คุยกัน 7 วันหน : ส่องการแต่งตัว คิม จูแอ ไม่ใช่แค่แฟชั่น แตะสะท้อนสถานะ-ทิศทางการเมือง

คุยกัน 7 วันหน : ส่องการแต่งตัว คิม จูแอ ไม่ใช่แค่แฟชั่น แตะสะท้อนสถานะ-ทิศทางการเมือง

คุยกัน 7 วันหน : ส่องการแต่งตัว คิม จูแอ ไม่ใช่แค่แฟชั่น แตะสะท้อนสถานะ-ทิศทางการเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในโลกของสื่อรัฐเกาหลีเหนือที่ทุกอย่างถูกจัดฉากอย่างประณีต แฟชั่นไม่ใช่เพียงเรื่องของรสนิยม แต่เป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ใช้สื่อสารเรื่องสถานะผู้นำ ความชอบธรรม และอนาคตของระบอบการปกครอง การแต่งตัวที่เปลี่ยนไปของ คิม จูแอ (Kim Ju Ae) ลูกสาวของ คิม จอง-อึน คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือกำลังเตรียมความพร้อมให้ประชาชนยอมรับผู้นำรุ่นต่อไปอย่างไร

การแต่งตัวเพื่อสืบทอดอำนาจ

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ การที่จูแอเริ่มทิ้งเสื้อผ้าเด็กแบบทั่วไป และหันมาสวมใส่ชุดที่ถอดแบบมาจากพ่อของเธอ เช่น เสื้อโค้ทหนังสีดำ ในงานสำคัญล่าสุด เช่น การสวนสนามทางทหารในต้นปี 2026 ที่จูแอได้ปรากฏตัวในชุดเสื้อโค้ทหนังยาวสีดำ ซึ่งเหมือนกับชุดที่ คิม จอง-อึน ใส่ไม่มีผิดเพี้ยน เป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า “การจำลองภาพลักษณ์” (Image Replication) เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเป็นทายาททางการเมืองโดยเน้นความคล้ายคลึงกับผู้นำปัจจุบัน ในวัฒนธรรมการเมืองของเกาหลีเหนือ เสื้อโค้ทหนังไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่มันสื่อถึงท่านผู้นำสูงสุด ในฐานะผู้กุมอำนาจความมั่นคง การให้จูแอใส่ชุดนี้เป็นการเชื่อมโยงภาพลักษณ์ของเธอเข้ากับกองทัพและ “สายเลือดเพ็กตู” อย่างแนบเนียน ทั้งหมดล้วนเป็นกลยุทธ์ที่ถูกวางแผนมาอย่างดีโดย กรมโฆษณาชวนเชื่อและปลุกระดม (Propaganda and Agitation Department – PAD) ของรัฐบาล

สไตล์การแต่งตัวของเธอสะท้อนถึงการก้าวเข้าสู่โครงสร้างอำนาจของรัฐที่เข้มข้นขึ้น เริ่มจากปี 2022 ที่เธอปรากฏตัวครั้งแรกในชุดแจ็กเก็ตบุนวมสีขาวและรองเท้าสีแดง ดูเหมือนเด็กทั่วไปที่ตามพ่อไปทำงาน ต่อมาในช่วงปี 2023–2024 เริ่มเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวสไตล์ให้ดูคล้าย รี โซล-จู ผู้เป็นมารดา ด้วยชุดสูทกระโปรงสีขาว เสื้อโค้ทกำมะหยี่ โดยเฉพาะในงานที่ไม่ใช่การทดสอบขีปนาวุธหรือพิธีสวนสนาม จูแอมักสวมชุดสีโทนอ่อน เช่น สีเบอร์กันดีหรือสีพาสเทล และจัดทรงผมแบบผู้ใหญ่ ที่เรียกว่าทรง “Rooster” หรือทรงไก่ตัวผู้ คล้ายกับแม่ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ และเข้าถึงได้ในฐานะเจ้าหญิง หรือครอบครัวตัวอย่างของชาติ และเสริมสร้างบารมีในฐานะบุคคลสำคัญที่ยืนเคียงข้างผู้นำในงานระดับชาติ

จนในช่วงหลัง ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา ลุคปัจจุบันของจูแอดูขรึมขึ้น เป็นทางการมากขึ้น และมีความเป็นทหารมากขึ้น แม้จะอยู่ในวัยเพียงแค่ 13-14 ปี เธอไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะลูกสาวอีกต่อไป แต่เป็น “ผู้มีส่วนร่วม” ในการตรวจตรากองทัพ ประชุมพรรค ตรวจเยี่ยมสถานที่ทางทหาร หรือการปล่อยขีปนาวุธ เป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ว่าเธอคือ “ทายาท” ที่กำลังถูกบ่มเพาะให้ก้าวขึ้นสู่อำนาจในอนาค

ผู้นำเทรนด์แฟชั่น: ตระกูลคิมเท่านั้นทำได้

ขณะเดียวกัน จูแอปรากฏตัวในชุดจากแบรนด์เนมตะวันตกราคาแพง เช่น เสื้อแจ็คเก็ตจาก Christian Dior แว่นกันแดดของ Gucci และนาฬิกา Cartier ซึ่งเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ถูกแบนภายใต้กฎหมายต่อต้านวัฒนธรรมภายนอกในเกาหลีเหนือ ประชาชนทั่วไปเข้าไม่ถึง 100% สิ่งนี้ตอกย้ำว่า ตระกูลคิมมีสถานะเสมือนพระเจ้า ที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้กับประชาชนทั่วไป เพราะอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าทันสมัย ร่ำรวย และเชื่อมต่อกับโลก ในขณะที่ยังคงความรักชาติอย่างสุดโต่ง

แม้รัฐบาลจะสั่งห้ามประชาชนเลียนแบบการแต่งกายและทรงผมของจูแอ โดยระบุว่าเป็นพฤติกรรมต่อต้านสังคมนิยม แต่กลับมีรายงานว่า ในหมู่ชนชั้นนำและคนร่ำรวยในเมืองตามชายแดน ที่เรียกว่า “ดงจู” (Donju) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกรุงเปียงยาง เริ่มมีความนิยมสินค้าหรูหราและแฟชั่นตามแบบฉบับของจูแอมากขึ้น สินค้าอย่างเครื่องสำอางและน้ำหอมจาก Chanel กลายเป็นสัญลักษณ์ของสถานะทางสังคม สินค้าเหล่านี้มักถูกลักลอบนำเข้าผ่านทางจีน โดยอาศัยเครือข่ายการค้าชายแดนและการขนส่งทางเรือที่ตรวจสอบได้ยาก

