ครม.สั่งปรับลดค่าการกลั่น-ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ขรก.WFH จ่อจำกัดเวลาเปิดปิดปั๊ม

ครม.สั่งปรับลดค่าการกลั่น-ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ขรก.WFH จ่อจำกัดเวลาเปิดปิดปั๊ม

ครม.สั่งปรับลดค่าการกลั่น-ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ขรก.WFH จ่อจำกัดเวลาเปิดปิดปั๊ม

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 22.47 น.

“ปกรณ์​” เผยครม.นัดพิเศษ​ มอบ​ ก.พลังงาน ศึกษาปรับลดค่าการกลั่น​ -​ ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน​  ไฟเขียว​ ข้าราชการทำงานนอกสถานที่​ พร้อมเริ่มมาตรการเปิด​ -​ปิดปั๊มน้ำมันหลังสงกรานต์​

เมื่อเวลา 22.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย​ กล่าวถึง การประชุมครม. นัดพิเศษในวันนี้ ได้มีการพิจารณาปรับลดค่าการกลั่นและลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันหรือไม่ว่า ต้องให้ทางคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง​ หรือ คตร​. ที่มีนายเอกนิ​ติ​ นิติ​ทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รมว.คลัง เห็นชอบ​ ก่อนมอบให้ กระทรวงการคลังไปเป็นผู้ศึกษา

ส่วนการใช้พ.ร.ก.แก้ไขป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง​พ.ศ 2516  ที่นายกฯระบุว่า​ จะใช้บางส่วนนั้น​ นายปกรณ์​ กล่าวว่า​ น่าจะมีการออกเรื่องให้ work from Anywhere หรือ​ ทำงานนอกสถานที่ของข้าราชการ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที​ นอกจากนี้ยังจะมีการกำหนดมาตรการเปิด​ปิดสถานีบริการน้ำมันตามเวลาที่กำหนด​ ให้จำหน่ายเป็นช่วงเวลา​ ส่วนรายละเอียด​น่าจะเริ่มได้ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

นายกฯอนุทินให้คำมั่น พาประเทศพ้นวิกฤตพลังงาน เดินหน้าคนละครึ่ง-สินเชื่อเกษตรกร

นายกฯอนุทินให้คำมั่น พาประเทศพ้นวิกฤตพลังงาน เดินหน้าคนละครึ่ง-สินเชื่อเกษตรกร

นายกฯอนุทินให้คำมั่น พาประเทศพ้นวิกฤตพลังงาน เดินหน้าคนละครึ่ง-สินเชื่อเกษตรกร

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 22.28 น.

นายกฯ นำครม.หนู 2 ให้คำมั่น พาปท.พ้นวิกฤตพลังงาน ลั่นปชช.ต้องเดือดร้อนน้อยที่สุด รับสถานการณ์ยังรุนแรงต่อเนื่อง จ่อปรับลดงบประมาณภาครัฐ – รื้อโครงสร้างพลังงาน พร้อมเดินหน้าโครงการคนละครึ่ง – สินเชื่อเกษตรกร เล็งใช้พ.ร.ก.ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน สางปัญหาพลังงาน

จากนั้นเวลา 21.54 น. วันที่ 6 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยครม.ชุดใหม่ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นัดพิเศษ ซึ่งใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง โดยนายกฯ แถลงว่า วันนี้เรามีการประชุมครม. นัดแรกภายหลังจากที่นำครม. เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งนับว่าตั้งแต่วินาทีนั้นครม. ชุดนี้ก็มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินโดยสมบูรณ์ ซึ่งวันนี้รัฐบาลตั้งใจที่จะดำเนินการบรรเทาภาระและความเดือดร้อนของประชาชนอันเนื่องมาจากเหตุการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าชธรรมชาติ ทำให้ปุ๋ย เม็ดพลาสติกในตลาดโลกปรับราคาเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็วส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งต้องนำเข้าพลังงานจากแหล่งตะวันออกกลาง แต่สถานการณ์ความขัดแย้งยังทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ในอนาคตเหตุการณ์อาจจะยุติลง แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตน้ำมันและก๊าชธรรมชาติในภูมิภาคนี้ก็ยังคงใช้เวลาในการฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติ ดังนั้นราคาของพลังงานและการขาดแคลนปิโตรเคมีก็จะยังคงดำรงอยู่อีกระยะหนึ่ง 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ประการสำคัญที่รัฐบาลต้องนำเรียนกับประชาชนตามตรงแม้รัฐบาลจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา ซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ แต่ปริมาณของน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้มีความยากลำบากมากขึ้นในการหาน้ำมันและก๊าซจากแหล่งอื่น รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ต่อประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและพร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป

“ผมและครม.ชุดใหม่ทุกคนขอยืนยันว่าจะทำงานอย่างหนัก เพื่อแก้ปัญหาและหาทางช่วยเหลือและรักษาประโยชน์ของประชาชนทุกภาคส่วน ให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ไปได้ด้วยกันให้ได้ ขอให้ประชาชนให้ความมั่นใจต่อรัฐบาลชุดนี้ว่าพวกเราจะยืนอยู่เคียงข้างประชาชนและทำงานเพื่อพวกท่าน เพราะเรามาจากพวกท่าน รัฐบาลจะปรับลดงบประมาณในส่วนของภาครัฐเพื่อนำงบประมาณมาใช้ช่วยเหลือในการลดผลกระทบให้กับประชาชนเป็นลำดับแรก และจะปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด รวมถึงจัดให้มีมาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เช่นโครงการคนละครึ่งพลัส โครงการไทยช่วยไทย การจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทุกกลุ่ม และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีซึ่งจะได้ศึกษาในรายละเอียด ต่อไปและจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ภายหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าผ่านพ้นไปด้วยดีภายในสัปดาห์นี้”นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า เรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่ส่งผลกระทบที่ส่งผลกระทบระดับโลกเรายอมรับความจริงเรายอมรับความจริงและจะปรับเปลี่ยนปรับเปลี่ยน เพื่อให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคี ความร่วมมือของคนในชาติเป็นต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้ ตนเชื่อว่าประชาชนชาวไทยทุกคนจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลและเราจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกันและอยู่กับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้ได้อย่างมั่นคง ทั้งนึ้ ในการประชุมครม.ตนได้แจ้งให้ครม.ได้รับทราบถึงสถานการณ์ในปัจจุบันเรื่องที่สืบเนื่องจากการบริหารราชการแผ่นดินจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งรัฐบาลชุดนี้จะต้องดำเนินการสนับสนุนต่อไปเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและเป็นประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชน ช่วงนี้น้ำมันและผลิตภัณฑ์อาจจะมีราคาแพงและขาดแคลนไปบ้าง ซึ่งรัฐบาลจะพยายามทำให้ส่งผลกับประชาชนน้อยที่สุดและเราขอย้ำว่ามีมาตรการช่วยเหลือลดความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งรัฐมนตรีที่จะรับผิดชอบจะได้แถลงให้กับประชาชนได้รับทราบในเวลาไม่นานจากนี้ นอกจากนี้ตนขอความร่วมมือครม. ให้ปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่สุดกำลังความสามารถในการที่จะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆของรัฐบาลเต็มไปด้วยประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

เมื่อถามว่า วันนี้ในที่ประชุมครม.ไม่มีมติเรื่อลดค่าโรงกลั่นและภาษีสรรพสามิตใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ซึ่งอย่างที่เรียนทุกอย่างจะเป็นรูปธรรมและได้รับการปฏิบัติโดยเร็วเมื่อรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาคาดว่าใน 2-3 วันนี้

เมื่อถามต่อว่ามีการใช้อำนาจตามพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง  พ.ศ.2516 หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนที่จำเป็นต้องใช้อำนาจของนายกฯตามพ.ร.ก.ปี 2516 อาจมีบางส่วน ซึ่งตนยืนยันว่าทางกระทรวงพลังงาน หรือรมว.คลังได้แจ้งถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ดังกล่าว ตนให้คำยืนยันว่าตนพร้อมที่จะรับผิดชอบและจะดำเนินการในอำนาจตามขอบเขตที่ตนมี ถ้าเป็นประโยชน์และเป็นการลดความเดือดร้อนของประชาชน

ครม. ไฟเขียวนโยบาย ‘อนุทิน 2’ ชู 5 เสาหลักขับเคลื่อนไทย

ครม. ไฟเขียวนโยบาย 'อนุทิน 2' ชู 5 เสาหลักขับเคลื่อนไทย

ครม. ไฟเขียวนโยบาย ‘อนุทิน 2’ ชู 5 เสาหลักขับเคลื่อนไทย

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.55 น.

