รมว.เกษตรฯลงพื้นที่เร่งแก้ปัญหาน้ำที่สุราษฎร์ฯ

รมว.เกษตรฯลงพื้นที่เร่งแก้ปัญหาน้ำที่สุราษฎร์ฯ

รมว.เกษตรฯลงพื้นที่เร่งแก้ปัญหาน้ำที่สุราษฎร์ฯ

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 15.18 น.

“อรรถกร “สั่ง เร่งปรับปรุงการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ “ลุ่มน้ำตาปี – พุมดวง” จ.สุราษฎร์ ใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ แก้ปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำซ้ำซาก

วันนี้ (20 ก.ค.) นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ  ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี – พุมดวง พร้อมรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ และมอบปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ให้แก่ผู้แทนเกษตรกร โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วม ที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี – พุมดวง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต.บางงอน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี

นายอรรถกร กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินการการก่อสร้างโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง ระยะเวลาโครงการ 13 ปี ตั้งแต่ปี 2552 – 2564 งบประมาณ 3,330 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการน้ำให้สามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ทางด้านเกษตรกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพิ่มพื้นที่ชลประทาน 73,980 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.พุนพิน และ อ.ท่าฉาง  ราษฎร 11,750 ครัวเรือน ใช้เป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภค – บริโภคของราษฎรในพื้นที่ และสนับสนุนการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง โดยการส่งน้ำจืดผสมกับน้ำเค็ม

ทั้งนี้ ช่วงเดือน ก.พ.-เม.ย.สถานีสูบน้ำ ไม่สามารถสูบน้ำได้ เนื่องจากปริมาณน้ำและระดับน้ำที่ไหลผ่านสถานีสูบน้ำของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี – พุมดวง มีระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จึงไม่สามารถสูบน้ำส่งเข้าคลองส่งน้ำได้ในช่วงฤดูแล้ง รวมถึงไม่สามารถสูบน้ำระบบชลประทานที่ก่อสร้างแล้วเสร็จได้ ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมชลประทาน จึงดำเนินการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสูบน้ำ ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำจากคลองพุมดวงในช่วงที่ระดับน้ำในคลองต่ำ เข้าสู่บ่อพักน้ำของโรงสูบน้ำตาปี-พุมดวง ที่มีอยู่แล้ว เพื่อรักษาระดับน้ำในบ่อพักให้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ทำให้สามารถสูบน้ำส่งให้กับคลองส่งน้ำ MC1 และคลองส่งน้ำ MC2 ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรกรรมของโครงการได้ตามวัตถุประสงค์ปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้างผนังคอนกรีตรับท่อส่งน้ำและผนังชั่วคราว (Sandbag) รวมทั้งเตรียมการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ที่จะสูบส่งน้ำเข้าสู่บ่อพักน้ำของสถานีสูบน้ำ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ และสามารถสูบน้ำได้ภายในเดือน ก.ย.2568

“วันนี้ตั้งใจลงมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่ค้างคามากว่า 10 ปี เพราะงบประมาณต่างๆ ที่นำมาใช้นั้น เป็นภาษีของประชาชน แต่โครงการยังไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ หาแนวทางแก้ไขเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้น้ำอุปโภคบริโภคได้อย่างเต็มศักยภาพของโครงการ สำหรับปัญหาเกษตรในด้านอื่นๆ จะเร่งนำกลับไปแก้อย่างเร่งด่วน” นายอรรถกร กล่าว

จากนั้นนายอรรถกร และนายอัครา พร้อมคณะ ได้มอบปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรให้แก่ผู้แทนเกษตรกร เพื่อเสริมประสิทธิภาพด้านการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูง อาทิ มอบโฉนดเพื่อการเกษตร จำนวน 389 ฉบับ ปุ๋ยหมัก พด.1 น้ำหมักชีวภาพปลาหมอคางดำ หญ้าอาหารสัตว์ นอกจากนี้ภายในงานยังมีนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้เกษตรกรได้เข้ารับบริการและองค์ความรู้ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการต่อยอดอาชีพเกษตรกรต่อไป

015

อ.ต.ก.ไลฟ์สดขายผลไม้เร่งกระจายผลผลิตลำไย

อ.ต.ก.ไลฟ์สดขายผลไม้เร่งกระจายผลผลิตลำไย

อ.ต.ก.ไลฟ์สดขายผลไม้เร่งกระจายผลผลิตลำไย

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 11.34 น.