เช่นเดียวกับความนิยมเสื้อขนสัตว์ในเมืองชายแดนจีน เช่น เมืองซินอึยจู หรือ ฮเยซาน หลังจากเกาหลีเหนือกลับมาเปิดพรมแดนอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปี 2025 ทำให้สินค้าแฟชั่นจากจีนหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น เสื้อขนสัตว์ ทั้งขนสัตว์จริงและขนเทียมคุณภาพสูง กลายเป็นไอเทมยอดฮิตสำหรับผู้ที่ต้องการอวดความมั่งคั่งจากการค้าขายชายแดน แต่แน่นอนว่า การที่ลูกสาวของ คิม จอง-อึน ปรากฏตัวในชุดเสื้อโค้ทที่มีปกขนสัตว์อยู่บ่อยครั้ง ได้สร้างกระแสแฟชั่นให้กับกลุ่มชนชั้นนำในต่างจังหวัดที่ต้องการเลียนแบบสไตล์ของตระกูลผู้นำ

การมีอยู่ของสินค้าเหล่านี้พิสูจน์ว่า เครือข่ายการจัดหาของเกาหลีเหนือนั้นมีประสิทธิภาพสูงมาก และสามารถเข้าถึงสินค้าชั้นสูงจากยุโรปได้ไม่ยากนัก สะท้อนถึงความล้มเหลวของการคว่ำบาตร ในขณะที่พื้นที่ชนบทบางแห่งยังประสบปัญหาความมั่นคงทางอาหาร แต่ในเมืองชายแดนและเปียงยางกลับมีการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างฟู่ฟ่า ซึ่งแสดงถึงความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้นในเกาหลีเหนือยุคปัจจุบัน

ว่าที่ผู้นำคนต่อไป

ก่อนหน้านี้ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้บรรยายข้อมูลสรุปประเด็นนี้ต่อณะกรรมาธิการข่าวกรองแห่งชาติ วิเคราะห์ว่าการปรากฏตัวของ คิม จูแอ ในขณะขับรถถังประจัญบานรุ่นใหม่ระหว่างการฝึกซ้อมทางทหารเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นการแสดงที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงขีดความสามารถทางทหารที่ยอดเยี่ยมของตัวเธอ กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดความคลางแคลงใจเกี่ยวกับผู้สืบทอดที่เป็นผู้หญิง และเพื่อสร้างความชอบธรรมในฐานะผู้นำกองทัพตามรอยพ่อของเธอ ซึ่งเคยปรากฏตัวในสื่อรัฐบาลขณะขับรถถังก่อนที่จะขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจาก คิม จอง-อิล เช่นกัน ในสังคมเกาหลีเหนือที่ยึดถือระบบชายเป็นใหญ่มายาวนาน การแสดงภาพลักษณ์ที่ดูเข้มแข็งและมีความสามารถทางทหารของผู้หญิง เป็นความพยายามที่จะบอกว่าเธอมีความเหมาะสมที่จะคุมกองทัพได้ไม่ต่างจากผู้ชาย

ปัจจุบัน คิม จูแอ ถูกปฏิบัติในฐานะบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดเป็นอันดับ 2 โดยพฤตินัยของเกาหลีเหนือ และเริ่มมีการตรวจพบสัญญาณว่าเธอได้เริ่มให้ความเห็นหรือมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบางประการแล้ว

ที่ผ่านมา สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้เคยระบุว่า คิม จูแอ กำลังอยู่ในช่วงฝึกอบรมการสืบทอดอำนาจ แต่ในรายงานล่าสุด ได้ยกระดับเป็นการอยู่ในขั้นตอนการกำหนดตัวผู้สืบทอด ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงการประเมินที่สำคัญมาก สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ ยังสังเกตเห็นการใช้คำศัพท์ที่สื่อทางการใช้เรียกเธอว่า “ฮยางโด” (Hyangdo) ซึ่งหมายถึง “ผู้นำทาง” หรือ “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” (Great Leader/Guidance) โดยปกติคำนี้จะสงวนไว้ใช้เฉพาะกับผู้นำสูงสุดหรือผู้ที่เป็นทายาทสายตรงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังคงให้ระมัดระวังในการตีความ โดยตั้งข้อสังเกตว่าเธอมักจะปรากฏตัวเคียงข้างพ่อเสมอ ไม่ได้ปรากฏตัวคนเดียวในกิจกรรมทางทหารเหมือนที่ คิม จอง-อึน เคยทำในช่วงเตรียมตัวสืบทอดอำนาจ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า แม้ คิม จูแอ ยังเป็นเพียงวัยรุ่น อายุประมาณ 13-14 ปี แต่การเปิดตัวที่เร็วและชัดเจนอาจมีปัจจัยมาจากสุขภาพของ คิม จอง-อึน ที่แม้จะไม่มีการยืนยันภาวะวิกฤต แต่ประวัติสุขภาพของเขา ทั้งเรื่องน้ำหนักตัวและการสูบบุหรี่ อาจทำให้ต้องรีบสร้างความมั่นใจว่าระบบการสืบทอดอำนาจจะไม่สั่นคลอน อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมระยะยาว เพื่อให้ชนชั้นนำและกองทัพเกิดความคุ้นเคยและยอมรับในตัวเธอ ก่อนที่การเปลี่ยนผ่านอำนาจจริงจะเกิดขึ้นในอนาคต

โดย ดาโน โทนาลี

Photo of the week : เท็ด เทอร์เนอร์ 1938-2026

Photo of the week : เท็ด เทอร์เนอร์ 1938-2026

Photo of the week : เท็ด เทอร์เนอร์ 1938-2026

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ร่วมไว้อาลัย เท็ด เทอร์เนอร์ ผู้ก่อตั้งซีเอ็นเอ็น สถานีข่าวยักษ์ใหญ่ของโลก สถานีโทรทัศน์แห่งแรกที่นำเสนอข่าวตลอด 24 ชั่วโมง กลายเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จและนำมาซึ่งสถานีข่าว 24 ชั่วโมงอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เทอร์เนอร์ยังเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม ผู้บริจาครายใหญ่ และนักกีฬาเรือใบระดับโลก

เทอร์เนอร์เสียชีวิตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (6 พ.ค.) ที่บ้านพักในรัฐฟลอริดา จากอาการป่วยโรคสมองเสื่อมชนิด ลิววี่ บอดี้ (Lewy Body Dementia) หรือ LBD ด้วยวัย 87 ปี

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล ส่งมอบนวัตกรรม ‘วัดแผ่นดินไหว’ รับมือภัยพิบัติ – ลดความสูญเสีย

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล ส่งมอบนวัตกรรม ‘วัดแผ่นดินไหว’ รับมือภัยพิบัติ – ลดความสูญเสีย

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล ส่งมอบนวัตกรรม ‘วัดแผ่นดินไหว’ รับมือภัยพิบัติ – ลดความสูญเสีย

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีส่งมอบนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติแก่ ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารเพชรรัตน์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมี ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นสักขีพยาน

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวถึงวิสัยทัศน์และการสนับสนุนการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติภัยพิบัติ ว่า สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องไม่เกิดภัยพิบัติหรืออย่างน้อยต้องสามารถคาดเดาได้ และพยายามทำให้นวัตกรรมนำไปใช้ได้จริง ประเทศไทยจึงต้องมีเทคโนโลยีของตัวเองอย่างจริงจัง และต้องเป็นงานวิจัยที่ได้มาตรฐาน ทำงานร่วมกันแบบบูรณาการทั้งในรั้วมหาวิทยาลัย ทีมงาน โจทย์วิจัยจากพื้นที่และประเทศอื่นที่เป็นต้นทาง โดยเริ่มจาก กทม.ซึ่งมีประชากรจำนวนมากและขยายผลไปยังสถานที่อื่นๆ โดยเฉพาะในโรงพยาบาล เนื่องจากอุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์จำเป็นต้องได้รับการดูแล รวมถึงความปลอดภัยในโรงพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์และคนไข้ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของงานวิจัยเพื่อให้ทำงานได้ โดยมีคอขวดคือการให้ทุนวิจัยอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดภัยพิบัติและปรับตัวเพื่อรองรับโจทย์ต่างๆ โดยเฉพาะโจทย์จากคนหน้างาน จุดมุ่งเน้นคือคนไทยต้องใช้ของที่มีคุณภาพดีไม่ด้อยกว่าต่างประเทศแต่ราคาถูก เพื่อก้าวข้ามภัยพิบัติ และทำให้ทุกคนเข้าถึงนวัตกรรม

ขณะที่ ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า สกสว.ต้องการยกระดับมาตรฐานของการมีชีวิตที่มีคุณภาพด้วยนวัตกรรมเพื่อลดความสูญเสีย สร้างความปลอดภัยและความมั่นคงแก่บุคลากรการแพทย์และคนไทยทุกคน จึงเป็นหน้าที่ของ สกสว.ในการเชื่อมโยงวงการวิทยาศาสตร์และสาธารณสุขไทยนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการของคนไทย ทั้งนี้ กระทรวง อว. และกองทุน ววน. โดย สกสว. ยินดีสนับสนุนการติดตั้งเซนเซอร์เพิ่มเติม ภายในอาคารโรงพยาบาล โรงเรียนแพทย์ สังกัดกระทรวง อว.

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า การพัฒนานวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติของกรุงเทพมหานครมุ่งเน้นหลักการ “Smart Enough City” ที่สร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของประชาชน ความคุ้มค่า และความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีราคาแพงหากไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นคือการนำแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ซึ่ง อว. และกองทุน ววน. ทำไว้แล้วมาใช้ให้ประชาชนแจ้งปัญหาเมืองผ่านการถ่ายรูปและประยุกต์ใช้กับการรับมือภัยพิบัติ เช่น ให้ประชาชนแจ้งภาพรอยร้าวของอาคารกว่า 20,000 เคส เพื่อให้วิศวกรอาสาประเมินความปลอดภัยเบื้องต้นผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที ซึ่งช่วยคัดกรองอาคารที่ปลอดภัยออกไปได้มาก ลดภาระการลงพื้นที่จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท้ายที่สุดนวัตกรรมที่ดีจึงควรเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย ช่วยแก้ปัญหาของท้องถิ่นได้จริง และควรผลักดันให้เกิดการวิจัยหรือสร้างแพลตฟอร์มของประเทศตนเองเพื่อพัฒนาเมืองให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ในส่วนของคณะวิจัย ศ.ดร.นคร ภู่วโรดม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าโครงการ ระบุว่า ปี 2564 คณะวิจัยได้พัฒนาอุปกรณ์ตรวจวัดการสั่นสะเทือนต้นทุนต่ำ (TUSHM) เป็นครั้งแรกของประเทศภายใต้การสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาในปี 2566 ได้ต่อยอดสู่ระบบ Structural Health Monitoring (SHM) ที่ผสานอุปกรณ์ต้นทุนต่ำกับการวิเคราะห์โครงสร้างขั้นสูง และพัฒนาเรื่อยมา เหตุการณ์แผ่นดินไหวปี 2568 ข้อมูลจากอาคารธานีนพรัตน์สามารถประเมินระดับผลกระทบต่ออาคารสูง สนับสนุนการตัดสินใจของ กทม. ในการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ในปี 2569 มีแผนจะติดตั้งในอาคารสำคัญรวมประมาณ 30 แห่ง ซึ่งโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ใช้งบของ กทม. ส่วนในภาคเหนือใช้งบประมาณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รวมถึงแผนติดตั้งในภาคกลางเพิ่มเติม

จุดเด่นของระบบ TUSHM คือการผสานอุปกรณ์ตรวจวัดต้นทุนต่ำที่มีประสิทธิภาพสูง เข้ากับการประมวลผลข้อมูลและการวิเคราะห์โครงสร้างขั้นสูง ช่วยให้ประเมินผลกระทบของแผ่นดินไหวได้อย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ นอกจากนี้ยังพัฒนาเป็นเครือข่ายสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในภาคเหนือรวม 76 สถานี สามารถรายงานผลได้อย่างรวดเร็วในระดับพื้นที่ย่อย เช่น อำเภอหรือตำบล พร้อมแสดงระดับความรุนแรงและผลกระทบที่แตกต่างกันตามสภาพดินและระยะทางจากแหล่งกำเนิด ช่วยให้ประชาชนและหน่วยงานรับรู้สถานการณ์และตอบสนองได้อย่างเหมาะสม

สำหรับเหตุหลุมยุบขนาดใหญ่ รศ.ดร.พรหมพัฒน ธัญสิริชัยศรี และ ผศ. ดร.อมรเทพ จิรศักดิ์จำรูญศรี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ติดตั้งอุปกรณ์ TUSHM และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสำรวจ ได้แก่ การสร้างแบบจำลองเสมือนจริง 3 มิติผ่านเทคโนโลยีโฟโตแกรมเมตรี และ LiDAR (การสแกนด้วยเลเซอร์), Visual Intelligence วิเคราะห์ความเสียหายอัตโนมัติ, Data Fusion การรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อทำภาพตัดขวางสำหรับเปรียบเทียบระดับการทรุดตัวของพื้นที่ ช่วยให้กระบวนการทำงานของวิศวกรเร็วขึ้น ลดการใช้แรงงานและค่าใช้จ่าย ให้ข้อมูลที่สม่ำเสมอและแม่นยำสูงกว่าการตรวจสอบด้วยตาเปล่า อีกทั้งช่วยประเมินพื้นที่อันตรายได้อย่างปลอดภัยและสนับสนุนการวางแผนฟื้นฟูโครงสร้างในระยะยาว

ศ.ดร.อภินิติ โชติสังกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงประสบการณ์การเฝ้าติดตามการเอียงตัวอาคารรอบหลุมยุบวชิรพยาบาล ด้วยเทคโนโลยี IoT-Tiltmeter ว่า ตรวจพบการเอียงตัวอย่างชัดเจนต่อเนื่องจากการทรุดตัวของเสาเข็มใต้อาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสน (สน.สามเสน) ส่วนอาคารพาณิชย์ (สมาคมสุขภาพจิตฯ) ตรวจพบการเอียงตัวเข้าหาอุโมงค์ ขณะที่อาคารทีปังกรรัศมีโชติ (อาคารผู้ป่วยนอก) โรงพยาบาลวชิรพยาบาล พบอัตราการเอียงตัวในระยะแรกก่อนจะเข้าสู่สภาวะปกติ

“การมีนวัตกรรมจากงานวิจัยช่วยทำให้โรงพยาบาลมีข้อมูลในการตัดสินใจ และลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น โดยผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ทันที รวมถึงช่วยไม่ให้เกิดความตระหนกแก่คนไข้และประชาชนทั่วไป” ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวทิ้งท้าย

Health News : อินเตอร์โพลล้างยาผิดกฎหมาย

Health News : อินเตอร์โพลล้างยาผิดกฎหมาย

Health News : อินเตอร์โพลล้างยาผิดกฎหมาย

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

องค์การตำรวจสากล หรือ Interpol ประกาศความสำเร็จของปฏิบัติการ Pangea XVIII ซึ่งเป็นการกวาดล้างยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายทั่วโลก โดยสามารถยึดของกลางได้กว่า 6.42 ล้านโดส คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 15.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 560 ล้านบาท) จากการประสานงานร่วมกับ 90 ประเทศและเขตการปกครอง สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 269 ราย ทลายเครือข่ายอาชญากรรมได้ 66 กลุ่ม

ผลิตภัณฑ์ที่ถูกยึดมากที่สุด ได้แก่ ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ยาระงับประสาท ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะ และผลิตภัณฑ์ช่วยเลิกบุหรี่ ขณะที่ยากลุ่ม Antiparasitics หรือยาถ่ายพยาธิ มีการยึด Ivermectin และ Fenbendazole เพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากมีการโฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นชุดรักษาโรคมะเร็งทางเลือก แม้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ เช่นเดียวกับความต้องการยาลดน้ำหนักที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดการผลิตยาปลอมราคาถูก เริ่มที่ประมาณ 10 ดอลลาร์ ซึ่งมักพบสารอันตรายอย่าง Sibutramine ที่ถูกสั่งแบนในหลายประเทศเนื่องจากเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย

สำหรับในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งและยึดยาลดน้ำหนัก Semaglutide และ Tirzepatide กว่า 300 ขวด ที่เตรียมส่งให้ลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ขณะที่ในประเทศสิงคโปร์ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ถูกยึดเป็นคอนแทคเลนส์ที่ไม่จดทะเบียน รองลงมาคือยาแก้ปวดและยาถ่ายพยาธิ

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์ไม้กระดก

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์ไม้กระดก

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ มนุษย์ไม้กระดก

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เมื่อกว่าร้อยปีมาแล้ว  ลอร์ด เบเดน โพเอล หรือ บีพี  (B.P.) ผู้ก่อตั้งลูกเสือโลก ได้ให้คำเตือนในการสร้างชาติและการสร้างตน  ที่เปรียบเสมือน “แสงเทียนส่องทาง” ไว้ในหนังสือ “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ Rovering to Success” ถึงกลุ่มบุคคลประเภทหนึ่ง ที่มีอันตรายอย่างยิ่งต่อความสงบสุขของบ้านเมือง ที่ท่านเรียกว่า  “มนุษย์ไม้กระดก” หรือ  “The See-saws”

ธรรมชาติของ “ไม้กระดก” ที่เด็กเล่น   คือการทำให้เกิดการโยกเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่ง  กลับไปกลับมา   เมื่อฝั่งหนึ่งขึ้น อีกฝั่งก็ต้องลง     ท่าน บีพี เปรียบเทียบสิ่งนี้กับกลุ่ม นักปลุกระดม หรือนักปลุกม๊อบหัวรุนแรง (Extremists) ที่มีนิสัยเหมือน  “หมาจิ้งจอก”   เจ้าเล่ห์และฉลาดแกมโกง ที่คอยปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชน

คนเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างสรรค์ แต่ถนัดในการ “สร้างสถานการณ์” เพื่อให้เกิดความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย  สร้างม๊อบ  วุ่นวาย  เดินขบวน หยุดงาน   ยึดสนามบิน  ก่อจลาจล  และพยายามงัดข้อกับระบบระเบียบของสังคม โดยเฉพาะการจ้องโจมตีและต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจและหลักความมั่นคงของชาติ

เพื่อขยายความให้เห็นภาพชัดเจน ท่าน บีพี  ได้อ้างถึงหนังสือเรื่อง “Enchanter’s Nightshade” หรือ “ยาพิษของผู้วิเศษ”   ของ J.B. Morton ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงการต้นไม้พิษที่นักปลุกระดมใช้ล่อลวงคน

พวกนักปลุกระดมมักจะทำตัวเป็นผู้วิเศษ คอยปรุงแต่ง “ความโกรธแค้น” และ “ความอิจฉาริษยา” ของผลไม้มีพิษ ให้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ดูหอมหวาน  ป้อนข้อมูลที่บิดเบือน เพื่อให้ผู้ฟังรู้สึกว่าตนเองถูกเอาเปรียบ จนเกิดความเกลียดชังในระบบและผู้ปกครอง  เมื่อผู้คนดื่ม “ยาพิษ” นี้เข้าไป จะทำให้สติสัมปชัญญะมืดบอด และกลายเป็นคนบน “ไม้กระดก” ที่นักปลุกระดมคอยปลุกปั่น กำกับการขึ้นลงของไม้กระดก ตามใจชอบ

ท่าน บีพี เตือนให้เหล่าเยาวชนและประชาชนมองให้ทะลุปรุโปร่งว่า นักปลุกระดมที่ทำตัวเหมือนหมาจิ้งจอกเหล่านั้น มักจะใช้คำพูดที่ดูเหมือนหวังดีต่อสังคม หรืออ้างเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ที่เกินขอบเขต   แต่ลึกๆ แล้วเป้าหมายของพวกเขาคือการทำให้ตนเอง  สามารถก้าวขึ้นสู่อำนาจบนซากปรักหักพังของรังเก่า

บีพี สอนว่า ความมั่นคงของบ้านเมืองเปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ หากเรามัวแต่กระโดดโลดเต้นขึ้นลงตาม “ไม้กระดก” แห่งความขัดแย้ง   ที่พวกหมาจิ้งจอกสร้างขึ้น  ในไม่ช้าเราก็จะกลายเป็นฝ่ายผู้แพ้   ที่ตกไม้กระดกลงมาเจ็บตัว

คำสอนของเบเดนโพเอล เรื่องมนุษย์ไม้กระดก   เป็นสิ่งมีประโยชน์ (ธัมมัสสวนมัย) ตามบุญกิริยา 10 ที่ควรเรียนรู้เพื่อนำมาเตือนสติและสร้างปัญญาให้ตนเอง  แล้วหาข้อมูล พิจารณาข้อเท็จจริง เลือกเฉพาะสิ่งดีนำไปปฏิบัติ  ด้วยสติปัญญาของตนเอง มิให้หลงกล ให้ถูกจูงจมูกไปในทางไม่สมควรโดยง่าย  

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า   “ต้องระวังยาพิษของผู้ปลุกระดมมวลชนที่แฝงตัวมาในรูปของคำพูดหรือการกระทำอันสวยหรู     จงรักษาใจให้หนักแน่นดุจภูเขา อย่าให้ใครมาใช้เป็นเครื่องมือให้ทำลายร ากแก้วของแผ่นดิน”

ผู้สนใจหนังสือเรื่อง “การท่องเที่ยวไปสู่ความสำเร็จ” ภาษาไทย  สามารถเปิดอ่านได้ฟรีจากอีบุ๊คในเวปของกระทรวงศึกษาธิการ   https://www.moe.go.th/e-book/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/ 

เอกสารนี้ จัดทำโดย“ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต” “มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย” This document was created   by “Sema Life Development Club, Thai Scouts Promotion Foundation

คุณแหน : 9 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 9 พฤษภาคม 2569

คุณแหน : 9 พฤษภาคม 2569

วันเสาร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต นายกสมาคมอัสสัมชัญ จัดพิธีศาสนาโอกาสครบการก่อตั้ง 122 ปี สมาคมอัสสัมชัญ ณ ห้องประชุม วัลลภ เจียรวนนท์ วันที่ 1 มิ.ย.8.30 น.…งานนี้มีการประกอบพิธีทางศาสนา ทั้ง คริสต์ อิสลาม ซิกข์ และพุทธ หลังพิธีการทางศาสนาเสร็จเรียบร้อย มีเลี้ยงอาหารเที่ยงแก่ผู้ร่วมงาน ให้อิ่มหนำสำราญพร้อมหน้ากัน…
  • เพื่อนรัก ตอนทำงานที่ช่อง9 อสมท. ด้วยกัน กำภู -รัชนีย์ พร้อมครอบครัวใหญ่ของกำภู ที่ อ.บ้านลาด เพชรบุรี ให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาเที่ยวพร้อมกินอาหารอร่อยๆ กัน ในช่วงวันอาทิตย์นี้ รัชนีย์ สร้างบ้านหลังใหญ่ที่นี่ด้วย กำภู มีพี่น้อง หลานๆช่วยกันทำมาหากิน ทุกคนในครอบครัวต่างสมาน สามัคคี พืชผัก ปลูกกินกันเอง ผลิตภัณฑ์อาหาร แหนม น้ำพริก น้ำปลาร้า ฯลฯ ล้วนเป็นผลผลิตกันเอง ไม่ต้องซื้อหา …
  • สุพจน์ ผจญยุทธ์ ไปร่วมงานส่งท่านที่เคารพนับถือกันมานาน จริยา ปรักกะมะกุล ที่เมรุวัดสระเกศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ข่าวว่า ท่านจากไปด้วยวัยสูงกว่า 90 ปี ขอแสดงความเสียใจด้วย…
  • ปีนี้ น้ำขิง- อิงวา จารยะพันธ์ุ ผู้มีความสามารถด้านดนตรี โดยเฉพาะเปียโน เซลโล่ ฉลองอายุ 14 ปี พร้อมหน้าครอบครัว ข่าวว่า ญาติทางคุณพ่อมากันครบ เห็นภาพแล้วอบอุ่นใจยิ่งนัก…
  • ข่าวดี สำหรับผู้สนใจศิลป วัฒนธรรม เรื่องราวเก่าแก่ยุคสุวรรณภูมิอายุหลายพันปี บัดนี้ เจ้าสัว บุญชัย เบญจรงคกุล เปิด MOCA (Museum Of Contemporary Art) ที่อยู่ระหว่าง ถ.กำแพงเพชร 6 ลาดยาว เขตจตุจักร ให้ผู้ชมอายุ 60 ปี ขึ้นไป และ เด็กๆอายุไม่เกิน 13 ปี เข้าชมฟรี แบบไม่มีเงื่อนไข…เชิญชวนไปชมกันได้ ที่แห่งนี้ปิดเฉพาะวันอาทิตย์…
  • นวลจิรา ภัทรรังรอง ชวนเพื่อนซี้อดีตรูมเมต ที่ มช.ไปทริปญี่ปุ่น เพิ่งกอดคอกันแหวว กลับมากันแล้วเมื่อไม่นานมานี้…
  • เป็นนักเรียนแพทย์ที่ศิริราชครบเทอม เตยหอม อุดมศักดิ์ ได้สวมเสื้อกาว์นแล้ว คุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเป็นคุณหมอทั้งคู่ รู้สึกปลื้มปริ่มเป็นที่สุด…
  • กำหนดพิธีสวดพระอภิธรรมศพ กุณฑลา ภริยา พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ มารดา ดร.ประทิต – ดร.วิรไท-รศ.พญ.จีรันดา สันติประภพ จัดที่ศาลา 150 ปี วัวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร โดยเจ้าภาพจะมีการทำบุญให้ คุณแม่กุณฑลา 10 พ.ค.10.00 น…ส่วนกำหนด ฌาปนกิจศพ 14 พ.ค.17.00 น…เจ้าภาพขอฝากเรียนเชิญผู้เคารพนับถือกันมาร่วมเป็นเกียรติและแสดงความไว้อาลัยโดยพร้อมเพรียงกัน…
  • ขอแสดงความเสียใจกับ อ.ฟองสนาน จามรจันทร์ กูรูด้านวิชาโหราศาสตร์ ที่สูญเสียน้องชายสุดรักไปเมื่อเร็วๆนี้…
  •  สุพจน์ ผจญยุทธ์ ไปร่วมงานส่งท่านที่เคารพนับถือกันมานาน จริยา ปรักกะมะกุล ที่เมรุวัดสระเกศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ข่าวว่า ท่านจากไปด้วยวัยสูงกว่า 90 ปี ขอแสดงความเสียใจด้วย
  • เตือนๆกันมา จากเรื่องอาหารการกิน…ทราบมาว่า มี 5 เมนูต้องห้าม คือ ห้ามเหลือ ต้องกินให้หมดในมื้อเดียว ห้ามเก็บค้างข้ามคืนเด็ดขาด เพราะยิ่งอุ่น ยิ่งสะสมสารพิษ เสี่ยงมะเร็ง… 5 เมนู ดังกล่าว ได้แก่ 1.ผัดผักใบเขียว เช่นผักคะน้า ผักบุ้งไฟแดง ซึ่งมีไนเตรตสูงที่สุด หากทิ้งข้ามคืนสารก่อมะเร็ง ไนโตรซามีน จะพุ่งขึ้นทันทีที่อุ่น 2. เมนูอาหารทะเล กุ้ง หอยปูปลา หากค้างคืน จะเกิดการย่อยสลายของโปรตีนที่ไวมาก เสี่ยงกับการสะสมแบคทีเรีย และสารฮีสตามีน ที่ทำให้ท้องร่วงรุนแรงได้… 3.เมนูไข่ต้ม และ ไข่ลวก โดยเฉพาะไข่ที่เป็นยางมะตูม แบคทีเรีย ชอบมาก ถ้าเก็บไม่ดี หรืออุ่นซ้ำ โปรตีนเปลี่ยนรูปเป็นพิษได้ 4.แกงจืดหัวไชเท้า หรือคื่นฉ่าย คือคลังเก็บไนเตรต หากอุ่นซ้ำหลายรอบจะมีพิษ 5.ผัดเห็ดทุกชนิด โปรตีนในเห็ดจะเปลี่ยนสภาพทันที เมื่ออุ่นซ้ำ ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ และสารบางชนิดอาจเข้าไปขัดขวางการทำงานของระบบย่อยอาหาร…สุขภาพดีเริ่มง่าย เริ่มจากการไม่เติมพิษเข้าร่างกายนั่นเอง !!…

บารอนเนส

เปิดตัว 2 มหกรรม ‘The Eaterium Ville & Palette Market’ กิน-ช้อป สุดคัลเลอร์ฟูล

เปิดตัว 2 มหกรรม 'The Eaterium Ville & Palette Market' กิน-ช้อป สุดคัลเลอร์ฟูล

เปิดตัว 2 มหกรรม ‘The Eaterium Ville & Palette Market’ กิน-ช้อป สุดคัลเลอร์ฟูล

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.29 น.

M.A.I. Organizer นำโดย มาดามไหม จีรนันท์ ห้องแซง เนรมิตพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ (Central Eastville) จัดงานเปิดตัว 2 อีเวนต์ยักษ์ใหญ่ “The Eaterium Ville” และ “Palette Market” อย่างเป็นทางการ รวบรวมความเป็นที่สุดของอาหารเลิศรสและสินค้าไลฟ์สไตล์หลากหลายสไตล์มาไว้ในที่เดียว ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิคและความสนุกสนานจากกองทัพศิลปินดาราและเซเลบริตี้ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ภายในงานได้รับเกียรติจากศิลปินดาราชื่อดังมากมายที่มาร่วมออกบูธ อาทิ คุณหลิน นุศรา, คุณจุ๊บแจง วิมลพันธ์, คุณหลิว อาจารียา, คุณไอซ์ อธิชนัน, คุณแว่น สิริรัตน์, คุณโบ๊ท ธารา, คุณน้ำ ชลนที, คุณเปรี้ยว AF, คุณแอ้ม ศิรประภา, คุณจอย ดาวกระจาย และเหล่าเซเลบริตี้อีกมากมาย  ทำเอาลานโปรโมชันคึกคักไปด้วยแฟนคลับและเหล่านักช้อป

มาดามไหม จีรนันท์ ห้องแซง ผู้บริหาร M.A.I. Organizer กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า “สำหรับการจัดงานในวันนี้ พี่ตั้งใจอยากจะสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมืองจริงๆ ค่ะ เราจึงนำเอา 2 คอนเซปต์ที่แตกต่างแต่ลงตัวมาเจอกัน ทั้ง The Eaterium Ville ที่เป็น Tasty Food Hub คัดสรรเมนูเด็ดมาให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยกันที่หน้า Tops และ Palette Market ตลาดไลฟ์สไตล์สุดคัลเลอร์ฟูลที่รวมแฟชั่นและของใช้เก๋ๆ ไว้ที่ชั้น 1 ซึ่งไหมอยากให้ทุกคนที่มาเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่มีครบทั้งความอร่อยและความสนุก และต้องขอบคุณพี่น้องเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมเติมเต็มให้งานวันนี้พิเศษยิ่งขึ้นค่ะ”

สำหรับมหกรรมความสุขในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 โซนไฮไลต์ ได้แก่ The Eaterium Ville ศูนย์รวมความอร่อยที่ยกขบวนเมนูเด็ดจากร้านดังมาให้ลิ้มลอง ณ ลานโปรโมชัน หน้า Tops และ Palette Market ตลาดไลฟ์สไตล์สุดคัลเลอร์ฟูล รวมสินค้าแฟชั่นสุดชิคและของใช้ดีไซน์เก๋ ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1

ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ กิน ช้อป และเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมความบันเทิงในบรรยากาศสุดพิเศษนี้ได้ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ตลาดThe Eaterium Ville ระหว่างวันที่ 1-31 พฤษภาคมนี้ และ ตลาด Palette Market ระหว่างวันที่ 6-12 พฤษภาคม 2569 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่  FB M.A.I Organizer https://www.facebook.com/maiorganizers

ช้อปฟิน กินฉ่ำ! ยกทัพของดีการันตีมาตรฐาน มผช. ในงาน ‘RANONG THE NEXT STEP’

ช้อปฟิน กินฉ่ำ! ยกทัพของดีการันตีมาตรฐาน มผช. ในงาน ‘RANONG THE NEXT STEP’

ช้อปฟิน กินฉ่ำ! ยกทัพของดีการันตีมาตรฐาน มผช. ในงาน ‘RANONG THE NEXT STEP’

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.24 น.

จังหวัดระนอง โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง ขอเชิญชวนประชาชนชาวกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมช้อปฟิน กินฉ่ำ ในงาน “RANONG The Next Steps: มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ” มหกรรมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน (มผช.) และมาตรฐานอื่น ๆ จากผู้ผลิตและผู้ประกอบการจังหวัดระนอง

ภายในงาน ท่านจะได้พบกับการยกทัพสินค้าคุณภาพกว่า 30 ร้านค้า ที่การันตีคุณภาพส่งตรงจากแหล่งผลิตถึงมือผู้บริโภคโดยตรง อาทิ กาแฟ GI ระนอง และผลิตภัณฑ์เด่นอีกมากมายที่คัดสรรมาไว้ในงานเดียว เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าชุมชนของจังหวัดระนอง

ไฮไลต์สำคัญภายในงาน: ในวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 เวลา 11.00 น. จะมีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก นายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และมี  นางยุพิน พินิจศักดิ์ อุตสาหกรรมจังหวัดระนอง เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมรับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุดพิเศษ “ระนอง อัญมณีแห่งอันดามัน…พลังแห่งวิถีชีวิต”

นอกจากสินค้าคุณภาพแล้ว ภายในงานยังจัดเต็มกับโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมการขายสุดคุ้มมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม “สินค้านาทีทองนาทีถูก” กิจกรรม “แชะแชร์โชว์” เพื่อรับคูปองส่วนลด  ซื้อสินค้าภายในงาน สนุกกับ “เกมส์ล้วงไหพาโชค” และร่วมลุ้นรับรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกวัน  พร้อมเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีโฟล์คซอง และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งชื่อดังที่มามอบความสุขตลอด  5 วันเต็ม ดังนี้

วันที่ 7 พฤษภาคม 2569: พบกับ ลีโอ ไมค์หมดหนี้

วันที่ 8 พฤษภาคม 2569: พบกับ แอ้ม ชลธิชา

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569: พบกับ ตรี ชัยณรงค์

วันที่ 10 พฤษภาคม 2569: พบกับ ไรอัล กาจบัณฑิต

วันที่ 11 พฤษภาคม 2569: พบกับ ก้านตอง ทุ่งเงิน

พลาดไม่ได้! มาร่วมอุดหนุนสินค้าชุมชนและเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการชาวระนองได้ในงาน “RANONG THE NEXT STEP มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ” ระหว่างวันที่ 7 – 11 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ลานรอยัล พาร์ค พลาซ่า ชั้น 1 ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ กรุงเทพมหานคร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง โทร 077-821612

ศูนย์การค้าแพลทินัม รับ MEA ENERGY AWARDS 2025 อาคารที่บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ศูนย์การค้าแพลทินัม รับ MEA ENERGY AWARDS 2025  อาคารที่บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ศูนย์การค้าแพลทินัม รับ MEA ENERGY AWARDS 2025 อาคารที่บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.51 น.

ศูนย์การค้าแพลทินัม  ศูนย์รวมแฟชั่นค้าส่งที่ดีที่สุดในอาเซียน “The Best Wholesale Fashion Hub of ASEAN” นำโดย สาธิต เติมประยูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนเข้ารับมอบรางวัลตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS 2025 ระดับ STANDARD จาก ดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ในพิธีประกาศรางวัลและมอบตราสัญลักษณ์ MEA ENERGY AWARDS ปีที่ 8 ภายใต้โครงการส่งเสริมการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในอาคาร ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยาม สแควร์วัน เมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้รางวัลที่ได้รับดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ของศูนย์การค้าแพลทินัม ในการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ Power Plat Green ที่มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมรักษ์สิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ผู้บริหาร พนักงาน ผู้เช่า และผู้มาใช้บริการ รวมไปถึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนศูนย์การค้าสู่การเป็นพื้นที่แห่งอนาคต ที่ผสานความสำเร็จทางธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน

กูร์เมต์ อีทส์ ต่อเนื่องแคมเปญ Hungry Journey #4 กินอร่อย รับโปรโมชันและของพรีเมียมสุดคุ้ม

กูร์เมต์ อีทส์ ต่อเนื่องแคมเปญ Hungry Journey #4 กินอร่อย รับโปรโมชันและของพรีเมียมสุดคุ้ม

กูร์เมต์ อีทส์ ต่อเนื่องแคมเปญ Hungry Journey #4 กินอร่อย รับโปรโมชันและของพรีเมียมสุดคุ้ม

วันศุกร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.56 น.

ให้ทุกมื้อมีเรื่องราวดีๆ  กูร์เมต์ อีทส์  ศูนย์รวมความอร่อย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ตอกย้ำการเป็นศูนย์รวมของสตรีทฟู้ด และร้านอาหารชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยแพสชันและความตั้งใจในทุกการคัดสรร เฟ้นหาร้านคุณภาพ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความอร่อย มีเอกลักษณ์ และตอบโจทย์นักชิมทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเปิดตัวกองทัพร้านใหม่ ร่วมสร้างเทรนด์ความอร่อยอย่างต่อเนื่อง    สร้างปรากฏการณ์ความอิ่มคุ้มไม่เหมือนใครกับแคมเปญแห่งปี    “HUNGRY JOURNEY #4”   สะสม คะแนน “Hungry” จากทุกมื้อโปรด  เพื่อนำไปแลกรับของรางวัลและสิทธิพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569  ที่ กูร์เมต์ อีทส์ ทุกสาขา 

โดยในปีนี้ กูร์เมต์ อีทส์   พร้อมนำร้านดังทั้งในไทย และต่างประเทศ มาร่วมหมุนเวียน สร้างโมเมนต์ความสุขให้กับลูกค้านักชิมตลอดทั้งปี     โดยมีศูนย์รวมร้าน ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ อยู่ที่ ชั้น G  พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ อาทิ  Bread Ahead  ครั้งแรกในเอเชียกับโดนัทแบรนด์ดังจากลอนดอน  โดดเด่นด้วยแป้งโดนัทสไตล์ Brioche นุ่มหนึบ และกลิ่นเบิร์นคาราเมลหอมๆ   Slow Butter ร้านครัวซองเจ้าดังย้านหัวลำโพง จุดเด่นใช้เนยออร์แกนิกจากเดนมาร์ก และ การอบที่มีเอกลักษณ์   Banh mimiร้านอาหารเวียดนาม พร้อมเซิร์ฟทั้ง เฝอ และบั๋นหมี่ แซนวิชเวียดนามใช้ขนมปังที่อบสดใหม่ทุกวัน และ WITH U GURT กรีกโยเกิร์ตพรีเมียมเพื่อสุขภาพเนื้อเข้มข้น เน้นรสชาติของผลไม้สดชื่น  เช่น สตรอว์เบอร์รี่  บลูเบอร์รี่  ราสป์เบอร์รี่  

สายมัจฉะห้ามพลาดกับ   SUPER MATCHA  แบรนด์มัทฉะออร์แกนิกยอดนิยมจากเกาหลีใต้ เลือกใช้ใบชาเกรดพิธีการคุณภาพสูงจากเกาะเชจู  และ  Rikyuen แบรนด์มัทฉะชื่อดังจากญี่ปุ่นต้นตำรับกว่า 400 ปี มาเสิร์ฟในรูปแบบไอศกรีมเนื้อเข้มข้น  ปิดท้ายที่  Parameter คลาสสิคเจลาโต้ที่เป็นกระแสไวรัลความอร่อย และความพิถีพิถัน    นอกจากนี้ยังมีร้าน Local Street Food เจ้าดังระดับตำนาน มาหมุนเวียนให้ลูกค้าได้ชิมกันที่โซนฟู้ดคอร์ท กูร์เมต์ อีทส์  ทุกสาขา อาทิ  ลูกชิ้นปลาเก็จมุกดา ภูเก็ต ข้าวแกงป้าแขก สถานีรถไฟแม่กลอง  ก๋วยเตี๋ยวเรือหอมจรัญ  แชมป์แม่กลอง  ผัดไทย-หอยทอด   เอลวิส สุกี้ กิน กิน ซีฟู้ดฯลฯ และยังมีร้านค้าให้ลูกค้าได้เลือกชิมกว่า 1000 ร้านค้า รวมกว่า 10,000 เมนู ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

เพื่อเพิ่มประสบการณ์และความคุ้มค่า ให้กับแฟนๆ นักชิมร้านดัง กูร์เมต์ อีทส์  ยังจัดแคมเปญพิเศษ “HUNGRY JOURNEY #4”   เติมเต็มความอร่อยที่สมบูรณ์แบบ   ผ่านของรางวัลพรีเมียม เพียงใช้จ่ายภายใน กูร์เมต์ อีทส์ ทั้งในแผนก Food Hall, Take Home Shop, Take Home Local ,Gourmet Hall , Food Court และ ร้านอาหารชั้นนำที่ร่วมรายการ  ครบทุก 120 บาทต่อใบเสร็จ  รับ 1 Hungry  เพื่อสะสมคะแนนและแลกรับของรางวัลผ่าน LINE Official Account  @GourmetEats  โดยมีของรางวัลภายในแคมเปญมีให้เลือกสะสมรับสิทธิหลากหลาย

เริ่มจาก  สะสมครบ   2 Hungry แลกรับเครื่องดื่ม Coke Mixology หรือสะสมครบ 6 Hungry แลกรับเมนู Local Flavor จากร้านขนมครกใบเตย ขนมเบื้อง หรือของอร่อยสไตล์ไทยที่หลายคนชื่นชอบ 10 Hungry รับคูปองเงินสด 50 บาท หรือส่วนลดจาก Kids’ Planet, 15 Hungry แลกรับของรางวัลพรีเมียมจาก Subway และ ชาตรามือ  สะสมครบ 20 Hungry รับของพรีเมียมสุดน่ารักอย่างพวงกุญแจน้อง “Sunny” ตัวแทนความอร่อยของ กูร์เมต์ อีทส์ สุดน่ารัก 

สายสะสมตัวจริงยังมีสิทธิ์แลกรับของรางวัลลิมิเต็ดอีกมากมาย อาทิ เสื่อปิกนิกสุดชิคเมื่อสะสมครบ 60 Hungry, กระบอกน้ำเก็บความเย็นเมื่อครบ 120 Hungry, กระเป๋าปิกนิกดีไซน์เก๋เมื่อครบ 160 Hungry และสำหรับสมาชิกสายกินขั้นสุด ยังสามารถแลกรับบัตรกำนัล Gourmet Eats มูลค่า 500 บาท เมื่อสะสมครบ 200 Hungry หรือแลกรับบัตรกำนัล Gourmet Eats มูลค่าสูงถึง 2,000 บาท เมื่อสะสมครบ 250 Hungry สามารถรับของรางวัลได้ที่จุดบริการลูกค้าบริเวณ Gourmet Market ตามสาขาที่ร่วมรายการ ของรางวัลมีจำนวนจำกัด       

ร่วมออกเดินทางสู่ความอร่อย พร้อมสะสมความคุ้มค่าได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2569  (ระยะเวลาการแลกรับของรางวัล : วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 – 31 กรกฎาคม 2569) ที่ กูร์เมต์ อีทส์  สาขาเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ, งามวงศ์วาน, บางแค, บางกะปิ,  เดอะมอลล์โคราช, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์ และพารากอน