ปลาหมอคางดำ….กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

ปลาหมอคางดำ....กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

ปลาหมอคางดำ….กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.55 น.

ปลาหมอคางดำ….กินได้ไหม อร่อยหรือเปล่า?

ปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron หรือ Blackchin tilapia) อยู่ในความสนใจของสังคมมามากกว่า 1 ปีแล้ว ในประเด็นการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติและแนวทางการกำจัดออกจากแหล่งน้ำของไทย กรมประมงยังคงติดตามและประเมินผลของมาตรการกำจัดและควบคุมปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” และการปล่อยปลานักล่าในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงการนำปลาหมอคางดำที่จับได้มาใช้ประโยชน์ ทั้งการนำไปทำเป็นอาหารสัตว์ การทำปุ๋ยและน้ำหมักชีวภาพ ตลอดจนปรุงและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อเพิ่มมูลค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เนื้อปลาดิบมีสีขาวอมชมพู เมื่อสุกจะมีเนื้อสีขาว เนื้อแน่น ไม่เละง่าย และมีไขมันต่ำ ความสมบูรณ์และกลิ่นรสของเนื้อปลาขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายประการ เช่น ลักษณะของแหล่งน้ำ ความสมบูรณ์ของอาหารในแหล่งน้ำ และการดูแลหลังการจับ

ปลาหมอคางดำที่อาศัยในแหล่งน้ำกร่อยหรือน้ำเค็มมักมีกลิ่นรสดีกว่า เนื่องจากไม่มีกลิ่นโคลน ขณะที่ปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำจืดอาจมีกลิ่นตามธรรมชาติของปลาน้ำจืด โดยเฉพาะหากอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่ไม่สะอาด จะมีกลิ่นดินหรือกลิ่นโคลนสะสมในเนื้อปลา

วิธีการเตรียมปลาหมอคางดำทำได้เช่นเดียวกับปลาทั่วไป เริ่มจากขอดเกล็ด ตัดหัว ควักไส้ และล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อกำจัดสิ่งสกปรก จากนั้นตัดแต่งและแล่ตามรูปแบบที่ต้องการ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง อาจคลุกเกลือหรือล้างด้วยน้ำเกลือเพื่อลดกลิ่นคาว หรือใช้วิธีอื่น เช่น คลุกแป้งมันแล้วล้างออก หรือล้างด้วยน้ำโซดา หากปลายังมีกลิ่นคาวแรง ควรนำไปประกอบอาหารที่ใช้เครื่องเทศเพื่อช่วยดับกลิ่น

หัวใจสำคัญของการเตรียมปลาหมอคางดำคือความสด นอกจากการเลือกแหล่งที่มาของปลาแล้ว หากไม่นำไปปรุงอาหารทันที ควรแช่เย็นด้วยน้ำแข็งในปริมาณเพียงพอเพื่อคงความสด หรือแช่แข็งไว้หลังการตัดแต่ง การรักษาความสดช่วยให้สามารถนำปลาไปปรุงและแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ปลาแดดเดียว น้ำยาปลา ทอดมัน ไส้อั่ว ฉู่ฉี่ น้ำพริก ปลาหวาน ปลากรอบ ลูกชิ้น ปลาส้ม ปั้นสิบ ข้าวเกรียบ รวมถึงการหมักเป็นปลาร้าหรือน้ำปลาคุณภาพดี

ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่อุดมด้วยโปรตีน ย่อยง่าย และมีไขมันต่ำ เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย รายงานว่าเนื้อปลาหมอคางดำ 100 กรัม ให้พลังงาน 97 กิโลแคลอรี โปรตีน 21.6 กรัม และไขมัน 1.2 กรัม พร้อมด้วยแร่ธาตุสำคัญ ได้แก่ โพแทสเซียม 404 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 215 มิลลิกรัม โซเดียม 65 มิลลิกรัม แคลเซียม 35 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 32 มิลลิกรัม สังกะสี 1.6 มิลลิกรัม และเหล็ก 0.5 มิลลิกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับปลาหมอเทศ ปลานิล และปลาช่อน พบว่าปลาหมอคางดำมีคุณค่าทางโภชนาการไม่ด้อยกว่ากัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปลาหมอคางดำส่วนใหญ่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงควรเลือกปลาจากแหล่งน้ำที่สะอาดและปรุงให้สุกก่อนบริโภคเพื่อความปลอดภัย

การจับ การบริโภค และการแปรรูปปลาหมอคางดำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่อยู่ใกล้บ้าน หรือที่อยู่ในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำจะเป็นการช่วยเพิ่มทั้งการจับปลาและการบริโภคได้เป็นอย่างดี เป็นการสนับสนุนเป้าหมายของกรมประมงในการลดปริมาณปลาหมอคางดำในธรรมชาติ และยังอาจช่วยลดรายจ่ายและสร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือน เกษตรกร ชุมชนอย่างยั่งยืน

#ผศ.ดร.นันทิภา พันธุ์สวัสดิ์ ภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ที่มา: เฟซบุ๊ก สำนักอนามัย https://www.facebook.com/share/p/1FFd44GpFL/

‘โฆษก ก.เกษตรฯ’ เผย ‘ธรรมนัส’ สั่ง กสส. ประสาน ธกส. ดำเนินมาตรการโครงการสินเชื่อฯ นำร่อง จ.ร้อยเอ็ด

‘โฆษก ก.เกษตรฯ’ เผย ‘ธรรมนัส’ สั่ง กสส. ประสาน ธกส. ดำเนินมาตรการโครงการสินเชื่อฯ นำร่อง จ.ร้อยเอ็ด

‘โฆษก ก.เกษตรฯ’ เผย ‘ธรรมนัส’ สั่ง กสส. ประสาน ธกส. ดำเนินมาตรการโครงการสินเชื่อฯ นำร่อง จ.ร้อยเอ็ด

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 16.36 น.

29 ตุลาคม 2568 ดร.เอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการกำหนดการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในฤดูกาลผลิต 2568/69

แต่ยังไม่สามารถจัดประชุมได้ เนื่องจากในขณะนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อยู่ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่ประเทศเกาหลีใต้ และยังไม่มีคำสั่งแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีท่านใด เป็นผู้รับผิดชอบแทนในคณะกรรมการชุดดังกล่าว ดังนั้นการประชุม นบข. จึงต้องรอให้นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเสียก่อน

ดร.เอกภาพ กล่าวต่อว่า  แต่สำหรับในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ นั้น  เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันต่อความต้องการของเกษตรกร ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรฯ  จึงได้มีบัญชาและมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ประสานงานกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินมาตรการโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม นำร่องในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดแล้ว และจะเริ่มดำเนินการทั่วประเทศอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

ทั้งนี้ สำหรับโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 ตามมติที่ประชุมครม. (19 ส.ค.68) โดยราคาสินเชื่อข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 13,000 บาท/ตัน ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ 11,500 บาท/ตัน ข้าวเจ้า 8,000 บาท/ตัน ข้าวปทุมฯ 9,000 บาท/ตัน ข้าวเหนียว 10,000 บาท/ตัน

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.16 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการเกษตร พร้อมด้วย นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธีเพื่อน้อมกราบถวายอาลัย พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้อง 115) อาคาร 1 ชั้น 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.06 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ภายในพิธีมี นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) นางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์ รองเลขาธิการ มกอช. ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองเลขาธิการ มกอช.พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.02 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 09.13 น. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก.พร้อมด้วย นายสุรชัย ยุทธชนะ , นายวัฒนา มังธิสาร , นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก.ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) พร้อมด้วย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ) นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธี ณ ห้องประชุม 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

– 006

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร'ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.35 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ห้อง 115) อาคาร 1 ชั้น 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี

– 006

‘อธิบดีฝนหลวง’เป็นประธานในพิธีมอบปีกฝนหลวงพิเศษ ประจำปี 2568

'อธิบดีฝนหลวง'เป็นประธานในพิธีมอบปีกฝนหลวงพิเศษ ประจำปี 2568

‘อธิบดีฝนหลวง’เป็นประธานในพิธีมอบปีกฝนหลวงพิเศษ ประจำปี 2568

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.30 น.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานในพิธีมอบปีกฝนหลวงพิเศษ ประจำปี 2568 โดยมี นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ นายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ ผู้บริหาร และผู้เข้าร่วมพิธีจากหน่วยงานสังกัดต่าง ๆ ได้แก่ ข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงศึกษาธิการ กองทัพบก กองทัพอากาศ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และหน่วยงานภาคเอกชน เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว ณ ห้องประชุมหยาดพิรุณ ชั้น 3 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งในพิธีการประกอบด้วย พิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การรับปีกฝนหลวงพิเศษพระราชทานเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และการมอบเกียรติบัตร

นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่ากรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจเฉพาะด้านในการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในพื้นที่การเกษตร พื้นที่ป่าไม้ เขื่อนเก็บกักน้ำ และช่วยบรรเทาภัยพิบัติ ทั้งในด้านปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หมอกควันไฟป่า ตลอดจนการบรรเทาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวเป็นการรับสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งฝนหลวง” ผู้ทรงริเริ่มโครงการพระราชดำริฝนหลวงในการการแก้ไข บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด ช่วยเหลือราษฎร ที่ประสบความเดือดร้อน ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร ซึ่งกรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดมา และการดำเนินภารกิจด้านต่าง ๆ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีอย่างสมบูรณ์ไม่ได้ หากไม่ได้รับการประสานงาน การช่วยเหลือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมบูรณาการกัน ทั้งด้านข้อมูล บุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ ตลอดจนงานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งกรมฯ ได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือจากผู้ร่วมกันทำคุณประโยชน์และสนับสนุนภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้วยดีเสมอมา

นายราเชน กล่าวต่อด้วยว่า ในนามกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับปีกฝนหลวงพิเศษทุกท่าน ซึ่งปีกฝนหลวงพิเศษนี้ ถือเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงเกียรติประวัติในการสนองงานโครงการพระราชดำริฝนหลวง การปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนภารกิจของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในด้านต่างๆ อาทิ ด้านข้อมูลสภาพอากาศ ข้อมูลความต้องการน้ำ ด้านบุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ การวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เป็นประโยชน์ต่อประชาชน สังคม และประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ-ลงนามถวายความอาลัย’สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพุธ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.24 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันพุธที่ 29 ตุลาค 2568 เวลา 09.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าร่วมพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีฯ พร้อมด้วยนายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมในพิธีฯ โดยพร้อมเพรียงกัน ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 115 อาคาร 1 ชั้น 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ

ทั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “แม่แห่งแผ่นดินไทย” อันเป็นที่เคารพรักและเทิดทูนของปวงชนชาวไทยทั้งชาติ

กรมการข้าวเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมข้าวไทยสู่ยุคดิจิทัล เตรียมจับมือเอกชนและสถาบันการศึกษาวิจัยร่วมในปี 2570

กรมการข้าวเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมข้าวไทยสู่ยุคดิจิทัล เตรียมจับมือเอกชนและสถาบันการศึกษาวิจัยร่วมในปี 2570

กรมการข้าวเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมข้าวไทยสู่ยุคดิจิทัล เตรียมจับมือเอกชนและสถาบันการศึกษาวิจัยร่วมในปี 2570

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 21.01 น.

กรมการข้าวเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมข้าวไทยสู่ยุคดิจิทัล เตรียมจับมือเอกชนและสถาบันการศึกษาวิจัยร่วมในปี 2570 

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมการข้าว ให้การต้อนรับ นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ และผู้แทนศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อหารือแนวทางพัฒนาการผลิตข้าวของเกษตรกรไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรยุคดิจิทัล

นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่า ปัจจุบันข้าวไทย ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ประกอบกับต้นทุนการผลิตสูง เป็นผลมาจากราคาปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น และเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมการข้าวจึงเร่งดำเนินการแก้ไข โดยการดึงทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการการทำงานเพื่อหาทางออกร่วม ซึ่งกรมการข้าวมีแนวทางการส่งเสริมงานวิจัย โดยร่วมกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาพันธุ์ข้าวคุณภาพสูงที่ตรงตามความต้องการของตลาดโลก โดยจะเริ่มดำเนินการนำร่องภายในปีงบประมาณ 2569 ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพศูนย์ข้าวชุมชนกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศให้มีความเข้มแข็ง สามารถบริหารจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งกรมการข้าวมุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมข้าวไทย ให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคง พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตข้าวคุณภาพในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

▫️อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อไปว่า ในการประชุมครั้งนี้ กรมการข้าวมีความเห็นพ้องต้องกันกับนายปีติพงศ์ และคณะ ที่ว่าภาคการเกษตรจะต้องปรับตัวจากระบบดั้งเดิมสู่เกษตรยุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นหลัก การผลิตข้าวของไทยควรมุ่งเน้นตลาดเฉพาะ เช่น ข้าวสุขภาพ ข้าวที่มีคุณสมบัติพิเศษ หรือข้าวนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก โดยกรมการข้าวจะจัดทีมคณะทำงานวิจัยในการทำงานร่วมกัน โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อเริ่มโครงการในปีงบประมาณ 2570

‘สุชาติ’นั่งหัวโต๊ะถกแนวทาง เจรจานำ’ช้างไทย’ในศรีลังกา กลับประเทศให้เร็วที่สุด

'สุชาติ'นั่งหัวโต๊ะถกแนวทาง เจรจานำ'ช้างไทย'ในศรีลังกา กลับประเทศให้เร็วที่สุด

‘สุชาติ’นั่งหัวโต๊ะถกแนวทาง เจรจานำ’ช้างไทย’ในศรีลังกา กลับประเทศให้เร็วที่สุด

วันอังคาร ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 17.48 น.

“รองนายกฯสุชาติ”นั่งหัวโต๊ะหารือแนวทาง เจรจานำช้างไทยในศรีลังกากลับสู่ประเทศไทยให้ดีที่สุดและเร็วที่สุด

วันนี้ (28 ตุลาคม 2568) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อเจรจาขอนำช้างไทยทูตสันถวไมตรีจากสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา กลับประเทศไทย ร่วมกับผู้แทนกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กลุ่มทวงคืนช้างไทย มูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา สถานเอกอัครทูต ณ กรุงโคลัมโบ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ และองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยที่ประชุมได้รับฟังข้อมูลความเป็นอยู่ของช้างไทยทูตสันถวไมตรีทั้ง 2 เชือก ได้แก่ “พลายประตูผา” และ “พลายศรีณรงค์” จากกลุ่มทวงคืนช้างไทย พร้อมหารือแนวทางการเจรจาในการนำช้างไทยทั้ง 2 เชือก กลับคืนสู่ประเทศไทยด้วยแนวทางที่ละมุนละม่อมเป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ประเทศ โดยจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดำเนินการร่วมกัน โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และมีอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นรองประธาน เพื่อให้ได้ข้อสรุปแนวทางในการเจรจาที่ดีที่สุด และนำช้างไทยทั้ง 2 เชือก กลับสู่ประเทศไทยได้เร็วที่สุด

– 006