รองปลัดฯถกอนุกรรมการ ส่งเสริมคุณธรรมกระทรวงเกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750752

วันศุกร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2566 ว่า ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมกระทรวงเกษตรฯ ประจำปีงบประมาณ 2566 รอบ 6 เดือน มีการแจ้งแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมกระทรวงเกษตรฯ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566-2570) และแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุณธรรมกระทรวงเกษตรฯ ให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน โดยขอให้รายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมไปยังศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงเกษตรฯ

นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับรองรายงานผลการประเมินองค์กรคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ 2566 สืบเนื่องจากการประชุมครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ มีมติเห็นชอบเกณฑ์และแนวทางการประเมินชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัด คุณธรรม ประกอบด้วย 3 ระดับ ได้แก่ ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับพัฒนาคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ โดยมีตัวชี้วัด 9 ข้อ มีรายละเอียด ดังนี้ 1.องค์กรมีการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นองค์กรคุณธรรม โดยยึดมั่นในหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทย และคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู

2.องค์กรมีการกำหนดเป้าหมาย จาก “ปัญหาที่อยากแก้” และ“ความดีที่อยากทำ” ที่สอดคล้องกับหลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยและคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริตจิตอาสา กตัญญู 3.องค์กรมีการจัดทำแผนการดำเนินงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีส่วนร่วมของบุคลากร เพื่อการพัฒนาองค์กร 4.องค์กรมีผลสำเร็จของการดำเนินงานตามเป้าหมายของแผนการดำเนินงาน 5.องค์กรมีการประเมินผลหรือรายงานผลการดำเนินงาน มีการปรับปรุงหรือพัฒนา มีการทบทวนหรือถอดบทเรียน เพื่อให้การดำเนินงานมีผลสำเร็จ เพิ่มมากขึ้น 6.องค์กรมีการยกย่อง เชิดชู บุคลากรและหน่วยงาน ที่มีคุณธรรมหรือทำความดีจนเป็นแบบอย่าง

7.องค์กรมีผลสำเร็จของการดำเนินงานตามเป้าหมายของแผนการดำเนินงานเพิ่มมาก องค์กรมีบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมคุณธรรม และบุคลากรมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น 8.องค์กรมีการรวบรวมองค์ความรู้หรือผลสำเร็จการดำเนินกิจกรรมตามแผนการดำเนินงาน โดยจัดทำเป็นเอกสารและจัดทำสื่อในรูปแบบต่างๆ และ 9.องค์กรมีขีดความสามารถในการเผยแพร่เอกสารองค์ความรู้หรือผลสำเร็จการดำเนินกิจกรรม และมีความพร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับองค์กรอื่นๆ ได้ ขณะเดียวกัน ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกองค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่นของกระทรวงเกษตรฯ 1 หน่วยงานเพื่อนำผลการคัดเลือกองค์กรคุณธรรมต้นแบบ ส่งให้กรมการศาสนา

‘สุรเดช’ติดตามสถานการณ์ น้ำตาลอุตสาหกรรม-ส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750756

วันศุกร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ) ของคณะกรรมการน้ำตาลทรายพร้อมด้วยคณะกรรมการน้ำตาลทราย และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำตาลทราย อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และการส่งออกน้ำตาลทราย ที่ด่านศุลกากรเชียงแสน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมี นายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้านายอำเภอเชียงแสน และนายแสงอรุณ พงษ์แพทย์ ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร ต้อนรับ

ทั้งนี้ ได้มีการบรรยายสรุป และมีการแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น ในประเด็น 1.บทบาทหน้าที่ และภารกิจงานในกำกับดูแล มูลค่าทางการค้า การนำเข้า-ส่งออก 2.มูลค่าการส่งออกน้ำตาลทราย (จีน ลาว พม่า) ปีงบประมาณ 2561-2566 และ 3.การปฏิบัติพิธีการศุลกากรของด่านเชียงแสน

ทำยังไง? เกษตรกรขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน หรือขอสละสิทธิที่ดินเพื่อการจัดที่ดินแทนที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750622

ทำยังไง? เกษตรกรขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน หรือขอสละสิทธิที่ดินเพื่อการจัดที่ดินแทนที่

ทำยังไง? เกษตรกรขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน หรือขอสละสิทธิที่ดินเพื่อการจัดที่ดินแทนที่

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.30 น.

กรณีเกษตรกรขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อที่ดิน หรือขอสละสิทธิที่ดินเพื่อการจัดที่ดินแทนที่

ระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร การโอนหรือตกทอดทางมรดก สิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อ และการจัดการทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน พ.ศ.2564 ระบุ  “สิทธิการเช่า” หมายความว่า สิทธิตามสัญญาเช่าที่ดิน ระหว่าง เกษตรกรผู้ได้รับที่ดินในฐานะผู้เช่า กับ ส.ป.ก.ในฐานะผู้ให้เช่า ขณะที่ “สิทธิการเช่าซื้อ” หมายความว่า สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อที่ดิน ระหว่างเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินในฐานะผู้เช่าซื้อ กับ ส.ป.ก. ในฐานะผู้ให้เช่าซื้อ และระบุ “การจัดให้เข้าทำประโยชน์” หมายความว่า การจัดให้เกษตรกรเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินที่ ส.ป.ก. ออกให้แก่เกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน ซึ่งหนังสืออนุญาตดังกล่าวอาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ส.ป.ก. 4-01”

“กรณีเกษตรกรได้รับสัญญาเช่าหรือสัญญาเช่าซื้อที่ดิน” ให้เกษตรกรยื่นคำขอโอนสิทธิการเช่าหรือเช่าซื้อ ส่วนผู้ขอรับโอนก็ยื่นคำขอรับการคัดเลือกและจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาพร้อมกับคำขอของเกษตรกรนั้น สำหรับ “กรณีเกษตรกรได้รับ ส.ป.ก. 4-01” ให้เกษตรกรยื่นคำขอสละสิทธิที่ดินเพื่อการจัดที่ดินแทนที่ ส่วนผู้ขอรับการจัดที่ดินแทนที่ก็ยื่นคำขอรับการคัดเลือกและจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาพร้อมกับคำขอของเกษตรกรดังกล่าวโดย ส.ป.ก.จังหวัด จะสอบสวนสิทธิสำหรับเป็นเอกสารประกอบคำขอ หากคำขอและเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องจะแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขหรือยื่นเอกสารเพิ่มเติม หากผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในกำหนดหรือเป็นกรณีที่ไม่อาจแก้ไขได้จะมีคำสั่งปฏิเสธไม่รับคำขอพร้อมแจ้งเหตุผลและสิทธิอุทธรณ์ภายใน 15 วันนับแต่วันที่มีคำสั่ง แต่หากคำขอและเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง ก็จะไปสู่ขั้นตอนการคัดเลือกและจัดที่ดินให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน และอาจขยายระยะเวลาได้ตามความจำเป็น

โดยในขั้นตอนนี้จะมีการตรวจสอบ เช่น คุณสมบัติและข้อห้าม , การโอนสิทธิให้บุตร คู่สมรสหรือเครือญาติ, เกษตรกรผู้ได้รับที่ดิน ก่อนเสียชีวิตเคยเคยกระทำผิดสัญญาเช่าหรือสัญญาเช่าซื้อหรือฝ่าฝืนข้อห้ามตามที่ระเบียบกำหนดหรือไม่, เกษตรกรยื่นคำขอสละสิทธิของตนเพื่อให้คู่สมรส บุตร หรือเครือญาติ เป็นผู้ได้รับพิจารณาจัดที่ดินแทนที่หรือไม่ ซึ่ง “หากผ่าน” ปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ผู้ซึ่งเลขาธิการมอบหมาย) ประกาศผลการคัดเลือกและจัดที่ดินพร้อมแจ้งให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ภายใน 30 วัน โดยมีคำสั่งอนุมัติหรืออนุญาต แต่ “หากไม่ผ่าน” ก็จะมีการประกาศในลักษณะเดียวกัน แต่มีคำสั่งไม่อนุมัติหรือไม่อนุญาต

