ซีพีแรมทั่วประเทศขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อเนื่อง ยกระดับเข้มข้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน มุ่งสู่ Net Zero อย่างยั่งยืน

ซีพีแรมทั่วประเทศขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อเนื่อง ยกระดับเข้มข้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน มุ่งสู่ Net Zero อย่างยั่งยืน

ซีพีแรมทั่วประเทศขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำต่อเนื่อง ยกระดับเข้มข้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน มุ่งสู่ Net Zero อย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายชุมพล ลีละศุภพงษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท ซีพีแรม จำกัด ทั้ง 7 แห่งทั่วประเทศ เข้ารับประกาศนียบัตรรับรองให้ใช้เครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) ในพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน จัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ถือเป็นเครื่องหมายยืนยันถึงการดำเนินงานด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทฯ บนมาตรฐานระดับสูงสุด พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และความยั่งยืนทางอาหาร

               พิธีมอบประกาศนียบัตรจัดขึ้น ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นประธานในพิธี ภายในงานมีการมอบเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอนรวม 5 ประเภท ได้แก่ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Reduction: CFR) หรือฉลากลดโลกร้อน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Carbon Footprint of Circular Economy Product CE-CFP) คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) และคาร์บอนนิวทรัลประเภทองค์กร (Carbon Neutral Corporate: CNC) โดยมี 135 องค์กรที่ได้รับประกาศนียบัตร

               การรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร พิจารณาจากการคำนวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากกิจกรรมสำคัญในการดำเนินงาน ประกอบด้วย SCOPE 1 การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทางตรง (Direct Emissions) จากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กรโดยตรง เช่น การเผาไหม้ของเครื่องจักร การใช้พาหนะขององค์กร การใช้สารเคมีในการบำบัดน้ำเสีย การรั่วไหลจากกระบวนการหรือกิจกรรม SCOPE 2 การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Energy Indirect Emissions) ได้แก่ การซื้อพลังงานมาใช้ในองค์กร ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า และ SCOPE 3 การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทางอ้อมด้านอื่นๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด

               ซีพีแรม ได้รับการรับรองครบทั้ง 3 SCOPE โดยเฉพาะ SCOPE 3 ซึ่งในปัจจุบันยังเป็นภาคสมัครใจและมีองค์กรเพียงไม่กี่แห่งในประเทศที่สามารถเก็บข้อมูลคาร์บอนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานครบทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อใช้ในการวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงมาตรฐานขั้นสูงสุดเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Carbon Neutral และ Net Zero ตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์

               การผ่านการรับรองเครื่องหมาย CFO ในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์องค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับแนวทาง FOOD 3S ของซีพีแรม ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัยทางอาหาร ด้านความมั่นคงทางอาหาร และด้านความยั่งยืนทางอาหารเพื่อส่งมอบคุณค่าในทุกมื้ออาหาร พร้อมร่วมดูแลอนาคตของโลกที่สวยงามสำหรับทุกคน

ผลการประเมินระบบไข่ไก่ปลอดกรงของเอเชียปี 2025 ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับภูมิภาค

ผลการประเมินระบบไข่ไก่ปลอดกรงของเอเชียปี 2025 ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับภูมิภาค

ผลการประเมินระบบไข่ไก่ปลอดกรงของเอเชียปี 2025 ไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับภูมิภาค

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำของเอเชียด้านความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ในฟาร์ม จากการที่บริษัทไทยเข้าร่วมการประเมินระบบไข่ไก่ปลอดกรงในเอเชียในสัดส่วนสูงที่สุด สะท้อนถึงการตื่นตัวของภาคธุรกิจต่อมาตรฐานระบบอาหารที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น

ความก้าวหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การทำงานของ ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล (Sinergia Animal) องค์กรพิทักษ์สัตว์ระดับนานาชาติ ซึ่งดำเนินงานเชิงรณรงค์อย่างต่อเนื่องในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้ภาคธุรกิจเริ่มขยับทั้งในด้านการกำหนดนโยบายจัดหาไข่ไก่ปลอดกรง การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ และการมีส่วนร่วมที่เพิ่มขึ้นจากทั้งบริษัทเอกชนและภาคการเงิน

จากรายงานประจำปี 2025 ของซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ระบุว่า องค์กรสามารถผลักดันให้เกิด คำมั่นสัญญาใหม่จากภาคธุรกิจรวม 23 แห่งทั่วโลก เพื่อช่วยลดความทุกข์ของสัตว์ โดยในจำนวนนี้เป็นคำมั่นสัญญาเกี่ยวกับการใช้ไข่ไก่ปลอดกรงถึง 16 แห่ง ครอบคลุมภาคอาหาร บริการ และค้าปลีก คำมั่นสัญญาเหล่านี้เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และยุโรป สะท้อนให้เห็นว่ามาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในระดับสากล

ประเทศไทยกับบทบาทศูนย์กลางความก้าวหน้าในภูมิภาค

ในปี 2025 ประเทศไทยมีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนประเด็นความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ โดยซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ได้เผยแพร่ รายงานจัดอันดับนโยบายไข่ไก่ปลอดกรงของผู้ค้าปลีกไทยฉบับแรก ซึ่งประเมินบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ อาทิ 7-Eleven, Lotus’s และ Big C รายงานฉบับนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความโปร่งใสของภาคค้าปลีก ซึ่งมีบทบาทโดยตรงต่อการเข้าถึงสินค้าที่มีมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ของผู้บริโภค และส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานโดยรวม

ประเทศไทยยังมีบทบาทสำคัญใน Asia’s Cage-Free Tracker ฉบับที่ 6 ซึ่งประเมินบริษัทจำนวน 56 แห่ง ในภาคธุรกิจโรงแรม บริการอาหาร การผลิต ค้าปลีก และการท่องเที่ยว โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่มีระดับการเข้าร่วมของภาคธุรกิจสูงที่สุดในภูมิภาค สะท้อนถึงการยอมรับว่าคำมั่นสัญญาไข่ไก่ปลอดกรงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านจริยธรรม แต่เป็นประเด็นทางธุรกิจที่ไม่อาจมองข้ามได้

