เลือกจากหัวใจ! ทยา วิเคราะห์ 3 ข้อเลือกนายกฯ พร้อมเฉลยเทใจให้ใครทั้ง 2 ใบ?

เลือกจากหัวใจ! ทยา วิเคราะห์ 3 ข้อเลือกนายกฯ พร้อมเฉลยเทใจให้ใครทั้ง 2 ใบ?

เลือกจากหัวใจ! ทยา วิเคราะห์ 3 ข้อเลือกนายกฯ พร้อมเฉลยเทใจให้ใครทั้ง 2 ใบ?

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.17 น.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นางทยา ทีปสุวรรณ นักการเมืองหญิงคนดัง โพสต์ข้อความระบุว่า  ขอสรุปโค้งสุดท้าย จากการวิเคราะห์ที่ตกผลึกแล้ว คือ 

1. อย่าเลือก เพราะ ” ความกลัว“ ด้วยวลี “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” แต่จงเลือก ด้วยความ “ศรัทธา” กับพรรคที่คุณคิดว่า “มีอุดมการณ์ดีที่สุด”

2. เลือก หัวหน้าพรรค ที่ คุณถามตัวเอง แล้วตอบได้ว่า เค้า เป็น “คนดีและซื่อสัตย์”

3. เลือก หัวหน้าพรรค ที่คิดว่า เค้าจะเป็น จะเป็น “นายก” ที่มีคุณภาพทั้งในระดับประเทศและไม่อายใครในเวทีต่างประเทศ    

จากการวิเคราะห์ทั้ง 3 ข้อ ถ้าเรามีสิทธิ์เลือกตั้ง เราจะ กา “สีฟ้า” ทั้ง 2 ใบ ถึงแม้ ในความเป็นจริง โอกาส อภิสิทธิ์ เป็น นายก แทบจะไม่มี แต่เราอยากให้คุณเลือก เพราะเหตุผลดังนี้

1. ต้องการให้ สีฟ้า ชนะ สีเทา (ทุกคนรู้ดีว่าพรรคอะไร!) แบบทิ้งห่าง เพื่อพรรคใดที่มาเป็นรัฐบาล จะเลือก ประชาธิปปัตย์ ไปร่วมรัฐบาล นั่นแหละ คือ “ทางเลือกที่ปลอดภัย”

2. เรายังยืนยัน ชื่นชอบและศรัทธาในตัว รัฐมนตรีคนนอก ทั้ง 3 คน คือ ศุภจี, เอกนิติและ สีหศักดิ์ และยังอยากให้ “น้ำเงินรวมกับ ฟ้า ไม่มีเทา ไม่มีแดง“ ส่วนตัวเชื่อว่า พรรคภูมิใจไทย น่าจะมาเป็นอันดับ 1 หรือ ไม่ก้อ 2 โอกาส น้ำเงิน จะเป็น รัฐบาล มีสูงที่สุด ยังไงเราก้อน่าจะได้ 3 ท่านนี้ กลับมานั่ง 3 กระทรวงอีกครั้ง

3. เมื่อวาน ไปฟัง 3 แคนดิเดต นายกปราศรัย รวมถึงได้พูดคุยกับผู้สมัครสส เขตในกทม.หลายคน มั่นใจว่า ”พรรค เลือกคน คนเลือกพรรค“ ทุกคนมีอุดมการณ์เดียวกัน คือ ต้องการทำการเมืองสุจริต และเป็นส่วนผสมนักการเมือง ”น้ำดี“ ทั้งรุ่นใหม่ร่วมกับรุ่นกลาง ได้อย่างลงตัว 

จากเหตุผลทั้งหมด สรุปได้ว่า 
หากคุณ…“ไม่ต้องการพรรคเทา” เข้ามาบริหารประเทศ
หากคุณ…ต้องการ “คนดี มีหลักการ ทำ
งานเป็น” ไปบริหารประเทศ
หากคุณ…ต้องการ พรรคที่มีความเป็น ”สถาบัน ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่ต้องฟังคำสั่งใคร“ ไปบริหารประเทศ
พรุ่งนี้ เข้าคูหา ”กาสีฟ้า ทั้งพรรค ทั้งเขต“ โดยเฉพาะ กรุงเทพ ขอ 10 เสียงขึ้นไป ประเทศไทย เปลี่ยนแน่ แต่จะ ”เปลี่ยนแบบมีหลักการและยั่งยืน” ????

ยุติหาเสียงแล้ว อนุทิน นำทีมแถลง ภูมิใจไทย ขอบคุนทุกคะแนนเสียง

ยุติหาเสียงแล้ว อนุทิน นำทีมแถลง ภูมิใจไทย ขอบคุนทุกคะแนนเสียง

ยุติหาเสียงแล้ว อนุทิน นำทีมแถลง ภูมิใจไทย ขอบคุนทุกคะแนนเสียง

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.16 น.

จากนั้นเวลา 15.00 น. วันที่ 7 ก.พ.ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน  ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง  ร่วมกันแถลงข่าวเรื่องการยุติการหาเสียงเลือกตั้งในวันเดียวกันนี้เวลา 18.00 น. ว่า พรรคภูมิใจไทยของยุติการหาเสียงการเลือกตั้ง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ต้องขอกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่ได้ให้การต้อนรับและตอบรับและมีปฏิสัมพันธ์ด้วยความเป็นกันเอง ด้วยความอบอุ่นในช่วง 5 สัปดาห์ สมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคน ผู้สมัคร ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ช่วยหาเสียงได้ร่วมกันลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอครั้งนี้เราได้ไปนำเสนอนโยบายของพรรคภูมิใจไทยให้พี่น้องประชาชนรับทราบอย่างใกล้ชิดและการที่เราได้ลงพื้นที่ด้วยตัวเองแบบออร์แกนิค ทำให้เราสามารถรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆจากพี่น้องประชาชนตลอดจนความต้องการและปัญหาของพี่น้องประชาชนต้องการให้พรรคภูมิใจไทยได้เข้ามาแก้ไข หากเราได้รับเลือกให้ได้กลับเป็นรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ขอเรียนให้ทราบว่าพวกเราทุกคนมีความเห็นตรงกันว่าพี่น้องประชาชนมีความเห็นตรงกันว่าผลงานของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยมีความพึงพอใจกับนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอ เช่นนโยบายคนละครึ่งพลัส ซึ่งทุกคนเรียกร้องให้มีการเร่งนำโครงการคนละครึ่งเฟส 2  มาให้กับพี่น้องประชาชนอีกครั้ง วันนี้ถือโอกาสมาแถลงยุติการลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันนี้เป็นต้นไป 

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า พวกเราทุกคนลงพื้นที่จนถึงวินาทีสุดท้ายและคิดว่าวันที่ 8 ก.พ.นีอคงจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนตามที่เราได้นำเสนอ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกทุกท่านได้ไปใช้สิทธิ์ของท่านอย่างเต็มที่ในวันที่ 8 ก.พ.ตั้งแต่เวลา08.00-17.00 น.หวังว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่ดี และคิดว่าไม่ว่าผลการนับคะแนนจะออกมาเป็นอย่างไรก็คงน่าจะพอเห็นแนวทางในเวลา 20.00-21.00น. จะเห็นทิศทางผลลัพธ์ของผลการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งแต่ละคนก็จะมาอยู่ร่วมกันที่พรรคภูมิใจไทย คอยติดตามและให้กำลังใจผู้สมัครสส.ทุกคน และพวกเราอยู่ที่นี่เพื่อตอบคำถามกับผู้สื่อข่าว

อนุทิน

“สุดท้ายนี้ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยนำเสนอนโยบาย ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทยได้ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนและขอโอกาสรับใช้พี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ผู้ช่วยหาเสียง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้ทุ่มเทเสียสละทำงานเคียงข้างกัน ตลอดจนสื่อมวลชน ผู้สื่อข่าวที่ช่วยกันกระจายข่าวดำเนินกิจกรรมการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยมาตลอดในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่งในการกระจายข่าวของสื่อมวลชน” นายอนุทิน กล่าว.

อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน
อนุทิน

ปวีณา ลุย 6 เขตรอบกรุง ชวนคนไทยกาบัตรเขียว ชมพู พรรคกล้าธรรม

ปวีณา ลุย 6 เขตรอบกรุง ชวนคนไทยกาบัตรเขียว ชมพู พรรคกล้าธรรม

ปวีณา ลุย 6 เขตรอบกรุง ชวนคนไทยกาบัตรเขียว ชมพู พรรคกล้าธรรม

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.14 น.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม (กธ.)ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม นำคณะขึ้นรถแห่หาเสียง เป็นวันสุดท้าย ในเขตพื้นทึ่ บางนา สวนหลวง ประเวศ ดอนเมือง สายไหม และ มีนบุรี

โดยเริ่มจากเวลา 08.00น.-09.30 น. นำคณะผู้สมัคร สส.กทม.ขึ้นรถแห่พบประชาชน เพื่อช่วยหาเสียงให้ เขต 19 นายจิรัฎฐ์ เชาว์อริยรัฐ หมายเลข4 ในพื้นที่เขต มีนบุรี สะพานสูง จนถึงเวลาประมาณ 10.00 น.นางปวีณา ขึ้นรถแห่ ไปพื้นที่เขตสวนหลวง เพื่อหาเสียงช่วย นายชณทัต รินน์นพคุณ เขต 22 หมายเลข 10 รอบบริเวณตลาดเอี่ยม และเดินรณรงค์หาเสียง ภายในตลาดอยู่สะอาด ซึ่งมีพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนทั่วไป ที่มาจับจ่ายซื้อสินค้ามาร่วมพูดคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก 

ปวีณา หงสกุล

นางปวีณา กล่าวว่า ตลาดอยู่สะอาด เป็นตลาดเช้า ที่ได้รับความนิยมจากประชาชนย่านสวนหลวง ซึ่อถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ ขึ้นชื่อเรื่องสินค้าและอาหาร ตลอดจนวัตถุดิบ ทั้งผัก ผลไม้มีคุณภาพ บริเวณพื้นที่สะอาดถูกสุขอนามัย ทั้งนี้ ในบริเวณใกล้เคียงเป็นห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านศรีนครินทร์อีกด้วย 

จากนั้น ในช่วงเวลา 10.30 น. -12.00น.นางปวีณา ยังได้ขึ้นรถแห่หาเสียงไปพื้นทึ่บางนา เขต 23 พระโขนง บางนา เพื่อช่วยหาเสียงให้นางสาวณัฐธนินทร์ เลิศเตชะสกุล หมายเลข 4  และพื้นที่เขตประเวศ เพื่อหาเสียงช่วยนางสาวมินทร์ชิสา มณีนนทเศรษฐ์ เขต 21 หมายเลข 9 ตลอดเส้นทางมีประชาชนส่งเสียงให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง

ปวีณา หงสกุล

นางปวีณา กล่าวว่า ขอขอบคุณประชาชนชาวกรุงเทพฯ ทุกพื้นที่ ทึ่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และตอบรับนโยบายด้านสังคมของพรรคทั้ง “ข่มขืน ฆ่าโหด เท่ากับ ประหารชีวิตสถานเดียว ,การเยียวยาผู้เสพยาเสพติดต้องได้รับการบำบัดและฝึกอาชีพ ,การดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุและคนพิการ ตลอดการผลักดันธนาคารประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหากลุ่มเปราะบางที่ยังคงเป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งนโบายดังกล่าวเขียนขึ้นมาและทำได้จริง เพื่อประชาชนในสังคมจะได้มีความสุข มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น 

” วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ อย่าลืมไปเข้าคูหาเลือกตั้ง และขอให้เชื่อมั่นไว้วางใจ กาบัตรสีเขียวเลือกผู้สมัคร สส. จากพรรคกล้าธรรม ทั้งบัตรสีเขียวแบบเขต และกาบัตรสีชมพู เบอร์ 42  เพื่อให้เข้าไปทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องในสภาฯ“ นางปวีณา กล่าว

ปวีณา หงสกุล
ปวีณา หงสกุล
ปวีณา หงสกุล
ปวีณา หงสกุล
ปวีณา หงสกุล
ปวีณา หงสกุล

เปิด 28 รายชื่อ ศาลฎีกาเพิกถอน 28 ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

เปิด 28 รายชื่อ ศาลฎีกาเพิกถอน 28 ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

เปิด 28 รายชื่อ ศาลฎีกาเพิกถอน 28 ผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.59 น.

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งถอนสิทธิ์ 28ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อเหตุไม่ใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนหน้านี้

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกเลือกตั้ง สนามหลวง ได้เผยแพร่ประกาศคำสั่งศาลฎีกา ให้ถอนชื่อผู้สมัครสส. 27 ราย รวม 14 พรรคการเมือง ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ เหตุเพราะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยมีรายชื่อทั้งหมดดังต่อไปนี้

1.นายวุฒิไกร ศรีจันไชย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลำดับที่ 49
2.น.ส.วาเลน ชื่นโชคสันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลำดับที่ 64
3.นาวาอากาศเอกปริญ ไชยเสวกวิ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลำดับที่ 53
4.นายเปี่ยมศักดิ์ คุณากรประทีป ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยก้าวใหม่ ลำดับที่ 40
5.นายวิชัย แซ่เตีย พรรคไทยพร้อม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4
6.นายกัมชัย อภิโชครตนกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยธรรม ลำดับที่ 7
7.น.ส.พนัชกร ตุลานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ลำดับที่ 38
8.นายปรัชวินทร์ ภาสย์วชิรานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยพร้อม ลำดับที่ 7
9.ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 31
10.น.ส.ชัญญพัชร์ โมอินทร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน ลำดับที่ 3
11.น.ส.วริสรา พังงา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักชาติ ลำดับที่ 18
12.นายเทวภัทร พรมเอี่ยม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักชาติ ลำดับที่ 21
13.นายพร้อมพณ ทินวงศ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 26
14.นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ลำดับที่ 3
15.นายธนวิชญ์ พานแก้ว ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 23
16.สิบตรีสมยศ นุริตานนท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ลำดับที่ 17
17.นายวชิรชัย คงชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปวงชนไทย ลำดับที่ 22
18.นายเลิศบุตร บูรณะคุณาภรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 98
19.นายพุทธชาติ ช่วยราม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลำดับที่ 10
20.นายชญาศักดิ์ พูลทรัพย์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยชนะ ลำดับที่ 20

21.นายสมชาติ อ่อนประดิษฐ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคฟิวชัน ลำดับที่ 9
22.นายชัยนครินทร์ ศรีกุลโรจน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรวมไทย ลำดับที่ 2

ต่อมาศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง เผยแพร่ประกาศคำสั่งศาลฎีกา ถอนชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อีก 5 ราย เพราะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ดังนี้
1.นายโยธิน วรารัศมี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 70
2.นายไชยยศ จิรเมธากร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลำดับที่ 29
3.นายไพบูลย์ ลิ่มรัตนะมงคล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคใหม่ ลำดับที่ 32
4.พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม ลำดับที่ 10
5.นายรพี ขาวทอง พรรคทางเลือกใหม่ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 17

รวมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่ถูกศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ จำนวน 27 ราย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( เลขากกต .)ให้สัมภาษณ์ว่า กกต.มีมติส่งชื่อผู้สมัคร สส.28 ราย ให้ศาลฎีกา พิจารณาถอนชื่อเป็นผู้สมัคร สส. เนื่องจากขาดคุณสมบัติ เพราะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานล่าสุดวันที่7 กุมภาพันธ์ ศาลฎีกาฯ ได้มีประ กาศตัดสิทธิผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อเพิ่มอีก 1 รายชื่อคือ นายสมพร ขวัญเนตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย ลำดับที่ 7 รวมทั้งหมด 28 ราย

ศุภจี-เอกนัฏ บุกตลาดเช้าชุมชนวัดเกาะ พ่อค้าแม่ขาย ประชาชน แห่ถ่ายภาพเซลฟี่

ศุภจี-เอกนัฏ บุกตลาดเช้าชุมชนวัดเกาะ พ่อค้าแม่ขาย ประชาชน แห่ถ่ายภาพเซลฟี่

ศุภจี-เอกนัฏ บุกตลาดเช้าชุมชนวัดเกาะ พ่อค้าแม่ขาย ประชาชน แห่ถ่ายภาพเซลฟี่

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.50 น.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์  ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย  และนายเอกนัฏ  พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ (เอก สายไหม) พบปะเยี่ยมประชาชนที่ตลาดเช้าชุมชนวัดเกาะ ในช่วงเช้า โดยมีพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ทักทายและร่วมถ่ายภาพ เซลฟี่ ตลอดทาง จากนั้นเข้ากราบนมัสการพระครูปลัดสุวัฒนกวีคุณ (รุ่งแสง ฐิติญาโณ) เจ้าอาวาสวัดเกาะสุวรรณาราม

ต่อมาเดินทางไปพบปะพูดคุยกับประชาชน ที่หมู่บ้านมารวย และพบประชาชนที่สนามฟุตบอลสายไหม โดยมีประชาชน แห่ถ่ายภาพเซลฟี่

‘พรรคประชาชาติ’ ลั่นถึงเวลานิรโทษกรรมคดีป่าไม้ คืนศักดิ์ศรีประชาชนอย่างเป็นธรรม

‘พรรคประชาชาติ’ ลั่นถึงเวลานิรโทษกรรมคดีป่าไม้ คืนศักดิ์ศรีประชาชนอย่างเป็นธรรม

‘พรรคประชาชาติ’ ลั่นถึงเวลานิรโทษกรรมคดีป่าไม้ คืนศักดิ์ศรีประชาชนอย่างเป็นธรรม

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.48 น.

‘ทวี’ ลั่นถึงเวลานิรโทษกรรมคดีป่าไม้ ต้องแก้ปัญหา ‘ป่าทับคน’ คืนศักดิ์ศรีให้ประชาชนอย่างเป็นธรรม จี้รัฐทบทวนกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์รอบด้าน

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เสนอแนวนโยบายการนิรโทษกรรมคดีที่ดินป่าไม้ เพื่อแก้ไขปัญหาการทับซ้อนระหว่างพื้นที่ป่าไม้กับพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างเป็นธรรม

7ก.พ.2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชาติ กล่าวถึงแนวคิดการผลักดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินป่าไม้ ว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน และสะท้อนความล้มเหลวของการจัดการที่ดินของรัฐ ซึ่งยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นธรรม

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีพื้นที่รวมกว่า 320 ล้านไร่ แต่มีที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์เพียงประมาณร้อยละ 39 ของพื้นที่ประเทศ ขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังต้องพึ่งพาพื้นที่ทำกินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่รัฐประกาศเป็นเขตป่าไม้โดยไม่มีการรังวัดแนวเขตอย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดปัญหา “ป่าทับคน” อย่างเป็นวงกว้าง

“ประชาชนจำนวนมากอยู่ในพื้นที่มาก่อนการประกาศเขตป่า แต่กลับถูกทำให้กลายเป็นผู้กระทำผิด ถูกจับกุม ดำเนินคดี และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งที่ไม่เคยได้รับความเป็นธรรมจากรัฐตั้งแต่ต้น” หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลล่าสุด ประเทศไทยมีพื้นที่ป่าที่มีสภาพป่าจริงประมาณร้อยละ 31 ของพื้นที่ประเทศ ขณะที่พื้นที่ป่าที่รัฐประกาศไว้มีมากกว่า 130 ล้านไร่ ซึ่งในจำนวนนี้มีพื้นที่จำนวนมากที่ไม่เหลือสภาพป่าแล้ว แต่กลับมีประชาชนหลายล้านครัวเรือนต้องเผชิญคดีบุกรุกป่า เป็นความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่รัฐต้องรับผิดชอบ

“เรากำลังใช้กฎหมายไปจัดการกับคนจนและชุมชนดั้งเดิม ขณะที่ปัญหาที่แท้จริงคือการประกาศเขตและการบริหารจัดการที่ดินที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า แนวคิดการออกกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้มีการบุกรุกป่าใหม่ แต่เป็นการเยียวยาผลกระทบจากนโยบายรัฐในอดีต และคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้แก่ประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ดั้งเดิม

“นิรโทษกรรมครั้งนี้ไม่ใช่การทำลายป่า แต่คือการแก้ความผิดพลาดของรัฐ และเป็นจุดเริ่มต้นของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าอย่างยั่งยืน” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวด้วยว่า ขอเสนอให้รัฐทบทวนกระบวนการพิสูจน์สิทธิในที่ดินอย่างรอบด้าน โดยเปิดรับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชุมชน วิถีชีวิต วัฒนธรรม และร่องรอยการทำประโยชน์ในพื้นที่ รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ และการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ มาใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดอคติในการตัดสิน ถ้ารัฐจริงใจในการแก้ปัญหา ต้องใช้ข้อมูล ใช้เทคโนโลยี และรับฟังชุมชน ไม่ใช่ใช้กฎหมายฝ่ายเดียว

“ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจทางการเมืองในการแก้ไขปัญหาที่ดินป่าไม้เชิงโครงสร้าง โดยกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม ควบคู่กับการปฏิรูปการจัดการที่ดินและการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน และสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับชุมชนในระยะยาว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือคำถามว่ารัฐจะยืนอยู่ข้างประชาชนหรือไม่” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

โค้งสุดท้าย! ธนกร ขอคนไทยเลือก ภูมิใจไทย ทั้งคนและพรรค เพื่อพาประเทศเดินหน้าต่อ

โค้งสุดท้าย! ธนกร ขอคนไทยเลือก ภูมิใจไทย ทั้งคนและพรรค เพื่อพาประเทศเดินหน้าต่อ

โค้งสุดท้าย! ธนกร ขอคนไทยเลือก ภูมิใจไทย ทั้งคนและพรรค เพื่อพาประเทศเดินหน้าต่อ

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.43 น.

“ธนกร” โพสต์ขอคนไทยเลือก “ภูมิใจไทย” ทั้งคนและพรรค เพื่อพาประเทศเดินหน้าต่อ ย้ำหลักการ ยืนอยู่ข้างประชาชน ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศ ลั่นประเทศไม่ใช่สนามทดลองงานของมือใหม่ ที่จะฝากอนาคตของประเทศไว้ด้วยได้

วันที่ 7 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หลายท่านตัดสินใจทางการเมือง ไม่ใช่เพราะตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เลือกจาก แนวทางการทำงานที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศ ความจริงใจต่อประชาชน และการทำเพื่อบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยก็มีผู้นำที่ยึดหลักเหล่านี้ในการทำงาน และพยายามดูแลบ้านเมืองให้เดินหน้าอย่างมั่นคง

ผมเองเคยมีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และวันนี้ตัดสินใจมาทำงานร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพราะเห็นว่าแนวทางการทำงานในเรื่องสำคัญของประเทศ ยังอยู่บนหลักการเดียวกันคือความพอดี ความรับผิดชอบ และการยืนอยู่ข้างประชาชน

บริบทของวันนี้ เราต้องเลือกคนที่พร้อมพาประเทศเดินหน้าต่อ ไม่ใช่สนามทดลองงานของมือใหม่ ที่เราจะฝากอนาคตของประเทศไว้ด้วยได้

ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ขอพี่น้องประชาชน พิจารณาเลือกพรรคภูมิใจไทย เลือกทั้ง คน และ พรรค หมายเลข 37 เพื่อให้การทำงานของรัฐบาลเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง และเกิดประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนมากที่สุด

มาดามหยก ชูธงแก้ปากท้อง แนะ กปว. เพิ่มรอบจ่ายเงิน ‘เจอ จ่าย จบ’ เป็น 3 ครั้งต่อปี

มาดามหยก ชูธงแก้ปากท้อง  แนะ กปว. เพิ่มรอบจ่ายเงิน 'เจอ จ่าย จบ' เป็น 3 ครั้งต่อปี

มาดามหยก ชูธงแก้ปากท้อง แนะ กปว. เพิ่มรอบจ่ายเงิน ‘เจอ จ่าย จบ’ เป็น 3 ครั้งต่อปี

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.41 น.

“มาดามหยก”ขอส่งเสียงจากพรรคเล็ก บอกเห็นใจชาวบ้าน ออกมา​ กระทุ้งรัฐบาลอีกครั้ง เร่งรัดจ่ายเงินเยียวยา ‘ประกันโควิด เจอ จ่าย จบ’ ชี้ผ่านมา 5 ปียังเงียบ บอกต้องสร้างความมั่นใจปชช.ต่อภาพลักษณ์ประกันภัย ก่อนกลัวไม่กล้าซื้อประกันอีก พร้อมแนะ รวมเงินเยียวยา‘น้ำท่วม-แผ่นดินไหว-ชายแดน’ ดึงงบกลางมาช่วยก่อน 

นางสาวกชพร เวโรจน์ หรือมาดามหยก หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ (Indy Party) เบอร์ 22 ออกมา เรียกร้องรัฐบาลอีกครั้ง เพื่อขอให้เร่งรัดเงินเยียวยาจากกรณีน้ำท่วม หรือเงินประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’ รวมถึงเรื่องของความเสียหายที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว และปัญหาการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเงินเยียวยาเหล่านี้ ความจริงไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนควรจะมาร้องขอ หรือไม่ใช่เป็นสิ่งที่รัฐต้องแจก แต่เป็นสิ่งที่รัฐต้องจ่าย อย่างกรณีประกัน ‘เจอ จ่าย จบ’ ซึ่งจนถึงขณะนี้ผ่านมา 5 ปีแล้วก็ยังคงมียอดค้างหนี้อยู่อีกประมาณ 70,000 กว่าล้าน จากเดิม 80,000 กว่าล้าน ซึ่งความจริงแล้วรัฐเองมีงบประมาณซึ่งเป็นงบกลางที่สามารถนำมาใช้เยียวยาประชาชนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมารัฐบาลอนุมัติอะไรต่างๆ มาเยอะแล้ว ก็สามารถจ่ายมาได้ แต่ทำไมเรื่องนี้ถึงจ่ายให้ประชาชนไม่ได้

นางสาวกชพร กล่าวว่า พรรคก้าวอิสระ ในฐานะที่ทำงานเป็นจิตอาสามา 28 ปี อยู่เบื้องหลังมานาน เห็นใจประชาชนกับปัญหาความเดือดร้อนเรื่องนี้ ซึ่งเราอยู่ใกล้ชิดกับเขามาตลอด ทุกครั้งที่ประชาชนประสบปัญหาความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นจากปัญหาโควิด ปัญหาน้ำท่วม หรือปัญหาชายแดน และปัญหาแผ่นดินไหว ซึ่งพรรคก้าวอิสระอยู่เคียงบ่า เคียงไหล่ กันมาโดยตลอด โดยเฉพาะน้องๆทหารที่ปกป้องอธิปไตยอยู่ชายแดน แต่ละคนยังได้รับเงินเยียวยาไม่ครบเลย

จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเร่งรัดเงินเยียวยาเหล่านี้ ซึ่งเป็นเงินที่เขาควรจะได้อยู่แล้ว โดยอาจจะนำงบประมาณจากส่วนกลาง หรือผันงบประมาณจากส่วนไหนมาช่วยก่อนก็ได้ หรือกรณีของประกันโควิด ‘เจอ จ่าย จบ’ อยากให้ทางกองทุนประกันวินาศภัย(กปว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ในกำกับดูแลของฝ่ายบริหาร ได้พิจารณาจ่ายเงินเยียวยา จากเดิมปีละ 2 ครั้งเป็นปีละ 3 ครั้งได้หรือไม่ เพื่อให้คิวการจ่ายเร็วขึ้น จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆของรัฐ ได้เข้าใจประชาชนด้วยว่า ถ้าเขาไม่มีเงิน ก็คือไม่มีจริงๆ อย่างไรก็ตามหา กปว.สามารถเร่งรัดเยียวยาได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องดีเพราะจะเป็นการ กอบกู้ความมั่นใจของประชาชน ในเรื่องภาพลักษณ์ของประกันภัยได้อย่างมาก ไม่เช่นนั้นประชาชนที่ต้องการจะซื้อประกันภัยคงไม่กล้าที่จะซื้ออีก 

ปวงชนไทยสู้ไม่ถอย ยึดจอ LCD ทั่วกรุง 7 ชม สุดท้าย อ้อนขอโอกาสกาเบอร์ 23

ปวงชนไทยสู้ไม่ถอย ยึดจอ LCD ทั่วกรุง 7 ชม สุดท้าย อ้อนขอโอกาสกาเบอร์ 23

ปวงชนไทยสู้ไม่ถอย ยึดจอ LCD ทั่วกรุง 7 ชม สุดท้าย อ้อนขอโอกาสกาเบอร์ 23

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.35 น.

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00น. ล่าสุด พรรคปวงชนไทย หมายเลข 23 ไม่ถอย ไม่ยอม โดยขึ้นภาพและหมายเลขพรรค บนจอแอลอีดีของแพลนบี สู้พร้อมชนทุกพรรคเป็นการประชาสัมพันธ์พรรคปวงชนไทย ทั่วกรุงเทพมหานคร บริเวณทางด่วนและย่านการค้าเศรษฐกิจ ใจกลางเมือง ซึ่งใช้ช่วงเวลาตั้งแต่ 10.00-18.00น. 7 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนต้องยุติการหาเสียงทุกแพลตฟอร์มทุกรูปแบบ ในเวลา 18.00 น. ของวันนี้

นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย เชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงกำหนดอนาคตของประเทศไทยด้วยกัน 

พรรคปวงชนไทย

“วันนี้ถ้าเลือกแบบเดิมก็จะเป็นเหมือนเดิม จึงขอโอกาสพรรคปวงชนไทย หมายเลข 23 เข้ามาแก้ปัญหาปากท้องเศรษฐกิจ ดูแลคนทำงานแรงงานทั้งในและนอกระบบ ถึงเวลาอวสานหนี้ เพิ่มรายได้ให้คนไทย สู้แล้วรวยทั้งประเทศได้ทันที มั่นใจ พรรคปวงชนไทย ตัวจริงทำเป็นล้านเปอร์เซ็นต์” นายเอกสิทธิ์ ย้ำ

พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย
พรรคปวงชนไทย

มั่นใจปักธงยกจังหวัด! พิพัฒน์ ควง ชลัฐ กลับพัทลุงบ้านเกิดปิดเวทีปราศรัย ภท.โค้งสุดท้าย

มั่นใจปักธงยกจังหวัด! พิพัฒน์ ควง ชลัฐ กลับพัทลุงบ้านเกิดปิดเวทีปราศรัย ภท.โค้งสุดท้าย

มั่นใจปักธงยกจังหวัด! พิพัฒน์ ควง ชลัฐ กลับพัทลุงบ้านเกิดปิดเวทีปราศรัย ภท.โค้งสุดท้าย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.35 น.

มั่นใจปักธงยกจังหวัด! ‘พิพัฒน์’ ควง ‘ชลัฐ’ กลับพัทลุงบ้านเกิดปิดเวทีปราศรัยภท.โค้งสุดท้าย ชู ‘สะพานข้ามทะเลสาบ–สนามบิน-ทวงคืน 30 ปีโอกาสคนใต้-คนละครึ่งพลัส’ ยันไม่เล่นการเมืองบนความเดือดร้อนปชช. ไร้ขายฝัน 

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานงานบรรยากาศเวทีปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดพัทลุง  ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้(8ก.พ.) เต็มไปด้วยความคึกคัก โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยดูแลพื้นที่ภาคใต้ และนายชลัฐ รัชกิจประการ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีเมื่อช่วงค่ำวานนี้(6ก.พ.) ประกาศจุดยืนด้วยความเป็นลูกหลานคนพัทลุง มั่นใจที่จะสามารถคว้าสส.ยกจังหวัดครบทั้ง 3 เขต ด้วยนโยบายที่ทำได้จริงและ ตรงความต้องการของพี่น้องชาวพัทลุง

โดยนายชลัฐ กล่าวปราศรัยเปิดเวทีด้วยการเล่าถึงการพบกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก่อนย้ำความภาคภูมิใจที่เลือกกลับมาหาพี่น้องชาวพัทลุง เพราะนี่คือบ้านเกิด และเป็นพื้นที่ที่พรรคภูมิใจไทยเริ่มต้นสร้างตัวเป็นสาขาแรกของพรรคอยู่ที่พัทลุง สะท้อนสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นตลอด 17 ปีที่ผ่านมา จากพรรคเล็กสู่พรรคที่พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นายชลัฐ กล่าวต่อว่า ผลกระทบจากเกมการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งทำให้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าง คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ต้องชะงัก แต่ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยยึดหลักทำงานเพื่อปากท้องประชาชน ไม่ขายฝัน และไม่เล่นการเมืองบนความเดือดร้อนของประชาชน ถ้าได้มี โอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โครงการนี้ได้กลับมาแน่ ส่วนเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับนโยบาย ของพรรคนั้น เรามีทีมนักบริหารมืออาชีพ ระดับประเทศ ครบทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และความมั่นคงการปกป้องอธิปไตยของชาติ แม้ นโยบายอาจไม่มาก แต่ทุกนโยบายทำได้จริง เห็นผลลัพธ์ พูดแล้วทำแน่นอน

ด้านนายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยืนยันว่าโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา–พัทลุงยังเดินหน้าต่อ ไม่ได้ถูกยกเลิกตามที่มีการบิดเบือน แต่ล่าช้าเพราะการยุบสภาก่อน ซึ่งทางธนาคารโลก ได้สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาแหล่งอนุบาลปลาโลมาอิรวดี ที่อยู่ในทะเลสาบสงขลา ควบคู่กับการก่อสร้างสะพาน จะได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแหล่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง ยืนยันว่าเมื่อจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ จะนำโครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ทันที

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งความหวังคือ โครงการสนามบินจังหวัดพัทลุง เป็นความฝันของคนเมืองหนังโนรา ก็ขอโอกาสจากประชาชนให้พรรคภูมิใจไทยให้ได้ สส. ครบทั้ง 3 เขต ทั้ง น.อ.ดร.อธิคุณ คงมี เขต 1 นายวรท เทอดวีระพงศ์ เขต 2 และนายเขมพล อุ้ยตยะกุล เขต 3  เพื่อเป็นตัวแทนเข้าสภาฯ ตั้งกระทู้จี้รัฐบาลให้สามารถดันโครงการเข้าสู่ ครม. อย่างเร่งด่วนเชิญชวนประชาชน ดังนั้น วันที่ 8ก.พ.นี้ เข้าคูหาเลือกพรรคภูมิใจไทย เลือกผู้สมัครสส.พัทลุงของพรรค ให้ครบทั้ง 3 เขต เพื่อเปลี่ยนพัทลุงให้รุ่งเรือง และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้ลูกหลานคนใต้

ทั้งนี้ ตลอดการปราศรัย เสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก สะท้อนความเชื่อมั่นต่อนโยบาย “พูดแล้วทำพลัส” และแนวคิด “ทวงคืน 30 ปีที่สูญหายของชาวใต้” ที่มุ่งนำโอกาส การพัฒนา และความรุ่งเรืองกลับคืนสู่พัทลุงและภาคใต้อย่างยั่งยืน