รายงานพิเศษ : รองผู้ว่าฯสมุทรสงคราม เยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607362

รายงานพิเศษ : รองผู้ว่าฯสมุทรสงคราม เยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดล

วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสุพจน์ ยศสิงห์คำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พร้อมด้วย นางชยาณี มัจฉาเดช พัฒนาการจังหวัดสมุทรสงคราม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้โคก หนอง นา โมเดลหมู่ที่ 6 ตำบลบางสะแก อำเภอบางคนที โดยมี นายมนัสบุญพยุง กำนันตำบลบางสะแก และประชาชนในตำบลบางสะแกต้อนรับ และนำชมการดำเนินการปรับพื้นที่ โคก หนอง นาโมเดล ตามโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมที่ 4 การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ทฤษฎีรูปแบบใหม่ โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน แปลงพื้นที่ 3 ไร่ ครัวเรือนต้นแบบใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้ในพื้นที่ สร้างความมั่นคงทางอาหาร ให้สามารถพึ่งตนเองและเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดฯ กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดล ตำบลบางสะแก แห่งนี้ จะเป็นแหล่งการถ่ายทอดความรู้การบริหารจัดการน้ำด้วยศาสตร์พระราชา ในพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ โคก หนอง นา โมเดลร่วมเปลี่ยนแปลงให้เกิดความยั่งยืนภายใต้สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ร่วมพิชิตความยากจน มุ่งถ่ายทอดสู่แนวทางศาสตร์พระราชา การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพดี มีความสุขกันถ้วนหน้า และยังมุ่งเน้นความเป็นอัตลักษณ์ของเมือง 3 น้ำ 3 นา3 ศาสนา 3 อำเภอ ดึงการมีส่วนร่วมจากทุกภาคี สร้างแผ่นดินนี้ให้อุดมสมบูรณ์

หากเรามีพื้นที่ตามแบบมาตรฐาน โคก หนอง นา โมเดล ขนาดพื้นที่ 3 ไร่ที่กักเก็บน้ำในระดับความลึก 3 เมตร เราจะกักเก็บน้ำได้ 4,000 ลูกบาศก์เมตรถ้าเรามีโคก หนอง นา 1 ล้านแปลง เราจะกักเก็บน้ำได้ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี จะเป็นสถานที่กักเก็บน้ำ แก้ปัญหาน้ำล้นฝั่ง แก้ปัญหาภัยแล้งได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สราวุฒิ ศรีธนานันท์

เร่งช่วยเกษตรกรผู้ประสบภัยทุกมิติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607366

วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมซักซ้อมแผนป้องกันและเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับภัยพิบัติในพื้นที่สำนักงานปศุสัตว์เขต 8 และเขต 9พื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยมีนายเจษฎา จิตรัตน์ ผวจ.สงขลา พร้อมคณะ เข้าร่วม โดยนายประภัตรกล่าวว่าสถานการณ์น้ำท่วมภาคกลาง ที่กระทบต่อภาคเกษตรและปศุสัตว์อยู่ในขณะนี้คาดว่า ภาคใต้จะกระทบในเดือนพฤศจิกายนนี้ จึงเตรียมรับมือเพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนขณะนี้ปศุสัตว์ เขต 8 และเขต 9 ได้ปรับปรุงฐานข้อมูลแล้ว รวมทั้งวิเคราะห์ความเสี่ยง กำหนดพื้นที่อุทกภัยซ้ำซาก เตรียมแผนอพยพสัตว์ในพื้นที่ความเสี่ยงสูงโดยมีการจัดตั้งศูนย์อพยพ 282 จุด ในส่วนของเสบียงอาหารสัตว์สำรอง หน่วยงานปศุสัตว์ในพื้นที่ได้เตรียมหญ้าแห้งสำรองกว่า 1,300 ตัน อาหารหมัก 16,000 กิโลกรัม

ทั้งนี้ นายประภัตร ได้ขอให้ ผวจ.สงขลา และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ภาคใต้ ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร ซึ่งเป็นโครงการที่กรมปศุสัตว์ และธ.ก.ส.ร่วมกันสนับสนุนเงินกู้ เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับเกษตรกร เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพในกิจกรรมที่มีตลาดรองรับชัดเจน มีการประกันราคารับซื้อผลผลิต รอบการผลิตสั้นสามารถสร้างรายได้ในระยะเวลา 6 เดือนในกรณีที่ใช้เป็นเงินลงทุน 3 ปีแรก ดอกเบี้ยร้อยละ 4 ปีที่ 4-5 ดอกเบี้ยตามปกติของธนาคาร เน้นปล่อยกู้ให้กับเกษตรกรรายบุคคล สามารถใช้ผู้ค้ำประกัน หรือสินทรัพย์ค้ำประกันก็ได้ โดยหากเกษตรกรท่านใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการได้ที่ ธ.ก.ส.หรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่

ผู้อำนวยการงานชลประทานที่ 8 ลงติดตาม อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607363

วันศุกร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกรียงไกร ภาคพิเศษ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 พร้อมด้วย นายวชิรพงษ์ เพ็งแก้ว หัวหน้าฝ่ายบริหารจัดการน้ำส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายวสันต์  โพธิ์ศรี หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 2 สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 8 รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานในพื้นที่ก่อสร้างอาคารระบายน้ำ Service Spillway อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร(ตอนล่าง) ตามข้อสั่งการของ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2564 ที่ได้เร่งรัดให้แก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้าที่กำลังจะมาถึง ทั้งนี้ตามที่ได้ทำการซ่อมแซมทำนบดินชั่วคราว บริเวณฝั่งขวาของอาคารระบายน้ำ Service Spillway เสร็จเรียบร้อยแล้ว (เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2564) คงเหลือการดำเนินงานในด้านอื่นๆ ซึ่งวันนี้ได้ยกบาน Stop log ลงทั้ง 4 บาน เพื่อกักเก็บน้ำ และอยู่ระหว่างเสริมทำนบดินให้สูงขึ้น 3 เมตร พร้อมเสริมความแข็งแรงด้วยหินและดิน บริเวณฝั่งขวาของอาคารระบายน้ำฯ ด้วย

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ปัจจุบัน (5 ต.ค.2564) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 5.65 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 20.40 ของความจุอ่างฯ และ
มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ 2.55 ล้าน ลบ.ม. โดยปริมาณน้ำที่ไหลลงอ่างฯ จะทำการกักเก็บน้ำเพื่อไว้ใช้ในฤดูแล้งนี้

สุพรรณบุรีเปิดประชุมแก้ไขปัญหา โครงการปรับปรุงกำแพงคูเมืองโบราณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607063

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานประชุมเพื่อร่วมพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องการปรับปรุงกำแพงเมืองคูเมืองโบราณด้านทิศตะวันตกต่อจากแนวกำแพงที่บูรณะเดิม ตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานกำแพงเมืองสุพรรณบุรี โครงการนี้สำนักศิลปากรที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ว่าจ้างบริษัทแห่งหนึ่ง เริ่มสัญญาตั้งแต่ 4 มี.ค. 2564 และจะสิ้นสุดสัญญา วันที่ 29 ธ.ค. 2564 รวมระยะเวลา300 วัน มูลค่าก่อสร้าง 29 ล้าน 3 แสนบาทที่ห้องประชุม MC ศาลากลาง จ.สุพรรณบุรี

