ปศุสัตว์ออกร้านสินค้าคุณภาพโครงการหลวง

ปศุสัตว์ออกร้านสินค้าคุณภาพโครงการหลวง

ปศุสัตว์ออกร้านสินค้าคุณภาพโครงการหลวง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 11.06 น.

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 กรมปศุสัตว์ออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพในงาน “โครงการหลวง 56” ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ 1-12 สิงหาคม 2568  เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง

วันนี้ (24 ก.ค.) นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานโครงการหลวงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 โดยการเข้าร่วมงานในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกรมปศุสัตว์ในการสนับสนุนโครงการหลวง ซึ่งเป็นโครงการ

ในพระราชดำริที่สร้างประโยชน์มหาศาลแก่เกษตรกรและประชาชนไทย อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่และส่งเสริมผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์แปรรูปคุณภาพสูงที่ผลิตโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผลผลิตจากความร่วมมือกับเกษตรกรเครือข่ายในพื้นที่ ทำให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่ ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ

ภายในงาน “โครงการหลวง 56” กรมปศุสัตว์ โดยกองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ ได้นำผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์แปรรูปจากหมูดำของเกษตรกรเครือข่ายในจังหวัดเชียงใหม่มาจัดแสดงและจำหน่ายรวม 6 รายการ ได้แก่ ไส้กรอกแฟรงค์เฟอร์เตอร์ ขนาด 250 กรัม หมูแดดเดียว ขนาด 300 กรัม เบคอน ขนาด 300 กรัม พอร์คชอป ขนาด 250 – 500 กรัม ขาแฮมรมควัน ขนาด 300 – 500 กรัม

015

เกษตรฯติดสถานการณ์น้ำใกล้ชิดหลังฝนต่อเนื่อง ย้ำแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร

เกษตรฯติดสถานการณ์น้ำใกล้ชิดหลังฝนต่อเนื่อง ย้ำแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร

เกษตรฯติดสถานการณ์น้ำใกล้ชิดหลังฝนต่อเนื่อง ย้ำแนวทางช่วยเหลือเกษตรกร

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.43 น.

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งกรมชลประทานเกาะติดสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ พร้อมย้ำแนวทางปฏิบัติในช่วงประสบภัยพิบัติ ดังนี้

1.เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เกษตรทันทีเมื่อน้ำเริ่มขัง พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

2.เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกซ้ำ และน้ำจากต้นน้ำไหลหลาก

3.ประสานกับท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการตอบสนองเร่งด่วน

4.ให้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอและตำบล เป็นด่านหน้าในการเฝ้าระวังและให้คำแนะนำเกษตรกรอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้กรมชลประทานได้ร่วมทำงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะเข้าไปช่วยประชาชนได้ตลอดเวลา

ล่าสุด ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน รวมไปถึงพื้นที่เสี่ยงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่าอย่างต่อเนื่อง และขอให้ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมชลประทาน 1460 หรือ โครงการชลประทานใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นายเอกภาพ ขอย้ำเตือนเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัย ที่มีฝนฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากช่วงวันที่ 23-25 ก.ค. 68 ชาวประมงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง พร้อมมีแนะนําเกษตรกร ดังนี้

ภาคเหนือ เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคใบจุดและโรคเน่าเละในพืชตระกูลกะหล่ำและผักกาด เช่น คะน้า กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลีกวางตุ้ง ผักกาดขาว และผักกาดหอม เป็นต้น นอกจากนี้ควรทำทางระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกษตรกรควรดูแลหลังคาโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อย่าให้มีรอยรั่วซึม และทำแผงกำบังลมและฝนให้แก่สัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ไม่ควรปล่อยให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่ชื้นแฉะเป็นเวลานานเพราะอาจทำให้เป็นโรคปากและเท้าเปื่อยโดยเฉพาะสัตว์เท้ากีบ เช่น โค กระบือ และสุกร เป็นต้น และควรระวังโรคที่มาพร้อมกับน้ำท่วม เช่นโรคเครียด โรคฉี่หนู โรคน้ำกัดเท้า โรคตาแดง และโรคอุจจาระร่วง เป็นต้น

