กรมชลฯเร่งติดตาม ปัญหาน้ำแล้งปี’65 รณรงค์ประหยัดน้ำ เดินหน้า8มาตรการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630627

วันจันทร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 56,753 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 75 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีน้ำใช้การได้ 32,822 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีการใช้น้ำแล้วประมาณ 8,186 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 37 ของปริมาณน้ำใช้การได้เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 13,688 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ มีน้ำใช้การได้ 6,992 ล้าน ลบ.ม.ปัจจุบันใช้น้ำแล้วประมาณ 1,999 ล้าน ลบ.ม.
คิดเป็นร้อยละ 35

สำหรับผลการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ปี 2564/65 ทั้งประเทศเพาะปลูกข้าวไปแล้ว 4.05 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 63 ของแผนฯ เฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา เพาะปลูกแล้ว 2.80 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 99 ของแผนฯ ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทาน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ให้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติสนับสนุนการเกษตรก่อน จากนั้นจะใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำช่วยเสริม พร้อมกับเดินหน้าตามมาตรการรับมือการขาดแคลนน้ำ ปี 64/65 ทั้ง 8 มาตรการอย่างเคร่งครัด เน้นย้ำน้ำอุปโภค-บริโภค ต้องเพียงพอตลอดทั้งปีที่สำคัญให้ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ รวมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกร และทุกภาคส่วน ตระหนักถึงปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด และร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า รวมทั้งควบคุมการเพาะปลูกข้าวนาปรังให้เป็นไปตามแผน เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ลุ่มเจ้าพระยา : 24 มกราคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630625

ลุ่มเจ้าพระยา : 24 มกราคม 2565

วันจันทร์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปัญหาเนื้อหมูแพง โดยบอกว่าเป็นเพราะเนื้อหมูขาดตลาด เพราะมีสุกรหรือหมูเป็นโรคระบาดจำนวนมาก จนทำให้เกษตรกรเลี้ยงหมูแล้วโตไม่ทัน จึงมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการกักตุนสินค้าเพื่อทำให้ราคาหมูสูงขึ้นหรือเปล่า หากถามย้อนไปอีกทีว่า ถ้ามีหมูล้นตลาดแล้วราคาหมูจะลดลงด้วยหรือเปล่า แล้วราคาข้าวแกงต้มเลือดหมู หรืออะไรที่เกี่ยวกับหมู เมื่อขึ้นไปแล้ว จะลงตามหรือเปล่า มันเป็นกลไกทางธุรกิจในการขึ้นราคาสินค้า อีกหน่อยก็มีโน้นนี่นั้นขึ้นตามมาติดๆเชื่อสิ 

nn ที่ราคาเนื้อหมูแพงเพราะคิดว่ามีการกักตุนสินค้า เจ้าหน้าที่จึงต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยการเข้าไปตรวจสอบตามแหล่งที่มีการกักเก็บ ในโรงแช่แข็งต่างๆ กันทั่วประเทศ วันก่อน พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า
ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ก็ผนึกกำลังร่วมกัน
ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องแช่แข็งที่ ห.จ.ก.ห้องเย็นอยุธยา ใน อ.พระนครศรีอยุธยา และ บริษัท อะกรีเวิลด์ จำกัด ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจสอบสถานที่จัดเก็บอาหารประเภทเนื้อสัตว์ (เนื้อหมู) ซึ่งตอนนี้มีราคาสูงขึ้น แต่จากการตรวจสอบก็ไม่พบว่ามีการกักตุนสินค้าประเภทเนื้อหมู แต่อย่างใด แล้วปัญหาหมูแพงมันเกิดจากอะไรกันแน่

nn มทร.สุวรรณภูมิ มุ่งจัดการศึกษาด้านวิชาชีพและเทคโนโลยีชั้นสูง ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพ ที่เน้นการปฏิบัติทําการสอน ทําการวิจัยผลิตครูวิชาชีพ ให้บริการทางวิชาการในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก่สังคม ให้ผู้สำเร็จการศึกษามีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานและทิศทางการพัฒนาของประเทศ รองศาสตราจารย์ ดร.ประมุข อุณหเลขกะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ บอกว่า มีนโยบายในการพัฒนาส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ ด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี ด้วยการร่วมกัน ดำเนินแนวคิด หลักการและกระบวนการไปบริหารจัดการสร้างเสริม “มหาวิทยาลัยแห่งความสุขสู่องค์กรสุขภาวะอย่างยั่งยืน” (Happy University) เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน สู่ชุมชน สังคมและประเทศชาติ

nn ต้องขอแสดงความยินดีกับ กำนันประดิษฐ์ ไวยทรัพย์ นายก อบต.บ้านกลึง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา คนใหม่ ได้มีการเปิดประชุมสภาแถลงนโยบายการทำงานไปเรียบร้อยแล้ว โดยได้รับปากกับประชาชน ว่าจะดูแลชาวบ้าน 2 ตำบล 13 หมู่บ้าน 850 ครัวเรือน ประชากรทั้งหมด 3,029 คน ให้อยู่ดีกินดี น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก ดูแลผู้สูงอายุ และคนพิการเป็นอย่างดีไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ให้สมกับความไว้วางใจที่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นนายกในครั้งนี้ nn
 

เกียรติยศ ศรีสกุล

ดีเดย์!26 ม.ค.ไทยเตรียมเปิดเดินรถไฟสายจีน-ลาวเที่ยวปฐมฤกษ์ ส่งออกสินค้าเกษตรไปจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630431

ดีเดย์!26 ม.ค.ไทยเตรียมเปิดเดินรถไฟสายจีน-ลาวเที่ยวปฐมฤกษ์ ส่งออกสินค้าเกษตรไปจีน

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.04 น.

ไทยเตรียมพร้อมดีเดย์เปิดขนส่งสินค้าเกษตร โดยรถไฟสายจีน-ลาวเที่ยวปฐมฤกษ์ 26 ม.ค.65 นี้  ขณะที่ “อลงกรณ์” นำทีมหารือทูตลาวขยายความร่วมมือขนส่งผลไม้รถไฟสายจีน-ลาว พร้อมประชุมสมาคมผลไม้ภาคตะวันออกเร่งเครื่องรับมือผลไม้ฤดูกาลผลิตปี 2565

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ เปิดเผยวันว่า ในวันที่ 26 มกราคมนี้ ขบวนรถขนส่งสินค้าจากสถานีเวียงจันทน์ใต้จะออกเดินบนเส้นทางรถไฟจีน-ลาว เข้าจีนที่ด่านรถไฟโมฮ่านในตอนใต้ของมณฑลยูนนาน สู่มหานครฉงชิ่งในภาคตะวันตกของจีน โดยใช้เวลาประมาณ 3 – 4 วัน เร็วกว่าการขนส่งทางเรือถึง 4 เท่าตัว นับเป็นขบวนรถสินค้าปฐมฤกษ์ที่ขนส่งสินค้าเกษตรของไทยไปยังประเทศจีนผ่าน สปป.ลาวเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เปิดเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยสินค้าเกษตรล็อตแรกเป็นข้าวเหนียวหัก 20 ตู้น้ำหนัก 500 ตัน จากบริษัทกล้าทิพย์ที่จังหวัดหนองบัวลำพู

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีรายงานจากหน่วยงานต่างประเทศคลาดเคลื่อนว่า ได้มีการขนส่งไปฉงชิ่งแล้วเมื่อวันที่ 20 มกราคม แต่เมื่อตนตรวจสอบย้อนกลับในวันเดียวกันทราบว่า ข้าวล็อตดังกล่าวได้ส่งออกจากประเทศไทยผ่านด่านหนองคายไปฝั่ง สปป.ลาวที่ท่าบก ท่านาแล้งแล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งไปถึงมหานครฉงชิ่ง เพราะต้องรอเคลียร์พิธีการทางศุลกากรและไฟเขียวจากกระทรวงกสิกรรมที่นครเวียงจันทน์ จึงได้ประสานกับนายด่านตรวจพืชหนองคาย ผู้ส่งออก บริษัทชิ้ปปิ้งและบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทยและจีน จนทราบปัญหาจึงติดต่อให้นายจันทร สิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเวียงจันทน์โลจิสติกส์ปาร์ค และท่าบกท่านาแล้งช่วยสนับสนุนจนเสร็จสิ้นเรียบร้อย และได้รับแจ้งว่าจะเคลื่อนย้ายตู้สินค้าไปสถานีเวียงจันทน์ใต้ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ก่อนจะยกขึ้นแคร่รถไฟเพื่อพร้อมในการเดินทางในวันพุธที่ 26 มกราคมนี้ด้วย

 “ในวันนี้ผมจะหารือกับท่านเอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทยเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างไทย-ลาว เรื่องการขนส่งสินค้าผ่านแดนจากไทยไปจีนบนเส้นทางรถไฟสายจีน-ลาว เพื่อความพร้อมสำหรับการขนส่งสินค้าเกษตรอื่นๆ โดยเฉพาะผลไม้ที่ใกล้จะถึงฤดูกาลผลิตปี 2565 เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้นอกจากนี้ จะมีการประชุมทางไกลกับสมาคมผลไม้และสมาคมล้งกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในภาคตะวันออกในบ่ายวันนี้ (22 ม.ค.) อีกด้วย” นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ บอกด้วยว่าก่อนหน้านี้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้ประสานกับทางการลาวและเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาด่านส่งออกติดขัดจากปัญหาโควิด19 อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด นับแต่เกิดปัญหาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว โดยปลายเดือนนี้จะมีการประชุมร่วมระหว่างกระทรวงเกษตรไทย-จีน โดยฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพ.เพื่อแก้ปัญหาร่วมกันด้วย

ปั้น‘อีสานเกตเวย์’!อลงกรณ์บุก‘หนองคาย-อุดรฯ’ ดันส่งออกผ่านเส้นทางรถไฟลาว-จีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630205

ปั้น‘อีสานเกตเวย์’!อลงกรณ์บุก‘หนองคาย-อุดรฯ’ ดันส่งออกผ่านเส้นทางรถไฟลาว-จีน

วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.58 น.

“เฉลิมชัย” มอบ “อลงกรณ์” ลงพื้นที่ “หนองคาย-อุดรธาน” สัปดาห์หน้า ประสานผู้ประกอบการ “ไทย-ลาว-จีน” ดันส่งออกข้าว-ยางพารา-ผลไม้ บนเส้นทางรถไฟสายใหม่รับมือฤดูกาลผลิตปี 2565

21 มกราคม 2565 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กรกอ.) และประธานคณะทำงานจัดทำแผนแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเดินทางไปหนองคาย-อุดรธานี เพื่อหารือกับผู้ประกอบการ “ไทย-ลาว-จีน” ด้านโลจิสติกส์เพื่อร่วมมือกันในการสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตร อาทิ ข้าว ยางพารา ผัก ผลไม้ กล้วยไม้ สินค้าประมงและสินค้าปศุสัตว์บนเส้นทางรถไฟลาว-จีนสำหรับฤดูกาลผลิตปี 2565 ตามข้อสั่งการของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งติดตามความคืบหน้าของนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีทางด้านการลงทุนอุตสาหกรรมเกษตรอาหารและโครงการโลจิสติกส์ปาร์ค ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ไนโตรเจนฟรีสเซอร์ และระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อการส่งออก

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาประเทศไทยสามารถส่งออกข้าวสาร จำนวน 20 ตู้ ปริมาณ 500 ตันโดยใช้เส้นทางรถไฟสายจีน-ลาวโดยมีจุดหมายปลายทางที่มหานครฉงชิ่ง ( Chongqing )ในภาคตะวันตกของจีนเป็นShipmentแรกซึ่งสามารถผ่านการตรวจตราและออกใบรับรองจากด่านตรวจพืชที่หนองคายขนส่งถึงท่าบกท่านาและผ่านการเห็นชอบของด่านศุลกากรลาวแล้วรอขบวนรถขนส่งสินค้าเพื่อเดินทางออกจากสถานีเวียงจันทน์ใต้ไปมหานครฉงชิ่ง ก่อนหน้านี้ได้รับรายงานคลาดเคลื่อนจากหน่วยงานว่าขนส่งไปฉงชิ่งแล้วรวมทั้งจำนวนน้ำหนักซึ่งได้ช่วยประสานงานกับทางลาวและได้รับความร่วมมืออย่างดีในการอนุมัติผ่านด่านศุลกากรและกระทรวงเกษตรของลาว เมื่อขบวนรถไฟขนส่งมาถึงก็พร้อมออกเดินทางได้ทันที

สำหรับการขนส่งระบบรางเป็นระบบใหม่จากไทยผ่านแดนลาวเพื่อขยายโอกาสทางการค้า ภายใต้การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ ภาคเกษตรกรและภาคเอกชนตามนโยบายการพัฒนาโลจิสติกส์เกษตรและยุทธศาสตร์ตลาดนำการผลิตเพื่อการส่งออก

“ภาคอีสานจะเปลี่ยนไปภายใต้ยุทธศาสตร์อีสานเกตเวย์ (ESAN Gateway) เชื่อมไทย-เชื่อมโลก อีสานไม่เพียงเป็นประตูโลจิสติกส์การค้าหน้าด่าน แต่จะเป็นฐานใหม่ของอุตสาหกรรมเกษตรอาหารในการผลิตเกษตรมูลค่าสูงตามโครงการ 1 กลุ่มจังหวัด 1 นิคมอุตสาหกรรมเกษตรอาหารของ กรกอ. ทั้งกลุ่มอีสานเหนือ อีสานกลางและอีสานใต้ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการและประเทศโดยรวม” นายอลงกรณ์ กล่าว

‘เฉลิมชัย’จัดการน้ำฤดูแล้ง บูรณาการเข้าแก้ปัญหาภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630061

วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุกทกภัยและแนวทางการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2565 ในเขตพื้นที่ภาคใต้ โดยมีนายเอนก ก้านสังวร ผอ.สำนักเครื่องจักรกล นายปริญญา สัคคะนายก ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 นายเดช เล็กวิชัย ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 16 และนายเฉลิมชัยตรีนรินทร์ ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 17 และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและรายงานสถานการณ์น้ำ ที่สำนักงานชลประทานที่ 16 อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยนายเฉลิมชัยกล่าวว่า ได้กำชับให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำฤดูแล้งและฤดูฝน วางแผนบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนการบูรณาการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงปี 2564 มีอิทธิพลของพายุและร่องมรสุมที่พาดผ่านทำให้เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ จึงกำชับให้ทุกโครงการชลประทาน บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม พร้อมเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำในลำน้ำต่างๆ รวมทั้งเตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือกว่า 1,189 หน่วย ประจำจุดพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม อาทิ เครื่องสูบน้ำ 350 เครื่อง, เครื่องผลักดันน้ำ 440 เครื่อง และเครื่องจักรสนับสนุนอื่นๆ 203 หน่วย เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชน ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด ทำให้ขณะนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วทั้ง 13 จังหวัดในภาคใต้

ส่วนแนวทางการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง ปี 2565 ในพื้นที่ภาคใต้ กรมชลประทาน ได้ดำเนินมาตรการการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 2564/65 ทั้ง 8 มาตรการ อย่างเคร่งครัด โดยการเร่งเก็บกักน้ำและจัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง พร้อมจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในพื้นที่ตามลำดับความสำคัญของกิจกรรมการใช้น้ำ อาทิ การอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ การสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงต้นฤดูฝน การเกษตร และการอุตสาหกรรม เป็นต้น รวมทั้งวางแผนสนับสนุนการเพาะปลูกพืชในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมน้ำสำรองสำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อสนับสนุนน้ำเตรียมแปลง และเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในแม่น้ำสายหลัก สายรอง ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมติดตามประเมินผลให้เป็นไปตามแผนที่ได้กำหนดไว้ ที่สำคัญคือการสร้างการรับรู้สถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำ โดยการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกันใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่า เพื่อให้มีปริมาณน้ำเพียงพอใช้ไปจนถึงต้นฤดูฝนหน้า

ศูนย์ฯข้าวขอนแก่นหนุนเมล็ดพันธุ์ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630062

วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายมงคล จันทร์ประทัด ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น กล่าวว่า กระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ฯ มีขั้นตอนตั้งแต่วางแผนการผลิต ซึ่งวางแผนอย่างน้อย 2 ปี ร่วมกับกองเมล็ดพันธุ์ข้าวเมื่อได้รับอนุมัติแผนการผลิต ก็จะคัดเลือกพื้นที่เหมาะสม จัดทำแปลงขยายพันธุ์โดยคำนึงถึงเรื่องระบบชลประทานเป็นหลัก และความพร้อมของเกษตรกรก่อนส่งเจ้าหน้าที่ ไปประชุมชี้แจง ถ่ายทอดความรู้เรื่องกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์ เมื่อเกษตรกรเข้าใจ ศูนย์ฯ จึงจัดหาเมล็ดพันธุ์หลักสำหรับผลิตเมล็ดพันธุ์ไปจำหน่ายให้กับเกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกในพื้นที่ซึ่งศูนย์ฯ คัดเลือกไว้โดยเมล็ดชั้นพันธุ์หลักมาจากศูนย์วิจัยข้าว ของกรมการข้าว ถ้าปีใดเมล็ดพันธุ์หลักไม่เพียงพอ กองเมล็ดพันธุ์ข้าวจำเป็นต้องใช้เมล็ดพันธุ์ชั้นพันธุ์ขยายซึ่งเป็นของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ไปผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์จำหน่าย และมีแผนการปลูกร่วมกับเกษตรกรไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปติดตาม ให้คำแนะนำ กำกับการปฏิบัติในแปลงเกษตร

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญคือกระบวนการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ในแปลง โดยเฉพาะการตัดพันธุ์ปน ต้องผลิตเมล็ดพันธุ์ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะคอยติดตามถึงระยะข้าวออกรวง เมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว การใช้เครื่องจักรเป็นปัญหาหนึ่ง ถ้าเครื่องจักรไม่สะอาดจะทำให้เมล็ดพันธุ์ไม่ผ่านมาตรฐาน หากรายใดใช้แรงงานคนก็ให้ใช้ตามปกติ เมื่อเกษตรกรเก็บเกี่ยวเรียบร้อย วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว ศูนย์ฯ จะแนะนำให้ตากลดความชื้น ซึ่งต้องไม่เกิน 15% ถ้าเกษตรกรมีปัญหาเรื่องการตาก ก็จะให้เกี่ยวสดเพื่อนำมาอบลดความชื้นในโรงงานปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ แต่ทุกเมล็ดพันธุ์ต้องผ่านมาตรฐานของกรมการข้าวก่อนซื้อคืน ปัจจุบันมีกฎหมายสำหรับเมล็ดพันธุ์พืชเพื่อเป็นเครื่องมือในการดูแลชาวนาให้มีโอกาสเลือกใช้เมล็ดพันธุ์มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะได้ประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นแล้ว หากมีการควบคุมอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ตามที่เหมาะสมกับวิธีปลูกก็สามารถช่วยลดต้นทุน ลดการระบาดของโรคแมลงศัตรูข้าวด้วย

ชูพะเยาเป็นแหล่งผลิต เมล็ดพันธุ์ข้าวมีคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630064

วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสงวน กันตะบุตร ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา เปิดเผยว่า ได้ส่งเสริมเกษตรกรภายใต้โครงการต่างๆ ของกรมการข้าว อาทิ โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด รับการจัดสรรงบประมาณจากแผนงาน/โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตามบัญชีท้าย พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ให้กับกลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่ กลุ่มละ 3,000,000 บาท เพื่อจัดซื้อครุภัณฑ์และวัสดุทางการเกษตร

ด้านนางมนัสนันท์ ปาสาวันประธานแปลงใหญ่ข้าวทุกหมู่บ้าน ต.จุน อ.จุน จ.พะเยา กล่าวว่า งบประมาณที่ได้รับจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ผ่านศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพะเยา นำมาจัดซื้อเครื่องจักรกลที่ลดภาระต้นทุนในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรในกลุ่ม ซึ่งจากเดิมจำเป็นต้องทำการเช่า ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 300,000 บาท/ปี หลังจากที่ได้รับเครื่องจักรกลพร้อมทั้งอุปกรณ์สนับสนุนด้านการเกษตรแล้ว ทำให้กลุ่มลดต้นทุนการผลิต ลดต้นทุนแรงงาน ลดเวลาการผลิตให้สั้นลง เพิ่มศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจากเดิมได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้แก่ศูนย์ฯ แล้ว กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวทุกหมู่บ้าน ต.จุน อ.จุน จ.พะเยายังได้นำข้าวเปลือกมาเพิ่มมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากข้าวชนิดต่างๆ อาทิ ข้าวสารบรรจุถุงสุญญากาศ ข้าวพองอบกรอบ สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากกว่าเดิม 30 เท่า ถือว่าเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวแปรรูปเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

‘ประภัตร’ลงพื้นที่เยี่ยม ด่านศุลกากรหนองคาย ส่งเสริมส่งสินค้าเกษตร ออกไปตปท.สร้างรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630059

วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน ที่ด่านศุลกากรหนองคาย อ.เมือง จ.หนองคาย ว่า หลังจากมีการเปิดวิ่งรถไฟจีน-ลาว เส้นทางระหว่างคุนหมิง-เวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 ระยะทางประมาณ 1,035 กิโลเมตร ทำให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าจากไทยไปจีน และลาว รวมถึงภูมิภาคตะวันออกกลาง และทวีปยุโรป ส่งผลให้ จ.หนองคาย กลายเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การค้าชายแดน การท่องเที่ยว การขนส่งโลจิสติกส์ รวมถึงด้านการบริการที่พัก โรงแรม ร้านอาหาร และมีสินค้านำเข้าและส่งออกเพิ่มมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงการเปิดด่านแบบ One day go ระหว่างไทยกับลาว แบบไปเช้าเย็นกลับ ซึ่งจะทำให้ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบแนวทางการดำเนินงานต่อหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ติดตามดูสถานการณ์การผลิตสินค้าเกษตร ว่ามีสินค้าชนิดใดที่สามารถส่งออกผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ ควรหามาตรการที่จะส่งเสริมและผลักดันสินค้าเกษตร ทั้งด้านพืช ประมง ปศุสัตว์ ให้สามารถส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ได้ต่อเนื่องต่อไป

จากนั้น รมช.เกษตรฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานที่ด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ซึ่งได้มีการปล่อยขบวนรถขนส่งสินค้าด้านการเกษตรที่ผ่านพิธีการทางศุลกากรเรียบร้อยแล้ว

สกู๊ปพิเศษ : มข.จับมือกรมปศุสัตว์แก้ไขปัญหาโรคลัมปีสกิน บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือในอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/630066

สกู๊ปพิเศษ : มข.จับมือกรมปศุสัตว์แก้ไขปัญหาโรคลัมปีสกิน  บรรเทาความเดือดร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงโค-กระบือในอีสาน

วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ โดยศูนย์บริหารเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมมือทางวิชาการด้านการแก้ไขปัญหาโรคลัมปีสกิน (Lumpy skin disease) ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับ กรมปศุสัตว์ โดยผู้ลงนามฝ่าย มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุลอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ศาสตราจารย์บัณฑิตย์ เต็งเจริญสกุล คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ รองศาสตราจารย์ดรุณี โชติษฐยางกูร คณบดีคณะเกษตรศาสตร์ พิธีลงนามครั้งนี้จัดผ่านโปรแกรม Zoom Meeting 

การจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับ กรมปศุสัตว์ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการทำงานร่วมกันในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาเรื่อง ลัมปีสกิน โดยกรมปศุสัตว์สนับสนุนกำลังคน และอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานในพื้นที่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาโรคระบาดลัมปีสกิน ส่วนทางด้านมหาวิทยาลัยขอนแก่นจะถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้กับปศุสัตว์และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น 

รศ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุลอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยีนวัตกรรม สู่การใช้ประโยชน์เชิงสังคมและเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการทำงานเพื่อสังคม อุทิศเพื่อชุมชน ตามค่านิยมของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นให้ประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ดี กินดี 

“จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกินในช่วงต้นปี 2563 ถึงปัจจุบันมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เห็นถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งได้ทำงานบูรณาการร่วมกับ กรมปศุสัตว์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ทั้งในด้านการรักษา การดูแล การป้องกันโรคลัมปีสกิน และจากการทำงานร่วมกันในระยะที่ผ่านมา นำมาสู่การจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมมือทางวิชาการด้านการแก้ไขปัญหาโรคลัมปีสกิน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในครั้งนี้ 

จากบันทึกความเข้าใจร่วมมือทางวิชาการมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีหน้าที่ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยี เรื่อง การรักษา การดูแล รวมถึงการแก้ไขปัญหาโรคลัมปีสกิน ให้กับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงเกษตรกร โดยคณาจารย์จากสาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ และคณะสัตวแพทยศาสตร์ ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญสูง ด้านการดูแลการรักษา ป้องกันโรค ในโค กระบือ รวมถึงการรับมือกับโรคลัมปีสกิน ในพื้นที่ภาคอีสาน อย่างก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การทำงานร่วมกันจะเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจของภาคเกษตรกรให้อยู่ดี กินดี มีความสุขอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป” 

นายสัตวแพทย์บุญญกฤชปิ่นประสงค์ ผู้แทนอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์มีความยินดี ที่ได้รับโอกาสทำบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ ความร่วมมือทางวิชาการด้านการแก้ไขปัญหาโรคลัมปีสกิน ในพื้นที่ภาคอีสาน คณะสัตวแพทยศาสตร์ และ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทั้ง 2 หน่วยงาน มีประสบการณ์มีความเชี่ยวชาญ การแก้ปัญหาโรคลัมปีสกิน 

 “โรคระบาดลัมปีสกินเป็นโรคอุบัติใหม่ ในปศุสัตว์ของประเทศไทยพบในโคเนื้อโคนม และกระบือ ปัจจุบันมีการแพร่กระจายเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคปศุสัตว์ ก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคเนื้อ โคนม และกระบือ เป็นอย่างมากซึ่งในพื้นที่ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่พบการระบาด ที่ผ่านมากรมปศุสัตว์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการการควบคุมป้องกันโรค ตามหลักสากลในการแก้ไขปัญหา โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ได้ร่วมดำเนินการช่วยเหลือ และ แก้ไขปัญหาเสมอมา” 

“มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประกอบไปด้วยทีมวิชาการที่มีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ โรคลัมปีสกิน มีศักยภาพในการถ่ายทอดองค์ความรู้ และ ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ กรมปศุสัตว์มีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคในสัตว์ และ เป็นหน่วยงานที่ต้องดูแลรับผิดชอบ โรคระบาดสัตว์ในประเทศไทย รวมไปถึงโรคลัมปีสกินด้วย ดังนั้น กรมปศุสัตว์มีความมั่นใจให้การสนับสนุน ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น แก้ไขปัญหาโรคลัมปีสกิน ในพื้นที่ภาคอีสาน เช่น การสนับสนุนบุคลากร และ อำนวยความสะดวกในการดำเนินภารกิจต่างๆ ในการควบคุม ป้องกันโรค เพื่อให้การแก้ไขปัญหาโรคดังกล่าวมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป”  นายสัตวแพทย์บุญญกฤช กล่าว 

ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ ผุดศูนย์ฉีดวัคซีน โซนฝั่งธนฯวอร์คอินฉีดไฟเซอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/629945

ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ ผุดศูนย์ฉีดวัคซีน โซนฝั่งธนฯวอร์คอินฉีดไฟเซอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.25 น.

ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯ ผุดศูนย์ฉีดวัคซีนโควิดสำนักการยางฯให้ ปชช.โซนฝั่งธนฯวอร์คอินฉีดไฟเซอร์

20 ม.ค.2565 ที่สำนักงานการยางแห่งประเทศไทย นายชนินทร์ รุ่งแสง ในฐานะคณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์  เป็นตัวแทนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ที่กักตัวหลังลงไปร่วมรณรงค์หาเสียงการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต6 สงขลา แล้วมีทีมงานติดโควิด เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 

โดยนายชนินทร์ เปิดเผยว่า  รมว.เกษตรฯได้ให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯให้ความสำคัญในการดูแลพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยจากโควิด รวมถึงการดูแลเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด  ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงประสานภาคเอกชน เครือโรงพยาบาลธนบุรีให้มาบริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ให้พี่น้องประชาชนในเขตบางพลัด บางกอกน้อยและจากพื้นที่ใกล้เคียงที่ลงทะเบียนหรือวอร์คอินเข้ามาฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้ได้รับความสะดวกสบาย เฉลี่ยวันละ 300 คนโดยใช้ห้องประชุมกันตัง ชั้น 5 ของการยางแห่งประเทศไทย ถนนบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย เป็นที่รับรอง

“ทั้งนี้ ผมได้ประสานจัดทำโครงการบางพลัด บางกอกน้อย 100%ห่างไกลโควิด และการเปิดให้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดังกล่าว  ตั้งเป้าหมาย 1.จะกระจายการฉีดวัคซีนให้ประชาชนในเขตบางพลัดและเขตบางกอกน้อยทั่วถึงครบทั้ง100%    2.จะให้มีการตรวจ ATK ในชุมชนที่มีความเสี่ยงทั้ง 100 %    3. จะไม่ให้มีผู้ที่ติดเชื้อตกค้าง โดยจะมีการประสานส่งไปรักษา ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล หรือ HOSPITEL  ครบ100%  และดำเนินการเป็น 2 เขตนำร่องเพื่อตัดวงจร ลดการระบาด ให้เป็นเขตปลอดเชื้อโควิด 100%   นอกจากจะร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯแล้ว  ยังมีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)  โดยอาศัยอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)รวมถึงกรุงเทพมหานคร(กทม.)ในการที่จะช่วยประสานงานในจุดต่างๆ   โดยมีเครือโรงพยาบาลธนบุรี และภาคเอกชนอื่นๆจะรับดูแลอำนวยความสะดวก ประสานงานในเรื่องของการสาธารณสุข  โดยย้ำเชิญชวนประชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคชีนเข็มแรกให้รีบมาฉีดแลในเข็มอื่นๆถ้าครบ 3 เดือนแล้วก็ให้มาฉีดวัคชีนได้ ในทุกๆเข็มในเวลา 13.00-1600 ทุกวันเว้นวันอาทิตย์” นายชนินทร์กล่าว