ทม.บุรีรัมย์มอบเกียรติบัตร ‘แม่ตัวอย่างประจำชุมชน’ เฉลิมพระเกียรติ12ส.ค.65

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672833

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ เป็นประธานพิธีมอบเกียรติบัตรและช่อดอกไม้ เชิดชูคุณธรรม ให้กับแม่ตัวอย่างประจำชุมชน เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ทั้ง 18 ชุมชน เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา วันที่ 12 ส.ค. 2565 หรือ วันแม่แห่งชาติ ที่ห้องประชุม ชั้น 4 สำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเทศบาลเมือง (ทม.) บุรีรัมย์ ได้จัดกิจกรรมเชิดชูคุณธรรมแม่ตัวอย่างประจำชุมชน โดยให้คณะกรรมการชุมชนพิจารณาคัดเลือกแม่คุณธรรมตัวอย่างประจำชุมชน จำนวน 18 ชุมชนชุมชนละ 1 คน รวมทั้งสิ้น 18 คน

โดยมี นางอรพิน ไกรรณภูมิ ประธานชมรมแม่ดีเด่นแห่งชาติจ.บุรีรัมย์ นางกนกวรรณ วงศ์ทองศรี ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี ต.ในเมือง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ประธานสภาเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วน พนักงานเทศบาล ประธานชุมชนและประชาชนในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ร่วมแสดงความยินดี

ทั้งนี้ เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที แสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเทิดทูนพระคุณแม่และยกย่องบทบาทของแม่ที่มีต่อครอบครัวและสังคม เพื่อให้ลูกได้แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อแม่และประกอบกิจกรรมความดีเพื่อแม่ และเพื่อให้ผู้เป็นแม่ได้สำนึกในหน้าที่ และความรับผิดชอบของตนในฐานะเป็นแม่

เกษตรฯรุกขับเคลื่อน 4โครงการเร่งพัฒนา โมเดลเศรษฐกิจBCG นำร่องในพื้นที่ราชบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672834

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.ได้สนับสนุนทุนวิจัย 4 โครงการ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG สาขาเกษตรแบบบูรณาการเชิงพื้นที่ (Area based) จ.ราชบุรี ได้แก่ 1.โครงการ Sandbox ในการวางระบบการควบคุมโรคและฟื้นฟูฟาร์มสุกรที่ได้รับผลกระทบจากโรคปากและเท้าเปื่อยและโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรในพื้นที่นำร่อง จ.ราชบุรี 2.โครงการพัฒนาระบบการเพิ่มผลผลิตกุ้งก้ามกรามขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มมูลค่าและเสริมสร้างศักยภาพการส่งออก พัฒนาระบบการจัดการ การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามให้สามารถเพิ่มสัดส่วนผลผลิตกุ้งก้ามกรามขนาดใหญ่

3.โครงการสร้างแปลงต้นแบบแม่พันธุ์และการพัฒนาระบบตรวจรับรองพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม GI จ.ราชบุรี พัฒนาระบบตรวจรับรองพันธุ์มะพร้าวน้ำหอม GI จ.ราชบุรี และจัดทำฐานข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งยีนความหอม และสาระสำคัญของมะพร้าวน้ำหอมในแปลงปลูก และ 4.โครงการออกแบบและพัฒนาเครื่องพ่นสารชีวภาพกำจัดศัตรูพืชแบบเดินตาม เพื่อการผลิตผักปลอดภัย พัฒนาอุปกรณ์ชนิดใหม่ทดแทนวิธีการพ่นแบบเดิม ซึ่งทั้ง 4 โครงการ มีเป้าหมายเพื่อให้เป็นโมเดลการบริหารจัดการ การผลิตทางการเกษตร และส่งเสริมการเกษตรเชิงพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับ BCG ในพื้นที่นำร่อง จ.ราชบุรี สร้างความมั่นคงทางอาชีพให้แก่เกษตรกร สร้างรายได้และเป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

พิพิธภัณฑ์เกษตรฯร่วมสานต่องาน‘แม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672829

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พล.อ.อ.เสนาะ พรรณพิกุล ผอ.สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จ.ปทุมธานี กล่าวว่าได้จัดงานตลาดเศรษฐกิจพอเพียง “สานต่องานแม่” เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 90 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2565 พร้อมเปิดอบรมวิชาของแผ่นดิน และการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างอาชีพ สร้างรายได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ศึกษา เรียนรู้และร่วมกันอนุรักษ์พรรณไม้มงคลและทรงคุณค่านี้สืบต่อไป

ส่วนนิทรรศการ “จากเส้นด้ายสู่ลายผ้า” ผ่านพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง(Virtual Museum) ที่ถ่ายทอดหัตถกรรมโบราณจากเส้นด้ายผ่านกี่ทอ ร้อยเรียงเป็นลายผ้าถ่ายทอดอัตลักษณ์ของท้องถิ่น มรดกอันล้ำค่าของชนชาวไทยด้วยมรดกงานฝีมืออันลือเลื่องสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงได้ทรงส่งเสริมกลุ่มสตรีได้มีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ด้วยงานหัตถกรรมที่ถนัด อันเป็นการส่งต่อภูมิปัญญาที่สืบสานมาในวัฒนธรรมเกษตรไทยให้สืบไป มีการเปิดหลักสูตรอบรมฟรี สร้างอาชีพ ผ่านวิชาของแผ่นดินและอบรมเชิงปฏิบัติการกับเกษตรกรตัวจริงเสียงจริงที่มาถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร

พร้อมกันนั้น ได้มีกิจกรรมพิเศษร่วมประดิษฐ์ดอกไม้แทนใจมอบให้แม่ เป็นของขวัญสุดพิเศษ เป็นสื่อกลางแทนหัวใจ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม “เพาะ แจก แลก เปลี่ยน” นำภาชนะเหลือใช้มาเพาะกล้าไม้กลับไปดูแลต่อที่บ้าน โดยไม้เด่นประจำเดือนสิงหาคมนี้ คือ ต้นสาคูไทย และร่วมชม ช้อป สินค้าผลผลิตเกษตรปลอดภัยที่คัดสรรมาให้เลือกซื้อ ผักพื้นบ้าน ผลไม้ตามฤดูกาล อาหารพื้นบ้าน สินค้าท้องถิ่นมากด้วยคุณภาพจากพี่น้องเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ทั่วประเทศ ในราคามิตรภาพ

สกู๊ปพิเศษ : บริษัทประชารัฐรักสามัคคี ยกระดับเพิ่มมูลค่าสินค้า วิสาหกิจชุมชนอำนาจเจริญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672831

สกู๊ปพิเศษ : บริษัทประชารัฐรักสามัคคี  ยกระดับเพิ่มมูลค่าสินค้า  วิสาหกิจชุมชนอำนาจเจริญ

สกู๊ปพิเศษ : บริษัทประชารัฐรักสามัคคี ยกระดับเพิ่มมูลค่าสินค้า วิสาหกิจชุมชนอำนาจเจริญ

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายทวีป บุตรโพธิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าวิสาหกิจชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือ(MOU) จำนวน 2 ชุด โดยชุดที่ 1.ระหว่างบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ/บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง(ประเทศไทย) จำกัด/สมาคมเพื่อส่งเสริมการประกอบสัมมาชีพ และชุดที่ 2.บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ /เครือข่าย OTOP /เครือข่ายโคกหนองนาอำนาจเจริญ พร้อมเป็นประธานในพิธีมอบคูปองดิจิทัลให้กับเกษตรกร จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa)ณ ศูนย์ประชุมพุทธอุทยาน อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ โดยมี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน สินค้าแปรรูป สินค้าเกษตร สินค้าโอท็อป จำนวน 100 คน และคณะกรรมการประสานและขับเคลื่อนนโยบายสานพลังประชารัฐประจำจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 50 คน เข้าร่วมกิจกรรม 

นายวรนิยม วงศ์สุวรรณ ประธานบริษัทประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) กล่าวว่า บริษัทประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ จำกัด เป็นองค์กรที่มีเป้าหมายในการส่งเสริม สนับสนุน การสร้างรายได้ให้กับชุมชน และประชาชนมีความสุข มีวัตถุประสงค์หลักคือ ให้ชุมชน เข้าถึงปัจจัยการผลิต องค์ความรู้ การตลาด การเติบโตแบบยั่งยืน และสามารถบริหารจัดการตนเองได้ เป็นพันธมิตรหลักที่บริษัทต้องดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว บริษัท ประชารัฐฯ
จึงได้จัดกิจกรรม การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ให้กับสินค้าวิสาหกิจชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ รวมถึง OTOP และ SME 

โดยได้มีพิธีลงนาม MOU ร่วมกับภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) บริษัท ห้องปฏิบัติการลาง(ประเทศไทย) จำกัด และสมาคมเพื่อส่งเสริมการประกอบสัมมาชีพ RSA เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการเสริมสร้าง สนับสนุนผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกระบวนการผลิตของสมาชิกชุมชนและการพัฒนาขีดความสามารถการประกอบกิจกรรมทางธุรกิจ เพื่อยกระดับให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปชุมชนเป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเชิงพาณิชย์และเป็นที่ยอมรับ พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ เพื่อยกระดับมาตรฐานวิสาหกิจชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญสู่สากล โดยมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อพัฒนาศักยภาพขีดความสามารถทางธุรกิจ เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการแก่ผู้ประกอบการ SMEs และส่งเสริมสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนเกษตรกร ให้ได้รับการตรวจวิเคราะห์ทางด้านห้องปฏิบัติการให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมอาหาร และเครื่องดื่ม การเกษตร ประมง ปศุสัตว์ เครื่องสำอางและสมุนไพร เป็นต้น 

นอกจากนี้ ยังได้เล็งเห็นความสำคัญของการนำนวัตกรรมมาใช้ในด้านการเกษตร ซึ่งบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีอำนาจเจริญ จำกัด ได้มีการลงพื้นที่ สำรวจความต้องการของกลุ่มเกษตรกร พร้อมสำรวจข้อมูลนวัตกรรมสำหรับเกษตรกร ซึ่งมีคูปองดิจิทัล จำนวน 10,000 บาท เพื่อจัดซื้อระบบน้ำอัจฉริยะ การควบคุม
ระบบน้ำผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยเป็นงบประมาณจาก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(DEPA) ดำเนินโครงการในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ผ่านสมาคมเพื่อส่งเสริมการประกอบสัมมาชีพ ซึ่งเป็นหน่วยร่วมของดีป้า และมีพิธีมอบคูปองดิจิทัลให้กับเกษตรกร รวมถึง มีการจัดเสวนา เรื่อง “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน ด้วยมาตรฐานการรับรองและนวัตกรรม” และการบรรยาย ให้ความรู้ในด้านการผลิต การจัดจำหน่าย รวมถึงการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดอีกด้วย… 

ปศุสัตว์ติวคุมเข้มอาหาร ใช้ผลิตสินค้าส่งออกตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672832

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความรู้ ความสามารถพัฒนาศักยภาพพร้อมรองรับกับบริบทสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างแข็งแกร่ง จึงจัดอบรมหลักสูตร “การออกแบบที่ถูกสุขลักษณะในอุตสาหกรรมอาหารตามมาตรฐานสหภาพยุโรป (Hygienic Engineering Design)” โดยสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ มีผู้ร่วมอบรมจากเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ 60 ราย เพื่อให้ผู้อบรมได้รับความรู้ ความเข้าใจในหลักการออกแบบที่ถูกสุขลักษณะในอุตสาหกรรมอาหารตามมาตรฐานสหภาพยุโรป สำหรับสินค้าปศุสัตว์และการประยุกต์ใช้ในโรงงานเพื่อการส่งออก รองรับกับบริบทที่เปลี่ยนไปในอุตสาหกรรมการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ และสามารถนำหลักเกณฑ์ที่ได้ไปประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงานด้านการควบคุมความปลอดภัยอาหารให้สอดคล้องตามมาตรฐาน ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบของประเทศผู้นำเข้าเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากประเทศไทย เพิ่มศักยภาพในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าปศุสัตว์เพื่อการส่งออก สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

ด้านนายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้ข้อมูลว่า เนื่องด้วยคณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหาร (Codex Alimentarius Commission) ได้มีการทบทวนปรับปรุงหลักเกณฑ์มาตรฐานทางด้านสุขลักษณะการผลิตอาหาร GeneralPrinciple of Food Hygiene (CXC-1969) Revision 5 ซึ่งได้ให้ความสำคัญในการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตอาหารตาม Section 3 Establishment-Design of Facilities and Equipments เป็นพื้นฐานสำคัญในการควบคุมด้านความปลอดภัยอาหาร ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบวัสดุโครงสร้างที่ใช้ พื้นผิวสัมผัสอาหาร การระบายน้ำการจัดวางโครงสร้างและเครื่องจักร การเชื่อมต่อการเข้ามุมและข้อต่อ การทำความสะอาด และการบำรุงรักษา ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐ สอดคล้องตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป เช่น Regulation 2017/625, 1935/2004, 852/2004, 853/2004 และ Directive 2006/42/EC

ดังนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ผู้ปฏิบัติงานด้านการตรวจประเมินความปลอดภัยอาหารในโรงงานเพื่อการส่งออก มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ปฏิบัติงานและเตรียมความพร้อมสอดคล้องตามมาตรฐาน ข้อกำหนดหรือกฎระเบียบของประเทศคู่ค้าและมาตรฐานสากล และบริบทที่เปลี่ยนไปในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าปศุสัตว์เพื่อการส่งออก จึงได้กำหนดจัดอบรมหลักสูตร “การออกแบบที่ถูกสุขลักษณะในอุตสาหกรรมอาหารตามมาตรฐานสหภาพยุโรป (Hygienic Engineering Design)” ขึ้นดังกล่าว

ชุมทางอีสาน : 12 สิงหาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672835

ชุมทางอีสาน : 12 สิงหาคม 2565

ชุมทางอีสาน : 12 สิงหาคม 2565

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…โศกนาฏกรรมไฟไหม้ “เมาน์เท่น บี” จ.ชลบุรี มีผู้เสียชีวิต17 คน บาดเจ็บ 38 คน ย้อนรอยเหตุการณ์ ไฟไหม้ “ซานติก้าผับ” กลางกรุงฯเมื่อ 14 ปี คืนมรณะปีใหม่ 2552 เสียชีวิต 67 คน บาดเจ็บ 117 คน เทียบเหตุไฟไหม้ผับชลบุรี พบลักษณะพื้นที่สถานบันเทิงมีความเสี่ยงคล้ายคลึงกันคือทางเข้า-ออก เป็นอุปสรรคในการหนีไฟ…

nn พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น บอก ทางจังหวัดได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตำรวจฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ออกตรวจสถานบริการหลังไฟไหม้ “เมาน์เท่น บี” จ.ชลบุรี ให้สถานบริการทุกแห่งในขอนแก่นมีป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจนพร้อมถังดับเพลิงเพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และเข้มมาตรการป้องกันการนำอาวุธปืนและสารเสพติดเข้ามาเสพ หากตรวจพบจะต้องมีการลงโทษทางกฎหมายทันที…

nn ขอแสดงความยินดีกับ ศ.ดร.วันชัย มาลีวงษ์ คณะแพทยศาสตร์ มข. ที่ได้รับพระราชทานรางวัล นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2564 จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2565 (Thailand Research Expo 2022)” ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์กรุงเทพฯ จากผลงาน การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปรสิตในประเทศลุ่มน้ำโขง โรคระบาดใหม่ และระบาดซ้ำ มุ่งเน้นการศึกษาวิจัยด้านปรสิตวิทยาทางการแพทย์ ทั้งงานวิจัยในระดับพื้นฐาน งานวิจัยประยุกต์ต้านปรสิตวิทยา ภูมิคุ้มกัน ปรสิตวิทยาเชิงชีวโมเลกุล…

nn ขอแสดงความยินดีกีบ สุรสิทธิ์ สุทินฤกษ์ ประธานชมรมผู้บริจาคโลหิตขอนแก่น 61 ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศ “คนดีศรีอีสาน” ปีที่ 41ประจำปี 2565 จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ห้องประชุมพุทธอุทยาน อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ณ วันที่ 2 ส.ค.2565 “เกียรติยศงดงามบันทึกไว้บนแผ่นดินนิรันดร์”…

nn คณะวิทยาศาสตร์ มข. มหาวิทยาลัยขอนแก่น ขอเชิญร่วมงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ กำหนดจัด “งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี 2565” ระหว่างวันที่ 17-19 ส.ค.2565 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มข. หัวข้อ “เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน เศรษฐกิจสีเขียว” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” เพื่อให้เยาวชนและประชาชนพื้นที่ภาคอีสาน เห็นความสำคัญของวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ ณ คณะวิทยาศาสตร์ มข. …nn   

สมใจ นามสุดตา

กรมชลฯสร้างปตร.บ้านยาง แก้ปัญหาภัยแล้งพื้นที่โคราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672830

วันศุกร์ ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการประตูระบายน้ำ (ปตร.) บ้านยาง อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา ว่าโครงการดังกล่าว อบต.ชุมพวง ได้รับหนังสือร้องทุกข์จากชาวบ้านใน ต.ชุมพวง ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคในฤดูแล้ง และประสบปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน เนื่องจากฝายน้ำล้นเดิมพังทลาย ซึ่ง อบต.ชุมพวง ไม่มีงบประมาณเพียงพอในการดำเนินการก่อสร้างซ่อมแซม กรมชลประทาน จึงดำเนินการโครงการประตูระบายน้ำบ้านยาง เพื่อใช้เป็นอาคารเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง และใช้ควบคุมการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก รวมทั้งช่วยในการระบายปริมาณตะกอนทรายในลำน้ำที่มีปริมาณมากผ่านอาคารหัวงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

สำหรับการดำเนินการก่อสร้าง มีแผนการดำเนินงาน3 ปี (2565-2567) ปัจจุบันมีผลความคืบหน้าในการดำเนินงานไปแล้วประมาณร้อยละ 17 ของแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนและใช้งานได้ในปี 2567 หากก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยบรรเทาภัยแล้งและอุทกภัยให้กับราษฎรในพื้นที่ ต.ประสุข และ ต.ชุมพวง อ.ชุมพวง พื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 12,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำในการอุปโภค-บริโภค การเกษตรและปศุสัตว์ ให้กับประชาชนประมาณ 2,561 ครัวเรือน ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัยศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.)

‘ก.เกษตรฯ’จับมือ’คปภ.’พร้อม 2 บริษัท เปิดตัวโครงการ’คุ้มครองอุบัติเหตุ เซฟเกษตรอาสา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672846

'ก.เกษตรฯ'จับมือ'คปภ.'พร้อม 2 บริษัท เปิดตัวโครงการ'คุ้มครองอุบัติเหตุ เซฟเกษตรอาสา'

‘ก.เกษตรฯ’จับมือ’คปภ.’พร้อม 2 บริษัท เปิดตัวโครงการ’คุ้มครองอุบัติเหตุ เซฟเกษตรอาสา’

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.01 น.

ก.เกษตรฯ จับมือ คปภ. พร้อม 2 บริษัท โบรกเกอร์ประกันภัย TQM TQR เปิดตัวโครงการ “คุ้มครองอุบัติเหตุ เซฟเกษตรอาสา” นำร่อง อกม. และ ศกอ. 20,000 กรมธรรม์

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดตัว “โครงการคุ้มครองอุบัติเหตุ เซฟเกษตรอาสา” ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารนวัตกรรม สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมมือกันในการสร้างแรงกระตุ้นให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการได้รับความคุ้มครองภายใต้ระบบประกันภัย ผ่านการมอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุรายย่อย หรือไมโครอินชัวรันส์ จำนวน 20,000 กรมธรรม์ แก่อาสาสมัครของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมความสูญเสียของร่างกายและชีวิต อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ ในวงเงินเอาประกันสูงสุด 100,000 บาท รวมไปถึงค่าชดเชยจากการขาดรายได้ระหว่างเข้ารับการรักษาตัวในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ภายในระยะเวลา 60 วัน โดยมีกลุ่มเป้าหมายนำร่อง ได้แก่ อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ผู้ทำหน้าที่ประสานงานและเชื่อมโยงการทำงานของอาสาสมัครเกษตรในสาขาต่าง ๆ เกษตรกร องค์กร และหน่วยงานในระดับหมู่บ้าน และเศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสำรวจข้อมูลการเกษตร ติดตามและรายงานสถานการณ์การผลิตและราคาสินค้าเกษตรในพื้นที่

ทั้งนี้นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ ได้ขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย โดยมีบุคลากรที่มุ่งมั่นทำงานในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคหลายหมื่นคน แต่ยังคงไม่เพียงพอที่จะเข้าถึงปัญหาและความต้องการของเกษตรกรรายบุคคลที่มีมากถึง 7.5 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ซึ่งกลุ่มอาสาสมัครเกษตรนับเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำด้านการเกษตรในพื้นที่ ประสานงาน และเชื่อมโยงเกษตรกรกับหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯ ในการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร แต่ในปัจจุบันนอกจากเกษตรกรจะต้องเผชิญกับความเสี่ยง ทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ ความผันผวนของราคา ความไม่แน่นอนของตลาด รวมไปถึงวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19แล้ว สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือความเสี่ยงทางด้านอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและในทุกสถานที่ โดยไม่ได้คาดคิด การดำเนินโครงการดังกล่าว จึงถือเป็นการเตรียมความพร้อมและปกป้องเกษตรกรไว้ล่วงหน้า เพื่อสร้างความเข้มแข็ง เสริมภูมิคุ้มกัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินนโยบายเพื่อให้ความคุ้มครองและดูแลอาสาสมัครเกษตร รวมไปถึงเกษตรกรทุกท่านให้ครอบคลุมในด้านอื่น ๆ ต่อไป เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความมั่นคงปลอดภัย

“ต้องขอขอบคุณในความเสียสละและความทุ่มเทในการทำงานของอาสาสมัครเกษตรทุก ๆ ท่าน และขอขอบคุณทาง คปภ. รวมทั้ง บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) ที่ได้ให้ความร่วมมือและผลักดันโครงการ “คุ้มครองอุบัติเหตุเซฟ เกษตรอาสา” จนเป็นผลสำเร็จร่วมกัน” อย่างไรก็ตาม จะพยายามผลักดันให้มีโครงการระยะที่ 2 ระยะที่ 3 ต่อไป รวมถึงจะให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาลให้ได้ พร้อม ๆ กับค่าป่วยการของอาสาสมัครเกษตรทั่วประเทศด้วย” รัฐมนตรีเกษตรฯ กล่าว

สำหรับ อกม. และ ศกอ. ที่สนใจทำประกันอุบัติเหตุในโครงการนี้ สามารถสมัครได้ผ่านระบบออนไลน์ QR Code ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นในการสมัคร ก็สามารถรับความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุได้ทันที โดยความร่วมมือระหว่าง สศก. และ คปภ. จะยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบประกันภัยภาคเกษตรร่วมกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือ ดูแล และคุ้มครองพี่น้องเกษตรกร ซึ่งดำเนินการร่วมกันภายใต้ “คณะกรรมการความร่วมมือพัฒนาระบบประกันภัยการเกษตร” ในการกำหนดทิศทางและแนวทางในการดำเนินการ ทั้งการขยายขอบเขตของการประกันภัยในปัจจุบันไปสู่สินค้าเกษตรชนิดอื่น ๆ  นอกเหนือไปจากข้าวนาปีและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจ พืชรอง หรือสินค้าเกษตรที่มีอนาคตทางการตลาดสูง รวมถึงต่อยอดกรมธรรม์ประกันภัยสินค้าเกษตรที่เอกชนเป็นผู้ดำเนินการอยู่แล้ว นอกจากนี้ จะร่วมกันสร้างทีมงานเพื่อร่วมมือกันทางด้านวิชาการ คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยรูปแบบใหม่ ๆ โดยศึกษาข้อมูล อย่างครอบคลุม ครบทุกมิติความเสี่ยง ทั้งความผันผวนของปริมาณผลผลิต ราคา ตลาด และความต้องการของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งสร้างแรงจูงใจ สนับสนุนให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบการคุ้มครองความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และหันมาใช้การประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการทางการเงินของตนเอง

‘เฉลิมชัย’เร่งเพิ่มศักยภาพ พัฒนาการทำงานอาสาสมัครเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672583

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดสัมมนาคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตร กระทรวงเกษตรฯ (อกม.) และมอบประกาศเกียรติคุณแก่คณะกรรมการอาสาสมัครฯ และประธานคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรจังหวัด ที่โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กทม.ว่า อาสาสมัครเกษตร ถือเป็นบุคคลที่สำคัญ เป็นผู้นำด้านการเกษตร ที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในระดับพื้นที่ทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ข้อมูลโครงการพัฒนาต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมการให้บริการทางการเกษตร การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสานงานระหว่างเกษตรกรกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และองค์กรภาคเอกชน อีกทั้งยังเป็นผู้ให้การ
ช่วยเหลือแก่เกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ในการแก้ปัญหาทางการเกษตรได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม รวดเร็ว ทันเวลา

“การอบรมสัมมนาในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มความรู้และแชร์ประสบการณ์ต่างๆ ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ และ อกม.ที่เป็นตัวแทนในแต่ละจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นระบบการทำงาน เทคโนโลยี นวัตกรรม การสื่อสารออนไลน์ รวมถึงมาให้กำลังใจในการปฏิบัติงาน เพราะว่า อกม.ทำงานเหมือนจิตอาสา เป็นการทำงานโดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น การอบรมนี้จึงจะเป็นกำลังใจและเป็นประโยชน์ต่ออกม.สำหรับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ความสำคัญกับอาสาสมัครเกษตร โดยหน่วยงานในสังกัด 16 หน่วยงาน จะมีอาสาสมัครเกษตรที่จะเข้าไปดูแลพี่น้องเกษตรกร เพื่อเป็นตัวแทนเกษตรอาสาที่จะเข้าไปสื่อสารสิ่งต่างๆ ที่รัฐบาลหรือกระทรวงเกษตรฯ ได้ดำเนินการให้แก่เกษตรกร” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า อาสาสมัครเกษตรมีโครงสร้างการบริหารงานในรูปแบบของคณะกรรมการ โดยมี อกม.ที่ได้รับการคัดเลือก ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ สนับสนุนการปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการจัดสัมมนาคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตร มีผู้แทนคณะกรรมการอาสาสมัครเกษตรจากทุกจังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง 120 ราย เข้าร่วมงาน โดยภายในงานฯ จะมีการฝึกอบรมความรู้และทักษะในการปฏิบัติ ระดมความคิด เพื่อจัดทำแผนพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครเกษตรแบบมีส่วนร่วม มีการจัดแสดงนิทรรศการเชิดชูเกียรติ เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่อาสาสมัครเกษตร ซึ่งเป็นผู้นำด้านการเกษตรที่มีจิตอาสาและเป็นผู้มีคุณูปการต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศ

ปลัดเกษตรฯร่วมเชิดชู โครงการคลินิกเกษตร ให้บริการเป็นผลสำเร็จ ช่วยแก้ปัญหาเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/672580

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา โดยมีนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายสุเทพ มณีโชติ
รองผวจ.ขอนแก่น และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ จ.ขอนแก่น ว่าโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ เป็นรูปแบบหนึ่งของการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร มีการถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรไปในคราวเดียวกัน โดยเกษตรกรจะได้รับบริการแบบครบวงจรในทุกๆ ด้าน ซึ่งเป็นการนำบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือ และองค์ความรู้ด้านการเกษตร มาให้บริการแก่พี่น้องเกษตรกรถึงในพื้นที่

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอพระราชานุญาตจัดทำโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ กราบบังคมทูลถวายสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 50 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2545 และทรงรับโครงการไว้ในพระราชานุเคราะห์ พระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเครื่องหมายตราสัญลักษณ์โครงการ โดยเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2545 ที่ จ.สระบุรี และดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา20 ปี