ภาคกลาง เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก นอกจากนี้ควรดูแลสวนให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อป้องกันโรคพืชที่เกิดจาก
เชื้อรา

ภาคตะวันออก เกษตรกรควรผูกยึดค้ำยันกิ่งไม้ผลให้มั่นคงแข็งแรง สำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์ น้ำในบ่อเลี้ยงไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อ เพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน ทำให้อ่อนแอ และเป็นโรคได้ง่าย หลังจากฝนตกควรเปิดเครื่องตีน้ำ เพื่อป้องกันน้ำแยกชั้นและเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ

ภาคใต้ เกษตรกรควรระวังและป้องกันการระบาดของโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราในพืชไร่ ไม้ผล และพืชผัก สำหรับผู้ที่เลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยงไม่ควรปล่อยให้น้ำฝนที่ตกบนดินไหลลงบ่อ เพราะจะทำให้สภาพน้ำเปลี่ยน สัตว์น้ำปรับตัวไม่ทัน ทำให้อ่อนแอและเป็นโรคได้ง่าย หลังจากฝนตกควรเปิดเครื่องตีน้ำ เพื่อป้องกันน้ำแยกชั้นและเพิ่มออกซิเจนให้กับน้ำ นอกจากนี้ควรดูแลสวนให้โปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อป้องกันโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา

กรมปศุสัตว์จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ปี 68

กรมปศุสัตว์จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ปี 68

กรมปศุสัตว์จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ปี 68

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.36 น.

กรมปศุสัตว์จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ประจำปี 2568

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น.นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดินของกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ คณะผู้บริหารของกรมปศุสัตว์ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์เข้าร่วมพิธีฯ ทั้งนี้ เพื่อให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ได้แสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระยุคลบาทในฐานะข้าราชการให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป ณ ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพฯ

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.22 น.

“เลขาธิการ ส.ป.ก.”ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ของ กษ.

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พร้อมด้วย รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ผู้ตรวจราชการกรม ผู้อำนวยการสำนัก/กอง/ศูนย์ และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.กษ.) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นประธาน พร้อมด้วย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.กษ.) นายอัครา พรหมเผ่า ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานสังกัด กษ. ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานสังกัด กษ. เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้าอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ในวันที่ 23 กรกฏาคม 2568 เวลา 08.00 น.

– 006

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

'อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร'ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.39 น.

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี โดยมี นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายสุริยะ คำปวง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นำเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกันถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายพระพรชัยมงคล และร่วมแสดงพลังถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

วันพุธ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.21 น.

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายปราบพล โล่หวีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ และผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการกลุ่ม เจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 โดยมี นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหาร ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมพิธี ณ ลานหน้าอาคาร 1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแสดงออกถึงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย รวมทั้งเพื่อให้ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความตระหนัก มุ่งมั่น สามัคคี และเปี่ยมด้วยขวัญ กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าราชการที่ดีและเป็นพลังของแผ่นดิน

– 006

อธิบดีฝนหลวงฯ เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

อธิบดีฝนหลวงฯ เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

อธิบดีฝนหลวงฯ เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน

วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 14.53 น.

22 กรกฎาคม 2568 เวลา 09.30 น. นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 โดยมีนายปราบพล โล่ห์วีระ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านปฏิบัติการ ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมพิธี ณ ห้องประชุมหยาดพิรุณ ชั้น 3 กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

-(016)

เปิดตัวน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ Waste , Not Wasted

เปิดตัวน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ Waste , Not Wasted

เปิดตัวน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ Waste , Not Wasted

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.37 น.