ความคืบหน้าในภาคการเงินและการรณรงค์สาธารณะ

ความเปลี่ยนแปลงยังขยายไปสู่ภาคการเงินของประเทศไทย โดยธนาคารพาณิชย์ชั้นนำหลายแห่ง ซึ่งเคยได้รับคะแนนประเมินเป็นศูนย์จากการขาดการเปิดเผยข้อมูลด้านสวัสดิภาพสัตว์ ได้เริ่มเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะผ่านโครงการ Banks for Animals ส่งผลให้คะแนนประเมินของธนาคารกสิกรไทยปรับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 12% หรืออันดับ 2 ของเอเชีย หลังการรณรงค์ในพื้นที่สาธารณะ

ในปีเดียวกัน ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อสาธารณะ 30 ครั้ง และแคมเปญป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ 4 แห่ง ในพื้นที่ที่มีผู้สัญจรหนาแน่น เช่น หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งสื่อสารกับกลุ่มบริษัทชั้นนำในภาคธุรกิจอาหารและการบริการ อาทิ เครือโรงแรม Marriott, Wyndham และ Inspire Brands (ดังกิ้น โดนัท) เพื่อผลักดันประเด็นสวัสดิภาพสัตว์เข้าสู่พื้นที่สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม

การทำงานในประเทศไทยยังเชื่อมโยงประเด็นสวัสดิภาพสัตว์เข้ากับความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการเข้าร่วม Bangkok Climate Action Week เป็นครั้งแรก และการเสวนาเรื่อง Just Transition ขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย และองค์กรภาคประชาสังคมอื่น ๆ

“ในระดับประเทศ แรงขับเคลื่อนยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีความก้าวหน้าที่สำคัญเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องผลักดันต่อไป – เราจะยังคงทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าของบริษัทที่ยังไม่แสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ” ศนีกานต์ รศมนตรี ผู้อำนวยการซิเนอร์เจีย แอนนิมอล ประเทศไทย กล่าว

ความท้าทายและโอกาสของระบบอาหารไทย

แม้จะมีพัฒนาการเชิงบวก แต่การเปลี่ยนผ่านของระบบอาหารไทยยังคงขับเคลื่อนโดยความสมัครใจของภาคธุรกิจเป็นหลัก ควบคู่กับกรอบนโยบายของภาครัฐ โดยในปี 2020 ประเทศไทยได้ประกาศแผนเพิ่มการผลิตไข่ไก่ปลอดกรงปีละ 10 ล้านฟอง และมีกฎหมายเปิดโอกาสให้องค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจระดับนโยบาย ขณะที่การกำกับดูแลการใช้กรงตับยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ด้วยบริบทดังกล่าว คำมั่นสัญญาจากภาคธุรกิจยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง แม้ไข่จะเป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวันของคนไทย แต่กระบวนการผลิตเบื้องหลังยังไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง งานรณรงค์ในปี 2025 จึงมุ่งเพิ่มการรับรู้ของสาธารณชนต่อประเด็นสวัสดิภาพสัตว์ และความเชื่อมโยงกับความปลอดภัยทางอาหาร สุขภาพของประชาชน และความยั่งยืนของระบบอาหาร

ในฐานะผู้ส่งออกไข่รายใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งผลิตไข่ประมาณ 480 ล้านฟองในปี 2025 (มกราคม–พฤศจิกายน) ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ที่สูงขึ้นจึงเริ่มกลายเป็น ข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ที่สอดคล้องกับความคาดหวังของตลาดโลกและความต้องการด้านความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นภายในประเทศ

แรงขับเคลื่อนระดับภูมิภาคและทิศทางปี 2026

ในระดับภูมิภาค Asia’s Cage-Free Tracker ได้ประเมินบริษัท 95 แห่งทั่วเอเชีย ตอกย้ำบทบาทของความโปร่งใสในการติดตามคำมั่นสัญญา และกระตุ้นการเปิดเผยข้อมูลของภาคธุรกิจ  การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อให้เกิดความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม เช่น ONYX Hospitality Group ให้คำมั่นเปลี่ยนมาใช้ไข่ไก่ปลอดกรงในเครือโรงแรมทั่ว ไทย ลาว มาเลเซีย และศรีลังกา

ด้านการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภค: โครงการ Nourishing Tomorrow มีสถาบันเข้าร่วม 24 แห่ง ให้คำมั่นลดการจัดซื้อผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 20% และจัดเมนูอาหารจากพืชอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง คำมั่นดังกล่าวคาดว่าจะช่วยทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ได้เกือบ 2.6 ล้านมื้อต่อปี สะท้อนบทบาทของภาคสถาบันในการขับเคลื่อนระบบอาหารที่ยั่งยืนมากขึ้น

ในปี 2026 ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล จะยังคงเดินหน้าลดความทุกข์ของสัตว์ในระบบอาหาร พร้อมเสริมสร้างการรณรงค์ที่ครอบคลุมในประเทศกลุ่ม Global South โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบัน สนับสนุนภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบปลอดกรง และทำงานร่วมกับผู้กำหนดนโยบายบนฐานข้อมูลที่ชัดเจน

“เราภูมิใจในความคืบหน้าที่เกิดขึ้นในปี 2025 ซึ่งเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง แม้ความท้าทายข้างหน้ายังคงมีอยู่ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า การทำงานอย่างต่อเนื่องสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจ สนับสนุนการกำหนดนโยบาย และช่วยลดความทุกข์ของสัตว์ได้ในวงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม” แคโรลินา กาลวานี ผู้อำนวยการบริหาร ซิเนอร์เจีย แอนนิมอล กล่าวทิ้งท้าย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลำธารน้อยอยากไหลให้ถึงทะเลลิงน้อยเรียนคอมพิวเตอร์

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลำธารน้อยอยากไหลให้ถึงทะเลลิงน้อยเรียนคอมพิวเตอร์

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ลำธารน้อยอยากไหลให้ถึงทะเลลิงน้อยเรียนคอมพิวเตอร์

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                กาลครั้งหนึ่งในอนาคตอันใกล้ ลิงน้อยตัวหนึ่งชื่อ “จ๋อ” อาศัยอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงเสียดฟ้า จ๋อเป็นลิงที่ฉลาดและอยากรู้อยากเห็น ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่มนุษย์

                วันหนึ่ง จ๋อได้ยินเสียงพวกสัตว์คุยกันเกี่ยวกับ “คอมพิวเตอร์” “เว็บไซต์” และ “โปรแกรม” จ๋อรู้สึกสนใจมาก จึงตัดสินใจไปหา “ปู่นกฮูก” ผู้เฒ่าผู้มีปัญญา เพื่อขอคำแนะนำ “ท่านนกฮูก ข้าอยากรู้เรื่องเทคโนโลยีที่สัตว์ต่างๆพูดถึงเหลือเกิน” จ๋อเอ่ยถามด้วยความสงสัย

              ปู่นกฮูกแนะนำให้จ๋อไปศึกษาจากหนังสือและแหล่งข้อมูลต่างๆ แต่จ๋อก็พบว่าบางเรื่องยากเกินกว่าจะเข้าใจได้ง่ายๆ นกฮูกจึงแนะนำให้จ๋อลองใช้ “อินเทอร์เน็ต” ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้น

              ลิงจ๋อทำตามคำแนะนำของนกฮูก และได้พบกับโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยข้อมูลและความรู้ จ๋อได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ มากมาย เช่น “Google Search” “Gemini” และ “Copilot” ซึ่งเป็นโปรแกรมค้นหาและช่วยเหลือในการทำงานต่างๆ

                    คำศัพท์เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ที่จ๋อได้เรียนรู้ด้วยตัวเองคือ

               1.เทคโนโลยี (Technology)  หมายถึง การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ ทั้งในรูปของสิ่งประดิษฐ์ วิธีการ หรือกระบวนการ เพื่อแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการ

อุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่ชนิดต่างๆ

                2. คอมพิวเตอร์ (Computer)เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถรับข้อมูล ประมวลผลข้อมูล และแสดงผลลัพธ์ได้ตามชุดคำสั่งที่กำหนดไว้ มีหลากหลายรูปแบบ เช่น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) แล็ปท็อป (Laptop) แท็บเล็ต (Tablet) และสมาร์ทโฟน (Smart Phone)

คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ประมวลผลข้อมูล           

              3.ข้อมูล (Data) คือข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดต่างๆ ที่ยังไม่ได้ประมวลผล เช่น ตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ และเสียง

ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงและรายละเอียดต่างๆ

                 4.  ดิจิทัล (Digital) หมายถึง ข้อมูลที่อยู่ในแบบของเลขฐานสอง (0 และ 1) ซึ่งเป็นรูปแบบที่คอมพิวเตอร์เข้าใจและประมวลผลได้ ข้อมูลดิจิทัลสามารถนำมาใช้ในงานต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย

คอมพิวเตอร์เข้าใจแต่เลขฐานสอง คือ 0 กับ 1

            5. อินเทอร์เน็ต (Internet) คือเครือข่ายการสื่อสารขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้

อินเทอร์เน็ต เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน

               6. เว็บ (Web) หรือ World Wide Web (WWW.) คือระบบที่เชื่อมโยงเอกสารและแหล่งข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตเข้าด้วยกัน คล้ายใยแมงมุม    

เว็ป  คือ เครือข่ายใยแมงมุมที่เชื่อมโยงข้อมูลอินเทอร์เน็ต เข้าหากัน

           7. โปรแกรมเปิดเวป Web Browser (เว็บเบราว์เซอร์) คือเครื่องมือ ที่ใช้สำหรับเปิดดูและเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ในอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น Google Chrome, Firefox, Safari ,Opera  หรือ Microsoft Edge ซึ่งจะบันทึกและนำทางไปยังแหล่งข้อมูลในเว็ปไซด์ต่างๆที่ต้องการเช่นการแปลภาษา การดูวีดีโอ

เว็บบราวเซอร์ คือโปรแกรมสำหรับเปิดเว็บ

             8.     หน้าเว็บ หรือ เว็บเพจ (Webpage) คือหน้าของเอกสาร ที่แสดงข้อมูลต่างๆบนเว็บไซด์ เช่น ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ

หน้าเวป หรือ เว็บเพจ  คือเอกสารแสดงผล

            9. เว็บไซต์ (Website) คือชุดหรือกลุ่มของหน้าเว็บหรือเวปเพจ (Web page) หลายหน้า ที่เชื่อมโยงกันในกลุ่มเดียวกัน และเข้าถึงได้ทางอินเทอร์เน็ต เพื่อนำเสนอข้อมูล ซื้อขายสินค้าหรือบริการ เสนอความคิดเห็น เสนอข่าวสารเหตุการณ์

              แต่ละเว็บไซต์จะมีที่อยู่เฉพาะของตนเอง มีส่วนประกอบหน้าแรกเรียกว่าโฮมเพจ (Home Page)  มีลิงค์ (Link) ที่จะเชื่อมโยงนำผู้ใช้ไปยังหน้าเว็บเพจอื่นๆ ภายในเว็บไซด์  มีที่เก็บไว้ในเวิล์ดไวด์เว็บ (World wide web เขียนย่อว่า www.) มีชื่อระบุตัวตน หรือโดเมนเนม (Domain name)ประจำตัวเช่น http://www.thairath.co.th , http://www.google.com เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดเก็บข้อมูลและเนื้อหาของเว็บไซต์เรียกว่า เว็บเซิร์ฟเวอร์ (Web server)

             ตัวอย่างเว็บไซด์ที่แพร่หลายคือ วิกิพีเดีย (Wikipedia) เป็นสารานุกรมออนไลน์หลายภาษา ยูทูบ (YouTube) เป็นเว็บไซต์แบ่งปันวิดีโอ เฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นบริการเครือข่ายสังคม อเมซอน (Amazon) และ ชอปปี้ (Shopee) เป็นเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ สนุกดอทคอม (Sanook.com) เป็นเว็บไซต์ข่าวสารและบันเทิงของไทย

เว็ปไซด์ กูเกิล ตอบคำถามได้สารพัดอย่าง

               10.  โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ( Computer Program ) คือชุดคำสั่งที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ต้องการ โดยใช้ภาษาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ  (Programing Language) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เปรียบเสมือนคู่มือ หรือสูตรอาหารที่ สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำสิ่งต่างๆ ตามลำดับขั้นตอน (อัลกอริทึม Algorithm) เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์  

                ตัวอย่างเช่น โปรแกรมระบบ วินโดว์ส Windows ใช้ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ โปรแกรม ไมโครซอฟท์ เวิร์ด Microsoft Word: ใช้สำหรับสร้างและแก้ไขเอกสาร โปรแกรม กูเกิล โครม Google Chrome: ใช้สำหรับท่องอินเทอร์เน็ต โปรแกรม อโดบี้ โฟโต้ชอป Adobe Photoshop: ใช้สำหรับตกแต่งภาพถ่าย โปรแกรม Game Computer เกมคอมพิวเตอร์: ใช้สำหรับเล่นเกม

ตัวอย่างสัญลักษณ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ต่างๆ

                 11. เครื่องมือค้นหา (Search Engine) คือเว็บไซต์ที่ช่วยผู้ใช้ค้นหาข้อมูลต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น Google, Bing และ Yahoo

เครื่องมือค้นหาแบบต่างๆ

               12. ฮาร์ดแวร์ (Hardware) คือ อุปกรณ์ชิ้นส่วน ของคอมพิวเตอร์ที่สามารถจับต้องได้  เช่น แป้นพิมพ์ จอภาพ แผงวงจรไฟฟ้า สายไฟ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU Central Processing Unit) ฯลฯ

ฮาร์ดแวร์

                9. ซอฟต์แวร์ (Software) ซอฟต์แวร์คือชุดคำสั่ง ที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ต้องการ ซึ่งไม่สามารถใช้มือจับต้องหรือใช้ตามองเห็นได้ เช่นระบบปฏิบัติการวินโดว์ส (Windows Operating System) ซอฟต์แวร์ประมวลคำ (Microsoft Word) ซอฟต์แวร์ตารางคำนวณ (Microsoft Excel)

ซอฟต์แวร์ หรือ ชุดคำสั่งชนิดต่างๆ

               นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า : การเรียนรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด เทคโนโลยีต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาตลอดเวลา ถ้าไม่คอยศึกษาติดตาม ก็จะกลายเป็นคนล้าสมัย พวกไดโนเสาร์ เต่าล้านปี เราสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและจากแหล่งข้อมูลต่างๆ   

                ข้อคิด: นิทานเรื่องนี้เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ที่กำลังเริ่มเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี   ผู้ที่ไม่ติดตามเรียนรู้ศัพท์เทคโนโลยีใหม่จะไม่สามารถเข้าใจเอกสารหรือฟังพูด ในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้เลย

อาทร  จันทวิมล

‘IFB Run 2026’ ผนึกกำลังคนรักสุขภาพวิ่งรับปีใหม่กับแนวคิด ‘H + H Healthy Happy’

‘IFB Run 2026’ ผนึกกำลังคนรักสุขภาพวิ่งรับปีใหม่กับแนวคิด ‘H + H Healthy Happy’

‘IFB Run 2026’ ผนึกกำลังคนรักสุขภาพวิ่งรับปีใหม่กับแนวคิด ‘H + H Healthy Happy’

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เปิดศักราชกับงานวิ่งเพื่อสุขภาพ IFB Run 2026  ครั้งที่ 6 ที่จัดขึ้นโดย วิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ (IFB) ร่วมกับมูลนิธิ ดร. เทียม โชควัฒนา นำโดย ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ประธานมูลนิธิฯ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ IFB ถนนหทัยราษฎร์ ได้รับความสนใจจากนักวิ่งและคนรักสุขภาพอย่างมากโดยได้รับความสนใจจากเหล่านักวิ่งทุกเพศทุกวัยเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น

งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “H + H  Healthy  Happy  มาร่วมวิ่ง สร้างสุขภาพดี มีความสุขไปด้วยกัน” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีอย่างครบวงจร ทั้งทางกาย สมอง และจิตใจให้กับคนไทย โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบเข้า “กองทุนเพื่อนวัตกรรมการศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่น IFB” เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพทางการศึกษาอย่างยั่งยืน

บรรยากาศในงานเริ่มต้นอย่างคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ เหล่านักวิ่งได้ทยอยมารวมตัวกัน โดยการปล่อยตัวเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 05.30 น. ท่ามกลางความเรียบง่ายและอบอุ่นสไตล์ครอบครัว แบ่งประเภทการวิ่งออกเป็น 5 กลุ่มเพื่อรองรับทุกระดับความฟิต ตั้งแต่กลุ่ม CAZY RUN ( 3 กม.) FUN RUN (5 กม.)  MINI MARATHON (10 กม.) FAMILY RUN ที่มากันเป็นทีมพ่อแม่ลูก และกลุ่ม VIP RUN สำหรับผู้สนับสนุนในครั้งนี้

ตลอดการจัดงานได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งในด้านความสนุกสนานและการจัดงานที่ใส่ใจสุขภาพอย่างรอบด้าน โดยผู้จัดได้เตรียมของที่ระลึกและอุปกรณ์ดูแลสุขภาพให้กับนักวิ่ง อาทิ สเปรย์พ่นสมุนไพรฟ้าทะลายโจร และหน้ากากอนามัยสำหรับป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 สอดรับกับสถานการณ์ด้านสุขภาพในปัจจุบัน อีกทั้ง ยังมี “memi” ตุ๊กตามาสคอตประจำงาน ออกมาสร้างสีสัน ความคึกคัก และรอยยิ้มให้กับนักวิ่งและผู้ร่วมงานทุกช่วงวัย

นอกเหนือจากกิจกรรมการวิ่ง ยังมีกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพอื่นๆ ภายในงาน อาทิ บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ประเมินความพร้อมของร่างกาย บูธอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน รวมถึงพิธีมอบถ้วยรางวัลเกียรติยศจากมูลนิธิ ดร. เทียม โชควัฒนา ให้แก่ผู้ชนะในแต่ละประเภทการแข่งขัน โดยผู้ที่เข้าอันดับ 1–5 ในแต่ละเพศและช่วงอายุของกลุ่มวิ่งที่ 1–4 จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ รวมถึงรางวัลพิเศษสำหรับผู้เข้าเส้นชัยลำดับที่ 1 ของแต่ละประเภท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

งาน IFB Run 2026 ไม่เพียงเป็นกิจกรรมกีฬาที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความสัมพันธ์ที่เปิดโอกาสให้ครอบครัวและชุมชนคนรักสุขภาพได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณค่า สอดคล้องกับเจตนารมณ์ “Healthy & Happy” ที่ผู้จัดงานตั้งใจมอบเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ 2569

ผู้ที่พลาดกิจกรรมในปีนี้ หรือสนใจติดตามภาพบรรยากาศความประทับใจย้อนหลัง สามารถติดตามได้ที่ Facebook : IFB Run หรือสอบถามรายละเอียดกิจกรรมครั้งต่อไปได้ที่ โทร. 0 2130 2422 หรือ 081 627 8015