ทั้งนี้ ต้องย้ำว่า ผู้รับโอนสิทธิการเช่าหรือสิทธิการเช่าซื้อ หรือผู้รับการจัดที่ดินแทนที่ ต้องมีคุณสมบัติเป็นเกษตรกรและต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ในทรัพย์สินและหนี้สินของเกษตรกรเดิมด้วย และหากมีการฝ่าฝืน (ไม่ยอมรับ) ปฏิรูปที่ดินจังหวัดจะมีคำสั่งให้สิ้นสิทธิและให้ออกจากที่ดิน หรือกรณีไม่มีผู้รับโอนสิทธิและหน้าที่ในทรัพย์สินและหนี้สิน ให้ ส.ป.ก.จังหวัด จัดการทรัพย์สินและหนี้สิน (หากมี) และนำที่ดินมาจัดให้แก่เกษตรกรรายอื่นต่อไป!!!

– 006

‘กรมข้าว’ลุย​ Up​ S​kill​ ผู้บริหารรุ่นใหม่​ ยกระดับการบริหารงานด้านข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750428

'กรมข้าว'ลุย​ Up​ S​kill​ ผู้บริหารรุ่นใหม่​ ยกระดับการบริหารงานด้านข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ

‘กรมข้าว’ลุย​ Up​ S​kill​ ผู้บริหารรุ่นใหม่​ ยกระดับการบริหารงานด้านข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ

วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 14.26 น.

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2566​ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาผู้บริหารรุ่นใหม่​ ​โดยมี​ ผู้บริหาร​ ข้าราชการ​ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว​ เข้าร่วม​ ณ โรงแรมออโรร่า รีสอร์ท เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

อธิบดีกรมการข้าว​ เปิดเผยว่า​ กรมการข้าว​ โดยกองเมล็ดพันธุ์ข้าวมีความมุ่งมั่นในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีให้เกษตรกรได้มีใช้อย่างเพียงพอ พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าว​และถ่ายทอดวิทยาการเมล็ดพันธุ์ข้าว รวมทั้งมีการกำกับ ดูแล การดำเนินงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งประเทศ ให้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ​ ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ แต่จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยกระตุ้น คือ พัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความเข้าถึงง่ายในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร​ ซึ่งปัจจัยกระตุ้นดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงกับการบริหารราชการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำ ผู้บริหาร ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้บริหารเป็นไปด้วยความคล่องตัว ถูกต้อง เกิดประสิทธิผลการได้รับความรู้ผ่านกระบวนการสัมมนา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเข้าถึงข้อมูลจากผู้มีประสบการณ์ จึงมีความจำเป็นกับผู้บริหารในทุกยุคทุกสมัยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพผู้บริหาร ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลอย่างสูงสุด

อธิบดีกรมการข้าว​ กล่าวเพิ่มเติมว่า​ การสัมมนาในครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผู้บริหารรุ่นใหม่ให้มีความเป็นเลิศด้านภาวะผู้นำ มีทักษะในการบริหารงานและขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด และเพื่อเสริมสร้างผู้บริหารให้เป็นต้นแบบที่ดี พร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม และเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงาน สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– 006

ปลัดฯหารือกระชับสัมพันธ์ ร่วมมือสหราชอาณาจักรด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750317

ปลัดฯหารือกระชับสัมพันธ์ ร่วมมือสหราชอาณาจักรด้านเกษตร

ปลัดฯหารือกระชับสัมพันธ์ ร่วมมือสหราชอาณาจักรด้านเกษตร

วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

หารือ : นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือกับนายมาร์ก กูดดิง (H.E. Mr. Mark Gooding OBE) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย เกี่ยวกับความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-สหราชอาณาจักร รวมทั้งแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางวิชาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ฯลฯ

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเข้าพบนายมาร์ก กูดดิง (H.E. Mr. Mark Gooding OBE) เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายพิศาล พงศาพิชณ์เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) น.ส.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ และผู้เกี่ยวข้อง ที่ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย ว่ามีประเด็นหารือที่สำคัญ ประกอบด้วย 1.การประชุมหารือความร่วมมือด้านการเกษตรไทย-สหราชอาณาจักรครั้งที่ 1 โดยกระทรวงเกษตรฯ เป็นเจ้าภาพสืบเนื่องจากการลงนาม MOU ความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และการประชุมครั้งนี้ถือเป็นกลไกการหารืออย่างเป็นรูปธรรมภายหลังสหราชอาณาจักร ออกจากสหภาพยุโรป โดยทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยน ทำความเข้าใจโครงสร้างกระทรวงและความรับผิดชอบ ตลอดจนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัยอาหาร รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางวิชาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด และความปลอดภัยอาหาร เป็นต้น

2.การส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างกัน โดยสหราชอาณาจักรเป็นคู่ค้าสำคัญลำดับต้นๆ ของไทยในทวีปยุโรป และไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน เป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองประเทศจะสนับสนุนและส่งเสริมการขยายการส่งออกสินค้าเกษตรระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันสินค้าที่ไทยส่งออกไปยังสหราชอาณาจักร อาทิ ไก่แปรรูป ปลาทูน่า ปลาสคริปแจ็คปรุงแต่ง และข้าว เป็นต้น ขณะเดียวกัน ไทยได้นำเข้าสินค้าจากสหราชอาณาจักร อาทิ วิสกี้ อาหารสัตว์และอาหารเสริมที่เป็นอาหารสัตว์ แป้งข้าวโพด เป็นต้น

“ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่มีคุณภาพ รวมทั้งความปลอดภัยอาหาร เพื่อสร้างความ
เชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก กระทรวงเกษตรฯ จึงขอให้ท่านเอกอัครราชทูตฯ ช่วยประชาสัมพันธ์และสนับสนุนสินค้าเกษตรไทยต่อไป นอกจากนี้ ยังมีสินค้าเกษตรไทยที่มีศักยภาพ ที่ไทยประสงค์จะผลักดันไปยังสหราชอาณาจักร อีกหลายชนิด และหวังว่าจะสามารถเปิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพจากไทยไปสหราชอาณาจักรได้ในเร็วๆ นี้”ปลัดเกษตรฯ กล่าว

กรมชลฯเตรียมพร้อม รับมือสถานการณ์‘เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750316

วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 39,201 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 51 มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม 15,260 ล้าน ลบ.ม.หรือร้อยละ 29 ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ ที่จะต้องมีการควบคุมการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด โดยจะเน้นสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเท่านั้น ได้แก่ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนกระเสียว เขื่อนนฤบดินทรจินดา และเขื่อนปราณบุรี

ปัจจุบันหลายพื้นที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 อย่างเคร่งครัด โดยบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้มีน้ำใช้เพียงพอสำหรับใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง

ด้านโครงการชลประทานทั่วประเทศ ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ รวมถึงจัดสรรน้ำในพื้นที่ชลประทานอย่างประณีต เตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ เน้นเก็บกักน้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำต่างๆ ให้ได้มากที่สุด และเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ ไว้ประจำในพื้นที่เสี่ยง พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตและสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

‘พีรพันธ์’เร่งพัฒนาโครงการศูนย์ภูฟ้าฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750314

วันพุธ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการเกษตรโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ครั้งที่ 1/2566เพื่อพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านเกษตรโครงการศูนย์ภูฟ้าฯ ปีงบประมาณ 2567 ในประเด็นการกำหนดแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมของหน่วยราชการในสังกัด ให้สอดคล้องกับการถอดบทเรียนโครงการ รายงานผลการประเมินโครงการศูนย์ภูฟ้าฯ ปีงบประมาณ 2563-2566 และประเด็นแนวทางการดำเนินงานภายใต้แผนแม่บทโครงการศูนย์ภูฟ้าฯ ระยะ 5 ปี(พ.ศ. 2566-2570) แบ่งออกเป็น3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 (พ.ศ.2566-2567) เน้นการปรับปรุงบำรุงรักษา จุดสาธิต ระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ การถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับราษฎรในพื้นที่ทรงงาน 127 รายและราษฎรในพื้นที่ขยายผล 6 หมู่บ้าน ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน และราษฎรในพื้นที่ที่มีพระราชดำริให้ดำเนินการเพิ่มเติม คือบ้านสบปืน ต.ห้วยโก๋นและบ้านห้วยกานต์ ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2568-2569) เน้นการพัฒนาต่อเนื่องเกี่ยวกับการส่งเสริมการเกษตรให้แก่ราษฎรในพื้นที่ขยายผลในพื้นที่ 6 หมู่บ้าน ต.ภูฟ้า อ.บ่อเกลือ จ.น่าน และราษฎรในพื้นที่ซึ่งมีพระราชดำริให้ดำเนินการเพิ่มเติม

ระยะที่ 3 (พ.ศ.2570) ขยายผลองค์ความรู้ไปสู่เกษตรกรพื้นที่อื่นบริเวณโดยรอบศูนย์ฯ นอกเหนือจากพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.บ่อเกลือ และ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน รวมถึงเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์โดยมีจุดประสงค์ให้โครงการเป็นศูนย์ต้นแบบการพัฒนาและถ่ายทอดความรู้อย่างครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จในลักษณะเดียวกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

รองปลัดฯประชุมUNFSS+2 มุ่งพัฒนาความมั่นคงอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750023

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุม UN Food Systems Stocktaking Moment (UNFSS+2) ในหัวข้อ Food Systems Transformation in Practice-Successes, Challenges and the Way Forward และหัวข้อ Resilience and Future Proof of Food Systems Transformation ที่สำนักงานใหญ่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และคณะ ร่วมรับฟังตัวอย่างความสำเร็จ ความท้าทาย และแผนงานในอนาคตของประเทศสมาชิกสหประชาชาติสำหรับการดำเนินการพลิกโฉมระบบอาหาร รวมถึงแนวทางการดำเนินงานด้านความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ซึ่งมีผู้แทนประเทศสมาชิกที่ร่วมให้ข้อมูล ได้แก่ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหภาพยุโรป ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย และสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น

‘เศรษฐเกียรติ’เร่งรัด เบิกจ่ายงบประมาณ เป็นไปตามเป้าหมาย จัดทำงบฯ2567-2568

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750015

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประชุมเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2566 และการจัดทำงบประมาณ ปี 2567-2568 เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2566 เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด และติดตามการจัดทำของบประมาณรายจ่ายปี 2567-2568 ให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งที่ประชุมได้ติดตามผลการใช้จ่ายและเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2566 ของหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน ฯลฯ ประกอบด้วย ผลการใช้จ่ายและเบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมของหน่วยงาน ผลการเบิกจ่ายเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี และผลการเบิกจ่ายงบกลาง โดยให้เร่งรัดการดำเนินงานและเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2566 เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี รวมถึงงบกลางให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีการพิจารณาคำของบประมาณรายจ่ายภาพรวม ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้รับจัดสรร 119,225.6223 ล้านบาท มีโครงการ/รายการสำคัญ ปี 2567 อาทิ โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ โครงการบริหารจัดการที่ดินในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และความสมดุลการจัดการทรัพยากรที่ดิน (LDN) เป็นต้น ในส่วนคำของบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2568 ได้ดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ปีงบประมาณ 2568และจัดส่งให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้ว

กรมส่งเสริมฯจัดอบรม ปั้นเกษตรกรสู่หมอพืชชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750018

