ปิดฉาก ศึกฮีโร่ ละเล่นไทย สนามภูเก็ต JUNGCEYLON HEROES BATTLE PHUKET 2026

ปิดฉาก ศึกฮีโร่ ละเล่นไทย สนามภูเก็ต JUNGCEYLON HEROES BATTLE PHUKET 2026

ปิดฉาก ศึกฮีโร่ ละเล่นไทย สนามภูเก็ต JUNGCEYLON HEROES BATTLE PHUKET 2026

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.43 น.

นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้เกียรติเป็นประธานในงานพิธีปิด การแข่งขันการละเล่นพื้นบ้านไทยประยุกต์ JUNGCEYLON HEROES BATTLE PHUKET 2026 ที่จัดขึ้นโดย ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต ร่วมกับ มูลนิธิดั่งพ่อสอน พร้อมด้วย เครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมสืบสานและผลักดันวัฒนธรรม “การละเล่นพื้นบ้านไทยประยุกต์” ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดใน จ.ภูเก็ต

โดย “มูลนิธิดั่งพ่อสอน” ผนึกพันธมิตรกว่า 16 จังหวัดทั่วประเทศ เดินหน้าสานต่อ “โครงการละเล่นไทย ปี 3” ผลักดันวัฒนธรรมการละเล่นพื้นบ้านสู่เวทีร่วมสมัย เชื่อมกิจกรรมทางกาย สร้างพื้นที่เยาวชน ผ่านแคมเปญ “Heroes Battle Thailand ศึกฮีโร่ ละเล่นไทย” พร้อมดึงจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมสนามท้าชิงเป็นปีแรก จับมือ ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต “เฟ้นหาฮีโร่ละเล่นไทยแห่งอันดามัน” จัดงาน JUNGCEYLON HEROES BATTLE PHUKET 2026: Heritage of Andaman” มหกรรมการแข่งขันกีฬาละเล่นไทย สนามภูเก็ต ระหว่างวันที่ 18 – 19 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา

นายจักรี จ่ายกระโทก ประธานโครงการละเล่นไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โครงการได้ขยายความร่วมมือไปยังหลายจังหวัดทั่วประเทศ และได้รับการตอบรับจากสถานศึกษา ชุมชน และองค์กรท้องถิ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าหมายให้มีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการมากกว่า 200 โรงเรียน จากทุกภูมิภาคของประเทศ โดยต้องการเห็นเยาวชนออกมาทำกิจกรรมทางกายมากขึ้น ผ่านการเชื่อมโยงวัฒนธรรมการละเล่นไทยเข้ากับรูปแบบการแข่งขันที่สนุก ท้าทาย และร่วมสมัย ภายใต้แนวคิดใหม่ “From Regions to Legends” ที่ไม่เพียงค้นหาตัวแทนแชมป์แต่ละจังหวัด แต่ยังเปิดพื้นที่ให้แต่ละจังหวัดนำเสนออัตลักษณ์วัฒนธรรม และเรื่องราวท้องถิ่น ผ่านการออกแบบกิจกรรม และสนามการแข่งขันในแบบของตนเอง สร้างการมีส่วนร่วม ความสามัคคี และพลังชุมชนในระดับพื้นที่อีกด้วย”

สำหรับบรรยากาศการแข่งขัน “ตุ๊กตุ่นทอยเส้นแบบทีม” และ “หมากเก็บสปีดชาเลนจ์” สนามภูเก็ตปีนี้ มีตัวแทนเยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายกว่า 32 ทีม จาก 29 โรงเรียนทั่วจ.ภูเก็ต ร่วมประชันความสามารถกันอย่างดุเดือด โดยทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศ “ตุ๊กตุ่นทอยเส้นแบบทีม” ได้แก่ ทีมจากโรงเรียนดาราสมุทร และรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมจากโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดบ้านตลาดเหนือ ส่วนทีมที่คว้ารางวัลชนะเลิศ “หมากเก็บสปีดชาเลนจ์” ได้แก่ ทีมจากโรงเรียนบ้านกะหลิม และรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมจากโรงเรียนเกาะมะพร้าว โดยทั้ง 4 ทีมจะได้เป็นตัวแทนของจ.ภูเก็ต เตรียมพร้อมก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับประเทศ ชิงถ้วยจากศิลปินแห่งชาติ “อาจารย์ช่วง มูลพินิจ” ในงานละเล่นไทยเฟสติวัล ที่จะจัดในวันที่ 21 – 22 พ.ย. 69 ที่กรุงเทพฯ ต่อไป และรางวัลพิเศษ Man of the Match ได้แก่ “น้องไตเติ้ล” จากโรงเรียนดาราสมุทร และรางวัลสปิริตยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีมจากโรงเรียนบ้านบางเทา

นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมเวิร์กชอป การแสดงจากน้องๆ เยาวชน จ. ภูเก็ต ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงไทยประยุกต์จากศิลปิน “เก่ง ธชย” และร่วมย้อนตำนานวัยเก๋าไปกับนักพากย์ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมาย อาทิ ดีเจพล่ากุ้ง, ตัวยุ่ง เพลินดี, พี่กรี – โกรกกราก การ์ตูน, ป๋าเอ็กซ์ – ATAKITO และ ขันติ – ยูทูปเบอร์และติ๊กต็อกเกอร์ชื่อดัง ปิดท้ายกับการแข่งขันนัดพิเศษ “รุ่นกิตติมศักดิ์” โดยได้รับเกียรติจากบุคลากร ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงคณะสื่อมวลชน จ.ภูเก็ต มาร่วมกันสร้างสีสัน ย้อนวันวาน วัยหวาน ไปพร้อมกันอย่างสนุกสนาน

การแข่งขัน JUNGCEYLON HEROES BATTLE PHUKET 2026 นี้ นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้และสืบสานวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ให้คงอยู่ต่อไปแล้ว ยังเป็นกิจกรรมซอฟต์พาวเวอร์ที่ได้ผสานการละเล่นไทยควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ได้รับความสนใจอย่างคับคั่ง จากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่เดินทางมายัง จ.ภูเก็ต อีกด้วย

ม.ธรรมศาสตร์ เปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ‘พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration’ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากพระวิริยอุตสาหะและพระกรณียกิจสู่คนรุ่นใหม่

ม.ธรรมศาสตร์ เปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ‘พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration’  ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากพระวิริยอุตสาหะและพระกรณียกิจสู่คนรุ่นใหม่

ม.ธรรมศาสตร์ เปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ ‘พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration’ ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากพระวิริยอุตสาหะและพระกรณียกิจสู่คนรุ่นใหม่

