
กลุ่มเซ็นทรัลร่วมขับเคลื่อนงานศิลปะสู่เวทีนานาชาติ สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ ร่วมจัดแสดงในงาน ไทยแลยด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025
วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.17 น.
ศิลปะคือ “หน้าต่าง” ที่สะท้อนสังคม ความคิด และคุณค่าร่วมของผู้คน ผ่านผลงานที่ปลุกให้เกิดการตั้งคำถาม กระตุ้นจิตสำนึก และชวนให้กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบเดิมด้วยมุมมองอันสร้างสรรค์ กลุ่มเซ็นทรัลจึงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นทั้ง “ผู้สนับสนุน” และ “สื่อกลาง” ในการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินทุกแขนงได้ถ่ายทอดมุมมองอย่างเสรี พร้อมเชื่อมโยงงานศิลป์เข้ากับผู้คนและเมืองอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันให้ศิลปะเป็น ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ของไทยบนเวทีโลก

ด้วยเจตนารมณ์ดังกล่าว กลุ่มเซ็นทรัล นำโดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับศูนย์การค้า ปอร์โต เดอ ภูเก็ต (Porto de Phuket) เดินหน้าขับเคลื่อนบทบาทด้านศิลปวัฒนธรรมของไทยสู่ระดับนานาชาติ ผ่านการสนับสนุนศิลปินไทยให้ร่วมแสดงผลงานในงาน “ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025” (Thailand Biennale Phuket 2025) มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 4 ของประเทศไทยพร้อมทั้งเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าในเครือให้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเวทีศิลปะของเมือง ถ่ายทอดเรื่องราวและผลงานอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในพื้นที่นิทรรศการ หากแต่อยู่ในทุกพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยงศิลปินผู้สร้างงาน เมือง และผู้คนเข้าหากันได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของไทยแลนด์เบียนนาเล่ จนทำให้ทั้งเกาะกลายเป็น “ศิลปะมีชีวิต” อย่างแท้จริง
งาน “ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025” จัดแสดงภายใต้แนวคิด“นิรันดร์ [กัลป์]” (Eternal [Kalpa]) ที่มุ่งให้เกิดความคำนึงถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่สมดุลระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม การตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรอบคอบ และการเชื่อมโยงจังหวะชีวิตประจำวันของมนุษย์ให้เข้ากับการเคลื่อนไหวอันกว้างใหญ่ไร้กาลเวลาของจักรวาล เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่กลมกลืนและยั่งยืนยิ่งขึ้น
งานในครั้งนี้นำเสนอผลงานจากศิลปินร่วมสมัยอย่างน้อย 65 คน จาก 25 ประเทศ พร้อมพื้นที่ 13 ศาลา (Pavilion) จากองค์กรศิลปะในไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมทั้ง อำเภอเมือง – กะทู้ – ถลาง เปิดเกาะภูเก็ตให้กลายเป็นแกลเลอรีกลางธรรมชาติ ผู้ชมสามารถสัมผัสงานศิลป์ควบคู่ภูมิทัศน์ วิถีชุมชน และร่องรอยเวลาได้อย่างลึกซึ้ง
และในปีนี้ กลุ่มเซ็นทรัล สนับสนุนศิลปินไทยจำนวน 2 ท่าน ให้สร้างสรรค์ผลงานตีความภูเก็ตในแบบร่วมสมัย พร้อมเปิดพื้นที่จัดแสดงต่อเนื่องยาวนาน 5 เดือนเต็ม เพื่อนำเสนอ “ภูเก็ต” ผ่านสายตาและภาษาของศิลปะไทยบนเวทีโลก ได้แก่

นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ
นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ – ผลงาน “Land – Fill” จัดแสดง ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ภูเก็ต, ฝั่งฟลอเรสต้า (Central Phuket, Floresta)
“Land–Fill” เปรียบเสมือนการขุดเปิดชั้นดินของภูเก็ตขึ้นมาอีกครั้ง ผ่านงานศิลปะจัดวางแบบมัลติมีเดีย (Multimedia Installation) ที่ประกอบด้วย ประติมากรรมโลหะ วิดีโอภาพเคลื่อนไหว และแสงเงาที่จัดวางภายในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ชมได้สำรวจและเผชิญหน้ากับร่องรอยที่เมืองทิ้งไว้ตามกาลเวลา วัตถุจากพื้นที่จริง เศษดีบุกจากเหมืองเก่า และชิ้นส่วนอลูมิเนียมรีไซเคิลจากกองขยะ ถูกหลอมรวมผ่านไฟ ความร้อน การกัดกร่อน และการดัดแปรรูป จนเกิดเป็นพื้นผิวที่หยาบ ขรุขระ และงดงามเหมือนภูเขาแร่จำลองที่ซ่อนประวัติศาสตร์เอาไว้ในเนื้อวัสดุเอง ภาพเคลื่อนไหวที่ฉายคู่กันทำหน้าที่เหมือนเส้นเวลาทางสายตา เล่าเรื่องการเปลี่ยนผ่านจากเหมืองแร่ สู่เมืองท่องเที่ยว และสู่ปัญหาขยะที่ทับถมไม่ต่างจากตะกอนประวัติศาสตร์ นี่ไม่ใช่เป็นเพียงงานศิลปะ หากคือการทบทวนตัวตนของภูเก็ตในทุกยุคสมัย ว่าความรุ่งเรือง มิได้เกิดขึ้นโดยปราศจากรอยแผลของทรัพยากรที่จางหายไป


ผลงาน “Land – Fill”

รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์
รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์ – ผลงาน “Unwritten Melody” จัดแสดง ณ เมอร์คาโด้ ฮอลล์, ศูนย์การค้า ปอร์โต เดอ ภูเก็ต (Mercado Hall, Porto de Phuket)
“Unwritten Melody – ท่วงทำนองที่ไม่ถูกเขียน” เป็นผลงานที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างศิลปินกับชุมชนอูรักลาโว้ยบ้านแหลมตุ๊กแก จังหวัดภูเก็ต สะท้อนการต่อสู้ยาวนานเพื่อสิทธิในที่ดิน สุสานบรรพบุรุษ และผืนทะเล อันเป็นทรัพยากรที่ถูกคุกคามจากโครงการพัฒนาของรัฐและทุนเอกชน วัตถุหลักของงานคือ ยางรถยนต์ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกนำไปใช้ทำปะการังเทียม แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกมันกลับเสื่อมสภาพและทำลายระบบนิเวศใต้ทะเล

ผลงาน “Unwritten Melody”
รุ่งเรืองมองเห็นซากยางเหล่านี้เป็นทั้งประจักษ์พยานของการพัฒนาที่ผิดพลาดและสะพานเชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เมื่อเขานำมันขึ้นมาไว้ในพื้นที่ศิลปะ วัตถุที่เคยถูกทิ้งจึงกลับมามีลมหายใจในฐานะผู้เล่าเรื่อง จดบันทึก และตั้งคำถาม ศิลปินเปลี่ยนยางเหล่านี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของร่างมีชีวิตที่บรรจุความทรงจำ เสมือนรากไม้ที่แตกแขนงไร้ทิศทางใต้ผืนดิน และสะท้อนวิถีของชุมชนชายขอบที่แทบไร้พื้นที่ในโครงสร้างอำนาจของรัฐ แต่ก็ยังส่งเสียงจากความเงียบให้เราได้ยิน

ผลงาน “Unwritten Melody”
พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “ศิลปะไม่ใช่เพียงความงดงามที่เรามองเห็น แต่คือพลังที่หล่อเลี้ยงเมือง สร้างอัตลักษณ์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมมากกว่าที่โลกเคยรับรู้ และหากเราเปิดพื้นที่ให้ศิลปะเข้ามาอยู่ในเมือง อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน เมืองไทยจะเป็นจุดหมายที่ผู้คนอยากเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง
การสนับสนุน “ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025” จึงไม่ใช่เพียงการร่วมเปิดพื้นที่ให้กับการจัดแสดงผลงานศิลปะ แต่คือการผลักดันให้ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเมือง การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของผู้คน เราต้องการเห็นภูเก็ตเป็นตัวอย่างของเมืองที่เติบโตด้วยวัฒนธรรมร่วมสมัย และเป็นประตูที่ทำให้ศิลปะไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง กลุ่มเซ็นทรัลพร้อมเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้ประเทศไทยยืนอยู่ในแผนที่ศิลปะของโลก ไม่ใช่เพียงในนามของผู้ชม แต่ในฐานะประเทศที่สร้างวัฒนธรรมร่วมสมัยขึ้นมาด้วยพลังของตนเอง”

ปัญญ์ จิรกิติ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหารร่วม (ฝ่ายกลยุทธ์) ดีเซ็นทรัล กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่าศิลปินไทยมีพลังเฉพาะตัวที่โดดเด่น และไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในพื้นที่เดิม ๆ เราอยากเห็นพวกเขาเติบโต ทดลอง และขยายแนวทางการทำงานให้กว้างไกลขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของดีเซ็นทรัล (deCentral) ศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศเพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้พัฒนาผลงานของตนอย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการสนับสนุนแนวคิดเชิงทดลอง การสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ๆ และการตระหนักถึงศิลปะในฐานะกระจกสะท้อนประเด็นสังคมในปัจจุบันที่เรากำลังเผชิญอยู่ ศิลปะไทยควรมีพื้นที่อยู่ในบทสนทนาระดับโลก ไม่ใช่เพียงในฐานะ ‘ผู้ร่วมวง’ แต่ในฐานะ ‘ผู้สร้างประเด็นและมุมมองใหม่’ ดีเซ็นทรัลจึงมุ่งส่งเสริมการจัดแสดงผลงานของศิลปินไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งงาน “ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025” นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนเจตนารมย์อันแรงกล้านี้
การสนับสนุนศิลปินทั้งสองท่านในปีนี้ ไม่ได้เป็นเพียงโอกาสในการจัดแสดงผลงานเท่านั้น แต่คือการส่งเสียงของศิลปะไทยออกไปในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ร่วมสมัย มั่นใจ และพร้อมสนทนาบนเวทีโลก เราหวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งในหมุดหมายที่ช่วยให้ประเทศไทยเติบโตเป็นระบบนิเวศศิลปะที่แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ และมีที่ยืนอย่างชัดเจนบนแผนที่ศิลปะโลก”
Thailand Biennale Phuket 2025 เปิดให้เข้าชมอย่างเต็มรูปแบบเป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 – 30 เมษายน 2569 และกลุ่มเซ็นทรัลขอเชิญทุกท่านร่วมชมผลงาน 2 ศิลปินไทย นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ ผลงาน “Land – Fill” ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ภูเก็ต, ฝั่งฟลอเรสต้า และ รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์ ผลงาน “Unwritten Melody” ณ ศูนย์การค้า ปอร์โต เดอ ภูเก็ต (Porto de Phuket) นี่คือโอกาสสำคัญของผู้รักศิลปะที่จะได้สัมผัสผลงานร่วมสมัยของศิลปินไทยที่โดดเด่นที่สุดในยุคนี้ และร่วมเป็นพลังผลักดันประเทศไทยสู่เวทีศิลปะระดับโลกอย่างแท้จริง.

ทรงประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา (คำว่า “วัฒนา” ในพระนาม ทรงตั้งตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา ก่อนจะได้รับการเฉลิมพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ในสมัยรัชกาลที่ 8 และในวาระที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นับว่าทรงเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในพระองค์แรกและพระองค์เดียวในสมัยรัชกาลที่ 9
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ ทรงจบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านเคมีจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และทรงมีความเชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศส เมื่อเสด็จนิวัติประเทศไทย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจึงทรงแนะนำให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ ใช้ความรู้ทางด้านภาษาให้เป็นประโยชน์ ด้วยทั้งสองพระองค์ทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯจึงได้ทรงรับตำแหน่งเป็นพระอาจารย์พิเศษสอนวิชาภาษาต่างประเทศที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทรงดำรงตำแหน่งเป็นพระอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์นานถึง 8 ปี โดยทรงเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาต่างประเทศ ทรงดูแลและจัดทำหลักสูตรการสอนของอาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงจัดทำหลักสูตรปริญญาตรีสาขาภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสสำเร็จ ด้วยการผสมผสานความรู้ด้านภาษาและวรรณคดีให้เข้ากันอย่างเหมาะสม ทำให้ทรงได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น ศาสตราจารย์พิเศษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2521 เป็นต้นมา
นอกจากนี้ ยังทรงสนพระทัยโครงการจัดส่งเยาวชนไทยไปร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ตั้งแต่ปี พ.ศ 2532 โดยได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินกองทุนสมเด็จย่าสนับสนุนโครงการ ทรงติดตามความเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนการแข่งขัน พระราชทานกำลังใจ และทรงแสดงความยินดีแก่เยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณจากการแข่งขันในทุกๆ ครั้ง ทรงเป็นองค์พระอุปถัมภ์ “มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” (สอวน.) ทำให้บรรดาเยาวชนไทยได้ค้นพบตัวเองและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยติดต่อกันมายาวนานหลายปี ตั้งแต่ปีแรกที่มีการส่งเยาวชนร่วมแข่งขัน ทรงสนพระทัยเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษ











.jpeg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)



.jpg)







.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)