ครม. เห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาล”อนุทิน 2″ ชี้ใช้ 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

6 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 21.45 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าวันนี้ (6 เมษายน 2569) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) มีมติเห็นชอบคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี โดยนโยบายหลักประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ 2. ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 3. ด้านสังคม 4. ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และ 5. ด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย 

นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้การผลิตและขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเกิดความชะงักงัน ปริมาณลดลงสวนทางกับความต้องการ ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเผชิญ ความท้าทายด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ และด้านความมั่นคงด้วย

โดยการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลในวาระนี้ จะต่อยอดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควบคู่กับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พร้อมปรับรูปแบบการบริหารภาครัฐเป็น “ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster)” โดยจะรวมพลังภาคเอกชนและประชาชน ปรับบทบาทภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน รวมทั้งเร่งรัดต่อยอดการพัฒนาระบบดิจิทัลของภาครัฐ โดยกลไกการบริหารราชการในรูปแบบ “Cluster” แบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มยุทธศาสตร์ ได้แก่

1. ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต 

2. ด้านการผลิต การค้าและบริการ 

3. ด้านโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

4. ด้านสังคมและสวัสดิการ และ 

5. ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง 

 “ รัฐบาลพร้อมที่จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป โดยภายหลังการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีดังกล่าวแล้ว จะมีการจัดทำคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ และประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารได้ผ่านทาง http://www.thaigov.go.th” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเชิญชวนติดตามการแถลงนโยบายของรัฐบาล

ครม.นัดพิเศษ เคาะ 3 กุนซือ ‘วันนอร์-เพิ่มพูน-อรรถพล’ ตั้ง ‘รัชดา’ โฆษกรัฐบาลอนุทิน 2

ครม.นัดพิเศษ เคาะ 3 กุนซือ 'วันนอร์-เพิ่มพูน-อรรถพล' ตั้ง 'รัชดา' โฆษกรัฐบาลอนุทิน 2

ครม.นัดพิเศษ เคาะ 3 กุนซือ ‘วันนอร์-เพิ่มพูน-อรรถพล’ ตั้ง ‘รัชดา’ โฆษกรัฐบาลอนุทิน 2

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.48 น.

ครม.นัดพิเศษ ไฟเขียว! ตั้ง 3 กุนซือนายกฯ “วันนอร์-เพิ่มพูน-อรรถพล” พร้อมตั้ง”รัชดา”โฆษกรัฐบาล “อนุทิน” 2 

6 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 21.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (6 เมษายน 2569) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอจำนวน 4 ตำแหน่ง ได้แก่

1. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 

2. พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

3. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

4. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

อนุทิน เปิดหัว ครม.นัดพิเศษ สั่งลุยงานวันแรก ย้ำทำเพื่อประชาชน

อนุทิน เปิดหัว ครม.นัดพิเศษ สั่งลุยงานวันแรก ย้ำทำเพื่อประชาชน

อนุทิน เปิดหัว ครม.นัดพิเศษ สั่งลุยงานวันแรก ย้ำทำเพื่อประชาชน

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.15 น.

“อนุทิน” เปิดหัวประชุม ครม.นัดพิเศษ ขอ รมต.เข้ากระทรวงทำงานทำทันที บอกตัวเองก็ไม่ได้ดูฤกษ์ หากตัวเองอยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ เข้ม รมต.ร่วมประชุม ครม.ทุกวันอังคาร ถ้ามาไม่ได้ เท่ากับทำงานให้ ปชช.ไม่ได้ ย้ำ ครม.เป็นหนึ่งเดียว ไม่มีแบ่งพรรค 

6 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 19.48 น.ที่สันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ 

โดยก่อนเริ่มการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับครม.ชุดใหม่ โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที ว่า ก่อนที่จะเริ่มประชุมตามวาระขอแสดงความยินดีกับ ครม.ทุกคนที่ได้มาทำงานร่วมกัน เป็นองค์ประกอบของครม.ในชุดนี้ ทุกคนเพิ่งได้รับพระราชทานพระราชดำรัสจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหลังจากที่ได้ไปเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งการถวายสัตย์นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นแสดงว่า ครม.ชุดนี้มีความพร้อมที่จะปฏิบัติราชการแผ่นดินต่อไป 

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เมื่อสักครู่นี้คำถวายสัตย์ปฏิญาณที่เราทุกคนได้กล่าวต่อหน้าพระพักต์พระประมุขแห่งชาติก็ขอให้เป็นแนวทางในการทำงานในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนทุกคน ครม.ชุดนี้ถือเป็นรัฐมนตรีที่ต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่วันแรกไม่มีเวลาฮันนีมูนหรือผ่านการทดลองงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราเข้ามารับภาระหน้าที่ในช่วงที่โลกทั้งโลกมีวิกฤติจากความขัดแย้งของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง  ซึ่งประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่า ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลของ ครม.ทุกคนในรัฐบาลชุดนี้เราต้องแก้ไขปัญหา และลดความเดือดร้อนและทำให้ประเทศของเราได้พัฒนาต่อไปและก้าวหน้าต่อไปโดยการทำงานของพวกเราทุกคนให้ยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมายร่วมกัน 

นายกฯ กล่าวว่า ครม.ชุดนี้ส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้วและหลายคนมีความอาวุโสเป็นที่เคารพของเราทุกคน และหลายคนก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังวังชาสติปัญญาที่พร้อมจะทำงานรับใช้บ้านเมืองก็ขอให้ใช้จุดแข็งต่างๆ ที่เรามีอยู่ในการที่จะทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด 

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ขอให้ถือว่าครม.นี้คือรัฐมนตรีที่เป็นชุดเดียวกันไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลถือเป็นคณะรัฐมนตรีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็น ครม.ของประชาชนคนไทย ดังนั้นการทำงานทั้งหลายพร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะ นโยบายและการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีทุกคน เราจะไม่มีพิธีรีตองใดมากมายขอให้ทุกคนได้ทำงานด้วยความรักความสามัคคีและความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซึ่งจากสถานการณ์ของประเทศไทยตอนนี้ความเป็นหนึ่งเดียวของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้จะทำให้ประเทศเราฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปได้ ในการประชุม ครม.ทุกครั้ง จะเริ่มประชุมคณะรัฐมนตรีในเวลา 10.00 น. ที่ตึกบัญชาการ ชั้น 5 หาก ครม.คนใด มีความต้องการที่จะหารือในระหว่างการประชุมกับนายกรัฐมนตรีเรื่องการแก้ไขปัญหาก็พร้อมที่จะพบกับทุกคน และพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เจตนารมย์บรรลุผลสำเร็จทุกประการ ขอให้คณะรัฐมนตรีทุกคนให้ความสำคัญกับการประชุม ครม.ถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการเป็นคณะรัฐบาลของเรา ตั้งแต่ตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงรัฐรัฐบาลหนู 1 จะเห็นได้ว่าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะประกาศผู้ที่ลาประชุมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการประชุม ครม.ที่ครบองค์จะเกิดขึ้นเพียงแค่วันแรกจึงขอความร่วมมือกับทุกคนว่าหากเรามาประชุม ครม.ไม่ได้ก็แสดงว่าทำงานให้กับประชาชนไม่ได้ 

นายกฯ กล่าวต่อว่า วันนี้ถือเป็นการประชุม ครม.นัดพิเศษ โดยจะร่วมกันพิจารณาร่างแถลงนโยบายของรัฐบาล ก่อนจะประสานไปยังประธานรัฐสภา ซึ่งเมื่อสักครู่ตนได้มีโอกาสพบกับประธานรัฐสภา ที่อุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งประธานรัฐสภาได้แจ้งย้ำมาว่าถ้าวันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในร่างคำแถลงนโยบายแล้ว ให้ทางเลขา ครม.ส่งเรื่องที่จะนัดประชุมรัฐสภา ไปที่สำนักงานของประธานรัฐสภาโดยทันที ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ (7เม.ย.69) เพื่อกำหนดวันแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา รวมถึงยังตกลงเรื่องแนวปฏิบัติต่างๆเกี่ยวกับการประชุมคณะรัฐมนตรีและการแต่งตั้งคณะข้าราชการการเมืองที่สำคัญ

นอกจากนี้จากสถานการณ์ด้านพลังงานในปัจจุบันการช่วยประหยัดพลังงานถือเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันโดยเฉพาะภาครัฐที่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชน จึงได้มีข้อสั่งการก่อนหน้านี้ให้ถือปฏิบัติต่อไปว่าให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตามมติของ ครม.ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา แม้จะเปลี่ยนรัฐบาลแต่มติก็ยังมีผลอยู่ การปฎิบัติงานที่บ้าน (WFH) และ Work from Anywhere ทำงานที่ไหนก็ได้ เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายังไม่มีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยกรณีที่หน่วยงานที่ยังไม่มีความพร้อมในระบบไอที มอบหมายให้กระทรวงดีอี สำนักงานรัฐบาลดิจิทัล (DGA) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้เป็นหน่วยงานสนับสนุนให้เกิดผล ส่วนเหตุผลที่มอบให้สำนักงานกฤษฎีการ่วมด้วยนั้นเนื่องจากสำนักงานกฤษฎีกาได้ทำสำเร็จมาหลายปีแล้ว ในเรื่องของ WFH ช่วยคำแนะนำกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ และขอให้สำนักงบประมาณช่วยสนับสนุนงบประมาณ และให้รัฐมนตรีทุกคนช่วยกันกำกับดูแลนโยบาย WFH ได้มีผลเป็นรูปธรรม เพื่อประหยัดพลังงานและเป็นตัวอย่างที่ดีกับประชาชนต่อไป ขณะเดียวกันขอให้สำนักงานปลัดสำนักงานนายกรัฐมนตรี (สปน.) ปรับปรุงระเบียบ ว่าด้วยรถราชการที่อยู่ในความดูแลของ สปน.ให้ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ปัจจุบันและอนาคตด้วย ไม่มีทางเลือกสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและไฮโดรเจนด้วย รวมถึงให้มีองค์ความรู้เพิ่มเติมโดยฝาก ให้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม ดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

ขณะที่เรื่องยาขอฝากนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมสำหรับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ หากมีปัญหาเรื่องการขนส่งยาหรือขาดแคลนยา ขอให้เตรียมความพร้อมไว้ ขอให้รัฐมนตรีเร่งแก้กฎระเบียบสำหรับยาที่ผลิตในประเทศแต่ยังไม่ได้นำออกมาใช้ ขอเร่งใช้ให้มากที่สุด

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ตนได้ใช้อำนาจในพระราชกำหนดขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีรวม 6 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รายงานให้กับที่ประชุมได้รับทราบ 

นอกจากนี้ได้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ชี้แจงถึง ข้อปฏิบัติของรัฐมนตรี รับทราบเนื่องจากบางคนยังไม่เข้าใจว่ายังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกว่าจะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันพรุ่งนี้ (7เม.ย.69) ขอให้คณะรัฐมนตรีเข้ากระทรวงปฏิบัติหน้าที่ปกติ เพราะวันนี้เราได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาทมาแล้ว ไม่มีพรใดหรือสิ่งใดเป็นมงคลกับพวกเรามากกว่านี้อีกแล้ว จึงอยากให้รัฐมนตรีเร่งทำงานอย่างเต็มที่และทำงานอย่างหนัก ส่วนพิธีทางศาสนาสามารถทำได้แต่ฤกษ์ที่ดีที่สุดคือฤกษ์สะดวก เพราะตนก็ไม่ได้ดูฤกษ์ หากตนอยู่ไม่ได้ก็ไม่มีใครอยู่ได้ ขอให้ทุกคนเข้ากระทรวงและทำงานกันอย่างเต็มที่ขับเคลื่อนทุกอย่างได้เลย

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ ปัญหาน้ำมันแพง เป็นภัยความมั่นคงเศรษฐกิจ จำเป็นเร่งด่วน แม้ ครม. ยังไม่แถลงนโยบาย

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ ปัญหาน้ำมันแพง เป็นภัยความมั่นคงเศรษฐกิจ จำเป็นเร่งด่วน แม้ ครม. ยังไม่แถลงนโยบาย

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ ปัญหาน้ำมันแพง เป็นภัยความมั่นคงเศรษฐกิจ จำเป็นเร่งด่วน แม้ ครม. ยังไม่แถลงนโยบาย

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.00 น.

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ ปัญหา “น้ำมันแพง” เป็นภัยความมั่นคงเศรษฐกิจของประเทศ เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นเร่งด่วน  แม้ ครม. ยังไม่แถลงนโยบาย ควรแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน

วันที่ 6 เมษายน 2569 สืบเนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้นำ ครม.เข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์เพื่อถวาย์สัตย์ฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 วรรคหนึ่ง ก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่นั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชนชื่อดัง ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระมหากษัตริย์ก่อนเข้ารับหน้าที่ เป็นไปตามกลไกรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 วรรคหนึ่ง เป็นเงื่อนไขในการบังคับก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี

แต่คณะรัฐมนตรีจะมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินหรือ มีเงื่อนไขบังคับก่อน โดยคณะรัฐมนตรีจะต้องแถลงต้อง “แถลงนโยบาย” ต่อรัฐสภา จึงจะมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินได้  เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรคหนึ่ง

ภาษาชาวบ้าน คือ ถวายสัตย์ฯยังไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญกำหนดให้ ครม.แถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน เป็นเงื่อนไขบังคับก่อน ทำให้ประชาชนรับรู้ว่า รัฐบาลอนุทิน 2 นโยบายด้านใดบ้าง ทั้งการให้แถลงนโยบายจะต้องเป็นไปตามหลักคุ้มค่า ที่มาของงบประมาณและไม่ขัดต่อยุทธศาสตร์ชาติ โดยการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ห้ามมิให้ฝ่ายค้านลงมติไม่ไว้วางใจ

