝ้าระวังภัยทางไซเบอร์

การจัดตั้งศูนย์ครั้งนี้ NTพร้อมปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวัง ตรวจสอบและป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ ครอบคลุมการให้บริการระบบเครือข่าย การสื่อสารและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กกต.สามารถดำเนินการตรวจสอบและกำหนดแนวทางในการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในการนี้ได้นำเทคโนโลยีด้าน Cybersecurity ที่ได้มาตรฐานสากลมาใช้ในการตรวจจับ วิเคราะห์ และรับมือกับเหตุการณ์ผิดปกติที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของข้อมูลและระบบสำคัญในช่วงการเลือกตั้งตลอด 24 ชั่วโมง

ปลัดกทม.ยืนยันพร้อมจัดเลือกตั้ง

ที่สำนักงานเขตบึงกุ่ม นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร(กทม.)พร้อมคณะ ตรวจความพร้อมหน่วยเลือกตั้งเต็นท์บริเวณชุมชนโครงการบ้านเอื้ออาทรบึงกุ่ม เขตเลือกตั้งที่ 15 และที่สำนักงานเขตบึงกุ่ม โดยปลัด กทม.ระบุว่ากทม.มีความพร้อมในการรองรับการเลือกตั้งและออกเสียงลงประชามติในวันพรุ่งนี้(8ก.พ.)พร้อมกับเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพฯให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งและลงประชามติตั้งแต่เวลา8.00ถึง17.00 น.

ปลัดกทม.ย้ำว่าวันนี้ได้เข้ามาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ในพื้นที่เขตบึงกุ่มและพื้นที่อื่นๆและจะไปดูเรื่องของความเรียบร้อย เบื้องต้น ยอมรับว่ามีความกังวลในส่วนกลุ่มเปราะบาง ที่กระจายอยู่ในทุกเขตทั่วกรุงเทพฯจึงมีแนวคิดที่จะประสานกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งให้อำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มเปราะบางเหล่านี้สามารถไปใช้สิทธิ์ในเขตพื้นที่ของตัวเองได้

ส่วนปัญหาเรื่องการจราจรที่อาจหนาแน่นคับคั่งในวันเลือกตั้งหากมีมากกว่าแผนที่วางไว้ ก็จะมีการปรับมาตรการไปตามสถานการณ์ เบื้องต้นได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่รวมทั้งสำนักงานเขตที่จะคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับพี่น้องประชาชนได้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

จนท.เขตในกทม.ตรวจอุปกรณ์

สำหรับบรรยากาศการเตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างคึกคัก โดยสำนักงานเขตต่างๆได้ดำเนินการตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์และหีบเลือกตั้ง รวมถึงวัสดุที่ใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ

ตั้งแต่เวลา08.30 น.เจ้าหน้าที่ประจำเขตได้จัดเตรียมและตรวจนับอุปกรณ์การเลือกตั้ง อาทิ หีบเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง ป้ายแสดงขั้นตอนการลงคะแนน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องและความเรียบร้อย ก่อนเคลื่อนย้ายไปยังหน่วยเลือกตั้งตามจุดที่กำหนด

ต่อมาเวลา09.00น.ประธานกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วย เพื่อซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติงาน ชี้แจงการใช้อุปกรณ์ การจัดหน่วยเลือกตั้ง ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใสและสุจริตเที่ยงธรรม

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยืนยันความพร้อมในทุกด้าน และขอเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติอย่างพร้อมเพรียง

‘ปธ.กกต.’ตรวจส่งมอบบัตรเลือกตั้ง

วันเดียวกัน จ.นครปฐม นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(ปธ.กกต.)เดินทางลงพื้นที่ตรวจรับฟังสรุปภาพรวมการดำเนินงานและสังเกตการณ์การส่งมอบบัตรเลือกตั้ง วัสดุอุปกรณ์ จำนวน 213 หน่วย รวมทั้งการเตรียมการจัดหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม ณ สำนักงานเทศบาลตำบลธรรมศาลา อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม โดยมีนายสมยศ บุญทาน ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วยพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐมให้การต้อนรับ

ขณะที่บรรยากาศที่สำนักงานเทศบาลตำบลธรรมศาลา อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครประจำหน่วยเลือกตั้งตรวจนับอุปกรณ์การเลือกตั้งโดยคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)ต้องทำอย่างละเอียดก่อนและหลังการลงคะแนนโดยตรวจสอบหีบบัตร คูหา สายรัด ถุงบรรจุบัตรเลือกตั้งและแบบพิมพ์ต่างๆให้ครบถ้วนตามรายการที่ได้รับ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและถูกต้องตามขั้นตอนของ กกต.

