ทบ. รับ ทหารกัมพูชา ประชิด ปราสาทตาควาย แต่อยู่ในระดับไม่น่ากังวล ย้ำไทยไม่ประมาท

ทบ. รับ ทหารกัมพูชา ประชิด ปราสาทตาควาย แต่อยู่ในระดับไม่น่ากังวล ย้ำไทยไม่ประมาท

ทบ. รับ ทหารกัมพูชา ประชิด ปราสาทตาควาย แต่อยู่ในระดับไม่น่ากังวล ย้ำไทยไม่ประมาท

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.38 น.

”โฆษก ทบ.“ รับทหาร ”กัมพูชา“ ประชิด ”ปราสาทตาควาย“ แต่อยู่ในระดับไม่น่ากังวล ยอมรับกระแสข่าวปะทะรอบ 3 ”เจ้ากรมข่าว“ เป็นเรื่องจริง ยันไทยไม่ประมาท เตรียมพร้อมกำลังพล และอาวุธเช่นกัน 

วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ฐานปฎิบัติการบ้านแม่โกนเกน จ.ตาก พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีทหารกัมพูชาวางกำลังประชิดชายแดน บริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ว่า พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ยังมีการวางกำลังประชิดชายแดนกัน แต่ไม่ได้ประชิดมาก เหมือนห้วงที่ผ่านมา เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเปลี่ยนแนว ซึ่งทหารกัมพูชาก็จะหาพื้นที่ที่เหมาะสม หลังจะต้องถอยร่นออกจากชายแดนไทยไป เนื่องจากหลายพื้นที่ขณะนี้อยู่ในความควบคุมของฝ่ายไทย แต่ยอมรับว่า บางพื้นที่มีการขยับเข้ามาใกล้ แต่ไม่ได้เลยแนวเส้นสมมุติฐาน หรือเส้นปฏิบัติการที่ฝ่ายไทยยึดถืออยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล ในขณะที่การปฏิบัติการของกองทัพภาคที่ 2 ก็ยังคงเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่มีการใช้อาวุธ เช่น การเฝ้าระวัง ลาดตระเวน, ตรวจพื้นที่, การปรับปรุงฐานที่มั่นที่ กรณีเกิดเหตุไม่คาดคิด ก็สามารถที่จะปฏิบัติงานได้ รวมถึงการเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิด 

พล.ต. วินธัย กล่าวอีกว่า ทั้ง 2 ประเทศ จะต้องยึดถือข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกันไปหลังหยุดยิง ซึ่งฝ่ายไทยมีความเคร่งครัด และปฏิบัติตามเงื่อนไขการหยุดยิง ส่วนกัมพูชาก็จะมีอยู่บ้างตามที่เป็นภาพข่าว ที่มีการยั่วยุ, การขยับเข้าใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย และการประทะด้วยวาจา หรือเรื่องวินัย ส่งผลให้อาวุธบางอย่างตกมายังฝ่ายไทย ซึ่งหน่วยในพื้นที่มีมาตรการ และวิธีในการดำเนินการ ซึ่งข้อมูลทางด้านการข่าวยังไม่ส่งผลเรื่องความน่ากังวล อย่างไรก็ตามฝ่ายไทยคงประมาทไม่ได้ ต้องเข้มข้นในการทำหน้าที่เช่นเดิม 

ส่วนกรณีที่เจ้ากรมข่าวทหารบก ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะรอบที่ 3 นั้น พล.ต. วินธัย กล่าวว่า ข้อมูลทางด้านการข่าว ทหารฝั่งกัมพูชายังคงการเคลื่อนไหว ก็จะเห็นสัญญาณบางอย่าง แต่ยังไม่อยู่ในระดับที่น่ากังวล แต่ข้อมูลที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตก็อาจเกิดขึ้นได้ แต่ทั้งนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ ส่วนในอนาคตก็ต้องมีการประเมินเป็นห้วงเวลา 

ขณะที่กรณีที่ทหารกัมพูชามีการสะสมอาวุธนั้น พล.ต. วินธัย ระบุว่า ฝ่ายไทยมีการเตรียมการมาก่อนแล้ว ซึ่งถือเป็นงานหลักของฝ่ายความมั่นคง เพราะเรามีหลักเกณฑ์ในการประเมิน ทั้งเรื่องการสะสมอาวุธของฝั่งกัมพูชาก็ถือว่า เรามีข้อมูล ซึ่งเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ 

ส่วนในปีหน้ากัมพูชาจะมีการเลือกตั้ง จะเป็นไปได้หรือไม่งานที่จะมีการสร้างสถานการณ์ เพื่อหวังคะแนน พล.ต วินธัย กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ทั้งหมด แต่ความชัดเจนในเรื่องของการใช้กำลังอาจจะต้องใช้องค์ประกอบอื่นเพิ่มเติม

พล.ต. วินธัย ยังยืนยันว่า การถอนกำลัง หรือการปรับกำลังของฝ่ายไทยไม่ได้มีผลกระทบ 

น้ำมันไทยมีพอ ก.พลังงานชี้ปัญหาอยู่ที่ ขนส่ง กองทุนฯ ยังรับไหว

น้ำมันไทยมีพอ ก.พลังงานชี้ปัญหาอยู่ที่ ขนส่ง กองทุนฯ ยังรับไหว

น้ำมันไทยมีพอ ก.พลังงานชี้ปัญหาอยู่ที่ ขนส่ง กองทุนฯ ยังรับไหว

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.33 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวถึงภาพรวมราคาน้ำมันว่า สถานการณ์น้ำมันโลกค่อนข้างผันผวนจาก 90 กว่าเหรียญสหรัฐฯ มาจนถึง 200 กว่าเหรียญสหรัฐฯ และ เมื่อวานนี้ก็ขึ้นมาอีก 4 เหรียญสหรัฐฯ ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศไทยจำเป็นจะต้องปรับตัวสูงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน แต่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงดูแลอยู่ เพื่อให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศอยู่ในราคาที่เหมาะสม 

เมื่อถามว่า จะตรึงราคาน้ำมันไปถึงเมื่อใด นายพรชัย กล่าวว่า ต้องขอดูสถานการณ์น้ำมันในตลาดโลกก่อน ว่าจะเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าใด เพราะหากเพิ่มขึ้นราคาจะต้องผันผวนไปตามราคาตลาดโลก แต่หากราคาตลาดโลกยังนิ่ง เราก็ยังคงช่วยเหลือได้อยู่ และยังไม่มีการปรับ พร้อมยกตัวอย่างสมัยความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ราคาน้ำมันดีเซลในไทยขึ้นไปถึง 35 บาทต่อลิตร แต่ก็ยังคงช่วยเหลือได้ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ปรับตัวลง

น้ำมัน

แฟ้มภาพ

เมื่อถามว่า มีการคาดการณ์เพดานของราคาน้ำมันไว้ที่เท่าใด นายพรชัย กล่าวว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้มีการจัดทำแผนคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว โดยจะ นำความผันผวนของแต่ละวันมาตั้งไว้ประกอบกับเงินสภาพคล่องในแต่ละวัน ว่าเราสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้เท่าใด ก่อนจะนำเสนอคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อไป โดยจะมีการพิจารณาเป็นรายวัน ว่าช่วยเหลือต่อได้หรือไม่

กกพ. ยัน ไฟฟ้าเพียงพอ มีเชื้อเพลิงใช้ 3 เดือน แม้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

กกพ. ยัน ไฟฟ้าเพียงพอ มีเชื้อเพลิงใช้ 3 เดือน แม้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

กกพ. ยัน ไฟฟ้าเพียงพอ มีเชื้อเพลิงใช้ 3 เดือน แม้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.23 น.

วันที่ 24 มี.ค. เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน นายพูลพัฒน์ สีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับจัดการพลังงาน (กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน แถลงว่า กกพ.ได้กำกับค่าไฟให้สะท้อนกับต้นทุนจริง โดยใช้ราคาบริหารที่เกิดความสมดุล ระหว่างผู้ใช้ไฟฟ้ากับผู้ประกอบการ เพื่อให้ระบบพลังงานของประเทศมีเสรีภาพเพื่อความยั่งยืน

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยในปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่า ระบบพลังงานของไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก โดยมีบทบาทสำคัญในการผลิตไฟฟ้าถึง 56% ซึ่งจะเห็นได้ว่า การจัดหาแหล่งก๊าซธรรมชาติที่แบ่งเป็น 3 แหล่งสำคัญคือ 1.อ่าวไทย 50% 2.ก๊าซจากตะวันตกที่นำเข้าทางท่อจากเมียนมา 10% 3.ก๊าซ LNG ที่นำเข้ามา 40% ดังนั้น LNG จึงมีความสำคัญต่อระบบพลังงานไทย ซึ่งกกพ.ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ให้กำกับการหา LNG ให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ โดยเฉพาะการผลิตไฟฟ้า 

กกพ.

นายพูลพัฒน์ กล่าวต่อว่า กกพ.ได้เตรียมจัดหา LNG ล่วงหน้า ในช่วงที่เกิดวิกฤติให้ได้อย่างน้อย 3 เดือน รวมถึงทบทวนแผนจัดหา LNG อย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ ซึ่ง กกพ.ได้ประเมินความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว โดยกำหนดมาตรการรองรับ พร้อมกำชับให้ผู้จัดหานำเข้า LNG หรือชิปเปอร์ ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้ปรับเพิ่มเรือที่ใช้นำเข้า LNG 3 ลำเรือ ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ษ.

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ปริมาณ LNG คงคลังยังอยู่ในระดับสูง และเพียงพอสำหรับรองรับ ความต้องการในประเทศได้ ทั้งนี้ กกพ.เน้นยํ้าว่าการจัดหา LNG ทุกครั้ง ต้องมีการแข่งขันราคาตามระเบียบของ กกพ. เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และสะท้อนถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้ไฟฟ้า

กกพ.

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์พลังงานโลกในปัจจุบัน ที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลในเรื่องของปริมาณและราคา LNG ในตลาดโลก โดยในช่วงเดือน เม.ษ.-พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเป็นประจำทุกปี จึงต้องมีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม แหล่ง LNG ไม่ได้กระจุกตัวแค่ในตะวันออกกลาง ดังนั้นประเทศไทยยังสามารถจัดหา LNG จากแหล่งอื่นมาทดแทนได้ 

“ยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่มีความเสี่ยงในเรื่องการขาดแคลนเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าของไทยยังมีความมั่นคง” นายพูลพัฒน์ กล่าว

กกพ.

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ราคาก๊าซในตลาดโลก มีความผันผวนสูงมาก และมีการปรับตัวขึ้นอย่างนัยยะสำคัญตามสถานการณ์โลก ซึ่งไม่ใช่ปัญหาการขาดแคนเชื้อเพลิง แต่เป็นปัญหาเรื่องการจัดการราคา LNG ที่ปรับตัวตามกลไกตลาดโลก ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เกิดปัญหาการขนส่งก๊าซจากประเทศกาตาร์ ที่ไทยนําเข้ามาเป็น 15 % ของปริมาณนำเข้าหมด แต่เรายังสามารถจัดหาได้จากตลาด spott market 

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ยืนยันว่า กกพ.ได้ติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อระบบไฟฟ้าไทย ซึ่งแนวทางการบริหารขณะนี้ กกพ.ได้ร่วมมือกับ กฟผ. และผู้จัดหาเชื้อเพลิง เพื่อจัดการทั้งระบบ โดยกระจายแหล่งจัดหาก๊าซ LNG ไปยังแหล่งอื่นที่มีความปลอดภัยจากความเสี่ยงในตะวันออกกลาง และสร้างหลักประกันว่า ราคาที่ซื้อจะเหมาะสมและเป็นธรรม

กกพ.

นายพูลพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนการจัดการระบบไฟฟ้า ได้เร่งให้เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน พลังงานน้ำ และเพิ่มการใช้ก๊าซจากอ่าวไทย ทำให้ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ช่วยลดการนำเข้า LNG ได้ 70% ของหนึ่งลำเรือ สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้าไทย ที่สามารถบริหารจัดการเชื้อเพลิงในยามวิกฤติได้ ดังนั้น ยืนยันว่า ระบบไฟฟ้าของไทยจะมีเชื้อเพลิงใช้อย่างเพียงพอ และไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนในระยะสั้น 

กกพ.

วิปฝ่ายค้าน ประชุมนัดแรก ไม่เป็นทางการ เตรียมตั้งญัตติด่วน หารือวิกฤตพลังงาน

วิปฝ่ายค้าน ประชุมนัดแรก ไม่เป็นทางการ เตรียมตั้งญัตติด่วน หารือวิกฤตพลังงาน

วิปฝ่ายค้าน ประชุมนัดแรก ไม่เป็นทางการ เตรียมตั้งญัตติด่วน หารือวิกฤตพลังงาน

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.08 น.

ไม่เป็นทางการ! ‘ประชุมฝ่ายค้านนัดแรก’ จ่อตั้งญัตติด่วน หารือวิกฤติพลังงาน “พริษฐ์” บอกประสาน ภท. แล้ว ไม่กังวลถูกปิดประชุมก่อน พร้อมเตรียมสส.อภิปรายวางประเด็นสถานการณ์พลังงาน-การปรับขึ้นราคาน้ำมัน 

วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อย่างไม่เป็นทางการ นัดแรก โดยมีตัวแทน 5 พรรคการเมืองเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย พรรคประชาชน นำโดย นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง รวมถึงนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี และตัวแทนจากพรรคเสรีรวมไทย 

โดยนายพริษฐ์ แจ้งต่อที่ประชุมว่า วันนี้ถือเป็นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของฝ่ายค้าน ซึ่งมี 5 พรรคการเมืองไม่ได้โหวตเห็นชอบให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยการประชุมไม่เป็นทางการ จะประชุมจนกว่าจะมีการตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)เสร็จสิ้น และมีการแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จึงจะสามารถประธานวิปฝ่ายค้านได้ แต่ระหว่างนี้อยากให้มีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการลักษณะนี้ เพื่อหารือวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นประจำทุกสัปดาห์ไปก่อน 

จากนั้น เวลา 11.00 น. นายพริษฐ์ แถลงผลการประชุมว่า 5 พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นตรงกันที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุม ในวันที่ 25 มี.ค. เพื่อให้สส.มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลถึงวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เบื้องต้นได้ประสานกับนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทยไว้แล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะได้พิจารณาญัตติดังกล่าว โดยไม่กังวลว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ จะไม่ให้พิจารณา เหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมาที่พบว่ามีการปิดประชุมไปก่อน ทั้งนี้ในส่วนของพรรคประชาชนได้เตรียมสส.ที่จะอภิปรายในญัตติดังกล่าวไว้แล้ว และเตรียมประเด็นที่จะอภิปราย อาทิ สถานการณ์น้ำมันของโลก และในประเทศ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน การตรีงราคา รวมถึงการปรับเพดานราคาน้ำมันภายในประเทศ ที่ตนมองว่ารัฐบาลควรมีนโยบายหรือมีมาตรการที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีกระทบกับเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มอาชีพที่ใช้น้ำมัน และกลุ่มขนส่ง เป็นต้น

“ในปัญหาวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น ผมมองว่าหากรัฐบาลบริหารด้วยความโปร่งใสไม่จำเป็นต้องกลัวการตอบคำถามของพรรคฝ่ายค้าน กระดุมเม็ดแรกที่ย้ำมาตลอดคือ พูดความจริงกับประชาชน เพราะเห็นว่ามีหลายกรณีที่คำพูดของนายกฯ สวนทางกับความจริง เช่น สาเหตุที่น้ำมันขาดแคลนเพราะประชาชนเติมมากขึ้น แต่ข้อเท็จจริงพบว่านอกจากประเด็นดังกล่าวยังมีการส่งน้ำมันให้ปั๊มน้อยลง หรือกรณีไม่มีไอ้โม่งกักตุน แต่ข้อเท็จจริงพบการกักตุนน้ำมันจำนวนมากที่จ.อ่างทอง และพบการขายเกินราคา” นายพริษฐ์ กล่าว 

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นพรรคฝ่ายค้านเตรียมเสนอประธานสภาฯ พิจารณากำนดการประชุมสภาฯ ในวันที่ 26 มี.ค. เพราะไม่มีเหตุผลใดที่สัปดาห์นี้จะนัดประชุมสภาฯ เพียงวันเดียว อีกทั้งขณะนี้ประเทศมีหลายปัญหาที่สภาฯ ควรเป็นพื้นที่ช่วยหาทางออก ซึ่งหากประธานสภาฯ เปลี่ยนใจสามารถเปิดประชุมในวันดังกล่าวได้ 

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่าผลการประชุมยังได้เห็นร่วมกันว่า ในการประชุมสภาฯ สัปดาห์หน้านั้น จะขอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)  วิสามัญ จำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย กมธ. วิสามัญเพื่อศึกษาการรับมือผลกระทบสงครามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา  กมธ.วิสามัญเกี่ยวกับปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรร กมธ.วิสามัญชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เช่น กรณีน้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ กมธ.วิสามัญศึกษากำกับการใช้กัญชา โดยญัตติดังกล่าวได้ยื่นไว้ทั้งหมดแล้ว รวมถึงจะหารือถึงการให้ที่ประชุมพิจารณาวาระกระทู้ แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา แต่อยากให้ครม.รักษาการได้ตอบในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นจะหารือเพื่อขอให้เพิ่มวันประชุมสภาฯ ในวันศุกร์ จำนวน 1-2 ครั้งต่อเดือน เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส. หรือ ภาคประชาชนที่ค้างอยู่

เพื่อไทยสะเทือน ‘นายหญิงน้อย’ เคาะ 2 รมช.ไม่สนโควต้า

เพื่อไทยสะเทือน 'นายหญิงน้อย' เคาะ 2 รมช.ไม่สนโควต้า

เพื่อไทยสะเทือน ‘นายหญิงน้อย’ เคาะ 2 รมช.ไม่สนโควต้า

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.44 น.