กลไกรัฐธรรมนูญ ก่อนแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี มีหลัก ย่อมมีข้อยกเว้น “ก่อนแถลงนโยบายต่อรัฐสภา” หากมีกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรคสอง

คำว่า “สำคัญและจำเป็นเร่งด่วน” หมายความว่า ปัญหานั้น ต้องสำคัญระดับประเทศในเชิงมหภาคและจำเป็นเร่งด่วน ไม่อาจรอได้ หากเนินช้าจะทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย เช่น กระทบต่อความปลอดภัยของประเทศ กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นต้น

ปัญหาด้านพลังงาน “น้ำมันเชื้อเพลิง” เป็นปัญหาในเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ เพราะภาคอุตสาหกรรมก็ดี ภาคประชาชนก็ดี จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการเติมรถยนต์ รถบรรทุก ที่ใช้ในการขนส่ง บรรทุกและใช้สัญจรไปมา โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลก็ดี  เบนซิล ก็ดี เป็นความจำเป็นแก่รถยนต์ที่ประชาชนที่ต้องใช้ประจำวัน การปรับราคาน้ำมันให้ราคาสูงเพิ่มขึ้น โดย คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ไม่อาจควบคุมได้ ปล่อยไห้น้ำมันลอยตัว   

พูดภาษาชาวบ้าน คือ ราคาน้ำมันแพง” ทำให้มีผลกระทบต่อการดำรงชีพของพี่น้องประชาชนและภาคอุตสาหกรรมของประเทศเป็นวงกว้าง  กระทบต่อความมั่นคงเศรษฐกิจ กระทบต่อเศรษฐกิจโดยภาพรวมของประเทศ ส่งผลทำให้ประชาชนอุปโภคและบริโภคสินค้าทุกประเภทที่มีราคาสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ทำให้ประชาชนได้รับเดือดร้อนกันถ้วนหน้า แม้อ้างว่าตัวแปรเกิดจากภาวะภัยสงครามและเศรษฐกิจโลก

ภาวะน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาเพิ่ม  อยู่ในภาวะรัฐสามารถใช้กลไกในการบริหารราชการแผ่นดินกำกับควบคุมได้ และปัญหาพลังงานเชื้อเพลิง เป็นภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นกรณีสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนของประเทศ ซึ่งหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อภาวะเศรษกิจของประเทศ อันเป็นประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 162 วรรคสอง เปิดช่องให้ ครม.ที่เข้ารับหน้าที่ จะดำเนินการไปพลางก่อนเพียงเท่าที่จำเป็นก็ได้

พูดภาษาชาวบ้าน คือ ปัญหาพลังงาน “ราคาน้ำมัน” เชื้อเพลิงพุ่งเกินกว่า 50 บาท กระทบต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม รวมถึงผู้ใช้รถส่วนบุคคลและรถสาธารณะ ได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า กระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ที่รัฐบาลต้องเร่งรีบในการแก้ปัญหาโดยด่วน  อาทิ ในการตรา พรก.ในการอุ้มราคาน้ำมันและกำกับควบคุมราคาน้ำมัน หรือหาพลังงานหรือสินค้าหรือบริการทดแทนเพิ่มเติม

แม้ ครม.อนุทิน 2 กำหนดแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 9 – 10 เมษายน 2569 ภายในสัปดาห์นี้ หากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรัฐมนตรี หากเห็นว่า  หากปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวจะเพิ่มขึ้น หากปล่อยเนิ่นช้าไปจะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ อันเป็นประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน ไม่จำต้องรอให้แถลงนโยบายก่อนถึงจะแก้ปัญหา เพราะยิ่งปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวเพิ่มขึ้น อาจมีผลกระทบทางอ้อมในแง่การเมือง ต่อความสั่นคลอนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี แม้จะเพิ่งเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินก็ตาม

‘อนุทิน-พิพัฒน์-ยศชนัน’ นั่งรถไฟฟ้านายกฯ เข้าทำเนียบ ประชุมครม.นัดพิเศษ

'อนุทิน-พิพัฒน์-ยศชนัน' นั่งรถไฟฟ้านายกฯ เข้าทำเนียบ ประชุมครม.นัดพิเศษ

‘อนุทิน-พิพัฒน์-ยศชนัน’ นั่งรถไฟฟ้านายกฯ เข้าทำเนียบ ประชุมครม.นัดพิเศษ

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.25 น.