ผอ.กกต.โคราชตั้งเป้าใช้สิทธิไม่ต่ำ75%

จ.นครราชสีมา นางสาวปิยนาฏ กลางพนม ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา เน้นย้ำกปน.เตรียมความพร้อมในทุกๆด้านในการเลือกตั้งครั้งใหญ่วันที่ 8 ก.พ.รวมถึงแผนเผชิญเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้อย่างเรียบร้อย ถูกต้อง ไม่เกิดข้อผิดพลาด ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิไม่ต่ำกว่าร้อยละ75 ของผู้มีสิทธิทั้งหมด

ขณะที่บรรยากาศการรับหีบบัตรเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคักโดยเฉพาะที่หอประชุม อ.พิมาย ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งกลางของเขตเลือกตั้งที่ 8 คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือกปน. อ.พิมาย มีจำนวน 178 หน่วย และ อ.ชุมพวง อีก111 หน่วย รวม 289 หน่วย เดินทางมาตรวจสอบและรับหีบบัตรพร้อมอุปกรณ์เลือกตั้งกันอย่างต่อเนื่อง เขตเลือกตั้งที่ 8 มียอดผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 133,818 คน

กำแพงเพชรรับอุปกรณ์พร้อมเพรียง

จ.กำแพงเพชร เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งมารอรับอุปกรณ์ตามกำหนดการ ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร(หลังที่ว่าการอำเภอเมืองหลังเก่า) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง สส. เขตเลือกตั้งที่ 1 อย่างพร้อมเพรียง โดยคณะอนุกรรมการการเลือกตั้งฯประจำเขต 1 พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครร่วมกันเร่งดำเนินการตรวจเช็คจัดเตรียมอุปกรณ์สำคัญสำหรับใช้ในหน่วยเลือกตั้งอย่างเข้มงวด หีบบัตรเลือกตั้งและคูหาลงคะแนน บัตรเลือกตั้ง อุปกรณ์เครื่องเขียน และเอกสารธุรการประจำหน่วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในวันจริง

แม่สะเรียงหน่วยเลือกตั้งไกลสุดโหด

หอประชุมอำเภอแม่สะเรียง ที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการส่งมอบวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)จำนวนทั้งสิ้น 9 หน่วยเลือกตั้ง โดยทางกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งพร้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้ง9 หน่วยเลือกตั้งของ ต.แม่คงและต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เดินทางมารับหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าพร้อมตรวจเช็คอุปกรณ์การเลือกตั้งได้แก่ 3 หน่วยเลือกตั้ง ต.เสาหิน ประกอบไปด้วยหน่วยเลือกตั้งบ้านเสาหิน หน่วยเลือกตั้งบ้านสล่าเชียงตอง หน่วยเลือกตั้งบ้านแม่สอง และ 6 หน่วยเลือกตั้ง ต.แม่คง ประกอบไปด้วยหน่วยเลือกตั้งบ้านจอซิเดอร์เหนือ, หน่วยเลือกตั้งบ้านห้วยเหี๊ยะ,หน่วยเลือกตั้งบ้านกองสุม,หน่วยเลือกตั้งบ้านอูหลู่,หน่วยเลือกตั้งบ้านปอหมื่อและ หน่วยเลือกตั้งบ้านโกแประ

สืบเนื่องจากหน่วยเลือกตั้งทั้ง 9 หน่วย อยู่ในเขตพื้นที่ห่างไกล เดินทางเข้ามารับวัสดุอุปกรณ์ฯเป็นไปด้วยความยากลำบากจึงจำเป็นต้องเดินทางมารับหีบและอุปกรณ์การเลือกตั้งก่อนกำหนดล่วงหน้า 1 วัน โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งบ้านโกแประ เป็นหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ไกลที่สุดใช้ระยะเวลาในการเดินทางทั้งทางรถยนต์ ทางเรือและเดินเท้า โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เส้นทางรถยนต์จาก อ.แม่สะเรียง ถึงท่าเรือสบเงะ 4 ชม.หลังจากนั้นลงเรือที่ท่าเรือสบแงะขึ้นไปตามน้ำสาละวิน อีก 1 ชม.ถึงท่าเรือโกแประ แล้วเดินทางเท้าต่อถึงหมู่บ้านอีก 3 ชม ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชม.

คนไทย3จว.ใต้ข้ามแดนใช้สิทธิ์ลต.

การเลือกตั้ง ส.ส.และการออกเสียงประชามติ ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569จากการตรวจสอบบริเวณด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีคนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ที่เดินทางเข้าไปทำงานในรัฐต่างๆ ของประเทศมาเลเซีย ทยอยเดินทางข้ามแดนเป็นจำนวนมาก เพื่อใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้ จนด่านพรมแดนแออัดไปด้วยฝูงชนต่อคิวเพื่อประทับตราหนังสือเดินทาง

พ.ต.อ.พูลศักดิ์ แก้วสีขาว ผกก.ตม.จว.นราธิวาส สั่งการให้พ.ต.ท.ธนินณัฎฐ์ ปานะจินาพร สารวัตร ตม.จว.นราธิวาสระดมกำลังผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนหนึ่ง ในการอำนวยความสะดวกพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนพิการและเด็ก มีการอนุโลมเป็นกรณีพิเศษ ด้วยการเปิดช่องประทับตราไว้โดยเฉพาะ เพื่อย่นระยะเวลาให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และมีเวลาเพียงพอที่จะต้องเดินทางไปต่อรถโดยสาร รถไฟในการเดินทางกลับภูมิลำเนา

ตม.ย้ำใช้ด่านพรมแดนเข้า-ออกเท่านั้น

พ.ต.ท.ธนินณัฎฐ์กล่าวว่าพรุ่งนี้เป็นวันเลือกตั้ง คนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไปเดินทางไปทำงานในประเทศมาเลเซียได้กลับมาเป็นจำนวนมากจึงอยากให้ใช้ช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะช่องทางธรรมชาติค่อนข้างจะเข้มงวดอาจจะถูกจับกุมได้ สำหรับในส่วนของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ก็คอยอำนวยความสะดวก จัดกำลังพลเต็มทุกช่องตรวจ เพื่อเร่งระบายคนเดินทางให้เร็วที่สุด

รายงานข่าวแจ้งว่าการเดินทางกลับของคนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นจำนวนมากในทุกๆปีที่จะมาใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสส.ปัจจัยหลักคือถือโอกาสเดินทางมาเยี่ยมบ้านเกิด

ศรีสะเกษแห่รับหีบเลือกตั้งคึกคัก

ที่จ.ศรีสะเกษ บรรยากาศการกระจายอุปกรณ์และหีบเลือกตั้งเป็นไปอย่างคึกคัก ก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้( 8 ก.พ.)เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งจากทุกอำเภอได้ทยอยเดินทางเข้ารับมอบหีบบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ประจำหน่วย โดยการรับมอบประกอบด้วยบัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ บัตรลงประชามติ ตลอดจนวัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการจัดการเลือกตั้ง อาทิ คูหาเลือกตั้ง หีบบัตร แบบพิมพ์เอกสาร และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดตั้งหน่วยเลือกตั้งให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ ได้บูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ดูแลรักษาความปลอดภัยและควบคุมการรับ–ส่งอุปกรณ์เลือกตั้งอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจนับ การบันทึกข้อมูล ไปจนถึงการขนย้ายไปยังหน่วยเลือกตั้งแต่ละแห่ง เพื่อป้องกันความผิดพลาดและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

เชียงใหม่พร้อมหย่อนบัตร

จ.เชียงใหม่ เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ในวันพรุ่งนี้ (8 ก.พ.) โดยช่วงเช้าวันนี้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. ในเขตเลือกตั้งที่ 1 เดินทางเข้ารับบัตรเลือกตั้ง สส. บัตรออกเสียงประชามติ และวัสดุอุปกรณ์ ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ กกต.เชียงใหม่ ชี้แจงระเบียบและข้อปฏิบัติ ก่อนที่ กปน. จะนำไปใช้จัดการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ ภาพรวมเป็นไปด้วยความราบรื่นและยังไม่พบปัญหาเกิดขึ้น

นายนพดล สุยะ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำ กปน. ให้ตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้สมัคร พรรคการเมือง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องติดไว้ที่คูหาเลือกตั้ง ต้องครบถ้วน ไม่ตกหล่นตามที่ กกต. ได้ประกาศไว้

สำหรับ จ.เชียงใหม่ มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 2,789 หน่วย ในจำนวนนี้มีกว่า 200 หน่วยเลือกตั้ง ที่อยู่บนพื้นที่สูงและพื้นที่ห่างไกลใน อ.ฝาง อ.แม่อาย อ.ไชยปราการ อ.สะเมิง อ.เชียงดาว อ.แม่แตง อ.ฮอด อ.อมก๋อย อ.ดอยเต่า อ.เวียงแหง และ อ.แม่แจ่ม การดำเนินการเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางพื้นที่ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ กปน.บางหน่วยต้องมานอนในตัวอำเภอ เพื่อรอรับส่งวัสดุอุปกรณ์ไปยังหน่วยเลือกตั้งของตัวเอง เนื่องจากใช้เวลาเดินทางกว่า 6 ชั่วโมง โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งหลายหมู่บ้านใน ต.นาเกียน อ.อมก๋อย ที่ต้องใช้เวลาเดินทางกว่า 6 ชั่วโมง และสัญญาณโทรศัพท์มีน้อย และ ต.มืดกา อ.ดอยเต่า ที่มีทะเลสาบดอยเต่ากั้นอยู่ ต้องขนขึ้นเรือข้ามทะเลสาบมาที่อำเภอ

กกต.เชียงใหม่ ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ร้อยละ 83 สำหรับผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของ จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะทราบประมาณ 4 ทุ่ม หลังปิดหีบ จะเหลือแต่เพียงหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ห่างไกลที่คาดว่าจะทราบผลหลังตี 1

แฉก๊วน‘สจ.เปรียว’ ฟอกเงินผ่านวัดดัง-ค่ายมวย

แฉก๊วน‘สจ.เปรียว’ ฟอกเงินผ่านวัดดัง-ค่ายมวย

แฉก๊วน‘สจ.เปรียว’ ฟอกเงินผ่านวัดดัง-ค่ายมวย

วันอาทิตย์ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แฉก๊วน‘สจ.เปรียว’ ฟอกเงินผ่านวัดดัง-ค่ายมวย

ตำรวจเปิดพฤติการณ์ก๊วน“สจ.เปรียว”ฟอกเงิน ผ่านวัดดัง-ค่ายมวย ชุดสืบสวนกำลังดำเนินการสืบต่อว่า มีการยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช.หรือไม่

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่าชุดสืบสวนยังคงเดินหน้าขยายผลเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์เชื่อมโยงนักการเมืองดังในภาคอีสาน ซึ่งได้ดำเนินการสืบสวนเว็บไซต์พนันออนไลน์ http://www.huaysodplus.com ตามข้อร้องเรียนว่าเปิดให้บริการเล่นพนันออนไลน์ อาทิ หวยรัฐบาลไทย, หวยลาว, หวยฮานอย, หวยหุ้นต่างๆ รวมถึงการพนันออนไลน์ประเภทอื่นๆ ก่อนพบว่าเว็บดังกล่าวมีนายธนาวุธ แสงแก่นเพ็ชร์ อายุ 44 ปี ผอ.รร.อนุบาลรัตนากาฬสินธุ์, นายศุภโชค พละไกร อายุ 64 ปี อดีตนายตำรวจ, นายปฐมพงศ์ ภูเต้าเงิน อายุ 31 ปี หรือ สจ.เปรียว และ น.ส.พรนภา แสงโทโพธิ์ อายุ 30 ปี เข้าไปเกี่ยวข้องในลักษณะของผู้รับผลประโยชน์ของเว็บพนันดังกล่าว อีกทั้งเชื่อมโยงในลักษณะเครือข่ายกับเว็บไซต์พนันหวยออนไลน์ “Banhuay98” ของทางนายปฐนัญ จันดอน หรือ ส.จ.เนย์ อายุ 29 ปี นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์

นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาใช้บัญชีส่วนตัวเป็นบัญชีรับเงินจากผู้เล่นพนัน และรับผลประโยชน์จากเว็บพนันโดยตรง

ทั้งนี้ มีรายงานว่าหลังจากกลุ่มผู้ต้องหาถูกออกหมายจับ มีความพยายามที่จะประสานเพื่อที่จะขอเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งมีทั้ง สจ.เนย์ และ สจ.เปรียว รวมอยู่ในนั้น หลังทั้งสองหลบหนีไปตั้งแต่ก่อนออกหมายจับผ่านทางด่าน จ.หนองคาย ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา

จากการขยายผลการสืบสวนเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน พบว่าเครือข่ายเว็บพนันกลุ่มนี้เป็นเครือข่ายใหญ่ ในวงการเรียกว่ากลุ่มวัยรุ่นสร้างตัว โดยมีการนำเงินที่ได้จากการเปิดเว็บหวยออนไลน์ไปทำการฟอกเงินผ่านซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน รถยนต์หรู ร้านอาหาร ค่ายมวยและจัดสร้างวัตถุมงคลให้วัดดังที่ทางภาคอีสาน

จากข้อมูลทางการสืบสวนพบว่า มีการนำเงินได้จากการเปิดเว็บพนันออนไลน์มาฟอกเงินผ่านวัดดังทางภาคอีสาน ในลักษณะนักบุญคนบาป โดยออกอุบายทำทีติดต่อวัดเพื่อขอจัดสร้างวัตถุมงคลให้พระเกจิดังในวัดทางภาคอีสาน จากนั้นก็จะนำเงินจากเว็บพนันจำนวน 20 ล้านบาทไปจัดสร้างวัตถุมงคล จากนั้นก็จะนำวัตถุมงคลไปจำหน่าย ผ่านศูนย์จองพระและเครือข่ายเมื่อได้เงินมาแล้ว ก็จะหักค่าใช้จ่ายแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้วัด และนำเข้ากระเป๋าตัวเองในลักษณะฟอกเงินบริสุทธิ์

นอกจากนี้ยังพบวิธีการที่กลุ่มเครือข่ายนี้ใช้ฟอกเงิน คือจะเดินสายทำบุญอย่างใหญ่โต ขอจัดเป็นเจ้าภาพระดมทำบุญทอดกฐิน และการประมูลวัตถุมงคลของเกจิดังของวัดดังกล่าว โดยการประมูลนั้นจะมีการนำวัตถุมงคลที่ระลึกกฐิน ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นเหรียญเสมา เนื้อทองคำฝังเพชร ตอกโค้ด999 มาทำการประมูลและปั่นราคา ก่อนที่กลุ่มผู้ต้องหาจะนำเงินจากเว็บพนันไปประมูล ก่อนชนะการประมูลวัตถุมงคลดังกล่าวในราคา 2.4 ล้านบาท

ทั้งนี้ ยังมีรายงานว่า นายปฐมพงศ์ หรือ สจ.เปรียว ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินกับ ป.ป.ช. เป็นเงิน 82 ล้าน ในจำนวนนี้มีการแจงทรัพย์สินเป็นเหรียญของเกจิดังในวัดดังกล่าวถึง 42 ล้านบาท ซึ่งชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าทรัพย์สินดังกล่าวที่แจ้งต่อ ป.ป.ช.นั้นเป็นการแจ้งเท็จหรือไม่ เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่ามูลค่าของวัตถุมงคลดังกล่าวนั้นมีราคาสูงกว่าความเป็นจริง

ประกันสังคม แจงค่าเช่า Dark Fiber แค่ 8.5 แสน ต่อเดือน ไม่ใช่ 24 ล้านตามข่าว

ประกันสังคม แจงค่าเช่า Dark Fiber แค่ 8.5 แสน ต่อเดือน ไม่ใช่ 24 ล้านตามข่าว

ประกันสังคม แจงค่าเช่า Dark Fiber แค่ 8.5 แสน ต่อเดือน ไม่ใช่ 24 ล้านตามข่าว

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.59 น.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานประกันสังคม ได้ชี้แจงกรณีปรากฏผ่านสื่อว่า สำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าเช่า Dark Fiber สายเน็ตส่วนตัวเชื่อมข้อมูลจุดต่อจุดในราคาสูงถึง 24 ล้านบาทต่อเดือนนั้น 

ทาง สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า 1.  ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน: งบประมาณเดือนละ 24 ล้านบาท ไม่เป็นความจริง ตามที่มีการนำเสนอว่า สปส. เช่าสาย Dark Fiber ในราคาสูงถึง 24,000,000 บาทต่อเดือน นั้น เป็นข้อมูลที่ คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอย่างมาง, โดยข้อเท็จจริงงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,713,000 บาท หรือคิดเป็น 857,000 บาทต่อเดือน สำหรับระยะเวลาเช่า 9 เดือน 

2.  ความจำเป็นเชิงกลยุทธ์และการบริหารความเสี่ยง การเช่าเครือข่ายสัญญาณนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก (นนทบุรี) และ ศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (ระยอง) ซึ่งมีระยะทางไกลถึง290 – 300 กิโลเมตร, เพื่อรองรับภารกิจสำคัญดังนี้: 

• การสำรองข้อมูล (Data Backup) และการทำReplication: เพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลผู้ประกันตนในกรณีที่เกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน ณ ศูนย์ใดศูนย์หนึ่ง, 

• ความเสถียรและความปลอดภัยขั้นสูงสุด: เทคโนโลยี Dark Fiber เป็นสายใยแก้วนำแสงส่วนตัว (Private) ที่มีความเสถียรสูง มีความหน่วง (Latency) ต่ำและมีความปลอดภัยของข้อมูลมากกว่าอินเทอร์เน็ตทั่วไป เนื่องจากเป็นการรับส่งข้อมูลระหว่างจุดต่อจุดโดยเฉพาะ, 

3. ความคุ้มค่าและการพิจารณาอย่างรอบคอบสำนักงานประกันสังคมตระหนักดีว่าเงินทุกบาทคือเงินสมทบของผู้ประกันตน, จึงได้พิจารณาโครงการนี้ด้วยความถี่ถ้วนรอบคอบ  

ท้ายนี้  สำนักงานประกันสังคมขอยืนยันว่า  เราดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ ข้อมูลที่ว่ามีการใช้เงินเดือนละ 24 ล้านบาทนั้นเป็นการนำตัวเลขที่ คลาดเคลื่อนไปนำเสนอเกินจริง 

“ประกันสังคม คุ้มครองทุกวัย ใส่ใจทุกคน” ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน”

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ เหรียญลูกเสือสดุดี ปี 2566 จำนวน 549 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ เหรียญลูกเสือสดุดี ปี 2566 จำนวน 549 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ เหรียญลูกเสือสดุดี ปี 2566 จำนวน 549 ราย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.24 น.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ และเหรียญลูกเสือสดุดี ประจําปี 2566

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ ประจําปี 2566 จํานวน 3 ราย และเหรียญลูกเสือสดุดี ประจําปี 2566 จํานวน 546 ราย ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 จํานวน 326 ราย ชั้นที่ 2 จํานวน 92 ราย และชั้นที่ 3 จํานวน 128 ราย ดังรายนามท้ายประกาศนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

หมอวี โพสต์ถึง สปสช. ปมวัคซีน IPD ลั่น เปลี่ยนใจเถิด ประชาชนจะขอบคุณ

หมอวี โพสต์ถึง สปสช. ปมวัคซีน IPD ลั่น เปลี่ยนใจเถิด ประชาชนจะขอบคุณ

หมอวี โพสต์ถึง สปสช. ปมวัคซีน IPD ลั่น เปลี่ยนใจเถิด ประชาชนจะขอบคุณ

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.07 น.

วันที่ 24 มกราคม 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Veerapun Suvannamai ระบุว่า  ข้อมูลทุกคนผิดหมด!

ข้อมูลจากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
จากสมาคมโรคติดเชื้อเด็กแห่งประเทศไทย
จากคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ
จากกรมควบคุมโรค
จาก HITAP
จากคณะแพทยศาสตร์ทั่วประเทศไทย
จากแพทยสภา
จากกรรมาธิการการสาธารณสุขวุฒิสภา
จากหมอเด็กผู้รักษาจริง
และจากองค์การอนามัยโลก WHO
ล้วนผิดทั้งหมด!
ข้อมูลเดียวที่ถูกต้องคือจาก
อนุกรรมการสิทธิประโยชน์ของ สปสช. เท่านั้น
ที่กรรมการบอร์ดหลัก สปสช. เชื่อถือ และนำมาตัดสินใจ
“ไม่ให้เด็กไทยได้รับวัคซีน IPD 
เพราะเด็กไทยไม่คุ้มค่าพอ“
แต่ผมเชื่อว่าลูกหลานบอร์ด สปสช. ฉีดทุกคน!
เปลี่ยนใจเถิดครับ ประชาชนจะขอบคุณ

“ซิดนีย์”- อภินันท์ พัฒนศิริ” ชูนโยบาย “0-10-100”สู้สนามหาดใหญ่

“ซิดนีย์”- อภินันท์ พัฒนศิริ” ชูนโยบาย “0-10-100”สู้สนามหาดใหญ่

“ซิดนีย์”- อภินันท์ พัฒนศิริ” ชูนโยบาย “0-10-100”สู้สนามหาดใหญ่

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.56 น.

พรรคประชาชาติ ส่ง “ซิดนีย์”- อภินันท์ พัฒนศิริ” ปลุกพลังชาวหาดใหญ่ ชูนโยบาย “0-10-100” มุ่งปราบสแกมเมอร์-ทุนเทา-คอร์รัปชัน ยึดหลักนิติธรรมนำความยุติธรรมเดินหาประชาชน

วัน 6 กุมภาพันธ์ 2569  นายอภินันท์ พัฒนศิริ หรือ “ซิดนีย์” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ขึ้นเวทีดีเบตประชันวิสัยทัศน์ “Scam Stop Debate หยุดโกงประเทศไทย พรรคไหนคือตัวจริง?” ณ ห้องแกรนด์ คอนเวนชั่น ฮอลล์ ชั้น 8 โรงแรมลีการ์เดนส์พลาซ่า หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ประกาศเจตนารมณ์นโยบาย “0-10-100” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและระบบยุติธรรมในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมชูประสบการณ์ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ลำดับที่ 1 หัวหน้าพรรค เป็นหัวหอกปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและสแกมเมอร์ให้หมดไปจากประเทศไทย โดยเข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศและปราบปรามทุจริต

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวทีประชันวิสัยทัศน์ Scam Stop Debate หยุดโกงประเทศไทย จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสงขลา โดยมีเยาวชนและประชาชนที่สนใจในพื้นที่เดินทางมาร่วมรับฟังวิสัยทัศน์ และร่วมกิจกรรมกว่า 700 คน โดยกลุ่มเยาวชนได้ขอถ่ายภาพคู่กับ นายอภินันท์ พัฒนศิริ หรือ “ซิดนีย์” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เป็นจำนวนมาก 

ทั้งนี้ นายอภินันท์ พัฒนศิริ หรือ “ซิดนีย์” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้สะท้อนปัญหาคอร์รัปชันผ่านโครงการเมกะโปรเจกต์จัดการน้ำในพื้นที่ภาคใต้ โดยตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของการใช้งบประมาณมหาศาลที่อาจไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง พร้อมนำเสนอนโยบายหลักของพรรคประชาชาติเพื่อการเปลี่ยนแปลง ดังนี้:

 1. ศูนย์ (0): ปราบปรามการทุจริตและอาชญากรรมให้เป็นศูนย์ – มุ่งมั่นทำให้คอร์รัปชัน, ทุนเทา และขบวนการสแกมเมอร์หมดไปจากประเทศ ยึดหลักศาสนา “ไม่เอาฮารอม (สิ่งต้องห้าม) แต่เอาฮาลาล (สิ่งที่ถูกต้อง)” ในการบริหารจัดการงบประมาณและแผ่นดิน

 2. สิบ (10): กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก GDP ภาคใต้ต้องเติบโต – ตั้งเป้าหมายผลักดัน GDP ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลาให้เติบโตถึง 10% เน้นการกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้คนในพื้นที่

 3. ร้อย (100): นิติรัฐ นิติธรรม เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ – ชูนโยบายความยุติธรรมต้องเดินเข้าหาประชาชน ไม่ใช่ประชาชนต้องดิ้นรนเข้าหาความยุติธรรม บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมเพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

“พรรคประชาชาติแม้จะเป็นพรรคเล็ก แต่เรามีความมุ่งมั่นที่ยิ่งใหญ่ ด้วยประสบการณ์ของหัวหน้าพรรค พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้คลุกคลีกับการปราบปรามแก้ปัญหาอาชญากรรมมานานกว่า 40 ปี เราขออาสาเข้ามาเป็นตัวจริงในการหยุดยั้งขบวนการสแกมเมอร์และทวงคืนความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนครับ”  นายอภินันท์ พัฒนศิริ กล่าว

8 ก.พ.นี้ ผู้ตรวจการ สนง.กกต.เชิญชวนออกเสียงประชามติ ร่วมสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทย

8 ก.พ.นี้ ผู้ตรวจการ สนง.กกต.เชิญชวนออกเสียงประชามติ ร่วมสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทย

8 ก.พ.นี้ ผู้ตรวจการ สนง.กกต.เชิญชวนออกเสียงประชามติ ร่วมสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.36 น.

“พัชรินทร์ รัตนวิภา” ผู้ตรวจการ สนง.กกต.เชิญชวนประชาชนร่วมสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทย ด้วยการไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติร่วมกับการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.พัชรินทร์ รัตนวิภา ผู้ตรวจการ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(สนง.กกต.) เขียนบทความกล่าวเชิญชวนประชาชนร่วมสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วยการ พร้อมใจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติร่วมกับการเลือกตั้ง ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พี่น้องชาวไทยผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและมีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญทุกท่านให้ร่วมเปิดหน้าประวัติ ศาสตร์การเมืองไทยไปด้วยกันในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 17.00 น. ถือเป็นความพิเศษและ เป็นครั้งแรกของคนไทยที่ต้องใช้สิทธิเลือก สส. และการออกเสียง ประชามติไปพร้อมๆกัน การออกเสียงประชามติซึ่งมีความสำคัญมากต่อคนไทยไม่น้อยไปกว่าการเลือกตั้ง สส.

