โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯชื่นชม‘สาโท ข้าวเหนียวดำลืมผัว และข้าวเจ้า กข41’สร้างมูลค่าเพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741091

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯชื่นชม‘สาโท ข้าวเหนียวดำลืมผัว และข้าวเจ้า กข41’สร้างมูลค่าเพิ่ม

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯชื่นชม‘สาโท ข้าวเหนียวดำลืมผัว และข้าวเจ้า กข41’สร้างมูลค่าเพิ่ม

วันอาทิตย์ ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 10.25 น.

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯชื่นชม‘สาโท ข้าวเหนียวดำลืมผัว และข้าวเจ้า กข41’สร้างมูลค่าเพิ่ม

2 กรกฎาคม 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำชาวนา องค์กรชาวนาที่ได้รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2566 เข้าเยี่ยมคารวะพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบโอวาทและนโยบาย ย้ำถึงการขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลคำนึงถึงประโยชน์ที่เกษตรกรและประชาชนจะได้รับ โดยเฉพาะการพยายามหาแนวทางที่จะทำให้เกษตรกรและประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับมากขึ้น สำหรับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การขับเคลื่อนสินค้า GI ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีนั้น

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขานรับนโยบายของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี โดยนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว มอบหมายให้นายสานิตย์ จิตต์นุพงศ์ ที่ปรึกษาอธิบดีฯ นำนายสมควร รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสุราพื้นบ้าน พร้อมคณะ เข้าศึกษาดูงานวิจัยด้านการแปรรูปข้าวที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา โดยนางสาวชวนชม ดีรัศมี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก พร้อมทีมนักวิจัย ได้นำชมงานวิจัยด้านการแปรรูปข้าวและการทดสอบรสชาติเครื่องดื่ม “สาโท” ที่ผลิตจากข้าวหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งทีมวิจัยได้คัดเลือกสายพันธุ์ข้าวที่โดดเด่นของจังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ ข้าวเหนียวดำลืมผัว และข้าวเจ้า กข41 มาแปรรูปเพิ่มมูลค่า ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาวิจัย โดยศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกจะได้ทำการวิจัยและพัฒนาเพิ่มเติมเริ่มจากข้าวหมากไปจนถึงคราฟเบียร์ต่อไป 

นายอนุชาฯ กล่าวถึงข้อมูลของศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ระบุว่า เครื่องดื่มสาโทจากข้าวเหนียวดำลืมผัว และข้าวเจ้า กข41 เป็นผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งของการดำเนินงานแผนงานวิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าสินค้าข้าว โดยนายพูลเศรษฐ์ พรโสภณ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ สังกัดศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก กองวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว ในฐานะหัวหน้าแผนงานวิจัยฯ ได้นำข้าวทั้ง 2 พันธุ์ ซึ่งเป็นข้าวที่เกษตรกรภาคเหนือตอนล่างนิยมปลูกกันโดยทั่วไปมาใช้ในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ โดยข้าวเหนียวดำลืมผัวเป็นข้าวที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวกล้องสีดำ มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เมื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตสาโทตามกระบวนการวิจัย สามารถปรับอัตราส่วนผสมให้ได้สาโทที่มีโทนสีชมพูจนถึงสีแดงคล้ายไวน์โรเซ หรือไวน์แดงจากองุ่น

ส่วนข้าวพันธุ์ กข41 เป็นข้าวเจ้าพื้นแข็งที่มีปริมาณอมิโลสสูง ค่อนข้างต้านทานต่อโรคและแมลงในเขตภาคเหนือตอนล่าง และให้ผลผลิตต่อไร่สูง เป็นพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย นิยมปลูกเป็นอย่างมาก แต่ตามปกติแล้ว เกษตรกรจะขายผลผลิตเป็นข้าวเปลือกให้กับโรงสีในราคาตามกลไกของท้องตลาดซึ่งในบางช่วงเวลาอาจได้มูลค่าไม่สูงนัก ข้าวพันธุ์นี้เมื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตสาโท จะได้สาโทที่มีลักษณะใสและมีสีออกโทนสีเหลืองเล็กน้อยคล้ายไวน์ขาว

นายอนุชา กล่าวต่อไปว่า ในการวิจัยขั้นต่อไป หัวหน้าแผนงานวิจัยฯ ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก เผยว่าจะเป็นการศึกษาในเชิงลึกเกี่ยวกับสภาวะกระบวนการผลิต เชื้อจุลินทรีย์จากลูกแป้ง สารประกอบสำคัญและสารให้กลิ่นรสต่าง ๆ การผลิตเป็นสุรากลั่นคุณภาพ และการใช้ข้าวไทยเป็นวัตถุดิบในการผลิตคราฟเบียร์ รวมไปถึงการใช้ประโยชน์จาก by-product ของกระบวนการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และนอกจากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้กล่าวมาแล้ว ทีมนักวิจัยของกรมการข้าว ยังมีเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ เพื่อเป็นการใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าว เช่น ผลิตภัณฑ์ประเภท functional food ผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือกจากข้าว และผลิตภัณฑ์จากรำข้าว เป็นต้น โดยมีเป้าหมายเมื่องานวิจัยสำเร็จ จะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ต่อยอดสู่กลุ่มเกษตรกรเป้าหมาย เพื่อสร้างนวัตกรรมระดับชุมชนในเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าข้าว กลุ่มเกษตรกรมีองค์ความรู้ และทักษะการคิดวิเคราะห์ รวมถึงทักษะการปฏิบัติในกระบวนการแปรรูปผลผลิตข้าวของชุมชน ได้เป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่กลุ่มเกษตรกรสามารถใช้ต่อยอดขยายผลทางธุรกิจได้ต่อไป

“นายกรัฐมนตรีชื่นชมการดำเนินงานแผนงานวิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าสินค้าข้าว ของศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก กรมการข้าว ที่เป็นการส่งเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าข้าว เป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่กลุ่มเกษตรกรสามารถใช้ต่อยอดขยายผลทางธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลให้ให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งตอบสนองการบริโภคในยุคปัจจุบัน สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยนายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้กรมการข้าวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ๆ เพื่อเป็นการใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าว ให้มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับสำหรับผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น และให้มีมูลค่าสูงตามความต้องการของตลาด เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืนต่อไปด้วย” นายอนุชา กล่าว 

ทั้งนี้ “สาโท” เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประเภทที่ไม่ผ่านกระบวนการกลั่น เช่นเดียวกับเครื่องดื่มสาเกของญี่ปุ่น เกิดจากกระบวนการหมักให้เกิดแอลกอฮอล์ (alcoholic fermentation) โดยจุลินทรีย์ในกลุ่มยีสต์ ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลในวัตถุดิบได้เป็นแอลกอฮอล์ เป็นเครื่องดื่มจากภูมิปัญญาที่คงอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาการผลิตให้ได้คุณภาพ และสร้างสรรค์เอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ เป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างมูลค่าให้แก่ข้าวไทย

รองปลัดฯถกคกก.แก้ปัญหาฝายราษีไศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740636

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของมวลชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2566 มีประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.ที่ประชุมรับทราบมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 เรื่อง ขออนุมัติจ่ายเงินชดเชยพิเศษแทนการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพเป็นกรณีพิเศษให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการฝายราษีไศล จ.สุรินทร์ ซึ่ง ครม.เห็นชอบตามความเห็นของสำนักงบประมาณ และให้กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับความเห็นของกระทรวงการคลัง หน่วยงานต่างๆ และคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาดำเนินการ 2.ที่ประชุมพิจารณาและเห็นชอบแนวทางการปฏิบัติตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 เรื่อง ขออนุมัติจ่ายเงินชดเชยพิเศษแทนการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพเป็นกรณีพิเศษให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการฝายราษีไศล จ.สุรินทร์ โดยเห็นควรมีคำสั่งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนมวลชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ …. /2566 ลงวันที่…มิถุนายน 2566 เรื่อง  แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดอัตราการจ่ายเงินชดเชยพิเศษแทนการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพกรณีราษฎรได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการฝายราษีไศล ตามที่กรมชลประทาน เสนอ

3.ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้แทนสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เห็นควรให้กรมชลประทาน ดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 เรื่อง อนุมัติจ่ายเงินค่าทดแทนให้แก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายหัวนา ซึ่งมีมติให้กรมชลประทาน ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์กลางในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการชลประทานของรัฐในกรณีต่างๆ กรณีที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ รวมทั้งกำหนดประเภทและวิธีการคำนวณอัตราค่าใช้จ่าย

ปลัดฯมอบความรู้เกษตรกร ใช้เทคโนโลยีลดต้นทุนผลิตข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740641

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีลดต้นทุน การผลิตด้านการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2566 พร้อมทั้งมอบรางวัลเกษตรกรดีเด่นและปัจจัยการผลิตแก่กลุ่มเกษตรกร โดยมีนายภูมิสิทธิ์ วังคีรี รอง ผวจ.นครราชสีมา นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ Korat Hall ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครราชสีมา ว่าตั้งแต่ปี 2542 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ กำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปีเป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ได้ทรงทำนุบำรุงกิจการด้านข้าวมาโดยตลอด และรำลึกถึงความสำคัญของข้าวที่เป็นพืชอาหารหลักของคนไทยมาอย่างยาวนาน รวมทั้งชาวนาที่ได้ทุ่มเทเสียสละแรงกาย แรงใจ ปลูกข้าวให้คนไทยได้มีอาหารบริโภคอย่างอุดมสมบูรณ์ตลอดมา ซึ่งชาวนาถือเป็นอาชีพที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร จึงจำเป็นต้องสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพ

“ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ปรับลดขั้นตอนการดำเนินงานและระยะเวลาให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะขั้นตอนการอนุมัติ อนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกสินค้าเกษตร ทั้งข้าว ยางพารา และผลไม้ เป็นต้น ทั้งนี้ เกษตรกรต้องพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้เทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และจำเป็นต้องมีการพัฒนาทักษะดิจิทัล โดยมีเป้าหมายยกระดับให้ชาวนาเป็นผู้ผลิต แปรรูป และขายเองได้ นอกจากนี้ยังต้องส่งเสริมการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และผลักดันการค้าขายข้าวเพื่อการส่งออกให้มากขึ้นด้วย” นายประยูร กล่าว

ทั้งนี้ กรมการข้าว เป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบงานด้านการผลิตข้าวและการพัฒนาชาวนาของประเทศทั้งระบบ มีการกำหนดยุทธศาสตร์ข้าวไทย ปี 2563-2567 เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินงานและเป็นประโยชน์ต่อชาวนามากที่สุด โดยมุ่งเน้นให้ชาวนามีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ อยู่ดีมีสุข บริหารจัดการด้านการผลิตข้าวให้มีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของตลาด มีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว รวมทั้งการผลิตข้าวให้สามารถแข่งขันได้ ขณะเดียวกันต้องส่งเสริม สนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูง ตามความต้องการของตลาด เพื่อสร้างรายได้ให้ชาวนาอย่างยั่งยืนด้วย ซึ่งการจัดงานฯ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ชาวนา เกษตรกร และประชาชนที่สนใจจะได้รับองค์ความรู้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและแปรรูปข้าว สามารถนำกลับไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการทำนาของตนเองได้

สกู๊ปพิเศษ : ส้มตำร้านริมทาง ลูกค้าเข้าร้านทั้งวัน ทำเงินรายได้ 400,000 บาทต่อเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740643

สกู๊ปพิเศษ : ส้มตำร้านริมทาง ลูกค้าเข้าร้านทั้งวัน ทำเงินรายได้ 400,000 บาทต่อเดือน

สกู๊ปพิเศษ : ส้มตำร้านริมทาง ลูกค้าเข้าร้านทั้งวัน ทำเงินรายได้ 400,000 บาทต่อเดือน

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านส้มตำชื่อร้าน “ส้มตำนัชชา” ตั้งอยู่ถนนสายขุขันธ์-โคกตาล เยื้องโรงพยาบาลขุขันธ์ ต.หนองฉลอง อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ หลังได้รับแจ้งจากลูกค้าที่มาใช้บริการที่ร้านหลายราย ว่า ร้านนี้ส้มตำอร่อย และมีอาหารหลากหลาย ไม่ได้มีแต่ส้มตำอย่างเดียว มีให้เลือกหลายเมนู ไปถึงได้พบกับ น.ส.ณัฐกานต์ ปรือปรัก อายุ 41 ปี และนายชัย สกุลพรหม อายุ 42 ปี 2 สามีภรรยา เจ้าของร้าน พร้อมด้วยพนักงาน กำลังสาละวนเร่งมือทำส้มตำ และตักขนมจีนส่งให้ลูกค้า ช่วงที่ไปนี้ลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อใส่ถุงกลับบ้าน ลูกค้าที่นั่งทานที่ร้านมีไม่มาก

ลูกค้ารายหนึ่งอาชีพข้าราชการครู กล่าวว่า เป็นลูกค้าประจำของร้านนี้มานาน เมนูที่ชอบมากๆ ก็คือตำทะเล และขนมจีนน้ำยาปู อร่อย บางวันก็มาซื้อเอง บางวันก็มานั่งทานที่ร้าน มีบ้างที่โทรมาสั่งให้ทางร้านไปส่งให้ที่โรงเรียนสั่งไปทานกับเพื่อนครู

ด้าน น.ส.ณัฐกานต์ ปรือปรัก เปิดเผยว่า ตนเปิดร้านนี้มา 2 ปีกว่า ชื่อร้านส้มตำนัชชาก็มาจากชื่อเล่นของตน ชื่อนัช ช่วงนั้นก็ยังเป็นที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ แต่รัฐบาลก็อนุโลมให้ลูกค้านั่งทานในร้านได้แล้ว มีลูกค้าน้อย จนมาถึงวันนี้ถือว่ามีลูกค้ารู้จักร้านมากขึ้นแล้วถ้าเป็นวันทำการลูกค้าก็จะมานั่งทานที่ร้านช่วงเวลาเที่ยง จะมาพร้อมกันต้องบริการให้ทัน ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ลูกค้าจะทยอยมาไม่มาแออัดกันทีเดียว ส่วนใหญ่ลูกค้าจะทานส้มตำกับขนมจีน ตนเคยทำงานอยู่โรงแรมที่จังหวัดภูเก็ต รู้วิธีทำน้ำยาปูจึงมาทำขาย

“ส้มตำก็มีตำทะเลที่ลูกค้าชอบ แต่ร้านเราก็มีหลากหลาย ทั้ง ตำไทย ตำปูปลาร้า ตำแตง ตำกระท้อน ยำกระท้อน ตำป่า ตำถั่ว ตำซั่ว ตำข้าวโพดกุ้งสด ส่วนขนมจีนจะมีน้ำยาไก่และน้ำยาปู ที่ทำเป็นเมนูประจำ นอกจากนั้นยังมีลูกชิ้นทอด เกี๊ยวทอด และกล้วยทอด ลูกค้าโทรมาสั่งให้ไปส่งก็บริการส่งถึงที่ได้ ร้านเราเปิดวันพุธถึงวันจันทร์ หยุดวันอังคาร 1 วัน ให้น้องๆที่ช่วยร้านได้พักผ่อนกัน ร้านพร้อมขายตั้งแต่ 09.30 น. เปิดไปถึงสองทุ่ม ไม่ขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก็ขอเชิญชวนทุกท่านมาลองชิมส้มตำขนมจีน ที่ร้านส้มตำนัชชาเยื้องโรงพยาบาลขุขันธ์ ยินดีต้อนรับ” น.ส. ณัฐกานต์ กล่าว

เมื่อถามถึงยอดขายในแต่ละวันได้เท่าไหร่ น.ส.ณัฐกานต์กล่าวเบาๆ ว่า เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 8,000 บาทเป็นรายได้ที่ดี เดือนละกว่าสี่แสนบาทเลยทีเดียว


ณัฐธรชนม์ สิริโชติสกุล
 

‘อภัย’ประชุมเตรียมพร้อม อนุรักษ์-จัดการช้างเลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740639

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือร่วมกับนายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมคณะอนุกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้างเลี้ยงหรือช้างบ้าน ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยระบบ Zoom meeting โดยมีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง

สำหรับประเด็นสำคัญทั้ง 2 ประกอบด้วย 1.พิจารณา (ร่าง) คำสั่งอนุกรรมการอนุรักษ์และจัดการช้างเลี้ยงหรือช้างบ้าน ที่ …./2566 จำนวน 3 คำสั่ง ได้แก่ (1) คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานด้านบริหารจัดการช้างเลี้ยงหรือช้างบ้าน (2) คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวปางช้าง และ (3) คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพ สวัสดิภาพ และการควบคุมโรคระบาดในช้างเลี้ยงหรือช้างบ้าน และ 2.พิจารณาแผนการติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะทำงานฯ

‘ประภัตร’เห็นชอบ ร่างมาตรฐานสินค้า อภิธานศัพท์อาหาร ชูคุณภาพ-ปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740640

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรครั้งที่ 2/2566 โดยมีนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายพิศาลพงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ นายประกอบ เผ่าพงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม นายฉันทานนท์วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่าที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร 4 เรื่อง ได้แก่ 1.การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มไหมอีรี 2.อภิธานศัพท์ด้านอาหาร เล่ม 1 : คุณภาพ ความปลอดภัย และการแสดงฉลาก 3.อภิธานศัพท์สุขอนามัยสัตว์บก และ 4.ระบบการวิเคราะห์อันตรายและจุดวิกฤตที่ต้องควบคุมและแนวทางการนำไปใช้ (ฉบับที่ 2) เพื่อดำเนินการประกาศเป็นมาตรฐานของประเทศต่อไป

นอกจากนี้ ยังพิจารณาเห็นชอบกำหนดให้มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุเป็นมาตรฐานบังคับ โดยใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรสำหรับหลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุเป็นมาตรฐานบังคับ พ.ศ. ….

อธิบดีโจลุยเอง!! วางหมากแก้ปัญหาด้านเมล็ดพันธุ์ ‘ข้าว’ต้องมีคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740606

อธิบดีโจลุยเอง!! วางหมากแก้ปัญหาด้านเมล็ดพันธุ์ 'ข้าว'ต้องมีคุณภาพ

อธิบดีโจลุยเอง!! วางหมากแก้ปัญหาด้านเมล็ดพันธุ์ ‘ข้าว’ต้องมีคุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.39 น.

อธิบดีโจลุยเอง! วางหมากแก้ปัญหาด้านเมล็ดพันธุ์ข้าวต้องมีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของพี่น้องชาวนาได้

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ลงพื้นที่เป็นประธานการประชุมรับฟังนโยบายและแนวทางการแก้ปัญหาในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์คัดและพันธุ์หลักปี2566 พร้อมทั้งให้กำลังใจในการทำงานและรับฟังผลการดำเนินงานปัญหา/อุปสรรคของแต่ละศูนย์ทั้ง 29 แห่ง โดยมี นางสาวกุลศิริ กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาข้าว พร้อมด้วย นายอภิชาติ เนินพลับ ผู้เชี่ยวชาญด้านปรับปรุงพันธุ์ข้าว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวทั่วประเทศทั้ง 29 แห่ง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ประธานศูนย์ข้าวชุมชน/กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ทั้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ ศูนย์วิจัยข้าวแพร่

ในการนี้ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า เราต้องรู้รักสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่วยกัน ร่วมมือกันทำเพื่อพี่น้องชาวนา พัฒนางานวิจัยออกมาให้พี่น้องชาวนาได้รับประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพของบุคคลากรของเราให้มีประสิทธิภาพ ผมพร้อมรับฟังปัญหาของทุกคนเสมอ ช่วยกันแก้ปัญหา หาแนวทางร่วมกัน ปรับกลยุทธ์การทำงานให้เป็นการทำงานเชิงรุกมากขึ้น อีกทั้งในด้านการจัดสรรงบประมาณในการขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมไปถึงเน้นย้ำกำชับให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกคนถือปฎิบัติหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบโดยสุจริต เที่ยงธรรม ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่และกระทำการใดๆที่จะนำมาเพื่อประโยชน์แก่ตนเองและประโยชน์ทับซ้อน

กรมชลฯจับมือ THAICID จัดงานขับเคลื่อนชลประทาน SMART

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740406

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วัชระ เสือดี ผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านบำรุงรักษา) กรมชลประทาน กล่าวว่า ได้ร่วมกับคณะกรรมการด้านการชลประทาน และการระบายน้ำแห่งประเทศไทย (THAICID) สมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์และหน่วยงานต่างๆ เตรียมจัดงานสัปดาห์เครือข่าย THAICID-NWIKS 2023 เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างบูรณาการ ประจำปี 2566 (The THAICID Network Week for Integrated Knowledge Sharing 2023) ในระหว่างวันที่ 3–7 กรกฎาคม 2566 ที่สถาบันพัฒนาการชลประทาน กรมชลประทาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “การขับเคลื่อนงานชลประทานและการระบายน้ำแบบ SMART สนับสนุนกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อความยั่งยืน (BCG Model) และเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (SMART Irrigation and Drainage Management complying with Thailand BCG and Carbon Neutrality)”

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวเพื่อเผยแพร่งานวิชาการด้านการชลประทานและการระบายน้ำ ตลอดจนแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างบูรณาการ ระหว่างสมาชิกเครือข่าย ที่สำคัญยังเป็นการขับเคลื่อนงานวิชาการและนวัตกรรมต่างๆ ขยายผลไปสู่ภาคปฏิบัติให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่องานชลประทานและการระบายน้ำรวมทั้งประเทศชาติในอนาคตต่อไป

สำหรับกิจกรรมหลักในงาน ประกอบด้วย วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 เปิดงานและการประชุมวิชาการ 16th THAICID National Symposium 2023 ซึ่งจะมีนักวิชาการทั้งในและต่างประเทศนำเสนอบทความคุณภาพที่ผ่านการคัดเลือกรวมกว่า 30 บทความ วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 จัดเสวนาวิชาการ หัวข้อ “การขับเคลื่อนงานชลประทานผ่านกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อความยั่งยืน (BCG Model)” พบกับผู้ขับเคลื่อน BCG ภาคเกษตรและการนำไปปฏิบัติได้จริง โดยจะให้ความสำคัญในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสังคม วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 เป็นการเสวนาหัวข้อ “อนาคตชาวนากับการทำนาแบบใช้น้ำน้อย Chapter 4” จะมีการนำเสนอการปลูกข้าวแบบ “เปียกสลับแห้งแกล้งข้าว” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการทำนาข้าวที่รักษ์โลกและช่วยเก็บกักคาร์บอนลดโลกร้อน ลดการเกิดภาวะเรือนกระจกที่ปฏิบัติได้จริง

ส่วนวันที่ 6 -7 กรกฎาคม 2566 เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “ดงตาล Software Days” เป็นการนำ
Software ใหม่ๆ มาเสนอ และชมการสาธิตเทคโนโลยี IoT ที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เช่น แอปพลิเคชั่นที่ใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียมร่วมกับระบบโทรมาตรขนาดเล็ก เพื่อนำมาใช้ประโยชน์วางแผนบริหารจัดการน้ำ เป็นต้น

‘อภัย’ติดตามส่งเสริมอาชีพ แก้ปัญหาสินค้าชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740405

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ 2566 ผ่านการประชุมทางไกลออนไลน์ (Zoom Meeting) โดยติดตามความก้าวหน้ารายสินค้าที่สำคัญ ดังนี้ 1.กาแฟ ติดตามความก้าวหน้าการปลูกกาแฟ และความต้องการปลูกกาแฟ ในสวนยางพาราและสวนมะพร้าว เกษตรกรมีความต้องการเพิ่มพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้า โดยความต้องการปลูก เป็นการส่งเสริมการปลูกกาแฟในสวนผลไม้แบบผสมผสาน/แนวริมแปลงเป็นแนวรั้วกันชน

2.พืชอาหารสัตว์ การเตรียมพื้นที่เพาะปลูกพืชอาหารสัตว์ ดำเนินการส่งเสริมให้มีการปลูกอาหารสัตว์ใช้เลี้ยงสัตว์ในระยะยาวให้มากขึ้น ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 3.โคเนื้อ การคัดเลือกกลุ่มเข้าร่วมโครงการโคบาลชายแดนใต้ ปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรส่งใบสมัครเข้าร่วมแล้ว 5 จาก 6 กลุ่ม ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสาร และจะมีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ เพื่อลงประเมินพื้นที่ต่อไป

14ปีก่อตั้งพกฉ.มุ่งต่อยอดตลาดชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740408

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พล.อ.อ.เสนาะ พรรณพิกุล ผอ.สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (พกฉ.) กล่าวว่า การดำเนินงานตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนงานพัฒนาที่เห็นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนคือการจัดตลาดเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นตลาดแห่งมิตรภาพ การแบ่งปันองค์ความรู้และจุดประกายความคิด โดยมีฟันเฟืองที่สำคัญคือพี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ผู้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและผลักดันให้งานสำเร็จเป็นผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนวิถีเกษตร พันธุกรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาและวัฒนธรรม ตลอดจนถึงเผยแพร่ขยายผลนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคการเกษตรให้กับประชาชนผู้ที่สนใจ โดยมีพิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ แห่งนี้ เป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ อีกทั้งตลาดเศรษฐกิจพอเพียง ยังเป็นพื้นที่แห่งการทดลองจำหน่ายให้เกษตรกรเป็นพ่อค้า-แม่ค้า นำผลผลิตจากสวนสู่ผู้บริโภค

จากตลาดเศรษฐกิจพอเพียงสู่ 4 ตลาดชุมชนต้นแบบ โดยพลังของเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯฝึกฝนจนชำนาญ กลับสู่การพัฒนาบ้านเกิด ซึ่งตลาดชุมชนโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ถือเป็นก้าวสำคัญของพี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ที่ต้องการเผยแพร่องค์ความรู้และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ตนได้เรียนรู้ทดลองและลงมือทำจนสำเร็จให้เกิดเป็นแบบอย่างกับคนในชุมชน และคนรุ่นใหม่

พล.อ.อ.เสนาะ กล่าวอีกว่า ในปีที่ 14 ของ พกฉ.ตั้งใจและทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการปฏิบัติงาน ทำคุณงามความดี จุดประกายในการรักชาติ รักแผ่นดิน รักสถาบันพระมหากษัตริย์และมุ่งมั่นการสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธาน ด้านการเกษตร เพื่อก้าวสู่การเป็นพิพิธภัณฑ์ชั้นนำแห่งการเรียนรู้ พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพของกษัตริย์เกษตร และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง