‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766257

‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.03 น.

‘กฟก.’เตรียมพร้อมการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ นับถอยหลังการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร 2566 คาดมีเกษตรกรสมาชิกออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก

31 ตุลาคม 2566 ที่สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร กรุงเทพฯ นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick off นับถอยหลังการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร พ.ศ.2566 โดยมีผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ กฟก. เกษตรกรสมาชิก ร่วมงาน

นายสไกร เปิดเผยว่า ล่าสุดกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรได้การเตรียมความพร้อมและการรณรงค์เลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร ในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2566 เพื่อเป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จำนวน 20 คน แทนชุดเก่าที่หมดวาระไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2566 โดยมีสัดส่วนผู้แทนเกษตรกร ภูมิภาคที่ 1 ท้องที่จังหวัดในภาคเหนือ จำนวน 5 คน ภูมิภาคที่ 2 ท้องที่จังหวัดในภาคกลาง จำนวน 4 คน ภูมิภาคที่ 3 ท้องที่จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 7 คน และภูมิภาคที่ 4 ท้องที่จังหวัดในภาคใต้ จำนวน 4 คน โดยมีการเปิดรับสมัครไปแล้วระหว่างวันที่ 18 – 22 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเกษตรกรกว่า 100 คน

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกษตรกรสมาชิกที่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง และสื่อมวลชน ได้เห็นภาพและเข้าในตรงกันในการจัดการเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกรเป็นกรรมการกองทุนพื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จึงมีการจำลองหรือสาธิตการเลือกตั้งเสมือนจริง ตั้งแต่การตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การตรวจสอบรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง การกาบัตรเลือกตั้ง การหย่อนบัตรเลือกตั้ง การวินิจฉัยบัตรดี บัตรเสียของกรรมการประจำหน่วย การนับคะแนน และการประกาศผลเลือกตั้ง เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน และเป็นKick of นับถอยหลังการเลือกตั้ง โดยคาดว่าจะมีเกษตรกรสมาชิกออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก เนื่องจากมีการรณรงค์ และประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และเกษตรกรมีความตื่นตัวสูง เนื่องจากการเลือกตั้งเกี่ยวข้องกับการสร้างอาชีพ การพัฒนา และยกระดับภาคเกษตรกรรรมโดยตรง

สำหรับผู้แทนเกษตรกร เป็นองค์ประกอบหนึ่งในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนเกษตรกรสมาชิกสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ 6.8 ล้านคน ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 5.2 ล้านคนจะร่วมกำหนดนโยบายการแก้ไขปัญหาหนี้สิน และการฟื้นฟูอาชีพเพื่อพัฒนาศักยภาพของเกษตรกร ให้มีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนในการเข้ามาแก้ไขและพัฒนาภาคเกษตรกรรม ให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็งและยั่งยืนในการประกอบอาชีพ

“ขณะนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้งทั้งหมด มีความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย บริสุทธิ์ และยุติธรรม จึงขอเชิญชวนพี่น้องเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนเกษตรกร ในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00น. – 15.00 น. เข้าคูหากาเบอร์เดียว ตรวจสอบรายชื่อและหน่วยเลือกตั้งได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ/เขต หรือ กฟก.สาขาจังหวัด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบอร์ 08 0070 2334 , 08 0070 2991 หรือเว็บไซต์ http://www.frdfund.org” เลขาธิการ สำนักงาน กฟก.กล่าว ///////-005

อ.ต.ก.จัดสินค้าคุณภาพ ส่งถึงผู้บริโภคลดค่าครองชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766144

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการ “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 49 ปี พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เข้าร่วม ที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ว่าการจัดงาน “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตด้านการตลาด โดยการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรให้เชื่อมโยง
ระหว่างเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง สร้างโอกาสเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร และกระตุ้นความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวต่อว่า ได้ให้ความสำคัญในการดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างมากให้อยู่ดีมีสุข มีรายได้อย่างมั่นคง พร้อมขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับด้านการเกษตร และส่งเสริมสนับสนุนสถาบันเกษตรกรให้เกิดความเข้มแข็ง เพื่อผลักดันสินค้าที่ผ่านการคัดสรรจากเกษตรกรกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการตลาดขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ในการยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกร รวมถึงเพิ่มทักษะการพัฒนารูปแบบสินค้าและผลิตภัณฑ์ โดยใช้หลักการตลาดนำนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้

