ฉัตริน โต้ ศุภจี ย้ำ E-Doc ส่วนกลางทำแล้ว 67 หน่วยงาน โวเป็นรูปเป็นร่างสมัย รบ.พท.

ฉัตริน โต้ ศุภจี ย้ำ E-Doc ส่วนกลางทำแล้ว 67 หน่วยงาน โวเป็นรูปเป็นร่างสมัย รบ.พท.

ฉัตริน โต้ ศุภจี ย้ำ E-Doc ส่วนกลางทำแล้ว 67 หน่วยงาน โวเป็นรูปเป็นร่างสมัย รบ.พท.

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 11.09 น.

”ฉัตริน”โต้”ศุภจี” E-Doc ส่วนกลางทำแล้ว 67 หน่วยงาน ไม่ใช่ 22 หน่วยงาน ยืนยันเป็นรูปเป็นร่างในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย พร้อมยังเห็นชอบแผนนำงานบริการหน่วยงานรัฐรวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกันแล้ว เพลียถูกเคลมผลงาน

6 กุมภาพันธ์ 2569 นายฉัตริน จันทร์หอม อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ชี้แจงถึงการแสดงวิสัยท้ศน์ของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถึง Digital Government ว่า ข้อมูลเรื่อง E-document ของนางศุภจีคลาดเคลื่อนไปมาก ซึ่งเรื่องนี้พูดกันมา 10 ปี แต่ได้ดำเนินการเป็นรูปเป็นร่างอย่างจริงจังในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย ซึ่งตนได้อยู่ในห้องประชุม ร่วมกันกับ นายประเสริฐ จัทรรวงทอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หารือกับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อวางรากฐานเรื่องดังกล่าว

นายฉัตริน ยืนยันว่า E-Document ของหน่วยงานส่วนกลางที่ดำเนินการไปแล้ว มีตัวเลขจริงคือ 67 หน่วยงาน ไม่ใช่ 22 หน่วยงาน ตามที่นางศุภจีระบุ และยังมีผู้ใช้ 94,000 ราย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอีก 5,673 แห่ง มีผู้ใช้กว่า 150,000 แสนราย ซึ่งทั้งหมดนี้ทำในเวลาแค่ปีเศษ นี่คือก้าวของคนทำงานเป็น ซึ่งงานวางรากฐานเราทำไว้แล้ว ใครจะมาทำต่อตนยินดี แต่การเอาผลงานคนอื่นไปเคลมแล้วดิสเครดิตกันแบบนี้ไม่ควรทำ

นายฉัตริน ยังฝากนางศุภจี ตรวจสอบด้วยว่า มีคนบ่นให้ฟังว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คนใหม่ ไม่ยอมเซ็นลงนามระบบ E-doc แต่ต้องสั่งปริ้นต์มาเซ็นมือและให้เจ้าหน้าที่คีย์ในระบบ ว่า จริงหรือไม่

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึง Super App เพื่อรวบรวม Government Service ทุกอย่างมาไว้ที่เดียวกันบนเวทีการแสดงวิสัทัศน์นั้น นายฉัตริน บอกว่า เรื่องดังกล่าว พรรคเพื่อไทยต่อสู้มาตลอด เพราะนอกจากจะทำให้เกิดความสะดวกกับประชาชนแล้ว ระบบนี้ยังจะทำให้เกิดความโปร่งใส และเจ้าหน้าที่ที่คิดจะเก็บค่าส่วยตอนให้บริการ หรือออกใบอนุญาตต่างๆ ก็จะทำได้ยากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ทีมงานเราต้องไปคุยกับหน่วยงานภาครัฐเกือบทุกหน่วยงาน บางคนจะยอมปล่อยมือเรื่องนี้มายากเหลือเกิน จนในที่สุดก็ทำสำเร็จ และมีมติคณะรัฐมนตรี ออกมาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน แต่ตั้งแต่เราออกมา ก็ไม่ทราบว่า โครงการนี้เป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้ทำงานอีก พรรคเพื่อไทยทำต่อแน่นอน (https://prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/395082)

ส่วนการรวบรวมฐานข้อมูล Cloud กลาง เพื่อให้จัดซื้อจัดจ้างได้ประหยัดมากขึ้น และเกิดการรวบรวมข้อมูลที่จะนำมาใช้ AI วิเคราะห์เพื่อเอามาบริหารประเทศ และปราบคอรัปชั่นนั้น นายฉัตริน ยืนยันว่า รัฐบาลเพื่อไทยก็ได้ทำ Cloud First Policy ออกมา ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการ Digital Government แล้ว ถึงขนาดมีคำสั่งคณะรัฐมนตรี ให้ระงับการสร้าง Server ใหม่ และระงับการจัดซื้อจัดจ้าง Cloud แบบต่างคนต่างทำ แต่ตอนนี้พรรคเพื่อไทย ออกมาจากการเป็นรัฐบาล ก็ทราบว่า เรื่องดังกล่าวพับไปเรียบร้อยแล้ว

นายฉัตริน ยังระบุว่า เรื่อง Digital Government และเรื่องใช้เทคโนโลยีมาปราบโกง ใครก็พูดได้ แต่เรื่องนี้พรรคเพื่อไทย ได้ทำกันจริงจังไปแล้ว บางเรื่องสำเร็จไปบางส่วน บางเรื่องโดนเตะตัดขาเสียก่อน แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยได้กลับเข้าไปเป็นรัฐบาล จะทำต่อทันที เพราะฉะนั้น ที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พูดว่า เราทำได้ทันที เป็นเรื่องจริง

นายฉัตริน ยังกล่าวว่า จริงๆ แล้วอะไรที่เป็นเรื่องดีสำหรับประเทศ ใครทำต่อก็เป็นเรื่องดี ตอนที่นางศุภจี ออกมาเคลมเรื่องขายข้าว เรื่อง FTA-EFTA เรื่อง FDI 1.3 ล้านล้าน ตนก็เฉยๆ แต่เรื่องนี้ในฐานะคนทำงาน ตนต้องขอชี้แจง

ยศชนัน ไหว้พระเจ้าตาก ปล่อยขบวนรถแห่รอบกรุง ขอชาวฝั่งธน 10 เขตเลือกเพื่อไทย

ยศชนัน ไหว้พระเจ้าตาก ปล่อยขบวนรถแห่รอบกรุง ขอชาวฝั่งธน 10 เขตเลือกเพื่อไทย

ยศชนัน ไหว้พระเจ้าตาก ปล่อยขบวนรถแห่รอบกรุง ขอชาวฝั่งธน 10 เขตเลือกเพื่อไทย

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.47 น.

ยศชนัน ไหว้พระเจ้าตาก ปล่อยขบวนรถแห่รอบกรุง ขอชาวฝั่งธน 10 เขตเลือกเพื่อไทย ชูแก้หนี้-ลดรายจ่าย-รถไฟฟ้า20บาทตลอดสาย ลั่น พร้อมเดินหน้าเป็นสะพานเชื่อมทุกคนต้องสามัคคี 

6 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 09.00 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย สักการะอนุสาวรีย์พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เชิงสะพานพุทธ จากนั้นเดินทางต่อมาที่ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ที่วงเวียนใหญ่ สักการะอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช และพบปะประชาชนปราศรัยย่อยที่ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี มี ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคเพื่อไทย 10เขต ฝั่งธนบุรี ร่วมด้วย

นายยศชนัน กล่าวปราศรัยกับชาวธนบุรีที่มาต้อนรับและคอยเชียร์ว่า วันนี้มาลงพื้นที่พร้อมกับผู้สมัครฯธนบุรีมีทั้งหมด 10 เขต วันนี้เป็นวันที่จะเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลง ในการคืนความสุข คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับธนบุรีของเรา นี่ไม่ใช่ธนบุรีอย่างเดียว หลายคนไม่ได้เป็นคนพื้นเพที่นี่ แต่สิ่งที่ประเทศไทยมี คือความสมัครสมานสามัคคี และความเป็นคนไทยอันมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

วันนี้ผมพร้อมจะเป็นสะพานเชื่อมให้กับทุก ๆ คน ที่นี่มีทั้งพ่อค้าแม่ค้า ยังมีคนที่ทำการเกษตร ยังมีหลายคนที่รอความหวัง รอคุณภาพชีวิตที่ดี แน่นอนเรื่องหนี้เป็นเรื่องสำคัญ เราพร้อมที่จะแก้หนี้ให้ทั้งระบบ และต้องไม่ให้กลับมาเป็นหนี้ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสให้กับพ่อแม่พี่น้องกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ยังพูดถึงเรื่อง การเดินทางต่าง ๆ วันนี้หลายคนมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง หลายคนไม่สามารถที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าได้ เราจะทำเต็มที่ เรื่องการกลับมาของรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย คนที่อยู่ในตรอกซอกซอย เราจะหาการคมนาคมขนส่งไปดูแลเป็นระบบอย่างทั่วถึง รวมถึง

เรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการต่าง ๆ ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เราพร้อมที่จะดูแลพ่อแม่พี่น้องทุกคนทั้งระบบ และพร้อมประกาศทันที หลังจาก 8 กุมภาพันธ์ คนไทยต้องไม่จน พร้อมดูแลพ่อแม่พี่น้อง เติมเงิน 3,000 บาท

ในช่วงท้าย นายยศชนันขอให้ขาวธนบุรีช่วยสนับสนุนพรรคเพื่อไทย โดยกล่าวว่า วันนี้เพื่อคุณภาพการศึกษา เพื่อสุขภาพของลูกหลาน ใน 1 เขต ระบบสาธารณสุขที่ดีสำหรับพ่อแม่พี่น้องทุกคน ผมขอเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย ฝากผู้สมัครทั้ง 10 เขต และผู้สมัคร กทม. ที่อยู่ติดกับเขตธนบุรีด้วย 

“วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะเดินไปกับพ่อแม่พี่น้องทุกคน ผู้สมัครของเรามีความสามัคคี และอยู่ด้วยกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อดูแลพ่อแม่พี่น้อง และเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับ กทม. เพราะเรารู้ว่าปัญหาในกรุงเทพมหานครมีมากมาย คนที่จะเข้าไปต้องมีความสมัครสมานสามัคคี และพร้อมทำงานทันที เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคครับ” นายยศชนัน กล่าว

สำหรับผู้สมัคร สส. กทม. ฝั่งธนบุรี 10 เขต ประกอบด้วย เขต 24 วิชญ์วิสิษ โชติกิจพิศาล เบอร์4 , เขต25 กิตติพล รวยฟูพันธ์ เบอร์4 , เขต26 ศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร เบอร์7 , เขต27 สากล ม่วงศิริ เบอร์1 , เขต 28 สุวัฒน์ ม่วงศิริ เบอร์2 , เขต29 กฤชนนท์ อัยยปัญญา เบอร์4 ,เขต30 อรชพร คงวุฒิปัญญา เบอร์10 , เขต31 ประเวช แสวงสุข เบอร์6 , เขต32 เสาวนีย์ คงวุฒิปัญญา เบอร์2 , เขต33 สุไพรพล เพ็ญแข เบอร์1 

หลังการปราศรัยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรคเพื่อไทยได้  Kick off ปล่อยขบวนรถหาเสียงแห่รอบกรุงเทพมหานคร จากนั้นเดินทางจากวงเวียนใหญ่ ไปซอยอยู่ดี เขตบางคอแหลม เพื่อพบปะประชาชน ณ ลานกีฬาอเนกประสงค์ ซอยอยู่ดี เขตบางคอแหลม ช่วยหาเสียงให้ ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัครสส. กทม. เขต 3 เบอร์ 2 ต่อไป

โค้งสุดท้ายอยุธยา อนุชา มั่นใจเพื่อไทยทำได้จริง วอนส่งวุฒิพงษ์เข้าสภาฯ หนุนรัฐบาลคนรุ่นใหม่

โค้งสุดท้ายอยุธยา อนุชา มั่นใจเพื่อไทยทำได้จริง วอนส่งวุฒิพงษ์เข้าสภาฯ หนุนรัฐบาลคนรุ่นใหม่

โค้งสุดท้ายอยุธยา อนุชา มั่นใจเพื่อไทยทำได้จริง วอนส่งวุฒิพงษ์เข้าสภาฯ หนุนรัฐบาลคนรุ่นใหม่

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.45 น.

โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง “อนุชา” หาเสียงช่วย “วุฒิพงษ์” เขต 2 อยุธยาเบอร์ 6  ขอคะแนนให้วุฒิพงษ์ ไปยกมือให้ อาจารย์เชนเป็นนายกฯ ย้ำสานต่อนโยบาย 30 บาทแน่นอน 

6 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 เบอร์3 จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวุฒิพงษ์ พวงทอง ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 6 ณ ลานแสงฟ้า ต. ปากท่า อ. นครหลวง ซึ่งเป็นการปราศรัยรวมทุกเขต ทุกอำเภอ ของเขต 2 คือ อ.นครหลวง อ.ท่าเรือ อ.มหาราช อ.บางปะหัน และอ.บ้านแพรก 

โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าฟังเป็นจำนวนมาก พร้อมกันนี้ยังมีประชาชนอวยพรให้ชนะการเลือกตั้ง เพราะอยากให้สานต่อนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งทุกคนได้ใช้กันอยู่ ซึ่งหากไม่มี 30 บาทอาจตายไปแล้ว รวมถึงนโยบายใหม่ๆของพรรค เนื่องจากเป็นนโยบายที่เข้าถึงประชาชน

นายอนุชา ยืนยันว่าเพื่อไทยพร้อมสานต่อนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งขณะนี้เป็นนโยบาย 30 บาท AI ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนมีความสะดวกมากขึ้นในการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีนโยบายอื่นๆ อาทิ หวยเกษียณ ล้างหนี้เกษตรกร ประกันกำไรราคาสินค้าเกษตร 30% 

และนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่พี่น้องประชาชนติดใจว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่ได้ใช้ โดยนายอนุชา ชี้แจงว่านโยบายนี้เป็นนโยบายที่ลูกหลานของคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและลูกหลานต่างจังหวัดได้ใช้เต็มที่ เพราะทั้งไปทำงาน ไปเรียน ในกรุงเทพได้ใช้ประหยัดรายจ่ายจากเดิมต้องจ่ายเดือนละ 5,000-6,000 บาท ถ้าจ่ายค่ารถไฟฟ้าเที่ยวละ 20 บาทวันละ 40 บาท จะมีเงินเหลือ 4,000-5,000 บาท ไว้ผ่อนคอนโดหรือส่งมาให้ทางบ้านได้อีกด้วย 

นายอนุชา ย้ำขอให้พี่น้องช่วยให้นายวุฒิพงษ์ เข้าไปสภาฯเพื่อ  ทำงานให้พี่น้องประชาชน เลือกลูกหลานคนนครหลวง และเข้าไปยกมือให้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หรือ อาจารย์เชน เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับขอเลือกทั้งคนทั้งพรรค เพื่อจะได้สานต่อโครงการช่วยเหลือฐานรากตามที่ อาจารย์เชนได้ตั้งใจไว้

กรณ์ ถามตรง เอกนิติ-ศุภจี สารพัดบิ๊กโปรเจกต์หายไปไหน? ทำไมไม่มีในนโยบายพรรค

กรณ์ ถามตรง เอกนิติ-ศุภจี สารพัดบิ๊กโปรเจกต์หายไปไหน? ทำไมไม่มีในนโยบายพรรค

กรณ์ ถามตรง เอกนิติ-ศุภจี สารพัดบิ๊กโปรเจกต์หายไปไหน? ทำไมไม่มีในนโยบายพรรค

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.34 น.

6 กุมภาพันธ์ 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า จากเวทีดีเบทช่อง 3 เมื่อคืนนี้ ที่คุณอภิสิทธิ์ตั้งประเด็นถามคุณศุภจีว่า ในเมื่อนโยบายต่างๆ ที่คุณศุภจีกล่าวว่าจะทำ มันไม่ปรากฏในเอกสารนโยบายที่ภูมิใจไทยยื่นกับ กกต. (ซึ่งที่ยื่นมีเพียงแค่ 8 ข้อตามเอกสารในภาพ) จึงมีความกังวลว่าเชื่อได้แค่ไหนว่าจะทำจริงตามที่พูด

สำหรับผม ประเด็นนี้สำคัญ เราไม่ต้องอ้างเรื่องกฎหมาย แต่พูดกันเพียงแค่เรื่องแนวการบริหารประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนเห็นด้วยกับผมว่าทุกเรื่องสำคัญที่พรรคการเมืองตั้งใจจะทำควรมีแผนนโยบายที่ผ่านการกรอง การประเมิน และมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ

ที่คุณศุภจีตอบว่า การมีนโยบาย 200 ข้อ สุดท้ายที่สำคัญคือทำได้จริงหรือไม่นั้นไม่ผิด

แต่ประเด็นทำได้หรือไม่นั้นเรื่องหนึ่ง แต่การไม่เสนอนโยบายเลยนั่นยิ่งน่าเป็นห่วงไหมครับ?

สุดท้าย ผมมีคำถามกับคุณเอกนิติและคุณศุภจีเพียงข้อเดียว

ในฐานะสองหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ทำไมนโยบายของพรรคจึงมีเพียง 8 ข้อ โดยไม่มีนโยบายที่พรรคท่านหาเสียงในหลายเวที ไม่ว่าจะเป็น Land Bridge, สนามบินอันดามัน, ถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ หรือโครงการขยายคลอง ร.1 และอีกหลายนโยบาย

คำถามนี้สำคัญครับ ท่านเป็นพรรคที่วางตัวเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ท่านควรจะมีคำตอบให้สังคม

หยุดหาเสียงพาดพิงทหาร ทบ.ยันกองทัพวางตัวเป็นกลาง-ไร้การชี้นำ

หยุดหาเสียงพาดพิงทหาร ทบ.ยันกองทัพวางตัวเป็นกลาง-ไร้การชี้นำ

หยุดหาเสียงพาดพิงทหาร ทบ.ยันกองทัพวางตัวเป็นกลาง-ไร้การชี้นำ

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.22 น.

6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้เปิดเผยถึงการดำเนินการของหน่วยทหารทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งที่ใกล้จะถึงนี้ ว่า ประการแรก ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่า พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก มีนโยบายและแนวทางที่ชัดเจน ในการสนับสนุนให้กำลังพลทุกนาย ในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง ร่วมใช้สิทธิเลือกตั้งและการลงประชามติตามระบอบประชาธิปไตย ตามดุลยพินิจส่วนบุคคลโดยปราศจากการชี้นำ

ประการที่สอง ต้องขอความร่วมมือทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในขณะนี้ เนื่องจากพบว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องทางการเมือง หรือผู้สนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรค เผยแพร่ข้อมูลมีการพาดพิงทหาร ทั้งทางตรงและทางอ้อม ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงคะแนนเสียง รวมถึงประเด็นอื่นๆ ซึ่งไม่ได้เป็นข้อเท็จจริงแต่เป็นลักษณะการกล่าวอ้าง การเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวเป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะทำให้สังคมเข้าใจผิดในการดำเนินการของกองทัพ

ขอยืนยันว่า ปัจจุบันกองทัพบกไม่มีการใช้พื้นที่ภายในหน่วยทหารเป็นหน่วยลงคะแนนเลือกตั้ง และไม่มีกำลังพลเข้าไปเป็นผู้ช่วยกรรมการในหน่วยเลือกตั้งใดๆ รวมถึงไม่มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหีบบัตรเลือกตั้งทั้งสิ้น

โฆษกกองทัพบก ยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ยังคงมีบางพรรคหาเสียงโดยใช้การกล่าวพาดพิงเหน็บแนมทหารและกองทัพด้วยรูปแบบเดิมๆ แม้จะพบไม่มากเท่ากับการเลือกตั้งในปี 2566 แต่ก็ยังคงมีการใช้วิธีการนี้อยู่ ซึ่งดูแล้วไม่สร้างสรรค์ และไม่เหมาะกับยุคสมัย

ส่วนประเด็นที่กองทัพถูกพาดพิงต่างๆ จะได้มีการชี้แจงสร้างความเข้าใจต่อสังคมเพิ่มเติมเมื่อโอกาสเหมาะสม โดยไม่กระทบต่อการใช้สิทธิเลือกตั้งของกำลังพลและประชาชนคนไทย

โฆษกกองทัพบก ย้ำว่า ผู้ที่มีบทบาทในสังคมควรนำเสนอข้อมูลบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และหลีกเลี่ยงการสื่อสารในลักษณะที่อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กรอื่น เหมือนในหลายกรณีของอดีตที่ผ่านมา และยืนยันว่ากองทัพบกมีจุดยืนแน่วแน่ในการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

โต้ปมคลิปเสียงโยงงบกลาโหม บุญสิน ย้ำไม่ยุ่งการเมือง ชี้ข้อมูลเท็จทั้งสิ้น

โต้ปมคลิปเสียงโยงงบกลาโหม บุญสิน ย้ำไม่ยุ่งการเมือง ชี้ข้อมูลเท็จทั้งสิ้น

โต้ปมคลิปเสียงโยงงบกลาโหม บุญสิน ย้ำไม่ยุ่งการเมือง ชี้ข้อมูลเท็จทั้งสิ้น

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.47 น.

6 กุมภาพันธ์ 2569 พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ออกมาชี้แจงกรณีมีคลิปเสียงเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะพาดพิงว่า หากกองทัพไม่ได้ถูกปรับลดงบประมาณ อาจไม่เกิดความสูญเสียในระดับดังกล่าว และหากได้รับการสนับสนุนงบประมาณตามปกติ สถานการณ์น่าจะยุติได้เร็วกว่านี้ พร้อมระบุถึงประสิทธิภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์

โดย พล.อ.บุญสิน ยืนยันว่า คลิปเสียงดังกล่าว ไม่เป็นความจริง และตนไม่เคยกล่าวถ้อยคำหรือบรรยายในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด พร้อมย้ำชัดว่า ไม่เคยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักการเมือง หรือแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในทุกกรณี

พล.อ.บุญสิน ระบุอีกว่า การบรรยายที่ได้รับเชิญไปนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เท่านั้น ไม่เคยมีการพูดถึงการเมืองไทยหรือประเด็นด้านงบประมาณกองทัพตามที่ถูกกล่าวอ้าง

“ขอยืนยันอีกครั้งว่า ผมไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และพร้อมทำหน้าที่บรรยายเพื่อปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตามที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น” พล.อ.บุญสิน กล่าว

กกต. เชิญชวนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

กกต. เชิญชวนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

กกต. เชิญชวนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 09.00 น.

กกต. เชิญชวนใช้สิทธิเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ ย้ำ 3 ใบ บัตรกากบาทเลือกสส.เขต และเลือกพรรคการเมือง กับบัตรออกเสียงประชามติ กากบาทเห็นชอบควรมี รธน. ฉบับใหม่ หรือไม่เห็นชอบให้มี รธน. ฉบับใหม่

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อการเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ท่านจะได้รับบัตร 3 ใบ ดังนี้

  • บัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 ใบ
  • บัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ 1 ใบ
  • บัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ

หมายเหตุ ยกเว้น: สถานที่เลือกตั้งกลางนอกเขต (ออกเสียงประชามติ) ผู้มีสิทธิจะได้รับบัตรออกเสียงประชามติ จำนวน 1 ใบเท่านั้น

เอกสารหลักฐานที่ใช้แสดงตนในการใช้สิทธิ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุก็ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการ หรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่าย และมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้ถือบัตร (ที่ยังไม่หมดอายุ) หรือแอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaiD DLT QR LICENCE และบัตรคนพิการ

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สามารถตรวจสอบว่าตนเองมีสิทธิเลือกตั้งที่ไหนได้ง่าย ๆ โดยดาวน์โหลด Application SmartVote เพื่อตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่ออยู่

ทั้งนี้ การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ คือ กลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ทุกเสียงมีความหมาย และทุกคนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของชาติได้ อย่าลืมไปใช้สิทธิของท่าน

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือบริการสายด่วน 1444

ย้อนวีรกรรมทหารไทยรบชนะเขมร อดีตบิ๊กข่าวกรอง วิจารณ์ 2 พรรคใหญ่ สภาพเหมือนขุนตกใต้

ย้อนวีรกรรมทหารไทยรบชนะเขมร อดีตบิ๊กข่าวกรอง วิจารณ์ 2 พรรคใหญ่ สภาพเหมือนขุนตกใต้

ย้อนวีรกรรมทหารไทยรบชนะเขมร อดีตบิ๊กข่าวกรอง วิจารณ์ 2 พรรคใหญ่ สภาพเหมือนขุนตกใต้

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.55 น.

6 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียล เมื่อ นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ออกมาโพสต์ข้อความย้อนรอยวีรกรรมทหารไทยที่เคยรบชนะเขมร พร้อมทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่ “สองพรรคใหญ่” ในสภาฯ ว่ากำลังตกอยู่ในสภาวะ “ขุนตกใต้” จนเสียอาการอย่างเห็นได้ชัด โดยระบุว่า “ทหารไทยรบชนะเขมร ทำสองพรรคใหญ่ กลายเป็นขุนตกใต้…”

เทพไท ตีแผ่กลยุทธ์ กระสุนดินดำ ปูพรมสู้ศึกเลือกตั้ง 69 – เผยแผนเจาะไข่แดงภาคใต้

เทพไท ตีแผ่กลยุทธ์ กระสุนดินดำ ปูพรมสู้ศึกเลือกตั้ง 69 - เผยแผนเจาะไข่แดงภาคใต้

เทพไท ตีแผ่กลยุทธ์ กระสุนดินดำ ปูพรมสู้ศึกเลือกตั้ง 69 – เผยแผนเจาะไข่แดงภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 08.25 น.

จับตาโค้งสุดท้าย! เทพไท วิเคราะห์ยุทธศาสตร์การเมืองช่วงก่อนวันเลือกตั้ง เผยมีพรรคการเมืองเตรียมระดมสรรพกำลังปูพรมทุกภูมิภาค โดยเฉพาะสมรภูมิภาคใต้ที่คาดว่าจะมีการแข่งขันสูงเพื่อชิงเก้าอี้ สส.เป้าหมาย

6 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า 3 พรรคเน้นซื้อเสียง 2 พรรคแข่งซื้อในภาคใต้

ตอนนี้เหลือเวลาอีก 3 วันแล้ว ที่จะถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายจริงๆ ของการแข่งขันในการหาเสียงของพรรคการเมือง และหลายพรรคก็ได้เปิดปราศรัยปิดท้ายการหาเสียงไปแล้ว ยังเหลือช่วงสุดท้ายหรือโค้งสุดท้ายนี้ จะมีพรรคการเมืองบางพรรคเพิ่มกระสุนดินดำ หรือเรียกกันว่าระดมสรรพกำลัง เพื่อใช้เงินซื้อเสียงกัน ซึ่งมีกระแสข่าวออกมาว่า มีอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองดัง ติดต่อกลุ่มทุนสีเทา เพื่อระดมทุนอัดฉีดผู้สมัคร สส.เพื่อสนับสนุนการซื้อเสียงในพื้นที่ภาคอีสาน และภาคเหนือตอนล่าง ทำให้คอการเมือง นักวิจารณ์การเมือง ต่างก็วิเคราะห์สถานการณ์กันว่า อดีตนายกรัฐมนตรีคนนั้นเป็นใคร และกลุ่มทุนสีเทาที่สนับสนุนในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการสนับสนุนพรรคการเมืองใด

ถ้าจะพูดถึงพรรคการเมืองที่มีความพร้อมทั้งกระสุนดินดำ สรรพกำลังทั้งหมด ที่ต้องการใช้วิธีการหาเสียง หรือเอาชนะคู่ต่อสู้โดยการซื้อเสียง มีดังต่อไปนี้

1.จะมี 3 พรรคการเมือง ที่มีความพร้อมในสรรพกำลัง หรือกระสุนดินดำ หรือเงินทุน จะใช้เงินทุนซื้อเสียงกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งทั้ง 3 พรรคการเมืองนี้ มีขอบข่ายการซื้อเสียงทั่วไปในทุกภูมิภาค

2.สำหรับพื้นที่ภาคใต้ จะมีเพียง 2 พรรคการเมืองเท่านั้น ที่สนับสนุนให้ผู้สมัครซื้อเสียงกัน ส่วนอีกพรรคการเมืองหนึ่ง ไม่มีฐานเสียงในภาคใต้ จึงไม่สนับสนุนผู้สมัครของพรรคซื้อเสียง จะมุ่งเน้นสนับสนุนให้ซื้อเสียง น่าจะมีเพียงเขตเลือกตั้งเดียว หวังที่จะลบล้างคำสบประมาทว่า ไม่มี สส.ในภาคใต้เลย ครั้งนี้จะได้มี สส.สักคนหนึ่ง เพื่อลบคำสบประมาท

3.จะเน้นซื้อเสียงในพื้นที่มีอดีต สส.เข้าสังกัด หรือผู้สมัครที่เป็นอดีต สส.ลงสมัครในครั้งนี้ ที่ดูด สส.เก่าเข้าพรรค จะระดมสรรพกำลัง และจะมีการเลี่ยงการแข่งขันในการซื้อเสียง จะใช้วิธีการถ้อยทีถ้อยอาศัย ส่วนพื้นที่ที่ไม่มีอดีต สส.หรือเป็นพื้นที่ใหม่ ทั้ง2พรรคจะปล่อยอิสระให้ผู้สมัครของแต่ละพรรค ใช้ความสามารถซื้อเสียงแข่งขันกันเอง โดยการสนับสนุนเงินทุนจากพรรค

4.พรรคการเมืองที่ประกาศไม่ซื้อเสียง ซึ่งมีอยู่หลายพรรค แต่อาจจะมีผู้สมัครของพรรคเหล่านั้นแอบซื้อเสียง โดยต้นสังกัดไม่สนับสนุน แต่ผู้สมัครเหล่านั้นมีศักยภาพ มีความพร้อมเพียงพอช่วยตัวเอง ได้อาจจะใช้เงินทุนของตัวเอง หรือเงินทุนที่ตัวเองหาได้ หรือมีคอนเน็คชั่นหาเงินมาซื้อเสียงได้

จึงสรุปได้ว่า การซื้อเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการซื้อเสียงกันทุกภูมิภาค และมีพรรคการเมืองที่ปรากฏว่า นิยมการซื้อเสียง มีอยู่ 3 พรรค แต่พื้นที่ภาคใต้มีการซื้อเสียงกันดุเดือดมากที่สุด และเป็นพื้นที่เป้าหมายของพรรคการเมืองซื้อเสียงอย่างน้อย 2 พรรค ที่สมัครใจกันลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อใช้วิธีการซื้อเสียง และเชื่อว่าถ้า กกต.ปล่อยประละเลย เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เช่นนี้ การซื้อเสียงในภาคใต้ที่มีประชาชนส่วนหนึ่ง กำลังเสพติดการขายเสียง ก็จะประสบความสำเร็จ ประกอบกับการใช้เงื่อนไขกลไกอำนาจรัฐ เข้ามากำกับดูแล การซื้อเสียงให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ปัจจัยชี้ขาดในการเลือกตั้ง สส.ภาคใต้ จะมองข้ามการซื้อเสียง หรือกระสุนดินดำไปไม่ได้เด็ดขาด

พี่ดี้ ผิดหวังคำพูด อภิสิทธิ์ ชี้บ้านเมืองไม่ต้องการนโยบายเพ้อฝัน แนะนั่ง ปธ.สภาฯ เหมาะสุด

พี่ดี้ ผิดหวังคำพูด อภิสิทธิ์ ชี้บ้านเมืองไม่ต้องการนโยบายเพ้อฝัน แนะนั่ง ปธ.สภาฯ เหมาะสุด

พี่ดี้ ผิดหวังคำพูด อภิสิทธิ์ ชี้บ้านเมืองไม่ต้องการนโยบายเพ้อฝัน แนะนั่ง ปธ.สภาฯ เหมาะสุด

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 07.42 น.

6 กุมภาพันธ์ 2569 ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ไม่น่าเชื่อว่าคำพูดนี้มาจากปากคุณอภิสิทธิ์….เสียดายจริงๆ…

ให้ฉันเขียนนโยบายอะไรก็ได้ในคืนนี้…ฉันเขียนได้เจ็ดร้อยกว่านโยบาย…

ขับรถไปตามถนนวันนี้….ฉันก็เห็นแปดร้อยกว่านโยบายตามป้ายพรรคต่าง ๆ แล้ว จนเวียนหัวว่านโยบายอะไรของมึงนักหนาเยอะแยะ…ซ้ำๆซากๆ ฝันๆ กลวงๆ…..แล้วก็จำไม่ได้ว่าของพรรคไหนด้วย เพราะมันเยอะ และซ้ำ….

ในความเห็นของฉัน….

บ้านเมืองเราเวลานี้….ไม่ต้องการนโยบายเจ็ดหมื่นแปดพันเรื่องแล้ว….

ต้องการแผนหลักสองสามเรื่อง บนกระดาษเอสี่ ใบเดียว ให้แค่ทุกเรื่องหลัก มันดำเนินไปได้ตามปกติ ธรรมดาๆ ให้แข็งแรง ให้ยืนตรง ให้เดินหน้าได้ก่อน…..แค่นั้นเอง

อย่างดีที่สุดสำหรับคุณอภิสิทธิ์….คือเก้าอี้ประธานสภา…

และเราจะได้สภาที่มีระเบียบและคุณภาพที่ดีที่สุดด้วย….