อ.ต.ก. รับมือลำไยล้นตลาด เปิด Live กระจายผลผลิต พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษ และส่งฟรีถึงบ้าน 21 ก.ค.2568

วันนี้ (20 ก.ค.) นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.)เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ ปริมาณลำไยลำไยในฤดูการผลิต 2568 ที่จะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายนนี้ เพื่อการยกระดับสินค้าเกษตร และบริการมูลค่าสูง เน้นการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของตลาด 

ทั้งนี้  ทางอ.ต.ก. จะลงพื้นที่ พบปะพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนลำไยภาคเหนือ  พร้อมทั้งจะตั้งโต๊ะ live จำหน่ายลำไยพันธุ์อีดอ เกรดพรีเมียม (AA–A) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นคือ ลูกใหญ่ เนื้อหนา รสหวานกรอบ ได้รับการคัดแยกและบรรจุอย่างมีมาตรฐานในวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่

สำหรับประชาชนที่ต้องการ สามารถสั่งPre – Order ผ่าน Facebook Live ในเพจ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร https://www.facebook.com/share/1753vyGvQn/ หรือ สั่งซื้อสินค้าได้ทาง  Line OA อ.ต.ก. https://lin.ee/uc1xpyh จำหน่ายแบบบรรจุตะกร้า 3 กิโลกรัม จำหน่ายราคาตะกร้าละ 179 บาท และบรรจุตะกร้า 5 กิโลกรัม จำหน่ายราคาตะกร้าละ 196 บาท มีบริการจัดส่งฟรี เฉพาะวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น

หากลูกค้าท่านใดพลาด อ.ต.ก. พร้อมจำหน่ายลำไยสดพันธุ์อีดอ ในงาน Thailand Agri Intertrade 2025 (ไทยแลนด์ อากรี อินเตอร์เทรด 2025) ระหว่างวันที่ 24 – 27 ก.ค.นี้ ที่ตลาด อ.ต.ก. จตุจักร กรุงเทพฯ (บริเวณด้านข้างตลาดเกษตรอินทรีย์) พบกับสินค้าเกษตรไทยจากทั่วประเทศกว่า 40 บูธ มาจัดแสดงและจัดจำหน่าย พร้อมกิจกรรมดีๆ ภายในงาน

กรมชลฯเตือนท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับมือน้ำเหนือ

กรมชลฯเตือนท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับมือน้ำเหนือ

กรมชลฯเตือนท้ายเขื่อนเจ้าพระยารับมือน้ำเหนือ

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 11.04 น.

กรมชลประทานประกาศเตือนประชาชนท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เตรียมรับน้ำเหนือเพิ่ม 25 ก.ค.นี้

วันนี้ (20 ก.ค.) นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศ ล่าสุดพบว่าพื้นที่างตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายแห่ง ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ประกอบกับในช่วงวันที่ 20-24 ก.ค.2568 คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีฝนตกหนักมากขึ้น จะส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำน้ำสาขามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ในช่วง 1-7 วันข้างหน้า คาดว่าในวันที่ 25 ก.ค.2568 ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,400-1,500 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำในลำน้ำสาขา อีกประมาณ 100-150 ลบ.ม./วินาที จะทำให้มีปริมาณน้ำสะสมบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ประมาณ 1,500-1,650 ลบ.ม./วินาที

ทั้งนี้ กรมชลประทาน จึงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในช่วงอัตรา 700-1,200 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกประมาณ 20-80 เซนติเมตร โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่  คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยาต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา แม่น้ำน้อยจ.พระนครศรีอยุธยาขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการป้องกันความเสียหายจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งไว้ล่วงหน้า หากมีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ กรมชลประทานจะประกาศแจ้งให้ทราบต่อไป

015

กรมชลฯเตือนจว.’ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’เตรียมรับน้ำเหนือเพิ่ม 20-80 ซม.ตั้งแต่25ก.ค.

กรมชลฯเตือนจว.'ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา'เตรียมรับน้ำเหนือเพิ่ม 20-80 ซม.ตั้งแต่25ก.ค.

กรมชลฯเตือนจว.’ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา’เตรียมรับน้ำเหนือเพิ่ม 20-80 ซม.ตั้งแต่25ก.ค.

วันอาทิตย์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 10.09 น.

กรมชลประทานประกาศเตือนจังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเตรียมรับน้ำเหนือเพิ่ม 20-80 ซม. ตั้งแต่ 25 ก.ค.

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม  นายสุริยพล  นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่าจากการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศ ล่าสุดพบว่าพื้นที่ตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายแห่ง ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าไหลหลากลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น  ประกอบกับในช่วงวันที่ 20-24 กรกฎาคม 2568 คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีฝนตกหนักมากขึ้น จะส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำน้ำสาขามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน

ดังนั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ในช่วง 1-7 วันข้างหน้า คาดว่าในวันที่ 25 กรกฏาคม 2568 ที่สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,400-1,500 ลบ.ม./วินาที เมื่อรวมกับปริมาณน้ำในลำน้ำสาขา อีกประมาณ 100-150 ลบ.ม./วินาที จะทำให้มีปริมาณน้ำสะสมบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ประมาณ 1,500-1,650 ลบ.ม./วินาที

ทั้งนี้ กรมชลประทานจึงจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในช่วงอัตรา 700-1,200 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันอีกประมาณ 20-80 เซนติเมตร โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ได้แก่  คลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยาต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา แม่น้ำน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา  ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการป้องกันความเสียหายจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งไว้ล่วงหน้า หากมีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ กรมชลประทานจะประกาศแจ้งให้ทราบต่อไป

‘อัครแสนคีรี’ ขอบคุณ ก.เกษตรฯ หลังมติอนุ นบข. แจ้งข่าวดี

'อัครแสนคีรี' ขอบคุณ ก.เกษตรฯ หลังมติอนุ นบข. แจ้งข่าวดี

‘อัครแสนคีรี’ ขอบคุณ ก.เกษตรฯ หลังมติอนุ นบข. แจ้งข่าวดี

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 18.07 น.

‘อัครแสนคีรี’ โฆษกกล้าธรรม ขอบคุณ ก.เกษตรฯ หลังมติอนุ นบข. แจ้งข่าวดี! เพิ่มเงินช่วยผู้ปลูกข้าว 68/69 จากไร่ละ 1,000 บาท เป็น 1,200 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ จำนวน 4.6 ล้านครัวเรือน ตอบสถานการณ์ความเดือนร้อนพี่น้องเกษตรกร หลังอินเดียกลับมาระบายข้าว และสงครามตะวันออกกลางส่งผลราคาปุ๋ยพุ่ง

19 ก.ค. 68 นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 ในฐานะโฆษกพรรคกล้าธรรม ขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ล่าสุด ที่ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ หรือนบข. โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปีการผลิต 2568/69 ด้วยการสนับสนุนเงินไร่ละ 1,200 บาท (ครัวเรือนไม่เกิน 10 ไร่) สูงสุด 12,000 บาท จำนวน 4.6 ล้านครัวเรือน คาดว่าจะใช้งบประมาณราว 40,000 ล้านบาท 

นายอัครแสนคีรี ระบุว่า ถือเป็นความพยายามขับเคลื่อนของกระทรวงเกษตรฯ ตามนโยบายพรรคกล้าธรรม ที่ให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกร มาเป็นอันดับแรก การสนับสนุนเงินชาวนาไร่ละ 1,200 บาท ถือเป็นการต่อยอดการช่วยเหลือ ที่ปีก่อนหน้านี้ได้ไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งงบประมาณที่เพิ่มขึ้นนี้ ก็สอดคล้องกับสถานการณ์ความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชนที่มากขึ้น ภายหลังราคาข้าวร่วงต่ำจากสถานการณ์การกลับมาระบายข้าวของประเทศอินเดีย และราคาปุ๋ยที่แพงขึ้นจากปัญหาสงครามตะวันออกกลางทำค่าขนส่งสินค้าและต้นทุนการผลิตปุ๋ยพุ่ง

รมว.กษ. แจ้งข่าวดี ! มติ อนุ นบข. เพิ่มเงินช่วยผู้ปลูกข้าวนาปี 68/69 เป็น 1,200 บาท

รมว.กษ. แจ้งข่าวดี !  มติ อนุ นบข. เพิ่มเงินช่วยผู้ปลูกข้าวนาปี 68/69 เป็น 1,200 บาท

รมว.กษ. แจ้งข่าวดี ! มติ อนุ นบข. เพิ่มเงินช่วยผู้ปลูกข้าวนาปี 68/69 เป็น 1,200 บาท

วันเสาร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 13.42 น.

รมว.กษ. แจ้งข่าวดี !  มติ อนุ นบข. เพิ่มเงินช่วยผู้ปลูกข้าวนาปี 68/69 จากไร่ละ 1,000 บาทเป็น 1,200 บาท ไม่เกิน10ไร่ จำนวน 4.6 ล้านครัวเรือน วงเงิน 40,000 ล้านบาท ส่วนเงินช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวนาปรัง ไร่ละ 1,000 บาท ยังไม่ได้ข้อสรุป  เตรียมเสนอให้ที่ประชุมใหญ่ นบข. พิจารณารายละเอียด

19 ก.ค.68 นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ(นบข.)ด้านการผลิต  โดยมีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และตัวแทนชาวนาเข้าร่วม

โดยมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 ด้วยการสนับสนุนเงินไร่ละ 1,200 บาท (ครัวเรือนไม่เกิน 10 ไร่) สูงสุด 12,000 บาท จำนวน 4.6 ล้านครัวเรือน คาดว่าจะใช้งบประมาณราว 40,000 ล้านบาท 

ส่วนการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปรัง ไร่ละ 1,000 บาท นั้น ยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา หลังที่ประชุมคณะกรรมการอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ มีข้อถกเถียง 

โดยจะส่งความเห็นทั้งหมดให้ที่ประชุม นบข.ชุดใหญ่ตัดสินใจอีกครั้ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันเดินหน้าผลักดันทุกทางเพื่อประโยชน์สูงสุดของชาวนา โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) พิจารณารายละเอียดต่อไป

นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวยอมรับได้โครงการเงินช่วยเหลือปลูกข้าวนาปีไร่ละ 1200 บาท แม้จะเสนอไว้ไร่ละ 1,500 บาทก็ตาม  แต่ทั้งนี้ยังกังวลกับเงินช่วยเหลือปลูกข้าวนาปรัง ไร่ละ 1,000 บาท เพราะไม่รู้ว่าชาวนาจะต้องรออีกนานแค่ไหน ในขณะที่ราคาข้าวตกต่ำต่อเนื่อง

‘รมว.อรรถกร’เปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ จ.นครศรี ยกระดับบริการถึงมือเกษตรกร

'รมว.อรรถกร'เปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ จ.นครศรี ยกระดับบริการถึงมือเกษตรกร

‘รมว.อรรถกร’เปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ จ.นครศรี ยกระดับบริการถึงมือเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.12 น.

วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราจพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ระดับประเทศ โดยมี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 18 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 4 จังหวัดนครศรีธรรมราช ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีถวายพระพรชัยมงคล และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พร้อมกิจกรรมคลินิกเกษตรเคลื่อนที่รวม 11 คลินิกหลัก ได้แก่ คลินิกดิน พืช ข้าว ปศุสัตว์ ประมง ชลประทาน สหกรณ์ บัญชี กฎหมาย หม่อนไหม และคลินิกส่งเสริมการเกษตร โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 30 หน่วยงานเข้าร่วม นอกจากนี้ ยังมี กิจกรรมสาธิต/ฝึกอบรมระยะสั้น ฟรี จากคลินิกส่งเสริมการเกษตรและคลินิกอื่นๆ มากกว่า 10 หลักสูตร อาทิ การขยายพันธุ์พืช การเลี้ยงผึ้งโพรง-ชันโรง การขยายและการใช้สารชีวภัณฑ์อย่างง่าย การเพาะผักงอกเพื่อสร้างรายได้ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรต่างๆ พร้อมด้วยกิจกรรมจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพ และ Live สดขายมังคุดคุณภาพ จากเกษตรกรในพื้นที่ รวมถึงสินค้าจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ Young Smart Farmer จังหวัดนครศรีธรรมราช

อำนาจเจริญ ‘ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ’ ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อำนาจเจริญ 'ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ' ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อำนาจเจริญ ‘ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ’ ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันศุกร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 12.10 น.

อำนาจเจริญ ‘ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ’ ถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วันที่ 18 ก.ค. 68 ที่บริเวณสระน้ำสาธารณประโยชน์ องค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ มอบหมายให้ นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี พ.ศ.2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดอำนาจเจริญ นายอำเภอลืออำนาจ ส่วนราชการระดับอำเภอหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรภาคเอกชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน และ ประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธี

จังหวัดอำนาจเจริญ โดยสำนักงานประมงจังหวัดอำนาจเจริญ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอำนาจเจริญ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลดงบัง จัดพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำดังกล่าวขึ้น เพื่อถวายความจงรักภักดีและถวายเป็นพระราชกุศล ทั้งนี้ ยังเป็นการเพิ่มทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่คนในชุมชนต่อไป ///-026

เคาะช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปี ปี68/69 ไร่ละ 1,200 บาท ไม่เกิน 10ไร่

เคาะช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปี ปี68/69 ไร่ละ 1,200 บาท ไม่เกิน 10ไร่

เคาะช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปี ปี68/69 ไร่ละ 1,200 บาท ไม่เกิน 10ไร่

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 19.33 น.

อนุกรรมการ นบข. (ด้านการผลิต) เคาะช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปี ปี68/69 ไร่ละ 1,200 บาท ไม่เกิน 10ไร่ วงเงินราว 40,000 ล้าน  ส่วนไร่ละ1,000 บาท ช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวนาปรัง ยังมีข้อถกเถียง เตรียมรวบรวมความเห็น ทั้งข้อดีข้อเสีย ส่งนบข. ใหญ่พิจารณาทบทวนและเห็นชอบต่อไป

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต  ที่ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐเอกชนและตัวแทนชาวนาเข้าร่วม  โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณามาตรการช่วยเหลือชาวนาในหลายวาระ โดยใช้เวลาประชุม นานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง 

ทั้งนี้ นายอรรถกร กล่าวว่าที่ประชุม นบข.ด้านการผลิต วันนี้ได้มีการอนุมัติโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/2569 ด้วยการสนับสนุนเงินไร่ละ 1,200 บาท (ครัวเรือนไม่เกิน 10 ไร่) จำนวน 4.6 ล้านครัวเรือน คาดว่าจะใช้งบประมาณราว 40,000 ล้านบาท โดยหลังจากนี้จะส่งเรื่องเข้าสู่สาระการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่จะมีการจัดขึ้นในครั้งถัดไป เพื่อพิจารณารายละเอียดต่อไป 

ส่วนโครงการช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปรัง ไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ ยังคงมีประเด็นทกเถียง และยังต้องพิจารณาตรวจสอบ ที่ประชุมวันนี้ จึงเรวบสนอควาทเห็นทั้ง ข้อดี ข้อเสียของโครงการฯ ตัวเลขชาวนาที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรที่มีประมาณ 850,000 ครัวเรือน และวงเงินงบประมาณที่คาดว่าจะต้องใช้ประมาณ 7,200 ล้านบาท เพื่อส่งต่อให้ที่ประชุมใหญ่ นบข. พิจารณาอีกครั้ง 

ด้านปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยกล่าวว่า ยังคงมีความกังวลใจในส่วนของโครงการช่วยเหลือชาวนาที่ปลูกข้าวนาปรัง ไร่ละ 1,000 บาท จำนวน 8.5 แสนครัวเรือน เพราะยังไม่ได้รับความเห็นชอบในที่ประชุมวันนี้ และยังต้องรอที่ประชุม นบข.ใหญ่ พิจารณาทบทวน ยอมรับไม่พึงพอใจ เพราะไม่รู้ว่าชาวนาจะต้องรออีกนานแค่ไหน เนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวตกต่ำต่อเนื่อง ชาวนาขายข้าวขาดทุน 

ทั้งนี้สำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต  2568/2569  ตนได้ขอในที่ประชุม ให้การสนับสนุนเงินไร่ละ 1,500 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ แต่ที่ประชุมเคราะห์ที่ไร่ละ 1,200 บาท ก็ต้องยอมรับดีกว่า ไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยก็ช่วยให้ชาวนามีต้นทุนการผลิต โดยหลังจากนี้ จะต้องรอ ที่ประชุม นบข. ใหญ่จะพิจารณาอย่างไรต่อไป 

ก.เกษตรฯเปิดอบรมหลักสูตร นบต.รุ่น77

ก.เกษตรฯเปิดอบรมหลักสูตร นบต.รุ่น77

ก.เกษตรฯเปิดอบรมหลักสูตร นบต.รุ่น77

วันพฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2568, 17.47 น.

รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เปิดการฝึกอบรมหลักสูตร นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับต้น (นบต.) รุ่นที่ 77

วันนี้ (17 ก.ค.) นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับต้น (นบต.) รุ่นที่ 77  และบรรยายพิเศษ เรื่อง “นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับหลักการปฏิบัติสำหรับนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับต้น รุ่นที่ 77” โดยมี ดร.ยุทธภูมิ ประสมทรัพย์ หัวหน้ากลุ่มวิชาการและหลักสูตร สถาบันเกษตราธิการ กล่าวรายงาน และผู้เข้าอบรมจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 100 คน เข้าร่วม ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา

สำหรับการอบรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ และเสริมสร้างภาวะผู้นำ เพื่อที่จะได้นำทักษะและความรู้ที่ได้รับจากการอบรมไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  โดยจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blend Learning) ทั้งรูปแบบ Online Learning และรูปแบบฝึกปฏิบัติร่วมกัน

015