อนุทิน-พิพัฒน์-ยศชนัน’ นั่งรถไฟฟ้านายกฯ เข้าทำเนียบ ประชุมครม.นัดพิเศษ

เมื่อเวลา 19.08 น.วันที่ 6 เม.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบด้วยรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว. การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นั่งรถมาคันเดียวกัน โดยเมื่อลงรถนายยศชนัน กล่าวเพียงสั้นๆว่า ”ไปรถตู้กลับรถเก๋ง“

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งอะไรกับ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่บ้างนายกฯตอบเพียงสั้นๆว่า “ขอให้ดูข่าวพระราชสำนักจะละเอียดกว่า” 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นครม.ได้ทยอย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อประชุมครม. นัดพิเศษ

เปิดภาพ ครม.อนุทิน 2 ถ่ายภาพหมู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า

เปิดภาพ ครม.อนุทิน 2 ถ่ายภาพหมู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า

เปิดภาพ ครม.อนุทิน 2 ถ่ายภาพหมู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.14 น.

6 เมษายน 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทั้ง 35 คน สวมเครื่องแบบปกติขาว ร่วมถ่ายภาพหมู่บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก วันจักรี

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก วันจักรี

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก วันจักรี

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.10 น.

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พ.ศ.2569 

6 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 16.00 น. ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ ปฐมบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2569 โดยเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางถึง ได้ถวายความเคารพ ก่อนวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะปฐมบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จำนวน 2 พาน ในนาม “นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี” เป็นอันเสร็จพิธี โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หัวหน้าผลัดเวรเฝ้าฯ ผลัดที่ 6 ร่วมพิธี

เอกนิติ ชง ครม.นัดพิเศษ งัด ม.162 แก้น้ำมันแพง ไม่ต้องรอแถลงนโยบาย

เอกนิติ ชง ครม.นัดพิเศษ งัด ม.162 แก้น้ำมันแพง ไม่ต้องรอแถลงนโยบาย

เอกนิติ ชง ครม.นัดพิเศษ งัด ม.162 แก้น้ำมันแพง ไม่ต้องรอแถลงนโยบาย

วันจันทร์ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.42 น.

เอกนิติ ชง ครม.นัดพิเศษ งัดอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ลุยแก้ปัญหาเร่งด่วนช่วยประชาชนโดยไม่ต้องรอแถลงนโยบาย รื้อค่าการกลั่น ซัดตัวเลข 14-17 บาท เป็นเพียงตัวเลขทิพย์ ไม่สะท้อนความเป็นจริง ยอมรับโรงกลั่นรับผลประโยชน์ส่วนเกินจริง จาก “วอร์พรีเมียม” เตรียมเจรจาดึงกำไรเดือน มี.ค.มาช่วยประชาชน พร้อมงัด พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 คุมเข้มค่าการกลั่นระยะยาว แย้ม 11 เม.ย. นี้ คลอดมาตรการอุ้มกลุ่มเปราะบาง-ขนส่ง ยัน คนละครึ่งพลัส มาแน่

6 เมษายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เปิดเผย ว่า คตร.ได้ประชุมต่อเนื่อง 3 วันจนถึงคืนวันที่ 5 เม.ย.ไม่ได้เป็นการเรียกโรงกลั่นมาเพื่อต่อรองตัวเลข แต่เป็นการบังคับกางบัญชี ขอข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงและราคาขายจริงมาเพื่อคำนวณหาผลประโยชน์ส่วนเกินด้วยสูตรของรัฐเอง โดยจะนำเสนอข้อสรุปเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมันเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ในคืนนี้(6 เม.ย.)โดยถือเป็นครั้งแรกที่จะอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 ซึ่งเป็นข้อยกเว้นในสถานการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วน ให้สามารถบริหารราชการแผ่นดินและช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน  
 
       สำหรับกระแสข่าวที่ว่าค่าการกลั่นพุ่งสูงถึง 14-17 บาทต่อลิตรนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ต้องเรียนว่าจริงๆ เป็นตัวเลขอ้างอิง คุยกันในที่ประชุม คตร.  เราเรียกกันว่าตัวเลขทิพย์ ที่ใช้อ้างอิงโดยไม่สะท้อนต้นทุนหรือความเป็นจริงในสถานการณ์ปัจจุบันเลย ทาง คตร. จึงเตรียมเสนอให้มีการรายงานตัวเลขที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน 

นายเอกนิติ กล่าวว่าจากการเรียกตรวจสอบบัญชีต้นทุนของโรงกลั่นแต่ละแห่งอย่างละเอียด พบว่า ปัจจุบันเกิดความผิดปกติในโครงสร้างราคาจากภาวะสงคราม ทำให้เกิดค่าพรีเมียมความเสี่ยง (War Premium) น้ำมันกลายเป็นของขาดแคลนที่ใครอยากได้ก็ต้องยอมจ่ายแพง ประกอบกับไทยอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ ซึ่งราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงกว่าน้ำมันดิบมาก  ทำให้ในเดือนมี.ค.จนถึงเม.ย.ที่ผ่านมา โรงกลั่นมีผลประโยชน์ส่วนเกิน เกิดขึ้นจริง เนื่องจากราคาขายพุ่งสูงกว่าต้นทุน ค่าการกลั่นในปัจจุบันจึงต้องบวก War Premium เข้าไป ทำให้สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติในอดีตที่ 2.45 บาทต่อลิตร แต่ก็ไม่ได้สูงลิ่วถึง 14-17 บาทตามที่เป็นข่าวแน่นอน  
 
       นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1.ระยะอดีตเดือน มี.ค. เนื่องจากกฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง รัฐบาลจะใช้วิธีให้กระทรวงพลังงานไปเจรจากับโรงกลั่น เพื่อขอนำผลประโยชน์ส่วนเกินตรงนี้มาช่วยลดภาระประชาชน คล้ายกับโมเดลในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน 2.ระยะอนาคต ตั้งแต่ เม.ย. เป็นต้นไปจะใช้ พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งให้อำนาจนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) สามารถกำหนดราคาและค่าการกลั่นในอนาคตได้เลย ซึ่งนาย

เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงานจะเรียกประชุมวันที่ 7 เม.ย.นี้ โดยจะนำเอาต้นทุนที่แท้จริง ราคาขายจริง และกำไรเฉลี่ยในอดีตมาเป็นมาตรฐานในการคำนวณและกำกับดูแล
 
“จากนี้ไปการประกาศตัวเลขของกระทรวงพลังงาน จะต้องแยกบรรทัดให้เห็นชัดเจน ว่าส่วนใดคือ ค่าการกลั่นปกติและส่วนใดคือ ค่าพรีเมียมความเสี่ยง จะเรียกเหมารวมเป็นค่าการกลั่นอย่างเดียวไม่ได้ เพื่อให้ตัวเลขสะท้อนความเป็นจริงและประชาชนไม่ตกใจ” 
 
       ส่วนเรื่องค่าการกลั่น กระทรวงพลังงานประเมินว่าค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมย้อนหลัง 5 ปี ยังอยู่ที่2.45 บาท และที่ตอนนี้ไม่สามารถกำหนดเพดานราคาค่าการกลั่นตายตัวได้เพราะโครงสร้างต้นทุนของทั้ง 6 โรงกลั่นแตกต่างกันมาก เช่น มีโรงกลั่นแห่งหนึ่งเจอปัญหาน้ำมันนำเข้าติดค้างอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ต้องแบกรับค่าพรีเมียมความเสี่ยงที่สูงกว่าโรงกลั่นอื่นมาก หากรัฐบาลไปกำหนดเพดานกำไรตายตัว โรงกลั่นแห่งนี้จะขาดทุนทันที และอาจแก้ปัญหาด้วยการทิ้งน้ำมันไว้ที่เดิม ไม่ยอมนำเข้ามากลั่น ซึ่งจะสร้างปัญหาใหญ่กว่าคือ ปัญหาน้ำมันขาดแคลน และที่ไม่ใช้ภาษีลาภลอยเพราะกระทรวงการคลังได้ศึกษาแล้วพบว่าเหมาะกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นแล้วขึ้นเลยแบบถาวร เช่น มีถนนตัดผ่านหน้าบ้านทำให้ราคาที่ดินขึ้น แต่ราคาน้ำมันมีความผันผวน มีขึ้นและมีลง การใช้ พ.ร.ก. ปี 2516 จึงเป็นกลไกที่จัดการได้เร็วกว่าและเหมาะสมกับสถานการณ์ฉุกเฉินมากกว่า
 
       นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนว่า จะมีการประชุม ครม. ภายหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้นแล้ว ในวันที่ 11 เม.ย. นี้ จะเน้นไปที่มาตรการแก้ปัญหาผลกระทบจากราคาน้ำมันโดยตรงก่อน โดยพุ่งเป้าเยียวยาไปที่กลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง เกษตรกร และชาวประมง ส่วนโครงการคนละครึ่งพลัส และการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิ่งเหล่านี้มีแน่ และทำแน่แต่จะยังไม่ออกในวันที่ 11 เม.ย. นี้ เพราะต้องแยกส่วนเก็บไว้ใช้เป็นกลไกฟื้นฟูเศรษฐกิจและบรรเทาค่าครองชีพในระยะต่อไป เนื่องจากผลกระทบจากราคาพลังงานจะลุกลามไปถึงต้นทุนราคาสินค้าและภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างแน่นอน