 โดยเนื้อหาบางตอน ระบุว่า “การออกเสียงประชามติ (Referendum) หมายถึง การที่รัฐคืน อำนาจการตัดสินใจให้แก่ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยโดยที่รัฐจะขอความเห็นชอบจากประชาชนเพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาสำคัญของประเทศ เช่น การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเสนอ กฎหมาย หรือการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เป็นต้น อีกทั้งยัง เป็นการถ่วงดุลอำนาจขององค์กรหรือสถาบันที่เป็นตัวแทนของประชาชนไม่ให้มีการดำเนินการใดๆ โดยไม่ได้ฟังเสียงที่แท้จริงของประชาชน ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย การออกเสียงประชามติเป็นเครื่องมือ ที่กำหนดทิศทางการเมืองการปกครองได้เป็นอย่างดี สะท้อน ให้เห็นเจตจำนงทั่วไป (general will) ของประชาชน ที่มีความ ต้องการในเรื่องนั้นๆ ที่จะให้เกิดขึ้นในสังคมการเมือง อันจะส่ง ผลต่อวิถีการดำรงชีวิตของตนและระบอบการปกครอง ในอนาคต”

 ผู้ตรวจการ สนง.กกต. ยังกล่าวถึงสาระสำคัญของการจัดให้มีการ ออกเสียงประชามติครั้งที่ 1 ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภา พันธ์ 2569 ว่ามีดังนี้ 1) ประเด็นคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือไม่” 2) เหตุผลความจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ประกอบ กับเพื่อให้สอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 การออกเสียงประชามติให้ใช้วิธีลงคะแนน ออกเสียงโดยตรงและลับ ผลประชามติจะมีข้อยุติตามเสียงข้าง มาก ว่าผลออกมาเป็น “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” และคะแนน เสียงข้าง มากนั้นจะต้องสูงกว่าคะแนนในช่อง“ไม่แสดงความคิดเห็น”ด้วย

 ผู้ตรวจการ สนง.กกต. อธิบายอีกว่า การออกเสียงประชามติครั้งที่ 1 (1) หากเสียงข้างมาก“ไม่เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ผลคือไม่สามารถดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ (2) หากเสียงข้างมาก“เห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ผลคือสามารถดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในขั้นตอนต่อไป โดยเสนอร่างรัฐ ธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรม นูญฉบับใหม่ (กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและสาระสำคัญ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) แล้วเสนอรัฐสภาพิจารณา เมื่อรัฐสภาเห็นชอบแล้วก็จะจัดให้มีการออกเสียงประชามติครั้งที่ 2 และ 3 ตามขั้นตอนที่กำหนดต่อไป หากเสียงข้างมากของการลงประชามติ เห็นชอบก็จะนำขึ้นทูลเกล้าเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้บังคับต่อไป

 ผู้ตรวจการ สนง.กกต. ได้ให้ความเห็นว่า ผลการออกเสียงประชามติในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569มีความสำคัญ ตามที่ศาลรัฐ ธรรมนูญตามคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่ชี้ชัดว่า ประชาชน เป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนาดั้งเดิม รัฐสภามีอำนาจ ริเริ่มหรือแสดงความต้องการเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่เสียก่อน โดยต้อง จัดให้มีการออกเสียง ประชามติ 3 ครั้ง นอกจากนี้ กฎหมายกำหนดเป็น “หน้าที่” ให้ผู้มีสิทธิ ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ หากผู้มีสิทธิไม่ไปใช้สิทธิออก เสียงและมิได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงภายใน ช่วงเวลาที่กำหนด จะถูกจำกัดสิทธิหลายประการ อาทิ สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือ ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้มีการ ประชามติ ตามที่กฎหมายกำหนด

 ผู้ตรวจการ สนง.กกต. กล่าวในตอนท้ายว่า การที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกไปใช้สิทธิเห็นชอบสมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ขอให้คนไทยผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติทุกคนได้ให้ความสนใจ ศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์และเนื้อหาสาระของการออกเสียงประชามติ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วพร้อมใจกันไปใช้สิทธิออกเสียง ประชามติ ณ สถานที่ออกเสียงตามที่อยู่ทะเบียนบ้านที่ตนมีรายชื่อ หรือสถานที่ออกเสียงนอกเขตออกเสียงตามที่ตนเองได้ลงทะเบียนไว้แล้วโดยการทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในช่อง “เห็นชอบ” หรือ “ ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความเห็น”ซึ่งอนาคตของประเทศ ไทย จะเป็นเช่นไรอยู่ในมือของทุกท่าน ขอเชิญชวนออกไปใช้สิทธิ ออกเสียงประชามติเพื่อร่วมกันสร้าง ประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 น. – 17.00 น. โดยพร้อมเพรียงกัน