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.32 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดพิธีเปิดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ภายใต้ชื่อ “พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration” โดยมี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้บริหาร คณาจารย์ ศิษย์เก่า นักศึกษา บุคลากร สื่อมวลชน และผู้สนใจ เข้าร่วมงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569  ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

กิจกรรมในวันเปิดนิทรรศการ มีการเสวนาในหัวข้อ “เจ้าฟ้าขวัญโดม” พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแนวทางการสืบสานพระปณิธาน จากศิษย์เก่าที่มีโอกาสได้ถวายงานใกล้ชิด โดย ศ.ดร.เสาวนีย์ อัศวโรจน์ พระอาจารย์ที่ปรึกษา เอกอัครราชทูต อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) อดีตที่ปรึกษา โครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และ  รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด พระสหายร่วมรุ่น และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย ศศิธร วัฒนกุล

ภายหลังจบการเสวนา ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดี ได้นำชมนิทรรศการฯ พร้อมเชิญผู้เข้าร่วมงานเขียนข้อความบอกเล่าความตั้งใจที่จะสืบสานพระปณิธาน นอกจากนี้ ผู้เข้าชมนิทรรศการยังได้เข้าร่วม “กิจกรรมสอนปักผ้าด้นมือ” กิจกรรมผู้ก้าวพลาด แรงบันดาลใจจากโครงการกำลังใจในพระดำริฯ โดย ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จากลวดกำมะหยี่ โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมทั้งยังได้มีการแจกของที่ระลึกเป็นสมุดสะสมตราประทับ (Exhibition Passport) เพื่อให้ผู้เข้าชมนิทรรศการนำไปประทับตราที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับนิทรรศการในครั้งนี้ โดยตราประทับมีจำนวน 3 ชุด ชุดละ 4 แบบ ซึ่งแต่ละชุดจะเผยแพร่ตามลำดับในเดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นศิษย์เก่า  คณะนิติศาสตร์ และทรงได้รับการยกย่องจากประชาคมธรรมศาสตร์ในฐานะ “เจ้าฟ้าขวัญโดม” พระวิริยอุตสาหะในการศึกษา พระปณิธานในการอุทิศพระองค์เพื่อส่วนรวม และพระกรณียกิจด้านกฎหมาย ความยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ล้วนเป็นแบบอย่างของการนำองค์ความรู้มาสร้างประโยชน์แก่สังคม

“นิทรรศการครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการรวบรวมพระประวัติและพระกรณียกิจ หากยังเป็นการถ่ายทอดคุณค่าและแรงบันดาลใจ เพื่อปลูกฝังความเพียร คุณธรรม และจิตสำนึกในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะแก่เยาวชน จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าชมและร่วมกิจกรรมตลอดระยะเวลาการจัดแสดง พร้อมร่วมเผยแพร่พระเกียรติคุณ พระวิริยอุตสาหะ และพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการ เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจสู่สังคมไทย” นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว

ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปีการศึกษา 2543 และทรงได้รับการยกย่องในฐานะ “เจ้าฟ้าขวัญโดม” ด้วยพระวิริยอุตสาหะในการศึกษาและพระกรณียกิจอันเป็นคุณูปการต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะด้านกฎหมาย การอำนวยความยุติธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาส

“มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดนิทรรศการนี้ขึ้นด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ เพื่อถ่ายทอดพระประวัติ พระวิริยอุตสาหะ พระปณิธาน และพระกรณียกิจ ผ่านนิทรรศการร่วมสมัยที่รวบรวมพระดำริ พระดำรัส ภาพถ่าย เอกสารสำคัญ และกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน ได้ตระหนักถึงคุณค่าของความเพียร ความรับผิดชอบต่อสังคม และการทำความดี พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการน้อมรำลึกถึงพระองค์” อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว

ทั้งนี้ นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ “พัชรกิติยาภา เจ้าฟ้าขวัญโดม The Eternal Inspiration” กำหนดจัดขึ้นทั้งที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และหอสมุดป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม – 15 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 – 19.00 น. เปิดให้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถเข้าชมข้อมูลนิทรรศการในรูปแบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ของหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ https://www.library.tu.ac.th รวมถึงในช่วงสุดสัปดาห์จะมีการจัดกิจกรรมเวิร์กชอปสลับกันไป

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกำหนดการกิจกรรมได้ที่ Facebook : Thammasat University นอกจากนี้ ในช่วงเดือนพฤศจิกายนจะมีการเปิดนิทรรศการถาวรเทิดพระเกียรติฯ อีกด้วย

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตจัดงานใหญ่ Heart & Hand : Life Skills Center เพื่อสังคมได้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตจัดงานใหญ่ Heart & Hand : Life Skills Center เพื่อสังคมได้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตจัดงานใหญ่ Heart & Hand : Life Skills Center เพื่อสังคมได้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.28 น.

 สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย นำโดย นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย จัดแถลงข่าว เปิดงาน Heart & Hand : Life Skills Center พื้นที่สร้างสรรค์ แบ่งปันแรงใจ ฝึกทักษะชีวิต ผู้บกพร่องทางจิต และประชุมสามัญครั้งที่ 23 ประจำปี 2568 โดยมี ท่านกันตพงศ์  รังษีสว่าง (ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) เป็นประธานเปิดงาน  สำหรับงานในครั้งนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 -22 กรกฎาคม ณ MCC HALL ชั้น 4 เดอะมอลล์งามวงศ์วาน

ท่านกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า “ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ จากคำกล่าวรายงานนั้นทำให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งต้องการให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ใความรู้ความเข้าใจเพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน ให้ผู้ป่วยมีความพร้อมในการออกสู่สังคมได้ด้วยตัวเอง เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคมและการสื่อสาร รวมถึงเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตใจและอารมณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมและฝึกทักษะพื้นฐานด้านอาชีพ รวมถึงเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและพื้นที่ปลอดภัย ให้เป็นศูนย์กลางในการแบ่งปันแรงใจระหว่างผู้ป่วย ครอบครั้ว และชุมชน รวมถึงให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิตเพื่อลดการตีตราในสังคม รวมทั้งได้แผนการขับเคลื่อนงานของสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ของเครือข่ายภาค-เขต และชมรมตะวันทอแสงปี 2570”

นางสาวธนพร  แสงศิรประภา (องค์กรของคนพิการ  โดยคนพิการ และเพื่อคนพิการ) กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ว่า “การงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ เพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน การฝึกฝนให้ผู้บกพร่องทางจิตสามารถดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล เพื่อลดภาระของผู้ดูแล มีความพร้อมในการออกสู่สังคมได้ด้วยตัวเอง  รวมถึงการพัฒนาทักษะทางสังคม และการสื่อสาร การฟื้นฟูสมรรถภาพทางจิตใจและอารมณ์ และเพื่อการเผยแพร่ศักยภาพ สร้างโอกาสทางอาชีพ โดยผ่านการเปิดพื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากฝีมือของคนพิการ ผู้ดูแลและองค์กรเครือข่าย นำไปสู่ความมั่นคงทางรายได้ และการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนต่อไป”

นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพจิต พัฒนาคุณภาพชีวิต และสนับสนุนผู้บกพร่องทางจิต ให้ได้ใช้ชีวิตและอยู่ร่วมกันกับคนในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยมีชมรมเครือข่ายทั่วประเทศจำนวน 114 ชมรม ที่ช่วยกันขับเคลื่อนงานด้านจิตเวชอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสมาชิกรายบุคคลทั้งหมด 8,423 คน เป็นสมาชิกสามัญจำนวน 5,970 คน แบ่งเป็นคนพิการทางจิต 4,282 คน ผู้ดูแล 1,686 คน สมาชิกวิสามัญ 2,453 คน

กิจกรรมภายในงานตลอดทั้ง 3 วัน ประกอบด้วย นิทรรศการและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชมรมเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิต และหน่วยงาน สมาคมฯ จำนวนมาก และกิจกรรมบนเวที อาทิ การบรรยายหัวข้อต่างๆ เช่น “ผู้บกพร่องทางจิตสามารถประกอบอาชีพอิสระหรือทำงานได้จริงหรือเปล่า”, “การอยู่ร่วมกับผู้ป่วยจิตเวชในสังคมควรทำอย่างไร” และการเสวนาในหัวข้อ “ความสำคัญของครอบครัว : ยาใจเข็มแรกและการฟื้นฟูที่ยั่งยืน”, “ผู้บกพร่องทางจิต  ป่วยแล้ว สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้หรือเปล่า” , “การมองข้ามความบกพร่องและเน้นที่ทักษะการทำงานจริงของคนพิการ”

ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การแบ่งกลุ่ม เพื่อ “ทำแผนการขับเคลื่อนงานด้านจิตเวชของเครือข่ายผู้ดูแลคนพิการทางจิตสมาคม             เพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทยประจำปี 2569” โดยเครือข่าย ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคใต้ เขตกรุงเทพมหานคร และชมรมตะวันทอแสง ร่วมกันทำกิจกรรม เพื่อการดูแล และพัฒนาศักยภาพผู้บกพร่องทางจิตอย่างยั่งยืน

สำหรับเครือข่าย หรือผู้สนใจ สามารถติดตาม ข่าวสาร ความเคลื่อนไหว  สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตได้ที่ Fanpage Facebook : สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ( https://www.facebook.com/amidmh.th )

MEXC เปิดวิสัยทัศน์ใหม่โลกการเงิน จากการลงทุน สู่การให้งานในชีวิตประจำวัน

MEXC เปิดวิสัยทัศน์ใหม่โลกการเงิน จากการลงทุน สู่การให้งานในชีวิตประจำวัน

MEXC เปิดวิสัยทัศน์ใหม่โลกการเงิน จากการลงทุน สู่การให้งานในชีวิตประจำวัน

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.46 น.

MEXC กับวิสัยทัศน์ใหม่ของโลกการเงิน: จากการลงทุน สู่การใช้งานในชีวิตประจำวัน โลกการเงินไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพียงเพราะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เกิดขึ้น แต่เปลี่ยนแปลงจาก พฤติกรรมการใช้งานของผู้คน

ในปี 2026 MEXC ได้เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถลงทุนใน หุ้นสหรัฐฯ (U.S. Stocks) พร้อมถือครองหุ้นจริงและรับเงินปันผล ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่เชื่อมโลกคริปโตเข้ากับระบบการเงินแบบดั้งเดิม และทำให้การเข้าถึงสินทรัพย์ระดับโลกเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับ MEXC นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น

เป้าหมายที่แท้จริงคือการสร้างระบบที่ทำให้สินทรัพย์สามารถ ไหลเวียน (Financial Flow) ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการลงทุนเพื่อรอผลตอบแทน แต่สามารถนำมาสร้างคุณค่าได้ทุกช่วงเวลาของการใช้งาน ผ่านการเชื่อมต่อระหว่าง MEXC U.S. Stocks และ MEXC Card

จาก “การลงทุน” สู่ “การใช้งาน” ก้าวต่อไปของประสิทธิภาพทางการเงิน

ในระบบการเงินแบบเดิม การลงทุนและการใช้จ่ายมักถูกแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

– เงินลงทุนถูกเก็บไว้เพื่อสร้างผลตอบแทน

– เงินสำหรับใช้จ่ายถูกแยกไว้ในบัญชีหรือบัตร

เมื่อเงินถูกโอนจากบัญชีลงทุนมายังบัญชีใช้จ่าย มูลค่าของสินทรัพย์มักหยุดสร้างผลตอบแทนในช่วงเวลานั้น

MEXC มองเห็นช่องว่างนี้ และต้องการสร้างระบบที่ทำให้ เงินทุนยังคงทำงานได้ แม้ในระหว่างการใช้งาน

นี่คือแนวคิดเบื้องหลังของ MEXC Card ที่ช่วยให้สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเชื่อมต่อกับการใช้จ่ายจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

MEXC U.S. Stocks และ MEXC Card สองผลิตภัณฑ์ที่ทำงานร่วมกัน

หลายคนอาจมองว่าการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ และบัตร MEXC เป็นผลิตภัณฑ์คนละประเภท แต่ในมุมมองของ MEXC ทั้งสองคือส่วนประกอบของระบบเดียวกัน

MEXC U.S. Stocks

ช่วยให้ผู้ใช้นำสินทรัพย์คริปโตไปลงทุนในสินทรัพย์จริง (Real-world Assets)

MEXC Card

ช่วยให้มูลค่าของสินทรัพย์สามารถกลับมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ทันที

เมื่อรวมกันแล้ว จะเกิดวงจรการเงินที่สมบูรณ์

ลงทุน → สร้างมูลค่า → ใช้จ่าย → กลับมาสร้างมูลค่าต่อ

นี่คือแนวคิดของ Financial Flow ที่ MEXC กำลังผลักดัน

MEXC Card มากกว่าบัตรชำระเงิน แต่คือเครื่องมือสร้างมูลค่าจากการใช้จ่าย

MEXC Card ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเพียงบัตรเดบิตคริปโตทั่วไป แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้การใช้จ่ายเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารสินทรัพย์

Cashback สูงสุด 10%

ทุกการใช้จ่ายสามารถรับ Cashback สูงสุด 10% ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้เงินในชีวิตประจำวัน

APR สูงสุด 7%

สินทรัพย์ที่อยู่ในระบบยังสามารถรับผลตอบแทน APR สูงสุด 7% ทำให้เงินยังคงสร้างมูลค่าได้ แม้ยังไม่ได้ถูกนำไปใช้

รองรับเครือข่าย Visa

MEXC Card ใช้งานผ่านเครือข่าย Visa ทำให้สามารถใช้จ่ายกับร้านค้าหลายล้านแห่งทั่วโลก พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล แนวคิดนี้ทำให้ “การใช้จ่าย” ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเงิน แต่กลายเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งของการสร้างมูลค่า

จากแพลตฟอร์มเทรด สู่โครงสร้างพื้นฐานของการเงินยุคใหม่

MEXC ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต แต่ต้องการสร้าง Infrastructure สำหรับการบริหารสินทรัพย์ระดับโลก โดยเชื่อมต่อบริการต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ ● การลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ● Real World Assets (RWA) ● ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (Yield) ● การใช้จ่ายผ่าน MEXC Card

ทั้งหมดทำงานอยู่ภายใต้ระบบเดียวกัน เพื่อให้การเคลื่อนย้ายเงินทุนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าได้ในทุกช่วงเวลา เชื่อมโลกคริปโตเข้ากับชีวิตประจำวัน

MEXC เชื่อว่า นวัตกรรมทางการเงินที่แท้จริง จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานสามารถสัมผัสประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน

MEXC Card จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกของการลงทุนและโลกแห่งการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกาแฟ จองตั๋วเครื่องบิน ชำระค่าสมาชิกออนไลน์ หรือช้อปปิ้ง สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถถูกนำมาใช้ได้อย่างสะดวก พร้อมสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงโลกคริปโตกับเศรษฐกิจจริง

เมื่อคริปโตสามารถจ่ายค่าอาหาร ตั๋วเดินทาง หรือบริการต่าง ๆ ได้เหมือนเงินในชีวิตประจำวัน การปฏิวัติทางการเงินก็ไม่ใช่แนวคิดที่อยู่ห่างไกลอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง

บทสรุป

ความสัมพันธ์ระหว่าง MEXC U.S. Stocks และ MEXC Card ไม่ใช่เพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่แพลตฟอร์ม แต่เป็นการสานต่อวิสัยทัศน์เดียวกันในการสร้างระบบการเงินที่เชื่อมต่อทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน

จากการลงทุนในสินทรัพย์จริง สู่การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จากผลตอบแทนของการลงทุน สู่การสร้างคุณค่าผ่านการใช้งานจริง

MEXC กำลังสร้างระบบที่ทำให้เงินทุนสามารถไหลเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ Wall Street สู่ Main Street เพื่อเชื่อมโลกการลงทุนเข้ากับการใช้ชีวิต และผลักดันให้คริปโตกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างแท้จริง.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ MEXC Card และ MEXC RealStocks

MEXC Card คืออะไร?

MEXC Card คือบัตรชำระเงินคริปโตที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้จ่ายได้ทั่วโลก โดยผสานการชำระเงินในชีวิตประจำวันเข้ากับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น Cashback, แผนรับผลตอบแทน MEXC Card Earn แบบเฉพาะสำหรับผู้ถือบัตร และรองรับการใช้งานผ่าน Apple Pay และ Google Pay

จุดเด่นของ MEXC Card มีอะไรบ้าง?

MEXC Card มอบสิทธิประโยชน์แก่ผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ โดยสามารถรับ Cashback สูงสุด 10% จากการใช้จ่าย นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงแผน MEXC Card Earn ซึ่งมอบผลตอบแทนสูงสุด 7% APR พร้อมความยืดหยุ่นในการแลกรับผลตอบแทนและสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ที่ร่วมรายการได้ทันที ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์และคุณสมบัติในการเข้าร่วมเป็นไปตามข้อกำหนดล่าสุดของ MEXC

สมัคร MEXC Card ได้อย่างไร?

ผู้ใช้ต้องดำเนินการยืนยันตัวตนระดับ Advanced KYC ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจึงสมัครบัตรผ่านระบบออนไลน์ เมื่อใบสมัครได้รับการอนุมัติ ผู้ใช้จะต้องฝากเงินเพื่อเปิดใช้งานบัตร หลังจากเปิดใช้งานแล้ว สามารถเพิ่มบัตรลงใน Google Wallet ที่รองรับ เพื่อใช้ชำระเงินได้ สามารถเพิ่ม MEXC Card ลงใน Apple Pay หรือ Google Pay ได้หรือไม่?

MEXC Card รองรับการใช้งานร่วมกับ Google Pay แต่ยังไม่รองรับ Apple Pay หลังจากผู้ใช้สมัครและเปิดใช้งานบัตรเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถเพิ่มบัตรลงใน Google Wallet ที่รองรับเพื่อใช้ชำระเงินได้

MEXC RealStocks คืออะไร?

MEXC RealStocks เป็นบริการที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เข้าถึงหุ้นจริงของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ผ่านความร่วมมือระหว่าง MEXC และโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาต แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงเพียงราคาหุ้น เนื่องจาก RealStocks เป็นหุ้นจริง ทำให้ผู้ถือครองที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ได้รับสิทธิของผู้ถือหุ้น เช่น สิทธิในการรับเงินปันผล และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ตามที่เกี่ยวข้อง

MEXC RealStocks แตกต่างจาก Tokenized Stocks อย่างไร?

MEXC ระบุว่า RealStocks เป็นการถือครองหุ้นจริงของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา ผ่านโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาต ขณะที่ Tokenized Stocks หรือ Synthetic Stocks เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น โดยอาจไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของหุ้นจริง และอาจไม่ได้รับสิทธิของผู้ถือหุ้นเช่นเดียวกับการถือครองหุ้นจริง

สามารถซื้อขาย MEXC RealStocks ด้วย USDT ได้หรือไม่?

MEXC RealStocks แสดงราคาซื้อขายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สามารถโอนเงินด้วย USDT ได้ โดย MEXC มีระบบแปลงมูลค่าระหว่าง USDT และ USD เพื่อรองรับการโอนเงินเข้าและออกจากบัญชีซื้อขาย RealStocks

ผู้ถือครอง RealStocks สามารถรับเงินปันผลได้หรือไม่?

ได้ เนื่องจาก RealStocks เป็นหุ้นจริง ผู้ถือครองที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์อาจได้รับเงินปันผลหรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ของผู้ถือหุ้น เมื่อบริษัทจดทะเบียนมีการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ ผู้ลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหุ้น อย่างไรก็ตาม ทั้งเงินปันผลและกำไรจากราคาหุ้นไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกัน

MEXC RealStocks เปิดให้ซื้อขายในช่วงเวลาใด?

การซื้อขาย RealStocks อ้างอิงตามเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ในช่วง Daylight Saving Time (DST) ตลาดปกติเปิดทำการตั้งแต่เวลา 09:30 น. ถึง 16:00 น. ตามเวลา Eastern Time (ET) นอกจากนี้ MEXC ยังรองรับการซื้อขายช่วง Overnight ตั้งแต่เวลา 20:00 น. ถึง 04:00 น. ของวันถัดไป ตามเวลา ET ทั้งนี้ เวลาซื้อขายจะเปลี่ยนแปลงต่างออกไป 1 ชั่วโมงในช่วง Standard Time

MEXC RealStocks และ MEXC Card ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองผลิตภัณฑ์ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการทางการเงินที่แตกต่างกัน แต่สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างลงตัว โดย MEXC RealStocks ช่วยให้ผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถลงทุนในหุ้นจริงของสหรัฐอเมริกา พร้อมรับสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ขณะที่ MEXC Card มุ่งเน้นการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้สำหรับการชำระเงินในชีวิตประจำวัน ทั้งสองบริการสะท้อนถึงการขยายระบบนิเวศของ MEXC ที่ครอบคลุมทั้งด้านการลงทุนและการใช้จ่ายในโลกจริง

หมายเหตุ: สิทธิประโยชน์ของบัตร อัตรา APR อัตรา Cashback ความพร้อมในการให้บริการของผลิตภัณฑ์ ค่าธรรมเนียมของ RealStocks เวลาทำการซื้อขาย โปรโมชั่น คุณสมบัติของผู้สมัคร และประเทศหรือภูมิภาคที่รองรับ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ใช้ควรศึกษาข้อมูลล่าสุดจากหน้าผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการของ MEXC และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ก่อนสมัคร ฝากเงิน หรือทำรายการซื้อขายทุกครั้ง.

เรื่องนี้มีประวัติ : พระราชไมตรีแห่งพระราชวงศ์จักรีกับพระราชวงศ์วินด์เซอร์

เรื่องนี้มีประวัติ : พระราชไมตรีแห่งพระราชวงศ์จักรีกับพระราชวงศ์วินด์เซอร์

เรื่องนี้มีประวัติ : พระราชไมตรีแห่งพระราชวงศ์จักรีกับพระราชวงศ์วินด์เซอร์

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.32 น.

พระราชอาณาจักรไทย นับเนื่องจากสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี กับประเทศอังกฤษ มีสายสัมพันธ์กันมายาวนานประมาณ 400 ปี นับจากรัชกาลพระเจ้าทรงธรรม โดยในยุคแรกนั้น อังกฤษส่งเรือสินค้าเข้ามาค้าขายกับกรุงศรีอยุธยา

ครั้นต่อมาในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ประเทศสหราชอาณาจักร เกรทบริเตนได้ส่งทูตการค้า คือกัปตันเฮนรี เบอร์นี เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยาม จนกระทั่งในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และทรงมีพระราชสาส์นติดต่อระหว่างทั้งสองพระราชอาณาจักร

ต่อมาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหราชอาณาจักร ทรงร่วมพระราชพิธีพัชราภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย แล้วเมื่อครั้งที่ก่อนพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จขึ่นเสวยราชย์ เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จไปถวายพระพรสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ณ พระราชวังวินด์เซอร์ 

ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ เมื่อ พ.ศ. 2503 แล้วต่อมาสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ 2 เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการสองครั้ง คือในปี พ.ศ. 2515 และ 2539 

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ ที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2566 

และเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.05 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ เพื่อทรงพบเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร ในโอกาสที่เจ้าหญิงแอนน์ เสด็จพระราชดำเนินยังจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพระราชทานทุน และรางวัลเพื่อสตรีไทย ในงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคม และเสด็จฯ ไปประทับพระราชอิริยาบถ ณ ห้อง 112 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์

เมื่อเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร เสด็จพระราชดำเนินถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ บริเวณหน้าอาคารชีววิทยา 1 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา 10.40 น.  ศ. (พิเศษ) ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กราบบังคมทูลถวายการต้อนรับ แล้ว ศ. ดร. วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย พร้อมทั้ง ดร. กฤษดา กฤตยา กีรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออร์เบิน โมบิลิตี เทค จำกัด ผู้ถวายบริการรถสามล้อไฟฟ้า กราบบังคมทูลรายงาน จากนั้น เจ้าหญิงแอนน์ ประทับรถสามล้อไฟฟ้า ทอดพระเนตรบริเวณโดยรอบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เวลา 11.10 น. เจ้าหญิงแอนน์ เสด็จฯ ยังอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ โดย ศ. ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ. (พิเศษ) ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ. ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ศ. ดร. วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี พร้อมด้วยผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารคณะวิทยาศาสตร์ และผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เฝ้าฯ รับเสด็จ

เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีฯ ทรงวางพวงมาลัยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ โถงอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จากนั้นเสด็จยังห้อง 114 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีฯ ทรงมีพระราชปฏิสันถารเป็นการส่วนพระองค์    

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานสิ่งของที่ระลึกแด่เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีฯ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ

เวลา 11.20 น. เจ้าหญิงแอนน์ ทอดพระเนตรนิทรรศการผลงานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของนักวิจัย และนักนวัตกรหญิงไทย ณ ห้อง 103/2 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ 

นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพของนักวิจัยและนักนวัตกรหญิงไทย ผู้ได้รับการสนับสนุนจากโครงการของสหราชอาณาจักร โดยนำเสนอผลงานที่สามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญของสังคม ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การเกษตร การศึกษา สุขภาพ และความหลากหลายทางชีวภาพ 

ในโอกาสนี้ เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีฯ พระราชทานพระราชวโรกาสให้นักนวัตกรหญิงที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการของสหราชอาณาจักรเข้าเฝ้าฯ ประกอบด้วย ดร. ปองกานต์ จักรธรานนท์ จาก      ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผู้สร้างนวัตกรรมด้านการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) นำเสนอเครื่องต้นแบบปฏิกรณ์ไฟฟ้าเคมี เพื่อเปลี่ยนคาร์บอนที่เก็บไว้ให้เป็นพลังงานหมุนเวียน ศ. ดร. อลิสา วังใน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท ไบโอม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Spin Off ของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถวายรายงานการพัฒนาเอนไซม์ที่ได้รับการออกแบบให้สามารถนำมาใช้ปรับปรุงและฟื้นฟูคุณภาพดิน และกำจัดสารกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างในพื้นที่เกษตรกรรม รศ. ดร. ปัณรสี ฤทธิประวัติ ผู้ก่อตั้ง โฟลไอโน (Floaino) แพลตฟอร์มการเรียนรู้ เพื่อสอนปัญญาประดิษฐ์แก่นักเรียนและครู ถวายการสาธิตกิจกรรมแบบโต้ตอบที่ใช้ภายในแพลตฟอร์มดังกล่าว ผศ. ดร. สมฤดี ดีไพศาล สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้พัฒนานวัตกรรมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนการคัดกรองและวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน ถวายรายงสานแพลตฟอร์มโรงพยาบาลเสมือนที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย ดร. คนึงนิตย์ วาโย สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ผู้สร้างผลงานการศึกษาภูมิทัศน์ทางการเกษตร   เพื่อสนับสนุนชุมชนผึ้งชันโรงซึ่งเป็นผึ้งที่ไม่มีเหล็กใน ถวายรายงานข้อมูลจากการทำงานภาคสนามเกี่ยวกับภูมิทัศน์ ตลอดจนผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งจากพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย 

 เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีฯ มีพระดำรัสเปิดงาน จากนั้นพระราชทานทุนเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่สตรีนักวิจัยจำนวน 1 ทุน และพระราชทานรางวัลเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวน 2 รางวัล ในการนี้ ผู้ได้รับพระราชทานทุนและผู้ได้รับพระราชทานรางวัลกล่าวสุนทรพจน์ถวาย

เมื่อเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานทุนและรางวัลเพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีฯ เสด็จออกจากห้อง 105 ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยม ณ โถงอาคารมหาจุฬาลงกรณ์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร พร้อมด้วย เซอร์ทิโมธี ลอว์เรนซ์ พระสวามี เสด็จเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2569 เพื่อทรงสานต่อความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์วินด์เซอร์และพระราชวงศ์จักรี ซึ่งสืบเนื่องมาอย่างยืนยาว นับเป็นการเสด็จเยือนประเทศไทยครั้งที่ 4 ของพระองค์ โดยเจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีฯ เคยเสด็จเยือนประเทศไทยเมื่อปี  2515 ปี 2522 และปี 2530

เฉลิมชัย ยอดมาลัย 

GOOD GOODS x UMBRO Thailand ยกระดับงานคราฟต์ไทยสู่แฟชั่นสปอร์ตระดับโลก

GOOD GOODS x UMBRO Thailand  ยกระดับงานคราฟต์ไทยสู่แฟชั่นสปอร์ตระดับโลก

GOOD GOODS x UMBRO Thailand ยกระดับงานคราฟต์ไทยสู่แฟชั่นสปอร์ตระดับโลก

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.24 น.

เมื่อแบรนด์ระดับโลกเติบโตไปพร้อมกับคุณค่าจากชุมชนไทย นั่นคือจุดเริ่มต้นของ GOOD GOODS x UMBRO Thailand Special Collaboration Collection คอลเลกชันพิเศษที่ถ่ายทอดแนวคิด “Global Meets Local” ผ่านการผสานดีไซน์สปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของ UMBRO แบรนด์กีฬาระดับโลก เข้ากับภูมิปัญญาหัตถกรรมไทยจากชุมชนท้องถิ่น สร้างสรรค์เป็นสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยที่สะท้อนทั้งมาตรฐานการออกแบบระดับสากลและเสน่ห์ของงานคราฟต์ไทย พร้อมวางจำหน่าย เฉพาะในประเทศไทย โดย UMBRO ในประเทศไทย ที่บริหารภายใต้การดำเนินงานของ Supersports

GOOD GOODS แบรนด์ไลฟ์สไตล์ของไทยภายใต้ บริษัท เซ็นทรัล ทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม ร่วมกับ UMBRO Thailand ถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านการต่อยอดองค์ความรู้และใช้วัสดุของชุมชนไทยให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมกลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน เพราะทุกการสนับสนุนไม่ได้เป็นเพียงการเป็นเจ้าของคอลเลกชันสุดพิเศษ แต่ยังเป็นการร่วมกระจายรายได้ สร้างโอกาส และสนับสนุนการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

หัวใจสำคัญของคอลเลกชันคือการทำงานร่วมกับ 2 วิสาหกิจชุมชนจากจังหวัดสกลนคร ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนทอผ้าแปรรูปบ้านกุดจิก และวิสาหกิจชุมชนสายรุ้งนาวาทอง ซึ่งนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสู่สินค้าแฟชั่นที่ร่วมสมัยและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

โดยที่ เสื้อผ้าและหมวก ในคอลเลกชันได้รับการตกแต่งด้วยผ้าฝ้ายเข็นมือย้อมครามสีธรรมชาติจาก วิสาหกิจชุมชนทอผ้าแปรรูปบ้านกุดจิก จังหวัดสกลนคร ซึ่งสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าและการย้อมครามจากรุ่นสู่รุ่น ก่อนนำมาตีความใหม่ให้เข้ากับดีไซน์สปอร์ตของ UMBRO เกิดเป็นรายละเอียดที่สะท้อนอัตลักษณ์ของไทยในรูปแบบที่ทันสมัย

ขณะที่ กระเป๋า ในคอลเลกชันผลิตจากเสื่อกกสานมือของ วิสาหกิจชุมชนสายรุ้งนาวาทอง จังหวัดสกลนคร ที่ต่อยอดภูมิปัญญาการสานเสื่อกกพื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์และการใช้งาน พร้อมช่วยสร้างรายได้และสนับสนุนการสืบสานงานหัตถกรรมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง

GOOD GOODS x UMBRO Special Collaboration Collection จึงเป็นมากกว่าการร่วมออกแบบสินค้าระหว่างสองแบรนด์ แต่เป็นการเชื่อมโยงมาตรฐานการออกแบบระดับโลกเข้ากับคุณค่าของงานคราฟต์ไทย เปิดโอกาสให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นก้าวสู่สายตาผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนทั้งคุณภาพ ดีไซน์ และเรื่องราวของชุมชนไทยในทุกชิ้นงาน

ร่วมสัมผัส GOOD GOODS x UMBRO Special Collaboration Collection ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เฉพาะในประเทศไทย โดยวางจำหน่ายที่ร้าน GOOD GOODS เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซน Hug Thai, จริงใจมาร์เก็ต เชียงใหม่, เซ็นทรัลพาร์ค ชั้น LG , เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น 2 โซน Skywalk  และ SUPERSPORTS เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, แฟชั่นไอส์แลนด์, เซ็นทรัล พัทยา, เซ็นทรัล ขอนแก่น, เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล, เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบ 193 ทุนการศึกษา แก่บุตร-ธิดาหทารผ่านศึก

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ  มอบ 193 ทุนการศึกษา แก่บุตร-ธิดาหทารผ่านศึก

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึกฯ มอบ 193 ทุนการศึกษา แก่บุตร-ธิดาหทารผ่านศึก

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.17 น.