วันอังคาร ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการดำเนินงานสนับสนุนเกษตรกรเกี่ยวกับการป้องกันกำจัดศัตรูพืชของกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ได้จัดให้มีคลินิกพืช (Plant Clinic) ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่คอยให้บริการตรวจวินิจฉัยอาการผิดปกติของพืช พร้อมให้คำแนะนำในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาพบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจในการเข้ารับบริการจากคลินิกพืชเป็นอย่างดี เป็นบริการของรัฐที่มอบให้แก่เกษตรกรโดยเกษตรกรไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และยังช่วยป้องกันผลกระทบจากศัตรูพืชที่อาจทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนด้วย

อย่างไรก็ดี การทำเกษตรมักพบปัญหาอาการผิดปกติของพืชในลักษณะต่างๆ ทั้งที่เกิดจากศัตรูพืช ความไม่สมดุลของธาตุอาหาร และสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ทำให้ผลผลิตเสียหาย พืชอ่อนแอ ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ อีกทั้งปัญหาสำคัญยังพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าอาการผิดปกติของพืชที่พบเกิดจากสาเหตุอะไรและจะจัดการอย่างไร ส่งผลต่อการเลือกวิธีการจัดการที่ถูกต้องและเหมาะสม จึงหวังพึ่งสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชเป็นสำคัญ ทำให้มีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชเกินความจำเป็น ส่งผลกระทบตามมามากมาย จึงเดินหน้าสร้างหมอพืชชุมชนเพื่อเป็นผู้มีความรู้และความสามารถด้านการวินิจฉัยและจัดการศัตรูพืชเบื้องต้น โดยเฉพาะศัตรูพืชสำคัญของพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ และมีบทบาทสำคัญในการเป็นเครือข่ายสนับสนุนการดำเนินงานคลินิกพืชและที่เกี่ยวข้องระหว่างเจ้าหน้าที่หมอพืชหรือเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้การบริการด้านอารักขาพืชครอบคลุมเชื่อมโยงในทุกพื้นที่ โดยคัดเลือกตัวแทนเกษตรกรรับถ่ายทอดองค์ความรู้จากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร พร้อมกระจายความรู้ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชสู่ระดับพื้นที่ย่อย รวมถึงการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงการดำเนินงานในระดับชุมชน โดยมีเป้าหมายสร้างหมอพืชชุมชนให้ครบทุกหมู่บ้าน 75,000 หมู่บ้าน ภายในปี 2570 ทั้งนี้ ได้เริ่มขับเคลื่อนโดยการอบรมหลักสูตรหมอพืชชุมชนให้แก่เกษตรกร ใน 38 จังหวัดนำร่อง รวม 990 หมู่บ้าน

นายเข้มแข็งกล่าวอีกว่า สำหรับการจัดอบรมหลักสูตรหมอพืชชุมชนให้แก่เกษตรกรใน 38 จังหวัดนำร่อง จัดอบรมในหลักสูตรที่ 1 เป็นการเตรียมความพร้อมหมอพืชชุมชนผู้เป็นเกษตรกรให้เข้าใจการวินิจฉัยและการจัดการศัตรูพืชเบื้องต้น สามารถนำไปปรับการทำเกษตรของตน คาดว่าจะอบรมเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน 2566 เกษตรกรจะสามารถวินิจฉัยอาการผิดปกติของพืชเบื้องต้นได้ สามารถจัดการปัญหาศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสานอย่างถูกต้องเหมาะสม และให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่เกษตรกรในพื้นที่ได้

สำหรับในปี 2567 กรมส่งเสริมการเกษตรมีแผนจะอบรมต่อเนื่องให้กับเกษตรกรรายเดิมในหลักสูตรที่ 2 ให้เกิดความเชี่ยวชาญยิ่งขึ้น เป็นการวางแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถขยายไปสู่การให้บริการเกษตรกรในชุมชนภายใต้เครือข่ายคลินิกพืช อีกทั้งมีแผนขยายการสร้างหมอพืชชุมชนเพิ่มอีกไม่น้อยกว่า 20,000 หมู่บ้าน ซึ่งจะเป็นการยกระดับให้เกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปปรับใช้จริง