โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic

โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic

โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.42 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 โบว์ ณัฏฐา มหัทธนา อดีตโฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า   ภาวะผู้นำในการเมือง Toxic  

มูฟของนายกฯ เมื่อวานที่ให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีที่ “ปกป้อง” สนับสนุนการทำงานของคุณศุภจีอย่างชัดเจน ไม่เพียงจะเป็นกำลังใจให้คนทำงาน แต่เป็นกำลังใจของประชาชนที่ไม่อยากให้คนดีมีความสามารถต้องถูกบีบให้พ้นสนามไปด้วยพิษของ “การเมือง toxic” ด้วย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าดราม่าไลฟ์ขายทุเรียนในตอนแรกมีประเด็นให้ตั้งข้อกังวลและถูกวิจารณ์ได้จริง แต่เมื่อผู้ขายมีการปรับเปลี่ยนแผนการขาย บอกกล่าวชี้แจงลูกค้าอย่างชัดเจน ของทุกอย่าง Sold Out และสร้างกระแสการบริโภคในวงกว้างได้อย่างเกินคาดโดยปราศจากความเสียหายที่เคยเป็นข้อกังวลใดๆ และเมื่อมีปัญหาพายุเข้า ทุเรียนโค่นในวันถัดมา รัฐมนตรีพาณิชย์ก็เทคแอคชั่น ดึงผู้ประกอบการไปซื้อทุเรียนที่เสียหายจากเกษตรกรมาแปรรูปได้อย่าง
ทันท่วงทีในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว การตั้งแง่ยกระดับการโจมตีหลังจากนั้น ถึงขั้นตั้งประเด็นจะบีบให้รมว.พาณิชย์ต้องออกจาก ครม. เป็นเรื่องที่เกินกว่าระดับของ “การวิจารณ์โดยสุจริต” ไปมาก

ไม่มีความจำเป็นต้องเกรงอกเกรงใจกลุ่มคนที่มีวาระแอบแฝง จ้องทำลายล้างกันทางการเมืองด้วยการหลบอยู่หลังคำว่า “วิพากษ์วิจารณ์” 

ประชาชนเลือกรัฐบาลมาทำงานอย่างเป็น “มืออาชีพ” ไม่ได้เลือกมารองมือรองเท้าหรือต้องทนถูกด้อยค่าอย่าง “ไม่เป็นธรรม” 

หมดยุคที่ต้องก้มหน้ารับทุกคำก่นด่า ในเวลาที่รู้ๆ กันอยู่ว่า ”คนเล่นการเมืองนอกสนาม“ ด้วยหน้ากากของนักวิชาการขาประจำที่ตระเวนออกสื่อมีสีมีค่ายโดยเอาคำว่า “ประชาชน” มาอ้างนั้นมีอยู่มากมาย

ต่อไปนี้ก็ตอบสนองกันตามเนื้อผ้าไปในแบบที่แต่ละคนสมควรได้รับ แล้วทำงานทุ่มเทให้กับประชาชนตัวจริงอย่างเต็มที่ต่อไป 

คนมีเหตุผลในโลกแห่งความเป็นจริงมีอยู่มากกว่าที่เห็น และเขาเข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น

ศาลอาญาคดีทุจริต รับฟ้องคดี สุภา ปิยะจิตติ อดีต ป.ป.ช. ไม่อุทธรณ์ภาษีหุ้นชินคอร์ป

ศาลอาญาคดีทุจริต รับฟ้องคดี สุภา ปิยะจิตติ อดีต ป.ป.ช. ไม่อุทธรณ์ภาษีหุ้นชินคอร์ป

ศาลอาญาคดีทุจริต รับฟ้องคดี สุภา ปิยะจิตติ อดีต ป.ป.ช. ไม่อุทธรณ์ภาษีหุ้นชินคอร์ป

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.08 น.

ศาลอาญาคดีทุจริตฯรับฟ้อง  สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการปปช. และรองปลัดฯคลังกับพวก ปฏิบัติหน้าที่มิชอบไม่อุทธรณ์หุ้นชินคอร์ปนัดสอบคำให้การจำเลย30มิถุนายน

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 69ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ตลิ่งชัน ศาลนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ อท.75/2569 ที่พนักงานอัยการ ฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต1 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการปปช.และอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง นายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร และนายสุทธิชัย สังขมณี อดีตสรรพากรภาค 3 เป็นจำเลย 1-3ตามลำดับ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ

กรณีที่พวกจำเลยไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง คดีหุ้นชินคอร์ป เลขที่ 03-3-1058/2564 ตามหนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0604.2/ว44 ลงวันที่23มิถุนายน2549 เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการอุทธรณ์ ฎีกาคดีแพ่งและอุทธรณ์คดีศาลปกครอง โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสาม โจทก์และจำเลยที่ 3 มาศาล ส่วนจำเลยที่ 1 อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางภาค 1 ในคดีหมายเลขดำที่ อท95/2567 ส่วนจำเลยที่ 2 ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมคดีฉ้อโกงภาษีกว่า 3,000ล้ายบาทคดีหมายเลขแดงที่ อท96/2564 ของศาลนี้ โดยศาลดำเนินการกระบวนพิจารณาโดยถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางกับเรือนจำกลางคลองเปรม

ศาลได้สอบถามจำเลยที่ 2 และที่ 3 เรื่องทนายความแล้ว จำเลยที่ 2 และ 3 แถลงว่ายังไม่มีทนายความและประสงค์ที่จะต่อสู้คดี โดยจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 จะแต่งตั้งทนายความเข้ามาภายหลัง

ทนายความจำเลยที่ 1 โจทก์แถลงว่าถูกดำเนินคดีในคดีหมายเลขดำที่ อท.95/2562 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ขอให้ศาลมีหนังสือถึงศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ส่งตัวจำเลยมาสอบคำให้การต่อไป

พิเคราะห์แล้วเห้นว่า จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ยังไม่มีทนายความ ประกอบกับมีเหตุจำเลยที่ 1 มาศาลวันนี้ไม่ได้ จึงให้เลื่อนไปสอบคำให้การจำเลยทั้งสามในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น.

หมายเรียกจำเลยที่ 1 มาศาลในวันนัดสอบคำให้การหมายขังจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไว้เว้นแต่มีประกันและมีหนังสือถึงศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ส่งตัวจำเลยที่1 มาศาลในวันนัดสอบคำให้การโดยแนบสำเนาหมายเรียกจำเลยที่ 1 พร้อมกับหนังสือและให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จัดการหมายเรียกให้จำเลยที่ 1 มาศาลในวันนัดสอบคำให้การ และหมายเรียกจำเลยที่ 2 มาศาลในวันนัดสอบคำให้การ

สำหรับนายสุทธิชัย ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ให้ประกันตัวระหว่างพิจารณา วงเงินประกัน 800,000 บาท ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : มติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด สุภา ปิยะจิตติ ปมไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7หมื่นล้าน

ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน ขัตติยา สวัสดิผล นั่ง สส.แทน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน ขัตติยา สวัสดิผล นั่ง สส.แทน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

ราชกิจจาฯ ประกาศเลื่อน ขัตติยา สวัสดิผล นั่ง สส.แทน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.40 น.

วันที่ 2 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แทนตำแหน่งที่ว่างลง 

ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งได้ประกาศให้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยลำดับที่ 3 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั้น

บัดนี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงประกาศให้ผู้มีชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน ดังนี้

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 17 ได้รับการเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างลง

ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 

โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร 

วุฒิสภาเปิดเวทีถก วิกฤตพลังงานไทย ระดมสมองร่วมวิเคราะห์เสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล

วุฒิสภาเปิดเวทีถก วิกฤตพลังงานไทย ระดมสมองร่วมวิเคราะห์เสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล

วุฒิสภาเปิดเวทีถก วิกฤตพลังงานไทย ระดมสมองร่วมวิเคราะห์เสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.21 น.

ไทยต้องรอด! วุฒิสภาเปิดเวทีถก “วิกฤตพลังงานไทย” ระดมสมองรัฐ-เอกชน-นักวิชาการร่วมวิเคราะห์เสนอทางออกเชิงนโยบายต่อรัฐบาล

2 พ.ค.2569 นายชิบ จิตนิยม ประธานคณะอนุกรรมการด้านการต่างประเทศและการประชาสัมพันธ์ฯ วุฒิสภาเปิดเผยว่า วุฒิสภาเตรียมจัดเวทีเสวนา “วุฒิสภา… ไขปัญหา วิกฤตพลังงานไทย” วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ ห้องริมน้ำเจ้าพระยา 102 – 104 อาคารัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) โดยระดมผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการ ร่วมวิเคราะห์สถานการณ์พลังงานและเสนอแนวทางรับมือผลกระทบที่เกิดขึ้นในระดับประเทศโดยเวทีเสวนาดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานระดับประเทศ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมวิเคราะห์ปัญหาพลังงานที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายร่วมกันผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในอนาคต

ชิบ จิตนิยม

ทั้งนี้เวทีเสวนาดังกล่าวจัดโดยคณะอนุกรรมาธิการด้านการต่างประเทศและการประชาสัมพันธ์ ภายใต้คณะกรรมาธิการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของวุฒิสภา โดยได้รับเกียรติจากนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานกล่าวเปิดการเสวนา โดยช่วงเช้าเป็นการเสวนาในหัวข้อ “พลังงานไทยในวิกฤตพลังงานโลก” โดยมีวิทยากรสำคัญ ได้แก่ นายสมภพ พัฒนอริยางกูล รองปลัดกระทรวงพลังงาน นายศิริวัฒน์ เจ็ดสี รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และดร.คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย (PTIT) โดยมีนายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ รองประธานคณะกรรมาธิการการพลังงาน วุฒิสภา ทำหน้าที่ดำเนินรายการ

ส่วนช่วงบ่ายเป็นการนำเสนอ “ข้อเสนอแนะด้านมาตรการทางเศรษฐกิจ สังคม และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน” โดยมีผู้แทนจากภาคธุรกิจและผู้บริโภคร่วมสะท้อนมุมมอง อาทิ นายจิระเดช ห้วยหงษ์ทอง นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) ดร.สุนทร ผจญ นายกสมาคมขนส่งสินค้าเข้า-ออก ดร.ณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน โดยมีนายเมธวิน อังคทะวานิช เป็นผู้ดำเนินรายการ

“ขอชวนเชิญสมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหาร บุคลากรในวงงานรัฐสภาและผู้ที่สนใจร่วมเวทีอภิปราย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมวิเคราะห์ปัญหาพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย เพื่อรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายร่วมกันผลักดันแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” ประธานคณะอนุกรรมการด้านการต่างประเทศและการประชาสัมพันธ์ฯกล่าว

นักเขียนซีไรต์ ฉะ ‘พรรคส้ม-ไอซ์’ สร้างความแตกแยกระหว่างรุ่น แต่ยังหาเสียงกับคนแก่

นักเขียนซีไรต์ ฉะ 'พรรคส้ม-ไอซ์' สร้างความแตกแยกระหว่างรุ่น แต่ยังหาเสียงกับคนแก่

นักเขียนซีไรต์ ฉะ ‘พรรคส้ม-ไอซ์’ สร้างความแตกแยกระหว่างรุ่น แต่ยังหาเสียงกับคนแก่

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.44 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์  ได้โพสต์ ภาพ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่เมื่อวาน(1พ.ค.)ได้เดินขบวนยื่นร่างกฎหมายปฏิรูปประกันสังคมเข้าสู่สภาฯ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม)

ล่าสุด นายวิมล  ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้ว่า  ห่วงคนแก่ในอนาคต ขณะเดียวกันพวกส้มก็ดูถูกเหยียดหยามคนแก่ในปัจจุบัน แช่งให้ตายก็มี

พวกด้อมส้มนั้นด่าคนแก่ที่เป็นสลิ่มทุกวัน แต่ถ้าอยู่ฝ่ายส้มก็จะอวยว่าเป็นคนแก่ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ มองการณ์ไกล ห่วงอนาคตของลูกหลาน

สร้างความแตกแยกระหว่างรุ่นไป แล้วก็หาเสียงกับคนแก่ไป ถึงวันนี้ไม่แปลกใจพรรคส้มแล้ว การใดที่สุจริตใจและเป็นประโยชน์จริง ก็ขอให้ประสบความสำเร็จแล้วกัน

จุลพันธ์ เดินหน้าเชิงรุก สกัดบริษัทหลอกคนไปทำงานต่างแดน

จุลพันธ์ เดินหน้าเชิงรุก สกัดบริษัทหลอกคนไปทำงานต่างแดน

จุลพันธ์ เดินหน้าเชิงรุก สกัดบริษัทหลอกคนไปทำงานต่างแดน

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.38 น.

‘จุลพันธ์’ พร้อมเดินหน้าเชิงรุก สกัดบริษัทหลอกคนไปทำงานต่างแดน ชี้แรงงานเปราะบางจากวิกฤติเศรษฐกิจ-พลังงาน ต้องไม่ถูกหลอกโดยใช้ความหวังเป็นเครื่องมืออีก

2 พ.ค. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ร่วมกับ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ร่วมกันแถลงข่าวถึงการจับกุมบริษัทจัดหางานซึ่งทำการหลอกลวงคนไปทำงานภาคเกษตรในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งมีผู้เสียหายกว่า 100 ราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท 

จุลพันธ์

นายจุลพันธ์ เปิดเผยว่า กลุ่มมิจฉาชีพได้ใช้ช่องทางออนไลน์แอบอ้างเป็นบริษัทจัดหางาน ซึ่งมีลักษณะการทำงานคล้ายกลุ่มสแกมเมอร์ แต่มีความร้ายแรงกว่าเนื่องจากเป็นการ ‘หลอกลวงบนความหวัง’ ของประชาชนที่ต้องการหารายได้ท่ามกลางภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน พร้อมกล่าวขอบคุณตำรวจสอบสวนกลาง และกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ที่ดำเนินการเข้าจับกุมได้อย่างรวดเร็ว

นายจุลพันธ์ ย้ำด้วยว่า กลุ่มพี่น้องแรงงานที่ต้องการหางานในต่างประเทศ ขอให้ติดตามข้อมูลจากทางหน่วยงานของรัฐ เช่น กรมการจัดหางาน ซึ่งมีการดำเนินการจัดหางานให้กับพี่น้องอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอนาคตทางกระทรวงแรงงานจะขยายตลาดแรงงานให้เพิ่มขึ้นอีก

จุลพันธ์

นอกจากนี้ จุลพันธ์ ยังย้ำว่า จากนี้ไปทางกระทรวงแรงงานจะทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยจะประสานงานร่วมกับตำรวจสอบสวนกลางในการเข้าไปตรวจสอบ และดำเนินการทางกฎหมายต่อบริษัทจัดหางานต่างๆ ที่กระทำการโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงให้กับพี่น้องแรงงานด้วย 

ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวย้ำว่า ทางกรมการจัดหางานไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมที่จะดำเนินการตรวจสอบในเชิงรุก อย่างไรก็ตามสำหรับพี่น้องแรงงานที่ประสานงานกับบริษัทจัดหางานนั้น ต้องตรวจสอบใบอนุญาตจากกรมการจัดหางาน หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัย หรือต้องการตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ถูกต้อง สามารถติดต่อสอบถามได้ที่กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ หรือหารายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตจากกรมจัดหางาน ผ่านเว็บไซต์กรมจัดหางาน doe.go.th/ipd

จุลพันธ์
จุลพันธ์

คนใกล้ชิดไล่ไทม์ไลน์โต้ ยันหลานสุริยะไม่เคยพบราเชน

คนใกล้ชิดไล่ไทม์ไลน์โต้ ยันหลานสุริยะไม่เคยพบราเชน

คนใกล้ชิดไล่ไทม์ไลน์โต้ ยันหลานสุริยะไม่เคยพบราเชน

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.28 น.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการและอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ ได้โพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ปฏิเสธการเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมืองและประเด็นการโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรนั้น

ต่อมาแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับ นายวุฒิภูมิ เปิดเผยข้อมูล “ไทม์ไลน์การติดต่อเพื่อขอเข้าพบอธิบดีราเชน” โดยได้ส่งข้อมูลพร้อมอินโฟกราฟิก ไปให้ผู้สื่อข่าว ระบุว่า นายวุฒิภูมิ ไม่เคยเข้าพบกับ นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งสามารถแบ่งรายละเอียดออกเป็น 2 ช่วงเวลาสำคัญ ดังนี้

ช่วงที่ 1 ก่อนการเลือกตั้ง (นายสุริยะยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ) 

16 กรกฎาคม 2568: ทีมงานติดต่อขอเข้าพบอธิบดีโดยระบุชัดเจนว่าไม่ใช่ตัว  นายวุฒิภูมิ เข้าพบเอง

22 กรกฎาคม 2568: ทีมงานเดินทางไปพบอธิบดี แต่อธิบดีตำหนิว่าการที่ นายวุฒิภูมิไม่มาด้วยตนเองถือเป็นการไม่ให้เกียรติ จึงเชิญให้ทีมงานกลับและแจ้งว่าหาก นายวุฒิภูมิว่างให้ติดต่อมาใหม่ หลังจากนั้น นายวุฒิภูมิได้โทรศัพท์ไปขออภัยอธิบดีราเชนที่ไม่ได้ไปด้วยตัวเอง โดยใช้เวลาสนทนาเพียง 2-3 นาที

ช่วงที่ 2 หลังการเลือกตั้ง (8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา)

ข้อมูลระบุว่าทิ้งช่วงห่างจากการติดต่อครั้งแรกถึง 7 เดือน 17 วัน (รวมระยะเวลา 251 วัน) โดยมีการติดต่อผ่านหน้าห้องและทีมงานในช่วงเดือนเมษายน 2569 ดังนี้ 30-31 มีนาคม 2569 ทีมงานสอบถามคิวเข้าพบเพื่อขอสอบถามคิวอีกครั้ง 16 เมษายน 2569 ทีมงานโทรหาหน้าห้องเพื่อสอบถามคิว แต่ไม่มีผู้รับสาย 19 เมษายน 2569 มีการประสานงานกลับไปมา โดยหน้าห้องแจ้งว่าติดภารกิจต้องเข้าพบนายกฯ และจะแจ้งนัดหมายใหม่ 24 เมษายน 2569 ทีมงานโทรไปสอบถามนัดใหม่ แต่หน้าห้องรับสายและแจ้งว่า “ไม่สะดวกคุย” ก่อนจะตัดสายไป

แหล่งข่าวดังกล่าว ระบุว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวสามารถหักล้างประเด็น “คลิป 4K” ที่มีการกล่าวอ้างว่า นายวุฒิภูมิ พูดคุยกับอธิบดีราเชน

จากหลักฐานไทม์ไลน์ดังกล่าว มีการระบุประเด็นสำคัญเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่า

1.ไม่มีการพบปะ ไม่มีการมอบกระเช้าหรือส่งของใดๆ ให้กันทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง

2.ไม่มีเรื่องงบประมาณ ไม่มีการขอโครงการ งบประมาณ หรือการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ

3.ไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่มีการพูดคุยเรื่องอื่นใดนอกจากการพยายามนัดหมายตามหน้าที่เท่านั้น

แหล่งข่าว ระบุว่าเพิ่มเติมว่า ในเมื่อข้อเท็จจริงคือ “ไม่เคยพบกัน จึงไม่มีทางที่จะเกิดคลิปขึ้นได้”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘วุฒิภูมิ’หลานสุริยะ ยันไม่ขอเกี่ยวข้องความขัดแย้ง วอนยุติการพาดพิง มุ่งหน้าทำงานสร้างสรรค์

พรรคประชาชน เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม กรุงเทพฯ ยากไปไหม

พรรคประชาชน เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม กรุงเทพฯ ยากไปไหม

พรรคประชาชน เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม กรุงเทพฯ ยากไปไหม

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.17 น.

พรรคประชาชนเปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุดทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม ‘กรุงเทพฯ ยากไปไหม?’ ก่อนเฉลยบนเวทีเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่า กทม. 5 พ.ค. นี้ 

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 พรรคประชาชน เปิดแคมเปญ Out of Home (OOH) ขนาดใหญ่ โดยการขึ้นบิลบอร์ดกว่า 100 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ ตั้งแต่ย่านธุรกิจ เส้นทางหลัก ไปจนถึงพื้นที่ที่ประชาชนออกมาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมในแต่ละวัน โดยข้อความที่ปรากฏบนบิลบอร์ด สะท้อน “ความยาก” ในชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในมิติที่แตกต่างกัน เช่น

พรรคประชาชน

อยู่กรุงเทพฯ พาแม่ไปหาหมอ ยากมั้ย? 

อยู่กรุงเทพฯ กลับบ้านตอนเย็น ยากมั้ย?

อยู่กรุงเทพฯ  เก็บเงิน ยากมั้ย?

อยู่กรุงเทพฯ  ค้าขาย ยากมั้ย?

อยู่กรุงเทพฯ  เดินคนเดียวกลางคืน ยากมั้ย?

อยู่กรุงเทพฯ  หายใจ ยากมั้ย?

อยู่กรุงเทพฯ  เลี้ยงลูก ยากมั้ย?

อยู่กรุงเทพฯ  อยากสุขภาพดี ยากมั้ย?

พรรคประชาชน

แคมเปญนี้ต้องการเชิญชวนให้คนกรุงเทพฯ หยุดและคิดถึงความยากในชีวิตประจำวันที่หลายคนอาจคุ้นชินจนไม่ทันตั้งคำถาม พร้อมทิ้งท้ายด้วยข้อความ “กรุงเทพง่ายๆ เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน” เพื่อเชิญชวนให้จินตนาการถึงกรุงเทพฯ ที่ง่ายกว่านี้สำหรับประชาชน หากมีผู้ว่า กทม. และ ทีม ส.ก. จากพรรคประชาชน เข้าไปขับเคลื่อนงานร่วมกัน 

ทั้งนี้ พรรคประชาชนจะจัดงานเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจากพรรคประชาชน ในวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม เวลา 17:00 น. เป็นต้นไป ที่สามย่านมิตรทาวน์ ชั้น 5 ห้อง The Mitr-ting Room

พรรคประชาชน
พรรคประชาชน
พรรคประชาชน
พรรคประชาชน

ศธ. ย้ำชัด ทุกโรงเรียน ต้องลดภาระผู้ปกครองทันที ไม่มีข้อยกเว้น

ศธ. ย้ำชัด ทุกโรงเรียน ต้องลดภาระผู้ปกครองทันที ไม่มีข้อยกเว้น

ศธ. ย้ำชัด ทุกโรงเรียน ต้องลดภาระผู้ปกครองทันที ไม่มีข้อยกเว้น

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.54 น.

ศธ. “ย้ำชัดทุกโรงเรียนต้องลดภาระผู้ปกครองทันที” ออกมาตรการเข้ม ไม่มีข้อยกเว้น เดินหน้าจากความร่วมมือสู่การปฏิบัติจริงทั่วประเทศ 

วันที่ 2 พฤษภาคม 2569  กระทรวงศึกษาธิการประกาศยกระดับนโยบาย “ลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง” อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทุกสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเร่งขับเคลื่อนจาก “ความร่วมมือ” สู่ “การปฏิบัติจริง” หลังพบว่ายังมีบางสถานศึกษาที่ยังไม่ดำเนินการตามแนวทางที่ได้ขอความร่วมมือไปก่อนหน้านี้ 

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดอมรินทราราม ว่า จากสถานการณ์ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูงและส่งผลกระทบต่อครัวเรือนทั่วประเทศ กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับการ “ลดภาระผู้ปกครอง” มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศให้พิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น 

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามพบว่า แม้หลายโรงเรียนได้ตอบรับและดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีบางแห่งที่ยังไม่ได้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง ทำให้ผู้ปกครองยังคงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย หรือจำเป็นต้องติดตามสอบถามด้วยตนเอง 

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

“กระทรวงศึกษาธิการเข้าใจดีว่าภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาคือหนึ่งในความกังวลหลักของผู้ปกครองในเวลานี้ เราไม่ต้องการให้ความร่วมมือเป็นเพียงแนวทางเชิงขอร้องอีกต่อไป แต่ต้องเกิดผลจริงในทุกโรงเรียนทั่วประเทศ” รมว.ศธ. กล่าว และว่า  

เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงศึกษาธิการจึงออกประกาศเพิ่มเติม กำหนดมาตรการสำคัญ 2 ด้านหลัก พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ดังนี้ 

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

มาตรการที่ 1 ลดค่าใช้จ่ายทันที ปรับระเบียบให้สอดคล้องสถานการณ์เศรษฐกิจ ยกระดับจากการ “ขอความร่วมมือ” เป็น “แนวทางปฏิบัติ” ที่ทุกสถานศึกษาต้องดำเนินการ โดยเน้นลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ปกครองและนักเรียน ได้แก่ 

ชุดนักเรียน  อนุโลมให้นักเรียนสามารถใช้ชุดเดิมได้ แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายสถานศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน ส่งเสริมให้สถานศึกษาพิจารณาเพิ่มวันสวมใส่ชุดพละหรือชุดสุภาพ เพื่อลดความจำเป็นในการจัดซื้อชุดใหม่ 

ชุดลูกเสือ–เนตรนารี ไม่บังคับจัดซื้อชุดเต็มรูปแบบ โดยสามารถใช้เฉพาะผ้าผูกคอและหมวกร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้ 

กระเป๋าและรองเท้า เปิดกว้างไม่จำกัดรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมีตราสถานศึกษา โดยคำนึงถึงความสุภาพ ความเหมาะสม และการใช้งานจริง การปักชื่อเครื่องแบบนักเรียน ปรับจากการปักชื่อ–นามสกุลเต็ม เป็นการใช้อักษรย่อของสถานศึกษา เพื่อลดต้นทุน เพิ่มอายุการใช้งาน และสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การบริหารจัดการระดับสถานศึกษา มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาออกแบบมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามบริบทของพื้นที่ โดยยึดประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและผู้ปกครอง 

ประเสริฐ จันทรรวงทอง

มาตรการที่ 2 จัดหาอุปกรณ์การเรียน “ราคาควบคุม” เพิ่มทางเลือก ลดค่าใช้จ่ายจริงกระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดหาและกระจาย หนังสือเรียน แบบเรียน เครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นในราคาควบคุม เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และมีทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม เข้มมาตรการติดตามผล เน้น “ทุกโรงเรียนต้องเกิดผลจริง” เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายดังกล่าวจะถูกนำไปปฏิบัติอย่างครบถ้วน กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ผ่านกลไกสำคัญ ได้แก่ การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาโดยรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูง การรายงานผลจากหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ การเปิดช่องทางรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองโดยตรง หากพบว่าสถานศึกษาใดยังไม่ดำเนินการตามนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งเข้าไปหารือ แก้ไข และกำกับติดตามอย่างใกล้ชิดในทันที 

รมว.ศธ. กล่าวย้ำว่า  “มาตรการเหล่านี้ไม่ใช่เพียงนโยบาย แต่เป็นความตั้งใจของกระทรวงศึกษาธิการที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองอย่างแท้จริง ในช่วงเวลาที่ทุกครอบครัวกำลังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจ เราจะทำให้ผู้ปกครองมั่นใจว่า ระบบการศึกษาจะไม่สร้างภาระเพิ่มเติม แต่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแบ่งเบาภาระของพวกเขา”

ประเสริฐ จันทรรวงทอง
ประเสริฐ จันทรรวงทอง
ประเสริฐ จันทรรวงทอง

ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์

ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย  คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์

ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์

วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.39 น.

“ณัฏฐ์ชนน” สวนกลับ “หัวหน้าเท้ง” ระราน “พิพัฒน์” ถาม รับผิดชอบอะไร เอาคนดำมะเมี่ยม มาลงสมัคร สส.

วันที่ 2 พ.ค.2569 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โฆษกพรรคภูมิใจไทย สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่มาระรานให้ปลด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เพราะรู้จักกับเสี่ยตือ ว่า เป็นเรื่องพิลึก ที่ฝ่ายค้านที่อวดอ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่ มาพูดเรื่องแบบนี้  เพราะพรรคประชาชน มีคนในพรรคที่เป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือมี สส.ที่มีปัญหาอย่าว่าแต่สีเทาเลย เป็นสีดำ จำนวนมาก

ณัฏฐ์ชนน

“พฤติกรรมคนของพรรคประชาชน คนรู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง  มีทั้งเรื่องการคุกคามทางเพศ ลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกายสตรี ข่มขืนกระทำชำเรา พฤติกรรมค้ายาเสพติด  ฟอกเงินขบวนการยาเสพติด พฤติกรรมเกี่ยวข้องกับธุรกิจพนันออนไลน์ ไม่ได้เรียกว่าแค่ทุนเทา แต่คือสีดำมะเมี่ยม ไม่เห็นมีคนพรรคประชาชน จะออกมารับผิดชอบด้วยการลาออก” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว

นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า กรณีที่คนรู้จักกัน ไม่ใช่ว่าไปร่วมสนับสนุนในการกระทำผิด ไม่ได้มีพฤติกรรมไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ทำไมต้องออกมาเรียกร้องให้ปลดออก กลับกันที่นำคนสีดำมะเมี่ยม วัยรุ่นตั้งตัว มาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้งที่กฎหมายให้ผู้บริหารพรรคพิจารณา มีการอนุมติ ลงลายมือชื่อชัดเจน ไม่เห็นหัวหน้าเท้ง และพรรคพวก จะออกมาแสดงความรับผิดชอบอะไรกับสังคม

ณัฏฐ์ชนน