มูลนิธิสงเคราะห์ครอบครัวทหารผ่านศึก  ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  จัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้แก่  มูลนิธิสายใจไทย  และมอบทุนการศึกษาประจำปีให้แก่  บุตร-ธิดา ทหารผ่านศึก ที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และมอบทุนนักเรียนเตรียมทหาร  นักเรียนโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ  จำนวน  193  ทุน  รวมที่เป็นเงินทั้งสิ้น 1,727,000 บาท จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569

ในการนี้มี คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วย  คุณหญิงทรงสมร คชเสนี  กรรมการจัดการและเหรัญญิก นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ พลเอกกานต์นาท นิกรยานนท์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก และ จิตตานันท์ นิกรยานนท์ นายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ร่วมมอบทุนการศึกษา

รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชาชื่น ร่วมกับ สสน.สป. จัดแสดงดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ เฉลิมพระเกียรติ

รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชาชื่น ร่วมกับ สสน.สป.   จัดแสดงดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ เฉลิมพระเกียรติ

รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชาชื่น ร่วมกับ สสน.สป. จัดแสดงดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ เฉลิมพระเกียรติ

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.14 น.

โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น ร่วมกับสำนักงานสนับสนุน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จัดโครงการกิจกรรมดนตรีพระราชนิพนธ์ เชื่อมสัมพันธ์ชุมชนรอบหน่วยงาน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569โดยได้รับเกียรติจาก รศ.น.พ.ปิยะ เนตรวิเชียร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น พร้อมด้วย พล.ร.ต.พัชรพล พุกกะรัตน์ และพล.ต. สุวเทพ ศิริสรณ์ ผู้ชำนาญการ สำนักงานสนับสนุน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมเป็นประธานเปิดงาน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น

ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมเรียนรู้และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนการบรรเลงและขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์โดยวงดุริยางค์ทหารบก โอกาสนี้ รศ.น.พ.ปิยะ เนตรวิเชียร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น ได้ร่วมขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ร่วมกับวงดุริยางค์ทหารบกสร้างบรรยากาศแห่งความประทับใจ ความอบอุ่น แก่ผู้เข้าร่วมงาน เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลดังกล่าว

ทั้งนี้ผู้สนใจชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและการแสดงดนตรีเพลงพระพระราชนิพนธ์จากวงดุริยางค์ทหาร ได้ตั้งแต่วันนี้ – 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00-14.00 น.

“ไอคอนสยาม” เปิดพื้นที่ “ริเวอร์ พาร์ค” v เนรมิตพื้นที่แห่งความสุขริมเจ้าพระยา หนุนคนไทยสุขภาพดีตลอดปี

“ไอคอนสยาม” เปิดพื้นที่ “ริเวอร์ พาร์ค” v เนรมิตพื้นที่แห่งความสุขริมเจ้าพระยา หนุนคนไทยสุขภาพดีตลอดปี

“ไอคอนสยาม” เปิดพื้นที่ “ริเวอร์ พาร์ค” v เนรมิตพื้นที่แห่งความสุขริมเจ้าพระยา หนุนคนไทยสุขภาพดีตลอดปี

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.08 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เดินหน้าตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทาง  ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนตลอดทั้งปี โดยเปิดพื้นที่ ริเวอร์ พาร์ค และ ไอคอนสยาม พาร์ค ให้กลายเป็นเดสทิเนชั่นแห่งความสุขสำหรับคนรักสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยแนวคิดการสร้างสุขภาพที่ดีเข้ากับความบันเทิงและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพตัวเอง สร้างคอมมูนิตี้คนรักสุขภาพท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและสนุกสนานอย่างไร้ขีดจำกัด

โดยที่ผ่านมา ไอคอนสยาม ได้สร้างปรากฏการณ์ความสนุกและเติมพลังบวกผ่านกิจกรรมการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพหลากหลายรูปแบบที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น ICONSIAM Dance Together: Aerobic Dance x Random Dance” ที่จับมือกับพันธมิตรชั้นนำ อาทิ  Fitness First Club ICON และ The Diva Thailand เนรมิตพื้นที่ริมน้ำให้เป็นอาณาจักรแห่งการเต้นสุดมันส์กับแสงสีเสียงสุดอลังการ ชวนผู้รักสุขภาพและขาแดนซ์มาเบิร์นแคลอรีไปกับจังหวะเพลงแบบ Non-stop พร้อมโชว์จากศิลปิน สายแดนซ์อย่าง FAVIQ และ Y2Z เอาใจสายสปอร์ตกับกิจกรรม Road to HYROX by Fitness First Club ICON เปิดพื้นที่ให้สายสตรองได้มาเตรียมความพร้อมและฝึกซ้อมความแข็งแกร่งของร่างกายเพื่อมุ่งสู่การแข่งขันระดับโลก อีกหนึ่งกิจกรรมเนื่องในวัน International Yoga Day จับมือกับ ALO แบรนด์แฟชั่นระดับโลก รวมตัวคนรักสุขภาพมาร่วมเฉลิมฉลองผ่านกิจกรรมโยคะบนพื้นที่ ไอคอนสยาม พาร์ค ชั้น 2 เพื่อดูแลสุขภาพกายพร้อมหัวใจไปกับประสบการณ์โยคะสุดเอ็กซ์คลูซีฟวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนเปิดพื้นที่สำหรับชาวแฟนด้อมกับกิจกรรม Busking การแสดงโดยศิลปินรุ่นใหม่ อาทิ ATLAS และ iZ ที่มาโชว์ผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟแบบใกล้ชิดให้แฟนๆ ได้ขยับตัวโยกตามกัน ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไอคอนสยามใน การเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและมอบสุขภาพที่ดีให้กับทุกคนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

และกลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องกับกิจกรรม ICONSIAM Dance Together รวมพลนักเต้นแอโรบิกและชาว Random Dance มาปลดปล่อยพลังแห่งความสนุกบนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00-21.00 น. ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม เต็มอิ่มกับกิจกรรมสำหรับคนรักสุขภาพและเสียงเพลง เริ่มต้นที่ Warm-up and Stretching โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Soulfit Pilates (โซลฟิต พิลาทิส) จากสาขา Exclusive Sathorn นำทีมออกสเต็ป Aerobic Dance โดย Fitness First Club ICON ต่อด้วยเต้นไปกับเพลงสุดไวรัลนำโดย พี่นง แอโรบิคสวนลุม พร้อมด้วยพันธมิตรที่มาส่งต่อสุขภาพดีให้แก่ผู้ร่วมงาน อาทิ B’lue, PURE, Prebo Pop, Samitivej thonburi hospital, De Lalita, alpro และ Tao Kae Noi ต่อเนื่องความสนุกด้วยการเปลี่ยน ริเวอร์ พาร์ค ให้กลายเป็นฟลอร์ของขาแดนซ์กับกิจกรรม Random Dance จากทีม Random Z Dance เข้าร่วมงานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ http://www.iconsiam.com และ Facebook : ICONSIAM

ICS Lifestyle Complex ฉลองครบรอบ 3 ปี SIRIRAJ H SOLUTIONS ชวนดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบองค์รวม ผ่านแคมเปญ “3rd Anniversary SIRIRAJ H SOLUTIONS”

ICS Lifestyle Complex ฉลองครบรอบ 3 ปี SIRIRAJ H SOLUTIONS ชวนดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบองค์รวม ผ่านแคมเปญ “3rd Anniversary SIRIRAJ H SOLUTIONS”

ICS Lifestyle Complex ฉลองครบรอบ 3 ปี SIRIRAJ H SOLUTIONS ชวนดูแลสุขภาพเชิงป้องกันแบบองค์รวม ผ่านแคมเปญ “3rd Anniversary SIRIRAJ H SOLUTIONS”

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.03 น.

ICS Lifestyle Complex ร่วมฉลองครบรอบ 3 ปี SIRIRAJ H SOLUTIONS ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต ด้วยแคมเปญ “3rd Anniversary SIRIRAJ H SOLUTIONS : HAPPY HEALTHY HOLISTIC” ตอกย้ำแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM และผู้ใช้บริการ ทั้งบัตรเติมน้ำมัน คูปองเงินสด และโปรโมชั่นด้านสุขภาพและความงาม ระหว่างวันที่ 17 – 31 กรกฎาคม 2569 ณ SIRIRAJ H SOLUTIONS ชั้น 5 ICS Lifestyle Complex ตรงข้ามไอคอนสยาม

สุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด 

สุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Healthcare) กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มวัยทำงาน และผู้สูงอายุ สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว  ซึ่งความร่วมมือระหว่างไอซีเอสและคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลในการจัดตั้ง SIRIRAJ H SOLUTIONS ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต ถือเป็นต้นแบบของการผสานความแข็งแกร่งระหว่าง Medical Excellence และ Lifestyle Destination เพื่อให้บริการสุขภาพเชิงป้องกันเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นในชีวิตประจำวัน

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา SIRIRAJ H SOLUTIONS ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 5 ไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตรงข้ามไอคอนสยาม ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยดูแลสุขภาพลูกค้ามาแล้วกว่า 600,000 คน  ซึ่งพร้อมก้าวสู่ปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผ่านบริการที่ได้มาตรฐานจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลศิริราช ควบคู่กับนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพที่ทันสมัย มุ่งหวังส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 3 ปี SIRIRAJ H SOLUTIONS  ไอซีเอสจึงขอมอบสิทธิพิเศษผ่านแคมเปญ “3rd Anniversary SIRIRAJ H SOLUTIONS : HAPPY HEALTHY HOLISTIC” สำหรับสมาชิก ONESIAM ที่เข้ารับบริการตรวจสุขภาพ หัตถการความงาม นวดไทยแบบราชสำนัก หรือผลิตภัณฑ์ภายใน SIRIRAJ H SOLUTIONS ครบ 5,000 บาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 17 – 31 กรกฎาคม 2569 รับทันที บัตรเติมน้ำมัน PTT Station มูลค่า 300 บาท (จำกัด 1 สิทธิ์/สมาชิก/วัน รวม 300 สิทธิ์ตลอดรายการ)

นอกจากนี้ ยังได้รับ คูปองแทนเงินสดมูลค่า 50 บาท สำหรับใช้ที่ร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ร่วมรายการภายใน ICS ได้แก่ BARON’S BAR BY THE CHEESE BARON, BOWCAKE, BOOST JUICE, FUKU MATCHA, GET FRESH, HELLO YOGURT, HOPSY THAI WILD TEA, INTHANIN COFFEE, JUICE UP, KATEI SHABU, MARU WAFFLE & TOKYO BOYZ, MILLILITRE, MOLTO, OCHAYA, OLINO CREPE & TEA, QQ DESSERT, SANTA FE HAPPY STEAK, STAR ELEPHANT, STARBUCKS COFFEE, SWEETORY & YOGURT, YOGUROTO,  YONNY ร้านปลาต้มผักกาดดอง, ก๋วยเตี๋ยวตำลึงนายเอก, กาแฟพันธุ์ไทย,ชาตักวุ้น, เตี๋ยวเรือเสาวรีย์,นครเลิศรส, ปังสยาม, 9 กุ้งอบ ปูอบ-สุกี้, เสน่ห์ขนมจีน

นอกจากสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก ONESIAM แล้ว SIRIRAJ H SOLUTIONS ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านสุขภาพและความงามสำหรับผู้ใช้บริการทั่วไป ได้แก่ Electroporation Therapy (การผลักวิตามินสู่ผิวหน้า) เพื่อฟื้นฟูผิวให้สดใส ชุ่มชื้น และเปล่งประกาย  ในราคาพิเศษเพียง 600 บาท (จากปกติ 1,300 บาท) ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2569 เฉพาะวันจันทร์–ศุกร์

สำหรับผู้ที่เข้ารับบริการวัคซีนไข้เลือดออก ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 รับบัตรกำนัล Lotus’s มูลค่า 100 บาท (จำกัด 10 สิทธิ์)  และผู้ที่เข้ารับบริการวัคซีน HPV สามารถรับสิทธิ์ฉีดวัคซีน HPV 1 เข็ม รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 100 บาท จำนวน 1 ใบ เมื่อจองและเข้ารับบริการตังแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 (จำกัด 1 สิทธิ์ต่อ 1 เข็ม รวม 100 สิทธิ์ตลอดรายการ)

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมแคมเปญ “3rd Anniversary SIRIRAJ H SOLUTIONS : HAPPY HEALTHY HOLISTIC” ได้ตั้งแต่วันที่ 17 – 31 กรกฎาคม 2569 โดย SIRIRAJ H SOLUTIONS เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 22.00 น. ณ ชั้น 5 ICS Lifestyle Complex ตรงข้ามไอคอนสยาม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-414-1144 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sirirajhsolutions.com และ Facebook: SIRIRAJ H SOLUTIONS