วัน​นอร์ ถก ทูตมาเลเซีย ฟื้นเจรจาสันติสุขปลาย มิ.ย. นี้

วัน​นอร์ ถก ทูตมาเลเซีย ฟื้นเจรจาสันติสุขปลาย มิ.ย. นี้

วัน​นอร์ ถก ทูตมาเลเซีย ฟื้นเจรจาสันติสุขปลาย มิ.ย. นี้

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.08 น.

“วัน​นอร์” ถก “ทูตมาเลเซีย” เผยฟื้นเจรจาสันติสุขปลาย มิ.ย.นี้ หลังหยุดไป 2 ปี มั่นใจคืบหน้า ชี้”มาเลย์” มองหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่มีความหวัง ย้ำ นายกฯ อยากให้สันติสุขเกิดในรัฐบาลนี้ แย้ม รมต.เกษตรฯ มาเลย์ เตรียมบินคุยความร่วมมือก่อนขนเอกชนดีลการค้า

วันนี้ 25 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นาย​ วัน​มูหะมัดนอร์​ มะ​ทา​ ประธาน​ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี​ เปิดเผยผลการหารือกับนายดาตุ๊ก วัน ไซดี วัน อับดุลลอฮ์  เอกอัครราชทูตมาเลเซีย​ ประจำประเทศไทย​ พร้อมคณะ ที่เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อแสดงความยินดีต่อกันหลังจากทั้งสองฝ่ายเข้ารับตำแหน่งใหม่เหมือนกัน โดยมีการพูดคุยถึงความสัมพันธ์อันดีของ 2 ประเทศ ซึ่งขณะนี้นักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย เดินทางเข้ามาประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง มากกว่าจีน 

วัน​นอร์

นาย​วัน​มูหะมัดนอร์​ มะ​ทา​ กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญ ในฐานะตนเป็นที่ปรึกษานายกฯ ที่ได้รับดูแลการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คิดว่าความสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศจะช่วยการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มากยิ่งขึ้นในทุกด้าน ทั้งการพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเจรจา ระหว่างรัฐบาลกับผู้เห็นต่าง หากได้รับความร่วมมือก็จะทำให้การเจรจาสร้างความเข้าใจที่ดีเพื่อสร้างสันติสุขก็น่าจะมีความคืบหน้าความคืบหน้า

นาย​วัน​มูหะมัดนอร์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาสันติสุขว่า การเจรจาน่าจะมีความชัดเจนขึ้น หลังจากหยุดชะงักไป 2 ปีที่ไม่ได้เจรจากัน ซึ่งจะจัดให้มีการพูดคุยกันในรัฐบาลชุดนี้ โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้  ส่วนการเตรียมการด้านเทคนิคได้มีการพูดคุยไปบ้างแล้ว และจะพูดคุยต่อไปในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ก่อนที่จะเป็นการพูดคุยระดับคณะพูดคุย ที่มีนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ ที่มาเลเซีย

เมื่อถามว่า มาเลเซียมีท่าทีต่อหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่อย่างไร นาย​วัน​มูหะมัดนอร์​ ระบุว่า จากการหารือกับทูตมาเลเซีย เขามองว่าหัวหน้าคณะพูดคุยครั้งนี้คงจะนำความคืบหน้าในการเจรจามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นทัศนะของมาเลเซียเพราะ นายฐนัตถ์ ก็น่าจะเคยเจอกับทางมาเลเซียมาบ้างแล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทัศนของมาเลเซียต่อรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างไร นาย​วัน​มูหะมัดนอร์​ กล่าวว่า คณะพูดคุยชุดใหม่ก็จะหารือต่อจากคณะเดิม เพราะระดับตัวบุคคลของทั้ง 2 ฝ่ายก็มีการเปลี่ยนแปลงไป แต่ด้วยเหตุผลและสถานการณ์ต่างๆก็น่าจะมีความคืบหน้า ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย อยากให้การพูดคุยจบได้และเกิดสันติสุขในช่วงรัฐบาลนี้ให้ได้ เพราะทำมาเกือบ 20 ปีแล้ว ซึ่งเสียชีวิตและทรัพย์สินงบประมาณไปเป็นจำนวนมาก และคิดว่าทุกฝ่ายก็อยากให้เกิดความสงบ

วัน​นอร์

นาย​วัน​มูหะมัดนอร์​ ยังเปิดเผยถึงความร่วมมือของ 2 ประเทศว่า รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของมาเลเซีย จะเดินทางมาพบตนเป็นการส่วนตัว ซึ่งจะมีการพูดคุยถึงการพัฒนาด้านเกษตรร่วมกัน เพราะเขามองว่าประเทศไทยมีความเจริญทางด้านผลไม้ ผัก ปุ๋ย เนื้อวัว เนื้อไก่ ซึ่งดีกว่ามาเลเซีย ขณะที่มาเลเซียก็ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ของประเทศไทย  และจากนั้นจะนำ นักธุรกิจทางด้านอาหารและเกษตร และรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาหารือในโอกาสต่อไป

อภิสิทธิ์ เปิดแพล็ตฟอร์ม ส่องรัฐ ใช้ AI จับทุจริตโครงการรัฐ

อภิสิทธิ์ เปิดแพล็ตฟอร์ม ส่องรัฐ ใช้ AI จับทุจริตโครงการรัฐ

อภิสิทธิ์ เปิดแพล็ตฟอร์ม ส่องรัฐ ใช้ AI จับทุจริตโครงการรัฐ

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.50 น.