ทั้งนี้ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ได้ดำเนินงานโครงการตลาดสินค้าเกษตร เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรเกิดการเรียนรู้ สร้างเครือข่าย สร้างช่องทางการจำหน่าย เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร รวมทั้งสามารถพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่เหมาะสม และก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” ได้นำผลผลิตทางการเกษตรรวมถึงสินค้า อุปโภค-บริโภค ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผัก ผลไม้สด และกล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ จำหน่ายในราคาพิเศษ เช่น ส้มโอทับทิมสยาม จ.นครศรีธรรมราช , ทุเรียน จ.ปราจีนบุรี พริกแกง จ.สงขลา,พืชผักสวนครัว จ.ราชบุรี, สับปะรดห้วยมุ้น จ.อุตรดิตถ์ และกาแฟโรบัสต้า จ.ชุมพร เป็นต้น

‘ธรรมนัส’หารือ จับมือรมว.พาณิชย์ ปรับสมดุลต้นทุน ผลิต-ขายสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766143

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ อนุญาตให้สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เข้าพบที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ นำโดยนายมาโนช ชูทับทิม นำเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ เข้าพบและหารือถึงการลดต้นทุนอาหารสัตว์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 70% จากเมื่อครั้งก่อนที่จะเกิดการปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิต ทั้งเรื่องอาหารสัตว์และพลังงาน ส่งผลให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 17 บาท/กิโลกรัม จากเมื่อปี 2563 ราคาอาหารสัตว์สำหรับไก่ไข่ อยู่ที่ราคา 10 บาท/กิโลกรัม

สำหรับการหารือดังกล่าว เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องการให้ภาครัฐเข้าดูแลเรื่องต้นทุนการผลิต โดยต้องการให้มีการพิจารณาปรับลดต้นทุนลงบ้าง เพราะขณะนี้ราคาน้ำมัน ราคาข้าวสาลี และข้าวโพด ต่างลดลงมาแล้ว แต่ราคาอาหารสัตว์ซึ่งคิดเป็นต้นทุนมากกว่า 70% ของการเลี้ยงไก่ไข่ ยังไม่มีท่าทีที่จะลดลง

อย่างไรก็ดี รมว.เกษตรฯจะหารือประเด็นดังกล่าวกับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ เพื่อปรับสมดุลของอุตสาหกรรมการผลิตไข่ไก่ ให้มีความสมดุลระหว่างราคาผลิตและราคาที่ผู้บริโภคซื้อ เพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ได้อีกทั้งเพื่อให้เกษตรกรได้ขายสินค้าในราคาเป็นธรรม และผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป

51ปีกรมวิชาการฯมุ่งสร้างนวัตกรรมฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765913

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานวันสถาปนากรมวิชาการเกษตรครบรอบ 51 ปี โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะ เข้าร่วม ว่ามุ่งเน้นการบริหารจัดการภาคเกษตรที่ครบถ้วนทุกด้าน ตั้งแต่ดิน น้ำ พันธุ์พืช นวัตกรรม ด้วยการสนับสนุนให้ปลูกพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ พัฒนาพันธุ์พืชที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกร การใช้สารชีวภัณฑ์ลดใช้สารเคมี ประกาศสงครามกับปุ๋ยและเคมีเกษตรปลอม ตลอดจนทำสงครามกับศัตรูพืช

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวอีกว่า ในโอกาสที่กรมวิชาการเกษตรก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 6 ต้องมีอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย สามารถให้บริการตรวจสอบรับรองที่ฉับไว ห้องปฏิบัติการแห่งอนาคต “DOA Future Lab”จึงเป็นการยกระดับเทคโนโลยีนวัตกรรม ห้องปฏิบัติการที่ล้ำสมัย เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขัน ลดปัญหาและอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศด้วยการยกระดับห้องปฏิบัติการส่วนภูมิภาคให้ได้มาตรฐานระดับสากล ที่อ้างอิงได้ในระดับประเทศและระดับนานาชาติ รวมทั้งพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง สร้างคุณค่าให้กับองค์กรให้เติบโต เข้มแข็งขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์ให้กับการพัฒนาการเกษตรของประเทศอย่างมีนัยสำคัญและยั่งยืน

