เริ่มต้นจากบทเรียนในป่าใหญ่ สู่เรื่องเล่าของพะยูนน้อย “มาเรียม” จากความตื่นเต้นที่ได้เห็นช้างตัวเป็นๆ ในค่ายสิ่งแวดล้อมครั้งแรกเมื่อวัย 6 ขวบ กลายเป็นความประทับใจที่ทำให้เด็กหญิงแคลร์ในวันนั้น สนุกและมีความสุขกับการได้เข้าค่ายสิ่งแวดล้อม จนค่อยๆ หล่อหลอมเปลี่ยนมุมมองของเธอไปทีละน้อย โดยแคลร์ย้อนถึงจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายอนุรักษ์ว่า “คุณพ่อคุณแม่คือผู้เปิดประตูบานแรกและเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้แคลร์ก้าวเข้าสู่เส้นทางนี้ จากการพาไปเข้าค่ายสิ่งแวดล้อม ซึ่งไม่ใช่แค่กิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน แต่เป็นโอกาสในการได้ออกไปใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ ได้สังเกต ตั้งคำถาม และทำความเข้าใจกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว และเมื่อแคลร์ได้เข้าร่วมค่ายหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งค่ายทางทะเลและค่ายอนุรักษ์สัตว์ป่า ก็ยิ่งทำให้ผูกพันกับธรรมชาติลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มรู้สึกว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัว” หลังจากนั้นในปี 2562 จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้เธอตั้งหมุดหมายสู่การเป็นนักอนุรักษ์อย่างเต็มตัว คือการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในค่ายพะยูน และได้พบกับ “มาเรียม” พะยูนน้อยกำพร้าที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์ระดับโลกหลังจากนั้นต่อมา ภาพความไร้เดียงสาของมาเรียมที่พยายามว่ายคลอเคลียเรือเพราะคิดว่าเป็นแม่ จุดประกายให้แคลร์เกิดความสนใจ จนนำไปสู่การศึกษาเกี่ยวกับพะยูนและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและถ่ายทอดเป็นหนังสือ “Mariam The Lost Dugong” ที่เธอเขียนและวาดรูปเองทั้งหมด เพื่อให้ผู้คนรู้จักกับพะยูนสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ในประเทศไทย และหันมาช่วยกันอนุรักษ์ โดยนำรายได้จากการจำหน่ายบริจาคเพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากนี้เธอยังร่วมจัดตั้ง “มูลนิธิกระบี่ยั่งยืน” เพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลที่กำลังจะสูญพันธุ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเธอในบทบาท “กระบอกเสียงของทะเลไทย” จากการได้รับโอกาสให้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพะยูนและปัญหาสิ่งแวดล้อมแก่เด็กนักเรียนในจังหวัดกระบี่กว่า 2,000 คนในงาน Give Back to The Ocean ก่อนจะได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้บรรยายถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม ต่อหน้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ ตลอดจนคณาจารย์และนักเรียนจากโรงเรียนนานาชาติ ในงาน The Ocean Cleanup ณ สถานเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ในปี 2565
จากคำถามใต้ท้องทะเล สู่สารคดีระดับนานาชาติ เพื่อต่อยอดความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล แคลร์เริ่มศึกษาปัญหาการลดลงของประชากรฉลามวาฬทั่วโลก และตัดสินใจจัดทำภาพยนตร์สารคดี โดยเธอใช้เวลากว่า 3 ปี ดำน้ำในหลายพื้นที่ ทว่าไม่พบฉลามวาฬแม้แต่ตัวเดียว แทนที่จะยอมแพ้ เธอกลับตั้งคำถามว่าทำไม “การที่เราไม่เจอฉลามวาฬเลย ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าบางอย่างกำลังผิดปกติ แคลร์เลยเริ่มค้นคว้าอย่างจริงจัง ทำงานร่วมกับนักวิชาการ สัมภาษณ์นักดำน้ำและชาวประมง เพื่อหาว่าปัญหาจริง ๆ อยู่ตรงไหน” เธอเล่า กระทั่งในปี 2566 แคลร์ในวัย 14 ปีได้จัดทำภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Giants of the Deep: The Whale Sharks Story” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของฉลามวาฬที่กำลังเผชิญภาวะใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย ซึ่งคว้ารางวัลจากเวทีภาพยนตร์นานาชาติมาได้ถึง 7 รางวัล จาก 7 เทศกาลภาพยนตร์ อาทิ Award Winner: New York International Film Awards, Award Winner: Global Film Festival Awards, Award Winner: Nature Without Borders International Film Festival, Award Winner: World Whale Film Festival อีกทั้งยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสื่อการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับเด็กและโรงเรียนในชุมชนทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ Environmental Education Units (EEU) ของ Youth Wildlife Guardians มูลนิธิ Environmental and Social Foundation (ESF) และที่ทำให้เธอภาคภูมิใจ คือการได้รับเชิญให้เดินทางไปรับรางวัลและกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีระดับนานาชาติ ณ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา เพื่อถ่ายทอดทั้งเบื้องหลังสารคดีและความสำคัญของการอนุรักษ์ฉลามวาฬในระดับโลก
การรับประทานยาคุมกำเนิดกลุ่ม POP นี้จำเป็นต้องรับประทานอย่างสม่ำเสมอในเวลาเดียวกัน การลืมรับประทานยาอาจทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลงได้ โดยการแก้ไขสำหรับการลืมการรับประทานยาคุมกำเนิดแบบ POP แบ่งตามกรณีได้แก่
“Summit Store แห่งนี้สะท้อนความตั้งใจของโคลัมเบียในการนำมาตรฐานร้านค้าระดับโลกมาสู่ประเทศไทย เราไม่ได้มองร้านแห่งนี้เป็นเพียงพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ที่ทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสตัวตนของแบรนด์อย่างใกล้ชิด
แนวคิด ‘Engineered For Whatever’ คือหัวใจสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการออกแบบผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น เราพัฒนาสินค้าให้พร้อมรองรับความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมจริง ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้
การเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับ Summit Store สะท้อนความเชื่อมั่นของแบรนด์ต่อศักยภาพของตลาดไทย ทั้งในด้านการเติบโตของกิจกรรมกลางแจ้ง และความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพระดับสากล”