กรมฝนหลวงฯจัดทำ โครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748887

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ได้ปรับแผนตามสถานการณ์ความต้องการน้ำในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ตรงกับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผู้ขอรับบริการฝนหลวง 955 แห่ง ครอบคลุม 64 จังหวัด และปัจจุบันมีการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงกระจายทั่วทุกภูมิภาค 13 จังหวัด ใช้เครื่องบินของกรมฝนหลวงฯ 25 ลำ และเครื่องบินของกองทัพอากาศ สนับสนุนอีก 7 ลำ ปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องทุกวัน ที่ผ่านมามีพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการฝนหลวง 173.94 ล้านไร่ มีฝนตกในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 240 แห่ง (เขื่อนขนาดใหญ่ 33 แห่ง และเขื่อนขนาดกลาง 207 แห่ง) ทั้งนี้ มีแผนปฏิบัติการสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ เพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เกษตรกรรม และเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักให้เขื่อนต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสำรองไว้เป็นน้ำต้นทุน

นายสุพิศกล่าวต่อว่า นอกจากนี้มีการจัดโครงการด้านส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ใช้ชื่อว่าโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืช สร้างผืนป่า เสริมความชื้น เพิ่มโอกาสการทำฝน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2566 มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชประสงค์และพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด เกี่ยวกับ“ศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทาน” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้สร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศเพิ่มโอกาสการให้เกิดฝนและการปฏิบัติการฝนหลวง รวมถึงเป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าในการดำรงชีวิต และใช้ประโยชน์สำหรับชุมชน

สำหรับการดำเนินการโครงการฯ จะเป็นการร่วมมือทั้งภาครัฐและภาคประชาชนทั่วไป ประกอบด้วย การวางแผนกำหนดพื้นที่การโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ ได้รับความร่วมมือจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเตรียมเมล็ดพันธุ์พืชและกิจกรรมปั้นหุ้มดินเมล็ดพันธุ์พืช ได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์จากกรมป่าไม้ และจัดกิจกรรมปั้นหุ้มดินเมล็ดพันธุ์ฯ ส่งต่อให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงในแต่ละภูมิภาค เพื่อนำไปใช้ในการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศ หลังจากการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวันในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในแต่ละภูมิภาค ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม 2566 โดยกำหนดพื้นที่อุทยาน/เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 8 แห่ง สร้างความสมบูรณ์ในพื้นที่ป่าไม้ เพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศให้พื้นที่ป่าต้นน้ำและชุมชน สร้างแหล่งอาหารสัตว์ป่าและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

รองปลัดฯร่วมวง ประชุมโครงการ ‘1ชุมชน1ดิจิทัล’ ใช้โดรนทำเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748881

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือโครงการ 1 ชุมชน 1 ดิจิทัล “ชุมชนโดรนใจ” ร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) โดยมีผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ อาทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (135)

สำหรับโครงการ 1 ชุมชน 1 ดิจิทัล “ชุมชนโดรนใจ” เป็นโครงการที่รับผิดชอบโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการนำเทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรไปใช้ในการทำการเกษตรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน จ้างแรงงาน ลดระยะเวลาการทำงาน และสร้างรายได้เพิ่ม รวมทั้งพัฒนาทักษะการบินและควบคุมโดรนเพื่อการเกษตรจนเป็นผู้มีทักษะที่ได้รับใบอนุญาตประกาศนียบัตร รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถ พัฒนาทักษะและองค์ความรู้ในการซ่อมบำรุงดูแลรักษาโดรนแก่ช่างในชุมชนมุ่งนำไปสู่การเกิดธุรกิจใหม่ ตลอดจนเชิดชูเกียรติเกษตรกรหรือบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เกษตรกรและบุคคลทั่วไปในการประยุกต์ใช้งาน

นศ.มทร.ตรัง สร้างสมาร์ทฟาร์ม ควบคุมการดูแลด้วยเทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748886

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง นักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร ได้พัฒนาระบบการทำสมาร์ทฟาร์มเมล่อน โดยใช้ระบบควบคุมดูแล ฟาร์มเมล่อนด้วยเทคโนโลยี IOT (Internet of Things) ทั้งหมด ซึ่งเมล่อน เป็นผลไม้ที่มีราคาสูง เพราะว่าจะต้องใช้การดูแลเอาใจใส่อย่างพิถีถันมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะ “เมล่อนสีทอง” ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และสามารถขายได้ราคาที่ค่อนข้างดี

นายศรายุทธ ชูแก้ว นายสิทธิกรณ์ จันทร์สุขศรี และนายพาทิศฤทธิ์ทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ได้ร่วมกันคิดค้นระบบควบคุมดูแลฟาร์มเมล่อน โดยการเขียนโปรแกรมการควบคุมระบบการให้น้ำการผสมปุ๋ย การปรับอุณหภูมิด้วยการพ่นหมอกควัน เชื่อมต่อด้วยสัญญาณอินเตอร์เนต ผ่านการควบคุมบนมือถือเพื่อให้เมล่อนที่ปลูกในโรงเรือนมีการเจริญเติบโตได้ดี ลดการใช้ทรัพยากร และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การปรับระบบการให้น้ำ การใส่ปุ๋ย และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม ระบบนี้จะสามารถช่วยเกษตรกรลดการสิ้นเปลืองน้ำและปุ๋ย และเพิ่มสิทธิภาพของผลผลิต พร้อมทั้งมีการแจ้งเตือนตามกำหนดเวลาจริงที่ตั้งไว้ซึ่งเมล่อนที่ทำการทดลองปลูกคือสายพันธุ์ เรด ฮันนี่ จำนวน 75 ต้น ผลผลิตที่ได้จะมีน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม ผลสีเหลือ เนื้อสัมผัสหวาน กรอบ หอมอ่อนๆ เมื่อนำมาวัดหาค่าความหวานของเมล่อน จะได้ค่าความหวานที่ 18 องศาบริกซ์ โดยทั่วไปแล้ว เมล่อนจะมีความหวานอยู่ที่ประมาณ 14-16 องศาบริกซ์ซึ่งจะได้ความหวานสูง เพราะต้นเมล่อนมีความสมบูรณ์ และได้รับสารอาหารครบถ้วนหากเกษตรกรสนใจ เพื่อเข้าชม ศึกษาดูงาน สามารถติดต่อทางคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง หมายเลขโทรศัพท์ 080-7191950

‘อภัย’ติดตามความก้าวหน้า ผลดำเนินงานกรมการข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748883

วันพุธ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานสำคัญของกรมการข้าว โดยมีประเด็นงานที่ติดตามในที่ประชุม ได้แก่

1.งบประมาณประจำปี 2566 ได้แก่ 1.1 ผลการใช้จ่ายงบประมาณ 2566 ของกรมการข้าว 1.2 โครงการปรับปรุงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว รายการติดตั้งเครื่องจักร และอุปกรณ์ปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์คัด พันธุ์หลัก พร้อมโรงคุม 16 แห่ง วงเงิน 1,256,000,000 บาท

2.งบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2566 , 3.ความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ 4.โครงการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG 5.โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีด้วยจุลินทรีย์ไตรโคเดอร์ 6.ความก้าวหน้าการดำเนินงานคาร์บอนเครดิต และ 7.โครงการเพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปีงบประมาณ 2568 ของกรมการข้าว

กรมชลประทาน สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์ลุ่มน้ำโขง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748861

กรมชลประทาน สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์ลุ่มน้ำโขง

กรมชลประทาน สั่งเฝ้าระวังสถานการณ์ลุ่มน้ำโขง

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 20.02 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามประกาศกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ฉบับที่ 13/256 เรื่อง เฝ้าระวังผลกระทบจากระดับน้ำเปลี่ยนแปลงในแม่น้ำโขง จากการติดตามสถานการณ์น้ำแม่น้ำโขง พบว่ามีปริมาณฝนตกหนักสะสมในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง และบริเวณแขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศจีนตอนใต้ ทำให้ประเทศไทยโดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่แม่น้ำโขงตอนล่าง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงวันที่ 10 – 15 สิงหาคม 2566 ในพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี โดยมีจุดเฝ้าระวังพิเศษในเขตพื้นที่จังหวัดนครพนม ปัจจุบันมีระดับน้ำ 9.46 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 2.54 เมตร คาดการณ์ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 2.50 – 3.50 เมตร และคาดการณ์ระดับน้ำจะมีแนวโน้มล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 11 – 15 สิงหาคม 2566 นั้น

กรมชลประทาน  ได้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจมีผลกระทบต่อพื้นที่ ในเขตสำนักงานชลประทานที่ 2, 5 และ 7 ที่มีพื้นที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยจัดเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ตรวจสอบอาคารชลประทานให้พร้อมใช้งาน บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์  และเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ รถแบคโฮ/รถขุด รถเทรลเลอร์ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่เสี่ยงให้สามารถนำไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที รวมถึงกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
 
นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 ควบคู่กับการติดตามการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามภาพรวมสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง ได้รับทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

‘กรมการข้าว’จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล’สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748808

'กรมการข้าว'จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล'สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง'

‘กรมการข้าว’จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล’สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง’

วันอังคาร ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 17.20 น.

“กรมการข้าว”จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคล”สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วย นายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว นายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว คณะผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง ร่วมถวายพระพรชัยมงคล และลงนามถวายพระพร เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2566 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ บริเวณด้านหน้าอาคารกรมการข้าว

– 006

สวก.ชูแหนแดงใช้แทนปุ๋ยไนโตรเจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748387

วันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.กล่าวว่า ได้สนับสนุนทุนด้านการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ (RU : ResearchUtilization) ปีงบประมาณ 2566 ให้กรมส่งเสริมการเกษตร ขยายผลเทคโนโลยีและองค์ความรู้ของกรมวิชาการเกษตร ในการผลิตและใช้แหนแดงเพื่อลดต้นทุนการผลิต สู่เกษตรกร โดยมีการเปิดตัวโครงการฯ เพื่อมอบเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในการผลิตและใช้แหนแดง ให้หน่วยงานและเกษตรกรสามารถผลิตและใช้แหนแดงเพิ่มธาตุอาหารให้แก่ดิน ทดแทนการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน โดยถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่กลไกการขยายผล ที่ “ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชนดีเด่น” นำร่องในพื้นที่ 9 จังหวัด ก่อนขยายผลสู่เกษตรกรทั่วประเทศ

“แหนแดง” เป็นเฟิร์นลอยน้ำชนิดหนึ่ง เปรียบเสมือนโรงงานผลิตปุ๋ยไนโตรเจนทางชีวภาพ เนื่องจากมีกระบวนการตรึงไนโตรเจนของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่อาศัยอยู่ในโพรงใบของแหนแดง ทำให้แหนแดงมีประโยชน์ในด้านทดแทนหรือลดการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งแหนแดงมีไนโตรเจนสูงถึง 4.6% มากกว่าพืชตระกูลถั่วย่อยสลายเป็นธาตุอาหารให้แก่พืชได้โดยเร็ว โดยแหนแดงในนาข้าวพื้นที่ 1 ไร่ ให้น้ำหนักสดประมาณ 3,000 กิโลกรัม คิดเป็นไนโตรเจนประมาณ 6-7.5 กิโลกรัมต่อไร่ทำให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายในการใช้ปุ๋ยยูเรียได้ 13-16 กิโลกรัม มูลค่าเฉลี่ย232 บาท (ไนโตรเจน 1 กิโลกรัมเทียบเท่ากับยูเรีย 2.17 กิโลกรัม)โดยกรมวิชาการเกษตร แนะนำให้ใช้แหนแดงสายพันธุ์อะซอลล่า ไมโครฟิลล่า (Azolla microphylla) ลักษณะเด่น คือมีใบขนาดใหญ่กว่าสายพันธุ์อื่น เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว ให้ผลผลิตสูง ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนจากการใช้ปุ๋ย เพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ปรับปรุงโครงสร้างดินดีขึ้นในระยะยาว เป็นการช่วยดูแลฟื้นฟูทรัพยากรดิน สอดคล้องกับแนวทางการขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เกษตรฯ-สสส.ภาคีอาหารฯ สานพลังพลิกโฉมระบบอาหารยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748384

วันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกิจกรรม Press interview เพื่อสื่อสารแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแสดงเจตจำนงที่จะพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ในงาน Thailand Food and Agriculture Systems Stocktaking “เส้นทางสู่การพลิกโฉมระบบอาหารที่ยั่งยืนของประเทศไทย” พร้อมด้วย น.ส.นวรัตน์ เฉลิมเผ่า ผู้ช่วยผู้แทน FAO ประจำประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้อง

นายเศรษฐเกียรติ กล่าวว่า ในการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลกปี 2564 (UN Food Systems Summit : UNFSS 2021) องค์การสหประชาชาติ (UN) สนับสนุนประเทศสมาชิกขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนระบบอาหารทั้งวิธีการผลิต การกระจาย และการบริโภค เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “อิ่มและดี 2030” ซึ่งภายหลังจากการประชุมครั้งนั้นกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างการรับรู้/การเข้าใจ ประเด็น “ระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน” ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบเกษตรและอาหาร หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคีเครือข่าย สถาบัน สมาคม องค์กร และอื่นๆ จนนำไปสู่การเกิดการสร้างเครือข่าย “Partnerships” ในการขับเคลื่อน โดย สสส.นับเป็น 1 ใน “Partnerships” ที่สำคัญที่ร่วมขับเคลื่อน “ระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน” นับตั้งแต่ปี 2564 และยังมีหลายหน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อน ในด้านการวิจัยมีการดำเนินโครงการวิจัยเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาระบบอาหารของประเทศไทย (Policy Research for Thailand’s Food Systems Development) โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

สำหรับการขับเคลื่อนระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของสหประชาชาติใน 5 ประเด็น ภายใต้หัวข้อ “อิ่มและดี 2030” ประกอบด้วย 5 ด้าน ดังนี้ 1. “อิ่ม ดี ถ้วนหน้า” เข้าถึงอาหารปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ 2. “อิ่ม ดี มีสุข” ปรับเปลี่ยนวิถีการบริโภคเพื่อความยั่งยืน 3. “อิ่ม ดี รักษ์โลก” ส่งเสริมระบบการผลิตที่เพียงพอและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4. “อิ่ม ดี ทั่วถึง” ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่เสมอภาค เท่าเทียม และ 5. “อิ่ม ดี ทุกเมื่อ” สร้างระบบที่มีความยืดหยุ่นปรับตัวได้ในทุกวิกฤต

“การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นการทบทวนความก้าวหน้า แชร์ประสบการณ์ เตรียมความพร้อมในการจัดการประชุม Food and Agriculture Stocktaking Moment ระดับรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2566 ณ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization : FAO) กรุงโรม สาธารณรัฐอิตาลี และการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Summit) ก.ย. 2566 ต่อไป ซึ่งจะเป็นการทบทวนและติดตามผลการดำเนินงานดังกล่าวครั้งแรกของโลกหลังจากการประชุมสุดยอดระบบอาหาร ปี 2564 และเป็นการทบทวนประเมินความคืบหน้าในการนำเส้นทางการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารของประเทศไปใช้” รองปลัดฯ กล่าว

รองปลัดฯร่วมถก คกก.นโยบายพัฒนา โคเนื้อและกระบือ ผลิตภัณฑ์แห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748382

วันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาโคเนื้อ-กระบือและผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (Beef Board) ครั้งที่ 1/2566 ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134-135 โดยมีสาระสำคัญในการประชุม คือ 1.สถานการณ์การผลิตและการตลาดโคเนื้อ – กระบือ ในปัจจุบัน 2.สถานการณ์การค้าโคเนื้อ การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ 3. ความก้าวหน้าโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย

4.มาตรการเพื่อการคุมโรค และการบังคับใช้กฎหมายโคเนื้อและโคนำเข้า 5.โครงการตามนโยบายรัฐที่กรมปศุสัตว์ส่งเสริมสนับสนุนและผลักดัน 6.แผนปฏิบัติการด้านโคเนื้อ 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 เพื่อรักษาและขยายตลาดการบริโภคเนื้อโคไทย ผลักดันการเพิ่มปริมาณและคุณภาพโคเนื้อ และเพิ่มความมั่นคงทางด้านอาหารโคเนื้อ และ 7.แผนปฏิบัติการด้านควายไทย 5 ปี พ.ศ. 2566-2570 เพื่อการอนุรักษ์การผลิตควายปลักไทย (อนุรักษ์และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของเดิม) การผลักดันการผลิตควายตลอดห่วงโซ่ ให้มีมาตรฐาน ปลอดภัย แข่งขันได้ เพิ่มปริมาณการบริโภคและมูลค่าสินค้าปศุสัตว์ที่ผลิตจากควายไทยต่อไป

เกษตรฯร่วมประชุม คกก.น้ำตาลครั้งที่5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/748389

วันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการน้ำตาลทรายครั้งที่ 5/2566 ในฐานะกรรมการ (ผู้แทนกระทรวงเกษตรฯ) ที่ห้องประชุม 1601 ชั้น 16 กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ โดยมีนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นประธานการประชุมฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือและพิจารณาในประเด็น 1.การขอเพิ่มชนิดสินค้าเพื่อผลิตสินค้าส่งออก ปี 2566 (โดยสิทธิคงเดิม) 2.การขอเพิ่มชนิดสินค้า และขอเพิ่มสิทธิซื้อน้ำตาลทรายผลิตเพื่อการส่งออก ปี 2566,3.ขอเพิ่มสิทธิซื้อน้ำตาลทรายผลิตเพื่อการส่งออก ปี 2566 และ 4.ขอปรับลดสิทธิซื้อน้ำตาลทรายเพื่อผลิตสินค้าส่งออก ปี 2566