เท้ง-ทิม นำ ปชน. หาเสียงชั่วโมงสุดท้าย ลานหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว

เท้ง-ทิม นำ ปชน. หาเสียงชั่วโมงสุดท้าย ลานหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว

เท้ง-ทิม นำ ปชน. หาเสียงชั่วโมงสุดท้าย ลานหน้าเซ็นทรัลลาดพร้าว

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.31 น.

‘เท้ง ณัฐพงษ์ – วีระยุทธ – พิธา’ ผนึกกำลังโค้งสุดท้าย ขึ้นรถแห่หาเสียงทั่วกรุงเทพฯ อ้อนพ่อแม่พี่น้องขอให้กาพรรคส้มทั้ง 2 ใบ ตั้งรัฐบาลประชาชนด้วยกัน เลือกเพื่อลูกหลาน อย่าติดหล่มปัจจุบันที่ไร้อนาคต ช่วยเป็นสักขีพยานนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 หัวหน้าพรรคประชาชน, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 รองหัวหน้าพรรคประชาชน, ศ.ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน และผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ, ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ขึ้นรถคาราวานแบ่งออกเป็น 2 สายเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพมหานคร ในวันสุดท้ายของการหาเสียงก่อนเข้าคูหา 

โดยคาราวานประชาชน แบ่งออกเป็น 2 สาย คือสาย “ก่อนอรุณจะรุ่ง” และสาย “ปักธงไชย” แบ่งกันวิ่งพบปะพ่อแม่พี่น้องทั่วกรุงเทพฯ โดยคาราวานสาย “ก่อนอรุณจะรุ่ง” วิ่งจากฝั่งธน – กรุงเทพชั้นใน วิ่งจากถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก) ถนนกัลปพฤกษ์ ไปยังถนนบรมราชชนนี แวะที่ตลาดสดธนบุรี ตามด้วยถนนพรานนกพุทธมณฑลสาย 4 และวิ่งไปยังเส้นเยาวราชและบรรจบกับคาราวานอีกสายที่ห้าแยกลาดพร้าว

คาราวาน “ก่อนอรุณจะรุ่ง” นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ศ.ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร พร้อมด้วย นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 33, นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ, นายวรภพ วิริยะโรจน์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร

คาราวาน “ปักธงไชย” วิ่งทั่วกรุงเทพเหนือ-กรุงเทพตะวันออก นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ อาทิ อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ และ ชยพล สท้อนดี ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 8 วิ่งจากถนนฉลองกรุง ไปยังถนนเลียบวารี ตลาดมีนบุรี ถนนรามอินทรา ตลาด AC สายไหม ตรงไปแยกเกษตร แยกรัชโยธิน และบรรจบสายกับคาราวาน “ก่อนอรุณจะรุ่ง” ที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว

บรรยากาศขณะที่คาราวานวิ่งรถเพื่อพบปะประชาชน ตลอดถนนสองข้างทาง มีประชาชนออกมาต้อนรับ ถ่ายภาพรถคาราวาน และโบกมือทักทายต้อนรับอย่างอบอุ่นหนาแน่นตลอดทาง  ขณะที่หน้าบริเวณเซ็นทรัลลาดพร้าว มีพี่น้องประชาชนมารอต้อนรับแน่นขนัด ทั้งบริเวณหน้าห้าง และบริเวณสถานีรถไฟฟ้าตรงช่วงห้าแยกลาดพร้าว

ขณะที่รถคาราวานวิ่งอยู่บนท้องถนนเพื่อพบปะประชาชน ‘เท้ง ณัฐพงษ์’ ได้กล่าวเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ขอให้กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ ไม่ต้องเผื่อใจ กาส้มทั้งสองใบ เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชน เพื่อให้รัฐบาลประชาชนได้ดูแลประชาชนอย่างแท้จริง 8 กุมภา กาเพื่อเปลี่ยน 

ด้าน ‘ต้น วีระยุทธ’ กล่าวว่า นี่คือโอกาสครั้งสำคัญในรอบ 30 ปี ถ้าไม่อยากติดหล่มอยู่กับปัจจุบันที่ไร้อนาคต ก็สามารถเลือกเพื่อเปลี่ยนแปลง เลือกเพื่ออนาคตของเราและลูกหลาน ให้โอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สลัดการเมืองอุปถัมภ์ที่ฉุดรั้งประเทศไทยไว้กับอดีต

ส่วน ‘ทิม พิธา’ กล่าวว่า พรุ่งนี้ 8 กุมภาพันธ์ คูหาเลือกตั้งเปิดตั้งแต่ 8.00 น. ถึง 17.00 น. ขอให้ไปใช้สิทธิใช้เสียงตั้งแต่เช้า ไปช่วยกันกาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ และอย่าลืมกาเห็นชอบประชามติ เปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย และขอให้ประชาชนช่วยกันลงแรงเป็นอาสาสมัครเฝ้าหน่วยเลือกตั้ง หลังจากที่ปิดหีบหลัง 17.00น. ที่เริ่มมีการนับคะแนน อยากให้ประชาชนช่วยเป็นอาสาสมัคร ช่วยเป็นสักขีพยานเพื่อทำให้การนับคะแนนมีความตรงไปตรงมา และขอให้พี่น้องช่วยกันบอกต่อ ออกมากาพรรคประชาชนอย่างถล่มทลาย

ผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร ของพรรคประชาชน ทั้ง 33 เขต มีดังนี้

เขต 1 ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ (เบอร์ 5)

เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตดุสิต (ยกเว้นแขวงถนนนครชัยศรี) เขตบางรัก
.
เขต 2 เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ (เบอร์ 2) เขตสาทร เขตปทุมวัน เขตราชเทวี 

เขต 3 จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ (เบอร์ 9) เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา

เขต 4 ภัณฑิล น่วมเจิม (เบอร์ 2) เขตคลองเตย

เขตวัฒนา

เขต 5 ปิติกรณ์ บรรณเภสัช (เบอร์ 6) เขตห้วยขวาง เขตวังทองหลาง (ยกเว้นแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์) 

เขต 6 กันตภณ ดวงอัมพร (เบอร์ 7) เขตพญาไท เขตดินแดง

เขต 7 ภัสริน รามวงศ์ (เบอร์ 8) เขตบางซี่อ เขตดุสิต (เฉพาะแขวงถนนนครชัยศรี)

เขต 8 ชยพล สท้อนดี (เบอร์ 1) เขตหลักสี่ (ยกเว้นแขวงตลาดบางเขน) เขตจตุจักร (ยกเว้นแขวงจันทรเกษมและเสนานิคม)

เขต 9 ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ (เบอร์ 5) เขตบางเขน (ยกเว้นแขวงท่าแร้ง) เขตจตุจักร (เฉพาะแขวงจันทรเกษมและเสนานิคม) เขตหลักสี่ (เฉพาะแขวงตลาดบางเขน)

เขต 10 เอกราช อุดมอำนวย (เบอร์ 6) เขตดอนเมือง

เขต 11 ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ (เบอร์ 15) เขตสายไหม (ยกเว้นแขวงออเงิน)

เขต 12 ภูริวรรธก์ ใจสำราญ (เบอร์ 15) เขตสายไหม (เฉพาะแขวงออเงิน) เขตบางเขน (เฉพาะแขวงท่าแร้ง) เขตลาดพร้าว (เฉพาะแขวงจรเข้บัว)

เขต 13 ธนเดช เพ็งสุข (เบอร์ 7) เขตลาดพร้าว (ยกเว้นแขวงจรเข้บัว) เขตบึงกุ่ม (ยกเว้นแขวงคลองกุ่ม)

เขต 14 ก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์ (เบอร์ 14) เขตวังทองหลาง (เฉพาะแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์) เขตบางกะปิ 

เขต 15 วิทวัส ติชะวาณิชย์ (เบอร์ 8) เขตคันนายาว เขตบึงกุ่ม (เฉพาะแขวงคลองกุ่ม)

เขต 16 พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ (เบอร์ 10) เขตคลองสามวา (ยกเว้นแขวงคลองสามวาตะวันออกและทรายกองดินใต้)

เขต 17 วีรวุธ รักเที่ยง (เบอร์ 10) เขตหนองจอก (ยกเว้นแขวงโคกแฝด, ลำผักชี และลำต้อยติ่ง)
เขตคลองสามวา (เฉพาะแขวงคลองสามวาตะวันออก และทรายกองดินใต้ )

เขต 18 ธีรัจชัย พันธุมาศ (เบอร์ 10) เขตหนองจอก (เฉพาะแขวงโคกแฝด, ลำผักชี และลำต้อยติ่ง) เขตลาดกระบัง (เฉพาะแขวงลำปลาทิว) เขตมีนบุรี (เฉพาะแขวงแสนแสบ)

เขต 19 กันตพงษ์ ประยูรศักดิ์ (เบอร์ 6) เขตมีนบุรี (ยกเว้นแขวงแสนแสบ) เขตสะพานสูง (ยกเว้นแขวงทับช้าง)

เขต 20 ชุมพล หลักคำ (เบอร์ 7) เขตลาดกระบัง (ยกเว้นแขวงลำปลาทิว) 

เขต 21 ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ (เบอร์ 8) เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน) เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง)

เขต 22 สุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ (เบอร์ 6) เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน)

เขต 23 ชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ (เบอร์ 15) เขตพระโขนง เขตบางนา 

เขต 24 ณพัฏน์ จิตตภินันท์กัณตา (เบอร์ 6) เขตธนบุรี (ยกเว้นแขวงวัดกัลยาณ์ หิรัญรูจี และบางยี่เรือ) เขตคลองสาน เขตราษฎร์บูรณะ (เฉพาะแขวงบางปะกอก) 

เขต 25 แอนศิริ วลัยกนก (เบอร์ 7) เขตทุ่งครุ เขตราษฏร์บูรณะ (ยกเว้นแขวงบางปะกอก)

เขต 26 พงษ์สรณัฐ ทองลี เบอร์ 1 เขตบางขุนเทียน (เฉพาะแขวงท่าข้าม) เขตจอมทอง (ยกเว้นแขวงบางขุนเทียน) 

เขต 27 นฤพล เลิศปัญญาโรจน์ (เบอร์ 7) เขตบางบอน (เฉพาะแขวงบางบอนใต้ และคลองบางบอน) เขตบางขุนเทียน (ยกเว้นแขวงท่าข้าม) 

เขต 28 ชลณัฏฐ์ โกยกุล (เบอร์ 3) เขตจอมทอง (เฉพาะแขวงบางขุนเทียน) เขตบางบอน (ยกเว้นแขวงบางบอนใต้ และคลองบางบอน) เขตหนองแขม (เฉพาะแขวงหนองเเขม) 

เขต 29 ทิสรัตน์ เลาหพล (เบอร์ 3) เขตบางแค (เฉพาะแขวงบางแคเหนือ และบางไผ่) เขตหนองแขม (เฉพาะแขวงหนองค้างพลู)

เขต 30 ธัญธร ธนินวัฒนาธร (เบอร์ 15) เขตบางแค (ยกเว้นแขวงบางแคเหนือและบางไผ่) เขตภาษีเจริญ (เฉพาะแขวงบางหว้า บางด้วน และคลองขวาง)

เขต 31 อนุสรณ์ ธรรมใจ (เบอร์ 12) เขตทวีวัฒนา เขตตลิ่งชัน (ยกเว้นแขวงบางเชือกหนัง) 

เขต 32 ปวิตรา จิตตกิจ (เบอร์ 15) เขตบางกอกน้อย (เฉพาะแขวงศิริราช) เขตบางกอกใหญ่ เขตภาษีเจริญ (ยกเว้นแขวงบางหว้า บางด้วน และคลองขวาง) เขตตลิ่งชัน (เฉพาะแขวงบางเชือกหนัง) เขตธนบุรี (เฉพาะแขวงวัดกัลยาณ์ หิรัญรูจี และบางยี่เรือ)

เขต 33 เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร (เบอร์ 11) เขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช) 

ทร. วางตู้คอนเทนเนอร์ชายแดน ลดปัญหาเผชิญหน้า หลังถูกรื้อ-ตัดรั้วลวดหนาม

ทร. วางตู้คอนเทนเนอร์ชายแดน ลดปัญหาเผชิญหน้า หลังถูกรื้อ-ตัดรั้วลวดหนาม

ทร. วางตู้คอนเทนเนอร์ชายแดน ลดปัญหาเผชิญหน้า หลังถูกรื้อ-ตัดรั้วลวดหนาม

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.24 น.

ทร. วางตู้คอนเทนเนอร์ชายแดน ลดปัญหาเผชิญหน้า หลังถูกรื้อ-ตัดรั้วลวดหนาม ย้ำ ยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิง มุ่งลดความตึงเครียดและเสริมความปลอดภัยพื้นที่

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้ดำเนินการวางตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ชายแดนบริเวณบ้านท่าเส้น ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นมาตรการด้านความมั่นคงที่ดำเนินการอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2569

การดำเนินการดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ซึ่งมีกลุ่มบุคคลลักลอบตัดและรื้อแนวลวดหนามในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการกระทบกระทั่งต่อเนื่องจนถึงวันที่ 17 มกราคม 2569 ตามที่ปรากฏเป็นข่าว การวางตู้คอนเทนเนอร์จึงเป็นมาตรการชั่วคราว เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ ลดการเผชิญหน้า และลดความหวาดระแวงในพื้นที่

ทั้งนี้ กองทัพเรือได้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยเคารพสิทธิมนุษยชนของพลเรือนที่ประกอบอาชีพโดยสุจริต การวางตู้คอนเทนเนอร์จึงดำเนินการเฉพาะในจุดที่จำเป็นเท่านั้น มิได้วางตลอดทั้งแนววางกำลัง โดยเลือกวางในพื้นที่ที่เคยเกิดปัญหาจากการกระทำของบุคคลที่เข้ามาทำลายทรัพย์สินของทางราชการหรือสร้างความไม่สงบ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดและเหมาะสม

การวางตู้คอนเทนเนอร์เป็นไปตามแนววางกำลังเดิม มิได้เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ หรือสร้างสถานการณ์ใหม่แต่อย่างใด และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราดได้พิจารณาดำเนินการโดยยึดมั่นในถ้อยแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด มาตรการดังกล่าวยังมีส่วนช่วยป้องกันการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้าของกำลังทหารทั้งสองฝ่ายในระหว่างการลาดตระเวน

กองทัพเรือขอยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน รอบคอบ เคารพข้อตกลงระหว่างประเทศ และคำนึงถึงประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

แดงทั้งเมือง! เทวัญ นำ 3 ผู้สมัคร สส. อ้อนขอคะแนนชาวโคราช

แดงทั้งเมือง! เทวัญ นำ 3 ผู้สมัคร สส. อ้อนขอคะแนนชาวโคราช

แดงทั้งเมือง! เทวัญ นำ 3 ผู้สมัคร สส. อ้อนขอคะแนนชาวโคราช

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.52 น.

โคราช!แดงทั้งเมือง พท.“เทวัญ” ทำได้ นำ 3 ผู้สมัคร “ประเสริฐ-วัชรพล-สมบัติ”นั่ง 3 ล้อ อ้อนขอคะแนนชาวโคราช 

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย นำคณะผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วย นายประเสริฐ บุญชัยสุข เขต 1 หมายเลข 11 นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เขต 2 หมายเลข 8 และนายสมบัติ กาญจนวัฒนา เขต 3 หมายเลข 3 พร้อมผู้สนับสนุน ร่วมสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เพื่อขอพรให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง และเพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้น คณะผู้สมัครได้นั่งสามล้อถีบแห่ขบวนไปตามถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อพบปะและขอคะแนนเสียงจากประชาชน โดยมีชาวโคราชออกมาต้อนรับอย่างอบอุ่น มอบดอกไม้และคล้องพวงมาลัยที่ทำจากของฝากขึ้นชื่อของจังหวัด อาทิ กุนเชียง หมูหยอง หมูแผ่น และข้าวตัง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า ตลอดการหาเสียง พรรคเพื่อไทยได้นำเสนอนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน ประกอบกับกระแสของพรรคหลังการปราศรัยใหญ่ เมื่อคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แกนนำพรรคสามารถชี้แจงนโยบายและสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ผลงานที่ผ่านมา ทั้งของตนเองและผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 3 เขต เป็นที่ประจักษ์ต่อชาวโคราชแล้ว จึงขอฝากให้ประชาชนพิจารณาเลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เพื่อเป็นตัวแทนในการผลักดันงบประมาณมาพัฒนาจังหวัดนครราชสีมาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

‘พีระพันธุ์’ ขึ้นรถแห่ทั่วกรุง! ขอคนไทยเลือกตามหัวใจ

'พีระพันธุ์' ขึ้นรถแห่ทั่วกรุง! ขอคนไทยเลือกตามหัวใจ

‘พีระพันธุ์’ ขึ้นรถแห่ทั่วกรุง! ขอคนไทยเลือกตามหัวใจ

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.38 น.

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง! “พีระพันธุ์-อรรถวิชช์-นราพัฒน์” นำทัพ รทสช. ขึ้นรถแห่ทั่วกรุง! ขอคนไทยเลือกตามหัวใจ ชูพรรค “ฐานที่มั่นสู้ทุนพลังงาน”

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ร่วมขึ้นรถแห่ณรงค์หาเสียงเลือกตั้งทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนวันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

นายพีระพันธุ์ กล่าวย้ำถึงจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้มีตัวเลือกเพียงแค่ “สีส้ม” หรือ “สีน้ำเงิน” ตามกระแสการชี้นำในสังคม แต่ยังมีพรรครวมไทยสร้างชาติซึ่งเป็นทางเลือกหลักที่พร้อมทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมขอให้ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งตามความต้องการของหัวใจ ไม่เลือกพรรคที่ไม่ได้รักเพียงเพื่อเอาชนะพรรคที่เกลียด หรือเลือกแบบยุทธศาสตร์ เพราะแนวทางดังกล่าวไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อประเทศในระยะยาว

นายพีระพันธุ์ ยังระบุอีกว่า พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเข้าไปทำหน้าที่ โดยเฉพาะการรื้อโครงสร้างพลังงานซึ่งเป็นนโยบายหลักที่พรรคขับเคลื่อนมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่าพรรคเปรียบเสมือน “ฐานที่มั่นสุดท้าย” ที่จะยืนหยัดต่อสู้กับกลุ่มนายทุนที่ผูกขาดและแสวงหาผลประโยชน์จากประเทศ หากประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านปากท้องและราคาพลังงานที่เป็นธรรม ขอให้ไว้วางใจและเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ด้าน ดร.อรรถวิชช์ กล่าวถึงประเด็นการทำประชามติซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้ง โดยระบุว่า พรรครวมไทยสร้างชาติมีจุดยืนชัดเจนคือ “ไม่เห็นชอบ” กับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะกระทบต่อหมวดพระมหากษัตริย์และพระราชอำนาจในรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ นอกจากนี้ ยังฝากเตือนไปยังประชาชนที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ให้เผื่อเวลาในการเดินทางและการลงคะแนน เนื่องจากคาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีผู้ที่ตกหล่นจากการเลือกตั้งล่วงหน้ามาใช้สิทธิในวันจริง และยังมีขั้นตอนการลงมติประชามติเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้การดำเนินการในหน่วยเลือกตั้งใช้เวลามากกว่าปกติ

ขณะที่ นายนราพัฒน์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพว่า หัวใจสำคัญคือการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรม เนื่องจากค่าพลังงานที่สูงเป็นต้นทุนหลักซึ่งกระทบประชาชนทุกระดับ การลดราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และแก๊สหุงต้ม จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายโดยตรง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาฟื้นตัวอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อร่วมกันผลักดันนโยบายที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ  

สำหรับบรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก โดยขบวนรถแห่หาเสียงจะเคลื่อนผ่านพื้นที่สำคัญทั่วกรุงเทพฯ ทั้งโซนเหนือ กลาง ตะวันออก และเขตชั้นใน เริ่มต้นจาก ย่านอารีย์ มุ่งหน้าสู่ ถนนพหลโยธิน-ถนนวิภาวดีรังสิต ผ่านพื้นที่ประชานิเวศน์ วัดเสมียนนารี และเลียบคลองประปา ก่อนเข้าสู่โซนฝั่งเหนือของกรุงเทพฯ จากนั้นขบวนจะเคลื่อนผ่านตลาดบางซ่อน ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แยกเตาปูน แยกบางโพ แยกเกียกกาย แยกศรีย่าน และตลาดราชวัตร ก่อนเข้าสู่พื้นที่เขตชั้นใน ผ่านแยกยมราช เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตพระนคร ใกล้สนามหลวงและย่านนางเลิ้ง ต่อเนื่องไปยังถนนพิษณุโลก ถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต และถนนศรีอยุธยา ผ่านแยกพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนเพชรบุรี ถนนราชปรารภ ถนนพระราม 4 ถนนสาทรเหนือ-สาทรใต้ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และถนนพระราม 3 ก่อนเข้าสู่พื้นที่เขตคลองเตย ผ่าน ท่าเรือคลองเตย ตลาดคลองเตย และกล้วยน้ำไท และมุ่งหน้าสู่โซนตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงเทพฯ ผ่านพระโขนง บางนา ถนนสุขุมวิท ถนนอ่อนนุช เขตสวนหลวง ประเวศ ถนนศรีนครินทร์ ถนนพัฒนาการ ถนนรามคำแหง เขตบางกะปิ ลาดพร้าว วังทองหลาง ถนนรัชดาภิเษก พระราม 9 ดินแดง และห้วยขวาง 

ทั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติยืนยันว่าการจัดขบวนรถแห่เป็นไปอย่างเรียบร้อย ภายใต้กฎหมายและกติกาการหาเสียง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยขบวนจะสิ้นสุดภารกิจในเวลา 16.30 น.

อนุทิน เมิน เต้น แซะทฤษฎีสมคบคิด ยันทำตามระบอบประชาธิปไตย

อนุทิน เมิน เต้น แซะทฤษฎีสมคบคิด ยันทำตามระบอบประชาธิปไตย

อนุทิน เมิน เต้น แซะทฤษฎีสมคบคิด ยันทำตามระบอบประชาธิปไตย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.29 น.

“อนุทิน” เมิน “เต้น” แซะทฤษฎีสมคบคิด ยันเป็น”นายกฯ”ทำตามครรลองระบอบประชาธิปไตย เสียงหนุนในสภามากสุด

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.50 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยบนเวทีว่ามีทฤษฎีสมคบคิดให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงจากตำแหน่ง แล้วให้นายอนุทินขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนว่า เราอย่าไปให้ความสนใจความคิดของแต่ละคนคงไม่ไหว ขอยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยดำเนินการทางการเมืองทุกอย่างตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าตนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือเสียงข้างมาก

ตนก็ได้รับการขานชื่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนที่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ ยังไงก็ตามก็ต้องขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจที่เสนอชื่อ และขานชื่อให้ตนมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

อ.ธนพร ท้า พรรคส้ม ประกาศชัดไม่จับมือ เพื่อไทย

อ.ธนพร ท้า พรรคส้ม ประกาศชัดไม่จับมือ เพื่อไทย

อ.ธนพร ท้า พรรคส้ม ประกาศชัดไม่จับมือ เพื่อไทย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.13 น.

หรือจะ 2 มาตรฐานกับอาเจ็ก? ท้า “พรรคประชาชน” ประกาศชัดไม่จับมือ “เพื่อไทย” ย้ำแคมเปญ มีเรา ไม่มีเทา หลังปม “สุริยะ” ซื้อเครื่องบินต่อจาก “เบน สมิธ”

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมือง มองข้ามช็อตหลังการเลือกตั้งว่า 

เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ก็ต้องเดินหน้าเจรจาจัดตั้งรัฐบาล โดยหากพรรคภูมิใจไทยได้อันดับ 1 โอกาสจัดตั้งรัฐบาลจะเปิดกว้าง เนื่องจากไม่มีเงื่อนไขซับซ้อนในการร่วมรัฐบาล แต่หากได้อันดับ 2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่า จะให้พรรคอันดับ 1 เป็นผู้พยายามจัดตั้งรัฐบาลก่อน หากไม่สำเร็จจึงเป็นลำดับถัดไป

รศ.ธนพร ระบุว่า หากพรรคประชาชนได้อันดับ 1 ควรเจรจากับพรรคภูมิใจไทยก่อน พรรคประชาชนควรประกาศตั้งแต่ตอนนี้ว่าจะไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคประชาชนเคยชูแคมเปญ มีเรา ไม่มีเทา มาโดยตลอด และก่อนหน้านี้ก็ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมแล้ว

ที่ผ่านมาประเด็นที่ถูกตั้งคำถามกับพรรคเพื่อไทยมีหลายเรื่อง ตั้งแต่ข้อครหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายทุนสีเทา ไปจนถึงกรณีของอดีตรัฐมนตรีดิจิทัลฯ ที่เกี่ยวพันคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวมถึงกรณีผู้สมัคร ส.ส. ในบพื้นที่กาฬสินธุ์ที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงเครือข่ายพนันออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดในขณะนี้ คือกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซื้อเครื่องบินต่อจากนายเบน สมิธ ซึ่งถูกระบุว่าเกี่ยวพันเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา โดยมีข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงเส้นทางการเงินกับกลุ่มทุนสีเทาของนายยิม เลียก อีก

รศ.ธนพร กล่าวว่า หากพรรคประชาชนต้องการยืนยันเรื่อง มีเรา ไม่มีเทา จริง พรรคเพื่อไทยควรเป็นหนึ่งในพรรคแรก ๆ ที่ต้องถูกตัดออกจากสมการจัดตั้งรัฐบาล มิฉะนั้นอาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นเพียงกลยุทธ์หาเสียง

“ถ้ายังยืนยันคำว่า มีเรา ไม่มีเทา ก็ต้องแสดงจุดยืนให้ชัด หรือจะตีมึน เพราะนายสุริยะ เป็นอาเจ็กของนายธนาธร ก็สุดแล้วแต่ และหากสุดท้ายยังร่วมกันตั้งรัฐบาล ประชาชนก็ย่อมตั้งคำถามได้ว่า คำขวัญดังกล่าวเป็นเพียงวาทกรรมเพื่อคะแนนเสียงเท่านั้น” รศ.ธนพร กล่าว

อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.56 น.

“อนุทิน” โต้ “ภาพเอไอ” หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่“เบน สมิธ”ชี้ ถ่ายภาพ กับคนเป็นหมื่น แนะ ให้ดูที่เจตนา

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.55 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีที่มีการปล่อยภาพนายอนุทิน นั่งรับประทานอาหาร คู่กับ เบน สมิธ ในวันสุดท้ายของการหาเสียง ว่า พูดได้เลยว่าเป็นภาพ AI จะเห็นว่าใต้ภาพเขียนปี 2005 หรือปี 2548 ตอนเป็นรมช.พาณิชย์ ได้รู้จักนายเบน พบและเห็นเป็นครั้งแรกตามรูปที่เห็นครั้งแรกที่มีบุคคลยืนเรียงกัน แต่ภาพล่าสุดที่ออกมาไม่ทราบว่ามีเจตนารมย์อะไร และผู้หญิง คนที่นั่งข้างก็ไม่รู้จัก ตอนแรกคิดว่าเป็นเพื่อนหรือคนที่รู้จัก แต่เมื่อซูมดูแล้วพบว่าสุภาพสตรีที่นั่งอยู่ไม่คุ้นหน้า แม้แต่คนเดียว และหากเป็นปี 2005 จริง ตนน่าจะดูหนุ่มกว่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเป็นภาพ AI จริงจะฟ้องร้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เอาที่สบายใจ ไม่มีปัญหาเพราะเราทราบอยู่แล้วว่าต่อให้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีการผิดพลาดหรือผิดกฎหมายตรงไหน เพราะในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ในการลงพื้นที่ก็น่าจะถ่ายภาพกับประชาชนนับพันนับหมื่นรูป จะไปบอกว่าหน้าตาไม่ไว้วางใจแล้วไม่ให้ถ่ายคงไม่ได้ เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องดูเจตนาสำคัญที่สุด การหาเสียงและเทคโนโลยีในปัจจุบัน จะถูกถ่ายรูปและขอถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อย่าไปทำธุรกรรมอะไรกับคนเหล่านี้ อย่าไปข้องแวะกับคนเหล่านี้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการที่อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ 

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.53 น.

“พิเชษฐ” ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย “วิชชั่นใหม่”พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ หมายเลข 24 กล่าวถึงการเดินสายปราศรัยขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนที่ผ่านมาตลอดว่า พรรคได้ลงพื้นที่พบประชาชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้พรรคมีความมั่นใจว่าจะสามารถมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าสู่สภาได้ตามเป้าหมาย และพร้อมมีบทบาทร่วมจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งลดภาระประชาชน โดยเฉพาะนโยบาย “การเงินไร้ดอกเบี้ย” ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระหนี้ครัวเรือน เพิ่มโอกาสให้ประชาชนรายได้น้อย ผู้ประกอบการรายเล็ก และกลุ่มอาชีพที่มีภาระหนี้สูงสามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม

นายพิเชษฐ กล่าวว่าการดำเนินนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมของพรรควิชั่นใหม่ โดยเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมสวิสโฮเทล กรุงเทพฯ ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสันนิบาตสหกรณ์และเครือข่ายสหกรณ์ สมาคมที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกสหกรณ์ครู และ กองทุน SADA Holding Asia ซึ่งตนทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา โดยกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนลงทุนต่างประเทศในเครือบริษัทลงทุนจากตะวันออกกลางที่ดำเนินแนวทาง Interest-Free Finance (การเงินไร้ดอกเบี้ย) ใช้รูปแบบกองทุนเข้าซื้อพอร์ตหนี้จากเจ้าหนี้เดิม แล้วปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ในเงื่อนไขที่ช่วยลดภาระลูกหนี้ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายดำเนินโครงการ ปรับโครงสร้างหนี้ครูในระบบสหกรณ์จำนวนหลายแสนราย โดยกองทุนจะเข้าซื้อหนี้จากสถาบันเจ้าหนี้เดิมและจัดทำสัญญาใหม่ภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การลดภาระหนี้คงเหลือเฉลี่ยประมาณ 50% และปรับเป็นสัญญา ผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ยจนหมดหนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถกลับเข้าสู่ระบบเครดิตทางการเงินได้เร็วขึ้น

“ปัญหาหนี้ครูถือเป็นหนึ่งในปัญหาโครงสร้างหนี้ครัวเรือนสำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นหนี้มากกว่า 900,000 ราย คิดเป็นประมาณ 80% ของครูทั้งประเทศ และมีมูลค่าหนี้รวมราว 1.4 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 1.5–3 ล้านบาทต่อคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและสถาบันการเงินของรัฐ หากผมมีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ในสภา จะผลักดันนโยบายนี้เพื่อให้ครูซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกของนโยบายสามารถปลดภาระหนี้สินได้ในที่สุด” นายพิเชษฐกล่าว

หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางความร่วมมือกับกองทุนการเงินไร้ดอกเบี้ยดังกล่าวสะท้อนนโยบายเศรษฐกิจของพรรคที่ต้องการแก้ปัญหาหนี้สินเชิงโครงสร้างด้วยกลไกการเงินรูปแบบใหม่ ไม่ใช่เพียงมาตรการพักหนี้ระยะสั้น โดยใช้ความร่วมมือระหว่างกองทุนต่างประเทศ ภาคสหกรณ์ และองค์กรทางการเงินทางเลือก เพื่อสร้างโมเดลแก้ปัญหาหนี้ที่สามารถขยายผลสู่กลุ่มอาชีพอื่นในอนาคต

นายพิเชษฐ ย้ำว่าพรรควิชชั่นใหม่พร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมืองที่มีเป้าหมายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางนโยบายเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศกำลังจับตาผลการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะมีผลต่อสมดุลการเมืองและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างใกล้ชิด

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.28 น.

วันนี้(7ก.พ.69) มีรายงานว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้มีการส่งข้อมูลการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติและอาจนำไปกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เพิ่มเติมอีก 11 บัญชี จากที่ก่อนหน้านี้มีการส่งมาแล้ว 6 บัญชี  โดยทางสำนักงานฯได้แจ้งข้อมูลที่ได้รับไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ทาง ธปท.แจ้งว่าพบความปกติของการเบิกเงิน โดยสั่งการให้มีการเฝ้าระวังติดตามการกระจายของเงินที่อาจจะใช้ไปในการซื้อเสียงเลือกตั้ง  รวมถึงป้องปรามไม่ให้มีการจ่ายซื้อเสียงได้

ขณะเดียวกันสำนักงานฯได้รับรายงานว่าในหลายพื้นที่ของภาคใต้และภาคอีสานพบความเคลื่อนไหวว่ามีการเตรียมการซื้อเสียง ซึ่งทางกกต.จังหวัดได้เพิ่มมาตรการในการติดตาม และป้องปรามมากขึ้น

ธปท

ขบวนหาเสียงพิธา ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้

ขบวนหาเสียงพิธา ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้

ขบวนหาเสียงพิธา ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.34 น.

“ขบวนหาเสียงพิธา” ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว “อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้”ขอเลือกส้มให้ถล่มทลาย สานฝันอันดับ 1 ตั้งรัฐบาล

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เตรียมแถลงข่าวขอบคุณประชาชนและเชิญชวนให้ไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง เป็นช่วงเวลาที่ขบวนรถหาเสียงของพรรคประชาชน นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ที่ปราศรัยเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 

เมื่อขับผ่าน ด้านหน้าพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้กล่าวแซวขึ้นว่าสวัสดีพรรคภูมิใจไทย อยู่ภูมิใจไทยก็เลือกประชาชนได้ 

ด้านนายพิธา หันมากล่าว ขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นประภาคารให้กับสังคม โดยผู้สื่อข่าว ถามว่าจะฝากอะไรถึงพรรคภูมิใจไทย หรือไม่ นายพิธา ได้ชี้ไปที่ป้ายหาเสียงของพรรคประชาชน ที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าพรรคภูมิใจไทย และกล่าวว่า ให้ดูป้ายของพรรคประชาชนที่ติดอยู่ข้างพรรคภูมิใจไทย มีข้อความว่า “มีส้มไม่มีเทา มีเราไม่มีสแกมเมอร์“  
และขอให้แข่งขันกันให้เต็มที่ ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ และให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล พร้อมชวนประชาชนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งและให้พรรคอันดับหนึ่งได้จัดตั้งรัฐบาล 

ผู้สื่อข่าว ถามว่าจะฝากอะไรถึงนายอนุทิน หรือไม่ นายพิธากล่าวอย่าง อารมณ์ดีว่า ไม่ฝากแต่ขอฝากถึงประชาชน ขอให้เลือกพรรคประชาชนอย่างถล่มทลาย