สถาบันอาหารขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666586

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ประชุมหารือความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีนางอรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสถาบันอาหารนางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผอ.สถาบันอาหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม มีประเด็นหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ ดังนี้ 1.โครงการอาหารแห่งอนาคต (Future Food) โดยพัฒนาต่อยอดโครงการโปรตีนทางเลือกใหม่ (Alternative proteins) จากพืชและแมลง เช่น ถั่วเขียว เห็ด สาหร่าย ผำ และแมลง 2.โครงการส่งเสริม Start Up เกษตร และ SMEs เกษตรเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

3.โครงการมหานครผลไม้และการพัฒนาอุตสาหกรรมผลไม้ 4.โครงการ Eastern Thailand Food Valley 5.โครงการพัฒนาสินค้าประมงขององค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น และ 6.การพัฒนาสินค้าฮาลาล ซึ่งมีตลาดกว่า 2 พันล้านคน
เป็นต้น โดยการหารือความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรฯ กับสถาบันอาหาร ครั้งนี้ เพื่อเป็นการขยายความร่วมมือในการพัฒนาสินค้าเกษตรอาหาร สู่เกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นการนำองค์ความรู้ และงานวิจัยที่มี นำมาใช้ในการแปรรูป การวิจัยตลาด การออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรอาหารให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ

นายอลงกรณ์กล่าวว่า ทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาหลายด้าน จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรและส่งออกอาหาร จะเร่งพัฒนาภาคการผลิตผลผลิตทางการเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่มสู่เกษตรมูลค่าสูง หนึ่งในหมุดหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ดังนั้น ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการนำประเทศไทยในฐานะครัวโลกสู่ประเทศผู้ส่งออกอาหารท็อปเทนของโลกตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินโครงการประตูระบายน้ำลำน้ำพุง-น้ำก่ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร ซึ่งโครงการดังกล่าวพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริเมื่อวันที่20 พฤศจิกายน 2535 โดยในปี 2560 ทางจังหวัดสกลนคร ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่ทั้ง 18 อำเภอ สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งการบรรเทาปัญหาอุทกภัยจำเป็นต้องลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ที่ราบตอนล่าง กรมชลประทาน จึงศึกษาโครงการ ต่อมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้ดำเนินโครงการ

ทั้งนี้ ลักษณะโครงการได้แก่ 1.ประตูระบายน้ำชนิดบานตรงขนาด 8.0 x 7.0 เมตร 5 ช่องอัตราการระบายน้ำ 550 ลบ.ม./วินาที 2.คลองผันน้ำ 3 สาย ความยาวรวม 39.66 กม. 3.คลองส่งน้ำ 1 สาย ความยาว 8.80 กม.และ 4.ระบบส่งน้ำครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์ 78,358 ไร่ มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 8 ปี (2562 –2569) หากดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถบรรเทาน้ำท่วมในเขต อ.เมือง และ อ.โคกศรีสุพรรณ ช่วยเหลือราษฎรเพื่อการอุปโภค-บริโภคการเกษตรครอบคลุมพื้นที่ 78,358 ไร่ 10,857 ครัวเรือน 53 หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ต.ตองโขบ ต.เหล่าโพนค้อ ต.ด่านม่วงคำ และ ต.แมดนาท่ม

กรมชลฯเตรียมการ รับสถานการณ์น้ำ พื้นที่มีฝนต่อเนื่อง ช่วยเหลือได้ทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666587

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 42,230 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 33,855 ล้านลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,086 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 14,785 ล้านลบ.ม.

ทั้งนี้ ตามประกาศของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ฉบับที่ 17/2565 เรื่อง เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน และการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าปริมาณฝนตกสะสมต่อเนื่องอาจส่งผลให้เกิดน้ำหลากและน้ำท่วมฉับพลัน จึงขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยกรมชลประทาน เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบทั้งในและนอกเขตชลประทาน สำหรับโครงการชลประทานในพื้นที่ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้เฝ้าติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมขัง พร้อมทั้งตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำ อาคารบังคับน้ำ ตรวจสอบ ซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำ และกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเร่งระบายน้ำพื้นที่ท่วมขัง เตรียมแผนเผชิญเหตุ บูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมได้ทันท

สศก.จับมือABARESพัฒนา งานสารสนเทศพยากรณ์สินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666589

วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้จัดทำข้อมูลพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร ระดับจังหวัด รวม 24 ชนิด ประกอบด้วย ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง สับปะรดโรงงาน (ปัตตาเวีย) มันสำปะหลังโรงงาน กาแฟ มะพร้าวผลแก่ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ลำไย ลิ้นจี่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง กระเทียม หอมแดง หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง กุ้งขาว แวนนาไม กุ้งกุลาดำ ปลานิล และปลาดุก โดยมีรายละเอียด ได้แก่ เนื้อที่เพาะปลูก เนื้อที่เก็บเกี่ยวหรือเนื้อที่ให้ผล ผลผลิต ผลผลิตต่อเนื้อที่เพาะปลูกและผลผลิตต่อเนื้อที่ให้ผล ซึ่งจะเป็นการพยากรณ์ผลผลิตทั้งปี และปรับค่าพยากรณ์ตามสถานการณ์การผลิตทุกๆ 3 เดือน

สำหรับเทคนิควิธีการพยากรณ์ ได้ใช้แบบจำลองทางสถิติ ซึ่งจะแสดงความสัมพันธ์เชิงเศรษฐศาสตร์ระหว่างตัวแปรที่มีผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของเนื้อที่เพาะปลูกและผลผลิตต่อไร่ เช่น ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ น้ำเขื่อน ราคาที่เกษตรกรขายได้ ราคาปัจจัยการผลิต เป็นต้น ร่วมกับการสำรวจภาวะการผลิตในแหล่งผลิตสำคัญ (RRA) โดยวิธีการสัมภาษณ์เกษตรกรหรือผู้รู้ที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์ค่าพยากรณ์ให้ใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากขึ้น นอกจากนี้ยังได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาข้อมูลพยากรณ์ร่วมกันก่อนเผยแพร่สู่สาธารณชนทั้งนี้ สศก.ได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำพัฒนาแบบจำลองเพื่อการพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร โดยใช้ Machine Learning หรือเทคโนโลยีด้าน AI (Artificial Intelligence) นอกจากนี้ สศก.ยังได้ศึกษาวิธีการพยากรณ์ของหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งมีโครงการความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนความรู้กับ Bureau of Agricultural and Resource Economics and Science (ABARES) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยอิสระมีหน้าที่ให้ข้อมูล การวิจัย การวิเคราะห์และข้อเสนอแนะนโยบาย ให้แก่กระทรวงเกษตร น้ำ และสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาลออสเตรเลีย

อย่างไรก็ดี ABARES ใช้แบบจำลอง Machine Learning เพื่อพยากรณ์ผลผลิตและรายได้ การใช้ปัจจัยการผลิต ต้นทุนการผลิต ผลตอบแทน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงผลผลิตคงคลัง (Change in stock) ในระดับฟาร์ม ภูมิภาค และประเทศ โดยพิจารณาจากสภาพภูมิอากาศ ราคาปัจจัยการผลิต และราคาสินค้าเกษตร อีกทั้งยังสามารถนำแบบจำลองมาใช้ประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบันและอนาคตที่อาจเกิดขึ้นต่อความสามารถในการทำกำไรของฟาร์ม อีกทั้งยังสามารถใช้ค่าพยากรณ์ในการจัดทำตัวชี้วัดความเสี่ยงจากภัยแล้ง และความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้ด้วย

เกษตรฯถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666399

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะเพื่อยกระดับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปีงบประมาณ 2565 กิจกรรมหลักเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน อ.โพนนาแก้ว จ.สกลนคร โดยปัจจุบันมีศูนย์ข้าวชุมชนขึ้นทะเบียนกับกรมการข้าว 2,478 ศูนย์ จากพื้นที่ 74 จังหวัด มีการดำเนินงานกิจกรรมในลักษณะการบริหารจัดการแบบชุมชนมีส่วนร่วม “โดยชาวนา เพื่อชาวนา” ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการข้าว ซึ่งได้วางระบบร่วมกับผู้แทนของศูนย์ข้าวชุมชน โดยจัดตั้งคณะกรรมการในการบริหารศูนย์ข้าวชุมชนในทุกระดับและมีการสร้างเครือข่ายในรูปแบบของคณะกรรมการ ได้แก่ ระดับศูนย์ จังหวัด เขต และประเทศ จึงกล่าวได้ว่าศูนย์ข้าวชุมชนเป็นองค์กรตัวแทนของชาวนาทั้งประเทศได้อย่างแท้จริง

“การจัดงานในครั้งนี้เป็นการส่งเสริมให้ศูนย์ข้าวชุมชนและเกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ และได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งให้เกษตรกรตระหนักถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว การสร้างโอกาสในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตและผลตอบแทนจากการผลิตข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การดำเนินการดังกล่าว ยังจะเป็นการยกระดับของภาคเกษตรกรรมให้มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้เมล็ดพันธุ์คุณภาพจะต้องถึงมือพี่น้องเกษตรกรได้จริง อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯพร้อมจะเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วย” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ส.ป.ก.แก้ปัญหาขาดน้ำ ขุดบ่อบาดาลช่วยเหลือ ใช้ระบบสูบโซลาร์เซลล์ เกษตรกรมีน้ำทำเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666400

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว. เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) แถลงว่า ในช่วงฤดูแล้งที่น้ำเพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ หรือในช่วงที่ผลิตผลกำลังติดดอกออกผล เพื่อไม่ให้ได้รับความเสียหาย จึงดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำใต้ดิน ชื่อว่า “โครงการก่อสร้างบ่อบาดาลและระบบสูบน้ำโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน” เช่น ที่ จ.ราชบุรี ดำเนินการแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ บ้านรางเฆ่ หมู่ 4 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 168 ไร่ 15 ราย 17 แปลง และบ้านหนองปากชัฏหมู่ 6 ต.แก้มอ้น อ.จอมบึง จ.ราชบุรี มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ประมาณ 155 ไร่ 11 ราย 11 แปลง ตามนโยบายของ
กระทรวงเกษตรฯ

ทั้งนี้ ส.ป.ก. ได้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนปฏิรูปที่ดินฯ เป็นงบประมาณก่อสร้างวงเงิน 87,620,620 บาท รวม 62 โครงการ ใน 24 จังหวัด ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ 13 โครงการ 8 จังหวัด เกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 259 ครัวเรือน 2,089 ไร่ ใช้งบประมาณก่อสร้างไปแล้ว 18,661,000 บาท และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 44 โครงการ และอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการ 5 โครงการ มีการบูรณาการร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลในการขอรับคำปรึกษา องค์ความรู้ เทคนิควิธีการต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โครงการบ่อบาดาลนี้จะช่วยให้เกษตรกรมีน้ำใช้เพื่อการเกษตร ช่วยลดภาระรายจ่ายในการดำรงชีวิต สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร และมีอาชีพในช่วงฤดูทำนา

ปภ.ฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ ปูพรม6จังหวัดรับมือภัยจากคลื่นสึนามิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666398

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน จัดการฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ กรณีภัยจากคลื่นสึนามิ ประจำปี พ.ศ. 2565 ในพื้นที่ 27 อำเภอชายฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อซักซ้อมความพร้อมของแผนเผชิญเหตุสึนามิของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์บัญชาการตามระบบบัญชาการ การอพยพ และการจัดตั้งศูนย์พักพิงในระดับอำเภอ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานการปฏิบัติการบริหารจัดการสถานการณ์กรณีเกิดคลื่นสึนามิได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้จัดทำระเบียบวิธีปฏิบัติการหน่วยงานภายในกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรณีสึนามิ (SOP) เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ปภ.ส่วนกลาง เมื่อช่วงเดือน มี.ค.2565 ที่ผ่านมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ปภ. และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ได้ซักซ้อมแนวทาง ขั้นตอนการปฏิบัติ และการประสานงานภายในหน่วยงาน ปภ. และระหว่างหน่วยงาน

และเพื่อเป็นการขยายผลการฝึกซ้อมไปสู่ระดับพื้นที่ ปภ. จึงได้ร่วมกับ 6 จังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามัน จึงได้จัดการฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ กรณีภัยจากคลื่นสึนามิ ประจำปี 2565 ขึ้น ในระหว่างวันที่ 24 มิ.ย. – 21 ก.ค. 2565 ในพื้นที่ 27 อำเภอชายฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อจัดทำ และทดสอบแผนเผชิญเหตุของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอในการ
แจ้งเตือน การจัดตั้งศูนย์บัญชาการตามระบบบัญชาการ การอพยพ และการจัดตั้งศูนย์พักพิงในระดับอำเภอ เป็นต้น

‘มนัญญา’เปิดศูนย์กัญชา-กัญชงเบ็ดเสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666401

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ One Stop Service กัญชา กัญชง และกระท่อม พร้อมเปิดตัวโครงการ “แจกกัญชา กัญชง ล้านต้น สู่ครัวเรือน” โดยมี นายระพีภัทร์จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ศูนย์บริหารจัดการพืชกัญชา กัญชง และกระท่อม แบบเบ็ดเสร็จ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า กรมวิชาการเกษตร ได้สร้างผลงานวิจัยและองค์ความรู้ทางวิชาการ มีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการผลิตสู่เกษตรกร ช่วยยกระดับการผลิตของเกษตรกร ตลอดจนช่วยแก้ปัญหาให้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีภารกิจด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชา กัญชง และกระท่อม ภายใต้พ.ร.บ.กักพืช พ.ร.บ.พันธุ์พืช และ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายระพีภัทร์ เปิดเผยว่า ได้ตั้งศูนย์บริหารจัดการพืชกัญชา กัญชง และกระท่อม แบบเบ็ดเสร็จ และได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) พืชสกุลกัญชา ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และศึกษาวิจัยนำไปสู่โครงการส่งเสริม สนับสนุน การปลูกกัญชา กัญชง 1 ล้านต้น ตามนโยบายรัฐบาล (โครงการ “แจกกัญชา กัญชง ล้านต้น สู่ครัวเรือน”) เพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือนทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมเพื่อให้เกษตรกร ตลอดจนประชาชนผู้สนใจได้ใช้ต้นกล้าพันธุ์ดี มีคุณภาพ

นายระพีภัทร์ เปิดเผยด้วยว่า ได้เริ่มเปิดให้ประชาชนที่สนใจลงทะเบียนรับกล้าพันธุ์กัญชาพันธุ์ดีแล้ว ครัวเรือนละ2 ต้น ตามเป้าหมาย 1 ล้านต้นของรัฐบาลหรือประมาณ 500,000 ครัวเรือน ซึ่งพันธุ์ที่แจกหลักๆ คือพันธุ์อิสระ 01 พัฒนาพันธุ์โดยกรมการแพทย์ กรมวิชาการเกษตร จะจัดแจกได้เดือนละ 1-2 แสนต้น และผู้ลงทะเบียนจะได้รับต้นกัญชาหลังจาก
ลงทะเบียนประมาณ 30 วัน สำหรับ กทม.และปริมณฑล ลงทะเบียนได้ที่ศูนย์บริการจัดการพืชกัญชา กัญชง และกระท่อมแบบเบ็ดเสร็จ หรือผ่านระบบออนไลน์

ทุเรียน เทศกาลทุเรียนปากช่อง-เขาใหญ่ พร้อมก้าวสู่ตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666190

ทุเรียน เทศกาลทุเรียนปากช่อง-เขาใหญ่ พร้อมก้าวสู่ตลาดโลก

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.06 น.

สนง.พาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  นำโดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนคร ผนึกกำลังเปิดตลาดการค้าสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง พร้อมดันทุเรียน GI.ปากช่องสู่ตลาดโลก

สำนักงานพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยกทุเรียนหมอนทอง GI ปากช่อง เป็นอีกหนึ่งทุเรียนอร่อยของไทย เอกลักษณ์เด่นเนื้อแห้ง เนียนนุ่ม ละมุ่นลิ้น  กลิ่นไม่แรง เตรียมจัดงาน“เทศกาลทุเรียนปากช่อง-เขาใหญ่ ครั้งที่ 1” ระหว่างวันที่ 15 -16 กรกฎาคม อวดคอทุเรียน โชว์ความพร้อมก้าวสู่ตลาดโลก

นางเกศินี พวงประดิษฐ์ พาณิชย์จังหวัดสกลนคร ในนามสำนักงานพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ดำเนินแผนงานประชาสัมพันธ์หนึ่งในโครงการส่งเสริมและพัฒนาตลาดสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อีสานสู่สากล เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เล็งเห็นว่า สินค้า GI ของภาคอีสานมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งสินค้า GI เป็นสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่าเป็นสินค้าที่มีอัตลักษณ์ และมีคุณภาพสูงตามเกณฑ์ประเมินการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์   รวมทั้งสินค้า GI  เหล่านี้มีความพร้อมเข้าสู่ตลาดทั้งในระดับประเทศ และต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จึงมอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสกลนครและกลุ่มสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คัดสรรสินค้าที่ขึ้นทะเบียน GI และมีศักยภาพทางการตลาด เผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และประชาสัมพันธ์สร้างโอกาสทางการค้า ผ่านสื่อทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ โดยเฉพาะสื่อโซเชียล ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้สินค้า GI อีสานได้มีโอกาสเติบโตทั้งในและนอกประเทศ

ทั้งนี้ สินค้า GI ที่โดดเด่นของภาคอีสาน 18 แห่ง ภายใต้ชื่อ “GI ของดีอีสาน มาตรฐานโลก” ประกอบด้วยสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป เครื่องปั้นดินเผา และผ้าทอมือ ได้แก่ ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ GI จ.นครราชสีมา, ทุเรียนภูเขาไฟศรีษะเกษ GI จ. ศรีสะเกษ, สับปะรดท่าอุเทน GI จ. นครพนม, ผ้าหมักโคลนหนองสูง GI จ. มุกดาหาร, ข้าวเหนียวเขาวงกาฬสินธุ์ GI จ.กาฬสินธุ์, น้ำหมากเม่าสกลนคร GI จ. สกลนคร, ผ้าครามธรรมชาติสกลนคร GI จ.สกลนคร, เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง GI จ.อุดรธานี, กล้วยตากสังคม GI  จ.หนองคาย, ส้มโอทองดีบ้านแท่น GI จ. ชัยภูมิ, ผ้าไหมมัดหมี่ชนบท GI จ. ขอนแก่น, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ GI วิสาหกิจชุมชนศูนย์ผลิตข้าวพันธุ์บ้านสระแคน จ. มหาสารคาม, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ GI เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนน้ำอ้อม จ. ยโสธร, ข้าวหอมมะลิอุบลราชธานี GI จ. อุบลราชธานี, ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ GI จ. สุรินทร์, ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ GI กลุ่มข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้อำเภอเกษตรวิสัย จ. ร้อยเอ็ด, ผ้าไหมเก็บบ้านเมืองหลวง GI ศรีสะเกษ และ ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ GI  จ. บุรีรัมย์

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่าพื้นที่อำเภอปากช่องเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการปลูกทุเรียนคุณภาพ จึงได้ผลักดันให้ทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ได้รับการการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือสินค้า GI  จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์  รวม 39 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกทั้งสิ้น 1,182ไร่มีผลผลิตรวม 409 ตัน ทุเรียนในพื้นที่ปากช่องเขาใหญ่ให้ผลผลิตที่สวยงามรูปไข่  ที่มีเนื้อสัมผัสเนียนเนื้อหนาแน่นหนึบ แห้งละเอียดเส้นใยน้อย   มีสีเหลืองอ่อนสม่ำเสมอทั้งผล กลิ่นหอมอ่อน รสชาติหวาน มัน  กลมกล่อมทุเรียนปากช่องเขาใหญ่ GI สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้เพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 160-180 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ180-220 บาท โดยได้ส่งเสริมสนับสนุนการทำการตลาดไปในภาคต่างๆ ให้การอบรมความรู้ ด้านการทำตลาดออนไลน์ นับเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคงและต่อยอดขยายเครือข่ายเพื่อเพิ่มผลผลิตมากขึ้นในอนาคต

นายมาโนช รูปสมดี ประธานวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและพืชสวน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เจ้าของสวนอัมพร ต.กลางดง อ.ปากช่อง หนึ่งในเกษตรกรที่ได้รับการรับรองเป็นสินค้า GI หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์  เปิดเผยว่า สำหรับทุเรียนบ้านสวนอัมพร ปลูกในพื้นที่ 15 ไร่ ประมาณ 350 ต้น จำนวน 8 สายพันธุ์ นอกจากสายพันธุ์หมอนทองแล้วยังมี หลงลับแล, มูซังคิง, หนามดำ, หลินลับแล, ก้านยาว, เม็ดในยายปราง และทองหลินจง ซึ่งในปีนี้จะสามารถเก็บผลผลิตออกจำหน่ายได้ มี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์หมอนทอง และหลงลับแล  โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเก็บผลผลิตไปแล้วประมาณ 50% ผลผลิตที่เหลือกำลังทยอยจัดเก็บ  ซึ่งผลผลิตจะออกครบหมดในเดือนกรกฎาคมนี้

สำหรับกรรมวิธีการดูแลรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ จะดูแลควบคุม ตั้งแต่การปลูก จนถึงทุเรียนติดผล เมื่อทุเรียนลูกโตขึ้น จะห่อลูกด้วยถุงนวัตกรรม Magic Growth สีแดงเป็นวัสดุเสริมการเพาะปลูกชนิดนอนวูฟ เพื่อป้องกันแมลงต่างๆ ทำให้ผลทุเรียนมีสีสวย รักษาอุณหภูมิ ลดการใช้สารเคมี โดยได้ผ่านการวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยี  พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง นานกว่า 4 ปี เพิ่มคุณค่ามากขึ้นกว่า 30% ซึ่งวิสาหกิจชุมชนทุเรียนและ พืชสวน มีสมาชิกผู้ปลูกทุเรียน ทั้งหมด 39 ราย ได้รับหนังสือรับรองตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย GI จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา  ถือเป็นการรับรองคุณภาพทุเรียนปากช่องที่ได้มาตรฐาน ลูกโต พูใหญ่ สีสวย เนื้อแน่นกรอบ ไม่มีรสหวานจนเกินไป และกลิ่นไม่แรง

ด้านการการตลาด ปัจจุบันกลุ่มมีการทำการตลาดออนไลน์ในรูปแบบของแต่ละสวนทำกันเอง ผู้บริโภคคนไทยที่เข้าไปหาซื้อถึงสวนบางส่วนมาจากการโพสต์ทาง Facebook  แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้การจำหน่ายสินค้าลดลงเป็นอย่างมาก จึงอยากให้พาณิชย์จังหวัดช่วยสนับสนุนด้านการตลาดนอกพื้นที่การสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนความรู้ในต่างพื้นที่ และความรู้ในการทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น  รวมทั้งการส่งเสริมให้มีล้งในพื้นที่เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการหาตลาดและการขนส่งและกระตุ้นให้ผู้บริโภคคนไทยได้ลิ้มลองทุเรียนที่มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่นที่มีความพิเศษโดยสภาพของพื้นที่ คือ อยู่ในแหล่งที่มีโอโซนอันดับ 7 ของโลก บนเทือกเขาดงพญาเย็น มีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ไม่อมน้ำ เนื้อจึงแห้งกว่า เนื่องจากเกษตรกรจะตัดเมื่อแก่จัดในช่วง 130 วัน ขึ้นไป 

สำหรับผู้สนใจชม และชิมทุเรียนหมอนทอง GI ปากช่อง สามารถพบกันได้ในงาน “เทศกาลทุเรียน ปากช่อง-เขาใหญ่ ครั้งที่ 1” ระหว่างวันที่ 15 -16 กรกฎาคม 2565 ตั้งแต่ เวลา 10.00 – 17.00 น.ที่ ฟาร์มโชคชัย 1 ริมถนนมิตรภาพ ขาเข้ากรุงเทพฯ ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

สกู๊ปพิเศษ : ธ.ก.ส.พังงา-มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666114

สกู๊ปพิเศษ : ธ.ก.ส.พังงา-มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต  เสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ  เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ที่ห้องประชุมนายเหมือง โรงแรม เลอ เอราวัณ พังงา นายพรรษิษฐ์ ช่วยพิชัย ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา และ ผศ.รังสรรค์ พลสมัคร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ บริการวิชาการ การนำผลงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ สำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน 

ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา กล่าวว่า สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา ดำเนินการขับเคลื่อนงานตามนโยบายธนาคารด้านการพัฒนาเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตร ชุมชน ให้มีความเข้มแข็ง ผ่านโครงการต่างๆ ของธนาคาร ซึ่งการพัฒนากลุ่มเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วนที่มีองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มีส่วนช่วยเหลือเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและชุมชน ให้สามารถนำเทคโนโลยีนวัตกรรมมาใช้ในการผลิตทางการเกษตร การแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม การบริหารจัดการเชื่อมโยงกระจายสินค้าและการขนส่ง สำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพังงา จึงได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดพังงา กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ขึ้น เพื่อการขับเคลื่อนงานพัฒนาเกษตรกรร่วมกัน

ทั้งนี้ หลังการเอ็มโอยู ได้มีการจัดอบรม “โครงการส่งเสริมการเพิ่มบทบาท สกต.เพื่อการกระจายสินค้าและขนส่ง (Logistic)” เพื่อเพิ่มทักษะความรู้การจัดการคลังสินค้า การกระจายสินค้าและการขนส่ง ให้กับคณะกรรมการและพนักงานของ สกต.พังงา จำกัด ในการนำสินค้าหรือผลผลิตทางการเกษตรจากแหล่งผลิตไปยังตลาดปลายทางให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและเพื่อเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาเกษตรกร และชุมชนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง สกต.พังงา จำกัด ถือว่าเป็นกลไกสำคัญในการเป็นช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปในจังหวัดพังงา โดยการเชื่อมโยงธุรกิจกับ สกต. สหกรณ์ และเครือข่ายทั่วประเทศ สร้างการเติบโตด้านเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร ชุมชน และประเทศ โดยมีวิทยากรจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

สภาเกษตรฯทำข้อเสนอเชิงนโยบายฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/666112

วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายรัตนะ สวามีชัย เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ บรรยายพิเศษ “บันทึกข้อตกลงทางวิชาการระหว่างสภาเกษตรกรแห่งชาติกับสำนักเศรษฐกิจการเกษตร” และกล่าวถึงโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ประเมินผลและติดตามข้อเสนอเชิงนโยบาย” มีผู้เข้าร่วมโครงการ 595 คน ว่า พ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ 2553 เป็นกฎหมายที่ให้หลักประกันสิทธิเสรีภาพในการคุ้มครอง รักษาผลประโยชน์เกี่ยวกับการผลิต และการตลาดเพื่อให้ผลิตผลทางการเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด

อย่างไรก็ดี การจัดทำข้อเสนอนโยบายที่ผ่านมาบุคลากรของสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด ยังขาดประสบการณ์ในการรวบรวมข้อมูล จัดลำดับความสำคัญของการเขียนข้อเสนอเชิงนโยบาย จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.) ภายใต้กรอบแนวทางการดำเนินงานว่า สศก.จะเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในด้านการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ติดตามประเมินผลและแนวทางการดำเนินกิจกรรมต่างๆ

ทั้งนี้ ได้จัดโครงการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายประเมินผลและติดตามข้อเสนอเชิงนโยบาย” มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาเสริมสร้างองค์ความรู้ในกระบวนการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย/ข้อเสนอแนะ/โครงการ/แผนงาน ให้กับบุคลากรสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด และเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในกระบวนการติดตามประเมินผลข้อเสนอเชิงนโยบาย/ข้อเสนอแนะ/โครงการ/แผนงาน ให้กับบุคลากรสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด