กรมวิชาการฯสนับสนุน ปลูกลิ้นจี่สินค้าGIนครพนม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747794

กรมวิชาการฯสนับสนุน  ปลูกลิ้นจี่สินค้าGIนครพนม

กรมวิชาการฯสนับสนุน ปลูกลิ้นจี่สินค้าGIนครพนม

วันศุกร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สนับสนุน : นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร สนับสนุนเกษตรกรปลูกลิ้นจี่พันธุ์นครพนม 1 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI จังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก 2,969 ไร่ ผลผลิตรวม 1,574 ตัน โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครพนม ยังคงคอยให้ความรู้และแก้ปัญหาให้เกษตรกร

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การปลูกลิ้นจี่ใน จ.นครพนม เป็นการขยายผลจากงานวิจัยของศูนย์วิจัยและ
พัฒนาการเกษตรนครพนม มีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ปี 2533-2535 จากการที่ลิ้นจี่พันธุ์นครพนม 1 มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว จึงได้รับขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ของจังหวัดชื่อ“ลิ้นจี่นครพนม” ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูก 2,969 ไร่ ให้ผลผลิตรวม 1,574 ตัน มูลค่า 51.8 ล้านบาทเกษตรกรมีการผลิตต้นพันธุ์จำหน่ายในราคาต้นละ40-100 บาท รวมทั้งยังมีการเลี้ยงผึ้งเพื่อจำหน่ายน้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ราคา 200 บาท/ขวด (750 มิลลิลิตร) หรือให้เช่าสวนสำหรับเลี้ยงผึ้งทำให้สามารถสร้างรายได้

นายระพีภัทร์กล่าวต่อว่า เกษตรกรยังมีปัญหาสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ลิ้นจี่ออกดอกติดผลไม่สม่ำเสมอในแต่ละปีหรือในต้นเดียวกันผลร่วงมาก ปัญหาผลแตก และแมลงศัตรูทำให้ผลผลิตต่ำหรือด้อยคุณภาพ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรนครพนมจึงได้ทำการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาและถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องโดยแนะนำการปลูกลิ้นจี่นครพนม 1 ตามคำแนะนำ (GAP)

ภายหลังการเก็บเกี่ยว ตัดแต่งกิ่งใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 46-0-0 (1:1) อัตรา2-3 กิโลกรัม/ต้น ปุ๋ยคอก 50 กิโลกรัม/ต้น หลังแตกใบอ่อนชุดสุดท้ายเข้าสู่ระยะเพสลาด (ปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน) พ่นปุ๋ยทางใบสูตร0-52-34 จำนวน 3 ครั้ง ทุก 7 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการออกดอกระยะผลเล็ก ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 46-0-0 0-0-60 (1:1:1) อัตรา 2-3 กิโลกรัม/ต้น1-2 ครั้งและก่อนเก็บเกี่ยว4-6 สัปดาห์ ใส่ปุ๋ยสูตร 0-0-60 หรือ 13-13-21 อัตรา 2-3 กิโลกรัม/ต้น1-2 ครั้ง ช่วงออกดอกและติดผลให้น้ำ200-300 ลิตร/ต้น/สัปดาห์ ตัดแต่งกิ่งปีละ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 หลังเก็บผลผลิต (เดือนพฤษภาคม) ตัดแต่งกิ่งแบบเปิดกลางทรงพุ่ม และแต่งกิ่งที่ผิดปกติออก 20-30% ครั้งที่ 2 ปลายฤดูฝน (เดือนตุลาคม) ตัดแต่งกิ่งที่อยู่ภายในทรงพุ่มและกิ่งไม่สมบูรณ์ออก 10% ให้ทรงพุ่มโปร่งแสงแดดส่องทั่วถึง

สำหรับการป้องกันกำจัดแมลงวันผลไม้และหนอนเจาะขั้วผล วิธีที่ดีที่สุดคือห่อผลด้วยถุงกระดาษห่อผลไม้สีขาวหลังติดผล 30 วัน รองลงมาคือใช้กับดักฟีโรโมนเมทิลยูจินอล 2 กับดัก/ต้นติดสูงจากพื้น 1.5 และ 2 เมตร หรือสุ่มนับผลร่วงสัปดาห์ละครั้งหลังติดผล 2 สัปดาห์ เมื่อพบการทำลายของหนอนเจาะขั้วผลมากกว่า 10% ฉีดพ่นด้วยสารคาร์บาริล 85% WP อัตรา 45 กรัม/น้ำ20 ลิตร หรือไซฟลูทริน 5% อีซี อัตรา 5 มิลลิลิตร/น้ำ20 ลิตร และระยะผลเริ่มเปลี่ยนสีฉีดพ่นด้วยปิโตเลียมออยล์ 83.9% อีซี อัตรา 40-60 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตรส่วนการรักษาผลผลิตให้แช่ผลลิ้นจี่ในกรดเกลือ (HCL) เข้มข้น 3% โซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ (SMS) เข้มข้น 1% นาน 10 นาทีผึ่งให้แห้งในที่ร่ม เก็บที่อุณหภูมิ 5 องศาฯ ความชื้นสัมพัทธ์ 90-95% สามารถรักษาได้นานถึง 30 วัน

เกษตรฯจัดงาน จิตอาสาพัฒนา ฟื้นคลองเปรมฯ เฉลิมพระเกียรติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747791

วันศุกร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมจัดโครงการจิตอาสาพัฒนาด้านการเกษตร ที่คลองเปรมประชากร ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธาน ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566 (พระชนมพรรษาครบ 71 พรรษา) มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 700 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ บุคลากรส่วนราชการ/หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ (ส่วนกลาง) จิตอาสา ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/เทศบาล เกษตรกร และประชาชนจิตอาสา

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การปล่อยขบวนจิตอาสา เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ 1.กิจกรรมทำความสะอาด ฟื้นฟูและบำรุงรักษาคลองเปรมประชากร (ช่วงหน้าวัดเปรมประชากร) 2.กิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลาลงคลองเปรมประชากรและมอบพันธุ์ปลา 3.กิจกรรมทำความสะอาดบริเวณรอบวัดเปรมประชากร 4.กิจกรรมทำความสะอาดบริเวณรอบโรงเรียนวัดเปรมปรีชา 5.กิจกรรม สาธิต/ให้ความรู้ด้านการเกษตรแก่นักเรียนโรงเรียนวัดเปรมปรีชา (การปลูกผัก การเลี้ยงปลาดุกและกบ และการทำปุ๋ยหมักจากวัชพืช/เศษอาหาร) และ 6.กิจกรรมให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแก่สัตว์เลี้ยงของประชาชน ตลอดจนนิทรรศการ “กษัตริย์เกษตร” และนิทรรศการผลการดำเนินงานจิตอาสา กระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งการร่วมกิจกรรมตามจุดสาธิตต่างๆ

รองปลัดฯจี้ติดใช้ประโยชน์งานวิจัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747792

วันศุกร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมติดตามรายงานความก้าวหน้าครั้งที่ 1 (ระยะ 2 เดือน) ด้านการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ (RU : Research Utilization) ของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิของโครงการ “การพัฒนาและขยายผลองค์ความรู้ การผลิตแมลงโปรตีน(Hermetia illucens L.) สำหรับเป็นอาหารสัตว์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต สร้างรายได้ในระดับชุมชนและพัฒนาเป็นอาหารฟังก์ชั่นในอนาคต”จัดทำโดยสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)

สำหรับโครงการ “การพัฒนาและขยายผลองค์ความรู้ การผลิตแมลงโปรตีน (Hermetia illucens L.) สำหรับเป็นอาหารสัตว์ เพื่อลดต้นทุนการ
ผลิต สร้างรายได้ในระดับชุมชนและพัฒนาเป็นอาหารฟังก์ชั่นในอนาคต”เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้กระบวนการผลิต การใช้ประโยชน์แมลงโปรตีนเพื่อเป็นอาหารสัตว์ ให้แก่กลุ่มเกษตรกร เครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฏ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการสร้างบุคลากรที่มีความรู้และสร้างวิทยากรตัวคูณในพื้นที่เป้าหมาย และขยายผลในด้านการตลาดร่วมกับกลุ่มเกษตรกร ซึ่งมีการดำเนินโครงการในระยะ 2 เดือน เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ โดยได้จัดกิจกรรม ได้แก่ 1.การประชุมชี้แจงโครงการกับนักวิจัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัย 2.การประชุมหารือความร่วมมือกับบริษัท เอกชัย ดิสทริบิวชั่น จำกัด และ 3.การฝึกอบรมการเพาะเลี้ยงแมลงโปรตีนให้แก่นักวิจัยมหาวิทยาลัยในพื้นที่เป้าหมาย โดยมีแผนดำเนินโครงการในระยะต่อไปคือถ่ายทอดองค์ความรู้การเลี้ยงและการใช้ประโยชน์จากแมลงโปรตีนให้กับนักวิจัยท้องถิ่น คัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย และติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการต่อไป

‘กรมชลฯ’เผยน้ำ มีเพียงพอใช้ แต่ต้องร่วมใจกันประหยัดน้ำรับมือ’เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747734

‘กรมชลฯ’เผยน้ำ มีเพียงพอใช้ แต่ต้องร่วมใจกันประหยัดน้ำรับมือ'เอลนีโญ'

‘กรมชลฯ’เผยน้ำ มีเพียงพอใช้ แต่ต้องร่วมใจกันประหยัดน้ำรับมือ’เอลนีโญ’

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 16.42 น.

‘กรมชลประทาน’เผยน้ำในอ่างเก็บน้ำมีเพียงพอใช้ แต่ต้องร่วมใจกันประหยัดน้ำรับมือ ‘เอลนีโญ’

3 ส.ค.2566 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ ปัจจุบัน (2 ส.ค. 66) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 39,201 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 51 มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม 15,260 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 29 ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ ที่จะต้องมีการควบคุมการใช้น้ำอย่างเคร่งครัด โดยจะเน้นสนับสนุนการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศเท่านั้น ได้แก่ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนกระเสียว เขื่อนนฤบดินทรจินดา และเขื่อนปราณบุรี ปัจจุบันหลายพื้นที่ฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาการคาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำตามมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 อย่างเคร่งครัด โดยบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ให้มีน้ำใช้เพียงพอสำหรับใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง ทางด้านโครงการชลประทานทั่วประเทศ ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ รวมถึงจัดสรรน้ำในพื้นที่ชลประทานอย่างประณีต เตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ เน้นเก็บกักน้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำต่างๆให้ได้มากที่สุด และเตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ ไว้ประจำในพื้นที่เสี่ยง พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด วางแผนการปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในอนาคตและสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน 

รองปลัดฯติดตาม ความก้าวหน้างาน หนุนอาชีพเกษตร ปัญหาชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747546

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 2/2566 ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน เป็นรายสินค้าดังนี้ 1. กาแฟ 1.1 การสนับสนุนต้นพันธุ์กาแฟในสวนมะพร้าวให้กับเกษตรกรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 1.2 ความก้าวหน้าสภาพพื้นที่การเพาะปลูกกาแฟที่ได้รับการสนับสนุน ระยะที่ 1 สนับสนุนกาแฟให้กลุ่มเกษตรกรทำไร่นาสวนผสม 12,000 ต้น 1.3 การกำหนดราคาประกันเพื่อประกันรายได้ให้กับเกษตรกร

2.พืชอาหารสัตว์ ติดตามความก้าวหน้า ความต้องการใช้พืชอาหารสัตว์ในพื้นที่ โดยใช้ข้อมูลปริมาณสัตว์ในพื้นที่และการบริโภคอาหารสัตว์ในพื้นที่ และ 3.โคเนื้อ ติดตามความก้าวหน้า การคัดเลือกกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการโคบาลชายแดนใต้

รองปลัดฯอบรมหลักสูตรวกส.รุ่น4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747550

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมพิธีเปิดอบรมหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 4 โดยมี ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร เป็นประธาน ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กทม.ว่า กระทรวงเกษตรฯ และมูลนิธิเกษตราธิการ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ได้กำหนดจัดฝึกอบรมหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) รุ่นที่ 4 โดยมีหลักสูตรครอบคลุมเนื้อหาใน 6 ด้าน ได้แก่ 1.Agriculture and Cooperatives Landscape 2.Agricultural MarketMechanisms 3.Technology and Innovation 4.Current Issues for Agriculture Development 5.Research for the Future และ 6. Leadership and Sustainability ซึ่งครอบคลุมในทุกมิติในการพัฒนาภาคการเกษตร และสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำมาซึ่งแนวทางการขับเคลื่อนภาคการเกษตรที่เป็น AgriChallenge รองรับความปกติใหม่ (New Normal to Next Normal) ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน 96 ท่าน

“การจัดทำหลักสูตรวิทยาการเกษตรระดับสูง (วกส.) เพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงสามารถขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทย ให้เป็นผู้นำในระดับนานาชาติด้วยวิทยาการเกษตร เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ ภายใต้หลักการตลาดนำการผลิตและเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อความสมดุล มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ภาคเกษตร

สร้างเครือข่ายความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นและเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนองคาพยพของภาคการเกษตรให้สามารถผลักดันการพัฒนาสินค้าและบริการด้านการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยขับเคลื่อนให้บรรลุวิสัยทัศน์ ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป” นายเศรษฐเกียรติ กล่าว

เกษตรฯจัดนิทรรศการ ชูแนวคิด‘พอเพียงยั่งยืนเพื่อโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747554

วันพฤหัสบดี ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือการเข้าร่วมงาน Sustainability EXPO 2023 (SX 2023) ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ โดยมีมติเห็นชอบกำหนดแนวคิดหลัก “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” เน้นให้เห็นถึงความท้าทายที่สำคัญต่อความมั่นคงด้านอาหาร เช่น แนวโน้มปริมาณการสูญเสียอาหารในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร (Food Loss) และขยะอาหาร (Food Waste) แนวโน้มของประชากรสูงวัย ภาวะทุพโภชนาการ และภาวะโลกร้อน โดยกระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนดำเนินการจัดการความเสี่ยง นอกจากนี้ จะมีการจัดแสดงสินค้าเกษตรที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนวัตกรรม มาพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างรายได้และสุขภาวะที่ดี เพื่อให้เกิดความตระหนัก แสวงหาวิธีการปรับตัวและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกแก่ผู้เข้าร่วมงาน พร้อมดำเนินการเพื่อความยั่งยืนของภาคการเกษตรและอาหาร อันเป็นการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้

สำหรับการจัดงาน Sustainability Expo 2023 (SX) จัดโดยบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ภายใต้หัวข้อหลัก “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” ระหว่างวันที่ 29 กันยายน-8 ตุลาคม 2566 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงาน SX 2023 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 320,000 คน โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การจัดนิทรรศการ กิจกรรมบนเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง การเรียนรู้ การจำหน่ายอาหารและสินค้า Workshop สวนสนุกสำหรับเด็ก และกิจกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างพื้นที่จัดงานกับสวนป่า โดยมีเป้าหมายเพื่อให้กลุ่มคนรุ่นใหม่มีกิจกรรมร่วมกันมุ่งเน้นสู่ความยั่งยืน

สศก.เผยผลสำเร็จวิสาหกิจฯ ปลูกข้าวมาตรฐานฯมีรายได้3.2ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747352

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายชายศักดิ์ วุฒิศักดิ์ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท. 12) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนฅนพิจิตรอินทรีย์ ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เป็นกลุ่มวิสาหกิจต้นแบบที่ประสบความสำเร็จในการผลิตข้าวอินทรีย์ตามมาตรฐานสากล ผลผลิตของกลุ่มได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล ได้แก่ มาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกา (USDA Organic),มาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรป (EU) และมาตรฐานระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา (Canada Organic Regime-COR) ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าในตลาดและสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค สำหรับกลุ่มวิสาหกิจฯ ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 ปัจจุบันมีสมาชิก 16 ราย โดยมีนายสิทธา สุขกันท์ เป็นประธานกลุ่ม และยังเป็น young smart farmer จ.พิจิตร และประธานคลัสเตอร์ข้าวฅนอินทรีย์ของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 3 ซึ่งกลุ่มวิสาหกิจฯ มีเนื้อที่เพาะปลูกรวม 300 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ได้รับรองมาตรฐานแล้วประมาณ 200 ไร่ และอีก 100 ไร่ อยู่ระหว่างตรวจสอบแปลงให้เป็นไปตามมาตรฐาน

สถานการณ์การผลิตของกลุ่มวิสาหกิจฯ พื้นที่ปลูกที่ผ่านมาตรฐานเกษตรกรจะทำการเพาะปลูกข้าวอินทรีย์ปีละ 2 รอบการผลิต โดยพันธุ์ที่นิยมปลูก คือพันธุ์ชัยนาท 1 เนื่องจากมีปริมาณแป้งสูงเหมาะสำหรับการทำผลิตภัณฑ์แปรรูปแบบเส้น สำหรับในปีเพาะปลูก 2565/66 พบว่า เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 4,747 บาท/ไร่/รอบการผลิต เกษตรกรเพาะปลูกรอบแรก ช่วงเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวช่วงเดือนกันยายน และรอบที่สองเพาะปลูกช่วงเดือนพฤศจิกายน เก็บเกี่ยวช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ได้ผลผลิตเฉลี่ย 626 กิโลกรัม/ไร่/รอบการผลิต เกษตรกรได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 8,138 บาท/ไร่/รอบการผลิต และผลตอบแทนสุทธิ (กำไร) เฉลี่ย 3,391 บาท/ไร่/รอบการผลิต ซึ่งหากคิดเป็นผลตอบแทนของกลุ่มเฉลี่ยอยู่ที่ 3,255,200 บาท/ปี