นายนพฤทธิ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนกรณีการบูรณะโบราณสถานกำแพงเมืองสุพรรณบุรีผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี จากนายบุญชู
จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สุพรรณบุรี ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีสำนักศิลปากรที่ 6 สุพรรณบุรี ได้ดำเนินการปรับปรุงกำแพงคูเมืองโบราณทางด้านตะวันตก ต่อจากแนวกำแพงที่บูรณะเดิม ตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานกำแพงเมืองสุพรรณบุรี โดยผู้ร้องมีความเห็นว่าการปรับปรุงในครั้งนี้ไม่เหมาะสม เนื่องจากไม่คงสภาพกำแพงเมืองโบราณเดิม ซึ่งการซ่อมแซมและปรับปรุง ต้องมีรูปทรงลักษณะกลมกลืนเหมือนของเดิมมากที่สุด แต่ต้องแสดงความแตกต่างของสิ่งที่มีอยู่เดิมและสิ่งสร้างขึ้นใหม่ จึงเห็นว่าควรแก้ไขดำเนินการโครงการดังกล่าวให้มีความเหมาะสมและคงสภาพเดิมของกำแพงโบราณ

นายนพฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นก็คือความเห็นของชาวสุพรรณบุรี มีความเห็นว่าตัวกำแพงท่าสร้างนั้นดูลักษณะไม่สวยงาม ไม่เหมาะสมเท่าที่ควรจึงอยากให้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมให้ดูสวยงามมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ชี้แจงว่าเป็นการดำเนินการตามหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้ค้นพบ

อย่างไรก็ตามที่ประชุมมีมติร่วมกันว่าจะมีการทำประชาวิจารณ์ให้ความรู้ความเข้าใจและข้อมูลให้กับพี่น้องประชาชนให้มากขึ้น ในประเด็นแรกก็คือ ภาพปัจจุบันที่ทำอยู่เป็นอย่างไร มีความหมายอย่างไร ประเด็นที่สอง ในอนาคตจากการที่มีการรับฟังความคิดเห็นจากหลายๆ ฝ่ายแล้วนั้นควรที่จะมีการปรับปรุงเพิ่มเติมอะไรให้มากขึ้นเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย และประเด็นที่สาม ก็คือน่าจะมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในสิ่งที่เป็นอยู่ในวันนี้ เช่น ปรับภูมิทัศน์เพิ่มเติม หรือสร้างจุดสนใจที่เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์ให้มากที่สุด และมีการเปิดกว้างให้สามารถบูรณาการงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางท้องถิ่นถือว่าเป็นเจ้าของบ้าน

วิสาหกิจชุมชนท่าเดื่อทำนาแปลงใหญ่-ข้าวคุณภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607060

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอุดมเดช คนสมบูรณ์ เกษตรจังหวัดชัยภูมิ ได้มีนโยบายให้ลดต้นทุนการผลิตด้านเมล็ดพันธุ์และสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวดำไรซ์์เบอร์รี่ทดลองปลูก ตามโครงการส่งเสริมการทำนาแบบประณีต โดยนางฉวีวรรณ เที่ยงคำ เกษตรอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ได้พาแกนนำไปศึกษาดูงานที่อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด จึงตัดสินใจทำโครงการขายข้าวไรซ์เบอร์รี่ กับสหกรณ์การเกษตรธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด มีสมาชิกร่วมปลูกข้าวแบบเกษตรอินทรีย์ในปี 2556 ต่อมาจึงมีการยื่นจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ปี 2558 ในชื่อวิสาหกิจชุมชนพืชปลอดภัยบ้านท่าเดื่อ ต.บ้านยาง อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ มีสมาชิกแรกเริ่ม 32 คน โดยมีนางบัวโฮมสาริพันธ์ เป็นประธาน มีการผลิตข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวอื่นๆ ดำเนินกิจกรรมเรื่อยมาถึงปัจจุบัน

นางบัวโฮม เปิดเผยว่า กลุ่มมีการทำแปลงเกษตรอินทรีย์และแปลงที่รับรองมาตรฐาน GAP ทางกลุ่มเองได้ทำการปลูกพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105,ไรซ์เบอร์รี่ และกลุ่มได้ผ่านการยื่นขอรับรองมาตรฐาน UNDP JASS ORANIC Thailand ได้มีการทำแปลงเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อทำการคัดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีไว้ใช้ในการทำเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวในปีต่อๆ ไป รวมถึงได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีกระจายพันธุ์ในชุมชนและทางกลุ่มแปลงใหญ่ภายใต้การดูแลของศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ จนปัจจุบันสามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้ตามนโยบายของกรมการข้าว อีกทั้งผลิตข้าวเพื่อเป็นคู่ค้ากับสหกรณ์การเกษตรร้อยเอ็ด จำกัด ค้าข้าว ขาวดอกมะลิ 105 และข้าวไรซ์เบอร์รี่ ปีละ 178 ตัน มูลค่ารวม 8.7 ล้านบาท/ปี

ด้านนายอำนวย พงษ์พนัส เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงานศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ กล่าวว่าศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ ได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว และคุณภาพการผลิตข้าว เช่น สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว ภายใต้โครงการส่งเสริมระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ สนับสนุนเครื่องหยอดแบบ 4 แถว สนับสนุนเครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว สนับสนุนกระสอบข้าวไว้ใช้บรรจุเมล็ดพันธุ์ข้าว และพัฒนาศักยภาพชาวนา และองค์กรชาวนาให้เข้มแข็ง โดยการจัดอบรมการพัฒนาระบบควบคุมภายใน (ICS) จัดทำแผนพัฒนาการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ประสานให้ผู้นำกลุ่มแปลงใหญ่รับการอบรม Yong Smart Farmer และ Smart Farmer พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ตลอดจนส่งเสริมกลุ่มเข้ารับโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด

ขณะที่ นางฉวีวรรณกล่าวว่า ได้ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ โดยเกษตรอำเภอได้รับงบประมาณสนับสนุนเรื่องเกษตรแปลงใหญ่ 3 ล้านบาท จึงร่วมกับศูนย์วิจัยข้าวชุมแพ ดำเนินการเรื่องข้าวและทำระบบโรงเรียนเกษตรกร ของมาตรฐานโครงการตามนโยบายรัฐบาล นอกจากนี้ยังมีการปลูกพืชหลังนา เช่น ผัก มะละกอ กล้วย ฯลฯ ไว้บริโภคในชุมชน ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้วย

สกู๊ปพิเศษ : ผ้าทอไทขาวบ้านทัพคล้าย จ.อุทัยธานี อัตลักษณ์ผ้าทอโบราณมรดกสืบทอดรุ่นสู่รุ่นกว่า 200 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607067

สกู๊ปพิเศษ : ผ้าทอไทขาวบ้านทัพคล้าย จ.อุทัยธานี อัตลักษณ์ผ้าทอโบราณมรดกสืบทอดรุ่นสู่รุ่นกว่า 200 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ชุมชนบ้านทัพคล้าย ตำบลทัพหลวงอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เป็นชุมชนหนึ่งที่ยังคงสืบสานวัฒนธรรมการทอผ้าแบบไทขาว ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นบ่งบอกถึงความเป็นไทขาวหรือลาวพุทธ สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่ครั้งถูกกวาดต้อนมาจากนครหลวงพระบาง นครเวียงจันทน์ประเทศลาวในสมัยกรุงธนบุรีตอนปลายและมายังประเทศไทย จากอดีตถึงปัจจุบันการทอผ้าได้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาหลายชั่วอายุคน ยาวนานกว่า 200 ปีโดยยังคงเอกลักษณ์ลวดลายผ้าทอโบราณที่เสมือนเป็นการเล่าเรื่องราวต่างๆ บนลายผ้า เช่น ลายนาคลายสอยสา ลายบัวเคีย ลายทางเกวียน ลายหัวช้าง ลายเอี้ยตุ้ม เป็นต้น

กัญญา เพ็งอุ่น ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งนา สังกัดสหกรณ์การเกษตรบ้านทัพคล้าย จำกัด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เล่าว่าในสมัยก่อนผู้หญิงต้องทอผ้าห่มให้เป็นเพื่อใช้เอง และไว้รับไหว้พ่อแม่ของฝ่ายชายเมื่อมีการแต่งงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้หญิงที่ดี มีความละเอียด มีความสามารถ พร้อมที่จะมีครอบครัวแล้ว ซึ่งนอกจากจะเป็นผ้าทอเพื่อใช้สอยและเป็นผ้าทอตามประเพณีการเลือกคู่แล้ว การทอผ้ายังมีบทบาทในทางพุทธศาสนาอีกด้วย “งานจุลกฐิน” เป็นประเพณีประจำปีของชุมชนบ้านทัพคล้าย ชาวบ้านจะรวมตัวช่วยกันทอ ธุงหรือธงประดับวัด ด้วยลวดลายที่บันทึกเรื่องราวในชุมชนไว้บอกเล่าให้คนรุ่นหลังได้รู้ รวมถึงทอจีวรหรือสบง เพื่อถวายแด่พระสงฆ์

การทอผ้าของชุมชนบ้านทัพคล้ายไม่เพียงเป็นวิถีชีวิตของคนที่นี่ ยังเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ซึ่งจุดเด่นของสินค้าจากผ้าทอลาวเวียง คือ ลวดลายและขั้นตอนการผลิตที่ยังคงความถูกต้องตามประเพณีดั้งเดิมรวมถึงความประณีตในการทอ ที่ทำให้ผ้าทอนั้นทนทานในการใช้งานและในทุกขั้นตอนการผลิตยังมาจากธรรมชาติอีกด้วย

“สินค้าจากชุมชนทัพคล้ายจะพยายามรักษาไว้เรื่องความถูกต้องของลายผ้า ของใช้แต่ละประเภทมันก็มีลายของมัน เช่น ลายสำหรับผ้าถุง ลายสำหรับผ้าห่มจะแตกต่างกันเราจะไม่นำมาใช้ปนกัน เพื่อคงไว้ซึ่งความเชื่อของปู่ย่าตายายของเราด้วย นอกจากนี้ สินค้าทุกชิ้นจะมีลวดลายที่สวยงามและประณีต มีลวดลายใหม่ๆ ซึ่งจะทำตามออเดอร์เท่านั้น” คุณกัญญา กล่าวย้ำ

ผลิตภัณฑ์ผ้าทอของชุมชนทัพคล้ายมีหลากหลาย อาทิผ้าถุง ย่าม ผ้าคลุมไหล่ ผ้าขาวม้า ไปจนถึงผ้าแขวนตกแต่งผนัง สนนราคาตั้งแต่ 200-7,000 บาท ซึ่งตอบโจทย์สำหรับลูกค้าที่รักผ้าทอโบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นท่านใดสนใจสามารถแวะไปเลือกซื้อสินค้าได้ที่ชุมชนบ้านทัพคล้าย ต.ทัพหลวง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณกัญญา เพ็งอุ่น ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านทุ่งนา เบอร์โทรศัพท์ 08-9679-7234

อบจ.สมุทรสาครเปิดรอบด่วนพิเศษ ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607064

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ที่บริเวณลานจอดรถห้างเซ็นทรัล พลาซา มหาชัย ต.นาดี อ.เมืองจ.สมุทรสาคร นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาคร พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร สมาชิก เจ้าหน้าที่ในสังกัด อบจ.สมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร ร่วมกันอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม รอบด่วนพิเศษซึ่งเปิดให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร แต่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน ลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด หลังจากเปิดให้ประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนบ้านจังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงทะเบียนและเข้ารับการฉีดวัคซีนมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว 

สำหรับการฉีดวัคซีนในรอบด่วนพิเศษมีกำหนด 2 วัน โดยมีประชาชนที่ลงทะเบียนรับคิวฉีดที่ห้างเซ็นทรัลฯ เกือบ 6,000 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้ได้รับความสะดวกสบาย รวดเร็ว เพื่อลดความแออัดในการเข้ารับวัคซีน 

นายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ ระบุวัคซีนซิโนฟาร์มในส่วนที่เหลือจะสามารถเก็บไว้ได้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์2565 ซึ่งระหว่างนั้นหาก อย.อนุมัติให้วัคซีนซิโนฟาร์มสามารถฉีดให้กับเด็กนักเรียนได้ อบจ.สมุทรสาคร จะนำวัคซีนที่เก็บไว้มาฉีดให้กับเด็กนักเรียน แต่ถ้าหาก อย.ยังไม่อนุมัติ ก็ต้องรอความชัดเจนจากทางคณะกรรมการโรคติดต่อ ว่าต้องการนำวัคซีนไปสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับจังหวัดสมุทรสาคร

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ฯเสริมนาข้าวคุณภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/607062

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสิทธิชัย ม่วงงาม ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครสวรรค์ เปิดเผยว่า นอกจากภารกิจด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีแล้ว ยังมีภารกิจส่งเสริมการทำการเกษตรแปลงใหญ่ ใน จ.นครสวรรค์ ซึ่งมีกลุ่มเกษตรกรร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ ที่ศูนย์ฯ รับผิดชอบรวม 46 กลุ่ม พื้นที่กว่า 80,000 ไร่ ในปี 2564 มีกลุ่มแปลงใหญ่ ใน จ.นครสวรรค์ ที่ดำเนินกิจกรรมและรับการสนับสนุนตามโครงการจากกรมการข้าว 17 แปลง พื้นที่19,419 ไร่ โดยได้รับสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีจากโครงการ 15 กลุ่ม พื้นที่ 17,692 ไร่ ส่วนอีก 2 กลุ่ม(พื้นที่ 1,727 ไร่) เป็นกลุ่มที่รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวจากกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน

การใช้เมล็ดพันธุ์ดีทำให้เกษตรกรลดต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากการงอก ความแข็งแรงสูง จึงไม่จำเป็นต้องใช้เมล็ดพันธุ์ต่อไร่ในอัตราที่สูงโดยศูนย์ฯ ผลิตตรงตามสายพันธุ์ ผ่านการปรับปรุงคุณภาพให้ได้มาตรฐานเมล็ดพันธุ์ของกรมการข้าว จึงมีความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูตามสายพันธุ์ของข้าวนั้นๆ ช่วยลดต้นทุนการใช้สารเคมีกำจัดโรคและแมลง นอกจากนี้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจะช่วยให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นมีคุณภาพตรงตามมาตรฐาน และช่วยทำให้มีกำไรต่อพื้นที่มากกว่า

“ข้าวพันธุ์ดี” โดยทั่วไปจะหมายถึงข้าวที่ปลูกแล้วให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ แต่สำหรับด้านวิชาการ หมายถึง ข้าวที่มีเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์ให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพดี มีลักษณะดีหลายอย่าง เช่น เป็นพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูข้าวมีพันธุกรรมที่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตสูง ตอบสนองต่อปุ๋ยดี ให้ผลผลิตที่มีคุณภาพด้านต่างๆ เช่น ลักษณะรูปร่างเมล็ด ขนาด คุณภาพการสี คุณค่าทางอาหาร เป็นต้น เมื่อกล่าวถึงเมล็ดพันธุ์ดีข้าวคุณภาพดี ต้องมีองค์ประกอบหลายประการ คือมีความดีเด่นทางพันธุกรรม เมล็ดพันธุ์ข้าวตรงตามสายพันธุ์ ไม่มีพันธุ์อื่นปน ไม่มีสิ่งเจือปน มีความชื้นเหมาะสมในการเก็บรักษา

กรมชลฯเตือน 3 จว.รับมือ 10ต.ค.‘เจ้าพระยา’เพิ่มสูง เร่งผันน้ำเหนือเข้า 10 ทุ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606972

กรมชลฯเตือน 3 จว.รับมือ 10ต.ค.‘เจ้าพระยา’เพิ่มสูง เร่งผันน้ำเหนือเข้า 10 ทุ่ง

วันพุธ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.12 น.

กรมชลฯเตือน 3 จว.รับมือ 10ต.ค.‘เจ้าพระยา’เพิ่มสูง เร่งผันน้ำเหนือเข้า 10 ทุ่ง

6 ตุลาคม 2564 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 15 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย นครราชสีมา ชัยภูมิ ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง อุบลราชธานี พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร ขอนแก่น ชัยนาท สุพรรณบุรี และอุทัยธานี ซึ่งกรมชลประทานเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังออกให้เร็วที่สุด พร้อมกันนี้นำผลวิเคราะห์และคาดการณ์สภาพอากาศ รวมทั้งแนวโน้มของอิทธิพลพายุของกรมอุตุนิยมวิทยามาประกอบการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและป่าสักปริมาณน้ำเหนือลดลงแล้ว จะทยอยปรับลดการระบายน้ำสู่พื้นที่ตอนล่างให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนบริเวณรอบทุ่ง

อย่างไรก็ตามวันนี้น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,749 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวานนี้ซึ่งอยู่ที่ 2,788 ลบ.ม.ต่อวินาที ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ระบายน้ำ 901 ลบ.ม.ต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวานนี้ซึ่งอยู่ที่ 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที จากนั้นควบคุมให้น้ำไหลผ่านเขื่อนพระรามหกสูงสุดในอัตรา 762 ลบ.ม.ต่อวินาที ทำให้เช้านี้ (6.00 น.) น้ำไหลรวมกันผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา 3,104 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งไม่เกินความจุของลำน้ำที่รับได้ 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที

“ในวันที่ 10 ตุลาคม 2564 จะเกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงสุด คาดว่าจะส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 30-50 ซม. บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา จ.ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้เสริมเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายออกทะเล” นายประพิศ กล่าว

นอกจากนี้ยังใช้ทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำเพื่อตัดยอดน้ำหลาก โดยลุ่มน้ำยม-น่าน ผันน้ำเข้าทุ่งบางระกำ 400 ล้าน ลบ.ม. ส่วนทุ่งพื้นที่ลุ่มต่ำ 10 ทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา รับน้ำแล้วรวม 978 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 67% จากแผนที่กำหนดไว้ 1,454 ล้าน ลบ.ม. สาเหตุที่ยังไม่ได้รับน้ำเข้าทุ่ง 100% ตามแผนเนื่องจากยังมีนาข้าวที่รอเก็บเกี่ยวอีก 121,000 ไร่หรือ 11.8 % ของที่เพาะปลูกทั้งหมด ซึ่งเมื่อเกษตรกรเก็บเกี่ยวหมดแล้ว จะพิจารณารับน้ำเข้าจนเต็มศักยภาพ ซึ่งเป็นการเตรียมแปลงสำหรับเพาะปลูกพืชน้ำน้อยในช่วงหน้าแล้งได้อีกด้วย

ในส่วนลุ่มน้ำชี–มูล น้ำที่ระบายจาก จ.ชัยภูมิ ลงแม่น้ำชีเคลื่อนตัวมาถึงเขื่อนชนบท อ.ชนบท จ.ขอนแก่น แล้วเอ่อล้นตลิ่ง ประกอบกับระดับน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์มีน้ำมากถึง 85.44% จึงต้องระบายน้ำลงลำน้ำพองและชี ตามลำดับ จึงทำให้น้ำท่วมสูงใน จ. ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด รวมทั้งต้องเฝ้าระวัง จ. มหาสารคาม ยโสธร และศรีสะเกษ ด้วย เนื่องจากน้ำที่ระบายจาก จ.นครราชสีมา ลงแม่น้ำมูลเคลื่อนตัวมาผ่าน จ.ศรีสะเกษ แล้ว แล้วจะไหลไปที่ จ.อุบลราชธานี

ล่าสุด ศูนย์บริหารจัดการอุทกภัยลุ่มน้ำชี-มูล (ส่วนหน้า) รายงานว่า ระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำ M7 อ. เมืองอุบลราชธานี เวลา 06.00 น. อยู่ที่ +112.49 ม.รทก. อัตราการไหล 2,594 ลบ.ม.ต่อวินาที สูงกว่าตลิ่ง 49 เซนติเมตร โดยทรงตัวมา 2 วันแล้ว เนื่องจากเร่งระบายน้ำแม่น้ำมูลลงสู่แม่น้ำโขงได้มากถึง 2,811.23 ลบ.ม.ต่อวินาทีหรือวันละ 242.89 ล้าน ลบ.ม. เพื่อให้ลำน้ำสามารถรับปริมาณน้ำสูงสุดที่จะมาถึงในอีก 10-15 วันได้ โดยเกิดผลกระทบน้อยที่สุด

-005

‘ชัยชนะ’ขอบคุณ’นายกฯ’คืน4กรม ให้’เฉลิมชัย’กลับไปดูแล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/606897

'ชัยชนะ'ขอบคุณ'นายกฯ'คืน4กรม ให้'เฉลิมชัย'กลับไปดูแล

วันพุธ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.41 น.

‘ชัยชนะ’ ขอบคุณ ‘นายกฯ’ เซ็นคำสั่งคืน 4 กรมกระทรวงเกษตรฯ ให้ ‘เฉลิมชัย’ กลับไปดูแล เผยเป็นไปตามกฎหมายและความเหมาะสม ชี้ล้างครหา’เผด็จการ’ ได้พอควรเพราะฟังคำท้วงติงจากพรรคร่วมรัฐบาล 

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราชและรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามยกเลิกคำสั่งที่มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแล 4 กรมในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) แทนที่ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกปลดจากรัฐมนตรีช่วยการกระทรวงเกษตรฯ ว่า ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลบล้างข้อกล่าวหาที่ถูกปลุกปั่นมาตลอดว่า เป็นเผด็จการ ได้พอสมควร เนื่องจากว่า พอทางพรรคประชาธิปัตย์ ได้ดำเนินการทักท้วงว่า อาจจะไม่มีความเหมาะสมและเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้พิจารณาถึงเหตุผลต่างๆ แล้วจึงตัดสินใจอย่างกล้าหาญโดยการยกเลิกคำสั่งฯ เพื่อคืนอำนาจให้ทาง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการฯ ดำเนินการจัดสรรหรือแบ่งงานให้กับรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ อีก 2 ท่าน ตามความเหมาะสมต่อไป 

ดังนั้น ตนและพรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ดำเนินการตามคำท้วงติงของพรรคถือเป็นความสวยงามที่เกิดขึ้นในการทำงานของรัฐบาลด้วย 

“ผมเห็นว่า การที่ นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งยกเลิกในครั้งนี้ ถือเป็นการความเป็นธรรมให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการมีอำนาจตาม พ.ร.บ.พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 20 วรรค 2 ที่ระบุว่า ในกรณีที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การสั่งหรือการปฏิบัติราชการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมอบหมาย รวมทั้ง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้ชี้แจงว่า สำหรับงานในหน้าที่ที่เคยเป็นของ ร.อ.ธรรมนัส ต้องกลับคืนสู่รัฐมนตรีว่าการ เพราะอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการ เป็นไปตามคำสั่งมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อไม่มีรัฐมนตรีช่วยฯ อำนาจเหล่านั้นก็กลับคืนสู่รัฐมนตรีว่าการ เพราะฉะนั้น การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ดำเนินการครั้งนี้ ถือเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำนึงถึงความเหมาะสม รวมทั้ง เป็นการลบล้างคำครหาที่ว่าเป็นเผด็จการไม่ฟังใครได้พอสมควร ” นายชัยชนะกล่าว