เพื่อไทยสะเทือน ‘นายหญิงน้อย’ เคาะ 2 รมช.ไม่สนโควต้า สะพัด ! ‘สมศักดิ์’ รมว.เงา


เมื่อวันที่ 24 มีนาคม มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยระบุว่า ในการจัดสรรตัดแหน่งรัฐมนตรีของพรรค โดยให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไปเป็นรัฐมนตรีว่การกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ในส่วนของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ 2 ตำแหน่ง คือนายวัชรพล ขาวขำ และ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เป็นการตัดสินใจของ “นายหญิงน้อย” โดยทั้งนายวัชรพล และน.ส.ปิยะรัฐชย์ เป็นคนใกล้ชิดนายหญิงน้อย

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า การจัดสรรรัฐมนตรีช่วย 2 ตำแหน่งดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำกลุ่มที่มี สส.อยู่ในมือ เพราะเป็นการจัดสรรตามคำสั่งของ นายหญิงน้อย โดยไม่สนใจโควต้าใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากนี้แหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทยยังระบุว่า ในส่วนของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แม้จะไม่มีตำแหน่ง แต่มีข้อตกลงว่าจะมีส่วนในการดูแลกระทรวงเกษตรฯ โดยล่าสุดได้เรียกหน่วยงานกรมปศุสัตว์ ไปสั่งการแล้วด้วย

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งปชน.แก้คำฟ้อง คดีเอาผิด 157 กับ 9 กกต. ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งปชน.แก้คำฟ้อง คดีเอาผิด 157 กับ 9 กกต. ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งปชน.แก้คำฟ้อง คดีเอาผิด 157 กับ 9 กกต. ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.01 น.

ศาลอาญาฯคดีทุจริตฯสั่งหมอวาโย  รองหน.พรรคปชน แก้ไขคำฟ้อง ขณะเดียวกัน สั่งกกต.ให้ส่งเอกสารชี้แจงภายใน 24 เมษายน  ก่อนนัดฟังคำสั่ง24 มิถุนายน จะรับฟ้องคดีหรือไม่ เจ้าตัวไม่กังวลใจ ถือเป็นสัญญาณดีแก้คำฟ้อง มากกว่าศาลยกฟ้อง

วันที่ 24 มีนาคม69 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.เลียบทางรถไฟ ย่านตลิ่งชัน ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจคำฟ้องที่ นพ.วาโย. อัศวรุ่งเรืองรองหัวหน้าพรรคประชาชนท(ปชน.)  ยื่นฟ้องประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กับ พวกรวมถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมผู้ทั้งสิ้น 9 ราย ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 96 ประกอบมาตรา 164 กรณีปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่ กกต.ยอมรับว่าบัตรเลือกตั้งสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปถึงผู้ลงคะแนนได้ ส่งผลกระทบต่อความลับในการลงคะแนน โดยความเสียหายได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาท และเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งในการลงคะแนนใหม่เขตคันนายาวเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่พบบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่มีรหัสต้นขั้ว. ศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ในวัน

โดยวันนี้นพ.วาโย  รองหัวหน้าพรรค ปชน. และทีมทนายความเดินทางมาฟังคำสั่งศาล

นพ.วาโย เปิดเผยว่า วันนี้ศาลอาญาคดีทุจริต ฯมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสี่ แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องเล็กน้อย และในประเด็นเจตนาพิเศษต่าง ๆ ประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ มีจุดที่น่าสนใจตรงที่ศาลสั่งให้กกต.ชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นด้วยภายในวันที่ 24 เมษายน ในการเกี่ยวกับจัดการเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคำว่าลับหมายความว่าอย่างไร เรื่องหลักเกณฑ์การใช้คิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งว่ามาจากกฎหมายมาตราใดในการใส่สัญลักษณ์ลงในบัตรเลือกตั้ง กกต.อาศัยอำนาจตามกฎหมายใดในการใส่สัญลักษณ์ลงในบัตรเลือกตั้ง เหตุใดจึงนำสัญลักษณ์ดังกล่าวลงในบัตร ทำให้ทราบได้หรือไม่ว่าผู้ออกเสียงเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด และหากสัญลักษณ์ที่ปรากฎในบัตรเลือกตั้งสามารถอ่านค่าจนทราบว่าผู้ออกเสียงเลือกผู้สมัครรายใดหรือพรรคใด การตรวจสอบจะเกิดขึ้นในกรณีใด กกต.มีเงื่อนไขหรือขั้นตอนดำเนินการอ่านค่าในบัตรเลือกตั้งหรือไม่

นพ.วาโย กล่าวว่า ตนมองว่าคดีนี้ศาลท่านไม่ได้ชักช้า แต่มีคำแนะนำให้โจทก์ร่วมทั้ง สี่แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องให้สมบูรณ์มากขึ้นภายใน 30 วัน จะตรงกับวันที่ 23 เมษายน ก่อนที่กกต.จะชี้แจงในวันที่ 24 เมษายน และจะมีคำสั่งอีกครั้งว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรในวันที่ 24 มิถุนายน นี้

เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าศาลอาจจะไม่รับฟ้อง นพ.วาโย กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ปกติถ้าศาลให้ไปแก้คำฟ้องและสามารถแก้ตามที่ศาลสั่งได้ ตามธรรมเนียมก็มักจะรับ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ดีกว่ามาวันนี้แล้วยกคำร้องเลย นอกจากนี้ศาลก็ได้บอกว่าให้แก้ไขให้รัดกุมมากขึ้นและหากมีข้อบังคับหรือประกาศอะไรที่เป็นกฎหมายระดับรองถ้าอยากจะส่งเพิ่มเติมก็สามารถส่งได้อีก รวมถึงสอบถามกกต.ให้ชี้แจงใน 3 ประเด็นซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนหลายคนอยากทราบ ตนถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีแม้จะต้องไปแก้คำฟ้อง

เมื่อถามว่าคาดหวังกับกกต.หรือไม่ว่าจะตอบในทิศทางใด นพ.วาโย กล่าวว่า ตนคิดว่าถ้าจะอ้างตามความถูกต้อง กฎหมายเวลาจะตีความมันเป็นตัวหนังสือ มีการบันทึกเจตนารมณ์ไว้ในสภาแล้วว่าคำว่าลับหมายความว่าอย่างไร ส่วนของตนคิดว่าได้อ้างอิงไปถูกต้องแล้ว ต้องรอดูฝ่ายกกต.จะอ้างอิงจากที่ไหน อาจจะอ้างอิงจากบางท่านที่มีความเห็นแย้ง ในวันที่ 24 เมษายนนี้ก็จะได้เห็นกันว่าจะชี้แจงอย่างไร

ปลดสนุกเกอร์พ้นพนัน เปิดโอกาสหรือเพิ่มความเสี่ยง ?

ปลดสนุกเกอร์พ้นพนัน เปิดโอกาสหรือเพิ่มความเสี่ยง ?

ปลดสนุกเกอร์พ้นพนัน เปิดโอกาสหรือเพิ่มความเสี่ยง ?

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.09 น.

ชัยชนะของ “เอฟวัน” เทพไชยา อุ่นหนู ในศึก World Open 2026 ทำให้สนุกเกอร์กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงในฐานะผลงานของนักกีฬาไทยในเวทีโลก แต่ยังโยงไปถึงคำถามเรื่องสถานะของกีฬาชนิดนี้ในกฎหมายไทยที่ยังคงใช้กรอบเดิมมานาน

กระแสที่ตามมาหลังการแข่งขันไม่ได้หยุดอยู่ที่การชื่นชมผลงาน หากขยายไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย มีทั้งเสียงสนับสนุนให้ปลดล็อกเพื่อเปิดทางให้เติบโต และเสียงที่มองว่าควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะการเปลี่ยนสถานะไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางสังคม ระบบกำกับดูแล และพฤติกรรมของผู้เล่นในภาพรวม

ความสำเร็จในสนามจึงกลายเป็นจุดตั้งต้นของการถกเถียงที่กว้างกว่าตัวกีฬาเอง

เทพไชยา อุ่นหนู

สนุกเกอร์ในประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ในบัญชี ข. ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกแบบขึ้นในช่วงที่รัฐต้องการควบคุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงและการวางเดิมพัน โดยเฉพาะ “บิลเลียด” ซึ่งเป็นกิจกรรมใกล้เคียงกับสนุกเกอร์ในยุคนั้น

ในบริบททางสังคมช่วงก่อนและหลังสงครามโลก กิจกรรมประเภทนี้มักเกิดขึ้นในสถานบริการ เช่น โรงน้ำชา คลับ หรือสถานที่พักผ่อนของผู้ใหญ่ และมีการผูกกับการเล่นพนันในระดับหนึ่ง รัฐจึงใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือควบคุม มากกว่าการส่งเสริมในเชิงกีฬา

ผลจากการจัดอยู่ในบัญชีดังกล่าว ทำให้การเปิดสถานที่ให้บริการโต๊ะสนุกเกอร์ในเชิงพาณิชย์ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง มีเงื่อนไขเรื่องสถานที่ เวลาเปิดปิด และการกำกับดูแล หากฝ่าฝืนถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

เทพไชยา อุ่นหนู

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อกำหนดเรื่องอายุ ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปีไม่สามารถเข้าใช้บริการในสถานที่ลักษณะนี้ได้ เว้นแต่จะเป็นสถานที่ที่ได้รับอนุญาตในเชิงกีฬาอย่างถูกต้องตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ข้อจำกัดดังกล่าวเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดข้อเสนอให้ปรับสถานะของสนุกเกอร์ เพราะมองว่าการเริ่มต้นของเยาวชนถูกจำกัดตั้งแต่ต้น เมื่อไม่สามารถเข้าถึงสถานที่ฝึกซ้อมได้อย่างอิสระ โอกาสในการพัฒนาจึงลดลงโดยปริยาย

ในมุมนี้ การผ่อนคลายกฎหมายอาจช่วยให้เกิดพื้นที่ฝึกซ้อมมากขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้ และสร้างระบบพัฒนานักกีฬาที่มีฐานกว้างขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในทางปฏิบัติ การเข้าถึงของสนุกเกอร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎหมายเพียงอย่างเดียว ต้นทุนเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กำหนดโอกาส โต๊ะสนุกเกอร์หนึ่งตัวมีราคาสูง ต้องใช้พื้นที่เฉพาะที่ได้มาตรฐาน ทั้งเรื่องขนาด แสง และพื้นผิว อุปกรณ์อื่น เช่น ลูกสนุกเกอร์ ไม้คิว และค่าบำรุงรักษา ล้วนมีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง

สนุกเกอร์

เมื่อเทียบกับฟุตบอลที่ใช้เพียงลูกบอลหนึ่งลูกก็เล่นได้ในสนามเปิด หรือบาสเกตบอลที่มีเพียงแป้นก็เริ่มต้นได้ สนุกเกอร์จึงเป็นกีฬาที่มี “ต้นทุนเริ่มต้น” สูงกว่าชัดเจน

แม้จะปลดข้อจำกัดทางกฎหมาย การเข้าถึงก็ยังขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านเศรษฐกิจของผู้เล่นและผู้ลงทุนอยู่ดี

อีกด้านหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือเหตุผลของการควบคุมในกฎหมายเดิม การจัดสนุกเกอร์ไว้ในหมวดการพนันไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีที่มา แต่เป็นความพยายามของรัฐในการจำกัดกิจกรรมที่อาจเชื่อมโยงกับการวางเดิมพัน

ลักษณะของสนุกเกอร์ที่แข่งขันแบบตัวต่อตัว มีการนับคะแนนเป็นเฟรม และสามารถกำหนดผลแพ้ชนะเป็นช่วงสั้น ๆ ทำให้ในทางปฏิบัติสามารถนำไปผูกกับการเดิมพันได้ง่ายกว่ากีฬาหลายประเภท

สนุกเกอร์

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล /ภาพสร้างจาก เอไอ

หากมีการปลดล็อกโดยไม่มีมาตรการรองรับที่ชัดเจน จำนวนสถานที่เล่นที่เพิ่มขึ้น อาจไม่ได้หมายถึงการเพิ่มขึ้นของนักกีฬาในสัดส่วนเดียวกัน แต่มีความเป็นไปได้ที่พื้นที่เหล่านี้จะถูกใช้เพื่อการเล่นเชิงสันทนาการ หรือเชื่อมโยงกับการเดิมพันในรูปแบบต่าง ๆ

ประเด็นนี้จึงเกี่ยวข้องกับ “พฤติกรรมการใช้งานจริง” ไม่ใช่เพียงสถานะในกฎหมาย

ภาพรวมของสนุกเกอร์ไทยในปัจจุบันสะท้อนความซับซ้อนของประเด็นนี้อย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง นักกีฬาไทยสามารถก้าวไปถึงระดับโลกได้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าศักยภาพมีอยู่จริงแม้อยู่ภายใต้ข้อจำกัด

อีกด้านหนึ่ง โครงสร้างการเข้าถึงในประเทศยังถูกกำหนดด้วยทั้งกฎหมายและต้นทุน ทำให้โอกาสไม่ได้กระจายอย่างกว้างเหมือนกีฬาที่มีเงื่อนไขต่ำกว่า

การปรับเปลี่ยนสถานะของสนุกเกอร์จึงไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูป แต่เป็นโจทย์ที่ต้องพิจารณาให้ครบทั้งระบบ ว่าจะเปิดโอกาสอย่างไรโดยไม่สร้างผลกระทบในอีกด้านหนึ่ง และจะวางกลไกกำกับดูแลอย่างไรให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของกีฬา

ความสำเร็จในสนามอาจให้คำตอบเรื่องศักยภาพได้ชัดเจนแล้ว แต่คำตอบในเชิงนโยบายยังต้องอาศัยการคิดให้รอบด้านมากกว่านั้น.

ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์

พรรคประชาชน ยัน ไม่เกี่ยวข้อง แฮกเกอร์ peopleparties ใช้ชื่อพรรค เจาะระบบรัฐ

พรรคประชาชน ยัน ไม่เกี่ยวข้อง แฮกเกอร์ peopleparties ใช้ชื่อพรรค เจาะระบบรัฐ

พรรคประชาชน ยัน ไม่เกี่ยวข้อง แฮกเกอร์ peopleparties ใช้ชื่อพรรค เจาะระบบรัฐ

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.05 น.

วันที่ 24 มีนาคม พรรคประชาชน (ปชน.) ออกคำชี้แจงกรณีพบผู้สร้างบัญชีใหม่ ใช้บัญชีชื่อ peopleparties ลักลอบเจาะระบบข้อมูลหน่วยงานรัฐ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้งานดังกล่าว

โดยระบุว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีรายงานว่าเกิดการลักลอบเจาะระบบฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ โดยผู้ก่อเหตุได้ทำการสร้างบัญชีผู้ใช้งานใหม่ในชื่อ “peopleparties” เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงระบบดังกล่าวนั้น

พรรคประชาชนขอชี้แจงและยืนยันข้อเท็จจริงว่า ไม่มีส่วนรู้เห็น เกี่ยวข้อง หรือให้การสนับสนุนใดๆ ต่อบัญชีผู้ใช้งาน “peopleparties” และการกระทำดังกล่าว การนำคำที่อาจสื่อถึงชื่อพรรคไปตั้งเป็นชื่อบัญชีนั้น เป็นการแอบอ้างซึ่งอาจทำให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจผิด

ทางพรรคขอชี้แจงและยืนยันกับประชาชนและสื่อมวลชนเพื่อให้รับทราบข้อเท็จจริงนี้

อนุทิน ลั่น ครม.ใหม่เรียบร้อย พยักหน้ารับ ปกรณ์ นั่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย

อนุทิน ลั่น ครม.ใหม่เรียบร้อย พยักหน้ารับ ปกรณ์ นั่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย

อนุทิน ลั่น ครม.ใหม่เรียบร้อย พยักหน้ารับ ปกรณ์ นั่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.46 น.

’อนุทิน‘พยักหน้ารับหลังมีชื่อ ‘ปกรณ์’นั่งรองนายกฯฝ่ายกฎหมาย บอกรายชื่อเรียบร้อย

วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 09.55 น. ที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โดยผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดใหม่ที่มีชื่อของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามานั่งในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายใช่หรือไม่ นายอนุทิน พยักหน้ารับ 

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าเตรียมนำรายชื่อครม. ใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ แล้วหรือยัง นายกฯ พยักหน้ารับอีกครั้ง

เมื่อถามย้ำอีกครั้งว่า รายชื่อครม.เรียบร้อยแล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างเรียบร้อย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : จบแล้ว? ครม.อนุทิน2 มี 35 ที่นั่ง กันไว้ 1 เก้าอี้ เผื่อสมการการเมืองเปลี่ยน ไร้ พปชร. ร่วมขบวน

บิ๊กอดุลย์ ยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติ ที่ สลค. แล้ว

บิ๊กอดุลย์ ยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติ ที่ สลค. แล้ว

บิ๊กอดุลย์ ยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติ ที่ สลค. แล้ว

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.44 น.

“บิ๊กดุลย์“ ให้นายเวรยื่นเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติ-ประวัติ ที่สลค.แล้ว

วันที่ 24 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการยื่นเอกสารคุณสมบัติและประวัติรัฐมนตรีที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาล โดยตั้งแต่ช่วงเช้า มีรายงานว่า นายเวรของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ได้เดินทางมายื่นเอกสารคุณสมบัติและประวัติให้กับ สลค.ตรวจสอบแล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของรัฐมนตรี แม้จะมี 8 หน่วยงานหลัก แต่หากเป็นคนเดิมคาดว่า จะใช้เวลาไม่นาน ยกเว้นรัฐมนตรีหน้าใหม่ที่อาจมีขั้นตอนในการตรวจสอบ