คุณแหน : 24 มกราคม 2569

คุณแหน : 24 มกราคม 2569

คุณแหน : 24 มกราคม 2569

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ครั้งที่ 60 ให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) เมื่อ 21 -22 ม.ค. ณ หอประชุม มช. ในการนี้ สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีมติอนุมัติปริญญากิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2568 แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่าน และอนุมัติแต่งตั้งศาสตราจารย์เกียรติคุณ 4 ท่าน ดังรายนามดังนี้ ผู้ได้รับปริญญากิตติมศักดิ์ 7 ท่าน ได้แก่ 1) นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ , 2) ดร. เภสัชกร พิสิฐอุ่ยรุ่งโรจน์ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ , 3) นายวรวัชร ตันตรานนท์ ปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ,4) นายสมยศ วงษ์ทองสาลี ปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ,5) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ , 6) Professor Emeritus Henrik Balslev, Ph.D. (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.เฮนริก แบล์สลูว์) ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพและชีววิทยาชาติพันธุ์ , 7) Professor Emeritus Masao Miyashita, M.D., Ph.D. (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์มาซาโอะ มิยาชิตะ) ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาแพทยศาสตร์ …และสำหรับผู้ได้รับเกียรติบัตรศาสตราจารย์เกียรติคุณ 4 ท่าน ได้แก่ 1) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ชวนันท์ ชาญศิลป์ สาขาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ,2) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธีรวรรณ บุญญวรรณ สาขาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ , 3) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สรศักดิ์ ลี้รัตนาวลี สาขาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ , 4) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ประดิษฐ์ เทอดทูล สาขาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์…
  • ในโอกาสที่ สุวพันธ์ุ ตันยุวรรธนะ เข้ารับพระราชทานปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มีเพื่อนๆมช.หลายคน ที่ร่วมรุ่นรหัส 154 อาทิ ชาติชาย สุทธิกลม บินไปร่วมแสดงความยินดีที่เชียงใหม่ และชักภาพเป็นที่ระลึกกันด้วย…
  • มิตรสหายหลายกลุ่มฝากดีใจด้วยกับ รศ.ดร.วารุณี บุญ-หลง ที่ได้รับรางวัล นักศึกษาเก่าคณะมนุษยศาสตร์ มช. ดีเด่น ประจำปี 2568 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ…
  • ดีใจด้วยกับ ตวงพร เลาหบุตร ที่หลานสาว จินนี่-กัลยรักษ์ พงศ์พิธานนท์ สอบติดคณะจิตวิทยา ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาฯ…
  • มีเรื่องเล่าว่า คุณครูจูน วีระไวทยะ แห่งโรงเรียนราชินี ทิ้งมรดกการทำขนมShortbread ตามสไตล์ผู้ดีชาวอังกฤษ ในสกุลอาชเชอร์ไว้ให้หลานๆทำขาย ข่าวว่า รสชาติดีมาก…
  • ครั้งก่อน “บารอนเนส” แจ้งวันจัดงานผิด …ข้อมูลที่ถูกต้อง “งาน 50 ปี หิรัญกาลมนุษย์ศาสตร์ มช.191” ซึ่ง ชาวคณะมนุษยศาสตร์ รหัส 191 จัดทำบุญและฉลองโอกาสที่ได้เป็นเพื่อนกันมา 50 ปีในปีนี้ วันจัดงานที่ถูกต้องคือ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 …ยามเช้าทำบุญอุทิศให้ เพื่อนร่วมรุ่นที่ล่วงลับไปก่อนหน้า 27 คน ที่วัดฝายหิน(หลังมช.)…ยามบ่ายไปมอบทุนการศึกษา(ชาว 191 ร่วมใจกันสมทบทุนให้นักศึกษารุ่นน้องคณะมนุษย์ฯที่ขาดแคลนทุนทรัพย์) ณ ห้องประชุมคณะมนุษย์ฯ…ยามเย็นไปกินเลี้ยงกันต่อ ณ บ้านที่แม่แตง ของ พ่อเลี้ยงดิษฐ์-ประดิษฐ์ ทายะมหา อดีตหัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำพูน ผู้เอื้อเฟื้อสถานที่ โดยใช้บ้านอันกว้างขวาง มีอาหารพื้นเมืองแสนอร่อยไว้คอยต้อนรับเพื่อน…นอกจากนี้ ปุ๊ก-ฉัตรชัย จำนงประสาทพร ชาว รหัส 191 (อีกเหมือนกัน) ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อยืด Cho Chang ได้ผลิตเสื้อรุ่นเป็นที่ระลึกแจกให้เพื่อนๆด้วย…งานนี้ สุมนา ศุขนิทร ประสานสิบทิศ ทำให้งานเป็นรูปเป็นร่าง ด้วยความสุขใจเป็นที่ยิ่ง !!…

บารอนเนส

TTAA เปิดฉาก ‘เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31’ สุดยิ่งใหญ่! กระตุ้นท่องเที่ยวรับต้นปี 69

TTAA เปิดฉาก ‘เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31’ สุดยิ่งใหญ่! กระตุ้นท่องเที่ยวรับต้นปี 69

TTAA เปิดฉาก ‘เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก ครั้งที่ 31’ สุดยิ่งใหญ่! กระตุ้นท่องเที่ยวรับต้นปี 69

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.11 น.

เริ่มแล้ว ! มหกรรมท่องเที่ยวสุดยิ่งใหญ่แห่งปี เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” ครั้งที่ 31 (TITF#31) มัดรวมดีลท่องเที่ยวสุดคุ้มจากผู้ประกอบการโดยตรง พร้อมกิจกรรมอัดแน่นตลอด 4 วัน เอาใจคนรักการเดินทาง

สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) เปิดฉากมหกรรมท่องเที่ยวแห่งปี เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” ครั้งที่ 31 (Thai International Travel Fair 2026 : TITF#31) สุดยิ่งใหญ่รับต้นปี 2569 ระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ Exhibition Hall 5–6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้ธีม “GO BEYOND AMAZING TRAVEL” เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และกระตุ้นการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการโดยตรง พร้อมโปรโมชั่นและส่วนลดพิเศษมากมาย

สำหรับพิธีเปิดงานเป็นไปอย่างน่าประทับใจ โดยได้รับเกียรติจากนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช  อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) รวมถึงแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง   บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวและประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อย่างแน่นขนัด ตั้งแต่วันแรกของการจัดงาน

โดยภายในงานรวบรวมแพ็กเกจทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถเช่า ประกันการเดินทาง สินค้า OTOP และบริการด้านการท่องเที่ยวอย่างครบวงจร จากผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 600 บูธ บนพื้นที่จัดงานกว่า 10,000 ตารางเมตร พร้อมกิจกรรมและการจับรางวัลตลอดการจัดงาน 4 วัน ทั้งนี้ สมาคมไทยบริการท่องเที่ยวคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 300,000 คน และสร้างเม็ดเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

สอบถามขอมูลเพิ่มเติมได้ที่

สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA)โทร. 0 2214 6175-78           

email: titf@ttaa.or.th

www.facebook.com/ttaatitf                                      

ig: titfofficial

NHK WORLD-JAPAN ชวนเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ในงาน Thai International Travel Fair ครั้งที่ 31

NHK WORLD-JAPAN ชวนเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ในงาน Thai International Travel Fair ครั้งที่ 31

NHK WORLD-JAPAN ชวนเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่น ในงาน Thai International Travel Fair ครั้งที่ 31

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.55 น.

