ปลัดเกษตรฯร่วมงานวันข้าว-ชาวนาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667366

วันจันทร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวระดับเขตภาคใต้ เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2565 โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าวพร้อมคณะ และประชาชน เข้าร่วมงาน ที่โรงเรียนบ้านกระอาน ต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา โดยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบรางวัลแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับภาค (ภาคใต้) 11 ราย อีกทั้งได้มอบปัจจัยการผลิตแก่กลุ่มเกษตรกรและสถาบันการเกษตร 5 ราย

ดร.ทองเปลวกล่าวว่า เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นระดับภาค ที่ได้ผ่านการคัดเลือกและได้รับรางวัลนั้น ถือเป็นเกษตรกรที่ควรได้รับการยกย่องประกาศเกียรติคุณและเผยแพร่ผลงานดีเด่นให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้ และยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติงานด้านการเกษตร และขอให้นำความรู้ประสบการณ์ไปต่อยอดพัฒนาสร้างมูลค่าผลผลิตข้าว ให้มีราคาเพิ่มสูงขึ้น เป็นการเพิ่มพูนรายได้

ด้านนายณัฏฐกิตติ์ เปิดเผยว่า ได้กำหนดให้ศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี จัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวระดับเขตภาคใต้ เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2565 เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมทั้งเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อกิจการด้านข้าวและชาวนาของไทย โดยกิจกรรมภายในงาน อาทิ พิธีบูชาแม่โพสพ การจัดแสดงแปลงสาธิตการใช้ปุ๋ยชีวภาพ การใช้โดรนหว่านปุ๋ย ฯลฯ

สำหรับการจัดงานรณรงค์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวระดับเขต เนื่องในวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 2565 ยังมีการจัดที่ จ.อุบลราชธานี และ จ.เชียงราย ด้วย

‘เฉลิมชัย’เร่งขับเคลื่อนโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรเจาะลึกทุกคำบลทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/667389

'เฉลิมชัย'เร่งขับเคลื่อนโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรเจาะลึกทุกคำบลทั่วประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.51 น.

“เฉลิมชัย“เร่งขับเคลื่อนโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรเจาะลึกทุกคำบลทั่วประเทศสร้างศักยภาพใหม่ภาคเกษตรของไทย

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนเปิดเผยว่าล่าสุด กระทรวงเกษตรฯ.และทุกภาคีภาคส่วนได้เร่งขับเคลื่อนโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากทุกจังหวัดเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการพัฒนาเชิงพื้นที่ครอบคลุมลึกลงไปใน70,000หมู่บ้าน  7 พันตำบล 878 อำเภอรวมทั้งกรุงเทพมหานครในเรื่องการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนโดยได้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาการเกษตรระดับจังหวัดและคณะกรรมการพัฒนาการเกษตรระดับอำเภอ878อำเภอตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาภาคการเกษตรของไทยโดยเฉพาะปัญหาความยากจน หนี้สินและความเหลื่อมล้ำ นอกจากนี้ได้สั่งการให้เร่งจัดตั้งกลไกพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลหมู่บ้านให้เสร็จโดยเร็ว

ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเกษตรกรรมยั่งยืนกล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเกษตรกรรมยั่งยืนระดับตำบลคาดว่าจะครบ7,435พันตำบลภายในเดือนหน้าซึ่งเป็นการผนึกความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับทุกภาคีภาคส่วนในแต่ละตำบลโดยเฉพาะ กระทรวงมหาดไทย เพื่อเป็นกลไกการพัฒนาภาคเกษตรอย่างยั่งยืน 

ทั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีโครงสร้างและระบบการพัฒนาภาคเกษตรที่หยั่งลึกลงถึงตำบลหมู่บ้านชุมชนใน76จังหวัดและกรุงเทพมหานครเพื่อดึงพลังชุมชนCommunity Empowerment)ออกมารวมพลังการแก้ไขปัญหาในอดีตและปัจจุบันรวมทั้งการพัฒนาสู่อนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งมีปลัดอำเภอ เกษตรตำบล อบต.และอาสาสมัครเกษตร( อกษ.)เป็นแกนหลักร่วมกับตัวแทนภาคเอกชนภาควิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิในหมู่บ้านตำบลเชื่อมโยงกับคณะกรรมการพัฒนาการเกษตรระดับอำเภอระดับจังหวัดและศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมหรือศูนย์AICแต่ละจังหวัดโดยมีหน้าที่จัดทำและขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรแบบยั่งยืนภายใต้แพลตฟอร์มการพัฒนาหลากหลายรูปแบบ เช่น โครงการพัฒนาระบบชลประทานชุมชน โครงการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ โครงการศูนย์บริการจัดการดิน-ปุ๋ยชุมชน โครงการร้านค้าสีเขียว(Green Shop)แบบออนไลน์และออฟไลน์ โครงการเกษตรแปลงใหญ่ โครงการเกษตรอัจฉริยะ(Smart Farming) โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูง โครงการศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.) โครงการเศรษฐกิจพอเพียงพืช-ประมง-ปศุสัตว์ โครงการช่างเกษตร โครงการเกษตรพลังงาน โครงการเกษตรสุขภาพและโครงการเกษตรท่องเที่ยว เป็นต้น 

ทั้งนี้เพื่อปักหลักวางหมุดหมายการพัฒนาแบบยั่งยืนลงไปถึงระดับชุมชนหมู่บ้าน สำหรับการดำเนินการครั้งนี้ถือเป็น การบูรณาการทำงานเชิงรุกทุกภาคส่วนและเกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชาเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่(Area based) ให้ บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วย. -008 

สกู๊ปพิเศษ : ‘เทวัญ’ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุณย่าโม ชูพร้อมคัมแบ๊ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666811

สกู๊ปพิเศษ : ‘เทวัญ’ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุณย่าโม ชูพร้อมคัมแบ๊ก

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ที่สำนักงานพรรคชาติพัฒนา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา สส.บัญชีรายชื่อพรรคฯ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเดินทางไปกราบสักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (คุณย่าโม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวโคราชและชาวไทยเคารพนับถือ และยังได้ตำหมากสดพร้อมเครื่องยาเส้น ใบพลู ถวายคุณย่าโม เพื่อความเป็นสิริมงคลและตามความเชื่อจะได้สมหวังตามความปรารถนา โดยมีนายแพทย์วรรณรัตน์ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา,นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา เขต 2 และทีมงานหาเสียงร่วมกันเดินพบปะเยี่ยมเยียนสอบถามการเก็บข้อมูลในการทำมาค้าขายของพี่น้องประชาชนชาว จ.นครราชสีมา บรรดาพ่อค้าแม่ค้า และยังได้อุดหนุนสินค้าอาหาร และยังได้ให้กับกำลังผู้ยากไร้คนยากคนจนที่มานั่งขอรับน้ำสินน้ำใจอย่างเป็นกันเอง ที่สวนเมืองทอง ด้านข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี บริเวณข้างคูเมืองเก่าแก่  

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา สส.บัญชีรายชื่อพรรคฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความร้อนแรงทางการเมืองในศึกซักฟอกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กรณี ร.อ.ธรรมนัสถอนตัว แล้วจะไปร่วมกับกลุ่ม 16 พรรคพลังประชารัฐยังมีพรรคเล็กอีกจะทำให้เสียงรัฐบาลในสภาฯปริ่มน้ำหรืออาจจะไม่เพียงพอเป็นเหตุให้มีการยุบสภาได้ว่า ที่ว่าเสียงปริ่มน้ำ ตนยังไม่ทราบว่าปริ่มน้ำจริงหรือเปล่า แต่ทั้งหมดนี้เราต้องไปรอฟังวันนั้นอีกทีหนึ่งก็คือสัปดาห์หน้าในวันอังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ และไปลงมติเช้าวันเสาร์เราก็ต้องไปดูการตอบต่างๆ ของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนเสียงของกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสที่บอกจะถอนตัวไปร่วมกับฝ่ายค้านนั้น ตนไม่ทราบเลยว่าจะไปร่วมกับฝ่ายค้านอะไรอย่างไรต้องเป็นเรื่องของพรรคของ ร.อ.ธรรมนัสตนก็ยังไม่ทราบก็เห็นแต่ข่าวว่า ออกจากวิปรัฐบาล แต่อย่างอื่นตนยังไม่เห็น ต่อข้อถามว่า พรรคชาติพัฒนาพร้อมจะยืนเคียงข้างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลนั้น ปกติพรรคชาติพัฒนาตอนนี้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลอยู่แล้ว แต่ว่าสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พออภิปรายฯเสร็จพรรคชาติพัฒนาก็ต้องมีการประชุมเรื่องของกรรมการบริหารพรรคฯ ประชุม สส.ของพรรคทั้งหมดก่อน ฟังก่อนว่าเป็นอย่างไร ตรงนี้เราก็ขอฟังนิดหนึ่งก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคมาประชุมนั่งหน้าสลอนกับ สส.ของพรรคใน จ.นครราชสีมาที่เป็นกลุ่มของ นายวีรศักดิ์หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และยังมี 2 พี่น้องงูเห่าจากพรรคเพื่อไทยประกาศว่าจะกวาดสนามโคราชได้ สส.ทั้ง 16 คน นายเทวัญก่อนตอบถึงกับหัวเราะ ว่าโอ้โห..16 ที่นั่งเลยเหรอ ก็ไม่เป็นไร ถ้าเกิดพรรคภูมิใจไทยสามารถกวาดได้ 16 ที่นั่ง “ผมก็ขอแสดงความยินดีด้วย…ครับ” ต่อข้อถามว่า พรรคชาติพัฒนายืนยันจะคัมแบ๊กใช่มั้ย นายเทวัญตอบว่า เราก็มั่นใจของเรา ว่าเราก็มีโอกาสที่จะกลับมาที่โคราชอีกครั้ง แต่ถ้าพรรคอื่นมาถึงแล้วบอกว่า จะเอาหมดหรือไม่หมด อันนี้ถ้าเกิดสมมุติว่าเขาสามารถทำให้ประชาชนเห็นว่าสิ่งที่ถ้าเลือกเขาแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ตนว่ามันต้องให้ประชาชนตัดสิน ขึ้นอยู่ที่พี่น้องประชาชน ส่วนพรรคชาติพัฒนาเข้าได้กับทุกพรรคนั้น ตนเรียนว่าพรรคชาติพัฒนาที่ผ่านมาก็ไม่เคยไปมีปัญหากับใครอยู่แล้ว

ตอบข้อถามถึงนโยบายของอดีตนายกรัฐมนตรีของพรรคชาติพัฒนาคือ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ยังจดจำไว้ได้ โดยเฉพาะการหาเสียง ผลงานที่ทำไว้จับต้องได้ ถึงลูกถึงคน นายเทวัญตอบว่า จำกันได้มั้ยสมัย พล.อ.ชาติชาย เราก็เคยเห็นใช่มั้ยว่าประเทศชาติมันรุ่งเรืองขนาดไหน ทุกอย่างเศรษฐกิจดี การเมืองไม่ขัดแย้งเหมือนปัจจุบัน นายเทวัญฯกล่าว

วีรพงศ์ เหรียญประเสริฐ

เกษตรฯ เปิดฤดูผลไม้ชุมพร รับรองคุณภาพทุเรียนรับท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666813

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เป็นประธานในพิธี “เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเทศกาลผลไม้ ทุเรียน เมืองชุมพร 2565” ที่สนามกีฬากลางจังหวัดชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร โดยการงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านเกษตรทันสมัยและเกษตรมูลค่าเพิ่ม ด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริมประเพณีการแต่งกายแบบไทยด้วยชุดผ้าไทย และเสริมสร้างภาพลักษณ์และการรับรองคุณภาพ รวมถึงประชาสัมพันธ์ทุเรียนชุมพรให้เป็นที่รู้จัก

ทั้งนี้ จ.ชุมพร ถือเป็นแหล่งผลิตผลไม้ที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตของไม้ผลหลากหลายชนิด ได้แก่ ทุเรียนและมังคุด ปัจจุบัน จ.ชุมพร เป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญเป็นอันดับ 1 ของภาคใต้ โดยปี 2564 มีพื้นที่ปลูกทุเรียน 246,580 ไร่ ผลผลิตรวม 343,900 ตัน และเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญ เนื่องจากมีผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ที่มากที่สุดของภาคใต้ นอกจากนี้การผลิตภาคเกษตร ยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด โดยเฉพาะการผลิตทุเรียน สามารถสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด มูลค่าถึง 42,634,600 บาท

ปัจจุบันสถานการณ์ตลาดไม้ผลอาจประสบปัญหาการแข่งขันที่มีข้อกำหนดและเงื่อนไขทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น การควบคุมตรวจสอบสินค้าให้มีคุณภาพ ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำในช่วงกระจุกตัว รวมทั้งปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค กระทรวงเกษตรฯ จึงได้กำหนดมาตรการความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในผลไม้ของ จ.ชุมพร สำหรับเกษตรกรชาวสวนผู้ประกอบการ โรงคัดบรรจุผลไม้ และผู้ประกอบการขนส่ง พร้อมทั้งกำหนดมาตรการควบคุมป้องกันและแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด รวมทั้งให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมไม้ผลที่เป็นอัตลักษณ์ของ จ.ชุมพร

“อยากขอความร่วมมือให้เกษตรกร หน่วยงานของรัฐ และประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันขับเคลื่อนการเสริมสร้างภาพลักษณ์ไม้ผลที่เป็นอัตลักษณ์ของ จ.ชุมพร ให้เป็นที่รู้จัก ส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพดี เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้แก่เกษตรกรและกระตุ้นให้เกษตรกรรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและสร้างความสามารถในการแข่งขันต่อไป” นายธนา กล่าว

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการจัดนิทรรศการผลไม้ ทุเรียน กระท่อม กัญชา และไม้ผลเศรษฐกิจของจังหวัดชุมพร การประกวดทุเรียนแห่งประเทศไทย การเดินแบบผ้าไทย ขบวนรถผลไม้ตระการตา การประกวดร้องเพลงและแดนเซอร์ การประกวด Miss durian chumphon ประกวดธิดาผลไม้แต่ละอำเภอ กิจกรรมชมสวน ชิมทุเรียน เมืองชุมพร การเจรจาการค้าผลไม้ การจัดมวยไทย การจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร และกิจกรรมด้านความบันเทิงอื่นๆ

แปลงใหญ่ข้าวสองพี่น้องฯ ยกระดับแปรรูปสร้างรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666816

Photo by Anni Roenkae on Pexels.com

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสุฐี โพธิ์อุบล กรรมการกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวสองพี่น้องร่วมใจ จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ได้รวมกลุ่มกัน 35 ราย มีพื้นที่ผลิตข้าวมากกว่า 2,000 ไร่ ผลิตข้าวคุณภาพมาตรฐาน GAP ครบวงจร ตั้งแต่ปลูก แปรรูป และจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าประเภทข้าวที่หลากหลาย และที่กำลังเป็นที่นิยมคือ ข้าวอัดเม็ด เพราะถือว่าเป็นการแปรรูปข้าวที่แปลกใหม่รสชาติดี ทานง่าย ส่วนจุดเริ่มต้นกลุ่มตั้งเป็นศูนย์ข้าวชุมชน ชื่อว่าศูนย์ข้าวชุมชนสองพี่น้องร่วมใจ ได้มีการรวมตัวกันปลูกข้าวโดยผลผลิตส่วนหนึ่ง สมาชิกจะนำมาสีเป็นข้าวสาร ข้าวกล้อง แล้วรวมกันสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูป มีไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้องอัดเม็ด รสต่างๆ ทำจากข้าวกล้อง ข้าวกล้องดำอัดเม็ดอัดเม็ดรสกาแฟ ข้าวกล้องดำอัดเม็ดรสช็อกโกแลต ข้าวกล้อง กข43 ข้าวกล้องหอมมะลิอัดเม็ดรสสตรอเบอร์รี่ เป็นต้น ถือเป็นการยกระดับคุณภาพข้าวให้มีคุณภาพ ได้ราคาขึ้น

สำหรับกรมการข้าว ได้เข้ามาให้ความรู้ในการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น มีฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ให้การสนับสนุนต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีความน่าสนใจ ดึงดูดผู้บริโภค นอกจากนี้ เกษตรกรยังได้มีการวางแผนการจัดจำหน่ายที่ตอบโจทย์กับลูกค้า ทั้งการขายแบบออฟไลน์และออนไลน์ ทาง Line Official : @POCKETRICE ให้สามารถเข้าถึงและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

‘เฉลิมชัย’รุดตรวจพื้นที่ จัดมหกรรมพืชสวนโลก 1พันไร่เตรียมพร้อมงาน บูรณาการร่วมจ.อุดรธานี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666810

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับฟังบรรยายสรุปการเตรียมจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ปี 2569 ในพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ
อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (International Association of Horticultural Producers : AIPH) ได้ประกาศการคัดเลือกอย่างเป็นทางการ ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี ปี 2569 โดยมีเนื้อที่ประมาณ 1,030 ไร่ เป็นพื้นน้ำ 400 ไร่และพื้นดิน 630 ไร่ มีระยะเวลาจัดงานระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570 (134 วัน) เมื่อเสร็จการจัดงานดังกล่าวแล้ว ทางจังหวัดอุดรธานี มีแผนจะอนุรักษ์พื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์เป็นศูนย์จัดแสดงนิทรรศการ ประเพณีวัฒนธรรม และศูนย์กลางกีฬานานาชาติ ของกลุ่มอนุภาคลุ่มน้ำโขงและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

“การจัดเตรียมงานจะต้องร่วมมือกับทางจังหวัดและหน่วยงานต่างๆ โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้จัดเตรียมงบประมาณตั้งแต่ปี 2566 จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน และประสานงานกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดในเรื่องงบประมาณ ความพร้อมของพื้นที่ และระเบียบข้อบังคับต่างๆ ให้ถูกต้อง เพื่อให้งานพืชสวนโลก ปี 2569 สมบูรณ์ที่สุด นอกจากนี้ยังได้พูดคุยถึงการปรับปรุงการจัดเตรียมงานและหลังจากจัดงานเสร็จ ทางนายก อบจ.อุดรธานี จะมาช่วยดูแลพื้นที่ตรงนี้ที่จะกลายเป็นมรดกของคนอุดรธานีต่อไป” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

วิสาหกิจฯข้าวฮางงอกชูสร้างแบรนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666814

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวฮางงอกบ้านน้อยจอมศรี ต.ฮางโฮงอ.เมือง จ.สกลนคร ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อรวบรวมผลผลิตของสมาชิกมาจำหน่ายโดยเพิ่มมูลค่าทำให้เกิดรายได้แก่สมาชิกและเครือข่าย และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่ครบวงจร ปัจจุบันมีเครือข่ายสมาชิกเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ 212 ราย มีพื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์ 4,559 ไร่ รับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ คือ ข้าวฮางงอกมะลิข้าวฮางงอกมันปู ข้าวฮางงอกหอมนิล ข้าวฮางงอกไรซ์เบอร์รี่ และซีเรียล เป็นต้น

ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนต้นแบบของ จ.สกลนคร และเป็นศูนย์เรียนรู้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจ นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนปัจจัยการผลิตทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวสารชีวภัณฑ์ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช และเครื่องบรรจุภัณฑ์สุญญากาศลำเลียง ซึ่งใน ต.ฮางโฮง อ.เมือง จ.สกลนคร มีพื้นที่ทั้งหมด 28,125 ไร่ มีพื้นที่การเกษตร 21,144 ไร่เกษตรกร 1,617 ครัวเรือน เกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา โดยมีพื้นที่ทำนา 11,381 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 58.04 ของพื้นที่

“แต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน ทาง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ จึงกำหนด 5 ยุทธศาสตร์โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือตลาดนำการผลิตซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้สนับสนุนให้มีการจัดอบรมให้ความรู้ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีการเกษตร 4.0 และการทำการตลาดแบบออนไลน์และออฟไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้มากยิ่งขึ้นโดยจะต้องมีการสร้างแบรนด์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทย เป็น 1 ใน 10 ประเทศที่จะเป็นยักษ์ใหญ่ในการเป็นผู้นำด้านการเกษตรและเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก” นายอลงกรณ์ กล่าว

ชาวบุรีรัมย์ร่วมแห่เทียนพรรษา5วัด ถวายเป็นพุทธบูชาพระพุทธศาสนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666815

วันศุกร์ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเจนวิทย์ ดับโศรก ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายสกลไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู พนักงานเทศบาล ผู้นำชุมชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ที่ร่วมกันหล่อเทียนพรรษา จำนวน 5 ต้น มาตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2565 แด่พระภิกษุสงฆ์ วัดในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์  จำนวน 5 วัด ประกอบด้วย วัดกลาง พระอารามหลวง, วัดอิสาณ, วัดธรรมธีราราม, วัดอินทรวนาราม และวัดป่าบุรีรัตน์พัฒนาราม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา

นายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อร่วมแสดงออกถึงการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวพุทธในการร่วมถวายเทียนพรรษา ตามความเชื่อที่ทำสืบทอดต่อกันมา เพื่อเป็นแสงสว่างแห่งปัญญาตามคติความเชื่อ

ซึ่งในวันนี้มีผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดบุรีรัมย์ คณะผู้บริหารเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู พนักงานเทศบาล ผู้นำชุมชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมกิจกรรมถวายเทียนพรรษา แด่พระภิกษุสงฆ์ 5 วัด ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่ออนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของไทย และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

ฟรุ้ทบอร์ทพอใจการส่งออกผลไม้ไปจีนครึ่งปีแรกทะลุ 1 ล้านตัน สร้างรายได้กว่า 8 หมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666827

ฟรุ้ทบอร์ทพอใจการส่งออกผลไม้ไปจีนครึ่งปีแรกทะลุ 1 ล้านตัน สร้างรายได้กว่า 8 หมื่นล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.26 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) มอบหมายให้ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ครั้งที่ 3/ 2565 โดยนายอลงกรณ์เปิดเผยภายหลังการประชุมวันนี้ว่า ที่ประชุมฟรุ้ทบอร์ทพอใจผลงานการส่งออกผลไม้ครึ่งปีแรกของปีนี้ เกิน 1 ล้านตัน มากกว่าปีที่แล้วกว่า 120,000 ตัน สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ประกอบการและประเทศกว่า 8 หมื่นล้าน และผลการดำเนินการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก โดยที่ประชุมได้แสดงความพอใจและกำชับให้เตรียมพร้อมล่วงหน้ารับมือลำไยภาคตะวันออกที่จะออกช่วงปลายปี พร้อมเห็นชอบโครงการช่วยเหลือเยียวยาชาวสวนลำไยฤดูกาลที่แล้วจากผลกระทบโควิด-19

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมอบหมาย นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าภาคใต้ และนายชาตรี บุนนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าภาคเหนือ เพื่อประสานการทำงานกับคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เป็นแกนหลักบริหารจัดการเชิงรุกผลไม้ใต้ ลำไยเหนือ 22 จังหวัด ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อไปว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ได้มอบหมายฟรุ้ทบอร์ดให้ยกระดับนโยบาย “คุณภาพและมาตรฐานผลไม้” และให้เร่งเดินหน้าแผน 5 ปี คือ แผนปฏิบัติการพัฒนาผลไม้ปี 2565 – 2570 เพื่อเพิ่มศักยภาพสู่เป้าหมายเกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นการพัฒนาพันธุ์ การใช้เทคโนโลยีในการผลิต การเพิ่มการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างแบรนด์ผลไม้ การใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability system) การขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ และการปฏิรูปการบริหารจัดการผลไม้ของฟรุ้ทบอร์ดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของผลไม้ไทยตลอดห่วงโซ่การผลิต การแปรรูป จนถึงการตลาด และรับมือกับการเพิ่มขึ้นของพื้นที่การปลูกทุเรียน ตลอดจนการแข่งขันที่จะเพิ่มขึ้นในตลาดส่งออกในจีนและทั่วโลก

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบ ดังนี้

1. การแต่งตั้งคณะทำงานพัฒนามังคุด มะม่วง และมะพร้าว ตามข้อเสนอของเกษตรกรผู้ทรงคุณวุฒิ มีหน้าที่จัดทำแผนและพัฒนามังคุด มะม่วง และมะพร้าว แบบครบวงจร ซึ่งเป็นคณะทำงานชุดใหม่เพิ่มเติมจากคณะทำงานทุเรียน และคณะทำงานลำไย ตามแนวทางการบริหารเชิงรายผลไม้เศรษฐกิจ (product based)

2. รายงานการศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย ต่อคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการและคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำข้อมูลรายงานการศึกษาฯ เพื่อประกอบการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการพัฒนาและบริหารจัดการลำไยทั้งระบบต่อไป

3. แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ (ลำไย) ปี 2565 จำนวน 764,777 ตัน

4. แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปี 2565 รวม 487,459 ตัน ได้แก่ ทุเรียน จำนวน 382,873 ตัน มังคุด จำนวน 56,340 ตัน เงาะ จำนวน 41,714 ตัน และลองกอง จำนวน 6,532 ตัน โดยมอบหมายศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าประสาน คพจ. เป็นแกนหลักในการบริหารจัดการผลไม้ กรณีที่การบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่มีปัญหา ให้ประสานกับฝ่ายเลขานุการคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาใช้มาตรการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการสนับสนุนการปฏิบัติงานช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป

5. โครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2564/2565 มอบฝ่ายเลขานุการฯ จัดทำ “ข้อเสนอเพื่อการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรชาวลำไยปี 2564/65” เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ภายใต้สถานการณ์คลัง โดยมีเงื่อนไขและกรอบแนวทางการช่วยเหลือเยียวยา ดังนี้ (1) ขนาดพื้นที่ปลูกรายละ ไม่เกิน 25 ไร่ ในอัตรา 2,000 ต่อไร่หรือ 1,500 ต่อไร่ หรือ 1, 000 ต่อไร่ หรือ (2) ขนาดพื้นที่ปลูกรายละ ไม่เกิน 15 ไร่ ในอัตรา 2,000 ต่อไร่ หรือ 1,500 ต่อไร่ หรือ 1,000 ต่อไร่ (3) มาตรการช่วยเหลือเยียวยาด้านอื่น ๆ เช่น มาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อด้านหนี้สิน และดอกเบี้ยโดย ธกส.เป็นต้น (4) เป็นเกษตรกรชาวสวนลำไยที่ผ่านการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ปี 2564 กับกรมส่งเสริมการเกษตรเรียบร้อยแล้ว ตัดยอดข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 65 ซึ่งปลูกลำไยที่ให้ผลผลิตได้แล้ว โดยใช้เกณฑ์อายุต้น 5 ปีขึ้นไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบรายงานต่อไปนี้

1. สรุปผลการประชุมเฉพาะกิจจากการตรวจราชการลงพื้นที่ของ นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้ 1.1) รายงานการลงพื้นที่ภาคเหนือเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2565 เพื่อติดตามความพร้อมในการบริหารจัดการผลไม้ล่วงหน้าภาคเหนือ ปี 2565 และศึกษามาตรการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไยในฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา พร้อมรับฟัง ปัญหาและอุปสรรค การคาดการณ์ผลผลิต เพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการผลไม้ในฤดูกาลผลิต ปี 2565 1.2) รายงานการลงพื้นที่ภาคตะวันออกเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565เพื่อประชุมเฉพาะกิจเตรียมการบริหารจัดการผลไม้ล่วงหน้าภาคตะวันออก ปี 2565 และการศึกษามาตรการเยียวยาช่วยเหลือชาวสวนลำไยฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา โดยรับฟังความเห็นจากเกษตรกรสวนลำไย ผู้ประกอบการล้งลำไย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 1.3) รายงานการลงพื้นที่จังหวัดภาคใต้เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2566 เพื่อประชุมเฉพาะกิจแนวทางการบริหารจัดการผลไม้ 14 จังหวัดภาคใต้ (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปี 2565 และรับทราบรายงานสถานการณ์การผลิต การขนส่ง การบูรณาการจัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้ ตลอดจนพิจารณาปัญหาและอุปสรรค คาดการณ์ผลผลิต และความพร้อมของมาตรการในการขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคใต้

2. รายงานสถานการณ์การผลิตไม้ผล ปี 2565 จากคณะทำงานพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 

3. รายงานความก้าวหน้าของคณะทำงานศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย โดย ผู้แทนคณะทำงานศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย

4. สรุปผลการบริหารจัดการผลไม้ปี 2565 ประจำฤดูกาลผลิตที่ 1/2565 (เมษายน – มิถุนายน) โดย กรมส่งเสริมการเกษตร

5. รับทราบรายงานการเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 1 – 7 กรกฎาคม 2565 ของนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อขยายความร่วมมือทางด้านการเกษตรกับประเทศญี่ปุ่นในมิติต่าง ๆ โดยได้พบหารือกับองค์การเกษตรและการวิจัยแห่งชาติญี่ปุ่น (NARO : National Agriculture and Research Organization) มหาวิทยาลัยทากะซากิ บริษัทการค้าและโลจิสติกส์ บริษัทวิจัยและพัฒนาแมลงและสาหร่าย โดยเฉพาะการร่วมประชุมหารือกับนายคูนิอากิ คาวามูระ (Mr. Kuniaki Kawamura) ประธานสภาความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และภาครัฐ (The Council of Industry-Academia-Government Collaboration) ซึ่งมีแพลตฟอร์มเพื่อการวิจัยและพัฒนาในการเป็นแหล่งองค์ความรู้ การบูรณาการและนวัตกรรม (Filed for Knowledge, Integration & Innovation หรือ FKII) อยู่ภายใต้กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น (MAFF) โดยมีนายโอคูมะ ราเคชิ (Mr. Okuma Rakeshi) เป็นผู้อำนวยการ FKII และทีมงานร่วมประชุมที่กระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมงญี่ปุ่น ในกรุงโตเกียว ซึ่ง FKII สามารถสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ในหลากหลายด้าน อาทิ เกษตรอัจฉริยะ การพัฒนาวิศวกรรมพันธุ์พืช อาหารสุขภาพ เครื่องจักรกลเกษตร ฯลฯ และ FKII มีสมาชิกกว่า 4,200 องค์กร มีแพลตฟอร์มเพื่อการวิจัยและพัฒนาถึง 72 กลุ่ม สอดคล้องกับแนวนโยบายของ รมว.เกษตรฯ ที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นแหล่งอาหารของโลก โดยการวิจัยและพัฒนาการใช้วัตถุดิบในการผลิตที่ให้คุณค่าทางสารอาหาร ในขณะที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการเกิดปัญหาภาวะโลกร้อน และลดการสูญเสียอาหาร (Food loss)

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์ มอบหมายฝ่ายเลขานุการฟรุ้ทบอร์ด ติดต่อสำนักงานที่ปรึกษาเกษตรต่างประเทศ ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประสานความร่วมมือข้อมูลด้านการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) ด้านพัฒนาการผลิตผลไม้ อาทิ R&D Platform ภายใต้โครงการการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ จากประเทศญี่ปุ่น รวมทั้ง การพัฒนาด้านบรรจุภัณฑ์ และโลจิสติกส์ เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ภายในประเทศ และพร้อมนำเสนอคณะกรรมการฯ ในการประชุมครั้งต่อไป

สำหรับการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ครั้งที่ 3/ 2565 ผ่านระบบการประชุมออนไลน์ zoom cloud meeting เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายโอภาส ทองยงค์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสมชวน รัตนมังคลานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชาตรี บุญนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายต่อ ลิ้มมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผู้แทนกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้แทนผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ผู้แทนสถาบันเกษตรกร และผู้ทรงคุณวุฒิฯลฯ โดยมี สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นฝ่ายเลขานุการการประชุม.

‘สถาบันฯ ปิดทองหลังพระ’พลิกวิกฤตโลกขาดแคลนอาหารสร้างโอกาสให้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666692

'สถาบันฯ ปิดทองหลังพระ'พลิกวิกฤตโลกขาดแคลนอาหารสร้างโอกาสให้เกษตรกร

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.58 น.

‘สถาบันฯ ปิดทองหลังพระ’ พลิกวิกฤตโลกขาดแคลนอาหารสร้างโอกาสให้เกษตรกร ชวน ‘3 จังหวัดอีสาน’ นำร่องปลูกพืชอาหารสัตว์ – ดึงเอกชนทำสัญญารับซื้อ กำหนดราคาขั้นต่ำ หวังสร้างรายได้มั่นคง

14ก.ค.2565 ที่จังหวัดอุดรธานี นายกฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ กล่าวกับเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรมการหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดในโครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จังหวัดอุดรธานีว่า ตามที่สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ริเริ่มทำโครงการต้นแบบปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ต้นแบบปิดทองหลังพระฯ โดยร่วมกับจังหวัดอุดรธานี ขอนแก่นและกาฬสินธุ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด เพื่อสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรในยุควิกฤตเศรษฐกิจและได้รับความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ที่ทันสมัยได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ พร้อมกับการช่วยชาติลดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครนไปพร้อมกัน  ซึ่งจากการวิเคราะห์คาดการณ์ว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ซึ่งกำลังขาดแคลนมากในเวลานี้ ทั้งตลาดในประเทศไทยและตลาดโลก จะทำให้ข้าวโพดมีราคาสูงขึ้นอีกมาก สถาบันฯ จึงแนะนำให้เกษตรกรทดลองปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ก่อนฤดูการทำนา โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย สารกำจัดศัตรูพืช การสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรที่ทันสมัย เช่น  โดรนพ่นยา เครื่องหยอดเมล็ด เครื่องหยอดปุ๋ย การดูแลแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการผลิต และความรู้เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ จากการปลูกแบบเดิมที่จะได้ผลผลิต 700-800 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 1,300 กิโลกรัมต่อไร่ พร้อมทั้งหลักประกันในการเข้ามารับซื้อถึงแปลง และการกำหนดราคารับซื้อขั้นต่ำที่แน่นอน จะทำให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่า เมื่อเข้าร่วมโครงการฯ แล้วจะมีรายได้ที่น่าพอใจและมากกว่าพืชอื่น 

“อย่างไรก็ตาม โครงการฯ ต้องขอความร่วมมืองดการเผาตอซังข้าวโพด ที่จะทำให้เกิดมลพิษในอากาศและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยหันมาไถกลบให้เกิดกระบวนการย่อยสลาย กลายเป็นธาตุอาหารในดินสำหรับพืชต่อไป รวมทั้งต้องปลูกในพื้นที่ที่ถูกกฎหมายด้วย” นายกฤษฎา กล่าว

นายกฤษฎา กล่าวอีกว่า ปิดทองหลังพระฯ จะทําหน้าที่ประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนราชการ เอกชนและเกษตรกรมาร่วมกันดำเนินงานโครงการนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์มากที่สุด นอกจากนี้ขอเชิญชวนภาคเอกชนอื่นๆ ที่สนใจต้องการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้อย่างยั่งยืนสามารถติดต่อเข้าร่วมในโครงการนี้ได้เช่นกัน

ทางด้านเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เช่น นายบุญมาก สิงห์คำป้อง เกษตรกรบ้านแสงอร่าม ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี กล่าวว่า ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ แม้จะเคยปลูกแต่มันสำปะหลังมาก่อน เพราะเห็นว่าข้าวโพดเป็นพืชระยะสั้น ได้ผลผลิตเร็ว ไม่ต้องดูแลมาก และยิ่งมั่นใจเมื่อปิดทองหลังพระฯ มีการประสานหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนมาดูแลอย่างดี และยังมีการรับรองราคาที่แน่นอนให้ เลยคิดว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นรายได้เสริมที่น่าสนใจ “ผลผลิตต่อไร่หักค่าใช้จ่ายแล้ว สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมา 3,000-4,000 บาท หากทำได้ดีก็จะขยายพื้นที่ปลูกออกไปอีก” 

ส่วนนางสุวิมล จันทร์เพ็ง เกษตรกร ต.ทุ่งโป่ง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เดิมพื้นที่ของตนปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ซึ่งมักประสบปัญหาเรื่องผลผลิตต่ำ ไม่มีคุณภาพและต้นทุนสูง เมื่อได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนมาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ก็คิดว่า การที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ ดูแลทั้งการปลูกและการตลาด ทำให้รู้สึกว่าไม่ต้องทำเองโดยลำพัง จึงมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ และโครงการฯนี้ จะช่วยให้พัฒนาการทำเกษตรได้ดีขึ้นยกระดับคุณภาพผลผลิตและมีรายได้มากขึ้น 

นางน้อย สุทธิทักษ์ เกษตรกรบ้านทรัพย์เจริญ ต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ แสดงความมั่นใจเช่นเดียวกันว่า หลังจากได้ทราบแนวทางการส่งเสริมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว  จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการด้วยความเชื่อมั่นว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จะเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่สร้างรายได้ดีกว่าปลูกข้าว และยังเป็นพืชที่ดูแลง่าย ใช้พื้นที่น้อย ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับราคาข้าวเปลือกที่ขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 5 บาท ราคารับซื้อเมล็ดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีการรับรองที่ไม่น้อยกว่ากิโลกรัมละ 8.50 บาท จึงอยากจะเชิญชวนเกษตรกรในพื้นที่มาร่วมกันปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มากขึ้นอีกด้วย จนถึงขณะนี้ มีเกษตรกรในพื้นที่ต้นแบบปิดทองหลังพระฯ สามจังหวัด แสดงความสนใจจะเข้าร่วมโครง การฯ แล้ว 265 ราย พื้นที่ปลูกรวม 1,536 ไร่ และคาดว่าหลังการทำประชาคมในเดือนสิงหาคมนี้ จะมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มมากขึ้น