คุมพื้นที่บ้านคลองแผงได้ทั้งหมด วินธัย ย้ำเฝ้าระวัง สายลับเขมร แฝงตัวชาวบ้าน

คุมพื้นที่บ้านคลองแผงได้ทั้งหมด วินธัย ย้ำเฝ้าระวัง สายลับเขมร แฝงตัวชาวบ้าน

คุมพื้นที่บ้านคลองแผงได้ทั้งหมด วินธัย ย้ำเฝ้าระวัง สายลับเขมร แฝงตัวชาวบ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.58 น.

5 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.วินธัย สุวารี หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วยคณะศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก และกองกำลังบูรพา นำสื่อมวลชนลงพื้นที่มาบริเวณ บ้านคลองแผง อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ที่เป็นพื้นที่ที่เคยเป็นที่ตั้งของหน่วยงานศุลกากรฝั่งกัมพูชาที่รุกล้าเข้ามายังพื้นที่ทับซ้อน แต่ปัจจุบันทหารได้สถาปนาความมั่นคงในพื้นที่ โดยได้ทำลายทิ้งทั้งหมดแล้ว

โดยมี พ.อ.ปฐมพล วงพิเดช รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจตาพระยา ชี้แจงถึงสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ตาพระยา ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา โดยเฉพาะจุดผ่อนปรนชายแดนในพื้นที่บ้านบึงตะกวน และบ้านคลองแผง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับแนวหลักเขตแดน โดยระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลักเขตที่ 36 ซึ่งตรวจพบว่าหลักเขต 36 มีเพียงส่วนบน แต่ไม่มีฐานล่าง โดยสันนิษฐานว่ามีการเคลื่อนย้ายหลักเขต ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายอ้างแนวเขตไม่ตรงกัน และกลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนมาจนถึงปัจจุบัน

พ.อ.ปฐมพล ระบุว่า ตลอดแนวชายแดนในความรับผิดชอบของกองกำลังบูรพา มีกำหนดหลักเขตทั้งหมด 24 หลัก โดยเป็นหลักเขตที่เห็นตรงกัน 13 หลัก และไม่ตรงกัน 11 หลัก ซึ่งกลายเป็นต้นตอของปัญหาการรุกล้ำในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณหนองจาน หนองหญ้าแก้ว และบ้านคลองแผง ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาได้อ้างสิทธิ์พื้นที่ตั้งแต่หลักเขตที่ 33 ถึง 36 พร้อมปักหมุดและเคลื่อนไหวกำลังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายไทยก็ยืนยันแนวอ้างอิงของตนเช่นกัน และมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่

อย่างไรก็ตาม พ.อ.ปฐมพล ระบุว่า พบการลักลอบรุกล้ำโดยใช้ชาวบ้านและกำลังในลักษณะพลเรือนเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ พร้อมขุดหลุมตั้งรับตลอดแนวถนน k 5 รวมถึงการใช้สิ่งปลูกสร้างเป็นฐานปฏิบัติการ โดยพบการรุกล้ำรวมกว่า 389 หลังคาเรือน ซึ่งฝ่ายไทยได้ดำเนินการรื้อถอนและเคลียร์พื้นที่จนแล้วเสร็จ ปัจจุบันสามารถสถาปนาแนวตั้งรับและควบคุมพื้นที่ได้อย่างมั่นคง เป็นวันที่ 56 นับตั้งแต่เข้าควบคุมพื้นที่ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา แต่ในส่วนประชาชนของกัมพูชา ขณะที่เกิดการปะทะกันนั้น ได้อพยพก่อนเราไปประมาณ 2 วัน ซึ่งเราอพยพช้ากว่า เนื่องจากเราไม่ได้มีความมุ่งหมายที่จะไปทำลายหรือรุกล้ำ แต่ในเมื่อกัมพูชาเปิดฉากมาหาเราก่อน เราจึงจำเป็นจะต้องอพยพไปด้วย รบไปด้วยในวันนั้น

ด้าน พล.ต.วินธัย ระบุว่า กองทัพบกยังคงควบคุมพื้นที่อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่ เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ พร้อมย้ำว่า ข้อมูลด้านการข่าวพบว่า การเคลื่อนไหวบางส่วนไม่ใช่ประชาชนทั่วไป แต่เป็นกำลังของทหารหรือเจ้าหน้าที่กัมพูชาที่แฝงตัวมาในลักษณะพลเรือน

พล.ต.วินธัย ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันฝ่ายไทยสามารถควบคุมพื้นที่สำคัญได้ทั้งหมด โดยเฉพาะจุดที่เคยใช้เป็นพื้นที่คุกคามหรือใช้อาวุธทำร้ายกำลังพลและประชาชน พร้อมยืนยันว่าการปฏิบัติเป็นไปตามกรอบกติกาสากลและข้อตกลงระหว่างประเทศ และยังใช้กลไกการประชุมในระดับพื้นที่และระดับภูมิภาค หรืออาร์บีซี (RBC) อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันว่า ยังไม่มีการเพิ่มกำลัง ใช้กำลังเท่าเดิม เน้นการเสริมความมั่นคงของแนวตั้งรับ การเฝ้าระวัง และป้องกันการยั่วยุ โดยหลีกเลี่ยงการใช้อาวุธ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่

นอกจากนี้ พ.อ.ปฐมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า กำลังพลของฝ่ายกัมพูชาที่แฝงตัวเป็นประชาชนบริเวณถนน K5 ยังไม่มีการรุกคืบเพิ่มเติมแต่อย่างใด ส่วนสถานการณ์โดยรวม ยังคงต้องมีการเก็บกู้วัตถุระเบิดทั้งที่ประชาชนซึ่งกลับเข้ามาในพื้นที่ที่พบเจอ ทั้งระเบิดแสวงเครื่อง ทุ่นระเบิดเก่าและใหม่ โดยจะมีการรวบรวมวัตถุระเบิดที่พบเพื่อนำไปแยกว่า ส่วนไหนที่สามารถทำลายทิ้งได้เลย และส่วนไหนที่จะต้องนำไปทำลายนอกสถานที่ โดยขณะนี้ยังพบอยู่ทุกวัน

จากนั้น ทหารได้พาคณะสื่อมวลชน ไปดูบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากกระสุน BM-21 ซึ่งเป็นบ้านของ นางผ่องศรี เจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายจากกระสุน BM-21 เล่าทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจที่ไม่มีที่อยู่ เพราะคนอื่นกลับบ้านเขามีที่อยู่ แต่เราไม่มีที่อยู่ โดยที่บ้านมีคนพักอาศัยอยู่ประมาณ 7 คน ตอนนี้มีความลำบากเป็นอย่างมาก ซึ่งตอนแรกไปอาศัยอยู่บ้านน้องสาว แต่ก็อึดอัด เพราะน้องสาวก็มีครอบครัว ตอนนี้ก็เลยมาอาศัยนอนอยู่ที่ครัว อยู่ในห้องที่พอนอนได้ ทั้งนี้ ตนเองเมื่อเห็นทหารอยู่แนวชายแดน เห็นรถถังก็รู้สึกอุ่นใจ เพราะทหารเป็นที่พึ่งของเรา

ส่วนการชดเชยเยียวยานั้นตอนนี้ยังไม่รับเงิน แต่ได้ยินว่า จะได้รับ 230,000 บาท ซึ่งตอนนี้ได้แค่ค่าครองชีพประมาณ 70,000 บาท ซึ่งหลังจากโดนกระสุน BM-21 ข้าวของเครื่องใช้อะไรพังหมด เหลือแค่เสื้อผ้า ยอมรับว่า ตอนที่มาเห็นบ้านตนเองถึงกับพูดไม่ออก และเมื่อใครถามถึงบ้าน ก็มีแต่น้ำตา เพราะบ้านหลังนี้เป็นมรดกของพ่อแม่ ที่เราสร้างต่อมาก็ได้แค่นี้ ส่วนจะรื้อใหม่ทำใหม่หมดเลยหรือไม่นั้น ต้องดูงบประมาณ ซึ่งตอนแรกทางการจะนำรถแบคโฮมารื้อบ้าน แต่เราไม่ยอม เพราะว่า เงินก็ยังไม่ได้รับ และในฐานะคนชายแดนก็ติดตามข่าวทุกวัน อย่างเมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา ก็บอกว่าให้เตรียมตัวอพยพ ตนเองก็เก็บเสื้อผ้าที่เหลือเตรียมไว้ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ก็ยังอยู่ที่นี่ อีกทั้งยังเห็นทหารผ่านไปผ่านมาเลยไม่รู้สึกกลัว ซึ่งตนจะอยู่จนกว่าทางการให้อพยพ

ด่วนยิงลูกระเบิด40มม.ตกใส่ไทย พื้นที่พลาญหินแปดก้อน กองทัพภาคที่ 2 เผย กำลังพลปลอดภัย

ด่วนยิงลูกระเบิด40มม.ตกใส่ไทย พื้นที่พลาญหินแปดก้อน กองทัพภาคที่ 2 เผย กำลังพลปลอดภัย

ด่วนยิงลูกระเบิด40มม.ตกใส่ไทย พื้นที่พลาญหินแปดก้อน กองทัพภาคที่ 2 เผย กำลังพลปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.18 น.

ด่วน! กองทัพภาคที่ 2 เผย เหตุลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐาน พื้นที่พลาญหินแปดก้อน กำลังพลปลอดภัย

เมื่อเวลา 10.18 น. วันที่ 5 ก.พ.2569 รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เกิดเหตุฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. จำนวน 1 ลูก ตกลงในพื้นที่พลาญหินแปดก้อน โดยกระสุนตกบริเวณด้านปีกขวาของฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบความเสียหายต่อกำลังพลหรือยุทโธปกรณ์ โดยกำลังพลทุกนายปลอดภัย ขณะที่หน่วยที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ขอบคุณภาพจาก Google Map

อิ๊งค์ เยี่ยมทักษิณ ขอบคุณกลุ่มเพื่อนมงฟอร์ตฯมาให้กำลังใจ แย้มพ่อเรียนทำอาหารในเรือนจำ

อิ๊งค์ เยี่ยมทักษิณ ขอบคุณกลุ่มเพื่อนมงฟอร์ตฯมาให้กำลังใจ แย้มพ่อเรียนทำอาหารในเรือนจำ

อิ๊งค์ เยี่ยมทักษิณ ขอบคุณกลุ่มเพื่อนมงฟอร์ตฯมาให้กำลังใจ แย้มพ่อเรียนทำอาหารในเรือนจำ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.18 น.

อิ๊งค์ เยี่ยม ทักษิณ เผยพ่อดีใจ ขอบคุณกลุ่มเพื่อนมงฟอร์ตฯ ที่มาให้กำลังใจหน้าเรือนจำ แย้มพรุ่งนี้จบคอร์สอบรมทำอาหารวันสุดท้าย 

5 กุมภาพันธุ์ 2569 ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพฯ ครอบครัวชินวัตรเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันนายทักษิณถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯมาแล้วเป็นเวลา 4 เดือน 27 วัน 

โดยวันนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ ”อิ๊งค์“อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ “ปอ” สามี และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมคนโตของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยานายทักษิณ เดินทางมาเป็นตัวแทนครอบครัว พร้อมด้วยนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัว ขณะเดียวกันที่บริเวณหน้าเรือนจำยังมีกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นสมัยโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียง ใหม่ รหัส MC 08 มารอต้อนรับคณะครอบครัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่ง

น.ส.แพทองธาร ได้แวะเข้าไปพูดคุยทักทายกับกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นของนายทักษิณอย่างเป็นกันเองประมาณ 1-2 นาที พร้อมร่วมถ่ายรูปรวมกัน โดยในจังหวะนั้นหนึ่งในตัวแทนกลุ่มเพื่อนได้เอ่ยขึ้นว่าขอให้นายทักษิณได้ออกจากเรือนจำไว ๆ ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ตอบกลับเพียงสั้นๆ ว่า “ขอให้เป็นอย่างนั้นค่ะ” ก่อนจะเดินเข้าเรือนจำฯไปเยี่ยมนายทักษิณ

ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าเยี่ยม น.ส.แพทองธาร และคณะตัวแทนได้เดินออกมาด้วยรอยยิ้มแจ่มใส พร้อมกับตรงเข้าพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นมงฟอร์ตฯ อีกครั้ง โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ได้นำข้อความที่เพื่อนๆฝากถึงนายทักษิณไปบอกให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนายทักษิณตอบกลับมาว่าดีใจและขอบคุณมาก พร้อมฝากความห่วงใยให้ทุกคนรักษาสุขภาพด้วย ก่อนที่ น.ส.แพทองธาร จะยกมือไหว้ขอบคุณกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นรร.มงฟอร์ต รหัส MC 08 ที่เดินทางมาในวันนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ได้สนทนากับนายทักษิณ อย่างไรบ้าง น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่า วันนี้ไม่มีเรื่องอะไรพิเศษ ส่วนใหญ่พูดคุยเรื่องการเรียนคอร์สทำอาหารและการอบรม 10 วัน ซึ่งวันพรุ่งนี้จะเป็นการอบรมวันสุดท้าย เมื่อถามต่อว่านายทักษิณได้ฝากข้อความถึงสถานการณ์การเมืองหรือการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ไม่มีค่ะ ก่อนจะเดินขึ้นรถยนต์ส่วนตัวเดินทางออกไปพร้อมสามีทันที

ด้าน นายบรรณพจน์ ได้เดินมาร่วมพูดคุยทักทายสารทุกข์สุกดิบกับกลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นของนายทักษิณอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเองก่อนจะแยกตัวเดินทางกลับพร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัว 

ไทยอยู่ตรงไหน? สุทธิชัย หยุ่น จี้ปรับตัวรับระเบียบโลกใหม่ ก่อนตกขบวน

ไทยอยู่ตรงไหน? สุทธิชัย หยุ่น จี้ปรับตัวรับระเบียบโลกใหม่ ก่อนตกขบวน

ไทยอยู่ตรงไหน? สุทธิชัย หยุ่น จี้ปรับตัวรับระเบียบโลกใหม่ ก่อนตกขบวน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.40 น.

5 กุมภาพันธ์ 2569 สุทธิชัย แซ่หยุ่น หรือ สุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ไม่มีอะไรง่ายในโลกแห่งความผันผวน ไทยจะอยู่ตรงไหนของระเบียบโลกใหม่ที่เราอาจถูกทิ้งไว้ข้างทาง ถ้าเราไม่มีที่นั่งบนโต๊ะของวงเจรจา เราก็อยู่ในรายการอาหาร! การกล้าปรับและเปลี่ยนนั้นเสี่ยงและยาก แต่การไม่ปรับไม่เปลี่ยนนั้นเสี่ยงและยากยิ่งกว่า!”

ศุภมาส แย้ม ภท.ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ศูนย์สิริกิติ์ฯ พรุ่งนี้ เตรียมปล่อยของ แนวทางแก้ ศก.

ศุภมาส แย้ม ภท.ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ศูนย์สิริกิติ์ฯ พรุ่งนี้ เตรียมปล่อยของ แนวทางแก้ ศก.

ศุภมาส แย้ม ภท.ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ศูนย์สิริกิติ์ฯ พรุ่งนี้ เตรียมปล่อยของ แนวทางแก้ ศก.

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.30 น.

ศุภมาส แย้ม ภท.ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ศูนย์สิริกิติ์ฯ พรุ่งนี้ เป็นภาค 2 ต่อจากเวทีสวมลุมพินี เตรียมปล่อยของ แนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ อ้อนปชช. ออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัวบ้านเมืองเจอความสี่ยง มั่นใจปักธงกทม.ได้แน่ แต่ได้กี่ที่นั่งอยู่ที่ปชช.

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 5 ก.พ.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะดูแลการเลือกตั้ง สส.กทม.ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรค ภท.ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 6 ก.พ. ว่า ถือว่าเป็นการปราศรัยใหญ่ปิดแคมเปญหลังจากเปิดแคมเปญไปเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 ที่โรงละครอักษรา โดยเวทีพรุ่งนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนประชาชน ผู้สนับสนุนที่อยากไปให้กำลังใจและรับฟังนโยบายต่างๆ ของพรรคไปร่วมรับฟังกันได้ แต่หากใครไม่สะดวก ก็สามารถรับฟังผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่ถ่ายทอด และเพจเฟซบุ๊กของพรรค ภท.ได้โดยจะมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท.นำปราศรัย และทีมเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯและรมว.คลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ รวมถึง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ โดยแกนนำพรรคจะมาเล่าให้ฟังว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรแล้วบ้าง ที่สำคัญถ้าเลือกพรรค ภท.เข้าไปเป็นรัฐบาลและมีนายอนุทินเป็นนายก ทั้ง 3 คน จะได้เข้าไปเป็นรองนายกฯ ตำแหน่งเดิม

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ใช่เฉพาะในประเทศ แต่เรายังต้องฝ่ากระแสวิกฤติโลก ซึ่งทั้ง 3 คนไปประชุมที่ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จะมาเล่าให้ฟัง จะเป็นภาคต่อจากเวทีปราศรัยสวนลุมพินี ที่เอาได้อินโทรว่ามันมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น และปัญหาอะไรที่ควรแก้ โดยในวันที่ 6 ก.พ.เราจะเล่าให้ฟังว่ามืออาชีพของเราทั้ง 3 คน บวกกับนายกฯ จะบอกว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร เป็นการเฉลยคำตอบว่าเราจะทำอะไรบ้างเมื่อได้เข้าไปบริหารบ้านเมืองอีกรอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่ 6 ก.พ.ถือเป็นเวทีสุดท้ายแล้วจะมีไม้เด็ดอะไรที่จะปล่อยออกไปเพื่อดึงดูดคะแนนเสียงให้มากยิ่งขึ้นหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ความจริงคิดว่าตอนนี้ประชาชนตัดสินใจแล้ว แต่เรามาคอนเฟิร์มอีกครั้งว่าถ้าตัดสินใจแล้ว ชอบเรา เชียร์เราแล้ว อย่าเชียร์อยู่ที่บ้าน ขอให้ออกมาช่วยเราด้วย เพราะตอนนี้คงไม่ได้พูดเรื่องแบ่งสีแบ่งฝ่ายอะไร แต่มานำเสนอในเรื่องนโยบาย โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงที่ประเทศไทยจะต้องไม่ถูกลบออกจากแผนที่ทางเศรษฐกิจของโลก รวมถึงแผนที่ทางด้านความมั่นคง ซึ่งเราจะต้องไม่เสียดินแดนอะไรไปทั้งนั้น นอกจากนี้ ในวันที่ 6 ก.พ.จะเน้นพูดหลังจากวันที่ 8 ก.พ.เราจะกลับเข้าไปทำอะไร 

เมื่อถามว่า เท่าที่ดูทุกเวทีที่นายกฯปราศรัย จะมีประชาชนมาฟังจำนวนมาก ทำให้มั่นใจหรือไม่ว่า หลังการเลือกตั้ง พรรค ภท.จะได้เป็นรัฐบาลแน่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ความจริงไม่ใช่เฉพาะเวทีปราศรัยเท่านั้นที่คนมาฟังจำนวนมาก แต่ทุกครั้งที่เราเดินหาเสียง หรือที่หัวหน้าพรรคไปเดินแบบออร์แกนิก จะเห็นชัดเจนว่าภาพต่างจากปี 66 ชัดเจน มีประชาชนรู้จักเราเยอะ มีคนรักชอบพวกเราเยอะ ซึ่งตนขอให้ความรักความชอบเหล่านั้นแปรเป็นพลังออกไปเลือกตั้ง รวมทั้งที่มีประชาชนจำนวนมากกลัวว่าบ้านเมืองจะมีความเสี่ยง ซึ่งบ้านเมืองเราจะเสี่ยงไม่ได้ ดังนั้น จึงขอให้ออกไปเลือกด้วยความกลัวเช่นเดียวกันว่าบ้านเมืองจะมีปัญหาเพราะไม่ได้ทีมเศรษฐกิจที่เป็นมืออาชีพมา จึงอยากให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีม็อตโตให้เลือกพรรคที่รักชาติ หรือถ้าไม่เลือกเราเขามาแน่ คิดว่าจะช่วยดึงกระแสประชาชนให้มาเลือกพรรค ภท.ได้มากขึ้นหรือไม่ น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ความจริงม็อตโต้พวกนี้ผ่านไปแล้ว ตอนนี้ถือว่าเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งแล้ว เราคงจะพูดแต่เรื่องนโยบายอย่างเดียวว่าถ้ารักชอบนโยบายพรรค ภท.และเชื่อถือในทีมมืออาชีพ ผู้บริหาร ซึ่งนโยบายที่สวยหรูส่วนใหญ่ของแต่ละพรรคจะคล้ายๆ กัน ใครๆ ก็พูดได้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องปฏิบัติใครจะเป็นคนทำ และทำได้จริงหรือไม่ ซึ่ง 3-4 เดือนที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าทีมมืออาชีพของเราที่เข้ามาบริหารได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านโยบายสั้นๆ ต่างๆ ที่ออกมาเราทำได้จริง ทั้งคนละครึ่งพลัส ทุกครั้งที่ไปเดินถือเป็นนโยบายที่อยู่ในใจของประชาชน เราบอกมาตลอดว่าเราไม่ได้ให้ปลา แต่เราให้เบ็ด เป็นการสอนให้ประชาชนมีวินัยทางการเงินการคลัง และพรรคเราใช้เงินในการหาเสียงน้อยมาก ไม่มีนโยบายประชานิยม ถือว่าเราสอนประชาชนและให้ความรู้ประชาชนในเรื่องการหาเงิน เก็บเงินอย่างไรให้อยู่รอดได้ เราจะเข้าไปจัดการปัญหา  

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ถือว่าโค้งสุดท้ายสุดๆ แล้ว ใน กทม.มั่นใจว่าจะกวาด สส.ได้มากน้อยแค่ไหน น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า มั่นใจว่าจะปักธงได้ แต่ว่าจะได้มากน้อยแค่ไหนอยู่ที่ประชาชนออกไปช่วยกันใช้สิทธิเลือกตั้ง

คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด หมอฮา กับมาตรฐานพรรคส้ม

คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด หมอฮา กับมาตรฐานพรรคส้ม

คนระโนดให้ไปอยู่ระโนด หมอฮา กับมาตรฐานพรรคส้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.03 น.