NHK WORLD-JAPAN บริการนานาชาติของ NHK องค์กรสื่อสาธารณะของญี่ปุ่น ซึ่งนำเสนอข่าวสารหลากหลายภาษา รวมถึงภาษาไทย เข้าร่วมออกบูธในงาน Thai International Travel Fair ครั้งที่ 31 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานเป็นจำนวนมากตั้งแต่วันแรกของการจัดงาน

ภายในบูธ NHK WORLD-JAPAN ผู้เข้าชมสามารถสัมผัสบริการและคอนเทนต์ที่รับชมได้ทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะในประเทศไทย พร้อมกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับญี่ปุ่นในด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร การใช้ชีวิต รวมถึงการเตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง โดยบูธดังกล่าวเปิดให้เข้าร่วมกิจกรรมตลอดระยะเวลา 4 วันของงาน

ไฮไลต์สำคัญในวันแรกของงานคือกิจกรรมบนเวทีหลัก ภายใต้หัวข้อ “เที่ยวญี่ปุ่นให้สนุกยิ่งขึ้น! กับ NHK WORLD-JAPAN” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก กิจกรรมดังกล่าวเชิญบุคคลมีชื่อเสียงของไทยมาร่วมแบ่งปันข้อมูล ประสบการณ์ และเคล็ดลับการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ทั้งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบญี่ปุ่นเป็นทุนเดิมและผู้ที่กำลังเริ่มต้นทำความรู้จักประเทศญี่ปุ่น

กิจกรรมบนเวทีมีการพูดคุยในประเด็นที่เป็นประโยชน์ อาทิ การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติเพื่อการเดินทางอย่างมั่นใจและปลอดภัย เรื่องราวเบื้องหลังวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น รวมถึงกิจกรรมร่วมสนุกอย่างการท้ากินนัตโต สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองและเต็มไปด้วยสีสัน

กิจกรรมบนเวทีดำเนินรายการโดย คุณชัยรัตน์ ถมยา จาก NHK WORLD-JAPAN ภาคภาษาไทย พร้อมแขกรับเชิญ ได้แก่ กิตติ สิงหาปัด อรรถ บุนนาค และบีมเซนเซ ซึ่งร่วมถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับญี่ปุ่นในแง่มุมที่หลากหลาย

สำหรับบูธ NHK WORLD-JAPAN เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 22–25 มกราคม 2569 เวลา 10.00–21.00 น. โดยภายในบูธมีกิจกรรมการทำเข็มกลัดโลหะดีไซน์พิเศษ การร่วมเลือกร้านราเม็งที่อยากลิ้มลองผ่านรายการของ NHK WORLD-JAPAN กิจกรรมสแตมป์แรลลีที่นำเสนอศิลปะญี่ปุ่นดั้งเดิม รวมถึงการรับชมรายการผ่านจอมอนิเตอร์ และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนภาษาญี่ปุ่น พร้อมแจกหนังสือเรียน “มาเรียนภาษาญี่ปุ่นกันเถอะ” สำหรับผู้ร่วมตอบแบบสอบถาม

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ NHK WORLD-JAPAN ในการเป็นสื่อที่เชื่อมโยงคนไทยกับประเทศญี่ปุ่น ผ่านข้อมูลที่เข้าใจง่าย ใช้ได้จริง และสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งก่อนและระหว่างการเดินทาง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่ NHK WORLD-JAPAN ภาษาไทย ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน | NHK WORLD-JAPAN

การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย เปิด ‘Macao Pavilion’ ชวนคนไทยสัมผัส ‘มาเก๊า’ มุมใหม่ ในงาน TITF ครบทั้งเที่ยว กิน ช้อป

การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย เปิด ‘Macao Pavilion’ ชวนคนไทยสัมผัส ‘มาเก๊า’ มุมใหม่ ในงาน TITF ครบทั้งเที่ยว กิน ช้อป

การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย เปิด ‘Macao Pavilion’ ชวนคนไทยสัมผัส ‘มาเก๊า’ มุมใหม่ ในงาน TITF ครบทั้งเที่ยว กิน ช้อป

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.29 น.

การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย (Macao Government Tourism Office Representative in Thailand) เข้าร่วมงาน Thailand International Travel Fair 2026 (TITF #31) ระหว่างวันที่ 22-25 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ฮอลล์ 5-6  พร้อมเปิดตัว “Macao Pavilion” บนพื้นที่กว่า 144 ตารางเมตร ถ่ายทอดเสน่ห์ของมาเก๊าผ่านดีไซน์ร่วมสมัย สะท้อนภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ผสานวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจไว้อย่างลงตัว

พบกับมาเก๊าในมุมมองใหม่ผ่านสีสันของย่านท่องเที่ยวชื่อดัง ได้แก่ ZAPE / NAPE, ย่าน Three Lamps District และ Northern District ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ท้องถิ่น ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่าง

Macao Pavilion รวบรวมพันธมิตรทางการท่องเที่ยวจากมาเก๊าและประเทศไทย อาทิ Air Macau, Galaxy Macau Integrated Resort, MGM, SJM Resorts, S.A., Chimelong Resort และบริษัททัวร์ชั้นนำอีกมากมาย พร้อมนำเสนอแพ็กเกจท่องเที่ยว โปรโมชันพิเศษ และดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางสู่มาเก๊าโดยเฉพาะ

ขณะเดียวกันยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกตลอดงาน ไม่ว่าจะเป็น Lucky Spin, Gachapong เพื่อรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ หรือบัตรกำนันจากห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และโซน Taste of Macao Café เสิร์ฟเมนูเอกลักษณ์อย่าง Macao Egg Tart และชานมมาเก๊า พิเศษกับการปรากฎตัวของมาสคอตสุดน่ารักจากการท่องเที่ยวมาเก๊า “น้องมากมาก” พร้อมกับเจ้านกสีเหลืองจอมกวน “Warbie” มอบเสียงหัวเราะและความประทับใจให้บรรยากาศภายในงานมีสีสันยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทยยังได้ร่วมมือกับ TrueMoney อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 โดยมี TrueMoney เป็นหนึ่งในพาร์ตเนอร์หลักที่สนับสนุนแคมเปญอยู่เบื้องหลัง เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับการชำระเงินดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ และในปี 2569 มีแผนขยายความร่วมมือสู่แคมเปญขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น พร้อมสิทธิพิเศษและกิจกรรมการตลาดร่วมกัน เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไทยในมาเก๊าอย่างเป็นรูปธรรม

การเข้าร่วมงาน TITF 2026 ในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทของการท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย  ในการส่งเสริมภาพลักษณ์มาเก๊าให้เป็นมากกว่าจุดหมายปลายทางระยะใกล้ แต่เป็นเมืองแห่งประสบการณ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร และไลฟ์สไตล์ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้มาเก๊ากลายเป็น Dream Destination ของนักท่องเที่ยวไทยทุกเจเนอเรชัน

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและกิจกรรมสนุก ๆ ของการท่องเที่ยวมาเก๊าประจำประเทศไทย ได้ที่  Website : http://www.macautourism.gov.mo Facebook : https://www.facebook.com/th.macaotourism Instagram : https://www.instagram.com/macaoth/

‘ทิสโซต์’ เปิดศักราชด้วยการเผยโฉม “พีอาร์ซี 100 โซลาร์” ขนาดใหม่ 34 มม.

'ทิสโซต์' เปิดศักราชด้วยการเผยโฉม “พีอาร์ซี 100 โซลาร์” ขนาดใหม่ 34 มม.

‘ทิสโซต์’ เปิดศักราชด้วยการเผยโฉม “พีอาร์ซี 100 โซลาร์” ขนาดใหม่ 34 มม.

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.19 น.

สัมผัสโฉมใหม่ของเรือนเวลาพลังงานแสงอาทิตย์ เมื่อ ทิสโซต์ (Tissot) เดินหน้าต่อยอดวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมเรือนเวลาคุณภาพสูง ผ่านการเปิดตัว พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) โฉมใหม่ล่าสุดประจำปี 2026 จากคอลเลกชั่น พีอาร์ซี 100 (PRC 100) ที่เคยเปิดตัวครั้งแรกในช่วงกลางทศวรรษ 2000 และเป็นที่จดจำจากดีไซน์อันแข็งแกร่งและเปี่ยมเอกลักษณ์ โดยการกลับมาในครั้งนี้คือการปรับโฉมดีไซน์ภายนอกให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวขนาดใหม่ 34 มม. ผ่านเรือนเวลา 5 รุ่น ที่ยังคงถ่ายทอดภาพลักษณ์ของนาฬิกาดีไซน์เรียบเท่ในมุมมองโมเดิร์น ตอบโจทย์ทั้งสไตล์และการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี 

ทิสโซต์ (Tissot) แบรนด์ผู้ผลิตนาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1853 โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 170 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาประสิทธิภาพสูงในดีไซน์ที่มีความทันสมัยอย่างมีเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้การยอมรับในแวดวงกีฬา ในฐานะผู้ผลิตนาฬิกาที่มีเทคโนโลยีระบบจับเวลาด้านความเที่ยงตรงแม่นยำสูงสุด

โดย พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) เป็นนาฬิกาที่ขับเคลื่อนด้วย Lightmaster Solar Quartz เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ของทิสโซต์ที่สามารถแปลงพลังงานจากทั้งแสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์ให้กลายเป็นพลังงานขับเคลื่อน ผ่านการรับแสงด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ ก่อนส่งต่อสู่แผงโซลาร์เซลล์โครงสร้างระดับจุลภาคในรูปแบบรังผึ้งที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรือน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับพลังงานโดยไม่กระทบต่อความสวยงามของหน้าปัด จากนั้ันพลังงานที่ได้จะถูกถ่ายทอดผ่านตัวเชื่อมต่อแบบ Zebra ไปยังกลไก F06.615 Quartz Swiss Made ที่ขึ้นชื่อด้านความแม่นยำ ก่อนถูกกักเก็บไว้ในแบตเตอรี่แบบชาร์จได้ ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้นานสูงสุดถึง 14 เดือนในที่มืดสนิท และเพียงรับแสง 10 นาที ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง สะท้อนถึงแนวคิดของเรือนเวลาที่ถูกออกแบบมาเพื่อความแม่นยำ (Precise) ความทนทาน (Robust) และความคลาสสิกเหนือกาลเวลา (Classic) อย่างแท้จริง

สำหรับ พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) ขนาดใหม่ 34 มม. ที่เหมาะสำหรับขนาดข้อมือของผู้หญิง หรือผู้ที่มีขนาดข้อมือเล็ก โดยถูกออกแบบโฉมใหม่มา 5 รุ่นด้วยกัน ที่ยังคงเอกลักษณ์ของกรอบหน้าปัดทรงสิบสองเหลี่ยมอันโดดเด่นบนตัวเรือนสแตนเลสสตีล  เริ่มตั้งแต่รุ่นตัวเรือนสองสีสแตนเลสสตีลจับคู่โรสโกลด์พร้อมหน้าปัดสีขาวมุก, รุ่นตัวเรือนสีเยลโลโกลด์ทั้งเรือนและหน้าปัดสีเดียวกันที่โดดเด่นด้วยความหรูหรา, รุ่นตัวเรือนสองสีสแตนเลสสตีลจับคู่เยลโลโกลด์กับหน้าปัดสีเงิน ไปจนถึงรุ่นตัวเรือนสแตนเลสสตีลทั้งเรือนพร้อมหน้าปัดสีเทา และรุ่นหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลูในตัวเรือนสแตนเลสสตีลที่ให้ลุคสดใสและร่วมสมัย

นอกจากนี้ขนาด 39 มม. ก็มีการเปิดตัวโฉมใหม่เช่นกัน โดยมาพร้อม 2 ดีไซน์ ได้แก่ รุ่นหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลูในตัวเรือนสแตนเลสสตีล และรุ่นตัวเรือนสองสีสแตนเลสสตีลจับคู่เยลโลโกลด์กับหน้าปัดสีเงิน ซึ่งช่วยเติมเต็มไลน์อัพของ พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) ให้ครอบคลุมทุกสไตล์และทุกความต้องการในการสวมใส่

โดยเรือนเวลาทุกรุ่นจาก พีอาร์ซี 100 โซลาร์ (PRC 100 Solar) มาพร้อมสายนาฬิกาสแตนเลสสตีล รวมถึงเข็มนาฬิกาและตำแหน่งบอกเวลาที่เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการอ่านค่าในทุกสภาพแสง ตอกย้ำภาพลักษณ์ของเรือนเวลาที่ผสานดีไซน์อันโดดเด่นเข้ากับสมรรถนะที่พร้อมตอบโจทย์ทุกจังหวะของชีวิตอย่างมั่นใจ

ด้าน ทิสโซต์ (Tissot) ยังได้แนะนำเทคนิคการเลือกนาฬิกาสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยควรคำนึงถึงดีไซน์ที่สามารถปรับเข้ากับสไตล์ได้หลากหลาย ควบคู่ไปกับฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ตั้งแต่รูปทรงตัวเรือนที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพอย่างชัดเจนแต่ยังคงความคลาสสิก ขนาดที่สวมใส่สบายและดูสมดุลบนข้อมือ ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุคุณภาพอย่างกระจกคริสตัลแซฟไฟร์และสายสแตนเลสสตีลที่ช่วยเพิ่มทั้งความทนทานและความสง่างามในระยะยาว และในขณะเดียวกัน นาฬิกาที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ยังสะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน พร้อมมอบความสะดวกในการใช้งานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยครั้ง ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มองหานาฬิกาเพียงเรือนเดียวที่ตอบโจทย์ได้ในทุกวัน ทั้งในแง่สไตล์และการใช้งาน

พบกับเรือนเวลาจาก ทิสโซต์ (Tissot) ได้แล้วที่เคาน์เตอร์ ทิสโซต์ (Tissot) ทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช็อปออนไลน์ทาง Official Website: https://www.tissotwatches.com/th-th, Shopee: https://shp.ee/xip2up6, Lazada: https://s.lazada.co.th/s.efbXj, Central Online: https://www.central.co.th/th/tissot และ Line Official Account: @Tissot_TH

กู้ผิวพัง เสริมเกราะป้องกันฝุ่น ด้วย 5 STEPS จาก found & found

กู้ผิวพัง เสริมเกราะป้องกันฝุ่น ด้วย 5 STEPS จาก found & found

กู้ผิวพัง เสริมเกราะป้องกันฝุ่น ด้วย 5 STEPS จาก found & found

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.14 น.

เพราะฝุ่น PM2.5 นอกจากจะทำลายสุขภาพกายแล้ว ยังเป็นตัวร้ายตัวจิ๋วที่ทำลายผิวหน้าให้เกิดการอักเสบและระคายเคืองได้อีกด้วย ใครที่มีผิวอ่อนแอ เป็นสิว ผิวแพ้ง่ายถ้าไม่อยากผิวพังเพราะวิกฤตฝุ่นพิษก็ต้องเสริมปราการผิวให้แข็งแรงเข้าไว้ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้สกินแคร์ตัวไหนดี วันนี้ found & found ขอแนะนำ 5 สเต็ปสกินแคร์รูทีน ที่ไม่ใช่แค่กู้ผิวได้แต่ยังปกป้องผิวแพ้ง่ายให้แข็งแรงขึ้นอย่างสมดุล จะมีไอเทมอะไรบ้างไปดูกันเลย

 Step 1 คลีนผิวสะอาดใส ด้วย “theralogic Madecell Derma Repair B5 Bubble Foam Cleanser”

โพมล้างหน้าสูตรอ่อนโยน ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก มาพร้อมฟองโฟมนุ่มละเอียดไม่บาดผิว คงความชุ่มชื้นหลังล้างหน้า และ pH อ่อนโยนไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว

Step 2 เติมความชุ่มชื้นให้ผิว ด้วย “MEDIHEAL – Teatree Trouble Pad”

แผ่นบำรุงผิวที่มาในรูปแบบ Gauze Pad จากเส้นใยธรรมชาติ ช่วยให้ส่วนผสมซึมเข้าผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและอ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิวช่วยปลอบประโลมและปรับสมดุลผิวอ่อนแอที่มีแนวโน้มเกิดสิวง่ายให้กลับมาแข็งแรง

Step 3 ปรนนิบัติผิวอย่างสมดุล ด้วย “CICA METHOD Booster Serum”

เซรั่มบำรุงและปลอบประโลมผิวขั้นสุด ช่วยลดเลือนริ้วรอยและรอยแดงจากสิว ด้วยสารสกัดจากใบบัวบก และสารสกัดธรรมชาติช่วยปลอบประโลมให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น มีสุขภาพดี

 Step 4 เสริมเกราะป้องกันสิว ผิวแข็งแรง ด้วย “Dr.G R.E.D Blemish Clear Soothing Cream”

เนื้อครีมบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยเติมน้ำและล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยปลอบประโลมพร้อมเสริมเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรง

Step 5 ปกป้องผิวขั้นสุด ด้วย “FRUDIA Whats Wrong Help Cicaderm Sun Cream

กันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายและเป็นสิว ช่วยปกป้องผิว ทั้งจากรังสี UVA/UVB  ฝุ่น และมลภาวะ  และด้วยเทคโนโลยี SNOW ICE ช่วยลดอุณหภูมิผิว มอบผิวสดชื่นเย็นสบายทันทีหลังใช้

งานกู้ผิวจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะนี่คือสเต็ปการดูแลผิวสวยสู้ฝุ่นปี 2026 ที่มัดรวม สกินแคร์รูทีนตัวท็อปของ เกาหลี-ญี่ปุ่น ไว้ที่สายบิวตี้ห้ามพลาด ใครยังขาดไอเทมไหนและอยากเพิ่มไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ช้อปได้แล้ววันนี้ที่ร้าน found & found ทุกสาขา หรือเลือกช้อปบนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ง่าย ๆ เพียงปลายนิ้วกดผ่านช่องทาง GrabMart Line Man Mart, Shopee, Lazada และ Tiktok Shop คลิกเลย https://foundnfound.click/bn1  

ชวนสัมผัสประสบการณ์บิวตี้รูปแบบใหม่สไตล์ J/K Beauty เจอครบจบที่ found & found พร้อมติดตามสินค้าใหม่และกิจกรรมอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: foundnfound.official, IG: found.n.found  LINE Official Account: @foundnfound หรือคลิก https://bit.ly/foundnfound-line