ด้านสถานการณ์ตลาด กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (MOU) กับบริษัท ลินมาร์ค จำกัด ที่มีสำนักงานในประเทศไทย และมีโรงงานตั้งอยู่ที่ จ.อำนาจเจริญ และเชียงใหม่ รับซื้อในราคา 13,000 บาท/ตัน หรือ 13 บาท/กิโลกรัม โดยกลุ่มวิสาหกิจฯ จะส่งผลผลิตข้าวเปลือกทั้งหมดให้กับบริษัท เพื่อนำไปผลิตเป็นเส้นพาสตา เส้นราเมง และเส้นก๋วยเตี๋ยว ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา แคนาดา และประเทศแถบทวีปยุโรป ซึ่งทางบริษัท ได้ชำระเงินร้อยละ 50 ของรายได้ที่กลุ่มจะได้รับที่กำหนดในสัญญา

ด้านการบริหารจัดการกลุ่มเพื่อความยั่งยืน กลุ่มวิสาหกิจฯ มีกลไกการขับเคลื่อนภารกิจและบริหารจัดการร่วมกัน มีการอบรมเสริมสร้างองค์ความรู้และต่อยอดเป็นแนวปฏิบัติ ทั้งในเรื่องของมาตรฐานสากลเพื่อการส่งออก การจัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรสมาชิกและเจ้าหน้าที่ จากบริษัทที่เป็นผู้ตรวจรับรองมาตรฐาน รวมถึงการพัฒนาและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกล้วยและอ้อยคั้นน้ำเพิ่มเติมจากการปลูกข้าว เพื่อนำรายได้มาหมุนเวียนในครัวเรือนของสมาชิก สามารถนำผลผลิตมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลายได้

ไทยเจ้าภาพถกด้านเกษตร ร่วมมือกับสหราชอาณาจักร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747350

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายไทยเป็นประธานการประชุมเตรียมการด้านสารัตถะฝ่ายไทย สำหรับการประชุมหารือด้านการเกษตร ไทย-สหราชอาณาจักร ครั้งที่ 1 ที่ฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมฯ ในเดือนสิงหาคม 2566 โดยมี ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมฯ

สำหรับการประชุมฯ ครั้งที่ 1 จะเป็นกลไกการหารืออย่างเป็นรูปธรรมภายหลังจากที่สหราชอาณาจักร ออกจากสหภาพยุโรป และเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ด้านการเกษตรอย่างเป็นทางการ ซึ่งสืบเนื่องจากที่นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ร่วมกับนางทามาร่า ฟิงเกลสไตน์ ปลัดกระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหาร และกิจการชนบท (Department for Environment, Food and Rural Affairs: DEFRA) ที่ กรุงลอนดอนสหราชอาณาจักร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ปลัดฯมอบเกียรติบัตร รวมทั้งเข็มเชิดชูเกียรติ ผู้รับรางวัลขรก.ดีเด่น สร้างขวัญและกำลังใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/747351

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีมอบเกียรติบัตรและเข็มเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2565 ของกระทรวงเกษตรฯ พร้อมกันนี้ได้มอบเกียรติบัตรและโล่เชิดชูเกียรติแก่พนักงานราชการดีเด่น รวมทั้งผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่นและพนักงานราชการดีเด่น ของสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประจำปี 2565 เพื่อเป็นการยกย่องส่งเสริมข้าราชการที่มีความประพฤติและผลการปฏิบัติงานดีเด่น รวมถึงเผยแพร่เกียรติคุณของข้าราชการดีเด่น สร้างขวัญและกำลังใจให้ข้าราชการปฏิบัติคุณงามความดีเป็นแบบอย่างที่ดี

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ได้ประกาศผลการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2565 โดยกระทรวงเกษตรฯ มีผู้ได้รับการคัดเลือก 32 ราย ในส่วนของสำนักงานปลัดฯ มีผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ได้แก่ 1.นายกิตติชัย คำขันธ์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และ 2.นายยุทธภูมิ ประสมทรัพย์ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ สถาบันเกษตราธิการ สำหรับพนักงานราชการดีเด่นของสำนักงานปลัดฯ ประจำปี 2565 ได้แก่ 1.นายธีรพล พันธุ์เปรม นักวิชาการเผยแพร่ กองเกษตรสารนิเทศ และ 2.นายบัญชา ไชยนา นิติกรสำนักกฎหมาย โดยนายประยูร กล่าวแสดงความยินดีกับข้าราชการพลเรือนดีเด่น พนักงานราชการดีเด่น และผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการคัดเลือกในครั้งนี้ด้วย