การปราศรัยของ พรรคประชาชน หรือพรรคส้ม ที่อำเภอหาดใหญ่ ในช่วงเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกพูดถึงขึ้นมา ไม่ใช่เพราะนโยบาย แต่เพราะคำพูดที่เลือกใช้ “ที่มา” ของคน เป็นตัวตัดสินความเหมาะสมทางการเมือง

บนเวทีนั้น นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.เขต 2 จังหวัดสงขลา พรรคส้ม พูดถึงคู่แข่งว่าเป็นคนอำเภอระโนด และบอกตรง ๆ ว่าคนระโนดควรไปเป็นผู้แทนระโนด ไม่ควรมาลงแข่งในหาดใหญ่

ประโยคนี้ไม่พูดถึงผลงาน ไม่พูดถึงความสามารถ และไม่สนใจว่าทำงานในพื้นที่มานานแค่ไหน

เหตุผลเดียวที่ถูกใช้คือ “คุณไม่ได้เกิดที่นี่” และเพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

คำพูดลักษณะนี้คือการตัดความชอบธรรมของผู้สมัครด้วยชาติกำเนิด

ผลของคำพูดแบบนี้ไม่ได้จบแค่บนเวที แต่มันถูกส่งต่อไปยังคนฟังทั้งจังหวัด คนสงขลาเริ่มถูกแยกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือคนหาดใหญ่ที่ถูกมองว่าเหมาะสม อีกฝั่งคือคนจากอำเภออื่นที่ถูกทำให้เป็นคนนอก

ทั้งที่เป็นจังหวัดเดียวกัน เป็นคนสงขลาเหมือนกัน และเป็นคนไทยด้วยกัน แต่การเมืองของพรรคส้มกลับบอกประชาชนว่า สิทธิในการถูกเลือกไม่เท่ากันตั้งแต่ต้น คนจากบางอำเภอถูกยกขึ้นโดยอัตโนมัติ ขณะที่คนจากอำเภออื่นถูกกันออกไปก่อนจะได้แข่ง

ตำแหน่งผู้แทนราษฎร ควรเป็นพื้นที่ให้ประชาชนตัดสินจากตัวเลือก แต่คำพูดแบบนี้ทำให้ตัวเลือกหายไปตั้งแต่แรก และความรู้สึกไม่เป็นธรรมก็เริ่มก่อตัวขึ้นในพื้นที่เดียวกัน

สิ่งที่ทำให้กรณีหมอสุภัทรน่าตั้งคำถามยิ่งขึ้น คือมาตรฐานของพรรคส้มเอง เพราะตรรกะเดียวกันนี้ไม่เคยถูกใช้กับผู้สมัครของพรรค

พรรคส้มมีผู้สมัครจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เกิดในพื้นที่ที่ลงสมัคร แต่เรื่องนี้ไม่เคยถูกยกขึ้นมาเป็นปัญหา

ตัวอย่างชัดเจนคือ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคส้ม คนสงขลาโดยกำเนิด ที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร และไม่เคยมีใครในพรรคพูดว่า ควรกลับไปลงพื้นที่บ้านเกิด

พอเป็นคนของพรรคส้ม การเกิดที่ไหนไม่สำคัญ แต่พอเป็นฝ่ายอื่น การเกิดที่ไหนกลายเป็นเรื่องใหญ่

พื้นที่ถูกหยิบมาเป็นข้ออ้างเฉพาะตอนจะกีดกันฝ่ายตรงข้าม แต่ถูกเก็บเงียบทันทีเมื่อย้อนมาหาคนของพรรคส้มเอง

เมื่อคำพูดบนเวทีถูกวิจารณ์ หมอสุภัทรออกมาชี้แจงภายหลัง น้ำเสียงอ่อนลงทันที จากการพูดเรื่องที่มา กลายเป็นการพูดถึงวิกฤตหาดใหญ่ และย้ำว่าตนเองเข้าใจพื้นที่ พร้อมบอกว่าไม่ได้ตั้งใจดูถูกใคร

อย่างไรก็ตาม คำอธิบายทีหลังไม่สามารถลบคำพูดแรกออกไปได้ เพราะสิ่งที่ประชาชนได้ยินไปแล้วคือ ประโยคที่ใช้ชาติกำเนิดเป็นเหตุผลกันคนออกจากสนาม

รูปแบบการสื่อสารเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพรรคส้ม พูดแรงตอนอยู่บนเวที แต่พอแรงตีกลับก็รีบปรับโทน แก้คำพูดให้ดูนุ่มลง โดยไม่แตะต้นตอของปัญหาจริง ๆ

การสื่อสารลักษณะนี้อาจช่วยเอาตัวรอดเฉพาะหน้า แต่แลกมาด้วยความน่าเชื่อถือที่ลดลงทุกครั้ง

คำพูดของหมอสุภัทรลดสิทธิทางการเมืองของผู้สมัครที่ไม่ได้เกิดในอำเภอหาดใหญ่ตั้งแต่ต้น คนจากอำเภออื่นในจังหวัดเดียวกัน โดยเฉพาะคนจากอำเภอระโนด ถูกทำให้มีสถานะต่ำกว่าในการถูกเลือก แม้จะยังไม่ทันถูกพิจารณาจากความสามารถ

เมื่อพรรคส้มยอมรับวิธีคิดแบบนี้ และใช้มาตรฐานคนละแบบกับพวกเดียวกัน ความไม่เท่าเทียมจึงไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการเลือกปฏิบัติตั้งแต่จุดเริ่มต้น

การเมืองที่เริ่มจากการให้สิทธิไม่เท่ากัน ย่อมไม่อาจอ้างความเสมอภาคได้เต็มปาก และพรรคที่ใช้วิธีคิดเช่นนี้ ก็ยากจะทำให้ประชาชนเชื่อได้ว่า ทุกคนมีค่าเท่ากันจริง.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

สมชัย ไขกระจ่าง 6 ข้อ ทำไมยกเครื่อง กกต.ต้องรื้อ รธน.ใหม่ทั้งฉบับ

สมชัย ไขกระจ่าง 6 ข้อ ทำไมยกเครื่อง กกต.ต้องรื้อ รธน.ใหม่ทั้งฉบับ

สมชัย ไขกระจ่าง 6 ข้อ ทำไมยกเครื่อง กกต.ต้องรื้อ รธน.ใหม่ทั้งฉบับ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.32 น.

5 กุมภาพันธ์ 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า อยากให้ กกต. ทำงานดีขึ้นเกี่ยวอะไรกับ การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

ก็แก้รายมาตรา ที่เกี่ยวกับ กกต. ไม่กี่มาตรา ก็ได้นี่

คำตอบคือ ไม่ใช่ และ ยากมาก

1. แก้คุณสมบัติของ คนที่เข้ามาเป็น กกต. เรื่องนี้เรื่องเดียวก็ต้องทำประชามติ ตามมาตรา 256

2. แก้เรื่อง เลขผู้สมัครเขตของพรรค กับ เลขพรรค ไม่ตรงกัน ต้องแก้ ม. 90 ในรัฐธรรมนูญ

3. แก้เรื่อง ให้ประชาชน เข้าชื่อถอดถอน กกต. ต้องเขียนเป็นมาตราใหม่ในรัฐธรรมนูญ

4. แก้เรื่อง ความสัมพันธ์องค์กรอิสระ เช่น กกต. ชงเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสิทธิฝ่ายการเมือง ยุบพรรค ปปช. มีมติเรื่อง จริยธรรม ชงเรื่องศาลฎีกา ตัดสิทธิการเมือง ผูัตรวจการแผ่นดิน ชงเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรค ฯลฯ ต้องแก้มากกว่า 20 มาตรา ในรัฐธรรมนูญ และต้องทำประชามติทุกครั้ง ตามมาตรา 256

5. จะเห็นได้ว่า การแก้รัฐธรรมนูญ 2560 แบบรายมาตรา มีอุปสรรคเป็นเขาวงกตราวค่ายกลเกาะดอกท้อที่วกวนซับซ้อน

6. การแก้ไขปัญหาการทำหน้าที่ของ กกต. และองค์กรอิสระต่าง ๆ จึงมี 2 ทาง คือ เข้าเขาวงกตหรือ ทลายเขาวงกต โดย กา “เห็นชอบ” บัตรสีเหลืองทลายเขาวงกต

โทษหนัก!เว้นวรรค 20 ปี กกต.เตือนพรรคการเมือง คุมสมาชิกให้ดี ห้ามเอี่ยวทุจริตเลือกตั้ง

โทษหนัก!เว้นวรรค 20 ปี กกต.เตือนพรรคการเมือง คุมสมาชิกให้ดี ห้ามเอี่ยวทุจริตเลือกตั้ง

โทษหนัก!เว้นวรรค 20 ปี กกต.เตือนพรรคการเมือง คุมสมาชิกให้ดี ห้ามเอี่ยวทุจริตเลือกตั้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.40 น.

5 กุมภาพันธุ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคและกรรมการบริหารพรรคการเมือง ในการควบคุมและกำกับดูแลไม่ให้สมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง กระทำการในลักษณะที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ ตลอดทั้งระเบียบประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หากคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าว จะเป็นเหตุให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และห้ามมิให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง ซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุดังกล่าวดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองจนกว่าจะพ้นระยะเวลา 20 ปี นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง และห้ามกระทำการอันมีลักษณะเป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง และห้ามมิให้มีส่วนร่วมในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือตำแหน่งอื่นหรือการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

“กกต.มุ่งหวังให้สมาชิกพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พรรคการเมืองทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็ง และเป็นสถาบันหลักในการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมาย”

อภิสิทธิ์ ลุย วงเวียนใหญ่ ประกาศพร้อมพาประเทศหลุดวิกฤต กรีดส้ม!น่าตกใจแบ่งแยกคนระโนด-หาดใหญ่

อภิสิทธิ์ ลุย วงเวียนใหญ่ ประกาศพร้อมพาประเทศหลุดวิกฤต กรีดส้ม!น่าตกใจแบ่งแยกคนระโนด-หาดใหญ่

อภิสิทธิ์ ลุย วงเวียนใหญ่ ประกาศพร้อมพาประเทศหลุดวิกฤต กรีดส้ม!น่าตกใจแบ่งแยกคนระโนด-หาดใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.21 น.

อภิสิทธิ์ ลุย วงเวียนใหญ่ ช่วย มารียา ประกาศปชป.พร้อมคุมเกม พาประเทศหลุดวิกฤต กรีดส้ม! น่าตกใจแบ่งแยกคนระโนด-หาดใหญ

5 ก.พ.2569 ที่วงเวียนใหญ่ กทม. ช่วยนายอภิสิทสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสกลธี​ ภัททิยกุล​ รองหัวหน้า​พรรค​ดูแล​พื้นที่​กรุงเทพ​มหานคร​  และนายองอาจคล้ามไพบูลย์​ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค​ ลงพื้นที่วงเวียนใหญ่ช่วย  นางสาวมารียา​ ฤกษ์​ดี​ ผู้สมัคร สส.กทม. เบอร์ 7 เขต 24 หาเสียง​ 

โดยนายอภิสิทธิ์และคณะได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช​ ก่อนที่จะเดินตลาดวงเวียนใหญ่ ด้วยรถตุ๊กๆ 
เพื่อพบปะขอคะแนนเสียงจากประชาขน​ โดยมีพ่อค้า​ แม่ค้า​ และ ประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย ได้มอบดอกกุหลาบ​ คล้องพวงมาลัย​ และขอถ่ายรูปกับนายอภิสิทธิ์​อย่างคึกคัก​ พร้อมกับให้กำลังใจ​ ว่า​ “คนนครฯ​ คนใต้​ เลือกประชาธิปัตย์ 2 ใบ”  “เป็นแฟนคลับมานานแล้ว”  “หล่อเหมือนเดิม” “รักเก่าที่บ้านเกิดคนใต้  ยังไงก็เลือก ดีใจที่กลับมา” 
“คุณอภิสิทธิ์  คุณเป็นนายกในดวงใจฉัน ขอให้ได้เป็นอีกสมัยสำเร็จ” โดยมีจังหวะ 1 นายอภิสิทธิ์ได้ก้มลงไปกอด แม่ค้าที่ได้ขายของอยู่ที่พื้น

ขณะเดียวยังมีประชาชนบอกกับ​ นายสัตวแพทย์อนันต์​ ฤกษ์ดี​ พ่อของผู้สมัคร​ และอดีตผู้สมัครสส.กทม.​เขตลาดกระบัง อีกว่า​” ของจริงๆ​ ทั้งคนทั้งพรรคเที่ยวนี้​ ท่านต้องกลับมา​ ประชาธิปัตย์ต้องกลับมา​ยิ่งใหญ่ให้ได้ในกรุงเทพฯเรานี่​ ตัวจริงอยู่แล้ว​ ทั้งบ้าน​ไม่ต้องห่วง”

นายอภิสิทธิ์​ ยังถึงการหาเสียงกับชาวกรุงเทพฯและทั่วประเทศในช่วงโค้งสุด ว่า  ตอนนี้ทุกพรรคเร่งหาเสียงและเน้นย้ำในจุดแข็งของแต่ละพรรค แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์อยากจะสื่อสารไปยังพี่น้องทุกคนคือ เรามองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญในแง่ของเรื่องโอกาสให้เราหลุดพ้นจากหลายอย่างที่เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับประเทศในขณะนี้แทนทั้งในแง่วิกฤตคอรัปชั่น เศรษฐกิจติดหล่มเป็นเวลานาน สังคมยังมีความแตกแยก ถ้าเราไม่ระมัดระวังมองเลือกตั้งเป็นการแข่งขันกันอีกครั้ง อีก 4 ปี สถานการณ์อาจจะยิ่งหนักกว่านี้

“ สิ่งที่อยากสื่อสารก็คือประชาธิปัตย์พร้อมแล้วที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากสิ่งเหล่านี้เป็นทางรอดที่ปลอดภัยด้วยความพร้อมเรื่องนโยบายบุคลากรและจุดยืนทางการเมือง ” นายอภิสิทธิ์กล่าว 

เมื่อถามว่าในระยะ 4 เดือนที่ผ่านมาทำได้ขนาดนี้ถือว่าพร้อมแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องทำต่อไปเรื่อย ๆ งานหลักยังรออยู่ข้างหน้าและหลังเลือกตั้ง แต่ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนให้การทำงานของผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคมาถึงจุดนี้ ทุกคนก็ยอมรับว่าเรามาไกลพอสมควรเทียบกับสถานการณ์เมื่อ 4 เดือนที่แล้วกับเงื่อนไขทางการเมืองที่ทำให้เรามีเวลาน้อยมาก 

ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยปราศรัยพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์เรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วคนสงขลา คนหาดใหญ่ ต้องเป็นคนให้คำตอบเพียงแต่เราอยากจะเห็นการหาเสียงที่แข่งขันกันในเรื่องนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา

“  น่าเสียดายว่าหลายครั้งรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงไปทุกครั้งพยายามด้อยค่าการทำงานของพรรคการเมืองอื่น สิ่งที่เราก็ตกใจคือบนเวทีปราศรัยวันก่อนของพรรคประชาชนก็ดูเหมือนว่าจะทำให้เกิดการแบ่งแยกกระทั่งเรื่องคนหาดใหญ่ คนระโนด ซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้น ” 

เมื่อถามว่าในการปราศรัยใหญ่ที่จะถึงจะสื่อสารกับคนทั้งประเทศอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราทำงานจนนาทีสุดท้าย ย้ำอีกครั้งว่าวันนี้เราเสนอทางเลือกทางรอดที่สำคัญสำหรับวิกฤตต่าง ๆ ถ้าเรามีโอกาสเข้าไปร่วมรัฐบาลได้เราจะเป็นผู้คุมเกมให้ประชาชนได้ มั่นใจในเรื่องการที่ต้องมีรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริตปราบทุนเทา สร้างบ้านเมืองสุจริตต้องมีแผนที่ชัดเจน ที่จะทำให้เศรษฐกิจกลับมาโตเหมือนกับที่เราเคยโตในอดีตได้อย่างไร ต้องมาช่วยกันทำให้ประเด็นความละเอียดอ่อนความขัดแย้งในสังคมการเมืองค่อย ๆ หมดไปด้วยการหาทางออกร่วมกัน

เมื่อถามว่ามั่นใจในตัวเลขสส.ที่จะได้ว่าจะทำให้ถูกจีบเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่อยากคาดเดาตัวเลขแต่ขอจากประชาชนว่าถ้าเติมกำลังให้กับพรรคประชาธิปัตย์มาก ๆ เราทำหน้าที่นี้ได้แน่นอน 

ส่วนการประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรคไหนและจะคุมเกมรัฐบาล จะทำให้ไม่ถูกเทียบเชิญหรือไม่  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าประชาชนเลือกเราเยอะเขาก็หนีไม่ออก

กรณ์ ชี้ภาพ จูรี-ชวน สัญลักษณ์ลูกชาวบ้าน ส่งผ่านจิตวิญญาณการเมืองสุจริต

กรณ์ ชี้ภาพ จูรี-ชวน สัญลักษณ์ลูกชาวบ้าน ส่งผ่านจิตวิญญาณการเมืองสุจริต

กรณ์ ชี้ภาพ จูรี-ชวน สัญลักษณ์ลูกชาวบ้าน ส่งผ่านจิตวิญญาณการเมืองสุจริต

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.08 น.

ฟ้าคืนใต้สะเทือน! “กรณ์”ชี้ภาพ”จูรี-ชวน”สัญลักษณ์ลูกชาวบ้าน ส่งผ่านจิตวิญญาณการเมืองสุจริต หาดใหญ่ตอบรับ ปชป.ล้น

5 กุมภาพันธ์ 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยถึงกระแสตอบรับจากประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ และ จ.สงขลา ว่า เป็นไปในทิศทางที่ดีมากเกินคาด สร้างความตื้นตันใจให้กับทีมงาน พร้อมขอบคุณพี่น้องประชาชนทั้ง จ.สงขลา ภาคใต้ และทั่วประเทศ ที่ให้การต้อนรับและสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อย่างอบอุ่น

นายกรณ์ กล่าวว่า วันนี้คนหาดใหญ่และคนใต้กำลังมองหาความหวังใหม่ทางการเมือง ความหวังที่ยืนอยู่บนความสุจริต ความจริงใจ และความเข้าใจปัญหาประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเมืองสีเทาหรือสีดำเหมือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมทั้งด้านนโยบายและทีมงาน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่พรรคมีแผนแก้ไขตามหลักวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจของภาคใต้

ด้าน นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 เขต 2 จ.สงขลา กล่าวว่า ตลอดการลงพื้นที่ตนไม่เคยประเมินความมั่นใจออกมาเป็นตัวเลขคะแนน เพราะกระแสที่ได้รับเป็น “คะแนนเงียบ คะแนนธรรมชาติ” ไม่ใช่คะแนนจัดตั้ง จึงไม่สามารถคำนวณได้ สิ่งที่มีคือกำลังใจจากชาวบ้านที่ตอบรับอย่างอบอุ่นมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนการจับสลากหมายเลขผู้สมัคร และยิ่งเดินพบปะประชาชนมากเท่าไร กำลังใจก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

นายจูรี กล่าวว่า บรรยากาศลักษณะนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในหาดใหญ่ แต่เกิดขึ้นเกือบทั่วภาคใต้ ซึ่งสะท้อนกระแส “ฟ้าคืนใต้” อย่างชัดเจน เนื่องจากในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา การเมืองภาคใต้ถูกมองว่าผูกโยงกับปัญหาทุจริตและอิทธิพลสีเทา ทำให้คนใต้จำนวนมากหวนคิดถึงประชาธิปัตย์ในอดีต ยุคที่เคยเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน และยึดมั่นการเมืองสีขาว โดยมีผู้นำอย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นสัญลักษณ์ของความสุจริตในความทรงจำของประชาชน

นายกรณ์ กล่าวเสริมว่า ภาพที่สร้างความประทับใจต่อคนใต้และคนไทยทั่วประเทศอย่างมาก คือภาพที่จูรีถ่ายคู่กับ นายชวน หลีกภัย ซึ่งสะท้อนความหมายทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง ท่านชวนคือ “ลูกชาวบ้านที่ได้ดี” เติบโตด้วยความสุจริตจนเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่จูรีคือ “ลูกชาวบ้านที่ปากกัดตีนถีบ” สร้างตัวเองขึ้นมาด้วยความมานะและความซื่อสัตย์

“ภาพนี้ทำให้ชาวบ้านรู้สึกว่า นี่คือคนที่เขาเข้าถึงได้ และสามารถเป็นตัวแทนของเขาได้จริง ผมมองว่ามันมีผลอย่างมากต่อการฟื้นฟูศรัทธาที่ชาวใต้มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนที่เคยศรัทธาในท่านชวนในอดีต” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ ย้ำว่า ในระดับประชาชนทั่วไป คนที่สื่อสารตรงไปตรงมา อยู่เคียงข้างในยามยาก และพูดภาษาเดียวกับชาวบ้าน คือจูรี ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการปลุกศรัทธา และทำให้กระแสฟ้าคืนใต้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ช่วงท้าย นายจูรีฝากถึงพี่น้องชาวหาดใหญ่ และชาวสงขลา ขอแรงสนับสนุนให้ “ลูกชาวบ้านตัวจริง” ได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นผู้แทนและปากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมขอให้กาเบอร์ 1 ขณะที่ นายกรณ์ กล่าวเสริมว่า “อย่าลืมกาเบอร์ 27 ด้วยครับ”

– 006