“อภิสิทธิ์” เปิดแพล็ตฟอร์ม “ส่องรัฐ” นำร่องใช้ AI จับทุจริตโครงการ AI รัฐ พบกว่า 1,200 โครงการ งบทะลุ 4,200 ล้านมี 3 เอกชนเกี่ยวข้อง – เตรียมสอบเข้มกระทรวง ดีอี-อว.-ศธ. – ขู่หากมีข้อมูลลึกใช้ประกอบซักฟอกอนาคตได้ 

25 พ.ค.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ เปิดตัวแพล็ตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ซึ่งเป็นแพล็ตฟอร์มในการใช้ AI ในการจับตา และตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ตามนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ในโอกาสการครบรอบ 80 ปีของพรรคฯ และตามการรณรงค์หาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ในการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในรูปแบบที่ใช้งานได้ง่าย เพื่อให้การบริการประชาชนของภาครัฐดีขึ้น เพิ่มมาตรฐานความโปร่งใส โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและตรวจสอบ รวมถึงเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ เผิดเผยว่า ในวันนี้ (25 พ.ค.) พรรคประชาธิปัตย์ มีความพร้อมในการใช้แพล็ตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ซึ่งเบื้องต้น ยังใช้เป็นการภายในของพรรคประชาธิปัตย์ในการติดตามตรวจสอบ การจัดซื้อ จัดจ้างของภาครัฐ ซึ่งภายในแพล็ตฟอร์ม จะมีการรวบรวมข้อมูลกลุ่มโครงการของรัฐ เพื่อนำมาวิเคราะห์ โดยใช้ปัญหาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งกลุ่มงานแรกที่พรรคประชาธิปัตย์ ตรวจสอบ จะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ AI ของภาครัฐ ซึ่งมี 1,276 โครงการ รวมงบประมาณ 4,271 ล้านบาท ซึ่งหลายโครงการไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ พรรคฯ จึงกังวลว่า จะมีการทุจริต และภาครัฐไม่ได้มียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ชัดเจน แต่หน่วยงานรัฐกลับอ้างโครงการ AI เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ทั้งที่ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้น ๆ ได้อยู่แล้ว 

นายอภิสิทธิ์ ยังระบุว่า เมื่อมีการตรวจสอบ TOR และรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ยังพบว่า สุ่มเสี่ยงการทุจริต แลัได้โครงการที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน OECD กำหนด ซึ่งรัฐบาลเองก็มีนโยบายในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ภายใน 2 ปีนี้ พร้อมยังเปิดเผยอีกว่า ในงบประมาณกว่า 4,200 ล้านบาท มีความเกี่ยวข้อง 3 บริษัทเอกชน ที่มีส่วนกับการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งหลังจากนี้ จะมีการตรวจสอบในรายละเอียดของเอกชนที่เกี่ยวข้องว่า มีส่วนเชื่อมโยง หรือเกี่ยวข้องกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดหรือไม่ หรือเอกชนนั้น มีการบริจาคเงินให้กับพรรคการเมืองใดหรือไม่ พร้อมยกตัวอย่างโครงการยกระดับทักษะด้าน AI ของคนไทย หรือ AI Passport ที่มีความเสี่ยงการทุจริตสูง และพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายค้านจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI และโครงการอื่น ๆ ต่อไป ทั้งของกระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งขณะนี้ กำลังไล่พิจารณาหลายโครงการ ที่มีรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และที่กระทรวงศึกษาธิการ ที่เริ่มมีปัญหา และรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง มีการชะลอโครงการ ซึ่งพรรคฯ กำลังติดตามว่า เหตุใดจึงมีการปรับรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ ยังเชิญชวนประชาชนที่มีเบาะแสเกี่ยวกับความปกติ หรือความไม่ชอบมาพากลในโครงการต่าง ๆ ขอให้แจ้งมายังพรรคฯ เพื่อพรรคฯ จะได้ใช้แพล็ตฟอร์มนี้ในการตรวจสอบ และเมื่อระบบมีความเสถียรแล้ว ก็จะมีการเปิดใช้ให้ประชาชนเข้าถึงต่อไป พร้อมสื่อสารไปยังรัฐบาล ที่เพิ่งมีการประชุมร่วมกับภาคเอกชน และนายกรัฐมนตรี อยากให้มีการป้องกันการทุจริตด้วยการนำ AI มาใช้ในการตรวจสอบว่า รัฐบาลไม่ต้องมีโครงการแพง ๆ เพราะพรรคฯ ได้ใช้แพล็ตฟอร์มนี้แล้ว จึงขอให้ภาครัฐ ได้เปิดเผยข้อมูลแทน เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน OECD ทำให้รัฐมีความโปร่งใสด้วย 

นายอภิสิทธิ์ ยังระบุอีกว่า ในการตรวจสอบ หากพบว่า มีข้อมูลการทุจริตที่ร้ายแรงพอ ก็จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่เบื้องต้นยังสามารถใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบได้ เช่น กลไกกรรมาธิการ การตั้งกระทู้ถาม หรือการเสนอญัตติ 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ ยังเปิดเผยอีกว่า ในสัปดาห์นี้ พรรคประชาธิปัตย์ จะเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งหากประสบความสำเร็จ ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะอยู่ในรูปแบบดิจิทัล ประชาชนเข้าถึงได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งในกรณีที่ภาครัฐไม่เปิดเผยข้อมูล ประชาชนสามารถเรียกร้อง หรือคัดค้านการไม่เปิดเผยข้อมูลได้ หรือการยื่นอุทธณ์ โดยจะต้องมีข้อสรุปภายใน 60 วัน 

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

กรวีร์ ซัดกลับ เท้ง สร้างวาทกรรม กล่าวหาภูมิใจไทย เป็นเอเจนท์สีน้ำเงินกินรวบประเทศ

กรวีร์ ซัดกลับ เท้ง สร้างวาทกรรม กล่าวหาภูมิใจไทย เป็นเอเจนท์สีน้ำเงินกินรวบประเทศ

กรวีร์ ซัดกลับ เท้ง สร้างวาทกรรม กล่าวหาภูมิใจไทย เป็นเอเจนท์สีน้ำเงินกินรวบประเทศ

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.47 น.

‘กรวีร์’ ซัดกลับ ’เท้ง‘ สร้างวาทกรรม กล่าวหา ’ภูมิใจไทย‘ เป็น ’เอเจนท์‘ ระบอบ ’สีน้ำเงิน‘ กินรวบประเทศ ยันทุกสีอยู่ใต้กติกาเดียวกัน เหน็บบางพรรคเคยชนะเลือกตั้งอันดับ 1 ก็ไม่มีใครกล่าวหา มั่นใจ ทำงานร่วมกันได้ ไร้ปัญหา

25 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ระบุว่าขณะนี้ประเทศถูกกินรวบโดยระบอบสีน้ำเงินโดยพรรคภูมิใจไทยก็เป็นเอเจนต์ในระบอบดังกล่าวว่า หากบอกว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นเอเจนต์ของระบอบสีน้ำเงิน ก็เกินเลยไป ส่วนตัวมองว่าเราอยู่บนกติกาเดียวกัน รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน และที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้พรรคภูมิใจไทยก็ไม่ใช่เป็นผู้เขียน เราอยู่ในสภาพเดียวกันกับสีส้ม สีแดง และสีเขียว ดังนั้น การที่จะมาพูดว่าสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน กลายเป็นพรรคภูมิใจไทยสีน้ำเงินกินรวบ เรื่องนี้ไม่ถูกต้อง ตนอยากจะบอกว่าอย่าไปสร้างวาทกรรมทางการเมืองแบบนี้ 

นายกรวีร์ กล่าวว่า ในสมัยที่พรรคบางพรรคชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตนยังไม่เห็นมีใครบอกว่ากินรวบเป็นสีนั้นหรือสีนี้  ดังนั้น การไปสร้างวาทกรรมทางการเมืองแบบนี้ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และยืนยันว่าไม่ได้เป็นเรื่องการกินรวบแต่อย่างใด หากมองว่าพรรคภูมิใจไทยได้เสียงข้างมากเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พวกเราก็อยู่ภายใต้กฎกติกาผ่านการเลือกตั้งมาเหมือนกันเหมือนกับพรรคอื่นๆ 

เมื่อถามว่า เป็นการโหมโรงสร้างความขัดแย้งในอนาคตหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ก็ต้องอดทน เป็นเรื่องธรรมดา หากทำงานการเมือง เอาผลประโยชน์ของประชาชนและบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ลดเรื่องวาทกรรมทางการเมือง ประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่านี้ 

เมื่อถามว่า การทำงานร่วมกันในสภาฯ หลังจากนี้จะยากขึ้นหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ทำงานร่วมกันได้อยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ทำงานร่วมกันได้ดีตั้งแต่เปิดสมัยประชุมสภาฯ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งตนก็ต้องขอบคุณพรรคฝ่ายค้านด้วย การประสานงานระหว่างสองฝ่ายก็ได้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ถอยคนละนิดคนละหน่อยเพื่อให้งานภาพรวมเดินหน้าต่อไปได้ มั่นใจการทำงานร่วมกันไม่มีปัญหา.

อยากเห็นสภาฯ สง่างาม! กรวีร์ โยนแต่ละพรรคหาข้อสรุปก่อนเคาะลงมติ ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ ให้ ดีเอสไอ

อยากเห็นสภาฯ สง่างาม! กรวีร์ โยนแต่ละพรรคหาข้อสรุปก่อนเคาะลงมติ ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ ให้ ดีเอสไอ

อยากเห็นสภาฯ สง่างาม! กรวีร์ โยนแต่ละพรรคหาข้อสรุปก่อนเคาะลงมติ ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ ให้ ดีเอสไอ

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.45 น.

กรวีร์ โยนแต่ละพรรคหาข้อสรุปก่อนเคาะลงมติ ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ ให้ ดีเอสไอ สอบคดี พนันออนไลน์-อาชญากรข้ามชาติ หรือไม่ ชี้อยากเห็นสภาฯ ทำหน้าที่สง่างาม ตอบคำถามประชาชนได้ 

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ในวันที่ 28 พ.ค.นี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะขอตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปสอบสวนในคดีพนันออนไลน์ และอาชญากรข้ามชาติ ว่า ประเด็นนี้น่าจะมีการพูดคุยกันในที่ประชุมวิปรัฐบาล แต่ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้จะต้องให้แต่ละพรรคการเมืองไปพูดคุยกันก่อน เพื่อหามติพรรคว่าเป็นอย่างไร จากนั้นค่อยกลับมาพูดคุยกันในวิปร่วมรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง 

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า โดยในส่วนพรรคภูมิใจไทยจะมีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาพูดคุยในที่ประชุมสส.ประจำสัปดาห์วันพรุ่งนี้ เพื่อนำมาพิจารณาและประกอบการตัดสินใจในการลงมติ ซึ่งในหลักการของสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญได้เขียนไว้เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้ง ระหว่างที่มีสมัยประชุมสภาฯ จะได้ไม่มีหน่วยงานใดใช้อำนาจเรียก หรือกลั่นแกล้งเพื่อนสมาชิกในระหว่างที่มีการเปิดสมัยประชุมเพื่อพิจารณากฎหมายต่างๆ 

นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องไปดูในแนวทางปฏิบัติ และเหตุผลจำเป็น รวมไปถึงสอบถาม นายชนนพัฒฐ์ เองว่าอยากให้สภาฯส่งตัวเพื่อไปสู้คดีหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันทั้งระหว่างพรรคการเมืองและนายชนนพัฒฐ์ จึงคิดว่าในวันพรุ่งนี้ที่ส่วนใหญ่จะมีการประชุมพรรคการเมืองกัน น่าจะได้หารือกับเพื่อนสมาชิกก่อนในเรื่องนี้ 

เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นเรื่องส่วนตัวในฐานะประธานวิปรัฐบาลมองอย่างไร นายกรวีร์ กล่าวว่า การลงมติในครั้งนี้ถือมีความสำคัญ เนื่องจากจะเป็นบรรทัดฐานให้กับสภาต่อไป ซึ่งส่วนตัวเข้าใจถึงเหตุผลของการที่มีกฎหมายกำหนดเอาไว้ เพื่อที่จะคุ้มครองเอกสิทธิ์ของสส. แต่อย่างไรก็ตามต้องดูเหตุผลและความจำเป็นด้วย เพราะถ้าเรื่องนี้เข้ามาและมีเจตจำนงทางการเมือง ที่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง สส. ทั้งสภาคงตัดสินใจได้ไม่ยาก แต่ด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวและเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ฉะนั้นคงต้องมีการพูดคุยกันระหว่างพรรคการเมืองด้วย ทั้งนี้ ตนในฐานะสส. อยากจะเห็นการทำหน้าที่ของสภา ให้มีความสง่างามและสามารถตอบคำถามของประชาชนได้ 

อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว บุก กกต. จี้ยุบ พรรคประชาชน ปม เท้ง วิจารณ์องคมนตรีร่วมบอร์ดภัยพิบัติ

อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว บุก กกต. จี้ยุบ พรรคประชาชน ปม เท้ง วิจารณ์องคมนตรีร่วมบอร์ดภัยพิบัติ

อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว บุก กกต. จี้ยุบ พรรคประชาชน ปม เท้ง วิจารณ์องคมนตรีร่วมบอร์ดภัยพิบัติ

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.39 น.

อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 บุก กกต. จี้ยุบ พรรคประชาชน ปม เท้ง วิจารณ์องคมนตรีร่วม บอร์ดภัยพิบัติ ซัดส่อเซาะกร่อนฯ ซ้ำรอย ก้าวไกล

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรค การเมือง เพื่อขอให้ดำเนินการสืบสวนไต่สวนเป็นการเร่งด่วน กรณีมีผู้โพสต์ข้อความส่อไปในทางผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) (2) และวรรคสอง

โดยนายนพรุจ เปิดเผยว่า เหตุที่ต้องมาร้องเรียนในวันนี้เนื่องจากตนได้เห็นข้อความที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในโลกโซเชียล โดยเป็นการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนบทบาทหน้าที่ขององคมนตรี ภายหลังเข้าร่วมประชุมการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ (บอร์ดภัยพิบัติ) เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนเห็นว่าผู้ที่ออกมาโพสต์และให้สัมภาษณ์ตอกย้ำเรื่องดังกล่าวต่อสื่อมวลชนซ้ำ ๆ คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งมีข้อความเชิงประจักษ์ชัดเจนตามสื่อต่าง ๆ เช่นคำว่า “โหนฟ้าลงต่ำ (เท้งติงรัฐบาลอนุทิน)” หรือ “อย่าโหนฟ้ามาต่ำ..” พร้อมทั้งมีการนำภาพองคมนตรีทั้ง 9 คนมาประกอบ

นายนพรุจ ระบุอีกว่า นายณัฐพงษ์ มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคประชาชน การออกมาแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกมองว่าเป็นมติของพรรค หรือได้รับความเห็นชอบโดยรวมจากคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน

“ดังนั้นผมจึงได้นำบทความและข้อความที่ได้นำมาแนบเป็นหลักฐานยื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองในวันนี้ หากพบว่ได้กระทำความผิดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 หมวด 3 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ก็ขอให้นายทะเบียนพรรคการเมือง ยื่นคำร้องยุบพรรคประชาชนต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด โดยขอให้นายทะเบียนนำคำพิพากษายุบพรรคก้าวไกลก่อนหน้านี้มาพิจารณาเทียบเคียงด้วยว่า กรณีของพรรคประชาชนนี้ส่อเจตนาเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันฯ หรือไม่ ซึ่งหากผลการดำเนินงานพบว่าเข้าข่าย ก็ต้องเป็นเหตุให้ถูกยุบพรรค” นายนพรุจ กล่า

นอกจากนี้ นายนพรุจ ยังได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า นายณัฐพงษ์ เป็น 1 ใน 44 อดีต สส. ของพรรคก้าวไกล ที่อยู่ระหว่างการถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากกรณีการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จึงอยากให้ กกต. ตรวจสอบว่า พฤติกรรมในครั้งนี้เข้าข่ายเป็นลักษณะที่ซ้ำซากหรือไม่

นายนพรุจ กล่าวย้ำว่า นายทะเบียนพรรคการเมืองควรใช้อำนาจตามกฎหมาย เร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคประชาชนโดยเร็ว เพื่อปกป้องความมั่นคงของสถาบันและรักษาความสงบสุขของประชาชนในประเทศต่อไป

สนธิญา บุก ปอท. ร้องสอบ ปิยบุตร ปมโพสต์ยกเลิกองคมนตรี จี้ เอาผิด ม.108-112

สนธิญา บุก ปอท. ร้องสอบ ปิยบุตร ปมโพสต์ยกเลิกองคมนตรี จี้ เอาผิด ม.108-112

สนธิญา บุก ปอท. ร้องสอบ ปิยบุตร ปมโพสต์ยกเลิกองคมนตรี จี้ เอาผิด ม.108-112

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

”สนธิญา“ เข้ายื่นหนังสือร้อง ปอท. ให้ตรวจสอบ “ปิยบุตร” โพสต์เกี่ยวข้องการยกเลิกคณะองคมนตรี มองเข้าข่ายความผิด ม. 108-112 

วันที่  25 พ.ค.69 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายสนธิญา สวัสดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีแอพโพสต์ข้อความของ ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า และนักวิชาการอิสระ โดยระบุว่ามีการนำข้อความเก่ามาเผยแพร่ซ้ำในระบบออนไลน์ เกี่ยวกับการยกเลิกองคมนตรี ซึ่งตนมองว่าเข้าข่ายไม่ยอมรับอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์

สนธิญา สวัสดี

นายสนธิญา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยยื่นคัดค้านการจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่ปี 2561 เนื่องจากเห็นว่า ดร.ปิยบุตร มีแนวคิดแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และมองว่ามีแนวทางสืบเนื่องมาจนถึงพรรคประชาชนในปัจจุบัน พร้อมอ้างถึงกรณีที่ สส.พรรคประชาชน 44 คน ถูกศาลฎีการับเรื่องไว้พิจารณา

สำหรับประเด็นที่นำมาร้องเรียนครั้งนี้ นายสนธิญา ระบุว่า เป็นการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับคณะองคมนตรี 2 ประเด็น คือ การเสนอว่ายกเลิกองคมนตรีเพื่อประหยัดงบประมาณ และการตั้งข้อสังเกตว่าหน้าที่ขององคมนตรีอาจทับซ้อนกับคณะรัฐมนตรี 

นายสนธิญา กล่าวว่า ประเด็นที่มีการเสนอให้ยกเลิกองคมนตรี โดยอ้างว่าเป็นการประหยัดงบประมาณ ทั้งที่การแต่งตั้งองคมนตรีเป็นพระราชอัธยาศัยนั้น อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 108 จึงเข้าร้องเรียนให้ตำรวจตรวจสอบว่าการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่

นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบในประเด็นความผิดตามมาตรา 112 ด้วย โดยมองว่าการเสนอให้ยกเลิกองคมนตรี ซึ่งมาจากพระราชอัธยาศัยของพระมหากษัตริย์ เท่ากับเป็นการไม่ยอมรับอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงต้องการให้ตำรวจพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมด้วย

สนธิญา สวัสดี

และองคมนตรีเป็นองค์กรที่มีตามรัฐธรรมนูญ และมีบทบาทตามพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ จึงไม่ใช่การเข้ามาเกี่ยวข้องทางการเมือง พร้อมยืนยันว่าหน้าที่ขององคมนตรีแตกต่างจากคณะรัฐมนตรี 

นายสนธิญา ยังระบุถึงประเด็นที่มาของเรื่องนี้ว่าจากกรณี ที่มีองคมนตรีจำนวน 9 ท่าน เข้าติดตามผลประชุมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เรื่องนี้นายสนธิญา ระบุว่า เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2569 โดยมองว่าการเข้าร่วมดังกล่าวเป็นการติดตามและให้คำแนะนำเพื่อประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ใช่การแทรกแซงทางการเมือง

นายสนธิญา ยังระบุว่า คณะองคมนตรีมีบทบาทติดตามโครงการตามพระราชดำริหลายด้าน เช่นโครงการบริหารจัดการน้ำและเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมมองว่าการเสนอให้ยกเลิกองคมนตรี ของดร.ปิยบุตรนั้นอาจเข้าข่ายขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2564 ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำอันอาจกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ นายสนธิญา ยังเปิดเผยว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคมนี้ จะเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติม กรณีของ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์ รักชนก” ในความผิดตามมาตรา 112 และเตรียมนำเอกสารไปยื่นต่อศาลอุทธรณ์ด้วย

สนธิญา สวัสดี

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ดำเนินการตรวจสอบพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สนธิญา สวัสดี

กวาดล้างจริงก่อนฝ่ายค้านแถลง รัฐบาลสวนกลับ ครม.เงา ปม จีนเทา – นอมินี

กวาดล้างจริงก่อนฝ่ายค้านแถลง รัฐบาลสวนกลับ ครม.เงา ปม จีนเทา - นอมินี

กวาดล้างจริงก่อนฝ่ายค้านแถลง รัฐบาลสวนกลับ ครม.เงา ปม จีนเทา – นอมินี

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.06 น.

รองโฆษกรัฐบาลโต้ “ครม.เงา” ปมจีนเทา–นอมินี ย้ำรัฐบาลเดินหน้ากวาดล้างจริงก่อนฝ่ายค้านแถลง ชี้ข้อมูลอาชญากรรมไม่ควรเป็นเครื่องมือทางการเมือง

วันที่ 25 พ.ค. 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ นายปิยรัฐ จงเทพ ในนาม “ครม.เงา” พรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลในประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติ กลุ่มจีนเทา และเครือข่ายนอมินี ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้านความมั่นคงด้วยความจริงจัง แต่ในหลายประเด็นอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงและมาตรการเชิงรุกที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้วก่อนการแถลงของฝ่ายค้าน 

รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ไม่เคยปล่อยปละละเลยปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ แต่กลับเป็นรัฐบาลที่ยกระดับการกวาดล้างอย่างจริงจังต่อเนื่อง ทั้งเครือข่ายจีนเทา ขบวนการนอมินี การสวมสิทธิ์ และกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างชาติในหลายพื้นที่สำคัญของประเทศ รัฐบาลนี้ไม่เคยซุกปัญหาไว้ใต้พรม ตรงกันข้าม หลายคดีที่สังคมรับรู้วันนี้เกิดจากการที่รัฐบาลยกระดับการตรวจสอบและขยายผลอย่างเข้มข้น จนเครือข่ายผิดกฎหมายไม่มีพื้นที่ยืน

นางสาวลลิดา กล่าวว่าในกรณีคดีนายซุน หมิงเฉิน ที่จังหวัดชลบุรี นั้น เรื่องนี้ แม้จุดเริ่มต้นจะมาจากอุบัติเหตุรถคว่ำ แต่รัฐบาลไม่ได้หยุดเพียงคดีจราจร นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขยายผลเชิงลึกทันที จนนำไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมรวม 11 ราย ทั้งพลเรือนและอดีตนายทหารเรือ พร้อมตรวจสอบเส้นทางอาวุธสงคราม การถือครองบัตรสีชมพู และขบวนการนอมินีทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ในกรณีตำรวจอุ้มเรียกค่าไถ่ชาวจีนที่จังหวัดสระแก้ว รองโฆษกรัฐบาลระบุว่า รัฐบาลดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยตำรวจทั้ง 4 นายที่เกี่ยวข้องถูกสั่งให้ออกจากราชการทันที พร้อมดำเนินคดีอาญาอย่างเต็มที่ ไม่มีการปกป้องหรือช่วยเหลือกันภายในองค์กร

“นิ้วไหนร้ายต้องตัดทิ้ง รัฐบาลไม่มีนโยบายปกป้องคนผิด การดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาในกรณีนี้ สะท้อนว่าระบบตรวจสอบภายในยังทำงานได้ และรัฐบาลพร้อมจัดการเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด” รองโฆษกรัฐบาล กล่าว

สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างเรื่องการใช้มูลนิธิ โรงเรียน หรือการถือหุ้นนอมินีเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์หรู รองโฆษกรัฐบาลชี้แจงว่า รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกมาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งการยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน สำหรับ 93 ประเทศ การตั้งคณะกรรมการทบทวนระบบวีซ่าทั้งระบบ รวมถึงการสั่งการให้กรมที่ดินตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นและเส้นทางการเงินของนิติบุคคลต้องสงสัยทั่วประเทศ 

นอกจากนี้ กรมที่ดินยังได้ประสานการทำงานร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อขยายผลตรวจสอบเครือข่ายนอมินีอย่างเป็นระบบ พร้อมกำหนดให้สำนักงานที่ดินทั่วประเทศรายงานผลการตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัยอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน 

จีนเทา

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวด้วยว่า หากฝ่ายค้านมีข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนอมินีหรือเครือข่ายอาชญากรรมจริง รัฐบาลขอให้ส่งมอบข้อมูลดังกล่าวแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ DSI หรือ ปปง. โดยตรง เพื่อให้เกิดการดำเนินคดีอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มากกว่าการนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อก่อนจนเสี่ยงต่อการทำลายพยานหลักฐานหรือเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดหลบหนี ซึ่งข้อมูลอาชญากรรมไม่ควรเป็นเครื่องมือทางการเมือง หากมีหลักฐานจริง รัฐบาลพร้อมดำเนินการอย่างเด็ดขาดทันที

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า ปัญหานอมินีต่างชาติถือครองอสังหาริมทรัพย์และการสวมสิทธิ์ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานานหลายสิบปี แต่รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลแรกที่ยกระดับการตรวจสอบไปถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและเส้นทางการเงินอย่างจริงจังทั่วประเทศ ไม่ใช่เพียงการตรวจเอกสารตามรูปแบบ การตรวจสอบรัฐบาลเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน และรัฐบาลพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ แต่การสื่อสารต่อสาธารณะควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อภาพรวมของประเทศและการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ประเทศไทยเผชิญปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติมายาวนาน แต่รัฐบาลชุดนี้เลือกเผชิญหน้าและกวาดล้างอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพิกเฉยหรือปล่อยให้ปัญหาฝังรากลึกต่อไป รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และไม่ยอมให้ประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาด

ปธ.วิปรัฐบาล เผยไร้ปัญหาถกญัตติตั้ง กมธ.ติดตามใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน แต่ควรรอ ศาล รธน. ชี้ขาด

ปธ.วิปรัฐบาล เผยไร้ปัญหาถกญัตติตั้ง กมธ.ติดตามใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน แต่ควรรอ ศาล รธน. ชี้ขาด

ปธ.วิปรัฐบาล เผยไร้ปัญหาถกญัตติตั้ง กมธ.ติดตามใช้เงินกู้ 4 แสนล้าน แต่ควรรอ ศาล รธน. ชี้ขาด

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.06 น.

ประชุมรวด 3 วัน! ปธ.วิปรัฐบาล เผยสัปดาห์นี้สภาฯ ถกวาระ แลนด์บริดจ์ ไร้ปัญหาเลื่อนถกญัตติตั้ง กมธ.ติดตามใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท แต่ควรรอ ศาล รธน. ชี้ขาด

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมสภาฯ สัปดาห์นี้ ที่กำหนดการพิจารณา 3 วัน คือ 27-29 พ.ค. ว่า เป็นวาระพิจารณาร่างกฎหมายที่รัฐสภายืนยันตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอต่อสภาฯ วาระรับทราบรายงาน รวมถึงญัตติด่วน ของนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่เสนอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาการดำเนินงานโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์)  ทั้งนี้ ในญัตติดังกล่าวคาดว่าจะมีผู้อภิปรายเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเพิ่มวันประชุมสภาฯ ในวันศุกร์ที่ 29 พ.ค.นี้ด้วย

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ต่อการพิจารณาเลื่อนญัตติของพรรคประชาชนที่เสนอให้สภาฯ ตั้งกมธ.วิสามัญติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินโครงการและการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในประเด็นดังกล่าวตนมองว่าควรรอ ไว้หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในคำร้องที่พรรคฝ่ายค้านยื่นให้วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4แสนล้านบาท ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ก่อน อย่างไรก็ดีการพิจารณาญัตติดังกล่าวไม่ได้เป็นปัญหาใด

เปลี่ยนขยะเป็นโอกาสสร้างงาน 3 กูรู กางแผนปฏิรูปครบวงจน ดัน พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน

เปลี่ยนขยะเป็นโอกาสสร้างงาน 3 กูรู กางแผนปฏิรูปครบวงจน ดัน พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน

เปลี่ยนขยะเป็นโอกาสสร้างงาน 3 กูรู กางแผนปฏิรูปครบวงจน ดัน พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.29 น.

3 กูรูด้านขยะ เสนอการจัดการต้นทางและนโยบายระดับชาติจต้องเร่งขับเคลื่อนเรื่องขยะให้ครอบคลุมถึงการคัดแยก ผลักดัน พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน กำหนดแนวคิดขยะเป็นโอกาสสร้างงาน ด้านการสร้างแรงจูงใจหนุนการใช้กลไกเครดิตทางสังคม เพื่อให้ประชาชนหันมาใส่ใจเรื่องขยะอย่างยั่งยืนๆ และจัดการปลายทางด้วยเทคโนโลยี

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานกรุงเทพฟ้าใหม่ FORUM ครั้งที่ 5 ในหัวเรื่อง “The Last Landfill” นับถอยหลังขยะฝังกลบ สู่อนาคตกรุงเทพฯ สีเขียว เพื่อนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนผ่านมุมมองที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการต้นทาง การใช้ข้อมูลขับเคลื่อนพฤติกรรม ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีกำจัดขยะปลายทาง โดยมีเป้าหมายสูงสุดร่วมกันคือการลดปริมาณขยะฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด ซึ่งมีวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ร่วมวงเสวนา 3 ท่าน ได้แก่ นายชนัมภ์ ชวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท รีไซเคิลเดย์ จำกัด รศ.ดร. ตระการ ประภัสพงษา อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานฝ่ายวิชาการ สมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย และ 3.นายสุธีร์ ฉุยฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี อินเวนชั่น เทคโนโลยี จำกัด ดำเนินรายการโดยนายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา

3 กูรูด้านขยะ

นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมงานเสวนาด้วย ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด รองหัวหน้าพรรค นายอนุชา บูรพชัยศรี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ และว่ามี่ผู้สมัคร สก. พรรค 

ทั้งนี้ในด้านการจัดการต้นทางและนโยบายระดับชาติ รศ.ดร. ตระการ ได้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาฝุ่นและขยะเป็นวาระที่ยังคงอยู่มาอย่างยาวนาน แม้ปัจจุบันขยะร้อยละ 77 จะได้รับการกำจัดอย่างถูกต้องแล้วก็ตาม แต่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนต้องมุ่งเน้นการลดการใช้และการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เช่น การตั้งเป้าลดขยะพลาสติกให้ได้ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 ผ่านการลดและเลิกใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง 

3 กูรูด้านขยะ

นอกจากนี้ การจัดการขยะอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเริ่มจากการบริโภคให้พอดีและไม่เหลือทิ้ง เพื่อนำเศษอาหารไปแปรรูปเป็นพลังงาน การขับเคลื่อนเรื่องนี้ยังครอบคลุมไปถึงการคัดแยกขยะแบบ 4+1 การกำหนดกติการ่วมกันในระดับท้องถิ่น และการผลักดัน พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน ซึ่งทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าขยะไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นโอกาสในการสร้างงาน

ส่วนในมุมมองของการสร้างแรงจูงใจและการปรับพฤติกรรมเมือง นายชนันท์ ได้เสนอแนวคิดในการเปลี่ยนผ่านจากการจัดการขยะแบบ analog สู่เมืองที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven City) โดยมองว่าขยะไม่ใช่ของสกปรก แต่เป็นข้อมูลที่บ่งบอกพฤติกรรมของเมือง การแก้ปัญหาจึงต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานที่ครบวงจรผ่านแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดเก็บขยะต้นทาง กระบวนการจัดการกลางทาง ไปจนถึงการนำข้อมูลไปวิเคราะห์ที่ปลายทาง 

3 กูรูด้านขยะ

“กุญแจสำคัญคือหากเราสามารถลดขยะอาหารลงได้ร้อยละ 30 การจัดการขยะประเภทอื่นจะง่ายขึ้นทันที” นายชนันท์ กล่าว

นอกจากนี้ การใช้กลไกอย่างระบบเครดิตทางสังคม (Social Credit) จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างแรงจูงใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนให้หันมาใส่ใจเรื่องขยะอย่างยั่งยืน

3 กูรูด้านขยะ

สำหรับการจัดการปลายทางด้วยเทคโนโลยี นายสุรีย์ ได้เน้นย้ำว่าในบริบทที่ประเทศเรายังไม่มีระบบคัดแยกขยะที่สมบูรณ์แบบ เทคโนโลยีเตาเผาแบบ Stoker Gate เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด แต่สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือระบบควบคุมมลพิษทางอากาศ (Air Pollution Control) แบบครบวงจรเพื่อฟอกสารพิษ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจให้กับชุมชนรอบข้าง การดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าขยะยังสามารถนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและดูแลการบำรุงรักษาได้ ทิศทางในอนาคตจึงต้องปรับโครงสร้างและเปลี่ยนมุมมองว่าการกำจัดขยะคือบริการสาธารณะ ควบคู่ไปกับการแก้ระเบียบการประมูลให้แข่งขันกันที่ผลประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนเป็นหลัก เพื่อให้โครงการนำร่องสามารถบูรณาการร่วมกับพื้นที่และลดภาระของเมืองได้อย่างแท้จริง

3 กูรูด้านขยะ
3 กูรูด้านขยะ
3 กูรูด้านขยะ
3 กูรูด้านขยะ
3 กูรูด้านขยะ
3 กูรูด้านขยะ
3 กูรูด้านขยะ
3 กูรูด้านขยะ
3 กูรูด้านขยะ

ประธานสภาฯ ยันเป็นกลาง ปัดอุ้ม รัฐบาล ปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

ประธานสภาฯ ยันเป็นกลาง ปัดอุ้ม รัฐบาล ปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

ประธานสภาฯ ยันเป็นกลาง ปัดอุ้ม รัฐบาล ปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

ประธานสภาฯ ยันเป็นกลาง ปัดอุ้ม รัฐบาล กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แจงพิจารณาญัตติด่วนหรือไม่ ทำตามขั้นตอน ชี้หากวิปสองฝ่ายตกลงกันได้ เลื่อนญัตติได้ทันที 

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2569 ที่ จ.บุรีรัมย์ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านขอให้วางตัวเป็นกลาง ในการให้ใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบรัฐบาลถึงการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า ขณะนี้ตนส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ตามอำนาจหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าไม่มีการอุ้มรัฐบาลตามที่มีการระบุ และที่ตนเคยพูดถึงเรื่องเสนอญัตติด่วนขอตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญตรวจสอบการใช้งบดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนนั้น ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะไปพูดเช่นนั้น เพราะการเสนอญัตติเข้าสู่สภา จะมีคณะกรรมการ ที่มีรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธาน  ส่วนจะพิจารณาว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่นั้น ตนไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวและได้ชี้แจงไปตามที่คณะกรรมการพิจารณาได้แจ้งมาว่าไม่ใช่ญัตติด่วน และเป็นการตัดสินใจตามขั้นตอน

ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การทำงานในสภา ประธานมีหน้าที่แสวงหาความร่วมมือทั้งฝ่านค้านและรัฐบาล ดังนั้นการทำงานให้ได้ผลอย่างแท้จริง วิปทั้งสองฝ่ายต้องไปเจรจากัน เมื่อได้ข้อสรุปอย่างไรก็แจ้งมายังประธาน ว่าเป็นการเห็นพ้องต้องกันระหว่าง ฝ่ายบริหารกับฝ่ายค้าน แต่เมื่อไม่ได้ทำเช่นนั้น ประธานต้องให้คณะกรรมการที่สภามีอยู่ วินิจฉัยว่าเป็นญัตติด่วนหรือไม่ เมื่อสรุปว่าเป็นญัตติทั่วไป ก็ต้องบรรจุเป็นญัตติทั่วไป แต่ทั้งนี้ถึงแม้จะบรรจุเป็นญัตติทั่วไปแล้ว หากมีการเจรจากันได้ ก็สามารถเลื่อนญัตติมาได้ และเชื่อว่าสมาชิกจะเข้าใจกระบวนการทำงาน

“ผมอยากสื่อสารให้ทราบว่ากระบวนการทำงานของสภา เป็นการประสานงานตามบทบาทหน้าที่และกฎหมายที่บัญญัติไว้ ประธานมีหน้าที่อะไร ฝ่ายค้านและรัฐบาลมีบทบาทหน้าที่อะไร ก็ทำไปตามนั้น แต่ผมก็เข้าใจว่า ทุกฝ่ายอยากเห็นการทำงาน ในหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ไม่มีประธานคนไหนที่อยากให้การประชุมสภาฯ เกิดความวุ่นวาย มีแต่อยากให้ราบรื่น ฉะนั้นถ้าจะให้ราบรื่นจริง วิปทั้งสองฝ่ายต้องคุยกัน ถ้าทุกฝ่ายทำได้แบบนี้ งานก็จะเดินได้ ไม่ต้องมาพูดให้ประชาชนสับสน งานการเมือง ถ้าเราอยากทำให้ได้ผล ต้องแสวงไปที่ผล ถ้าเป้าหมายเป็นภาพ ก็จะได้เป็นภาพ แต่ผมก็เข้าใจนักการเมือง ดังนั้น ต้องได้ทั้งภาพและผลด้วย ถึงจะเกิดประโยชน์กับประชาชน“ นายโสภณ กล่าว