สำหรับแนวทางในการดำเนินงานมีโครงการที่สามารถดำเนินการได้ทันที ได้แก่ การประกาศสงครามกับศัตรูพืช เข้มงวดการตรวจสินค้านำเข้าเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย เร่งการวิจัยพัฒนาพืชที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงเพื่อยกระดับสินค้าเกษตร และเสริมศักยภาพเกษตรกร Plant Base Food ส่งเสริมการจัดการ Carbon Credit ในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร การแก้ปัญหาฝุ่น ควัน PM2.5 ภาคการเกษตร และการเตรียมการเพื่อรองรับการแก้ไขปัญหา Climate Change

เกษตรฯเปิดบ้านรับเอกชน หารือส่งออกสินค้าสัตว์ปีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765914

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ เพื่อหารือกับบริษัทไทสัน ฟู้ดส์ ประเทศไทย (Tyson Foods Thailand) ตามที่บริษัทฯ ได้ขออนุญาตเข้าพบ โดยมีนายทอดด์เมนโนติ (Mr.Todd Meotti) ผอ.อาวุโสฝ่ายประสานงานภาครัฐระดับนานาชาติ พร้อมคณะ เข้าร่วมโดยทางบริษัทฯ ขอติดตามความคืบหน้าการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของบริษัท ไทสัน ฟู้ดส์ ประเทศไทย ใน 2 ประเด็น ได้แก่ 1.การขอขึ้นทะเบียนสถานประกอบการแปรรูปเนื้อไก่ เนื้อไก่แปรรูป/ปรุงสุก ที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย เพื่อส่งออกไปยังประเทศซาอุดีอาระเบีย และ 2.การส่งออกเนื้อไก่และผลิตภัณฑ์ไปยังไต้หวัน ซึ่งประเทศไทยได้ขอเปิดตลาดเนื้อสัตว์ปีก เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกไทยให้มากขึ้น

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ อยู่ระหว่างการประสานนำส่งข้อมูลให้ฝ่ายซาอุดีอาระเบียและไต้หวัน ซึ่งจะเร่งรัดให้สำเร็จโดยเร็วและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประเทศไทยจะได้รับการตอบรับในเชิงบวก ส่วนในด้านของบริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับฝ่ายไทยในการเสริมสร้างความยั่งยืนด้านการผลิตอาหารสัตว์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อการผลักดันการส่งออกสัตว์ปีกไทยในอนาคตที่ประสบความสำเร็จและยั่งยืน

‘ธรรมนัส’รุดพบปะ เครือข่ายสลัม4ภาค เสนอตั้งคณะทำงาน แก้ปัญหาสหกรณ์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765909

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมรับฟังปัญหาของกลุ่มเครือข่ายสลัม 4 ภาค นำโดย น.ส.กรรณิการ์ ปู่จินะ และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) นำโดยนายจำนงค์ หนูพันธ์ โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายธิติ โลหะปิยะพรรณผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายมงคล สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ เครือข่ายสลัม 4 ภาคได้ติดตามความคืบหน้าการแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาการดำเนินงานสหกรณ์เพื่อบริหารที่ดินและดำเนินโครงการบ้านมั่นคง ตามที่เคยได้ยื่นหนังสือต่อ รมว.เกษตรฯ เพื่อขอให้แก้ปัญหาการดำเนินการสหกรณ์ ให้สมาชิกกลุ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์ได้ นำไปสู่การเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยและทำกินได้ โดย รมว.เกษตรฯ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการตามที่เครือข่ายได้เสนอ เพื่อช่วยเหลือในเรื่องที่ดินทำกิน ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม อย่างไรก็ดี เรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรฯ ขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด และดำเนินการตามขั้นตอนและกระบวนการกฎหมาย ด้วยความบริสุทธิ์เป็นธรรม และให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งหากตั้งคณะทำงานแล้วเสร็จจะเร่งประชุมเพื่อพิจารณาทบทวนระเบียบ หรือเงื่อนไขที่ยังทำให้ติดขัด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้น

กรมวิชาการฯขยายผล งานวิจัยใช้พืชพันธุ์ดี-เทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765912

วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้ขยายผลงานวิจัยพร้อมใช้ประโยชน์ด้านพืชพันธุ์ดีและเทคโนโลยีการผลิตพืชสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ซึ่งปัจจุบันโครงการตามแนวพระราชดำริต่างๆ ก็ยังคงได้รับการสืบสาน รักษา ต่อยอด จากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ก่อให้เกิดโครงการตามแนวพระราชดำริ มากกว่า 100 โครงการ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 หน่วยงานในพื้นที่ของกรมวิชาการเกษตรที่ได้ร่วมบูรณาการและสนองแนวพระราชดำริผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ ตัวอย่างหนึ่งของการดำเนินการขับเคลื่อนงานวิจัย คือการขยายผลการผลิตพืชพันธุ์ดีและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคมของเกษตรในพื้นที่ อ.ท่ายาง และ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยดำเนินงานภายใต้โครงการตามแนวพระราชดำริ 3 โครงการ

นายระพีภัทร์กล่าวต่อว่า พืชพันธุ์ดีและเทคโนโลยีการผลิตพืชนับเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตของเกษตรกร โดยพืชพันธุ์ดีที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรีได้กระจายพันธุ์ดีสู่เกษตรกรโดยมีโครงการตามแนวพระราชดำริเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดความรู้ ได้แก่ สับปะรดพันธุ์เพชรบุรี มีลักษณะเด่นคือให้ผลผลิตต่อไร่ สูงกว่า 5.3 ตัน รสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมเนื้อกรอบ สีเนื้อเหลืองอมส้มสม่ำเสมอ สามารถแกะแยกผลย่อยหรือตาออกจากกันง่าย และอ้อยคั้นน้ำสุพรรณบุรี 50 มีลักษณะเด่นคือให้ผลผลิตน้ำอ้อยต่อไร่สูง รสชาติดี มีกลิ่นหอม น้ำอ้อยมีสีสวยไว้ตอได้ดีไม่ต้องปลูกใหม่

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบุรี ได้ขยายผลการผลิตสับปะรดพันธุ์เพชรบุรีพร้อมเทคโนโลยีการผลิตของกรมวิชาการเกษตร คือการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และการปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันกำจัดโรคเหี่ยวในสับปะรด ตามคำแนะนำจะมีผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 7.7 ตัน ซึ่งหากมีการปลูกสับปะรดพันธุ์เพชรบุรีทดแทนพันธุ์ปัตตาเวีย จะส่งผลให้เกษตรมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 10,674บาทต่อไร่ เมื่อคำนวณพื้นที่เพาะปลูกของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ รวมกับ จ.เพชรบุรี มีพื้นที่เพาะปลูกรวม 194,000 ไร่ ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 2,071 ล้านบาท

สำหรับอ้อย ได้ดำเนินการขยายผลการผลิตอ้อยคั้นน้ำสุพรรณบุรี 50 โดยใช้เทคโนโลยีการใช้ชีวภัณฑ์แมลงหางหนีบขาวงแหวนในการควบคุมแมลงศัตรูพืช และการปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันกำจัดโรคใบขาวอ้อย ซึ่งการปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวจะมีผลผลิตน้ำอ้อยต่อไร่สูงถึง 5,960 ลิตร ส่งผลให้เกษตรมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 7,420 บาทต่อไร่ เมื่อคำนวณพื้นที่เพาะปลูกของ จ.เพชรบุรี มีพื้นที่เพาะปลูกรวม 33,300 ไร่ ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 247 ล้านบาท ปัจจุบันมีเกษตรกรที่สามารถจัดทำแปลงขยายผลเทคโนโลยีได้ 17 ราย แบ่งเป็นเกษตรกรผู้ผลิตสับปะรด 12 ราย และเกษตรกรผู้ผลิตอ้อยคั้นน้ำ 5 ราย

‘ไชยา’เปิดงานมหกรรมควายไทยเมืองหนองบัวลุ่มภูพัฒนาควายไทยไปควายโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765916

'ไชยา'เปิดงานมหกรรมควายไทยเมืองหนองบัวลุ่มภูพัฒนาควายไทยไปควายโลก

‘ไชยา’เปิดงานมหกรรมควายไทยเมืองหนองบัวลุ่มภูพัฒนาควายไทยไปควายโลก

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.48 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2566 นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าร่วม ณ บ้านโคกใหญ่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู

โดยกล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้นำหน่วยงานภายในสังกัดมาร่วมกันตรวจราชการในพื้นที่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนประชาชนในพื้นที่ สำหรับการวางแผนการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด รวมถึงเป็นการให้กำลังใจพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ โดยได้มอบถุงยังชีพจำนวน 104 ชุด และหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 7 หมู่บ้าน พร้อมทั้งมอบแนวคิดเกษตรเพิ่มมูลค่า สร้าง Storytelling ให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น อาทิ ข้าวฮาง ผ้าทอมือท้องถิ่น เป็นต้น ตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดงานมหกรรมควายไทยเมืองหนองบัวลุ่มภูพัฒนาควายไทยไปควายโลก ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวใต้ โดย การจัดงานมหกรรมควายไทยในครั้งนี้เป็นการพัฒนามูลค่าสายพันธุ์ทางปศุสัตว์ที่สำคัญ รวมถึงเป็นการจุดประกายให้คนรุ่นใหม่ในสังคมได้เห็นคุณค่าของสัตว์คู่บ้านคู่เมือง ตามวิถีชีวิตเกษตรกรไทยตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน และเป็นการแสดงศักยภาพควายไทย ที่มีความโดดเด่นทางด้านสายพันธุ์และเอกลักษณ์ให้ต่างชาติเห็นว่าควายไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งปัจจุบันควายเป็นสัตว์ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อตัวสูงกว่า 10 ล้านบาท ทั้งนี้ได้มอบหมาย กรมปศุสัตว์ ในการพัฒนาสายพันธุ์ควายไทย ให้มีความมั่นคง มีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ และเป็นสัตว์เศรษฐกิจในอนาคต เพื่อที่จะสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป

– 006

‘เกษตรฯ’เปิดจุดตรวจสินค้าเกษตรแบบบูรณาการ อ.สังขละบุรี สกัดยางพาราลอบนำเข้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765850

'เกษตรฯ'เปิดจุดตรวจสินค้าเกษตรแบบบูรณาการ อ.สังขละบุรี สกัดยางพาราลอบนำเข้า

‘เกษตรฯ’เปิดจุดตรวจสินค้าเกษตรแบบบูรณาการ อ.สังขละบุรี สกัดยางพาราลอบนำเข้า

วันอาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.35 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดจุดตรวจสินค้าเกษตรแบบบูรณาการ (ปศุสัตว์ พืช ประมง) พร้อมมอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และพบปะเกษตรกรในพื้นที่ ณ ด่านศุลกากรสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยกล่าวว่าจังหวัดกาญจนบุรีมีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระยะทาง 371 กิโลเมตร ประกอบด้วย ช่องทางเข้าออกตามธรรมชาติ 43 ช่องทาง และมีด่านชายแดนที่สำคัญ 2 ด่าน ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน อำเภอเมืองกาญจนบุรี และจุดผ่อนปรนทางการค้า ด่านพระเจดีย์สามองค์ (จุดผ่านแดนชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว) อำเภอสังขละบุรี มีพื้นที่ทำการเกษตร 12,179,968 ไร่ เป็นพื้นที่เกษตรกรรม 3,030,598 ไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ปลูกข้าว พืชไร่ พืชสวน และพืชอื่นๆ มีสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ไก่เนื้อ โคเนื้อ สุกร โคนม และแพะ มีสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ปลานิล ปลาทับทิม กุ้งขาว และกุ้งก้ามกราม

ส่วนพื้นที่ปลูกยางพาราของจังหวัดกาญจนบุรี มีจำนวน 103,705.86 ไร่ มีปริมาณผลผลิตเนื้อยางแห้งรวมทั้งจังหวัด 24,313.27 ตัน/ปี เป็นยางแผ่นดิบ 13,894.41 ตัน/ปี โดยใน อ.สังขละบุรี มีพื้นที่ปลูกยางพารา 22,858.68 ไร่ มีปริมาณผลผลิตเนื้อยางแห้ง 5,506.53 ตัน/ปี เป็นยางแผ่นดิบ 4,065.93 ตัน/ปี

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการตรวจสอบปริมาณผลผลิตยางในพื้นที่และสินค้ายางนำเข้า เพื่อควบคุมการนำเข้าให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน กยท.จังหวัด และ กยท.สาขา ที่อยู่ในพื้นที่เขตพรมแดนจะวางแผนสำรวจการผลิตยางธรรมชาติของเกษตรกรทั้งรูปแบบของผลผลิตยางที่ขาย จำแนกเป็นน้ำยางสด ยางก้อนถ้วย ยางแผ่นดิบ ซึ่งจะทำให้ทราบได้ว่าปริมาณยางที่ขายในพื้นที่นั้นๆ มียางเถื่อนปนอยู่ด้วยหรือไม่ และกำหนดเป้าหมายสำรวจข้อมูลดังกล่าวให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ กยท.ดำเนินมาตรการคู่ขนาน เพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายเข้าสู่ไทย โดยให้จัดตั้งทีมสายลับยางเพื่อทำงานร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่ เฝ้าระวังและสอดส่องการกระทำผิดกฎหมาย หากพบเบาะแสจะแจ้งแก่หน่วยงานผู้มีอำนาจดำเนินการจับกุมต่อไป อย่างไรก็ตาม กยท.พร้อมให้ความร่วมมือเพื่อจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง และจะชี้แจงให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางทราบถึงโทษการรับซื้อสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมายหรือหลีกเลี่ยงภาษี และกำกับควบคุมสถาบันเกษตรกรฯ ไม่ให้รับซื้อยางที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ กยท.จะขยายผลดำเนินการไปยังพื้นที่รอยต่อระหว่างพรมแดนอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น ระนอง ตาก และเชียงราย ด้วย

รมว.กษ. บอกด้วยว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่มีมาตรการในการพัฒนาคุณชีวิตของเกษตรกร จึงได้ขับเคลื่อนมาตรการในการตรวจจับการลักลอบการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศอย่างเข้มข้น โดยในส่วนของจังหวัดกาญจนบุรี ได้รับรายงานว่าเป็นจุดที่มีการลักลอบนำเข้าสินค้ายางพาราจากประเทศเพื่อนบ้าน กระทรวงเกษตรฯ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และการยางแห่งประเทศไทย ได้สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ จัดตั้งจุดตรวจสินค้าเกษตรแบบบูรณาการ เพื่อเป็นจุดสกัดและคัดกรองสินค้าที่นำเข้าสินค้าภาคการเกษตร ซึ่งในส่วนของการลักลอบนำยางพาราเข้ามาในราชอาญาจักร ประเทศไทยเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สินค้าภาคการเกษตรทะลักเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ที่ผ่านมามีการจับกุม ตรวจสอบและอายัติสินค้าได้หลายร้อยตัน และสำหรับมาตรการในเรื่องของยางพารา กระทรวงเกษตรฯ พร้อมขับเคลื่อนในเรื่องราคายาง โดยมาตรการตอนนี้คือต้องการระบายยางพาราออกนอกประเทศ สนับสนุนการใช้ยางพาราภายในประเทศ และที่สำคัญคือการจัดโซนนิ่งการกรีดยาง เพื่อป้องกันไม่ให้ยางล้นตลาด จึงเชื่อมั่นว่าจะทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

– 006

ภาคีชาวไร่ยาสูบปลื้ม กมธ. คลัง ดันแก้ปัญหาราคาและอัตราภาษียาสูบ พร้อมเสนอ 4 แนวทางช่วยเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765707

ภาคีชาวไร่ยาสูบปลื้ม กมธ. คลัง ดันแก้ปัญหาราคาและอัตราภาษียาสูบ พร้อมเสนอ 4 แนวทางช่วยเกษตรกร

ภาคีชาวไร่ยาสูบปลื้ม กมธ. คลัง ดันแก้ปัญหาราคาและอัตราภาษียาสูบ พร้อมเสนอ 4 แนวทางช่วยเกษตรกร

วันเสาร์ ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 15.17 น.

ภาคีชาวไร่ยาสูบปลื้ม กมธ. คลัง ดันแก้ปัญหาราคาและอัตราภาษียาสูบ พร้อมเสนอ 4 แนวทางช่วยเกษตรกร

ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบประเทศไทย เผยภายหลังร่วมประชุมกับคณะกมธ. การคลัง เสนอ 4 แนวทางแก้ไขปัญหาราคายาสูบตกต่ำ ย้ำรัฐต้องปรับราคารับซื้อให้สอดคล้องกับต้นทุน แก้ไขอัตราภาษีให้เหมาะสม เร่งปราบบุหรี่เถื่อน และผลักดันทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อเป็นโอกาสให้ชาวไร่ ชี้ปัญหาเก่ายังไม่ทันแก้ วอนรัฐอย่าเพิ่มปัญหาใหม่จากการแบนส่วนประกอบ

ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน โดยมีกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร การยาสูบแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ได้หารือเกี่ยวกับการศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหายาสูบและยาเส้นราคาตกต่ำ โดยตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบนาย กิตติทัศน์ ผาทอง กล่าวว่า

“ราคาการรับซื้อใบยาสูบไม่มีการปรับขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจมากว่า 10 ปีแล้ว สวนทางกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 หรือกว่า 12 บาทต่อกิโลกรัม ชาวไร่ยาสูบ โดยเฉพาะผู้ปลูกพันธุ์เวอร์จิเนียในภาคเหนือต้องแบกรับค่าปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย น้ำมัน เชื้อเพลิงจากไฟฟ้าและฟืน รวมถึงแรงงาน ที่กลายเป็นตัวเลขรายได้ที่ลดลงทุก ๆ ปี และพวกเราก็ยังโดนตัดโควตากว่าร้อยละ 50 ติดต่อกัน 6 ปีด้วย สถานการณ์ก็ไม่มีวี่แววที่จะดีขึ้นทั้งจากเรื่องภาษีและบุหรี่เถื่อนที่ถาโถมเข้ามา ดังนั้น การปรับราคารับซื้อให้คุ้มค่ากับต้นทุนในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด และทุกอย่างจะเกิดได้หากผู้รับซื้ออย่างการยาสูบฯ สามารถสร้างรายได้จากภาษีในอัตราที่เหมาะสม”

ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ จึงยื่น 4 ข้อเสนอ แก่คณะกรรมาธิการฯ 1) ร้องขอให้ผลักดันเรื่องการปรับขึ้นราคาใบยาสูบให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น 2) เร่งปรับให้เกิดอัตราที่เหมาะสมตามที่กระทรวงการคลังทำการศึกษาไว้ และไม่ขึ้นราคาสวนสภาพเศรษฐกิจ 3) ปราบปรามบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง จัดให้บุหรี่เถื่อนเป็นสินค้าเกษตรสำเร็จรูปลักลอบ และ 4) เสนอพิจารณาเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้การยาสูบฯ ใช้ประโยชน์จากใบยาสูบในประเทศผลิตนิโคตินทางการแพทย์ หรือใช้ใบยาเป็นส่วนประกอบของบุหรี่ไฟฟ้า และนำรายได้มาช่วยเกษตรกร

นอกจากนี้ ตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงสาธารณสุข “ห้ามเติมสารปรุงแต่งในบุหรี่”​ ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติแล้ว​ ขณะนี้กำลังรอเสนอต่อครม.​ ว่ายังเป็นร่างที่มีปัญหา มีการเลี่ยงบาลี ซึ่งอาจตีความได้ว่าไม่ให้เติมส่วนประกอบใด ๆ เลย เป็นสัญญาณที่ไม่ดี อาจทำลายอาชีพของชาวไร่ยาสูบทั้งประเทศ เพราะการบริโภคทั้งหมดคงไปอยู่ที่สินค้าทดแทน สินค้าผิดกฎหมายทั้งหมด จึงขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาจุดสมดุลและเห็นใจชาวไร่ยาสูบด้วย

โดยทาง คณะกมธ. และ สส. จากพื้นที่ปลูกยาสูบทั้งภาคเหนือและภาคอีสานได้มีการสอบถามความเห็นจากทั้งกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และการยาสูบฯ ถึงประเด็นปัญหาต่าง ๆ อีกทั้งให้เวลาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1 เดือน เพื่อกลับมานำเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาและข้อเรียกร้องของชาวไร่ยาสูบกับคณะกรรมาธิการอีกครั้งในการประชุมครั้งถัดไป

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณคณะกมธ. และสมาชิกผู้แทนราษฎรในพื้นที่ยาสูบทั่วไทยที่ช่วยทำให้ปัญหาของชาวไร่ยาสูบถูกตีแผ่ในวงกว้าง เพราะเราเหมือนเกษตรกรที่ตกสำรวจ จะออกไปเรียกร้องผ่านแบบเกษตรกรที่ปลูกพืชชนิดอื่นก็ไม่มีใครเป็นเจ้าภาพดูแล การได้เข้าร่วมประชุมให้ข้อมูลกับคณะกมธ. การเงิน การคลังฯ ในวันนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความหวังให้ชาวไร่ยาสูบได้มีกำลังใจในการประกอบอาชีพต่อไปในฤดูกาลปลูกประจำปีที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น