‘ประมงสมุทรสาคร-สำนักงานพัฒนาที่ดิน-ซีพีเอฟ’เปิดตัวน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ Waste , Not Wasted ชาวสวนฝรั่งบอกเห็นผลดีหลังใช้แถมช่วยลดค่าปุ๋ย

ประมงสมุทรสาคร จับมือร่วมกับสำนักงานพัฒนาที่ดิน และซีพีเอฟ เปิดตัว น้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ ตั้งเป้าช่วยลดจำนวนปลาหมอคางดำเดือนละ 6,000 กิโลกรัม พร้อมแบ่งปันสูตรให้วิสาหกิจชุมชน ต่อยอดเป็นสินค้าสร้างรายได้ แบรนด์ Waste, Not Wasted ของเสียที่ไม่เสียของ ช่วยเกษตรกรประหยัดค่าปุ๋ยได้ถึงหมื่นบาทต่อไร่ เกษตรกรย้ำน้ำหมักชีวภาพช่วยให้ฝรั่งลูกโตขึ้น และมีรสหวาน

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ สนับสนุนประมงจังหวัดสมุทรสาครในการนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด บูรณาการกับ สถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร และศูนย์การเรียนรู้ของเสียที่ไม่เสียของ ต่อยอดนำปลาหมอคางดำที่จับได้จากกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” มาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพสูตรปลาหมอคางดำ ที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัด และซีพีเอฟสนับสนุนถังพลาสติกขนาดใหญ่สำหรับหมักปลาได้ 300 กิโลกรัมต่อถัง

เผดิม รอดอินทร์  ประมงสมุทรสาคร กล่าวว่า โครงการน้ำหมักชีวภาพใช้เวลา 1 เดือน จะช่วยให้สมุทรสาครจับปลาหมอคางดำออกจากระบบได้ทุกเดือน เดือนละ 6,000 กิโลกรัมหรือปีละ 72,000 กิโลกรัม เพิ่มมูลค่าเป็นของดีมาแบ่งปันให้พี่น้องเกษตรกรใช้รดบำรุงดินแทนปุ๋ย  เตรียมคิกออฟเป็นสินค้าภายใต้แบรนด์ WASTE, NOT WASTED “ของเสียที่ไม่เสียของ” รวมทั้งถ่ายทอดสูตรการหมักให้เกษตรกรนำไปทำใช้เอง เป็นการบูรณาการประชาชนมีส่วนร่วมในการลดประชากรปลาหมอคางดำอีกทางหนึ่ง

ธนัชกฤต กลิ่นหวล  ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรสาคร ได้แบ่งปันสูตรของน้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ มีส่วนประกอบปลาหมอคางดำ 30 กิโลกรัม หมักกับ กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม และ สัปปะรด 10 กิโลกรัม ใส่ สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 จำนวน 1 ซองผสมน้ำเปล่า 10 ลิตร บรรจุในถังหมักนาน 1 เดือนได้น้ำหมักเข้มข้น 30 กิโลกรัม  ก่อนใช้ต้องเจือจางกับน้ำก่อนนำมาฉีดพ่นและรดดิน ช่วยบำรุงพืชผลและบำรุงดิน  

“สำนักงานพัฒนาที่ดินนำน้ำหมักชีวภาพไปวิเคราะห์ พบว่ามีธาตุอาหารหลักสำหรับพืชทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตชเซียม ( N-P-K) ธาตุอาหารรอง รวมทั้งกรดอะมิโนที่ช่วยการเจริญเติบโตของพืช จากการสอบถามเกษตรกร น้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำช่วยประหยัดค่าปุ๋ยได้ถึง 8,000-10,000 บาทต่อไร่/ต่อปี และผลผลิตสูงขึ้นอีกด้วย” ธนัชกฤต กล่าว

ขวัญชัย อุทัยไป เล่าว่า หลังจากนำน้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำไปใช้กับสวนฝรั่ง เดิมฝรั่งให้ผลขนาดเล็ก และหน้าดินแข็งจากการใช้ปุ๋ยเคมีทำให้ต้นไม้ได้รับธาตุอาหารไม่สมบูรณ์ หลังจากใช้น้ำหมักชีวภาพเห็นการเปลี่ยนแปลงว่าดินร่วนฟู ทำให้น้ำไหลผ่านดินได้ดี ผลฝรั่งมีขนาดใหญ่ขึ้น และยังมีรสชาติหวานอร่อย ผลผลิตดี ช่วยลดต้นทุนจากค่าปุ๋ยได้ 35% 

“จากการดำเนินการตามมาตรการอย่างต่อเนื่อง  ส่งผลให้สมุทรสาครสามารถกำจัดปลาหมอคางดำไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ล้านกิโลกรัม จากการสำรวจเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การแพร่ระบาดในพื้นที่ลดลงจนอยู่ในระดับปานกลาง พบปลาหมอคางดำ 10 ถึง 100 ตัว  ต่อ 100 ตารางเมตร เป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมืออย่างเข้มแข็งของภาครัฐ เอกชนและชุมชนในการดำเนินงานเชิงรุกอย่างจริงจัง ในการควบคุมและลดปริมาณปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปลายังมีประโยชน์ สามารถนำมาผลิตเป็นสินค้าช่วยสร้างโอกาสให้ชุมชนมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง” เผดิมกล่าวปิดท้าย

‘สุชาติ’ลงพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน ติดตามสถานการณ์ลำไยภาคเหนือ แก้ราคาตกต่ำ

'สุชาติ'ลงพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน ติดตามสถานการณ์ลำไยภาคเหนือ แก้ราคาตกต่ำ

‘สุชาติ’ลงพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน ติดตามสถานการณ์ลำไยภาคเหนือ แก้ราคาตกต่ำ

วันจันทร์ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.47 น.

“สุชาติ” ลงพื้นที่เชียงใหม่-ลำพูน ติดตามสถานการณ์ลำไยภาคเหนือ เร่งใช้มาตรการทุกด้านดูดซับผลผลิต แก้ราคาตกต่ำ – ยันไม่ปล่อยเกษตรกรแบกรับต้นทุนลำพัง

วันที่ 21 กรกฎาคม 2568  นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตลำไยภาคเหนือที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดในช่วงฤดูกาลปี 2568 โดยได้ตรวจเยี่ยม สหกรณ์การเกษตรสันป่าตอง จำกัด อ.สันป่าตอง แปลงสวนลำไย และบริษัท แปรรูปลำไย ณ บริษัท อาร์ เค ฟู๊ด จำกัด อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน โดยได้หารือกับกลุ่มเกษตรกรของสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางบรรเทาปัญหาราคาตกต่ำและการกระจุกตัวของผลผลิต

รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า “รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรทุกชนิด แต่ปีนี้ลำไยมีผลผลิตมากขึ้นจาก 9 แสนตัน เป็นกว่า 1 ล้านตัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าและวางแผนในการแก้ปัญหาไว้แล้ว โดยจะใช้มาตรการเดิมยังไม่พอ ต้องมีการบริหารจัดการครอบคลุม 

วันนี้ตนจึงได้ลงพื้นที่เพื่อดำเนินมาตรการเชิงนโยบายเพื่อดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งขับเคลื่อนมาตรการตั้งแต่ต้นฤดู โดยเน้นเชื่อมโยงตลาด และกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต และรักษามาตรฐานการส่งออกโดยขยายตลาดใหม่ๆ ตั้งเป้าในการบริหารจัดการลำไยภาคเหนือ 151,000 ตัน โดยใช้ 8 มาตรการหลัก ได้แก่ 

1. รวบรวมลำไย (สดช่อ) เพื่อส่งออก ปริมาณ 15,000 ตัน 

2. จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ “Thai Fruits Festival 2025” ทั่วประเทศ 

3. เชื่อมโยงลำไยผ่านเครือข่ายพันธมิตร ปริมาณรวม 65,555 ตัน โดยใช้กลไกผู้ประกอบการ และห้างค้าปลีก-ค้าส่งในการร่วมมือระบายผลผลิต โดยให้ผู้ประกอบการรับซื้อลำไย (รูดร่วง) เกรด B ปริมาณ 60,000 ตัน ในราคานำตลาดไม่ต่ำกว่า กิโลกรัมละ 4-5 บาท และเชื่อมโยงนำมาจำหน่ายในห้าง แมคโคร โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์ โก-โฮลเซลล์ และเดอะมอลล์ รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรโดยตรง เพิ่มอีกปริมาณ 5,555 ตัน 

4.สับสนุนการรับซื้อผ่าน หน่วยงานรัฐ เอกชนผ่านบริษัทตลาดหลักทรัพย์ หน่วยงานราชการ บริษัทมหาชน เพื่อทำ CSR ตลอดทั้งฤดูกาล ปริมาณ 1,380 ตัน 

5. สนับสนุนกล่องใส่ลำไย ฟรีค่าขนส่งโดยบริษัทไปรษณีย์ไทย 

6. เชื่อมโยงผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกร รับซื้อผลผลิตโดยตรง ปริมาณ 18,000 ตัน 

7. เชื่อมโยงสินค้าเข้าสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง 1,000 ตัน 

8. ขยายช่องทางใหม่ๆให้กับลำไย อาทิ ทำเป็นอาหาร เครื่องดื่มผ่าน ตู้เต่าบิน แอร์เอเชีย

นอกจากนี้ รมช.พาณิชย์ ยังเพิ่มปริมาณเป้าหมายการรวบรวมรับซื้อลำไย (รูดร่วง) เกรด A เพื่ออบแห้งส่งออกต่างประเทศ จากเดิม 50,000 ตัน (สด) เพิ่มเป็น 101,000 ตัน  โดยผ่านโรงอบลำไยที่เป็นเครือข่ายของกรม กว่า 50 แห่ง ทั้งนี้ ยังได้กำชับให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในกลุ่ม 8 จังหวัดภาคเหนือ กำกับดูแลโรงอบลำไยในพื้นที่ให้เปิดรับผลผลิตจากเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง  พร้อมจัดทำแผนเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดให้มีโรงอบรองรับเพียงพอกับปริมาณลำไยสดทั้งฤดูกาล

ในด้านการส่งออกลำไยไปต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าแผนตลาดการส่งออกอย่างจริงจัง ผ่านกลไกทูตพาณิชย์ ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก ในการเร่งหาตลาดส่งออกลำไย และยังได้มีกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกผลไม้ ทั้งในรูปแบบการจับคู่เจรจาธุรกิจ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ และการส่งเสริมการขายผลไม้ผ่านห้างสรรพสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ในต่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าเจรจาการค้ากว่า 5,500 ล้านบาท อีกทั้ง การประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ผลไม้ไทยผ่านคาแรคเตอร์ “น้องฉ่ำฉ่ำ” ที่ได้เปิดตัวในช่วงงานแสดงสินค้าอาหาร Thaifex-Anuga 2025 อีกด้วย

นายสุชาติ ยังกล่าวต่ออีกว่า “ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ ทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตร วางแผนจัดการเรื่องโซนนิ่ง และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ กระทรวงพาณิชย์จะต้องดูแลต้นทุนการผลิตให้พี่น้องเกษตรกร เพราะแม้ผลผลิตดี ราคาดี ถ้าต้นทุนสูง ก็ไม่ได้กำไร เราจึงต้องแก้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ตนจะมีนโยบายธงเขียว ในการช่วยเหลือเกษตรกรให้ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงราคาถูก  ต้นทุนเกษตรกรต้องควบคุมให้ได้ นี่คือสิ่งที่กระทรวงพาณิชย​์จะทำตั้งแต่ต้นน้ำ ”

“ขอให้พี่น้องเกษตรกรมั่นใจว่า กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าสู้ดันเรื่องลำไยอย่างเต็มที่จนจบฤดูกาลแน่นอน และสำหรับสินค้าเกษตรชนิดอื่น เราจะเร่งเข้าไปดูแลตลาดอย่างต่อเนื่องไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำเดิม” รมช.พาณิชย์ กล่าวทิ้งท้าย

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานรวมพลคนลำไยฯปี 2568

'อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร'ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานรวมพลคนลำไยฯปี 2568

‘อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร’ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานรวมพลคนลำไยฯปี 2568

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 16.28 น.

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2568 นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมนายสุริยะ คำปวง และนายวีรศักดิ์ บุญเชิญ รองอธิบดี พร้อมทีมงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการจัดงานรวมพลคนลำไยเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่การแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน ปี 2568 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ มีเกษตรกรร่วมงานกว่า 6,000 คน ภายในงานจะมีการเตรียมจัดนิทรรศการ จากสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ : การยกระดับลำไยสดช่อ ให้มีคุณภาพ สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน : การเพิ่มสัดส่วนเกรด AA+ และสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย : การบริหารจัดการภัยพิบัติ เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตให้อยู่ในเกรด AA+

– 006